เทรนด์หนังซูเปอร์ฮีโร่สมควรตาย?






**นี่คือความเห็นส่วนบุคคล หาใช่ข้อเท็จจริงหรือบีบให้พวกท่านต้องเชื่อตามแต่อย่างใด 




ผมรักการอ่านหนังสือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะของ DC Comics ...โดยเฉพาะหัว Batman หรือ Detective Comic (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนเขียนด้วย) แล้วก็แบทแฟลิลีบางคนที่แยกหัวออกมาอย่าง "โรบินเวอร์ชั่นเดเมียน เวยน์" ใน Robin : Son of Batman

ผมเป็นคนนึงที่ตามดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ห่วยจริงๆอย่าง Electra กับ Catwoman หรือ Steel ก็ดูเกือบทั้งนั้น 

ปัญหาคือ พักหลังๆผมเริ่มเหนื่อยกับหนังซูเปอร์ฮีโร่

ไม่สิ... ผมเริ่มคิดขึ้นมาอย่างจริงจังแล้วว่า "ถ้าหนังซูเปอร์ฮีโร่ยังเป็นแบบนี้ต่อไป... ขอให้เทรนด์หนังซูเปอร์ฮีโร่ ตาย เร็วๆเถอะ"


ทำไมผมถึงจงเกลียดจงชังหนังซูเปอร์ฮีโร่ขนาดนั้น?

มันเกิดอะไรขึ้น? ความรักในหนังแนวนี้มันหายไปไหนหมดแล้ว?

ก่อนจะตอบคำถามนี้ ผมขอออกตัวก่อนนิดนึงว่า

1. ผมไม่ได้เกลียดหนังซูเปอร์ฮีโร่เสียเลยทีเดียว และผมก็ยังดูมันได้อยู่

2. ผมจะไปดู Captain America : Civil War, X-men Apocalypse, Suicide Squad, Dr. Strange 

อ้าว แล้วทำไมถึงแช่งชักหักกระดูกให้ตายไวๆซะงั้น?

คำตอบคือ

เพราะผมเริ่ม "รู้สึกเศร้า" ที่เห็นหนังซูเปอร์ฮีโร่มุ่งเน้นแต่จะ "สร้างจักรวาล" มากเกินไป โดยที่เริ่มจะลืม "ความเป็นหนังเรื่องหนึ่งโดยสมบูรณ์" ไปเสียแล้ว

หนังซูเปอร์ฮีโร่ดีๆสมัยก่อนไม่ว่าจะเป็น Superman ของริชาร์ด ดอนเนอร์, Batman ของทิม เบอร์ตัน, Dark Knight Trilogy ของคริสโตเฟอร์ โนแลน, X-men กับ X-2 ของไบรอัน ซิงเกอร์, Spider-man 2 ของแซม ไรมี่ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ "สนุกและดี" เพราะ "หนังมันสมบูรณ์อยู่ในตัวของมัน"!



เราไม่จำเป็นต้องไปวิ่งหาอะไรมาดูก่อน Superman ของริชาร์ด ดอนเนอร์เพื่อจะเข้าใจหนังเรื่องนั้น, เราไม่จำเป็นต้องไปวิ่งหาอะไรมาดูก่อนจะดูหนัง Batman ของทิม เบอร์ตัน

ถ้าเราจะดู Spider-man 2 หนึ่งในหนังภาคต่อที่ดีกว่าภาคแรกในวงการหนังบล็อกบัสเตอร์ เราก็แค่วิ่งไปหาดู Spider-man ภาคแรกก่อน

ถ้าเราจะดู The Dark Knight ที่อยู่ในสถานภาพเดียวกับ Spider-man 2 เราก็แค่วิ่งไปหาดู Batman Begins เท่านั้น

แต่ในสมัยนี้มันชักจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ

ถ้าเราคิดจะดู Avengers : Age of Ultron เราไม่เพียงแค่ต้องวิ่งไปหา The Avengers ภาคแรกมาดูเท่านั้น แต่เรายังต้องไปหาหนังเฟสแรกของเหล่าฮีโร่อย่าง Iron man, Incredible Hulk, Iron man 2, Thor, Captain America 

ที่เลวร้ายสำหรับผมคือ Age of Ultron กลับเป็นหนังน่าผิดหวังเพราะในขณะที่ The Avengers เป็นเหมือนบทสรุปของหนังเฟสแรกของมาร์เวล Age of Ultron กลับกลายเป็นหนังที่เกิดมาเพื่อส่งไม้ต่อไปยังเฟส 3 และ Infinity War!!

พูดง่ายๆคือ หนังซูเปอร์ฮีโร่เดี๋ยวนี้ มันกลายเป็นหนังโฆษณาสองชั่วโมงกว่าไปแล้ว!!  

บางจุดของหนังมันกลายเป็นว่า "อ่าฮ่า! อยากจะเข้าใจตรงนี้ล่ะเซ่ งั้นต้องไปดู Thor : Ragnarok นะแจ๊ะ!"

...
...
...

โว้ยยย มันอะไรกันฟร้าาาา 



อย่างไรก็ตาม หนังของ Marvel ที่ตัว Marvel สร้างเองยังถือว่ารับได้ เพราะ Marvel เป็นผู้เริ่มกลยุทธ์ "หนังสร้างจักรวาล" ดังนั้นจึงค่อยๆใจเย็นสร้างฮีโร่ไปทีละตัวสองตัวได้

แถมที่ต้องยกนิ้วให้คือ การทำให้ซูเปอร์ฮีโร่เกรดรองอย่าง Iron man, Captain America กลายเป็นมาฮีโร่ยอดฮิตในปัจจุบันได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทีมเกรด C อย่าง Guardians of the Galaxy ที่กลายเป็นหนังฮีโร่ม้ามืดไปเสียแล้ว

แต่สถานการณ์หนังซูเปอร์ฮีโร่มาเลวร้ายจริงๆกับบรรดาสตูดิโอที่พยายามจะหากินกับ "หนังสร้างจักรวาล" บ้างนี่แหละ



ส่วนตัวผมแล้ว ผมไม่แคร์ The Amazing Spider-man เลยสักนิด

แฟนๆสไปดี้บางคนอาจชอบมากมาย เพราะปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ใกล้เคียงกับฉบับหนังสือการ์ตูน (สำหรับผมแล้วมัน "น่ารำคาญกว่า" หนังสือการ์ตูน) และใช้เครื่องยิงใยเหมือนหนังสือการ์ตูน ต่างจากของแซม ไรมี่ที่ยิงใยจากในร่างกาย

แต่ปัญหาคือ ผมไม่ได้ชอบอะไรกับหนังชุด Amazing ทั้งสองภาค เพราะมันเป็นหนังที่พยายามจะหากินกับ "การสร้างจักรวาล" มากเกินไป อันดับแรกคือ มันพยายามทิ้งปมพ่อแม่ของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์เพื่อเซ็ทอัพภาคต่อ แล้วพอมีภาคต่อคือ The Amazing Spider-man 2 หนังก็พยายามเซ็ทอัพ The Sinister Six ที่เป็นกลุ่มวายร้ายในหนังสือการ์ตูนของสไปดี้



การทิ้งทวน The Amazing Spider-man ยังพอทำเนา ประเด็นหลักที่ไม่ค่อยชอบคือ "มันจะรีบรีบูททำไม..." กับการเล่าเรื่องค่อนข้างเชยและน่าเบื่อ

แต่การทิ้งทวนของ The Amazing Spider-man 2 ถือว่าเลวร้ายกว่ามากในความเห็นของผม ตัวร้ายอิเลคโตรไม่น่าสนใจ กรีนกอบลินก็ไม่น่าสนใจ ไรโนก็ถูกทิ้งไว้สำหรับภาคต่อ แถมยังจบเห่ยอีกต่างหาก



ถ้ามี The Amazing Spider-man 3 ละก็ ผมชักไม่แน่ใจว่าควรจะดูดีหรือไม่

เคราะห์ดีที่ Marvel เอาสไปดี้กลับมาใน Homecoming ซึ่งก็ต้องขอลุ้นหน่อยว่า Spider-man ที่ Marvel ทำเองจะเป็นอย่างไร


อย่างไรก็ตาม ความรู้สึก "เหนื่อย" ของเทรนด์หนังซูเปอร์ฮีโร่ของผมมาชัดเจนตรงแถวๆ Batman v Superman : Dawn of Justice นี่แหละ

ผมรักแบทแมน

ผมเชียร์หนังของ DC Comics 

ผมอยากให้หนังเรื่องนี้ออกมาดี

แต่มันไม่ไหวจะเคลียร์ด้วยหลายๆประการทั้งปวง

ให้ตายเถอะ หนังมีแต่เซ็ทอัพ เซ็ทอัพ แล้วก็เซ็ทอัพ แถมวิธีการเซ็ทอัพยังเห่ยด้วย เซ็ทอัพจักรวาล DC เซ็ทอัพ Justice League เซ็ทอัพวายร้ายอย่างดาร์กไซด์ 

เอาแต่เซ็ทอัพจนลืมความสมบูรณ์ในฐานะหนังเรื่องหนึ่งไป



ไหนล่ะ เรื่องราวของเอเลี่ยนคนหนึ่งที่เคยสูญเสียบ้านเกิดของตัวเอง และต้องการจะมาเป็นส่วนหนึ่งของประชากรใน "บ้านหลังที่สอง" แต่ก็ต้องพบความยากลำบากในการใช้ชีวิตอยู่ จนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของความโดดเดี่ยว

ไหนล่ะ เรื่องราวของอดีตผู้ผดุงความยุติธรรมที่ "สวมชุดค้างคาว" แล้วต้องสิ้นศรัทธาจนกลายเป็น "พวกตั้งศาลเตี้ย" ของจริง ลุกขึ้นมาใช้ความรุนแรงจนเป็นทำนองที่ว่า "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง" (ด่าซูเปอร์แมนที่ทำชิบหายวายป่วง แต่ตัวเองไม่ได้ดีไปกว่ากัน)

ไหนล่ะ เรื่องราวดีๆที่จะทำให้ "สองมุมมองที่แตกต่าง" ต้องมาลงเอยด้วยการสู้กันเอง

ไหนล่ะ เรื่องราวของวายร้ายที่เกลียดมนุษย์ต่างดาว และมองว่ามนุษย์ต่างดาวกำลังมาทำให้โลกมนุษย์แย่ลงกว่าเดิม เลยต้องเสี้ยมให้ทั้งสองฝ่ายสู้กัน (และจะไม่ยอมเป็นทาสของมนุษย์ต่างดาวเป็นอันขาด)

ไหนล่ะ แผนการยอดเยี่ยมที่วายร้ายวางไว้ให้ทั้งสองฝ่ายสู้กัน

ทั้งหมดที่ผมว่า มันมีอยู่ในหนัง Batman V Superman ผมเห็นว่าหนังเรื่องนี้มีการเซ็ทอัพประเด็นที่น่าสนใจมากมาย

แต่ว่าวิธีการเล่าเรื่องของมันห่วยแตกจนประเด็นน่าสนใจพวกนั้นมลายหายไป ทั้งที่มันเหมือนจะมีศักยภาพอะไรหลายอย่าง แต่ลงท้ายกลายเป็น "อะไรว้า" ซะงั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแผนการของลูธอร์ที่... น่าผิดหวังมาก ให้ตายเถอะ (อย่าให้พูดถึงการแสดงของเจซซี ไอเซนเบิร์กเลย ผมเกลียดมาก)

อาจมีคนท้วงติงว่า เฮ้ย ฉบับจริงมัน 4 ชั่วโมง ไอ้ประเด็นดีๆที่ว่า อาจสมบูรณ์ในฉบับ 4 ชั่วโมงก็ได้นะ

คำถามของผมคือ

ถ้ามันจะสมบูรณ์ได้ด้วยเวอร์ชั่น 4 ชั่วโมง แล้วรู้ว่าเวอร์ชั่นฉายโรงทำอย่างเก่งก็ 3 ชั่วโมง....

แล้วมันจะถ่ายทำให้มันเป็น 4 ชั่วโมงไปทำแป๊ะอะไรวะ?

ทำไมไม่พยายามเล่าเรื่องดีๆที่ลงตัวสำหรับ 2 ชั่วโมงครึ่งตั้งแต่แรก?

ทำไมจะต้องไปหากินกับไอ้เวอร์ชั่นไดเรคเตอร์คัทบ้าบอเพื่อจะทำให้หนังเรื่องหนึ่งสมบูรณ์ขึ้น?

ให้ตายเถอะ คนทำหนังสมัยนี้โดยเฉพาะคนทำหนังซูเปอร์ฮีโร่น่ะ มันลืมวิธีการทำหนังหนึ่งเรื่องให้มันดีภายในเวลาที่กำหนดไปแล้วหรือไง?

โอเค ไอ้หนังอย่าง Star Wars ที่สร้างมาเป็น saga คือมีสามภาคจบ มันมีการทิ้งปมประเด็นเพื่อจะโยงไปยังภาคต่อไป

แต่อย่างน้อยๆ หนังพวกนั้นมันยังมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง

ผมไม่ต้องดู Empire Strikes Back เวอร์ชั่น 4 ชั่วโมงเพื่อจะเข้าใจหนังเรื่องนี้ ผมไม่ต้องไปนั่งอ่านไซด์สตอรี่อย่างเช่นหนังสือการ์ตูน หรือนิยาย เพื่อจะเข้าใจหนังเรื่องนี้ อย่างน้อยๆ Empire Strikes Back ก็ยังมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเอง

แม้กระทั่ง The Force Awakens ก็เช่นกัน ใช่ มันมีโยงประเด็นไปยังภาค VIII แต่ว่า! ผมไม่จำเป็นต้องไปดูภาคการ์ตูนหรืออ่านหนังสือการ์ตูนที่ไหนเพื่อจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด มันมีการเล่าเรื่องที่สมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว ผมเข้าใจคาแร็กเตอร์เรย์ แม้ว่าเราจะยังไม่รู้อดีตของเธอ ผมเข้าใจคาแร็กเตอร์ของฟิน ผมเข้าใจคาแร็กเตอร์ของไคโลเร็น แล้วก็รู้สึกสนใจว่า ในภาค VIII ตัวละครพวกนี้จะถูกพัฒนาไปในทางไหน

แต่ถ้าผมจะเข้าใจ Batman V Superman ผมต้องดูไอ้อันที่เป็น 4 ชั่วโมง? แล้วผมก็ต้องไปดู Wonder Woman? Aquaman? The Flash? Justice League Part 1,2 เพื่อจะทำให้ Batman V Superman สมบูรณ์ขึ้น??

มันอะไรกันน่ะ...

นี่มันอะไรกัน!



อ้อ ไม่ต้องอ้างถึงหนังสือการ์ตูนหรอกนะครับ

ผมอ่านหนังสือการ์ตูน และผมเข้าใจดีว่ามันมีการครอสโอเวอร์กัน มันมีอีเว้นท์ใหญ่ แล้วก็มี tie-in ออกมาให้ตามอ่านเล่น

แต่ให้ตายเถอะ! โดยตามปกติแล้วไม่ว่าจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกันยังไง แต่หนังสือแต่ละหัวจะต้องมี "Arc" มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง มีความหมายในแบบของตัวเอง แล้วก็สามารถจบได้ด้วยตัวของมันเอง แบทแมนก็ต้องมีเรื่องราวของแบทแมนเอง ซูเปอร์แมนก็ต้องมีเรื่องราวของซูเปอร์แมนเอง

ส่วนอีเว้นท์ใหญ่อย่างเช่น Forever Evil ผมแทบไม่จำเป็นต้องอ่าน tie-in เลยด้วยซ้ำ ก็มีอ่านเป็นบางเล่ม แต่โดยส่วนใหญ่คือไม่ได้อ่าน ผมก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นอีเว้นท์ที่เจ๋งมาก มันมีเรื่องราวในตัวมันเอง มีความหมายในตัวมันเอง จบในตัวมันเอง ส่วนตอนท้ายมันจะทิ้งทวนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ดังนั้นอย่าเอาเรื่องหนังสือการ์ตูนมาเปรียบเทียบกับจักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโร่เลยครับ สองสื่อนี้มีความแตกต่างกัน การนำเสนอก็จำต้องใช้วิธีที่แตกต่างกัน ต่อให้หนังจะมีการหยิบยืมเอาองค์ประกอบของหนังสือการ์ตูนมาใช้ หรือหนังสือการ์ตูนหยิบองค์ประกอบของหนังมาใช้ แต่สุดท้ายสื่อทั้งสองสื่อก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กลุ่มคนเสพก็แตกต่างกันด้วย

ผมจะยังคงไปดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ต่อไป

อย่างน้อยๆมันก็คือหนังบันเทิงที่เหมือนกับหนังซัมเมอร์บล็อกบัสเตอร์ส่วนใหญ่

แต่ผมชักจะไม่ตื่นเต้นกับการเซ็ทอัพจักรวาลอะไรอีกแล้ว

ผมชักจะไม่ตื่นเต้นกับการต้องมานั่งดู Mid credit, End credit ที่ชอบทิ้งท้ายประเด็นทั้งหลาย

ผมชอบ Guardians of the Galaxy แต่ผมเห็นธานอส เห็นอัญมณีแล้วผมก็คิดว่า "เออ ช่างแม่งเหอะ" ผมชอบ Guardians of the Galaxy เพราะความลงตัวในฐานะหนังเรื่องหนึ่ง แต่ผมเริ่มเหนื่อยในแง่มุมของการเป็น "หนังสร้างจักรวาล" เริ่มเบื่อแง่มุมที่จะต้องตามไอเดียที่ว่าอัญมณีกับธานอสจะไปมีบทบาทสำคัญใน Infinity War แล้ว



ถ้าผมไปดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ ก็คงไปดูด้วยอารมณ์ว่า "โอเค หวังว่าจะได้ความบันเทิงบ้างนะ ดูผ่อนคลายอารมณ์ก็พอ ถ้ามันดีก็คงดูอีกหลายรอบ แต่... กูไม่แคร์แล้วว่ามันจะเชื่อมโยงกับอีเวนท์ห่าเหวอะไรอีก ขี้เกียจแคร์แล้ว"

ตราบใดที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ยังสมบูรณ์ด้วยความเป็น "หนังหนึ่งเรื่อง" อยู่ได้ ผมก็คงจะโอเค

แต่ถ้าเมื่อใดที่หนังซูเปอร์ฮีโร่กลายเป็นหนังที่เอาดีแต่ "เซ็ทอัพ" เพียงอย่างเดียว เอาดีกับการเป็น "หนังโฆษณาหนังเรื่องอื่นด้วยความยาวสองชั่วโมงกว่า" เพียงอย่างเดียวต่อไปเรื่อยๆแล้วละก็...

ผมขอแช่งให้เทรนด์หนังซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย... จงตายๆไปซะเถอะ!





บทความที่เกี่ยวข้องกับหนังซูเปอร์ฮีโร่ :











Create Date : 25 เมษายน 2559
Last Update : 26 เมษายน 2559 11:59:15 น.
Counter : 915 Pageviews.

1 comments
  
เห็นด้วยหลายๆอย่างนะ หนังซูเปอร์ฮีโร่ตอนนี้ถูกสร้างมาเพื่อที่เราจะต้องดูเรื่องต่อไป และต่อไปเรื่อยๆ จนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด civil warมาแนะนำตัวละครใหม่ Infinity Warเพื่อกำจัดตัวละครเก่าที่หมดสัญญาไปแล้วแถมค่าตัวแต่ละเรื่องก็แพงหูฉี่ และดันตัวละครใหม่ที่ค่าตัวถูกกว่าขึ้นมาแทน การตลาดล้วนๆ ก็ทำไงได้ก็รายได้รวมมันมากมาย มหาศาลเหลือเกินนี่หว่า 55 ดูแล้วมันก็เหนื่อยเหมือนกันเนอะ อีกไม่นานคงถึงเวลาที่แฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร่คงหมดความนิยมตามที่ สตีเวน สปีลเบิร์กทำนานเอาไว้จริงๆแหละ :)
ปล. แต่ที่เห็นด้วยที่สุดของที่สุดคือเรื่องการแสดงของ เจซซี ไอเซนเบิร์ก ผมงี๊โครตเกลียดเลย
โดย: Tan_A IP: 115.87.255.223 วันที่: 26 เมษายน 2559 เวลา:16:27:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog