[I love this shit] Call of Juarez: Gunslinger - เทพหรือขี้ตั๋ว?
Call of Juarez: Gunslinger เป็นเกมปี 2013 ของ Ubisoft มันเป็นเกมลำดับที่ 4 ของซีรีส์ Call of Juarez แต่... คนเล่นสามารถเล่นได้โดยที่ไม่ต้องเล่นภาคแรกๆมาก่อนเลยสักนิด เพราะเนื้อหาไม่เกี่ยวกัน

ผมดีใจที่รอให้ Steam ลดราคา

ผมชอบเกมนี้ และคิดว่ามันสนุกมากๆด้วย

แต่ถ้าซื้อเต็มราคาคงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง!




+เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม
+โทนเรื่องติดตลกออกขำๆ แต่ตอนจบกลับจริงจังเข้าท่า
+ภาพสวย เสียงดี
+ดีไซน์ตัวละครโดดเด่น รายละเอียดปืนสวย
+แอ็กชั่นมัน เล่นสนุก
+ได้อารมณ์แบบหนังคาวบอยคลาสสิคทั้งหลาย

-ภาพนิ่งที่ใช้เล่าเรื่อง ใช้ซ้ำกันหลายครั้ง
-ฉากบางฉากใช้ซ้ำกัน แถมยังแคบและไร้ประโยชน์ในบางพื้นที่ (ทำไว้เพื่อ?)
-AI ไม่ได้ฉลาดเท่าไหร่ อาศัยพวกมากระดมยิง
-ดูเอล (ดวลปืน) ท้าทายแต่ก็ลำบาก
-"คุณออกนอกเนื้อเรื่อง"... FFFUUUUU-------KKKKK!!!!!



Call of Juarez: Gunslinger เกิดขึ้นในปี 1910 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักล่าค่าหัวชรานาม "ซิลาส กรีฟเวส" ซึ่งเดินเข้ามาในร้านเหล้าและเล่าเรื่องราวการผจญภัยสุดจะโลดโผนโจนทะยานให้คนในร้านฟัง




(Smileyถ้าเป็นฉากดำเนินเรื่องระหว่าง Chapter จะถูกเล่าด้วยภาพนิ่ง)


ตัวเกมจะแบ่งเป็นสามโหมดใหญ่ โหมดแรกคือ Story ที่เล่นไปตามเนื้อเรื่องอย่างที่ว่า โหมดสองคือ Arcade ที่เดินยิงเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด และโหมดสามคือ "ดวลปืน" 


(Smileyมีสามโหมดให้เลือกเล่นได้ตามสบาย)


แน่นอนว่าเกมเพลย์อยู่ที่โหมด Story และในความเห็นของผม ตอนแรกๆมันออกจะเฉยๆอยู่สักหน่อย 

แต่ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่ ยิ่งซิลาสเล่าเรื่อง มันยิ่งฟังดูโม้มากขึ้นเรื่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือศัตรูกลางคันอยู่บ่อยครั้ง เช่น ตอนแรกบอกว่าเจออินเดียนแดงดักรุมยิง แต่พอมีคนทักท้วง ก็เปลี่ยนฝ่ายที่มาดักรุมยิงเป็นกลุ่มอื่นซะอย่างนั้น

บางทีพอนึกได้ว่า อ้อ ตรงนี้มีบันได ก็จะมีบันไดผุดขึ้น บางทีก็มีเส้นทางประหลาดๆผุดขึ้นระหว่างทางถ้าซีลาสเกิดนึกได้

มันทำให้คนเล่นเกิดความรู้สึกว่า เฮ้ย ไอ้นี่มันมือปืนเทพหรือว่าโม้กันแน่ฟะ?

และเมื่อมาถึงจุดสุดท้าย เรื่องราวกลับจริงจังขึ้นมาจนผมต้องรู้สึกสะอึก และผมคิดว่า... เฮ้ย เจ๋งใช้ได้เลยนี่หว่า! เรียกว่าคุ้มค่ากับที่เล่นมาจนจบ


(Smileyหนึ่งในช็อตเด็ดช่วงต้นๆเกม มีการเปลี่ยนศัตรูที่กลุ้มรุมระหว่างเล่าเรื่องด้วย)


(Smileyเล่าไปเล่ามา มีคนค้าน เฮ้ย มีเรือใหญ่โผล่มาในบึงได้ไงวะ!? นั่นสินะ...)


นอกจากวิธีการนำเสนอเรื่องราวจะจัดจ้านแล้ว การนำเสนอคาแร็คเตอร์ที่เป็นบุคคลประวัติศาสตร์ยังน่าสนใจด้วย ในเกมนี้ ผู้เล่นจะได้เจอบุคคลดังๆในโลกคาวบอย อาทิ บิลลี่ เดอะ คิด,  จอห์นนี่ ริงโก้, เจซซี่ เจมส์, บุช แคสสิดี้, ซันแดนซ์ คิด เรียกว่าใครดังๆในตำนาน ถูกขุดขึ้นมาใช้จนหมด แถมยังมีการดีไซน์ให้มีบุคลิกที่โดดเด่นด้วย



(Smileyฉากแนะนำบอส โคตรเจ๋ง!)


(Smileyมี Secret เป็นประวัติของบุคคลจริงให้เราอ่านเล่น เช่น Pat Garret ตัวจริง)



(Smileyการดีไซน์ตัวละครที่มีตัวตนจริงมีเอกลักษณ์ บ้างก็ชวนให้นึกถึงตัวละครในการ์ตูนหรือนิยายจีนกำลังภายใน)




(Smileyเจซซี เจมส์กลายเป็นบุรุษแห่งตำนานผู้สามารถหยุดรถไฟได้ด้วยการยืนขวางทาง! อย่างกับนิยายจีนกำลังภายในของโกวเล้งจริงๆ!)



Call of Juarez: Gunslinger มีเกมเพลย์ที่ให้อารมณ์เหมือน Call of Duty ภาคตะวันตก 

ผมขอระบายถึงข่าวร้ายก่อน

ศัตรูไม่ได้ฉลาดแต่อาศัยพวกมากเข้ารุม อารมณ์ทำนองว่าเป็น shooting gallery (คือเป็นเป้าที่วิ่งออกมาให้ยิง) อาศัยที่ตัวเราอ่อนแอ บางครั้งโดนลูกซองยิงสองสามทีก็ตาย... ไม่ต่างจากพวกศัตรู



(Smileyไม่มีอะไรซับซ้อน ยิง ยิง แล้วก็ยิง ศัตรูก็วิ่งดาหน้ามาเรื่อยๆ)



(Smileyรุมมาเยอะๆก็มีรูพรุนจนแทบมองไม่เห็นอะไร)


(Smileyนอนตายอย่างเท่ ตาค้างเชียว)


(Smileyตายได้ราวกับเริงระบำ)


(Smileyบั๊กขำๆ)



(Smileyเฮ้ย มันตายอีท่าไหนวะ!?)


(Smileyนาย... นายเป็นมิวแตนท์ใช่ไหม!? นายมีพลังรวมร่างกับวัตถุอื่นใช่ไหม!?)


ภารกิจในเกมคือเดินเป็นเส้นตรง บางครั้งเหมือนจะเดินออกนอกเส้นทางได้ แต่ทันทีมันก็จะขึ้นเตือนว่า "เฮ้ย ออกห่างจากเนื้อเรื่องแล้ว เดินกลับเข้าไปซะ" ซึ่ง... มันก็น่าหงุดหงิดเอาเรื่อง


(Smileyมีเรียกให้กลับเข้าเนื้อเรื่องเนี่ย มันน่าหงุดหงิดในหลายครั้ง สำรวจไม่ได้ดังใจเลย)


ไม่เพียงเท่านั้น ฉากนอกจากจะใช้ซ้ำในบางภารกิจแล้ว มันยังแคบอีกด้วย บางจุดมีพื้นที่ให้เราเดินเข้าไปสำรวจ แต่ก็นำพาไปสู่ความว่างเปล่า เป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้สอยอะไรเลย ศัตรูก็ไม่มี ของก็ไม่มี และไม่ใช่เส้นทางที่จะทำภารกิจหรือยิงศัตรูได้อย่างหลากหลายอีกด้วย

บางจุดมีให้เลือกสองทาง แต่ทั้งสองทางก็ไม่ได้ต่างกัน คือแค่มีศัตรูกลุ่มทางซ้ายกับศัตรูกลุ่มทางขวา อาจมีกระสุนปืนให้เก็บในทางซ้าย แต่ก็แทบไม่มีอะไรมาก

พูดง่ายๆคือ ถ้าไม่ใช่เพราะเนื้อเรื่อง บางทีผมก็แอบเบื่อเล็กๆอยู่เหมือนกัน


(Smileyบางจุดมีของมาขวางทางไป "ไม่ให้เราได้ออกนอกทาง")


(Smileyเป้าหมายคือ "ดาวสีเหลือง")



อย่างไรก็ตาม... มันเป็นเกมที่สนุก แอ็กชั่นมันหยดย้อย ให้อารมณ์เหมือนหนังคาวบอยเอามัน 

ระบบการเล่นลื่นไหล สลับปืนเป็นปืนลูกโม่ข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ จะเปลี่ยนเป็นปืนยาวหรือลูกซองก็ได้ แล้วก็มีไดนาไมท์ให้ขว้างเล่นอีก



(Smileyบางภารกิจเราได้ยิงแกตลิ่งเล่น สะใจดีไม่หยอก! ยี้ฮ้า~~!!)


ทุกครั้งที่เรายิงศัตรูหรือเก็บความลับที่ซ่อนระหว่างฉาก มันก็จะเพิ่มค่า EXP ให้เรา และเมื่อเลเวลอัพ เราก็ไปอัพค่าต่างๆเพื่อให้เรารับมือศัตรูได้สนุกขึ้นมาหน่อย



(Smileyมี Secret ให้เราเก็บสะสมระหว่างด่าน)


(Smileyอัพเกรดสกิลเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ในการสู้กับศัตรูในภายหลัง)


ระหว่างที่เราเจอศัตรูรุม จะมีระบบ Concentration มาให้ ซึ่งพอเรากดแล้ว ทุกอย่างจะสโลว์ ศัตรูจะกลายเป็นสีแดงให้เห็นชัด ทำให้ยิงได้ง่ายมากขึ้น ยิ่งอัพเกรดสกิล การ Concentration ก็ยิ่งมีเวลานานมากขึ้น ส่วนวิธีเก็บค่า Concentration ให้เร็วก็คือ การยิง head shot เพื่อเก็บแต้มได้เยอะ หลอด Concentration ที่เป็นรูปปืนด้านซ้ายก็จะเต็มเร็วขึ้น



(Smileyระบบ Concentration ทำให้เรารับมือกับบอสบางตัว หรือศัตรูที่รุมเข้ามาเยอะๆได้)


ส่วนทางด้านมุมขวามือของจอจะเป็นระบบ Sense of Death ซึ่งบางครั้งจะทำให้เราสามารถหลบกระสุนได้ เราจะเห็นกระสุนวิ่งมาเหมือนในหนัง The Matrix แต่จะหลบพ้นหรือหลบไม่พ้น ก็ขึ้นอยู่กับการคาดคะเนของตัวผู้เล่นเอง



(Smileyกระสุนช้าลงจนทำให้เราสามารถหลบกระสุนได้ ถ้าเลือกหลบได้ถูกทิศ)


บางครั้งเจอศัตรูรุม ระบบเกมก็กด QTE (Quick Time Event) ให้เรากดปุ่มให้ตรง แล้วซิลาสจะจัดการศัตรูให้เอง... ที่ผมชอบคือ QTE เกมนี้ไม่ได้มีอยู่เยอะจนน่าเบื่อ ไม่ได้ถูกเอามาใช้เพื่อฆ่าบอสเหมือนเกมระดับ AAA หลายเกม เป็นแค่น้ำจิ้มขำๆ ถ้าคุณไม่ชอบ QTE ก็ค่อยปล่อยให้พลาด จากนั้นคุณจะมีอิสระเลือกจัดการศัตรูที่ล้อมตัวซิลาสด้วยมือคุณเอง


(Smileyจะเลือกกดตาม หรือปล่อยแล้วยิงด้วยมือตัวเองก็ได้)


ถ้าจะมีอะไรที่น่าผิดหวังสำหรับระบบ ก็คงเป็นระบบ "การต่อสู้ประชิดตัว" บางครั้งก็มีประโยชน์ บางครั้งก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งกับบอสยิ่งไร้ประโยชน์สุดๆ มีโอกาสตายได้มากกว่าจะชนะ

แต่นั่นเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆสำหรับผม

พูดถึงการสู้กับบอส มันอาจเป็นสีสันของเกมนี้ระดับหนึ่งก็ว่าได้ การสู้กับบอสมีสองอย่าง

หนึ่ง คือสู้เหมือนบอสเกมทั่วไป เช่น ศัตรูโยนระเบิดและเราก็ต้องหลบแล้วหาทางยิงกลับ หรือศัตรูใช้ปืนแกตลิ่งยิงรัว เราก็ต้องหาวิธีวิ่งหลบไปยิงมันใกล้ๆ (หรือใช้ระเบิด) ซึ่งก็สนุกใช้ได้


(Smileyบอสบางตัวใช้วิธีตั้งป้อมยิงแบบนี้ เราก็ต้องขว้างระเบิดใส่มัน)


สอง คือการดูเอล "โอเระ โนะ ทาร์น! (เทิร์นของฉัน!)"...

ไม่ใช่ละ!

การดวลปืนนั้น จะว่าท้าทายก็ท้าทาย จะว่าหงุดหงิดก็หงุดหงิด เราต้องขยับเมาส์ให้โฟกัสมันอยู่ที่ศัตรูให้มากที่สุด ซึ่งบางครั้งมันก็พาเป้าเหวี่ยงออกนอกตัวศัตรู ก็ต้องหาทางกลับเข้ามาให้ได้ก่อนที่เสียงหัวใจจะดังรัว ถ้ามีเสียงหัวใจดังรัวเมื่อไหร่คือ ศัตรูพร้อมจะชักปืนได้ทุกเมื่อ! 

บอกตามตรงว่าผมตายตรงนี้บ่อย... 

อย่างไรก็ตาม ผมว่ามันเป็นระบบที่เท่ดีไม่หยอก


(Smileyการดวลปืนกับบอสต้องคุยควบคุมความเร็วและโฟกัสเอาไว้ให้ได้จนกว่าเสียงหัวใจจะดัง)

(Smileyบางฉากเราต้องดูเอลศัตรูสองตัวพร้อมกัน!)


(Smileyถ้าดูเอลแบบแฟร์ๆคือไม่ชิงยิงมันทิ้งก่อน จะบวกแต้มให้พร้อมด้วย Honorably Killed ก็คือฆ่าอย่างมีเกียรติสมเป็นลูกผู้ชายนั่นแหละ)


การดีไซน์ฉาก... โอ้ว... สุดยอด! ฉากช่างสวยงาม ได้อารมณ์ตะวันตกอันเวิ้งว้าง ท้องฟ้าแจ่มใส ฝุ่นดินปลิวตามแรงลม หรือบรรยากาศป่าที่มีแม่น้ำลำธารใสสะอาดเห็นก้อนหินเล็กๆ หรือแสงแดดส่องทะลุต้นไม้ งดงามจนแทบอยากจะออกผจญภัยโลกกว้าง










แต่ว่า!

"ห้ามออกไปไกลกว่าเนื้อเรื่องนะจ๊ะ"

FFFFFUUUUUUUUU----------KKKKKKKKKKK!!!!!


ที่ฮาสุดๆคือ กระโดดลงน้ำไม่ได้แฮะ ถ้าเป็นน้ำตื้นก็พอจะลุยไปได้ แต่ถ้าเป็นน้ำลึก กระโดดลงไปซีลาสจะร้อง "อ๊าก" แล้วเลือดท่วมจอ...


(Smileyจะกระโดดน้ำละนะ!)


(Smileyกระโดดน้ำแล้วถึงขั้นเลือดทะลักตาย!!)


เฮ้ย มันเป็นไปได้ไงกัน!?

ก็เป็นไปแล้วละนะ ทำใจยอมรับแล้วก็เล่นๆไปเถอะ...

อีกอย่างที่ผมชอบคือฉากสุดท้าย มันเป็นเมืองร้างที่มีป่ารกปกคลุม ทั้งเพลงและบรรยากาศ ให้อารมณ์เหมือนเป็นเกม Silent Hill ก็ไม่ปาน... และแม่เจ้า! มันจะหักมุมชนิดหักศอกก็ไอ้ตรงนี้แหละ อยู่ดีๆศัตรูก็เปลี่ยนไป๋!!


(Smileyอารมณ์ฉากนี้เหมือนเกมสยองขวัญดี ทั้งฉากทั้งเสียงทั้งเพลงประกอบ)


พูดถึงการดีไซน์ ผมชอบการดีไซน์ปืนของเกมนี้นะ มันสวยงามดี และบางครั้งจะมีอนิเมชั่นให้เราได้ยลตัวปืนในมุมอื่นด้วย 





สรุป

ผมชอบ Call of Juarez: Gunslinger มันไม่ใช่เกม Open world ไม่ใช่เกมที่เปิดเส้นทางให้เราปฏิบัติได้หลายเส้นทาง มันเดินเป็นเส้นตรง เป็นแบบ Shooting Gallery คือศัตรูโผล่มาก็ยิง แต่มันเป็นความบันเทิงที่โคตรจะเท่

โดยเฉพาะฉากสู้กับบอสครั้งสุดท้าย ซิลาสต้องเผชิญหน้ากับบอสสองตัว พูดง่ายๆคือ สามคนกำลังจะยิงใส่กัน แต่ว่า... ใครจะยิงใครก่อนกันล่ะ?

อารมณ์นี้ใครเคยดูหนังคาวบอยเก่า The Good, The Bad and The Ugly ที่คลินต์ อีสต์วู้ดเล่นคงจะคุ้นเคย

มันจงใจจะเอาฉากไคลแม็กซ์ของหนังเรื่องนั้นมาใช้เลยละ!!




(Smileyแค่ชื่อก็เหมือนแล้ว The Good, The Bad & The Dead กับ The Good, The Bad and The Ugly)



(SmileyExtreme Wide Shot ที่จงใจทำให้เหมือน ภาพบนคือในเกม ซิลาส, ซันแดนซ์ คิด และบุทช์ แคสสิดี้กำลังเดินวนรอบๆ คุมเชิงและทั้งสามพร้อมจะยิงใส่กัน เหมือนกับภาพล่างที่เป็นของ The Good, The Bad and The Ugly)


แล้วผมก็ชอบตอนจบของเกมนี้มากพอสมควรเลยนะ ถือว่าจบดี!!


(Smileyซิลาส แก่แต่เท่!!)





Create Date : 20 มีนาคม 2558
Last Update : 20 มีนาคม 2558 23:51:34 น.
Counter : 1329 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog