Fallout 4 : ขอเชิญทัวร์บ้านหลังแรกของผม!! T . T
เกม Fallout 4 ที่เพิ่งออกขายเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2015 นอกจากโลกจะค่อนข้างใหญ่เป็นอิสระแล้ว ยังมีให้เราสร้างบ้านได้อีก ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างอะไรมากมายหรอกครับ แต่แค่รู้สึกว่า "เอาวะ ลองดูหน่อย" แล้วก็กลายเป็นการติดลมจนเป็นแบบนี้แหละครับ!

หมายเหตุ : ยังไม่เสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้เดินไฟฟ้า เลยไม่รู้ว่าจะต้องขยับอะไรตรงไหนอีก



ไม่ได้สวยหรูอะไรมากมายแต่ก็รู้สึกภูมิใจละนะ มันเหมือนกับสร้างบ้านด้วยมือตัวเองเลย เพราะเริ่มตั้งแต่ยังเป็นพื้นที่โล่งๆ ในรูปด้านล่างคือผมยังไม่แน่ใจว่าจะทำประมาณไหนดี เลยลองติดประตูไว้ก่อน แต่ก็จะเห็นว่าสุดท้ายคือไม่ได้ใช้มันอยู่ดี


พูดถึงระบบการสร้างบ้าน รู้สึกว่าจะไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่ากับพวก The Sims แต่ก็อย่างว่า เกม Fallout 4 คือเกม RPG ไม่ใช่แนวซิมูเลเตอร์ ฟังก์ชั่นการสร้างบ้านเลยออกมาแบบสำเร็จรูปเสียมากกว่า มันค่อนข้างง่ายนะถ้าจะสร้างแบบตามแพทเทิร์นของมัน แต่พอจะสร้างแบบสร้างสรรค์หน่อย รู้สึกว่าลำบากนิดๆ (อาจเป็นเพราะยังไม่ชินเองก็ได้)






คอนเซ็ปท์บ้านของผมนั้นง่ายมาก

ชิว โปร่ง เหมือนอยู่รีสอร์ทใกล้แม่น้ำ

ครับ โปร่งแบบไม่ต้องห่วงขโมยขโจรกันเลยทีเดียว แต่เนื่องจากมันเป็นเกม ผมเลยขอจัดเต็มแบบไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้นนอกจาก "ตัวเราอยากจะได้แบบไหน"

ดังนั้นตัวบ้านส่วนใหญ่จะค่อนข้างโปร่งครับ เป้าหมายคือ ต้องการให้เห็นวิวทิวทัศน์ที่เป็นแม่น้ำกับป่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาดูด้านหน้าก่อนครับ ด้านหน้าจะมีกำแพงปิดทึบกว่าด้านหลังหน่อย ยกเว้นตรงบันไดที่จะขึ้นจากชั้นสองไปยังชั้นสาม ผมเลือกจะให้มันเปิดโล่งแล้วก็ใช้กำแพงไม้มากั้นเพื่อไม่ให้ตก ทำให้วิ่งขึ้นได้สบายมาก


ส่วนพื้นที่ว่างอีกด้านของตัวบ้าน บอกตามตรงว่ายังไม่รู้จะเอามาทำอะไร เอาไว้คิดทีหลังก็แล้วกันครับ



จริงๆผมโอเคที่ผนังส่วนใหญ่ของตัวบ้านจะโล่งๆ เพียงแต่ว่าถ้ามันมีคอนเซ็ปท์ของการเป็น "ร้านอาหาร" เหมือนรีสอร์ทใกล้แม่น้ำ เลยรู้สึกว่าควรจะติดอะไรเพิ่มเข้าไปหน่อย เลยเลือกแป้นบาสเก็ตบอลเพราะดูเก๋ดี ส่วนของชั้นสามเป็นหัวของวัวกลายพันธุ์ (มีสองหัวติดกันในตัวๆเดียว)



ด้านหน้าของบ้านก็คือโซนร้านอาหารหรือที่ให้แขกนั่งเหมือนกัน บริเวณนี้ผมกำหนดให้ลูกค้าสูบบุรี่ได้ตามใจชอบ แต่ด้านในร้าน... "ห้ามสูบบุหรี่"!!!



โต๊ะกลมสองตัวนั้น ตอนแรกผมจะเอาไปใส่ไว้ภายในร้านชั้นหนึ่ง เพียงแต่มันดูเกะกะเลยต้องอัปเปหิมันออกมาอยู่ด้านนอก ซึ่งลูกค้าก็สามารถมานั่งชิว ชมภาพชีวิตของชาวบ้านได้ครับ



อีกด้านของด้านหน้าเป็นโซฟาให้ลูกค้ามานั่งชิวอีกเหมือนกัน หรือใครจะใช้ตรงนี้สำหรับนัดแนะกับเพื่อนฝูงก่อนเข้าร้านก็ได้ หรือเบื่อๆอยากออกมาสูบบุหรี่พลางชมชีวิตของชาวบ้านก็ไม่มีปัญหา




ตรงด้านหน้าบ้านจะมีทางขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งก็คือบ้านส่วนตัวของผมเอง เพื่อให้ตรงคอนเซ็ปท์ "บ้านโปร่งเหมือนรีสอร์ทใกล้แม่น้ำ" ตรงชั้นสองจะมีประตูรั้วกั้นเอาไว้ด้วย แล้วทำไมถึงไม่เอาบันไดไปไว้ด้านข้างหรือด้านหลังล่ะ? อืม... นั่นสินะครับ ฮ่าๆๆๆ! หาข้อแก้ตัวไม่ถูก!



ที่อยู่ติดกับบันไดคือ "ห้องส้วม" ครับ แต่อย่าถามผมว่าทำไมมันถึงไม่มีอ่างล้างมือด้วย ...ไปถามคนทำเกมเถอะครับ

ด้านหน้าห้องส้วม ผมเลือกแพทเทิร์นที่ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสที่มีกำแพงกับช่องประตูตรงกลาง ทำให้พื้นที่ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำดูดีขึ้นมาหน่อย แล้วก็มีติดป้ายสัญลักษณ์ชายหญิงกับตกแต่งรูปปั้นอะไรเล็กน้อยด้วย ผมค่อนข้างชอบตรงด้านนี้เลยนะ

ข้อเสียของห้องส้วมนี้คือ ฟากด้านในตัวห้องส้วมค่อนข้างแคบ ชนิดที่เรียกว่าน่าอึดอัดเลยละ


ส่วนประตูห้องส้วม ผมเลือกใช้บานประตูสีแดงเพราะลองใช้สีอื่นแล้วมันดูกลืนๆ แล้วก็เลือกอันที่มีช่องด้านบน เพราะอะไรน่ะเหรอครับ? เพื่อระบายอากาศไงเล่า!



ทีนี้มาดูด้านในบ้าง ตัวโถส้วม... มันเละอย่างที่เห็นนี่แหละครับ หาอันดีๆมาใช้ไม่ได้เลย... ไม่สิ รู้สึกว่าในเกมจะไม่มีโถดีๆให้เราเอามาใช้เลยนะ แย่จัง... แน่นอนว่าถ้าเป็นของจริง ผมต้องเลือกอันที่ดีที่สุดอยู่แล้ว!



ด้านตรงข้ามโถส้วมคือรูปภาพ เอาไว้ผ่อนคลายเวลาขับถ่ายครับ ฮ่า... ชิวซะไม่มี แน่นอนว่าของจริงผมต้องมีติดเทียนอาโลม่าหรืออะไรสักอย่างด้วย

ก็ห้องส้วมมันคือส่วนที่สำคัญที่สุดของบ้านหรือรีสอร์ทใช่มั้ยล่ะ!?




ทีนี้มาดูด้านหลังบ้าง

ด้านหลังมุมเฉียง : ด้านซ้ายของภาพคือครัวกลางแจ้งนั่นเองครับ จากมุมนี้เราจะเห็นแค่ "ส่วนหนึ่ง" ของตัวบ้าน ไม่เห็นทั้งหมด ปัญหาคือ ถ้าเอามาใช้สร้างในชีวิตจริง เราจะต้องเผชิญทั้ง "ถ้ำมอง" จากฟากตรงข้าม, โจรที่ถ้าหากจะปีนก็ปีนกันง่ายๆ แล้วก็ยุงหรือสัตว์อย่างพวกตุ๊กแกหรืออะไรแบบนี้แหละ! 



ด้านหลังตรงบริเวณครัว จะมีทางลงให้มาทิ้งขยะได้ด้วย เป็นจุดเดียวของบ้านที่เชื่อมระหว่างด้านหน้าบ้านกับด้านหลังบ้านครับ



ครัวกลางแจ้งนั้น จะเห็นว่าผมต่อพื้นออกไปนอกบริเวณ มีที่ปิ้งย่างซึ่งใช้การอะไรไม่ได้ในเกม แต่ดูเข้ากับบรรยากาศดีเลยเอามาใช้ ส่วนที่อยู่ถัดออกไปคือ Cook Station ที่เอาไว้ให้เราย่างเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์จริงๆ


มาดูต่อที่ภาพด้านหลังมุมตรง จะเห็นว่าผมต้องการความโปร่งโดยเน้นที่ "ทิวทัศน์" แม่น้ำกับป่าเป็นหลัก



ต่อมาก็คืออีกมุมของด้านหลัง ซึ่งได้มีสร้างรั้วเอาไว้ด้วย



รั้วเนี่ย ผมทำให้มันรัดกุมจนปีนขึ้นจากตรงนี้ไม่ได้ ถึงผมจะเน้นคอนเซ็ปท์ "โปร่ง" แต่ก็อยากจะทำรั้วกั้นเอาไว้บ้างเพื่อให้มันดูดีหน่อย ผมลองกระโดดดูแล้ว ข้ามไม่ได้แน่นอน (แต่ถ้าเป็นของจริงละก็ ปีนได้สบาย ฮ่าๆ)





ชั้น 1

ตั้งใจทำบ้านแบบชิวๆ แต่คิดไปคิดมาก็ "เอ๊ะ ถ้าทำให้บรรยากาศเหมือนร้านล่ะ" ก็เลยเป็นที่มาของคอนเซปท์ "บ้านโปร่งที่เหมือนรีสอร์ทใกล้แม่น้ำ" ถ้าดูจากด้านหน้า ลูกค้าจะมองทะลุตัวร้านจนเห็นวิวทิวทัศน์ด้านหลังได้ระดับหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ผมชอบเวลามองจากหน้าบ้าน

หัวใจของจุดนี้ และเป็นจุดที่ผมสร้างเป็นอันดับแรกสุดของตัวบ้านเลยก็คือ บริเวณเคาน์เตอร์สำหรับนั่งชิวนี่แหละครับ!



ดูจากภาพจะเห็นว่าตรงมุมหนึ่งมีทีวีตั้งอยู่เอาไว้ดูอะไรขำๆพลางนั่งจิบเครื่องดื่มไปด้วย ด้านขวาจะเห็นสะพานทางเข้าของหมู่บ้าน

ทีนี้ถ้าลองมองไปด้านซ้าย เราจะเห็นภาพอันสวยงามของแม่น้ำและป่า... โอ้ว สุดยอด เลยคิดดูสิครับ นั่งจิบเบียร์หรือไวน์ดีๆ บนเคาน์เตอร์แล้วก็ดูวิวแบบนี้ไปด้วย... ผมละแทบอยากจะกระโดดเข้าไปในเกมนี้ทันทีเลย!



ตอนกลางคืนก็มีลูกน้องเรามานั่งดื่มด้วย ยังไม่ได้ติดไฟฟ้าเลยมืดๆหน่อย... ชิวเลยสินะ แก!



ถัดมาทางด้านหลังเคาน์เตอร์จะมีโต๊ะแบบแฟมิลี่ (โต๊ะใหญ่) ใกล้ๆกันเป็นตู้เพลงเอาไว้ฟังชิวๆ



โต๊ะแบบแฟมิลี่นั่น ถ้านั่งหันหลังให้วิว จะได้เห็นหน้าร้านเวลาใครเดินเข้าออก กับภาพน้องหมาน้องแมวเอาไว้ดูแก้เบื่อด้วย



แต่ท่านั่งอีกฝั่งก็จะแจ็กพ็อตนิดนึง เพราะได้เห็นวิวกับบรรยากาศโล่งๆโปร่งๆของตัวร้าน ถ้าตรงเคาน์เตอร์ไม่ว่าง มานั่งตรงนี้แทนก็โอเคอยู่




ที่ว่ามานั่นคือโซนด้านขวาของชั้นหนึ่ง ทีนี้มายังโซนด้านซ้ายบ้าง โซนทางด้านซ้ายนี้จะเน้น "ความเป็นส่วนตัว" มากกว่าจะนั่งชมวิวทิวทัศน์กัน

พอเดินเข้ามาก็จะเห็นโซฟาเดี่ยวสีแดงซึ่งตั้งหันหน้ามาทางทางเข้าของร้าน นั่งตรงนี้อาจไม่เห็นวิว แต่ได้ดูภาพชีวิตของชาวบ้าน "แบบในร่ม" แทน เอาไว้สำหรับต้องการนั่งขำๆ ไม่ได้กินอะไรหนักๆ แค่เครื่องดื่มเล็กๆน้อยๆแล้วค่อยไป หรือไม่ก็รอคน




ถัดจากโซฟาสีแดงไป จะมีโต๊ะกลมเล็กสามตัวกับเคาน์เตอร์เล็กอีกหนึ่งตัว



เริ่มไล่นั่งจากตัวด้านในสุดของร้านกันเลยนะครับ เก้าอี้ตัวด้านในสุดนี่... ค่อนข้างจะเป็น "โลกส่วนตัว" คือแทบไม่เห็นวิวหรืออะไรมากมาย เรียกว่าเอาไว้ใช้คุยงานกันอย่างเดียวเลยจริงๆ



ส่วนที่นั่งอีกฟากของโต๊ะด้านในสุด ก็จะได้เห็นโลกภายนอกกับเขาบ้าง แต่แค่นิดหน่อยน่ะนะ


ถัดมาเป็นโต๊ะกลมที่ก็ถือว่าอยู่ด้านในสุดอีกเหมือนกัน ถ้านั่งฝั่งหนึ่งเราพอจะเห็นท้องฟ้ากับป่าอยู่บ้าง ถือว่าไม่อึดอัดจนเกินไป เหมาะแก่การนั่งกินข้าวอย่างเดียวหรือนั่งคุยงานไม่ก็เรื่องสำคัญอีกเช่นกัน



ส่วนที่นั่งอีกด้านของโต๊ะตัวนี้ ก็ค่อนข้างจะโอเคกว่าโต๊ะด้านใน อย่างน้อยคือจะได้เห็นโลกภายนอกของฝั่งตัวหมู่บ้าน ตอนสร้างใหม่ๆมีลูกค้ามานั่งดื่ม ก็ไม่เห็นบ่นไรนะ ฮ่าๆๆๆ



ถัดออกมาคือตัวที่อยู่ใกล้กับโซฟาสีแดงที่สุด โต๊ะตัวนี้แน่นอนว่าต้องเห็นวิวด้านนอกมากขึ้นกว่าสองตัวด้านใน



ลองหันหน้านั่งไปทางหน้าร้าน ก็เห็นวิวหมู่บ้านได้อยู่ระดับหนึ่ง ถ้าหันหน้าไปทางหลังร้าน ก็จะเหมือนกับตัวด้านในก่อนหน้านี้ ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่



ในบรรดาโซนด้านใน จุดที่จะเห็นวิวได้มากสุดคือตรงเคาน์เตอร์นั่นเอง แน่นอนว่าเอาไว้สำหรับนั่งชิวคนเดียวเวลาต้องการเห็นมุมอื่นนอกจากทิวทัศน์ฝั่งแม่น้ำหรือป่าบ้าง (หรือเคาน์เตอร์ตรงนั้นเต็ม เลยต้องมานั่งตรงนี้แทน ซึ่งก็ยังถือว่าดีกว่าโต๊ะกลมด้านในสุด)




เอาละ จบทัวร์ชั้นที่หนึ่งแล้ว ไปทัวร์ชั้นสองกัน


ชั้น 2

คอนเซ็ปท์ของชั้นสองคือ "ที่อยู่อาศัยแบบโคตรจะโล่งโจ้ง" ใช่แล้ว นอนตากลม อาบน้ำตากลมกันเลยทีเดียว!

พอขึ้นบันไดจากทางหน้าบ้านแล้วเปิดประตูรั้วมาปุ๊บ... ทางด้านหนึ่งจะเป็นห้องนอนครับ ห้องนอนนั้นผมเลือกปิดสามมุมแล้วเปิดโล่งอีกมุมหนึ่งแทน เป็นการสร้างความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกนิด พูดง่ายๆคือ เป็นการ "แบ่งโซนด้วยความรู้สึก" มากกว่าจะมีกำแพงมาช่วยกั้น 

ถ้าผมมีเมียแล้วเมียถามผมว่า "นี่ พี่ ทำไมเปิดโล่งซะขนาดนี้ล่ะ เวลามีอะไรกันจะทำไง"

ผมก็คงจะตอบว่า

"ก็ทำให้มันดังสนั่นไปเลยสิจ้ะ ที่รัก"

ฮ่าๆๆๆๆ!!!

อ้อ ตรงปลายเตียงนอนคือตู้ใส่ของครับ



ถ้าตื่นนอนตอนเช้ามา เราจะเห็นวิวทิวทัศน์ทันทีเลยครับ เพราะอย่างนี้ผมเลยเลือกจะเปิดโล่งแทนการปิดด้วยฝาผนัง 

แต่ถ้าเป็นของจริง แน่นอนว่าจะต้องเลือกติดด้วยกระจกแทนเพื่อกันยุงหรือสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย


ส่วนรูปภาพประดับห้องนอน ผมเลือกติดตรงด้านข้างมากกว่าจะเป็นตรงหัวนอนก็เพราะ เวลาที่นอนลงไป (หันหัวไปทางกำแพง) สายตาของเราก็จะเห็นภาพทันทีเลยไงครับ

ภาพที่ผมเลือกส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับทะเล เอาไว้เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ทั้งก่อนนอนและหลังตื่น



ทีนี้มาถึงส่วนสำคัญ "ห้องอาบน้ำ" ครับ

ใช่ ผมเรียกว่า "ห้องอาบน้ำ" แต่แม่มเปิดโล่งเลยครับ! ถึงได้เรียกว่าลงอ่างแช่น้ำตากลมไง! 

เซ็กซี่ชะมัด!



ที่ผมทำแบบนี้เพราะ เวลาลงอ่างอาบน้ำ เราจะเห็นวิวที่สวยใช้ได้เลยครับ 


...อ้อ เช่นกัน ถ้าเป็นของจริงก็ต้องมีกระจกมากั้นแทนฝาผนังเพื่อกันสิ่งแปลกปลอมอันไม่น่าพึงประสงค์ทั้งหลาย

เอาละ จบชั้นสองแล้ว ไปชั้นสามกันต่อเลย!


ชั้น 3

ผมพยายามสร้างบ้านทั้งหมดมานี่ก็เพื่อชั้นนี้เลยครับ ชั้นที่สาม ชั้นที่เอาไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือชิวๆ 

เนื่องจากว่ามันเป็นเกม ผมเลยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตกหรืออะไรมากนัก เลยเลือกจะสร้างบริเวณสำหรับนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือนั่งชิวเงียบๆคนเดียวแบบเปิดโล่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เน้นให้เห็นวิวของแม่น้ำกับป่าในวงกว้าง และเห็นมุมสวยได้ดีกว่าตรงเคาน์เตอร์ชั้นหนึ่ง



พูดถึงบันไดทางขึ้นชั้นสามนิดหน่อย ผมเลือกจะให้มันเปิดโล่งที่สุดตามคอนเซ็ปท์ที่อยู่ในหัว ถ้าดูจากนอกบ้านจะเห็นว่าตรงบันไดผมเอาไม้มาปิดกั้นทั้งตรงปลายบันไดชั้นล่างและหัวบันไดชั้นบน ทั้งหมดก็เพื่อให้วิ่งขึ้นวิ่งลงได้สะดวก ไม่เผลอวิ่งตกจากบ้านไปก่อนนั่นเอง

ตอนออกแบบตรงนี้ผมกังวลว่าจะเอาอะไรมาวางเป็นรั้วให้พอดี จะเห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นการเอาเสามาปักๆแทนกำแพง เพราะตัวเลือกในเกม (เท่าที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้) มันไม่มีกำแพงที่ดูเหมาะ เลยต้องใช้วิธีปักๆๆๆแบบนี้แทน ซึ่งก็ออกมาดูเก๋ดี



ก่อนจะเข้าไปบริเวณที่อ่านหนังสือ ก็ต้องผ่านประตูรั้วด้วยเหมือนกันครับ



แล้วก็มาถึงหัวใจสำคัญครับ ฮ่า... นี่แหละที่ผมต้องการ การสร้างบ้านทั้งหมดได้บรรลุเป้าหมายแห่งการฟินแล้ว

ทั้งในเกมและชีวิตจริง ผมอยากนั่งชิว กินบรรยากาศไป จิบกาแฟไป อ่านหนังสือไปแบบนี้แหละครับ



องค์ประกอบสำคัญของบริเวณอันสุดรักคือ เก้าอี้เอนหลังพร้อมที่พาดขาหนึ่งตัว โคมไฟตั้งพื้นเอาไว้ใช้อ่านหนังสือตอนกลางคืน และโต๊ะเล็กสำหรับวางหนังสือ แก้วกาแฟ และกากาแฟนั่นเอง

เท่านี้แหละ เรียบง่ายแต่โคตรฟิน!



เวลานั่งแล้ว เราก็มองวิวได้อย่างทั่วถึง ผมคำนึงถึงเวลาที่อ่านหนังสือจนเหนื่อยสายตาแล้วอยากพักบ้าง ลองนึกดูสิครับ พอลดหนังสือลงปุ๊บ ภาพแบบนี้ก็ปรากฏขึ้นมาทันที... โอ้ พระเจ้า ผมขอบ้านที่มีมุมเจ๋งๆแบบนี้สักหลังเหอะ!!





นี่แหละครับ "บ้านกึ่งร้านอาหารสไตล์รีสอร์ทใกล้แม่น้ำ" มันเหมือนจะเป็นแค่เกม แต่ส่วนหนึ่งมันคือภาพสะท้อนในความรู้สึกของผมที่อยากจะได้อะไรแบบนี้ในชีวิตจริง

โดยรวมแล้วผมค่อนข้างพอใจและภูมิใจกับบ้านหลังแรกในเกม Fallout 4 ซึ่งไม่ได้คำนึงเรื่องความเป็นจริงอะไรมากมาย ไม่ได้คำนึงถึงความสูงหรือความใหญ่โตมโหฬาร แต่เน้นไปที่ "บรรยากาศ" ถ้าเอาแนวความคิดนี้ไปประยุกต์กับของจริงได้ก็คงดี

ปัญหา (ในเกม) ตอนนี้มีแค่ว่า 

1) ถ้าเดินไฟฟ้าแล้ว จะต้องปรับเปลี่ยนตรงไหนอีกหรือเปล่า

และ

2) พื้นที่ชั้นสาม หัวใจของบริเวณอ่านหนังสือก็จริง แต่ด้านในจะมีส่วนที่เป็นกำแพงโอบสามด้านเหมือนกับตรงห้องนอนของชั้นสอง บริเวณนั้นผมเอาไว้เก็บของ แต่ไอ้ตรงที่เปิดโล่งอีกด้านนี่น่ะสิ จะทำยังไงกับมันดี







Create Date : 15 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2558 17:26:14 น.
Counter : 3955 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog