ขุมทรัพย์จากการลดน้ำหนัก : บทเรียนที่ 4 (จบ?)
บทเรียนที่ 4 (จบ?)
ข้าศึกจะโจมตีกลับได้ถ้าประมาทเกินไป 
(ทำไมเราถึงต้องร่วงหล่น)

คราวนี้ผมได้เจอตัวบอสใหญ่ของปัญหาที่ทำให้ผมอ้วนไม่หยุด ที่ผมได้เจอกับมันก็เพราะความประมาทของผมเอง นึกว่าได้ชัยชนะมาแล้วทุกอย่างจะจบ แต่ไม่ใช่เลย เมื่อประมาท ข้าศึกก็พร้อมจะโจมตียึดเอาที่มั่นกลับเสมอ

การที่จู่ๆน้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นนั้น เกิดเป็นคำถามที่ผมเองก็ต้องลองหาคำตอบเหมือนกัน ว่าไฉนชัยชนะที่แสนภาคภูมิใจ ถึงกลับกลายมาเป็นยาพิษย้อนมาทำร้ายตัวเราได้?

บทเรียนครั้งนี้ของผม นำมาสู่การแก้ไขที่เป็นปัญหาที่แท้จริง ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจิตใจ! หรือนี่จะเป็นบอสใหญ่ที่เป็นตัวการของเรื่องทั้งหมด?



("ทำไมเราถึงต้องร่วงหล่น? ก็เพื่อให้เราเรียนรู้จะดึงตัวเองกลับขึ้นมายังไงละ" เป็นหนึ่งในคำพูดประโยคฮิตจาก Batman The Dark Knight Trilogy) 


ความผิดพลาดและความล้มเหลว ผมมองว่าเป็นทั้งคำสาปและมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ บรรพบุรุษของเรากระโดดลงจากต้นไม้สู่ทุ่งหญ้าสะวันนาโดยไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรรออยู่ข้างหน้า... เราจะมองว่านั่นคือความผิดพลาดก็ได้ เพราะถ้าไม่ลงจากต้นไม้ ก็จะไม่มีวันเจอกับเสือเขี้ยวดาบหรืออันตรายนานัปการ ช่าย... อยู่บนต้นไม้ไปเถอะ สบายใจเป็นบ้าเลย

แต่มองในอีกแง่มุมหนึ่ง ถ้าบรรพบุรุษเราไม่โง่พอจะกระโดดลงมาจากต้นไม้และต้องเสี่ยงภัยกับสิ่งรอบตัว... ป่านนี้คงไม่มีมนุษย์จอมอวดเบ่งอย่างพวกเรา บรรพบุรุษเราใช้วิธีที่เรียกกันว่า Trial and Error หรือ “การลองผิดลองถูก” เป็นตัวเรียนรู้ว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่ ถ้าทำแล้วไม่ใช่ก็เปลี่ยนวิธีการ แล้วหันไปพัฒนาจากอันที่ใช่แทน

ถ้าผมมัวแต่ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น แล้วไม่ลองผิดลองถูกกับวิธีลดน้ำหนักที่แปลกประหลาด ผมก็คงไม่มีวันลดน้ำหนักได้ ในการลองผิดลองถูกสำหรับมนุษย์ปัจจุบัน ไม่ใช่เราจะสุ่มสี่สุ่มห้าลอง แต่เราลองจากการคาดการณ์ว่า “มันน่าจะดีกับตัวเรา” (เช่น เรารู้ว่ายาเสพติดคงไม่มีประโยชน์อะไรต่อตัวเราแน่ ลองไปก็เปล่าประโยชน์ เป็นต้น) ถึงได้ลงมือทำ ความสามารถนี้ย่อมต้องเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ และคำสาปก็สามารถกลายเป็นพรอันประเสริฐได้เช่นกัน

แล้วความประมาทล่ะ? ความประมาทจะเหมารวมว่าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะมนุษยชาติอย่างพวกเราได้หรือไม่

หลังจากฝ่าฟันความผิดพลาดมากมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ผมก็ลดน้ำหนักได้สำเร็จ
หลังจากฝ่าฟันเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียงนินทามามากมาย ผมก็พัฒนาวิธีที่จะปล่อยมันไปแล้วเลือกจะหันมาโฟกัสยังเป้าหมายแทน

แต่แล้วก็มาพลาดเอาง่ายๆกับแค่สิ่งที่เรียกว่า “ความประมาท” ข้าศึกที่รักของผมจึงจู่โจมกลับแบบเงียบๆโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยจริงๆ

พอน้ำหนักลงมาถึง 76 กิโลฯ ผมเริ่มย่ามใจ ทะนงตน คิดว่าตัวเองชัวร์แล้ว เที่ยวแนะนำใครต่อใครเรื่องลดน้ำหนัก พูดไปด้วยความภาคภูมิใจราวกับยืนอยู่เหนือโลก 

ผ่านไปสองหรือสามปี น้ำหนักผมเพิ่มขึ้น เฉียด 90 หรือ 90 ต้นๆเห็นจะได้ เสื้อบางตัวเริ่มคับ กางเกงที่เคยใส่ได้พอดีกลับฟิต คนรู้จักที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลายปี เริ่มทักว่า “เฮ้ย อ้วนขึ้นนะ” ...ให้ตายเถอะ ทั้งหมดนี่เล่นเอาผมรู้สึกเสียศูนย์ แต่ผมก็เหมือนจะปล่อยคำพูดหรือเรื่องพวกนี้ให้ผ่านหูไป คล้ายกับไม่อยากจะยอมรับความจริง ทั้งที่ตัวเองรู้ดีกว่าใคร

ใช่ รู้ดีกว่าใคร เพราะรู้ดีถึงได้กลับมาออกกำลังหลังจากที่หยุดไปนาน แต่ก็ยังอ้วนขึ้นเรื่อยๆ

เพราะอะไร?

คำตอบคือ กินมากขึ้น และออกกำลังกายเหยาะแหยะกว่าเดิม

ผมกลับมาออกกำลังกายด้วย HIIT Cardio แต่ด้วยท่าที่โคตรจะเหยาะแหยะ (เพราะกลัวว่าจะหักโหมเกินไปนั่นแหละ ขอบคุณนะ เหล่านักวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลาย) ออกกำลังกายแบบวันเว้นวัน แล้ววันไหนขี้เกียจ (เช่น นอนดึก หรือมีออกงานอีเว้นท์) ก็จะหยวนไปอีก อีกทั้งยังกินแบบไม่ระวังตัวเอง สั่งข้าวแกงแถวบริษัทแบบกับข้าวสามอย่างพร้อมเพิ่มข้าวพูนๆ แล้วตอนเย็นหลังเลิกงานยังกินอะไรทอดๆมันๆ ลูกชิ้นทอด, หนมปังหน้าหมู (ทอด),  ปาท่องโก๋ ฯลฯ

ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมน้ำหนักถึงกลับคืนมาอีกครั้ง และ... ผมก็ได้เข้าใจว่านี่แหละ ต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เมื่อสมัยก่อนลดน้ำหนักไม่สำเร็จเสียที



เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้อ่านหนังสือที่ชื่อ The Willpower Instinct ใช้ชื่อไทยว่า “อ่านตัวเองได้ ชนะง่ายทุกสนาม” ชื่อฟังเหมือนหนังสือ Self-help น่าเบื่อทั่วไป แต่จริงๆมันคือหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ อ้างอิงถึงผลการทดลองและการวิจัยที่เชื่อถือได้ (ถ้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาบ่อยๆ จะรู้จักเรื่องหมาของอีวาน พาฟลอฟ การทดลองโดยใช้หนู ฯลฯ) และหนังสือเล่มนี้แหละคือหนึ่งในกุญแจที่เป็นคำตอบของผมเอง (สรุป หนังสือดี แต่การตั้งชื่อมันชวนให้เขวจริงๆ) 

เมื่อตอนเด็กนั้น ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมติดพฤติกรรมอยู่อย่างคือ กิน กิน แล้วก็กิน กินแล้วก็เครียด เครียดแล้วก็แก้ด้วยการกิน ยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน บางครั้งยังอ้างด้วยซ้ำ “ฉันสมควรจะได้รับรางวัล เพราะทำงานมาหนัก (เพราะอกหัก เพราะ บลาๆๆๆ ก็ว่ากันไป)” ตอนผมทำงานอยู่แถวคลองตัน ผมมักลงไปหาอะไรกินที่แถวรามฯ แถมกลับไปถึงบ้านตอนดึกๆ ก็ยังกินข้าวต่ออีกหนึ่งมื้อ เรียกว่ากินข้าวเย็นแล้วยังกินมื้อดึกอีก!

แต่ฉันทำงานเครียดนะ ฉันสมควรจะได้กินสิ! อะไรนะ จะให้ระวังตัวเองเหรอ? อะไรกัน แค่ทำงานก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ไม่มีเวลามานั่งคิดอะไรเครียดๆหรอก ขอกินละ! 

ทว่าลึกๆผมรู้แก่ใจว่า มันไม่ถูกต้อง ยิ่งกินก็ยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม ผลลัพธ์คือ 114 กิโลครึ่งอย่างที่พวกคุณได้อ่านกันในบทเรียนที่ 1 



ย้อนกลับไปอีก สมัยที่ผมยังเรียนสวนดุสิต ผมมีพฤติกรรมที่อุจาดมาก คือชอบนอนดึก นอนตีหนึ่งตีสอง ตอนแถวๆเที่ยงคืน ผมจะหาอะไรกินควบคู่ไปกับการเล่นเน็ท! มาม่าแบบสองห่องี้! กับข้าวที่ยังเหลือจากเมื่อตอนเย็นงี้! แคบหมูติดมันงี้!

เพราะอะไร? เพราะมันอร่อย? ไม่ใช่หรอก เพราะยิ่งกินยิ่งเครียด ยิ่งเครียดก็ต้องยิ่งหาความสุขจากอะไรสักอย่าง และจะมีความสุขอะไรที่หาได้ง่ายมากเท่ากับการกินไปเล่นเน็ทไป เพลินซะไม่มี!

นี่คือต้นเหตุของเรื่องราวที่แท้จริงซึ่งส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน แม้กระทั่งหลังจากที่ลดน้ำหนักรอบแรกได้สำเร็จแล้ว

หนังสือ The Willpower Instinct ได้พูดถึงสารสื่อประสาทตัวหนึ่งชื่อ “โดพามีน” ซึ่งอยู่ในสมองของเรา สารโดพามีนจะเกี่ยวข้องกับระบบการให้รางวัล อย่างเช่น หมาของพาฟลอฟ ซึ่งจะน้ำลายหยดทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกระดิ่ง เพราะถูกสอนให้เชื่อว่าเมื่อเวลามีกระดิ่งดัง แสดงว่าจะมีอาหารตามมาด้วย มันก็เลยน้ำลายไหลโดยอัตโนมัติต่อให้ไม่มีอาหารปรากฏขึ้นจริงๆก็ตาม

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้เสพติด! ทำไมเราถึงได้เสพติดการไปเที่ยว การกินเหล้า สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ใช้จ่ายเงินแบบไม่ยั้ง คำตอบคือ เพราะเรา “คาดหวังว่าจะได้ความสุข” มีบางสิ่งกระตุ้นให้โดพามีนในสมองของเราหลั่งออกมา เมื่อผมเห็นสเต็กน่าอร่อย ผมจะรู้สึกว่า “จงกินซะ ถ้ากินแล้วนายจะมีความสุข” แต่เมื่อกินแล้วก็เกิดเป็นแค่ความพึงพอใจชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเครียด แล้วพอโดพามีนถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาใหม่ เราก็จะ “มองหาความคาดหวังต่อไป” ซึ่งต่อไปจะเป็นอะไรล่ะ? 

ในกรณีของผมคือ เป็นได้ทั้งการซื้อหนังสือแบบไม่ยั้งมือ กดซื้อเกมจาก Steam แบบไม่ยั้งมือ กินจุบกินจิบแบบไม่ยั้งปาก

ผลที่ตามมาคือ ผมหมดเงินไปมากมายกับสิ่งที่ “คาดว่าน่าจะให้ความสุขได้” และน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นเพราะ “การกินที่คาดว่าน่าจะให้ความสุขได้” ผมเป็นทาสของโดพามีน ไม่ต่างอะไรกับเจ้าหมาของพาฟลอฟ น้ำลายไหลทุกครั้งที่ได้ยิงเสียงกระดิ่ง!

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีข้อมูลอีกว่าคนที่พยายามควบคุมตัวเองนั้น บางครั้งจะปล่อยตัวเองให้ทำผิดได้ง่ายขึ้น เช่น นักกีฬาเก่งๆที่มีระเบียบวินัยสูงแต่กลับเป็นคนติดเซ็กส์ กรณีของผมคือ ผมพึงพอใจที่ได้ควบคุมตัวเองจากการลดน้ำหนักและการทำงานหนัก นั่นแปลว่าผมได้รับใบอนุญาตจากตัวเองให้ซื้อหรือกินอะไรก็ได้ตามความพึงพอใจ ซึ่งมันผิด!



เป็นอีกครั้งที่อาการผิดปกติของร่างกายได้ดึงผมกลับมาสู่ความเป็นจริง และเรื่องคราวนี้ก็อุจาดมาก

มีอยู่ช่วงใหญ่ๆที่ท้องไส้ผมเกิดผิดปกติ ผมท้องผูกบ่อยขึ้นและไม่ได้ถ่ายอยู่หลายวัน เมื่อได้ถ่ายทีก็จะเป็นแบบท้องเสียทั้งวัน ถ่ายหลายรอบจนหมด แล้วก็จะไม่ได้ถ่ายไปอีกหลายวัน ก่อนจะถึง “วันข้าศึกบุก” อีกคำรบ ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นประจำคือ ผมชอบไปท้องเสียอยู่บนทางด่วนระหว่างจะไปทำงานตอนเช้าครับ ไม่รู้เป็นบ้าอะไรถึงต้องไปท้องเสียเวลานั้น โคตร...ทรมาน! ทรมานฉิบหาย! อั้นแทบเป็นแทบตาย! จนกระทั่งวันหนึ่งผมร้องบอกกับตัวเองว่า “ไม่เอาแล้ว พอแล้ว ไม่อยากจะเป็นแบบนี้แล้ว”

โชคดีครับ น้องสาวหมายเลขสองของผมก็เป็นอะไรที่คล้ายๆกัน และน้องผมใช้วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อแก้ไขปัญหานี้คือ กินอาหารที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป, เน้นผักผลไม้หรือของนึ่งของอบ งดของมัน, ทำขนมปังสุขภาพกินเองซึ่งดีกว่าของฟาร์มเฮ้าส์ที่เป็นโฮลวีตแบบ “ขอไปที” เยอะ ที่สำคัญคือ ออกกำลังกายครับ การออกกำลังกายช่วยแก้ไขเรื่องระบบขับถ่ายได้

ผมไม่รอช้า รีบกระโจนลงไปทำแบบเดียวกับน้องผม มันทำให้ผมเสียเงินกับค่าของกินมากขึ้นกว่าเดิมเพราะอาหารสุขภาพมักมีราคาแพง (ไม่รู้ว่าเพราะอะไร) แต่ผมได้กินอะไรที่ดีกว่าเดิมเยอะ เช่น ข้าวกล้อง, สลัด, ถั่วต้ม, ไข่ต้ม, กล้วยหอม, นมจืด, โยเกิร์ต, เม็ดแมงลัก เป็นต้น

ส่วนการออกกำลังกาย ผมถือโอกาสนี้กลับมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง โดยตอนแรกผมไปโหลดคลิปจาก Youtube คือพวก HIIT Cardio ในหลายรูปแบบมา ตอนหลังจึงเปลี่ยนมาเป็น T25 ที่โด่งดัง

ได้ผลครับ! ท้องไส้ผมหยุดปั่นป่วน อาการท้องเสียแบบเดิมไม่มีอีกแล้วเพราะถ่ายบ่อยขึ้น แถม T25 ยังทำให้ผมแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อน หนำซ้ำเสื้อผ้าที่เคยทำท่าจะคับก็ยังกลับมาใส่ได้

มีโบนัสเพิ่ม เสื้อที่ไม่เคยใส่ได้เลยแม้แต่ตอนน้ำหนัก 76 กิโลฯ ผมก็ใส่ได้ทั้งๆที่น้ำหนักยังลงไม่ถึง 78 กิโลฯด้วยซ้ำ!

ตัวเลขน้ำหนักมันก็แค่ตัวเลข เพราะกลายเป็นว่าคราวนี้ร่างกายผมเฟิร์มกว่าแต่ก่อนตอนที่น้ำหนักลงมาเท่ากัน


(เสื้อสองตัวนี้ เคยมีปัญหาตอนน้ำหนัก 76 กิโลฯ แต่ตอนนี้แค่ 78-80 กิโลฯกลับใส่พวกมันได้ดีกว่าการลดน้ำหนักรอบที่แล้ว)

ความประมาททำให้ผมล้มเหลว แต่ความล้มเหลวรอบหลังนี้กลับกลายเป็นความตั้งใจที่จะทำให้ตัวเองดีมากขึ้นกว่าเดิม และมันก็ดีขึ้นกว่าการลดน้ำหนักรอบที่แล้วเสียอีก

ตอนนั้นเอง บอสใหญ่ก็ปรากฏตัวออกมาจนได้!

บอสใหญ่ที่คอยกระตุ้นโดพามีนในสมองของผม เจ้ากระดิ่งที่ทำให้ผมน้ำลายไหลและต้องคอยจับจ่ายใช้สอยหรือจับอาหารใส่เข้าปากเพื่อลดความเครียด

ศึกครั้งสุดท้าย (?) ได้เริ่มขึ้นแล้ว!!


ขุมทรัพย์ชิ้นสุดท้ายของผม... Ultimate Treasure : ผ้าคลุมสู่ประตูแห่งจิตใจ

ทุกวันนี้ผมกำลังปรับปรุงตัวเองเพื่อต่อสู้กับบอสตัวที่ว่า ผมกลับมานั่งสมาธิอีกครั้งเพราะมีการวิจัยบอกว่า การนั่งสมาธิจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในความอดทน ความยับยั้งชั่งใจ และทุกครั้งที่ผมเกิดความเครียดขึ้นจนอยากจะซื้อนู่นกินนี่ ผมก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนี้โดยตรง จะไม่หลบหนีมันโดยอ้างว่าทำงานก็เครียดอยู่แล้ว หรืออะไรแบบนั้นอีกต่อไป ผมต้องใจเย็นแล้วหาเบื้องหลังความรู้สึกที่อยากจะซื้อนู่นกินนี่ให้เจอ แล้วจัดการกับมันเสีย

นอกจากนี้ผมยังออกกำลังกายตามตาราง T25 ทุกวันไม่เว้นแม้แต่วันหยุด ผมออก Gamma ทั้งสองแบบเสร็จแล้วก็ย้อนกลับมาออกใหม่อีกรอบ และถ้าจบรอบนี้แล้วยังหาอย่างอื่นออกไม่เจอ ก็จะออกซ้ำมันไปอีกรอบนี่แหละ!


(ตาราง T25 Gamma ทั้งสองเวอร์ชั่น รอบที่ 2 คราวนี้ผมตั้งแรงจูงใจ (ใช้โดพามีนให้เป็นประโยชน์) โดยระบุว่า ถ้าออกกำลังกายครบหนึ่งอาทิตย์ตามตารางโดยไม่ขาดสักวัน ก็เอาไปเลย 100 บาท อาทิตย์สุดท้าย 500 บาท)



การต่อสู้ของผมยังคงดำเนินต่อไปคล้ายจะไม่มีวันจบ ผมคงจะต้องปฏิบัติภารกิจนี้ไปทั้งตลอดชีวิต เพราะเข้าใจแล้วว่าประมาทแม้เพียงนิดเดียวเป็นได้ล้มเหลวจนต้องกลับมาทำใหม่อีกครั้ง

ไม่ว่าพวกคุณจะลดน้ำหนักหรือจะทำอะไร ผมหวังว่าพวกคุณจะยังคงเดินหน้าต่อไป ท้าทายกับความผิดหวัง ความล้มเหลว เสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือคำนินทาใดๆ เพื่อจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม

มาเดินไปข้างหน้าด้วยกันดีกว่าครับ!
(จบ?)




Create Date : 04 มกราคม 2558
Last Update : 4 มกราคม 2558 10:02:58 น.
Counter : 815 Pageviews.

4 comments
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 1483857 วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:22:07:45 น.
  
ได้ความรู้ดี
ฝากเว็บด้วยค่ะ ข้อผิดพลาด 1ข้อที่ทำให้...ลดน้ำหนัก ไม่ได้ผล...คุณต้องรู้ รายละอียด goo.gl/y6lHsc
โดย: มะนาว (สมาชิกหมายเลข 1994291 ) วันที่: 28 กันยายน 2558 เวลา:15:37:35 น.
  
ขอบคุณที่อ่านหนังสือ The Willpower instinct ของสนพ.เรานะคะ

ดีใจที่เห็นว่าหนังสือดีและมีประโยชน์
(ขออนุญาตนำข้อความบางส่วนไปแชร์ในเพจสนพ.นะคะ)
https://www.facebook.com/SwitchPublishing

ส่วนเรื่องชื่อหนังสือ จะนำไปปรับปรุงต่อไปค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ ^/\\^
โดย: Switch Publishing IP: 58.8.155.85 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2558 เวลา:14:14:21 น.
  
ได้ความรู้ดีค่ะ

แจกฟรี pdf วิธีลดน้าหนัก หลังคลอด 20 กิโล //bit.ly/24mMDv4
โดย: ได้ความรู้ดีค่ะ (สมาชิกหมายเลข 2959468 ) วันที่: 5 มีนาคม 2559 เวลา:10:18:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]