ธันวาคม 2563

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ชุดดาร์คแองเจิล (Dark Angel) Mary Balogh เขียน

 

24/12/2020


ชุดดาร์คแองเจิล ประกอบด้วย
1. แผนรักเทพบุตร (Dark Angel)
2. เจ้าสาวของท่านลอร์ด (Lord Carew’s Bride)
3. วีรสตรีจอมเปิ่น (The Famous Heroine)
4. เจ้าสาวปริศนา (The Plumed Bonnet)
5. คริสต์มาสฝันรัก (A Christmas Bride)



#Romance #Historical #แปลอังกฤษ #นิยายแปล #นิยายชายหญิง #แผนรักเทพบุตร #ดาร์คแองเจิล #DarkAngel #เจ้าสาวของท่านลอร์ด #LordCarewsBride #วีรสตรีจอมเปิ่น #TheFamousHeroine #เจ้าสาวปริศนา #ThePlumedBonnet #คริสต์มาสฝันรัก #AChristmasBride #แก้วกานต์ #รีวิวนิยาย #ออโอ








 


 

แผนรักเทพบุตร (Dark Angel)  ชุดดาร์คแองเจิล #1 

Mary Balogh เขียน  มัณฑุกา แปล 

สำนักพิมพ์แก้วกานต์  แนว Historical Romance 

พิมพ์ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2554 

200 บาท  275 หน้า 

 

หลังปก 

 

เจนนิเฟอร์ วินวูด มาถึงลอนดอนเพื่อเปิดตัวสู่วงสังคม หล่อนตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะในที่สุดก็จะได้หมั้นหมายกับ ลอร์ดไลโอเนล เคอร์ซีย์ ชายในฝันที่หล่อนหลงรักมาเนิ่นนาน และแล้ว เกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์... เทพบุตรผู้อื้อฉาวแห่งวงสังคมลอนดอน...ก็ก้าวเข้ามา 

  

ทำไมเสือผู้หญิงที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ จนแม้กระทั่งชื่อของเขาก็ยังทำให้วงสังคมอกสั่นขวัญแขวน จึงพยายามใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อล่อลวงคนบริสุทธิ์อย่างเจนนิเฟอร์ และทำไมเจนนิเฟอร์จึงลืมคู่หมั้นผู้ไร้ที่ติของหล่อนเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของท่านลอร์ดผู้ไร้ศีลธรรม ทั้ง ๆ ที่เขาคือทุกสิ่งที่กุลสตรีพึงชิงชัง มีหลายสิ่งเหลือเกินที่เจนนิเฟอร์จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชาย...และตัวหล่อนเอง และเหนือสิ่งอื่นใด...เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างรักแท้และความจอมปลอม... 

 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

เล่มนี้เป็นเล่มแรกของชุดดาร์คแองเจิลในฉบับแปลไทย แต่ถ้าดูใน Goodreads เล่มนี้จะเป็นเล่มที่ 3 ในชุด Stapleton-Downes ซึ่งโอก็ยังงง ๆ อยู่ว่าแล้วสองเรื่องก่อนหน้านี่มันยังไง (สองเล่มนั้นชื่อภาษาอังกฤษคือ The Ideal Wife กับ A Precious Jewel ตามลำดับ) 

 

นางเอกเรื่องนี้ชื่อเจนนิเฟอร์ วินวูด เจ้าหล่อนเดินทางมาลอนดอนพร้อมกับลูกพี่ลูกน้อง ซาแมนธา เพื่อเปิดตัวสู่วงสังคมครั้งแรก เจนนิเฟอร์หมั้นหมายกับลอร์ดไลโอเนลมาหลายปีแล้ว แม้จะไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันมากมายนัก แต่เจนนิเฟอร์ก็หลงรักไลโอเนลหมดใจ เขาทั้งหล่อเหลาและเป็นสุภาพบุรุษ ผมสีทอง ตาสีฟ้า เหมือนเทพบุตร 

 

ตรงกันข้ามกับเกเบรียล เอิร์ลแห่งธอร์นฮิลล์ ที่ถึงแม้จะชื่อเกเบรียล แต่เขาเหมือนปิศาจมากกว่าเทพบุตร ด้วยผมและผิวสีเข้ม รวมถึงชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่ในวงสังคมชั้นสูง  

 

แน่นอนว่า เกเบรียลคือพระเอกค่ะ 

 

ชื่อเสียงด่างพร้อยของเกเบรียลมาจากการที่เขาลักลอบมีอะไรกับแม่เลี้ยงที่ยังสาวของตัวเองจนหล่อนตั้งครรภ์ เขาจึงต้องพาหล่อนหนีไปต่างประเทศ หลังจากหล่อนคลอดบุตร เขาก็ทิ้งแม่เลี้ยงคนนั้นและลูกหนีกลับมา 

 

และแน่นอนอีกเช่นกันว่า ข่าวลือนี้เป็นเท็จ แม่เลี้ยงของเขาลักลอบพบกับชายคนหนึ่งและมีลูกด้วยกันจริง เขาจึงต้องพาเจ้าหล่อนหนีจากพ่อที่อาจจะโกรธจัดจนทำอะไรที่ไม่คาดคิด เกเบรียลไม่สนใจแก้ข่าวลือที่ว่านี้ แต่เขาสนใจแก้แค้นชายชั่วที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราว ที่นอกจากหนีหายไปไม่รับผิดชอบแล้ว ยังลอยหน้าลอยตามีความสุขอยู่ในสังคมอีกด้วย 

 

และชายที่ว่านั่นก็คือ ไลโอเนล คู่หมั้นของเจนนิเฟอร์นั่นเอง 

 

เกเบรียลต้องการทำให้ไลโอเนลได้อับอาย จึงวางแผนที่จะทำให้เจนนิเฟอร์ถอนหมั้นไลโอเนล เขาเอาตัวเองเข้าไปแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งคู่ แผนการท้าทายนี้เป็นที่รู้กันระหว่างเกเบรียลและไลโอเนล เจนนิเฟอร์ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย คิดว่าที่เกเบรียลเข้าหาเพราะเขาต้องการเป็นเพื่อน และชอบหล่อนจากใจจริง สุดท้ายหล่อนจึงเป็นคนที่ได้รับบาดเจ็บมากที่สุด 

 

แต่จริง ๆ แล้ว เกเบรียลถูกใจเจนนิเฟอร์ตั้งแต่แรกพบ ยิ่งได้พูดคุย ได้รู้จักยิ่งชอบ ยิ่งเจนนิเฟอร์จริงใจกับเขา เกเบรียลก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ความต้องการแก้แค้นคนคนหนึ่งกลับต้องเป็นการทำร้ายเจนนิเฟอร์ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย 

 

เกเบรียลจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการในที่สุด แต่กลายเป็นว่า เขาถูกจอมวายร้ายไลโอเนลตลบหลังอย่างเจ็บแสบ 

 

เรื่องนี้ค่อนข้างดราม่าทีเดียว พระเอกต้องการแก้แค้นให้แม่เลี้ยง (หล่อนอายุไล่เลี่ยกับเขา ก็เหมือนเป็นเพื่อนกันแหละ) นางเอกเดิมรักตัวร้าย แบบฝังจิตฝังใจด้วย เป็นอารมณ์เด็กสาวที่เฝ้าใฝ่ฝันหาเจ้าชาย ซึ่งเจ้าชายคนนั้นก็หล่อเหลาและสุภาพมาก แถมตัวเองยังมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะฝันด้วย เพราะพ่อของทั้งคู่ตั้งใจให้หมั้นกันแต่แรก เจ้าหล่อนก็เลยไม่เคยเหลียวแลคนอื่นเลย ปักใจกับคนนี้ตลอด แต่มันเป็นรักแบบหลง เพราะอันที่จริงหล่อนก็ไม่เคยคุยกับเขาเป็นกิจจะลักษณะ ไม่รู้นิสัยใจคอที่แท้จริง ไม่รู้ว่าจะเข้ากันได้หรือเปล่า ส่วนตัวร้ายก็ร้ายได้น่าอัดมาก 

 

ไลโอเนล หนุ่มผมทองตาสีฟ้า ยศสูงศักดิ์ เป็นตัวอย่างของคนที่หน้าไหว้หลังหลอก ตลบตะแลง ปลิ้นปล้อน รู้ว่าตัวเองหน้าตาดี ท่าทีน่าเชื่อถือ ก็เอาข้อดีของตนไปหลอกลวงคนอื่น เพื่อสนองความต้องการ เพื่อความสนุกสะใจของตัวเอง ร้ายแบบน่าเตะสุด ๆ สาว ๆ ควรดูไว้นะคะ ผู้ชายหน้าตาท่าทางดีไม่ใช่พระเอกเสมอไป ตัวอย่างอยู่ที่นี่แล้ว /ผายมือ 

 

ตอนอ่านเรื่องนี้ค่อนข้างอึดอัดนะ อย่างนางเอก นางก็จะเพ้อถึงแต่ตัวร้าย เพราะเข้าใจว่าตนหลงรักมานาน จริง ๆ นางรู้สึกดีกับพระเอกแหละ รู้สึกว่าคนนี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แล้วก็จะมีความคิดแวบเข้ามาเรื่อย ๆ ว่า เอ๊ะ กับไลโอเนลหล่อนจะรู้สึกสบายอกสบายใจเวลาอยู่กับเขาอย่างนี้หรือเปล่า เขามีจะเห็นด้วยกับความคิดหล่อนมั้ย มันจะมีจังหวะ เอ๊ะ อย่างนี้เข้ามาในใจนางเรื่อย ๆ แล้วพอผ่านไปก็เริ่มมีความรู้สึกว่า เอ สิ่งที่วาดฝันมันไม่น่าจะเหมือนความจริงเท่าไร เริ่มตระหนักอะไรหลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป อย่างพระเอกเอง เขาเข้ามาแบบมีแผนการ คือเขามีความจริงใจให้นางเอกแหละ แตมันอยู่บนฐานของความตั้งใจตั้งต้นที่จะหลอกลวง มันก็เลยไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ถ้าถามว่าเขาเป็นคนดีไหม ดีเลยค่ะ หรืออย่างญาติของนางเอก ซาแมนธา นางเป็นเหยื่ออีกคนของตัวร้าย โดนหลอกให้หลงรัก ซึ่งตอนอ่าน โอภาวนาเลยนะว่านางอย่าเป็นนางเอก โอไม่ชอบนางเอกสไตล์นี้ (คล้ายแทงข้างหลังเพื่อนกลาย ๆ ) ซึ่งความตั้งใจนี้ไม่เป็นจริง นางเป็นนางเอกเล่มถัดไปค่ะ แต่เอาเข้าจริง โอก็เข้าใจนางนะ นางไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกห้ามกันไม่ได้ แต่นางสามารถห้ามการกระทำได้ เท่านี้ก็โอเคแล้ว แถมตอนนั้นนางยังเด็กมาก ๆ ไม่เคยมีความรักมาก่อน มาโดนหลอกให้รักให้หลงอย่างนี้ ก็สามารถเข้าใจได้ 

 

โอว่ามันค่อนข้างเรียลในแง่ความรู้สึกสำหรับเรื่องนี้ ก็เลยอ่านไปอึดอัดไป อยากด่าไป สำหรับตัวร้าย นี่ยิ่งสุด ๆ จบได้ไม่สะใจเลย นายควรโดนให้หนักกว่านี้มาก ๆ โอไม่ชอบใครเป็นพิเศษในเรื่องนี้ ไม่ชอบนางเอกตรงที่นางชอบเพ้อถึงรักแรกของนาง เกลียดตัวร้าย เฉย ๆ กับพระเอก แต่โอชอบเพื่อนพระเอก โอชอบตอนพระเอกอยู่กับเพื่อน น่ารักดี เป็นฟีลแบบก๊วนหนุ่ม ๆ จับกลุ่มนินทา ไม่ใช่ฟีลเก๊กหล่อต่างคนต่างเข้ามุม โอรู้สึกว่าผู้เขียนเขียนผู้ชายได้น่ารักกว่าผู้หญิง อย่างตอนเพื่อนคนหนึ่งของพระเอกเพ้อถึงรักของตนแล้วทำแก้มพอง แบบ ฉันชอบ ทำไมน่าเอ็นดู หรือเพื่อนอีกคนที่ใส่เสื้อสีม่วงลาเวนเดอร์โดดเด่นตระการตา โอก็ชอบ ฉันชอบสีม่วง เอ็นดูจังเลย~ 

 

เล่มนี้โอให้ 3 ดาว เพราะไม่ค่อยชอบพระนางเท่าไร จะว่าไป โอควรเขียนถึงหน้าตาพระนางด้วยสินะ เรื่องนี้พระเอกคมเข้ม นางเอกผมแดง ออกเนื้อนมไข่หน่อย สเปกพระเอกแต่แรกทีเดียว  



 

ถามว่าอ่านแยกเล่มได้ไหม อ่านได้ค่ะ แต่ถ้าอ่านเรียงก็จะได้ความครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะตัวละครเกี่ยวข้องกัน พระนางเป็นเพื่อนกัน อีกอย่างถ้าไม่อ่านเรียง จะโดนสปอยล์เนื้อหาในเล่มที่มีเหตุการณ์เกิดก่อนหน้า แต่ถ้าไม่แคร์ก็โอเค อ่านไม่เรียงก็ได้ 

 

เห็นคำผิด ประดิษฐ์ประดอย ที่ถูกต้องสะกด ประดิดประดอย 
 

 

หล่อนเกาะแขนเขาแล้วยอมให้เขานำหล่อนไปทางสวนผลไม้ “คุณเชื่อว่าผู้หญิงควรจะเป็นเพียงเครื่องประดับที่เสริมบารมีในชีวิตของผู้ชายงั้นหรือคะ” หล่อนถาม “ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้เลยหรือ” 

 

“ขอผมเถียงเฉพาะตามตัวอักษรนะครับ” เขาตอบ “ผู้ชายทุกคน...รวมถึงผู้หญิงด้วย...ต่างชอบถูกแวดล้อมด้วยของสวย ๆ งาม ๆ ทั้งนั้น เพราะมันทำให้ชีวิตของเรารื่นรมย์และสง่างามยิ่งขึ้น แต่ชีวิตคงจะน่าเบื่อและเงียบเหงาจนทนไม่ไหวหากไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากเครื่องประดับที่สวยงาม มันจะหมดความน่าดึงดูดใจในไม่ช้าและเหลือประโยชน์แค่เพียงเอาไว้ขว้างทิ้งเพื่อระบายความหงุดหงิด ผู้หญิงคนใดก็ตามคงจะหมดเสน่ห์หากเธอปราศจากสิ่งอื่นที่จะมอบให้นอกเหนือจากนั้น ไม่ว่าเธอจะสวยงามน่ารักหรือช่วยเสริมบารมีได้มากเพียงใด” 

 

“แหม” หล่อนพูด “เหลือประโยชน์แค่เพียงเอาไว้ขว้างทิ้งเพื่อระบายอารมณ์” 

 

เขาหัวเราะเบา ๆ “นี่คือเหตุผลที่การแต่งงานมากมายล้มเหลวไงครับ” เขาพูด “คู่แต่งงานมากมายถูกจับให้อยู่ในกับดักแห่งความเบื่อหน่ายหรือกระทั่งความทุกข์ทรมานที่ไม่หยุดหย่อนไปชั่วชีวิต คุณเคยสังเกตไหมครับ และบ่อยครั้งเป็นเพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยคิดว่าความรื่นรมย์ทางสายตาจะสามารถเติมเต็มอารมณ์และหัวใจไปได้ชั่วชีวิต” 

 

“แปลว่าคุณไม่คิดจะมองหาเจ้าสาวที่หน้าตาสะสวยสินะคะ” หล่อนถาม 

 

เขาหัวเราะอีกครั้ง “ผมยังไม่ทราบเลยครับว่าตัวเองมองหาอะไร” เขาพูด “ผมยังไม่คิดจะมองหาเจ้าสาวเลย แต่คุณเอาคำพูดผมมาตลบหลังผมเสียแล้ว เครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็สำคัญนะครับ ชีวิตคนเราต้องมีความพึงใจทางสุนทรียภาพจึงจะสมบูรณ์ แต่ผมก็เชื่อว่า ยังต้องมีอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นอีกมากมายด้วย” 

 

หน้า 110-111  บทที่ 7 

 


 





 



 

เจ้าสาวของท่านลอร์ด (Lord Carew’s Bride)  ชุดดาร์คแองเจิล #2 

Mary Balogh เขียน  มัณฑุกา แปล 

สำนักพิมพ์แก้วกานต์  แนว Historical Romance 

พิมพ์ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2554 

200 บาท  256 หน้า 

 

หลังปก 

 

ซาแมนธา นิวแมนเคยถูกหักอกอย่างโหดร้าย โดยเอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดเมื่อหลายปีก่อน หล่อนจึงสาบานว่าจะไม่มีวันหลงเชื่อเขาอีกเป็นครั้งที่สอง 

  

เมื่อเจนนิเฟอร์ ญาติสาวของหล่อน ชวนหล่อนไปพักผ่อนในชนบท หล่อนก็ได้พบมิตรภาพอันอบอุ่นกับชายหนุ่มผู้อ่อนโยนโดยที่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร จนกระทั่งเมื่อกลับมายังลอนดอนนั่นเอง หล่อนจึงได้พบกับเพื่อนผู้แสนดีของหล่อนอีกครั้งในฐานะมาร์ควิสแห่งคาริว ทว่าอ้อมกอดอันแข็งแกร่งและจุมพิตอันนุ่มนวลได้เปลี่ยนมิตรภาพฉันเพื่อนนั้น ไปเป็นอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า 

  

ในขณะเดียวกัน เอิร์ลแห่งรัชฟอร์ดได้หวนกลับเข้ามาในชีวิตของหล่อนอีกครั้ง ซาแมนธาจะสามารถเพิกเฉยกับเถ้าปะทุของถ่านไฟเก่า... และจุดเปลวไฟแห่งรักใหม่ได้หรือไม่... 

 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

มาถึงเล่มสองของชุดกันแล้ว ซาแมนธา นิวแมน นางเอกเรื่องนี้ คือลูกพี่ลูกน้องที่เดินทางมาลอนดอนพร้อมกับเจนนิเฟอร์ นางเอกเล่มแรก แต่เหตุการณ์ในเล่มนี้ห่างจากเล่มแรกถึงหกปี  

ซาแมนธาในเล่มหนึ่งเป็นสาวน้อยอายุสิบแปดปีที่เพิ่งเดินทางมาเปิดตัวในวงสังคมลอนดอนครั้งแรก หล่อนโดนไลโอเนล อดีตคู่หมั้นของเจนนิเฟอร์ หลอกให้หลงรัก ซาแมนธาเจ็บปวดกับเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก ตอนนี้ซาแมนธาเป็นสาววัยยี่สิบสี่ปีที่จัดเจนในวงสังคม และไม่คิดจะรักใครอีกต่อไป 

 หล่อนหน้าตาดี เป็นสาวผมทอง ตาสีฟ้า รูปร่างเล็ก ดูบอบบางน่าทะนุถนอม เป็นสุภาพสตรีในฝันของชายหนุ่ม จึงมีหนุ่ม ๆ เที่ยวตามติดและขอแต่งงานไม่ว่างเว้น เกเบรียล สามีของเจนนิเฟอร์เรียกหนุ่ม ๆ ที่ห้อมล้อมหล่อนในเชิงขำขันว่าคณะติดตาม แม้ซาแมนธาจะมีไมตรีจิตต่อทุกคน แต่หล่อนก็ไม่เคยตอบรับคำขอแต่งงานของใคร หล่อนสบายใจกับมิตรภาพ หวาดกลัวความรัก 

เจนนิเฟอร์ ญาติสาวและเพื่อนสนิทที่สุดของซาแมนธามักเชิญหล่อนมาพักที่บ้านในชาลโคท ซึ่งมีอาณาเขตติดไฮมัวร์ ซึ่งเป็นที่ดินของมาร์ควิสแห่งคาริว ซาแมนธาไม่เคยพบเขามาก่อน  

ในยามบ่ายวันหนึ่ง ซาแมนธาอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียว จึงเดินลัดเลาะเข้ามาในเขตของไฮมัวร์ และเจอชายหนุ่มคนหนึ่ง หน้าตาของเขาธรรมดา สีผมสีน้ำตาลไร้จุดเด่น ตาสีเทา มือขวาหงิกงอ ขาเป๋ข้างหนึ่ง 

แน่นอนว่าเขาคือมาร์ควิสแห่งคาริวซึ่งนางเอกไม่รู้ 

และแน่นอนว่าชายคนนี้ก็คือพระเอก 

 

กรี๊ด 

 

ตื่นเต้นค่ะ! พระเอกหน้าตาดีเป็นเรื่องปกติ พระเอกหน้าตาธรรมดาแถมมีปมเรื่องร่างกายน่ะ ไม่ค่อยได้เจอหรอกนะ 

 

พระเอกแนะนำตัวว่าชื่อ ฮาร์ทลีย์ เวด ซึ่งก็คือชื่อจริง ๆ ของเขานั่นแหละค่ะ เขาเข้าใจว่านางเอกจะรู้และนึกออกเองว่าเขาคือมาร์ควิสแห่งคาริว แต่นางเอกดันไม่รู้ พระเอกกลัวนางเอกอายเพราะตัวเองบุกรุกที่ดินเข้ามาแล้วยังมาเจอเจ้าบ้านอย่างเขาเลยไม่บอกความจริง แนะนำตัวว่าเป็นนักออกแบบภูมิทัศน์ ซึ่งเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งของเขา บ่ายวันนั้น พระเอกก็เลยพานางเอกเดินชมบริเวณบ้านตัวเอง บ้านพระเอกสวยมากค่ะ เฉพาะบริเวณบ้านคืออยู่บนเขา มีทะเลสาบ ตัวสิ่งก่อนสร้างก็มีประวัติความเป็นมายาวนาน แถมพระเอกมีหัวทางด้านออกแบบ เขายิ่งสามารถปรับแต่งเสริมธรรมชาติที่สวยอยู่แล้วให้สวยขึ้นไปอีก  นางเอกก็ตื่นตาตื่นใจเลย แถมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจ สามารถนั่งอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ไม่ต้องพยายามหาหัวข้อมาสนทนา ส่วนพระเอกน้านนน ตกหลุมรักแรกพบเข้าอย่างจังเลย นางเอกหน้าตาดี เหมือนนางฟ้าในฝันของหนุ่ม ๆ แถมเธอไม่แสดงอาการรังเกียจที่เขาพิการ หรือวิ่งเข้าหาเพราะรู้ว่าเขาเป็นมาร์ควิสที่ร่ำรวยอย่างมาก นางเอกชื่นชมบ้านที่เขาออกแบบตกแต่งอย่างจริงใจ พระเอกยิ่งถูกใจ ภูมิใจ เพ้อไปเลยค่ะ ก่อนจากกันพระเอกเลยนัดนางเอกให้มาชมบ้านต่อ (บ้านใหญ่ค่ะ ชมวันเดียวไม่หมด ต้องเข้าใจนะคะว่าคนมันรวยค่ะ พระเอกไม่ได้บอก โอบอกเอง) พระเอกพาทัวร์ชมบ้านติดต่อกันสี่วันมั้งถ้าจำไม่ผิด นางเอกก็ต้องกลับลอนดอนในฤดูออกงาน ตอนจากกัน นางเอกก็ยังไม่รู้ว่าพระเอกเป็นมาร์ควิสแห่งคาริว พอนางเอกไปแล้ว พระเอกก็เสียอาการเลยค่ะ จากที่ไม่เคยเมาก็เมา เศร้า เพ้อละเมอถึงเธอ แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับนางเอก ผู้ชายมีปมน่ะค่ะโปรดเข้าใจ ครุ่นคิดไปมา พระเอกก็ตัดสินใจเข้าลอนดอน ไปตามนางเอกค่ะ  

 

เข้าลอนดอนแล้ว พระเอกดันไม่รู้จะทำยังไงต่อ ไปหาถึงบ้านก็ไม่เหมาะ เลยเที่ยวไปตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ แอบมองนางเอกไกล ๆ (โถ...) พอเห็นนางเอกมีแต่ผู้ชายรายล้อม แต่ละคนหน้าตาดีมีฐานะ ดูเหมาะกับนางเอกมากกว่าเขาทั้งนั้น ยิ่งรู้สึกเศร้า แต่พระเอกก็รู้สึกว่าถ้าบอกฐานะตัวเองให้นางเอกรู้ นางเอกก็อาจจะหันมามองเขา แต่เขาก็จะไม่ชอบนางเอกที่เป็นอย่างนั้น เลยเหมือนมีความคิดขัดแย้งเกิดขึ้นในตัวตลอด จะทำอย่างไรดี จะไปเจอนางเอกดีไหม เจอแล้วแนะนำตัวอย่างไรดี ถ้าแนะนำตัวไปแล้วนางเอกจะมีปฏิกิริยาอย่างไร สมองคิดกลับไปสามสิบตลบ แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจไปงานเลี้ยงงานหนึ่งที่นางเอกเข้าร่วมจนได้ 

 

งานเลี้ยงนี้ นางเอกเจอไลโอเนลที่กลับลอนดอนมาหลังจากหายไปหลายปี ฝ่ายนั้นขอนางเอกเต้นรำ รักแรกมาบอกว่าเขารู้สึกผิดกับเรื่องในอดีต แถมยังบอกว่ายังรู้สึกดี ยังอาลัยนางเอกอยู่ นางเอกเลยสับสนไปหมดเลยคราวนี้ ใจหนึ่งก็เตือนว่าเจ็บแล้วต้องจำ ยังไม่เข็ดกับที่โดนหลอกอีกหรือ อีกใจก็เถียงกลับว่าเขาอาจจะปรับปรุงตัวแล้ว และรู้สึกดีกับตนจริง ๆ ก็ได้ จิตใจได้รับความกระทบกระเทือน ผลุนผลันออกจากฟลอร์เต้นรำ ไปเจอพระเอกในสวนเข้า นางเอกก็ดีใจเลยค่ะ เวลาดีใจอาการมันก็ฟ้องออกทั้งสีหน้าท่าทาง พระเอกจากที่ใจเสีย ๆ ก็ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง ยิ่งตอนท้าย นางเอกหลุดปากว่ารักพระเอกจัง ซึ่งความจริงแล้ว นางเอกไม่ได้หมายถึงความรักแบบชายหญิงอย่างนั้น แต่นางกำลังตกใจกับเรื่องไลโอเนล พอมาเจอพระเอกที่ตัวเองรู้สึกดีและสบายใจเมื่ออยู่ด้วย เลยเหมือนเจอหลักยึดที่มั่นคง เลยหลุดปากพูดออกไปอย่างนั้น แต่พระเอกไม่รู้ ระหว่างเดินกลับ พระเอกก็คิด นี่เรื่องจริงใช่ไหม นางเอกรักเขาจริง ๆ เหรอ ยังสับสนปนลังเล จะกลับหรือลุยต่อ สุดท้ายก็ตัดสินใจลุย วันต่อมาก็เลยไปขอพบนางเอกที่บ้าน 

 

เผอิญวันนั้น ไลโอเนลดันมาขอพบนางเอกก่อน นางเอกโดนไลโอเนลปั่นหัวจนกลัวไปหมด กลัวใจตัวเองด้วย เมื่อไลโอเนลกลับไปแล้วพระเอกขอเข้าพบ 

และพระเอกขอนางเอกแต่งงาน  

นางเอกเลยตอบตกลง 

 

พอนางเอกตอบตกลงแล้ว พระเอกที่กำลังตื่นเต้นเลยนึกขึ้นได้ ว่าข้ามขั้นตอน ลืมแนะนำตัวเองไปเลย เลยบอกความจริงว่าตัวเองคือมาร์ควิสแห่งคาริว นางเอกต๊กกะใจ แต่สุดท้ายก็ยังตัดสินใจที่จะแต่งงานด้วย 

 

ก็เหมือนนางเอกเอาพระเอกมาเป็นโล่ป้องกันตัวเองน่ะค่ะ ใจนางอยากแต่งกับคนธรรมดาที่มีความรู้สึกดี ๆ ด้วย เป็นเหมือนเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเจ็บปวด ไม่อยากให้เป็นความรักแบบชายหญิง พอพระเอกบอกว่าเป็นมาร์ควิส เงื่อนไขแรกก็เลยผิดไป แต่นางก็ยังรู้สึกว่าเงื่อนไขที่เหลือยังเข้าเค้าอยู่ ก็เลยตกลงแต่ง 

 

แต่พระเอกไม่รู้เลย เขาเข้าใจว่านางเอกรักเขา  

 

 

ซึ่งตามความคิดโอนะ นางเอกรักพระเอกแหละ แต่นางสับสนและหลอกตัวเองว่าคิดกับพระเอกแค่เพื่อน เพราะมีไลโอเนลฝังใจมานาน แต่พระเอกเป็นคนที่นางเอกแคร์มาก ๆ ตั้งแต่ต้นเลย 

 

ส่วนไลโอเนลนั้น โอไม่คิดมาก่อนว่าตัวร้ายเรื่องแรก จะตามมาเป็นตัวร้ายในเรื่องต่อมาได้ด้วย คุณพี่กะใช้ตัวร้ายให้คุ้มเลยใช่ไหมคะ เรื่องแรกว่าร้ายแล้ว เรื่องต่อมายังร้ายได้มากกว่าเดิม น่าโมโหยิ่งกว่าเดิม 

 

แต่เรื่องนี้ ตัวร้ายอย่างไลโอเนล โดนพระเอกสั่งสอนแล้วค่ะ ซึ่งฉากสั่งสอนที่ว่า จะว่ายังไงดี อ่านแล้วเอ็นดูน่ะ เราคาดหวังว่าพระเอกจะโหดใจร้ายกับคนที่ร้าย แต่พระเอกกลับเลือกหนทางที่เป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ แต่ก็สามารถทำให้ฝ่ายนั้นพ่ายแพ้ไป พระเอกเรื่องนี้จิตใจดีเกินไปหรือเปล่านะ หรือฉันมันร้ายกาจเกินไป 

 

แนวโฉมงามกับเจ้าชายอสูรมั้ยคะเรื่องนี้ คนหนึ่งสวยน่ารัก อีกคนร่ำรวยแต่พิการ (พระเอกไม่ได้เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดนะคะ อยากรู้ต้องอ่านค่ะ) 

 

พระเอกไม่หล่อ ตัวไม่สูงแบบพระเอกทั่วไป (แต่นางเอกตัวเล็กเลยเข้ากันได้พอดี) เวลาเดินก็กะเผลกชัดมาก มือข้างหนึ่งก็หงิก ใช้การไม่ได้ แต่พระเอกมีดวงตาที่ยิ้มได้ เวลามองนางเอก ตาของเขาจะยิ้มตลอด นางเอกประทับใจดวงตาของเขา และพระเอกก็เป็นคนสุภาพ อ่อนโยน  

 

ฟรานซิส ผู้ชายเสื้อม่วง (ที่โอปลื้ม) เพื่อนของเกเบรียล พระเอกเล่มแรก ในเล่มนี้เขามีบทมากกว่าแค่คำบรรยายไม่กี่บรรทัด เพราะเขาเป็นหนึ่งในผู้เข้าท้าชิงนางเอก เป็นหนึ่งในคณะติดตามของเจ้าหล่อน เคยขอนางเอกแต่งงานไปแล้วสองครั้ง และโดนนางเอกปฏิเสธทั้งสองครั้ง ฟรานซิสกับนางเอกสนิทกัน นางเอกมักล้อเรื่องที่ฟรานซิสแต่งตัวฉูดฉาดเรื่อย ๆ ส่วนฟรานซิสก็แหย่นางเอกถึงเรื่องที่ว่านางจะขึ้นคานแน่ ๆ นางเอกมองฟรานซิสเป็นเพื่อนที่สนิทสนมด้วย แต่ฟรานซิสคิดกับนางเอกในแง่คนรักจริง ๆ พอนางเอกบอกจะแต่งกับพระเอก ฟรานซิสก็ช็อกเลย แต่ก็ตั้งสติกลับมาได้ (แบบ เธอไปรู้จักและรักหมอนั่นตอนไหนนน) แต่บทของฟรานซิสจะไม่ใช่พระรองผู้ท้าชิง (เพราะนางเอกไม่มองเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแต่แรก) ฟรานซิสเหมือนเพื่อนจริงใจคอยสนับสนุนนางเอกเสมอ ฉากตอนท้าย ๆ ที่ฟรานซิสช่วยพระเอกก็น่าประทับใจ 

 

โอเคยบอกไปในเล่มที่แล้วว่าไม่ค่อยปลื้มผู้หญิงแบบนางเอก ด้วยปมของนาง เรื่องนี้ก็ยังมีจุดนั้นอยู่ แต่ก็มีหลายฉากที่ประทับใจ อย่างฉากตอนนางบีบนวดมือพระเอก เอามือข้างที่ไม่ปกติแนบแก้มตัวเอง ส่วนพระเอกนี่โอชอบเป็นส่วนมากเลย แต่ตอนพระเอกอารมณ์ขึ้น ซึ่งเป็นช่วงดราม่าก็ทำโอหักคะแนนไปหน่อย โชคดีที่ทั้งสองคนสามารถเข้าใจกันได้เร็ว 

 

โดยรวมชอบค่ะเล่มนี้ บรรยายบ้านพระเอกสวยจนอยากไปสิง แถมพระเอกก็มีความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ชัดเจน เรื่องนี้ค่อนข้างโรแมนติกเลยละ ไม่แปลกที่จะได้คะแนนใน Goodreads สูง (่สุดในชุดด้วย) น่าจะโดนพระเอกอ่อนโยนและมีดวงตายิ้มได้ตกกันไปเป็นทิวแถว โอลังเลระหว่างสามจุดห้ากับสี่ สุดท้ายกดไปที่ 3.5 ดาว 

 

 

คนส่วนใหญ่ชอบเรื่องนี้ แต่โอชอบสายฮา โอชอบเรื่องต่อไปของพ่อหนุ่มฟรานซิสค่ะ รอโอเขียนรีวิวก่อนนะ 

 

 

คำผิด 

 

80 มันให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าหัวใจของหล่อน...หล่นหายไป และตัวหล่อนพาลจะร่วงตามลงไปด้วย 

>> พลอยจะร่วงตามลงไปด้วย 

 

159 ตีตัวออกห่าง >> ตีตัวออกหาก 

 

 

 

เขาเป็นสุภาพบุรุษที่ดูสามัญธรรมดาอย่างยิ่ง ไม่สูงและไม่เตี้ย ไม่ได้ร่างใหญ่กำยำหรือผอมแห้งแรงน้อย ไม่ได้หล่อเหลาหรืออัปลักษณ์ สีผมของเขาซึ่งเห็นได้ชัดเนื่องจากไม่ได้สวมหมวก...เป็นสีน้ำตาลไร้จุดเด่น นัยน์ตาของเขาดูเหมือนเป็นสีเทา 

 

หน้า 13  บทที่ 1 

 

 

ฮาร์ทลีย์ เวด มาร์ควิสแห่งคาริว จ้องมองหล่อนเดินจากไป แล้วยืนอยู่ที่เดิมบนฝั่งของเขาเนิ่นนานหลังจากนั้น 

 

หล่อนเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา งดงามกว่าใครทั้งหมด ร่างเล็ก ๆ กระจุ๋มกระจิ๋มนั้นสง่างามสมส่วน เรือนผมสีน้ำผึ้งเป็นทรงสั้น ๆ หยิกสลวย หมวกบอนเน็ตของหล่อนไม่อาจซ่อนความเฉิดฉายของมันได้ นัยน์ตาของหล่อนเป็นสีฟ้าอย่างที่สุด ขนตางอนยาวสีเข้มกว่าสีผม ดวงหน้างดงามยิ้มแย้ม มีชีวิตชีวา และฉลาดเฉลียว 

 

เขายิ้มเก้อ ๆ ให้ตัวเอง อายุอานามของเขาก็ตั้งยี่สิบเจ็ดปีแล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กนักเรียนโรงเรียนประจำที่นาน ๆ จะได้เห็นผู้หญิงสักทีหนึ่ง เขาคงเกือบจะหลงรักหล่อนเข้าให้แล้ว 

 

หน้า 22  บทที่ 2 

 

 








 


 

วีรสตรีจอมเปิ่น (The Famous Heroine)  ชุดดาร์คแองเจิล #3 

Mary Balogh เขียน  มัณฑุกา แปล 

สำนักพิมพ์แก้วกานต์   แนว Historical Romance 

พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2554 

200 บาท  253 หน้า 

 

หลังปก 

 

มิสคอร่า ดาวนส์เป็นเพียงบุตรีของพ่อค้า แต่เมื่อหล่อนช่วยชีวิตหลานชายของดยุคจากการจมน้ำ รางวัลของหล่อนคือบัตรผ่านเข้าสู่สังคมชั้นสูงในลอนดอน 

  

เมื่อลอร์ดฟรานซิส เนลเลอร์ได้เห็นคอร่า ดาวนส์เป็นครั้งแรก หล่อนกำลังสะดุดขาตัวเองวี้ดว้าย และหัวเราะเสียงดังเกินงาม เขาสรุปเอาว่าหล่อนเป็นหญิงสาวที่น่าขนลุกขนพองคนหนึ่ง ส่วนคอร่านั้น เมื่อได้เห็นลอร์ดฟรานซิสเป็นครั้งแรก เขาอยู่ในชุดเสื้อนอกผ้าซาตินสีฟ้าไข่นกการเวก เสื้อกั๊กลายทางสีฟ้าสลับเงิน กางเกงสีเงิน และประดับลูกไม้เป็นกุรุส หล่อนคิดถึงนกยูงขึ้นมาทันที คอร่ามีนิสัยทำให้ตัวเองต้องตกที่นั่งลำบากอยู่เป็นประจำ และลอร์ดฟรานซิสก็ดูจะอยู่ใกล้พอที่จะดึงหล่อนให้พ้นภัยเสมอ เมื่อทั้งสองตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อความเสื่อมเสีย จึงไม่มีอะไรจะช่วยหล่อนให้พ้นจากการเข้าพิธีแต่งงานกับชายที่มีแต่จะเดียดฉันท์ภรรยาอย่างหล่อน ไม่มีอะไรจะสามารถช่วยหล่อนให้พ้นจากการหัวใจสลาย ไม่มีเลย...นอกจากความรัก...ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้อย่างที่สุด... 



 

คุยกันหลังอ่าน 

 

มาถึงเล่มที่โอชอบมากแล้วค่ะ เป็นเรื่องของพระเอกผู้สวมชุดฉูดฉาดตลอดกาลกับนางเอกแสนโก๊ะ เหตุการณ์ในเล่มนี้ห่างจากเล่มที่แล้วไม่กี่เดือนค่ะ 

 

เรื่องของเรื่องคือ นางเอก คอร่า ดาวส์ เป็นลูกสาวพ่อค้า (ที่รวยมาก) นางไปช่วยชีวิตหลานของดัชเชสแห่งบริดจ์วอเตอร์จากการจมน้ำ เพื่อตอบแทนบุญคุณ ดัชเชสก็เลยตั้งใจพาคอร่ามาลอนดอนเพื่อหาสามีที่เหมาะสมให้นาง ลูกชายของดัชเชสคือดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์ที่เป็นเพื่อนกับมาควิสแห่งคาริวและภายหลังก็มาสมาคมกับลอร์ดฟรานซิสด้วย (ที่มาอยู่ในเล่มที่แล้ว) ในฐานะผู้นำตระกูลและบุตรชาย ท่านดยุคก็เลยต้องทำตามความต้องการของแม่ โดยการพยายามหาสามีที่เหมาะสมให้คอร่า เขาก็เลยมาขอให้พระเอก ลอร์ดฟรานซิส เนลเลอร์ช่วยเหลืออีกทีหนึ่ง เพราะลอร์ดฟรานซิสเป็นผู้ที่วงสังคมเชื่อถือรสนิยม ประมาณว่าเป็นผู้นำเทรนด์ (แต่งตัว?) อะไรที่เขาคิดว่าดี สังคมก็พร้อมจะเชื่อว่าดี แถมเขายังมีเพื่อนเยอะ น่าจะทำให้คอร่าเป็นที่รู้จักและสนใจในหมู่สุภาพบุรุษมากขึ้น 

 

ประเด็นคือนางเอกเนี่ยแหละคือตัวปัญหาเลย มองผาดแรก นางตัวใหญ่...หมายถึงสูงน่ะ เกินมาตรฐานสุภาพสตรีในสมัยนิยมไปไกล แถมหน้าอกใหญ่บึ้ม หน้าตาก็ไม่ได้สะสวย...เขาใช้คำว่าโดดเด่นเกินกว่าจะเรียกว่าประณีตอ่อนช้อย มองยังไงก็ไม่ใช่สุภาพสตรีในฝัน นางเหมือนนางละครที่แสนจะยั่วยวนมากกว่า ท่านดยุคปวดเฮด ฟรานซิสเห็นก็ปวดเฮด จะให้หาสามีที่เป็นสุภาพบุรุษให้นางนี่งานยากละคราวนี้ 

 

นี่แค่มุมมองภายนอกอย่างเดียวนะ ยังไม่ได้พูดถึงบุคลิกลักษณะนิสัยนางเลย ...ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญยิ่งกว่า 

 

คือนางรั่วค่ะ  

หนึ่ง คือ นางพร้อมจะพล่ามสิ่งที่อยู่ในความคิดตัวเองออกมาตลอดเวลาแบบไม่มีจริตของกุลสตรีแม้แต่น้อย  

สอง คือ นางซุ่มซ่ามสุด ๆ ฉากแรกที่พบพระเอก นางก็ล้มถลาให้พระเอกรับ ตอนพระเอกบรรรยายว่านางสะดุดฝุ่นที่มองไม่เห็นนี่ฮามาก 

สาม คือ นางเป็นวีรสตรีที่ชอบช่วยเหลือผู้คน ซึ่งทุกครั้งคือการช่วยให้เรื่องมันยากขึ้นกว่าเดิม ข้อนี้คือจุดขายของเรื่องเลย ตลกมาก 

ซึ่งสามข้อนี้ ถ้าเขียนผิดองศาไปหน่อย นางเอกจะกลายเป็นว่าน่ารำคาญเลย แต่เรื่องนี้เขาเขียนได้ถูกจังหวะ ถูกลักษณะ มันเลยออกมาฮาและน่ารักมาก 

 

นางเอกถึงจะดูเปิ่น กะเปิ๊บกะป๊าบ แต่นางไม่ได้โง่นะคะ เพียงแต่เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว หลังจากทำไปแล้วถึงมาเห็นความพลาดของตัวเอง นางมาจากครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อและพี่ชายที่รักมาก และที่สำคัญคือนางเป็นคนจิตใจดี  

 

มุมมองความคิดของนางเรียบง่ายมาก ทำตอนนี้ให้เต็มที่ ใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุข ไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทุกข์ ใครอยู่ใกล้ก็อดยิ้ม อดรักนางไม่ได้ โอจำประโยคในหนังสือไม่ได้เป๊ะ ๆ แต่ประมาณว่าพระเอกพูดถึงคอร่าในแบบที่ว่า นางจะเป็นคุณหนูบนหอคอย ใช้ชีวิตแบบหรูหราฟุ้งเฟ้อไปเลยก็ได้ เพราะมีทั้งพ่อและพี่ชายพร้อมที่จะตามใจทุกอย่าง แต่นางก็ยังสบาย ๆ และโอบอ้อมอารี โอว่านางเป็นคนที่เห็นคุณค่าของทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เป็นคนที่น่าคบหามาก ๆ เลย 

 

เป็นนางเอกที่ไม่ค่อยจะพบบ่อยนัก เช่นเดียวกับพระเอก 

 

 ลอร์ดฟรานซิส เนลเลอร์ เป็นคนที่แต่งตัวประณีตตั้งแต่หัวจรดเท้า เป๊ะ โก้เก๋ หรูหรา เสื้อด้านในมีลูกไม้กรุยกราย เสื้อนอกสีฉูดฉาดค่ะ สีที่ใส่บ่อย ๆ จะเป็นสีม่วง ชมพู ในเฉดที่สดสุด ๆ ในเรื่องเขาอธิบายว่าเบื่อที่ต้องใส่เสื้อผ้าสีที่สุภาพบุรุษใส่ตามสมัยนิยมอย่างสีดำหรือสีขาว เขาเลยเลือกใส่สีสด ๆ และสีที่เขาใส่ในวันที่พบนางเอกครั้งแรกคือสีฟ้าไข่นกการเวก (ถ้าเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นสีเทอควอยซ์ ใช่มั้ย) 

 

นางเอกเห็นพระเอกแวบแรก 

 

อุ๊ย นกยูง 

 

แล้วนางก็เข้าใจไปว่าพระเอกเป็นเกย์เลยค่ะ 

 

พระเอกมาโค้งขอนางเอกเต้นรำในงานเพื่อเปิดตัวนางสู่วงสังคม นางเอกดีใจที่พระเอกเป็นคนที่มาขอนางเต้นรำ ถึงนางจะรู้ด้วยว่าต้องเป็นท่านดยุคที่มาขอร้อง แต่ก็ดีใจอยู่ดี เพราะเข้าใจว่าพระเอกเป็นเกย์ ตัวเองเลยไม่ต้องประหม่ามาก อีกทั้งพระเอกก็เป็นสุภาพบุรุษ อัธยาศัยดี และมีอารมณ์ขัน 

 

จบท้ายงานวันนั้นด้วยการที่นางเอกเจ็บเท้า พระเอกเลยต้องอุ้มนางไปส่งที่รถม้า โอขำตอนที่นางเอกร้องว่าตัวนางหนักแน่ ๆ คุณอุ้มฉันไม่ไหวหรอก พระเอกบอกตัวคุณเบาเหมือนขนนก แต่มีคำบรรยายตามมาว่า ตอนพูดก็หายใจขัด และสักพักก็หอบ คือนางเอกถึงนางไม่อ้วน แต่นางก็ตัวใหญ่ เป็นคนโครงร่างใหญ่ ก็นั่นแหละค่ะ ตามสภาพ  

 

ฮาทั้งเรื่องค่ะ นางเอกกรี๊ดทีก็ฮาที พระเอกเจอเรื่องซวยเพราะนางเอกตลอด นางเป็นคนที่ขยันดึงดูดเรื่องราววุ่น ๆ เข้ามา จริง ๆ พระเอกกำลังอยู่ในช่วงอกหักอยู่ แต่พอมีนางเอก ก็ทำให้เขาลืมเรื่องไม่ดีไป นางขยันสร้างความป่วนและชวนหัวเราะตลอด 

 

ฉากเข้าหอยังฮาเลย 

 

มีสีสันตลอดทั้งเรื่อง โอชอบการเลือกใช้คำด้วย โอว่ามันทำให้เห็นภาพความชุลมุนเปิ่นฮาของนางชัดมากและตลกมาก อย่าง นางเอกถลา ร่อน ล้มแอ้ก หรือนอนแบ็บ 

 

อ่านแล้วมีความสุขค่ะเรื่องนี้ 

 

ชอบอะ 4.5 ดาว 

 

 

 

คำผิด

หน้า 50  ฉันเลยพาลต้องไปเยี่ยมพวกเขาเกือบทุกวันด้วย >> พลอยต้องไปเยี่ยม 

 

 

 

 

“คุณอุ้มฉันไม่ได้หรอก” คอร่าร้อง รู้สึกลนลานอย่างหนักจนมือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนนอกจากสถานที่เดียวคือบนบ่าของเขา “ฉันหนักเป็นตันเลยนะคะ” 

 

เสียงของเขาเมื่อกล่าวออกมาแอบเปิดเผยความจริงในคำพูดของหล่อน...เขากำลังหายใจขัด “เบาอย่างกับขนนกแน่ะครับ มิสดาวนส์” เขาพูด “ผมยืนยันได้” 

 

หน้า 45-46  บทที่ 3 

 

 










 

เจ้าสาวปริศนา (The Plumed Bonnet)  ชุดดาร์คแองเจิล #4  

Mary Balogh เขียน  มัณฑุกา แปล  

สำนักพิมพ์แก้วกานต์   แนว Historical Romance  

พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2555  

200 บาท  252 หน้า  

 

หลังปก 

 

ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ขุนนางหนุ่มรูปงามผู้ทรงอำนาจอย่างดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์ จะชายตามองบุตรสาวพระอธิการผู้ต่ำต้อยอย่างมิสสเตฟานี่ เกรย์ ไม่มีเหตุผลใดเลย...เว้นแต่ท่านดยุคกำลังแสวงหาความบันเทิงในเชิงเสน่หา และทึกทักไปว่าสเตฟานี่เป็นผู้หญิงประเภทที่หล่อนไม่ได้เป็นเลยแม้แต่น้อย 

  

สเตฟานี่ซึ้งใจที่ท่านดยุคช่วยหล่อนไว้จากสถานการณ์อันเลวร้ายบนทางหลวง แต่มันไม่ใช่เรื่องที่หล่อนจะต้องมาตอบแทนเขาเช่นนี้ ดังนั้น เมื่อท่านดยุคโฉบลงมาเพื่อจะพิชิต สเตฟานี่จึงรีบตั้งป้อมปกป้องตนเอง...เพียงเพื่อจะพบว่า แม้แต่สุภาพสตรีสาวที่เคร่งครัดที่สุดซึ่งกำลังยืนอยู่เหนือขอบเหวของอันตรายล้ำลึก ก็ยังสามารถตกหลุมรักได้... 

 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

เล่มสี่ของชุดแล้วค่ะ พระเอกชื่ออลิสแตร์ มันโร เป็นดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์ คนที่มาขอให้ฟรานซิสช่วยดันคอร่าให้นางหาสามีได้ ซึ่งสุดท้ายฟรานซิสก็เป็นคนที่มาลงเอยกับคอร่าเสียเอง จบท้ายเล่มที่แล้ว ท่านดยุคบอก ฉันไม่ขอแต่งงาน การแต่งงานมันน่ากลัวเกินไป ค่ะ พี่ทิ้งท้ายไว้อย่างนี้ คิดว่าจะรอดเรอะ 

 

แต่พี่เขาก็อุตส่าห์สู้มาได้ถึงหกปีค่ะ เหตุการณ์ในเล่มนี้ห่างจากเล่มที่แล้วถึงหกปี พระนางเล่มก่อน ๆ มีลูกยั้วเยี้ยไปหมดแล้ว 

 

ความผิดพลาดของท่านดยุคเริ่มจากตอนที่เขาตัดสินใจรับหญิงสาวในชุดสีบานเย็นกับหมวกบอนเน็ตประดับขนนกสีชมพูเข้ม บานเย็น และม่วงให้ติดรถม้าไปลงที่หมู่บ้านใกล้เคียง  

 

ผู้หญิงคนนี้ก็คือนางเอก 

 

พระเอกเห็นนางเอกปุ๊บ  

 

โอ้แม่นกน้อย  

ถ้าไม่เป็นนางละครก็เป็นหญิงงามเมืองแน่นอน  

 

แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นอย่างหลัง เพราะไม่มีผู้หญิงปกติคนไหนจะใส่ชุดอย่างนี้ 

 

ท่านดยุคกำลังเบื่อหน่าย แล้วก็มาเจอนางเอกเข้า จึงคิดว่าหล่อนน่าจะทำให้เขาหายเบื่อได้ ก็เลยรับหล่อนขึ้นมา ขอให้หล่อนเล่าเรื่องราวของหล่อนให้เขาฟัง 

 

นางเอกก็เล่าเรื่องของตน ว่าชื่อสเตฟานี่ เกรย์ เดิมทำอาชีพเป็นครูพี่เลี้ยง กำลังเดินทางไปรับมรดกจากผู้เป็นตาที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน มรดกเป็นบ้านหลังใหญ่ และหล่อนก็กำลังจะเป็นเศรษฐี เพียงแต่มีเงื่อนไขนิดหน่อยคือหล่อนต้องแต่งงานภายในระยะเวลาที่กำหนด 

 

พระเอกแสร้งเออออตั้งใจฟัง ทั้งที่ภายในบันเทิงมาก แบบ เดี๋ยวนางต้องบอกว่าเป็นครูพี่เลี้ยง แล้วนางเอกก็บอกว่าตนเองเป็นครูพี่เลี้ยงจริง ๆ คือพระเอกเดาสิ่งที่นางเอกจะพูดได้เป็นฉาก ๆ เพราะพล็อตเรื่องของนางแทบจะถอดละครน้ำเน่ามาหมด ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องที่นางเอกเล่าน่ะจริง แต่พระเอกดันไม่เชื่อ เห็นนางเอกและเรื่องของนางเป็นละครฆ่าเวลาให้ตัวเองหายเซ็ง 

 

นางเอกก็ไม่รู้เรื่อง ในใจนางนี่พระเอกเป็นผู้มีบุญคุณ เพราะนางถูกชิงทรัพย์ ทรัพย์สินเงินทองอะไรก็ไม่เหลือ ชุดที่ใส่ก็ขอหยิบยืมมา ในกระเป๋าเหลือแค่ขนมปังยาไส้ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเดียว แล้วพระเอกก็เป็นคนเดียวที่ไม่แสดงอาการดูถูกนางเพราะนางแต่งตัวอย่างนี้ (จริง ๆ คือพระเอกเก็บอาการเก่ง) 

 

ระหว่างทางพระเอกก็บันเทิงกับเรื่องของนางเอก ส่วนนางเอกก็ซาบซึ้งใจกับความมีน้ำใจของพระเอก จากที่จะส่งแค่หมู่บ้านใกล้ ๆ พระเอกเลยตัดสินใจไปส่งนางเอกถึงที่เลย 

 

นางเอกก็ โอ๊ย ขอบคุณมากค่ะ แต่มันจะไม่เหมาะสมหรือเปล่า คือฉันเป็นหญิงสาว เดินทางมากับผู้ชาย มันจะดูไม่ดีนะ คุณส่งฉันหมู่บ้านใกล้เคียงแล้วฉันนั่งรถม้าต่อดีกว่า 

พระเอกก็ ไม่หรอก ไม่ต้องกลัว งู้นงี้บลา ๆ  

แต่ในใจคือ โถ คิดว่าจะหนีรอดเหรอแม่คุณ อยากเห็นภาพนางเอกหน้าซีดเมื่อไปถึงที่หมายแล้วเรื่องแดงออกมาว่านางโกหก 

 

ใช่แล้วค่ะ เมื่อไปถึงที่หมาย พระเอกนี่แหละที่หน้าซีดแทน 

 

ตายละ เรื่องของเจ้าหล่อนดันเป็นจริงซะนี่ 

 

หญิงสาวบริสุทธิ์เดินทางมากับชายหนุ่ม (และคนขับรถม้าและคนรับใช้) เพียงลำพัง เขาจะทำอย่างไรได้ นอกจากแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการขอนางแต่งงาน 

 

กับดักที่ตัวเองวาง ดันมาหนีบเท้าตัวเองได้ 

 

สมน้ำหน้าค่ะ ฮ่า ๆ  

 

หลังขอแต่งงานพระเอกก็บอกว่าเขาเป็นดยุคแห่งบริดจ์วอเตอร์ เพราะฉะนั้น นางเอกที่แต่งงานกับเขาต้องเป็นดัชเชส นางเอกก็ไม่อยากแต่งหรอกค่ะ แต่พระเอกยืนยัน บวกกับนางมีเงื่อนไขการรับมรดกที่ต้องแต่งงานภายในกำหนดเวลาที่กระชั้น สุดท้ายก็เลยยอมรับคำขอแต่งงานของพระเอก หลังจากนั้นก็นัดหมายให้นางเอกมาเจอแม่กับน้อง ๆ ของเขา 

 

แม่พระเอก (ที่เป็นดัชเชส) ก็ให้การต้อนรับนางเอกดีค่ะ เพียงแต่การเป็นดัชเชสนั้น มันมีอะไรที่มากกว่าตำแหน่ง นางเอกต้องทำตัวให้สมเป็นดัชเชส แม่พระเอกก็สอนเรื่องต่าง ๆ ของดัชเชสให้ ต้องวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม หาชุดที่เหมาะสมให้นางเอก ส่วนนางเอกก็ถือเป็นภารกิจที่ตัวเองต้องทำเพื่อให้คู่ควรกับพระเอก เพื่อไม่ให้พระเอกเสียหน้า เพื่อตอบแทนบุญคุณของพระเอก เพียงแต่ตัวตนของนางก็ค่อย ๆ หายไป 

 

กลางเรื่องดราม่า หน่วงยาวทีเดียวค่ะ พระเอกเป็นพวกเก็บงำความคิด ส่วนนางเอกก็ไม่ยอมบอกว่าตัวเองคิดยังไง คนสองคนที่ไม่คุยกันให้รู้เรื่องก็เลยดึงดราม่ายาวเลย 

 

ตอนนี้โออ่านครบทุกเล่มในชุดแล้ว โอว่าพระเอกเรื่องนี้ร้ายที่สุดในชุด ร้ายที่ว่าคือเป็นคนเย็นชา ไร้หัวจิตหัวใจ จริง ๆ ส่วนนี้ของเขาแย้มมานิด ๆ ตั้งแต่เล่มสองและเล่มสามในมุมมองที่เขามีและรูปแบบที่เขาพูดต่อฟรานซิส หรือในเล่มนี้ในช่วงต้นที่เขาเห็นนางเอกเป็นของเล่นแก้เบื่อ 

 

เพราะพระเอกเป็นขุนนางสูงศักดิ์ด้วยละค่ะ เขาจะมีมาดในแบบที่ อย่า-มา-แหย็ม ฉัน-นะ ยกแว่นขยาย ปรายตามอง หรือบางทีแค่นิ่ง ๆ ก็ทำให้คนอื่นกลัวได้แล้ว น้องคอร่า นางเอกเล่มที่แล้วยังกลัวเลย 

 

ที่จริงพระเอกของเล่มอื่นก็มียศนะคะ เพียงแต่พระเอกคนนี้หนักสุด และน่าจะมีบรรดาศักดิ์สูงสุดด้วย ใช่มั้ย (พระเอกเล่มแรกเป็นเอิร์ล พระเอกเล่มสองเป็นมาร์ควิส พระเอกเล่มสามไม่ใช่ลูกชายคนโต ไม่ได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์ เลยมีคำนำหน้าเป็นลอร์ดเฉย ๆ แต่เขาก็เป็นลูกและน้องชายของดยุค)  เอ้อจะว่าไป ในเล่มสอง มาร์ควิสแห่งคาริวก็มีช่วงแผ่รัศมีความน่ากลัวนี่นะ เอาเป็นว่า พวกนี้มีรังสีพิฆาตเฉพาะตัวเป็นอาวุธเวลาต้องการแสดงอำนาจข่มอีกฝ่าย  

 

กลับมาที่เล่มนี้ 

 

จริง ๆ พระเอกไม่ใช่คนไร้หัวจิตหัวใจหรอกค่ะ เขาก็เป็นคนเหมือนเรา ๆ นี่แหละ เพียงแต่ถูกหล่อหลอมให้เติบโตมาเป็นดยุค เป็นชนชั้นสูง บุคลิกบางอย่างมันเลยติดตัวมาด้วย เขาเคยชินกับการสวมหน้ากากของความเฉยชา ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยมาดสุภาพชน ทั้งที่ลึก ๆ แล้วเขาเป็นคนหัวขบถ ช่างฝัน อยากจะแต่งงานกับหญิงที่รัก ลักยิ้มของนางเอกและบุคลิกที่ดูใสซื่อของนางเลยตกเขาได้ตั้งแต่แรก แต่พอนางเอกถูกสถานการณ์บีบให้ต้องเป็นปฏิบัติตัวเป็นดัชเชสที่เพียบพร้อม ความเข้าถึงได้มันเลยหายไป 

 

คนหนึ่งเย็นชาเพราะเป็นนิสัยที่ไม่ชอบแสดงอารมณ์ คนหนึ่งก็เย็นชาเพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ชอบตน แถมโดนกรอบของความคาดหวังครอบอีกชั้น 

 

สองคนนี้กว่าจะหาจุดที่ลงตัวก็กินเวลานานพอควร เป็นช่วงที่อึดอัดนะ ทั้งที่โอชอบช่วงแรก มาชอบอีกทีช่วงท้าย ๆ  

 

เล่มนี้ก็เลยให้ 3 ดาว เล่มนี้พระเอกหล่อค่ะ นางเอกก็หน้าตาสวยน่ารัก มีลักยิ้ม 

 

 

 

ผู้ที่อยู่ในรถม้ากำลังดึงกระจกข้างที่ใกล้ตัวหล่อนที่สุดลงต่ำ มือข้างหนึ่งในถุงมือหนังสีครีมราคาแพงวางพักบนขอบกระจก แล้วใครคนนั้นก็โน้มตัวมามองขณะที่หล่อนเข้าไปหา เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ดวงหน้าหล่อเหลาของเขาหยิ่งยโสแกมเบื่อหน่าย เรือนผมสีน้ำตาลดกหนาจัดทรงยุ่ง ๆ อย่างประณีต เสียงเขายามเมื่อเปล่งวาจาสอดคล้องกับสีหน้าท่าทาง 

 

“นกน้อยสีจัดจ้าผู้แต่งแต้มทิวทัศน์ให้สดใส” เขาพูด “อะไรหรือคือสิ่งที่เธอต้องการ” 

 

หล่อนคงจะตอกกลับใส่หน้าเขาไปแล้วหากไม่เหนื่อยและหิวขนาดนี้ ยังไม่นับที่เมื่อยเท้า มอมแมม หวาดกลัว...และอับอาย เขาคิดว่าหล่อนต้องการอะไรไม่ทราบที่ออกมายืนอยู่กลางถนนห่างไกลจากที่ไหนก็ตามเป็นไมล์ ๆ อย่างนี้ 

 

“ได้โปรดเถอะค่ะ คุณสุภาพบุรุษ” หล่อนพูดพลางหลุบสายตาลงมองกระเป๋าผ้าของตนซึ่งถูกกำแน่นอยู่ในมือทั้งสองข้างราวกับจะให้มั่นใจว่ามันจะไม่ถูกฉกชิงไป “ไม่ทราบว่าคุณจะกรุณาอนุญาตให้ฉันนั่งไปกับคนรับใช้ของคุณสักไม่กี่ไมล์ได้ไหมคะ” 

 

หน้า 11  บทที่ 1 

 

 

คำผิด 

47 ยอดไม้ไหวไปมาในสายลมที่กรรโชกแรงเป็นช่วง ๆ >> ลมกระโชก 

58 หล่อนปริ่ม ๆ จะโน้มตัวไปวิงวอนเขาอยู่แล้ว >> ปิ่ม (ว. เกือบ, จวน, แทบ) 

216 หล่อนลูบนิ้วมือซ้ายเหนือหลังมือขวาของตนอย่างใจลอย 

>> หล่อนใช้นิ้วมือซ้ายสัมผัสหลังมือขวาของตนอย่างใจลอย 

(ลูบ ก. เอาฝ่ามือทาบลงแล้วเลื่อนไปหรือมาเป็นต้น) 

 

 

 

 

 



 




คริสต์มาสฝันรัก (A Christmas Bride)  ชุดดาร์คแองเจิล #5   

Mary Balogh เขียน  มัณฑุกา แปล   

สำนักพิมพ์แก้วกานต์   แนว Historical Romance   

พิมพ์ครั้งที่ 1 มีนาคม 2555   

200 บาท  277 หน้า   

  
 

หลังปก 

 

เอ็ดการ์ ดาวนส์ผู้แสนมั่งคั่งตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะมีเจ้าสาวเสียที ถึงแม้เขาจะไม่ได้เกิดในตระกูลผู้ดี แต่เอ็ดการ์ก็สัญญากับบิดาผู้กำลังแก่ตัวลงทุกวัน ว่าเขาจะเข้าพิธีสมรสกับสุภาพสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ให้ได้ก่อนวันคริสต์มาส เอ็ดการ์มาลอนดอนเพื่อสำรวจสาวโสดที่เดินขบวนกันมาให้เลือก ทุกคนล้วนงดงาม เหมาะสม และเยาว์วัยเพียงพอที่จะให้กำเนิดบุตรชายแก่เขา แต่กลับเป็นเลดี้เฮเลน่า สเตเปิลตันในชุดสีแดงชวนตะลึง ที่ตรึงความสนใจของเขาจนอยู่หมัด เขาไม่อาจถอนสายตาจากหล่อนได้เลย และสำหรับเฮเลน่าแล้ว หล่อนเองก็รู้สึกถึงแรงสะท้านที่รบกวนจิตใจเป็นที่สุดเช่นกัน เมื่อมองเห็นชายแปลกหน้าผู้เย้ายวนใจผู้นี้ 

  

ในไม่ช้า อารมณ์ปรารถนาที่ไม่อาจสะกดได้ก็พัดพาทั้งสองเข้าสู่ความสัมพันธ์อันอื้อฉาว แน่นอนว่างานวิวาห์นั้นไม่ต้องพูดถึง เฮเลน่าอายุมากเกินไปและไม่ใช่สตรีที่เหมาะสมจะแต่งงานด้วย ส่วนเฮเลน่าก็คิดว่าเอ็ดการ์ไม่ใช่คนในชนชั้นเดียวกับหล่อน ทว่า ในฤดูกาลแห่งปาฏิหาริย์อันเกินคิดฝันนี้ บางสิ่งที่แสนมหัศจรรย์กำลังจะเกิดขึ้น บางสิ่งที่จะเปลี่ยนความคิดและพลิกผันหัวใจของพวกเขาไปตลอดกาล... 

  

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

มาถึงเล่มสุดท้ายในชุดแล้วค่ะ เล่มนี้เป็นเล่มของเอ็ดการ์ ดาวนส์ พี่ชายของคอร่า นางเอกในเล่มสาม เป็นพระเอกคนเดียวในชุดที่ไม่ใช่ชนชั้นศักดินา เขาเป็นเพียงลูกชายพ่อค้าที่ร่ำรวย 

 

เอ็ดการ์ยังไม่ได้แต่งงานแม้จะอายุสามสิบหกปีแล้ว พ่อของเขาอยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาสักที จึงขอลูกสะใภ้ที่เป็นสุภาพสตรีจากตระกูลผู้ดีก่อนวันคริสต์มาสที่จะมาถึง เอ็ดการ์สัญญาว่าจะนำเจ้าสาวคริสต์มาสไปเป็นของขวัญให้พ่อ คอร่ากับฟรานซิสและเพื่อน ๆ ยืนยันจะช่วยเหลือเอ็ดการ์อย่างถึงที่สุด เอ็ดการ์จึงมาลอนดอนเพื่อแสวงหาเจ้าสาวสุภาพสตรีคนนั้น 

 

หญิงส่วนใหญ่ที่น้องสาว น้องเขย และเพื่อน ๆ เล็งไว้ให้เขาเป็นหญิงสาวที่อ่อนวัยเอ็ดการ์นึกไปนึกมา ถ้าเจ้าสาวอายุสิบแปด แปลว่าตอนเขาอายุสิบแปด ผู้หญิงคนนี้ก็เพิ่งเกิด โอ๊ย ไม่เอา ๆ ขณะรู้สึกพลาดที่รับปากพ่อไป เอ็ดการ์ก็เจอสุภาพสตรีสาวพราวเสน่ห์ในชุดแดง 

 

เฮเลน่า เลดี้สเตเปิลตัน ม่ายสาวผู้ลึกลับและเย้ายวนใจ 

 

ใช่แล้วค่ะ นางเอกเป็นม่าย  

 

ว้าย ตื่นเต้นอีกแล้ว ฮ่า ๆ 

 

เฮเลน่าเคยแต่งงานแล้วกับสามีที่แก่คราวพ่อ ก็ถูกจับแต่งงานนั่นแหละค่ะ ตอนนั้นนางเอกอายุสิบเก้า อดีตสามีอายุห้าสิบสี่ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเจ็ดปี สามีก็ตายไป นางไว้ทุกข์ให้สามีสี่ปี พออายุสามสิบก็เหมือนสะดุ้งกับอายุ เลยลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง ออกท่องเที่ยว สนุกสนานกับงานเลี้ยงต่าง ๆ บริหารเสน่ห์ อยากทำอะไรก็ทำ ใช้ชีวิตให้คุ้ม จนถึงตอนนี้เฮเลน่าอายุสามสิบหก เท่าพระเอกเป๊ะ 

 

นางเอกเป็นคนที่ดูร้อนแรง เซ็กซี่อวบอั๋น รู้จักพูดคุยบริหารเสน่ห์ รู้ว่าทำยังไงผู้ชายจะหลง หรือถ้านางไม่ชอบ จะปฏิเสธยังไง นางมักจะเป็นศูนย์กลางของวงสนทนา สรรหาเรื่องน่าสนใจมาพูดคุย 

 

มีเรื่องซุบซิบในแบบที่เกือบจะอื้อฉาวเกี่ยวกับเฮเลน่ามากมาย แต่นางไม่แคร์ นางมีขอบเขตของตัวเองอยู่ รู้ว่าตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบของสังคม (แม้จะหมิ่นเหม่เต็มที) นางก็ยังเป็นที่ต้อนรับ 

 

เฮเลน่าสะดุดตาพระเอกในงานเลี้ยง ในใจน่ะเล็งผู้ชายคนนี้ละ แต่นางไม่ยอมเข้าไปทำความรู้จักตรง ๆ เพราะดูขาดชั้นเชิงเกินไป นางก็แสร้งคุยกับคนนู้นคนนี้ หว่านเสน่ห์หัวเราะเฮฮา แล้วในที่สุด คนในวงสนทนาก็ต้องแนะนำเขาให้หล่อนรู้จัก เฮเลน่าก็หันไปคุยด้วยนิดหน่อย ก่อนจะเสไปคุยกับคนอื่นต่อ  

 

ต๊าย ร้ายนะหล่อน 

 

พอสบช่อง พระเอกอยู่คนเดียว นางก็เอาเลยค่ะ แวบไปคุยกับพระเอก ก่อนจะบอกพระเอกว่าคนขับรถม้ากับคนรับใช้ของฉันกลับไปแล้ว คุณช่วยไปส่งฉันหน่อยนะคะ 

 

พระเอก (ที่ถูกใจนางตั้งแต่แรกเห็น) จะทนไหวร้อ ก็ตามไปส่งค่ะ 

 

แล้วก็โดนนางเอกลากขึ้นห้องไปกินรวบ อันที่จริงใครจัดการใครก็บอกไม่ได้แน่ชัด 

 

สุดจะร้ายเลยเธอคนนี้ 

 

แต่จริง ๆ แล้วนางเอกไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นนอกจากสามีของหล่อนนะคะ แค่หว่านเสน่ห์พอสนุกเฉย ๆ ที่ผ่านมาก็แค่คุยด้วยแล้วก็หาทางไล่ผู้ชายกลับ แต่แน่นอนว่ากับพระเอกต้องไม่เหมือนใคร แนว ๆ ว่าคนนี้พิเศษ นางต้านทานพระเอกไม่อยู่ สุดท้ายก็เลยลงเอยอย่างนี้  

พอเสร็จแล้วนางก็ไล่พระเอกกลับ พระเอกก็กลับค่ะ แต่วันรุ่งขึ้นเขามาใหม่ มาขอโทษนางเอก ฮ่า ๆ นางเอกก็ด่าเลย จะบ้าเหรอยะมาขอโทษทำไม ตลกย่ะ นางยังว่าอีกว่า ฉันรู้ว่าคุณมาหาเจ้าสาวในลอนดอน แต่คนในชนชั้นสูงก็ชอบสนุกนะ ว่าง ๆ มาก็มาเที่ยวมาคุยกันอีกได้  พระเอกก็บอกว่า ไม่ละ ผมเป็นชนชั้นกลาง ขอมุ่งมั่นหาเจ้าสาวดีกว่า (แนว ๆ ว่าจะขอไม่เอาตัวไปยุ่งกับนางเอกอีกแล้ว) นางเอกก็เสียหน้าสิ ทำไมเขาปฏิเสธฉัน ก็โอเค งั้นอย่ามายุ่งกันอีกนะยะ (ทั้งหมดนี้คือพากย์นรกโดยโอเอง) 

 

สองคนนี้เลยห่าง ๆ กัน แต่ก็ห่างได้ไม่นาน เพราะนางเอกดันท้องค่ะ  

 

นางไม่ได้ป้องกันหรือนึกระวังเลย เพราะแต่งงานมาเจ็ดปีนางไม่ท้อง เลยนึกว่าตัวเองเป็นหมันแล้ว มีอะไรกับพระเอกคืนเดียว ท้องเลย คราวนี้นางเลยจิตใจปั่นป่วนไปหมด เฮเลน่าไม่เชื่อว่าตัวเองจะเป็นแม่คนได้ ไหนจะเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกจะทำยังไง ในใจนางนี่ทั้งหงุดหงิดทั้งพาลใส่พระเอกสุด ๆ ยังไงก็ไม่คิดจะบอกให้พระเอกรู้ แต่สุดท้าย อาการออก พระเอกจับสังเกตได้เลยถามไป นางเอกทั้งด่า ชวนทะเลาะ ดูถูก ทำทุกอย่างยกเว้นปฏิเสธ พระเอกก็เลยรู้ว่านางท้องแน่ ๆ สุดท้ายเฮเลน่าก็ต้องยอมรับ นางบอก แต่ฉันไม่ยอมให้คุณมาบงการหรอกนะ ให้ฉันไปแอบคลอดลูกเงียบ ๆ ยกเด็กให้คนอื่นเลี้ยงนี่ไม่เอา พระเอกบอก ผมจะขอคุณแต่งงานต่างหาก นางเอกก็ตกใจ ปฏิเสธไป พอเห็นว่าพระเอกรั้น ยังไงก็จะแต่งแน่ ๆ นางเอกก็เลย โอเค แต่งก็แต่งสิ คราวนี้นางเลยเชิดหน้าประกาศเลย ว่าจะแต่งงานกับพระเอกเพราะนางท้อง เล่นเอาวงสังคมช็อกไปเลย 

 

คราวนี้พระเอกเลยเลยได้เจ้าสาวคริสต์มาสไปให้พ่อสมใจ 

 

นางเอกเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวสูงค่ะ นางขึ้เหงา ขี้เบื่อ ฉากหน้าเหมือนชอบสนุกเฮฮา แต่เอาเข้าจริงก็โลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบสนิทสนมกับใคร นางไม่มีเพื่อนสนิทด้วย มีแค่ป้าที่เป็นญาติที่นางสนิทหน่อยแต่ก็ไม่มากพอที่จะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังทุกเรื่อง กับพระเอกนางก็คงถูกใจแหละ อยากเป็นเพื่อน อยากคุยด้วย พอเรื่องไม่เป็นอย่างที่คิดเลยหงุดหงิดหัวเสียสุด ๆ  

 

โอชอบเวลานางเอกรวนใส่พระเอก ตลกดีเวลานางด่า ปากคมอย่างกับกรรไกร แต่ที่ชอบยิ่งกว่าคือพระเอกไม่ยอมทะเลาะกับนาง นางเอกเลยเหมือนด่าใส่ตอไม้ ด่าเท่าไรก็ไม่เกิดผล สุดท้ายเลยได้แต่บ่น ๆ ทำไมคุณไม่ยอมทะเลาะกับฉัน โอชอบพระเอกเรื่องนี้มากเลย เป็นคนอารมณ์เย็น อบอุ่น เป็นผู้นำได้ เป็นที่พึ่งพิงยามคับขันได้ เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ยืดหยุ่น ไม่เคร่งครัดเกินไป มีมุมมองที่เปิดกว้าง รักครอบครัว เทคะแนนให้เอ็ดการ์ พระเอกเรื่องนี้รัว ๆ  

 

เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นช่วงคริสต์มาส มีหิมะ มีการสังสรรค์เฉลิมฉลอง เป็นบรรยากาศแห่งความสุข ขนบรรดาพระนางเล่มก่อน ๆ พร้อมลูก ๆ ของพวกเขาเข้ามาเพิ่มความอบอุ่น คอร่ากับฟรานซิสในฐานะที่เป็นน้องสาวกับน้องเขยของพระเอกก็มีบทในเรื่องนี้พอสมควรค่ะ 

 

ปมของเรื่องจะอยู่ที่นางเอก เป็นเรื่องเกี่ยวกับอดีตของนาง อย่างที่บอกว่านางเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวสูง ภายนอกดูแรง ๆ ร้าย ๆ แต่ภายในกลับอ่อนไหวและโหยหาความรักความเข้าใจ พระเอกต้องค่อย ๆ กะเทาะเปลือกนอกของนางเอกเพื่อให้เข้าถึงนางได้ยิ่งขึ้น พระเอกใจเย็นมากเลย โฮ้ยยย 

 

ชอบค่ะ อ่านติดพันเลย มีแค่ช่วงท้ายที่อาจจะติด ๆ กับปมของนางเอกหน่อย แต่ภาพรวมโอชอบนางนะ และโอชอบพระเอกมากเลย ชอบบรรยากาศความอบอุ่นในเรื่องด้วย ให้ 4 ดาว 

 

 

ส่งรีวิวเล่มนี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดีเลยค่ะ 

 

สรุปความชอบของโอในชุดนี้ เรียงจากมากไปน้อย  

วีรสตรีจอมเปิ่น (3) > คริสต์มาสฝันรัก (5) > เจ้าสาวของท่านลอร์ด (2) > เจ้าสาวปริศนา (4) > แผนรักเทพบุตร (1) 

อันดับสองกับสาม และอันดับสี่กับห้าชอบใกล้เคียงกัน เฉือนกันไปนิดหน่อย 

 

สามารถอ่านแยกเล่มได้ แต่ถ้าไม่อยากโดนสปอยล์ก็ควรอ่านเรียงลำดับในชุดเพราะผู้เขียนจะเล่าเรื่องของคู่ก่อน ๆ ด้วย 

 

 

หล่อนไม่เคยรู้สึกยั่วใจเช่นนี้มาก่อน 

การได้อยู่กับเขาจะให้ความรู้สึกอย่างไรนะ หล่อนสงสัยพลางหันหน้าไปยิ้มกึ่งดูหมิ่นให้เพื่อนร่วมทาง ถึงแม้เขาจะไม่มีอะไรให้หล่อนดูหมิ่นได้ก็ตาม เขาเป็นบุรุษผู้หล่อเหลา เป็นชายชาตรีผู้องอาจ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงเจนโลกมาโชกโชน 

หล่อนเกิดความตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่งกับทิศทางของความคิดตนรวมถึงความปรารถนาที่มากยิ่งกว่าประกายชั่ววูบ 

ดูท่าจะต้องเทศนาตัวเองให้คุมสติให้ได้ก่อนที่จะกลับถึงบ้านเสียแล้ว เฮเลน่าบอกกับตัวเอง อาจจะถึงขั้นต้องไล่เขากลับมาร่วมงานเลี้ยงตั้งแต่เมื่อไปถึงทางเท้าหน้าประตูบ้านหล่อนก็ได้ 

แต่เฮเลน่ารู้ว่าหล่อนจะไม่ทำเช่นนั้น 

บางครั้งความเหงาก็แจ่มชัดเสียจนแทบจะสัมผัสได้ 

 

หน้า 34-35  บทที่ 2 

 

 

 

“คุณพูดถูก” เขาบอก “ผมมาลอนดอนเพื่อหาภรรยา ผมสัญญากับพ่อของผมว่าจะเลือกเจ้าสาวให้ได้ก่อนวันคริสต์มาส ผมคิดว่าผมควรจะจดจ่อกับภารกิจของตัวเองดีกว่า” 

 

“งั้นแปลว่าคำเสนอมิตรภาพของฉันถูกปฏิเสธหรือคะ” หล่อนถาม “คำวอนขอมิตรภาพของฉันล่ะคะ น่าขายหน้าจัง คุณนี่ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย” 

 

“ครับ” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำอย่างช้า ๆ “ผมไม่ใช่สุภาพบุรุษ คุณผู้หญิง ในโลกของผม ผู้ชายเราไม่ผูกไมตรีกับผู้หญิงคนหนึ่งในขณะที่เกี้ยวพาอีกคนหนึ่ง” 

 

“โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เคยขึ้นเตียงด้วย” หล่อนพูด 

 

“ใช่” เขายอมรับ “โดยเฉพาะอย่างนั้น” 

 

ครั้งนี้รอยยิ้มของหล่อนคือความดูแคลนแท้ ๆ “งั้นที่คุณพูดเมื่อสักนาทีหรือสองนาทีก่อนก็ถูกต้องแล้วละค่ะ มิสเตอร์ดาวนส์” หล่อนบอก “คุณอยู่ที่นี่นานเกินพอแล้ว ฉันเบื่อความคิดแบบชนชั้นกลางของคุณเต็มที ฉันคงจะไม่พบว่ามิตรภาพของคุณน่าพอใจเหมือนอย่างที่ฉันรู้สึกกับการร่วมรักของคุณ และฉันก็ไม่ต้องการการร่วมรักด้วย ฉันใช้ผู้ชายเพื่อความเพลิดเพลินเป็นครั้งคราว แต่เป็นครั้งคราวที่น้อยเอามาก ๆ และไม่เคยซ้ำหน้าเดิมเป็นครั้งที่สอง ผู้ชายน่ะมีความจำเป็นก็เฉพาะบางเรื่องเท่านั้น เอาเข้าจริงก็น่าเบื่อจะตายไป” 

 

วาจาของหล่อน สีหน้าของหล่อน กิริยาของหล่อน ล้วนส่อไปในทางดูถูก เขาทราบดีและรู้สึกว่าถูกสบประมาท แต่ในขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ว่าเขาทำร้ายจิตใจหล่อนในทางใดทางหนึ่งเช่นกัน หล่อนขอมิตรภาพจากเขาและเขาปฏิเสธ เขาปฏิเสธเพราะเขาไม่อยากจะถูกยั่วยวนซ้ำสอง เขารู้โดยไม่ต้องกังขาเลยว่ามิตรภาพใด ๆ กับเลดี้สเตเปิลตันย่อมจะนำไปสู่เตียงนอนโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ หล่อนเองก็คงต้องทราบเช่นกัน 

 

หน้า 62-63  บทที่ 4 

 

 

 

คำผิด 

 

60 “ถ้าคุณจะขอโทษอีกรอบเพราะลืมพูดคำว่า ‘ได้โปรด’ ก่อนขึ้นเตียงกับฉันละก็ มิสเตอร์ดาวนส์” หล่อนบอก “ขอทีเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาลรู้สึกว่าตัวเองต้องขอโทษด้วยที่ยั่วยวนคุณขึ้นเตียง” 

>> พลอยรู้สึก 

 

161 หล่อนกลัวจับใจ ติดใจหลงใหล และน้ำตาพาลจะร่วง 

>> น้ำตาพานจะร่วง 

 

208 “ฮอเรซแค่เจ็บใจที่นึกมุขนี้ไม่ออกเป็นคนแรกหรอก” 

>> มุก 

 

224 หล่อนมองหน้าสามีก่อนด้วยแววตากังวลชัดแจ้งและรักใคร่ใยดีอย่างลึกล้ำ 

>> ไยดี 

 

230 ลูก ๆ ของพวกเขาจะถูกเด็ก ๆ ในชนชั้นเดียวกันตีตัวออกห่าง 

>> ตีตัวออกหาก 

 

258 ด้วยเหตุนี้จึงพาลกลัวการกระทำของตนที่จะมีผลต่อเด็ก ๆ  

 

น่าจะเป็น สองตัวนี้มากกว่า ขึ้นกับความหมายที่ต้องการสื่อ 

 

>> พานกลัว 

(ทำท่าว่ากลัวการกระทำของตนจะมีผลต่อเด็ก) 

 

>> พลอยกลัว 

(พลอยกลัวไปด้วยว่าการกระทำของตนจะมีผลต่อเด็ก) 



 




 



Create Date : 24 ธันวาคม 2563
Last Update : 24 ธันวาคม 2563 15:09:15 น.
Counter : 588 Pageviews.

5 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน

  
จากที่รีวิว น่าอ่านทุกเล่มเลยครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 24 ธันวาคม 2563 เวลา:22:54:48 น.
  



ขอส่งความสุขในเทศกาลคริสมาสต์ และปีใหม่
มีความสุข สุขภาพสมบูรณ์แข็ง
เฮงๆๆรวยๆๆๆ ทุกๆคน
โดย: katoy วันที่: 25 ธันวาคม 2563 เวลา:6:00:52 น.
  
คุณสองแผ่นดิน ชุดนี้สนุกค่ะ อ่านเพลินเลย ขอบคุณที่โหวตให้ด้วยนะคะ

คุณkatoy ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือนค่ะ Merry Christmas และสวัสดีปีใหม่ค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 26 ธันวาคม 2563 เวลา:15:04:24 น.
  
คุณโอ อ่านเก่งมากเลยครับ ยกนิ้ว

หนังสือที่ทำออกมาเป็นซีรี่ส์ ก็ชวนให้อ่านต่อเนื่องดีนะครับ
ถ้าเป็นนิยายผมไม่ค่อยได้ตามแบบซีรี่ส์มากนัก เพราะอ่านไม่อึดเท่าไร
^^ แต่ถ้าหนังสือการ์ตูน ยังไปต่อได้อยู่ครับ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 29 ธันวาคม 2563 เวลา:5:41:45 น.
  
คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา การ์ตูนโอก็อ่านค่ะ แต่จะหนักไปทางนิยายมากกว่า
โดย: ออโอ วันที่: 30 ธันวาคม 2563 เวลา:12:50:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments