กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา อุรุดา โควินท์ เขียน
14/7/2019

 


 

หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา 

อุรุดา โควินท์ เขียน 

สำนักพิมพ์มติชน 

370 บาท  404 หน้า 


#หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา #อุรุดาโควินท์ #มติชน #รีวิวนิยาย #ออโอ

 

หลังปก 

 

สิ่งล้ำค่าที่ “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์” ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังก็คือผลงานวรรณกรรมอันทรงคุณค่า ทว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คงเหลือร่องรอยไว้ให้เล่าขาน นั่นคือความรักอันเบ่งบานระหว่างเขากับ “อุรุดา โควินท์”  

“หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา” จึงเป็นนวนิยายที่ถูกเขียนขึ้น เพื่อจดจารถึง “เขา” และ “เธอ” เมื่อกว่าสิบปีก่อน  

อย่างน้อยก็เพื่อตระหนักว่า... ถึงบางอย่างจะผันแปรเปลี่ยนไป ทว่าความรัก ความผูกพันที่เคยกำเนิดเกิดก่อ ย่อมไม่อาจลบลืมได้... 




 

คุยกันหลังอ่าน 


 

โอซื้อเรื่องนี้เมื่อสองปีก่อน (รอบจองด้วย) อ่านเมื่อสองเดือนก่อน แต่เพิ่งจบวันนี้ สาเหตุที่หยุดอ่านไปยาวเพราะความเครียดในการอ่าน 

 

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า เรื่องนี้เป็นนวนิยายที่เขียนจากเรื่องจริง เพราะฉะนั้นจึงอาจเรียกอัตชีวประวัติ หรือบันทึกความทรงจำของผู้เขียน ก็ได้ 

 

สารภาพตามตรง ถ้าโอรู้ว่ามันสร้างมาจากเรื่องจริง โออาจจะไม่อ่าน มันง่ายกว่ามาก ที่จะอ่าน สร้างจินตภาพ ดื่มด่ำ คลอเคลีย ขณะเรื่องบรรเลง หรือวิพากษ์วิจารณ์เมื่อปิดหน้าหนังสือ ในเรื่องที่เรารู้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นจริง  

 

การอ่านเรื่องนี้ทำให้โอรู้สึกว่าตัวเองก้าวล่วงเข้าไปในดินแดนต้องห้าม บางครั้งอยู่หลังต้นไม้ บางครั้งอยู่หลังม่าน แอบมองความเป็นไปต่าง ๆ และในหลาย ๆ ครั้งก็ตัดสินความเป็นไปนั้นด้วย แม้ประตูที่ผ่านเข้าไปในดินแดนตอนแรกนั้นอาจจงใจเปิดทิ้งไว้ แต่บางครั้งเมื่อเจ้าของไม่ต้องการก็จะปิดประตูใส่หน้า ปัง! 

 

โอรู้สึกเครียด กดดัน อาจมีความรู้สึกผิดเจือด้วยซ้ำ แม้ว่าตั้งแต่ต้นโอไม่ได้เป็นคนอยากจะเข้าประตูบานนั้นเลย 

 

เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่คิดถึงผู้อ่านน้อยมาก กระทั่งไม่ได้คิดถึงเลยด้วยซ้ำ มันเต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอด มีทั้งเรื่องในวันดี ๆ และเรื่องในวันร้าย ๆ ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดจบที่แน่ชัด ไม่มีแบบแผน ไม่มีเหตุผล ไม่มีลำดับ ไม่มีกาลเวลา คนคนหนึ่งอาจผุดขึ้นและหายไปเมื่อใดก็ได้ เป็นใครก็ได้  

 

เป็นเรื่องที่ผู้เขียนอยากเขียนและต้องการเขียน แค่นั้น 

 

คนอ่านได้แค่อ่าน โดยไม่มีสิทธิ์สงสัยหรือเรียกร้อง เพราะในห้วงของความทรงจำของคนคนหนึ่งนั้น ไม่มีหน้าที่อธิบายหรือตอบสนอง 

 

กลับมาที่เรื่องราวในเล่ม เรื่องเล่าถึงความสัมพันธ์ของ “ฉัน” และ “พี่” ซึ่งแทน “อุรุดา” และ “กนกพงศ์” ในวันที่พูดคุยกันครั้งแรก จนผ่านไปถึงช่วงการใช้ชีวิตด้วยกันที่พรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ชีวิตกลางธรรมชาติและพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด หาผัก เก็บผลไม้ ผ่าฟืน เราจะเห็นสีเขียวของโลกแซมระหว่างตัวหนังสือ โดยมีเสียงพิมพ์ดีด เสียงขูดขีดของดินสอเป็นพื้นหลัง 

 

เห็นโลกใบใหญ่ และเห็นโลกใบย่อม โลกของนักเขียนสองคนที่แตกต่าง  

 

โลกของ “พี่” นั้น งานเขียนไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นตัวตน เป็นชีวิต เป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่อนปรน ส่วนโลกของ “ฉัน” นั้นต่างออกไป แม้จะเป็นตัวตนเช่นกัน แต่เป็นตัวตนที่สามารถเอนกายได้เมื่อร่างล้า หลับตาได้เมื่อต้องพัก 

 

เมื่อเป็นนักเขียน จึงต้องเขียน พวกเขามีความสุขเมื่อสิ่งที่ต้องการถูกถ่ายทอดออกมาและมีผู้รับสารที่เห็นคุณค่า งานก็เหมือนตัวตน งานได้รับการยอมรับ เท่ากับตัวตนได้รับการยอมรับ 

 

แต่เมื่องานเขียนเป็นงาน จึงสามารถสร้างความเหน็ดเหนื่อย กดดัน บีบคั้น ยามที่คิดงานไม่ได้ หรืองานไม่ออกมาดั่งใจ ซึ่งพวกเขาต่างเผชิญกับภาวะนี้แทบจะตลอดเวลา เป็นสภาวะหนึ่ง 

 

พวกเขาเป็นนักอ่านเช่นกัน อ่านเมื่อว่างจากการเขียน เป็นทั้งผู้เสพและผู้สร้าง 

 

“หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา” ชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ได้อุดมสุข ตั้งแต่ต้นเราจะรู้แล้วว่า “กนกพงศ์” ได้จากไปแล้ว ตัวหนังสือเหล่านี้เป็นบันทึกจากความทรงจำและความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีต่อเขา ระหว่างทางนั้นก็ไม่ใช่เรื่องราวความรักที่หวานซึ้งตรึงใจ อันที่จริงตรงกันข้ามด้วยซ้ำ 

 

โอไม่แน่ใจว่าคนที่อ่านจะรู้สึกอย่างไร หรือควรจะรู้สึกอย่างไร  

 

อย่างไรก็ตาม มุมมองในเรื่องก็ทำให้เราเห็นคุณค่าและความพยายามของนักเขียนเช่นพวกเขา 

 

3 ดาว 


 

พี่ดูโล่งใจเมื่อฉันจะไปโดยดี ฉันหายใจลึก ไล่น้ำตาเข้า จงไหลย้อนคืนไปอยู่ในปอด ในตับ ในกระเพาะ ในเลือด ในส่วนใดก็ตาม แต่ต้องไม่ไหลออกมา พี่จะไม่ได้ยินคำขอร้อง ตัดพ้อ เกี่ยงงอน หรือกระทั่งคำถาม 

 

จ้องตาพี่ พี่ต้องจำ นี่คือการตัดสินใจของพี่ และฉันเคารพการตัดสินใจนั้น 

 

ฉันคิดอะไรอยู่ พี่รู้มั้ยคะ 

 

ฉันจะกลับไปบอกแม่อย่างไร ฉันควรกลับบ้านตอนนี้หรือ แล้วทั้งหมดที่ผ่านมาคืออะไร แต่นั่นล่ะ พี่ไม่จำเป็นต้องรู้ หลังจากส่งฉันที่สถานีรถไฟ เราจะกลายเป็นคนอื่น อันที่จริงเราก็อยู่แบบคนอื่นตั้งแต่ต้น เว้นเสียแต่ตอนที่อยู่บนร่างกายของกันและกัน 

 

ฉันโกรธ ฉันเสียใจ และมากที่สุดคือความสงสาร พี่จะก้าวต่อไปได้อย่างไร หากขังตัวเองไว้ในกำแพงแน่นหนา พี่สร้างมันขึ้นมา ผู้คนช่วยกันทาสี, ปิดทองด้วยความรัก ดูสวย ดูขลัง แต่มันคือกรอบ 

 

แม้แต่จิตใจเสรีของพี่ก็ทะลุทะลวงออกมาไม่ได้ 

 

จิตวิญญาณเสรี หากจะเลือกคำโอ่อ่า พี่ต้องมีสิ่งนั้น จึงลาออกจากมหาวิทยาลัยทั้งที่เรียนไม่จบ จึงชวนฉันมาอยู่ที่นี่ ไม่ถามความเห็นใคร ทั้งไม่สนใจอดีตของฉัน 

 

อา...หรือส่วนหลังเราควรเรียกว่าความมักง่าย ได้ค่ะ! เมื่อพี่ต้องการ ก็ให้ฉันจบตรงนี้ อย่างง่าย ๆ ข้างหน้าพี่กับฉันนี่ล่ะ 

 

หน้า 108-109  บทที่ 10 

 

ฉันพร้อมจะไป จากใจจริง ฉันอยากไปนาทีนี้ เดี๋ยวนี้ เราต้องรออะไรอีก รอพี่คนนั้นกลับมาหรือ 

 

พี่คนนั้นอยู่ในดินแดนไกลโพ้น, คนซึ่งต้องการฉัน พี่ติดเกาะร้างกลางมหาสมุทร เดียวดายอยู่ที่นั่น ตรงหน้าฉันคือนักเขียนผู้หนีความล้มเหลว โดยแบกความสำเร็จในอดีตกาลไปด้วย 

 

โยนสมุดลงตะกร้าหวาย พรุ่งนี้ฉันจะไป และตอนนี้ฉันจะอาบน้ำ ฉวยผ้าเช็ดตัว เขาห้องน้ำ สาดน้ำเย็นเฉียบใส่ตัว ขันแล้ว ขันอีก น้ำช่วยให้ฉันตื่นจากความน้อยเนื้อต่ำใจ 

 

พี่ไม่ต้องการอยู่กับฉัน แต่พี่ไม่อาจตัดสินฉัน 

 

หน้า 111-112  บทที่ 10 

 

ฉันรักพวกเขา รักพรหมคีรี แต่ฉันไม่อาจกลับไป ฉันต้องการใช้ชีวิตที่เหลือด้วยการเขียน 

 

งานเขียนซึ่งจะปกป้องฉันจากทุกสิ่ง... 

 

ลำดับแรกสุด มันปกป้อง ‘เรา’ 

 

ความสัมพันธ์ของเราถูกห่อหุ้มด้วยการงาน ฉันเป็นคนพิเศษสำหรับพี่ เพราะฉันเป็นนักเขียน และฉันจะยังพิเศษ ตราบเท่าที่ฉันเขียน 

 

พี่จะอยู่กับฉันอย่างสบายใจ หากฉันทำให้บ้านของเราเป็นบ้านแห่งการสร้างสรรค์, การอยู่ของฉันไม่รบกวนการเขียนของพี่ และหากมันส่งเสริม เกื้อกูล ความเป็นเรายิ่งมั่นคง 

 

ฉันไม่มั่นใจว่าพี่รักฉัน แต่ฉันเชื่อมั่นในความโปร่งใจ และฉันรู้-รักแท้ของพี่คือการเขียน ไม่ว่าใครที่เป็นอุปสรรคต่อรักแท้ พี่จะปัดเขา (เธอ) ให้พ้นทาง 

 

หน้า 195  บทที่ 18 

 

มีบางส่วน, ฉันไม่บอกพี่ ฉันเห็นตัวเองหมอบราบใต้ฝ่าเท้าแห่งรัก ไม่ใช่พี่ที่ฉันศิโรราบ-เป็นความรัก เพราะจำนนเสียแต่แรกมันจึงเอาฉันอยู่หมัด เมื่อตกหลุมรัก ฉันไม่สนใจว่าพี่เป็นใคร มีเงินเท่าไร เราจะเผชิญกับอะไรในเดือนหน้า ปีหน้า ไม่เกี่ยวว่าพี่เป็นคนดีหรือเลว และไม่สำคัญเลยว่าพี่ดีต่อฉันหรือเปล่า 

 

ฉันไม่อาจอยู่อย่างสงบโดยปราศจากความรัก ราวกับชิ้นส่วนถูกจับแยก โยนไปคนละทิศ แต่ละชิ้นตะโกนร้องหากัน 

 

ความรักของฉันเป็นพี่สาวความลุ่มหลง มันหนักแน่นกว่า เป็นผู้ใหญ่กว่า และมีอายุเท่าลมหายใจ 

 

หน้า 227-228  บทที่ 22 



พี่เดินเร็วมาก พี่ไปไกลจนฉันจำก้อนหินที่พี่เหยียบไม่ได้ บ่อยครั้งพี่ต้องหยุดรอ แต่ฉันไม่ทันอยู่ดี ผ่านครึ่งชั่วโมงฉันก็รู้ว่าควรมองหาและเลือกก้อนหินเอง...เช่นเดียวกับที่อื่นบนโลก ฉันต้องหาตำแหน่งวางเท้าที่เหมาะเจาะกับก้าวย่าง, เหมาะสมกับตัวเอง 

 

ฉันรักพี่ แต่ไม่อาจย่ำตามรอยพี่ 

 

หน้า 242  บทที่ 23 

 

ฉันเลือกการเขียน เพราะเห็นความหมายของชีวิตในเรื่องเล่า แต่เราต้องยอมรับ, มันไม่ใช่คุณค่าเดียวที่คู่ควรกับศรัทธา 

 

ฉันไม่ปฏิเสธ นอกจากตกหลุมรักพี่ ฉันยังนับถือนักเขียนหนุ่มผู้อยู่ตรงหน้าหมดใจ นั่นก็เพราะฉันเขียน 

 

เราไม่อาจเหมารวมแม่ของฉัน น้องของฉัน แม่ค้า ช่างซ่อม รถ ครู หมอ หรือใครก็ตาม ให้เห็นคุณค่าของเรื่องเล่า 

 

เราไม่อาจเรียกร้องแม้กับคนที่เคยกอดคอบนเส้นทางเดียวกัน นั่นมันมากไป 

 

พี่คะ ฉันเคยเป็นเซลส์ขายบ้าน เคยทำบัญชีให้บริษัทชุดชั้นใน เคยทำงานธนาคาร ฉันรู้ดี...วรรณกรรมกระทำได้ก็กับคนที่อ่านมันเท่านั้น และไม่ใช่ความผิดด้วย หากไม่อ่าน หรือไม่เขียน 

 

หน้า 276  บทที่ 26 

 


 




Create Date : 16 กันยายน 2563
Last Update : 16 กันยายน 2563 14:11:05 น.
Counter : 165 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณsettembre, คุณnewyorknurse

  
เจิมๆๆๆ
มาอ่านรีวิวหนังสือดีๆที่บ้านคุณโอค่ะ
ชอบๆๆ..ที่รีวิวละเอียดดีจัง

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 กันยายน 2563 เวลา:19:39:38 น.
  
คุณเริงฤดีนะ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku ขอบคุณสำหรับโหวตนะคะ

ขอบคุณคุณเริงฤดีนะที่แวะมาเยี่ยมด้วยค่ะ บางเรื่องใช้เวลาเขียนรีวิวนานเหมือนกันค่ะ เป็นวันเลยก็มี
โดย: ออโอ วันที่: 17 กันยายน 2563 เวลา:13:40:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments