พฤศจิกายน 2563

1
3
4
6
9
11
14
15
16
17
18
19
20
22
24
26
28
29
 
 
All Blog
Not for Sale รักนี้ไม่มีขาย Lanlin เขียน
2/8/2019




 




 

Not for Sale รักนี้ไม่มีขาย 

Lanlin เขียน  ครองขวัญ เหลืองอุบล แปล 

สำนักพิมพ์ Angpao 

220 บาท  189 หน้า 


#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลจีน #NotforSale #รักนี้ไม่มีขาย #Lanlin #หลันหลิน #Angpao #รีวิวนิยาย #ออโอ


*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย
 
 

หลังปก 


 

ในวันเกิดอายุครบสามสิบปีอันโดดเดี่ยว หลินหานรวบรวมความกล้าไปที่บาร์โฮสต์ เพื่อจบความเวอร์จินของตนเอง แต่หลังจากผ่านวันไนต์สแตนด์ในคืนนั้นไป เขาก็ยังเลี้ยงดูเย่ซิวทั่วต่ออีกหนึ่งเดือนเต็ม แม้จะได้สัมผัสประสบการณ์คนรักเสมือนจริงระดับมืออาชีพ มีความสุขรวมกับอยู่ในความฝัน ทว่าก็ยังไม่สามารถลืมเพื่อนคนที่ตนแอบรักมาหลายปีได้ 

 

จู่ ๆ เพื่อนคนนั้นก็มาสารภาพรัก ทำเอาหลินหานถึงกับช็อก ทั้งที่ตัวเขาควรจะดีใจที่ความปรารถนาอันยาวนานนั้นจะได้เป็นจริงเสียที แต่เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอกับเย่ซิวทั่วอีก หลินหานก็แอบเศร้าใจ ฝ่ายหนึ่งคือความปรารถนาที่ยาวนาน อีกฝ่ายคือคนรักที่ซื้อมา เขาควรจะเลือกอย่างไรดี? 

 

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าหากต้องห่างจากเฉิงฮ่าวแล้ว เขาจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่ช่วงเวลาที่ห่างจากเฉิงฮ่าวจริง ๆ ...กลับมีเย่ซิวทั่วคอยอยู่ข้างกาย ชีวิตก็เต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัย 

 

เย่ซิวทั่วตำหนิว่าเขาไร้ค่า ด่าว่าไม่มีศักดิ์ศรี กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง ตอนนั้นทั้งเสียใจทั้งโมโห แต่หลังจากนั้นพอมาคิด ๆ ดูแล้ว เย่ซิวทั่วก็พูดถูก 

 

คนเราควรเคารพในตัวเองและมีขอบเขตที่ชัดเจน เหมือนกับการตั้งงบในการเล่นพนัน หากเกินขอบเขตไป ก็จะเล่นต่อไปไม่ได้... 





 

คุยกันหลังอ่าน 


 

เปิดเรื่องด้วยการที่หลินหาน นายเอกของเรา ไปซื้อตัวชายหนุ่มที่บาร์โฮสต์ เพื่อมาฉลองวันเกิดอายุสามสิบของตน เขาถูกใจชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง เลยชี้นิ้วร้องถามเขา แม้คนรอบข้างจะเงียบไป (และคนอ่านรู้ว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ แต่นายเอกของเราย่อมไม่รู้) ชายหนุ่มคนนั้นตอบตกลง แนะนำตัวกับเขาว่าชื่อเย่ซิวทั่ว วันไนต์สแตนด์ผ่านพ้น หลินหานเล่าเรื่องที่ตนหลงรักเพื่อนสนิทให้เย่ซิวทั่วฟัง  

 

ความจริงหลินหานเป็นคนซื่อ ไม่ค่อยมีไหวพริบ และบื้อมากเรื่องคน แม้จะโดนตอกใส่ว่าโง่เง่าบ่อย ๆ  แต่ใครก็ชอบคนแบบนี้ ไม่มีพิษมีภัย อยู่ใกล้ก็อดอยากรังแกไม่ได้ เย่ซิวทั่วเองก็ใช่ เฉิงฮ่าวเพื่อนสนิทของหลินหานเองก็ใช่ เรื่องที่โดนเพื่อนหลงรักก็ไม่ใช่ความลับอะไร ท่าทีชื่นชมบูชา กระดิกนิ้วก็ส่ายหางหา แค่ไม่ตาบอด ใครก็ดูออก 

 

และเฉิงฮ่าวเองก็ชอบแสดงท่าทีให้หลินหานมีความหวังเล็ก ๆ แต่พอคิดจริงจังเข้าหน่อยก็ดับความหวังเขามอด หลินหานเจอเรื่องแบบนี้จนชิน แต่ก็ยังคงเฝ้าตามต้อย ๆ เป็นหมาที่โดนกระดูกผูกคอล่อ จะกินก็กินไม่ได้ ได้แต่มองน้ำลายสอ 

 

เย่ซิวทั่วที่ต่อมากลายมาเป็นที่ปรึกษาด้านความรักของหลินหานได้แต่ส่ายหน้า ด่าว่าเขาทำตัวไร้ศักดิ์ศรี แต่ถึงอย่างนั้นคำแนะนำของเย่ซิวทั่วก็ดูจะทำให้เฉิงฮ่าวมีปฏิกิริยาตอบรับที่ดี หลินหานจึงยอมเชื่อฟัง 

 

เย่ซิวทั่วเคยถามหลินหานว่านั่นใช่ความรัก หรือเป็นความเคยชินกันแน่ หลินหานดึงดันว่าใช่ 

 

แต่เมื่อถามคำถามคนไม่ฉลาด ก็ควรให้เวลาคิดให้มากกว่านี้นี่เนอะ 

 

+++ 

 

เปิดเรื่องมาโอไม่ชอบเลย มันเร็วและง่ายไป แล้วก็ดูเบาไป แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ แล้วชอบนะ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ คือทั้งพระนาย เย่ซิวทั่วกับหลินหาน ไม่ได้เริ่มด้วยความรัก แต่เป็นความใคร่ ถูกใจหน้าตา แล้วก็คงเป็นเคมีบางอย่างเสริมด้วย แต่พออยู่ด้วยกันเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกว่าคนนี้นี่แหละเหมาะกับเรา ใช่กับเรา แล้วคนอ่านก็สัมผัสได้ 

 

หลินหานไม่ใช่นายเอกแนวที่โอชอบเลย เขาทึมทื่อไป ขี้แงอีกต่างหาก (ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ และไม่ชอบตัวเองที่ดูไม่เป็นผู้ชายเอาซะเลย) แต่มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเขาน่ารัก ความบื้อที่บางครั้งอยากเขกกะโหลก แต่ก็อยากเอาใจช่วยไปพร้อมกัน 

 

ถึงไม่ฉลาดแต่ก็มุ่งมั่น ถึงจะโดนรังแกแต่ก็ไม่ท้อถอย เป็นคนซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเอง 

 

แต่เพราะไม่ฉลาดก็เลยโดนคนหลอกบ่อย โดนทั้งเฉิงฮ่าวเอาเปรียบ โดนทั้งเย่ซิวทั่วหลอกล่อต่อโปรฯ ให้ซื้อตัวเอง ลดนู่นแถมนี่ หลินหานก็โดนล่อให้ซื้อตามระเบียบ 

 

ส่วนเย่ซิวทั่ว โอว่าตอนแรกก็คงแค่ถูกใจ ไป ๆ มา ๆ เห็นว่าหลินหานซื่อดีก็เลยอยากแกล้ง แกล้งไปแกล้งมาทนกับความโง่ไม่ไหวก็เลยช่วยแนะนำ แนะนำไปแนะนำมาดันหลงรักเข้าเอง ที่แย่ว่าการแอบชอบก็คือการหลงรักคนโง่ที่ไม่เข้าใจความรัก เย่ซิวทั่วก็เลยมักมีคำถาม หรือแบบทดสอบเนียน ๆ ให้หลินหานอยู่เรื่อย 

 

ฉากบนเตียงเรื่องนี้มีพอสมควร แต่ที่ถูกใจโอจะเป็นโมเมนต์ของพระนาย และสารที่สื่อออกมา 

 

เรื่องของเฉิงฮ่าวโอก็ชอบในแง่ที่เป็นดราม่าที่เรียลดี ดราม่าที่จะว่าหนักก็หนักนะ แต่ไม่ได้นาน และไม่ได้ตอกย้ำเท่าไร  

 

โดยรวมชอบนะคะ 3 ดาว 

 
 

แต่อ่านค่อนข้างงงเลย แยกประโยครู้เรื่อง แต่พอรวมกันแล้วงงใจความ น่าจะเป็นที่การเลือกใช้คำ ความหมายของประโยค และการเรียงประโยค สะดุดค่อนข้างมากเลยค่ะ อารมณ์ที่จะมาเลยไม่ค่อยมาตามเรื่อง 

 

 

ยกตัวอย่างบางท่อนที่คิดว่ามีปัญหามา (มีมากกว่านี้นะ แต่บางที่ที่โอสะดุดก็ไม่รู้ว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน) 

 

62 ไม่ว่าจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ ถึงอย่างไรตอนนี้ทำไม่ได้ก็ต้องรอจังหวะถูกโจมตี สู้เอากลับมากินเอง ก่อนที่จะถูกหมอนั่นกินหมดไม่มีเหลือยังดีเสียกว่า 

‘ถึงอย่างไรตอนนี้ทำไม่ได้ก็ต้องรอจังหวะถูกโจมตี’ คืออะไรคะ ไม่เข้าใจเลย 


 

98-99 หลินหานไม่รู้ว่าเขาได้เงินน้อยไปไหม คิดว่าเขาลำบากขนาดนั้น ต้องคิดรายเดือนแพงแน่ ๆ รอบนี้ดูเหมือนเย่ซิวทั่วจะดีใจมาก ดึงเขาเข้าไปจูบอยู่นาน 

‘หลินหานไม่รู้ว่าเขาได้เงินน้อยไปไหม’ เงินที่ว่าคือรายได้ของเย่ซิวทั่ว หรือเงินที่หลินหานเพิ่งยื่นให้เย่ซิวทั่ว แล้วประโยค ‘ต้องคิดรายเดือนแพงแน่ ๆ’ ก็ไม่เชื่อมโยงกับ ‘เย่ซิวทั่วดูเหมือนจะดีใจมาก’ 

 

อาจเป็นราว ๆ นี้หรือเปล่าคะ 

 

หลินหานไม่รู้ว่าเขาให้เงินน้อยไปไหม คิดว่าเย่ซิวทั่วลำบากขนาดนั้น ต้องคิดรายเดือนแพงแน่ ๆ แต่คราวนี้ดูเย่ซิวทั่วจะดีใจมาก ถึงดึงเขาเข้าไปจูบอยู่นาน 

 

108 “อย่าโง่สิ ที่จริงต้องไปเล่นพนันนะ นี่เป็นแค่เงินที่ช่วยให้คุณหาเงินได้ เป็นไง ตอนนี้คุณได้ร้อยหยวนมาฟรี ๆ จะไปลองหน่อยไหม?” 

‘อย่าโง่’ คือดุ ‘ที่จริงต้องไปเล่นพนัน’ คือข้อเท็จจริง ‘เป็นไง’ คือถามความเห็น ‘จะไปลองหน่อยไหม’ คือคำถามเยสหรือโน ตกลงประโยคนี้เย่ซิวทั่วต้องการสื่ออะไรกันแน่ โทนของประโยคนี้คืออะไร 

 

122 หรงลิ่วหัวเราะไม่หยุดจนน้ำตาไหล หลินหานถูกขำจนไม่รู้จะทำยังไงจึงหันหน้าไปมองเย่ซิวทั่ว เขาเองก็กำลังหัวเราะอยู่ 

เราไม่ใช้ ‘ถูกขำ’ น่ะค่ะ ปกติภาษาไทยเราไม่ใช้ ถูก+V. อยู่แล้ว ยกเว้น กริยานั้นเป็นกริยาเชิงลบ  เช่น ถูกตำหนิ ถูกตี 

 

136 เย่ซิวทั่วเลิกคิ้วสูงขึ้น เห็นสีหน้าลังเลของหลินหานก็ขมวดคิ้ว จับมือเขาที่กำลังปิดปากตนอยู่ กอดเขาสูงขึ้น 

‘กอดเขาสูงขึ้น’ คืออะไรคะ เจอกอดสูงขึ้นครั้งที่สองแล้ว กอดก็คือกอด แต่สูงนี่ว่านี่คือตำแหน่งมือหรือเปล่า  

 

144 “เขาไม่ได้ชอบคุณอยู่แล้ว แต่คุณก็ยังตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะทำ? ถึงกับต้องลดคุณค่าของตัวเองขนาดนี้เลย” 

‘แต่คุณก็ยังตั้งใจเด็ดเดี่ยวที่จะทำ?’ ? ? ? คำถามมันคือตรงไหน 

 

น่าจะเป็นราว ๆ นี้หรือเปล่าคะ 

 

“เขาไม่ได้ชอบคุณอยู่แล้ว แต่คุณก็ยังตั้งใจยืนหยัดที่จะเดินหน้าต่อ ถึงกับต้องลดทอนคุณค่าของตัวเองขนาดนี้เลยหรือไง” 

 

145 เฉิงฮ่าวในตอนนั้นขอแค่ได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ ก็มีความสุขแล้ว วันที่อากาศร้อนก็จะดื่มหนึ่งขวด เขาซื้อจักรยานเพื่อไปส่งเขา ตอนนั้นเขาจะคอยมองดูเฉิงฮ่าวดื่มทุกวัน เวลามองก็รู้สึกมีความสุข 

 

‘เขาซื้อจักรยานเพื่อไปส่งเขา’ ...เขาไหนเนี่ย ไม่ควรเอาสรรพนามที่ไม่ระบุมาใส่เป็นทั้งประธานและกรรมในประโยคนะ แล้ว ‘ซื้อจักรยานไปส่ง’ ก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับใจความประโยคเลย รวม ๆ แล้วงง 

 

155 เขาพยายามขนาดนั้น ทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้อยู่กับเฉิงฮ่าว ในที่สุดก็มีโอกาสแล้วตอนนี้ แต่กลับถูก ‘ที่ปรึกษาด้านความรัก’ ที่ตนไว้ใจทำลายมันกับมือ เขาเพิ่งจะคิดได้ว่าเย่ซิวทั่วทำไม่ดีก็เริ่มไม่วางใจ ที่แท้ ‘กูรูด้านความรัก’ ก็เป็นตัวบ่อนทำลายเขา ล้อเขาเล่น 

 

‘เขาเพิ่งจะคิดได้ว่าเย่ซิวทั่วทำไม่ดีก็เริ่มไม่วางใจ’ ไม่น่าใช้ประโยคนี้ในท่อนนี้นะ 


น่าจะเป็นราว ๆ  
 

เขาเพิ่งตระหนักว่าเย่ซิวทั่วทำอะไรไว้จึงไม่ไว้ใจอีกต่อไป 

 

156 

เปิดประตูห้องนอน แล้วปิด...แต่ปิดยังไงก็ไม่ได้ มือข้างหนึ่งของเย่ซิวทั่วอยู่ตรงประตู 

 

ไม่รู้ทำไม ความรู้สึกตอนที่หันกลับไปนั้นน่ากลัวมากจริงๆ  หลินหานไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ตกใจจนรีบปิดประตู แต่กลับถูกเปิดออกสุดแรง 

 

หลินหานกลัวมาก เสียงทุบประตูดังปัง ๆ ๆ ทำเอาเขาถอยหลังไปหลายก้าว แต่ก็ต้องดันประตูเอาไว้ราวกับกระต่ายที่ถูกหมาป่าบุกเข้ามา 

 

“ผมไม่ใช่คนที่จะยอมให้รังแกได้ง่าย ๆ นะ ถะ...ถ้าคุณทำให้ผมโกรธอีก ผมจะต่อยคุณ!” 

 

เย่ซิวทั่วหัวเราะเมื่อเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของเขา มือหนึ่งก็หยิบรูปวาดบนโต๊ะที่เสร็จไปแล้วเกินครึ่งขึ้นมา “คุณออกมาฟังผมดีกว่า ไม่งั้นผมจะฉีกรูปพวกนี้ทิ้งซะ” 

 

หลินหานตกใจจนไม่กล้าขยับ มองรูปอันเป็นที่รักในมือเขา 

 

ยกมายาว เพื่อจะถามว่าตอนนี้ ประตูปิดหรือเปิด ตอนแรกบอก ‘ปิดไม่ได้’ ต่อมา บอก ‘รีบปิด แต่ถูกเปิดออกสุดแรง’ (เอ้า ไหนบอกปิดไม่ได้) ต่อมาบอก ‘เสียงทุบประตูทำเอาถอยหลัง’ (ถ้าดันประตูทำไมถอยหลังได้) ต่อมาบอก ‘มือหยิบรูป’ (ถ้าผลักประตูทำไมเอื้อมมือไปหยิบรูป) ต่อมาบอก ‘หลินหานมองรูป’ (ก็คือประตูไม่ได้ปิด)  สรุปคือโองงมาก  

 




 





 

 

“แต่ว่า ทะ...ที่พูดครั้งก่อน...” 

 

“หืม?” 

 

“รับผมเป็นลูกค้าแค่คนเดียว...” 

 

เย่ซิวทั่วพูดเสียงเบา “เรื่องนั้นน่ะ ผมไม่ทำหรอกนะ เพราะการกระทำของคุณยังไม่ผ่านมาตรฐาน” 

 

“หา? ตรงไหนที่ไม่ผ่านมาตรฐาน” 

 

เย่ซิวทั่วหัวเราะ แล้วดีดหน้าผากเขา “คิดเองสิ” 

 

“หือ?” หลินหานกลัวว่าคนจะพูดกับเขาด้วยประโยคนี้มากที่สุดก็เพราะเขาคิดไม่ออกถึงได้ถามยังไงล่ะ เวลานี้เขาจึงทำได้เพียงแค่ยอมรับว่า “ผมคิดไม่ออก” 

 

“งั้นก็ยิ่งไม่ผ่านมาตรฐาน” เย่ซิวทั่วหัวเราะ ลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วหันหลัง บอกให้รู้ว่าไม่อยากคุยแล้ว 

 

หน้า 145  บทที่ 8 

 

.

.

.

 

 

 

 

 


 



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2563 11:10:19 น.
Counter : 389 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse

  
ขอบคุณคุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse สำหรับโหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 16 พฤศจิกายน 2563 เวลา:20:58:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments