Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 กันยายน 2556
 
All Blogs
 

ปรับฐานครั้งนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน



ผมคิดว่าโดยภาพรวมของ SET50 ราคาที่ควรจะซื้อขายกันควรอยู่ที่ 1.5-2.0BV, P/E 11 - 13 , เงินปันผลควรอยู่ 4%

[u][b]มองไปข้างหน้า[/b][/u] ปัจจัยที่จะเริ่มเข้ามากระทบเศรษฐกิจและกำไรในอีก 1 ปีข้างหน้า ผมให้น้ำหนักเรื่องเพดานก่อหนี้ของ
ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือคนชั้นล่างและกลาง รวมถึงภาคการส่งออกที่ไม่น่าจะสดใสมากนักเนื่องจากผู้ซื้อไม่ค่อยจะมีแรงเท่าไหร่
หากฝั่ง US, EU, Japan  ยังพิมพ์เงินมาใช้ กำลังตรงนี้ก็ยังอยู่ได้แต่มันจะเป็นผลร้ายในระยะยาว เพราะสุดท้ายเงินที่เข้าตลาด
มันจะไหลไปหาผู้ประกอบการรายใหญ่ และทั้งโลกจะติดกับดัก ดอกเบี้ยต่ำ 
หากขยับดอกเบี้ยก็จะไปกระทบ เพดานก่อหนี้ของผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ถ้าปล่อยให้ดอกเบี้ยต่ำอย่างนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้มากไปกว่านี้ เพราะการพิมพ์เงิน เป็นเพียงการโกงการล้มละลายให้นานยิ่งขึ้น
หากจะให้เศรษฐกิจกลับมา ต้องยอมล้างไพ่ ธนาคารจะล้มต้องให้ล้ม บางทีระบบการสร้างหนี้ของโลกได้เดิมมาไกลเกินไปหรือเปล่า


ผมมีเพื่อนอยู่ KKP เมื่อก่อนลูกค้าต้องผ่านเกฎณฑ์ 5 ข้อ ตอนนี้ 2-3ข้อก็เพียงพอ 
เมื่อก่อน(10ปี) เคยผ่อนรถกันที่ 24-48 เดือน ตอนนี้เราดึง เงินอนาคตของผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ออกมาใช้ด้วยการผ่อน 84 เดือน
แล้วต่อไปเราจะเหลือช่องว่างตรงไหนให้เศรษฐกิจได้เดินต่อไป หรือต้องมีการผ่อน 120 เดือน

สำหรับมุมมองผมสำหรับปีหน้าคือ ดีสุดคือผลกำไรของบริษัทจะเติบโตไม่มาก และแย่สุดคือเติบโตติดลบ หากหุ้นขึ้นก็ไปได้ไม่มาก ถ้าหุ้นลง หุ้นที่เคยเป็นความหวัง P/E สูงๆและเติบโตสูงมาหลายปี(ผิดปกติมา 2-3 ปี) จะต้องกลับไปซื้อขายกันในราคาเหมาะสม โอกาสคือมันจะดึงราคาหุ้นลงมากกว่าที่จะขึ้นไป

1.สื่อสาร คาดหวังว่าสัมปทานใหม่จะมีต้นทุนลดลง แต่ P/E ก็อยู่ในระดับสูงมาก ลองดูช่วงที่ผ่านมาตอนก่อนที่กลุ่มนี้จะ break-even และหลัง จะเห็นว่าตอนขาดทุนหุ้นมีราคาสูงกว่าตอนมีกำไร (ภายหลังปี 40)เพราะอะไร?

2.ธนาคาร เมื่อภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ P/E ธนาคารดูเหมือนไม่แพง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับในเอเชียเราก็ไม่ถูก หากดูจีน, เกาหลี pe ต่ำกว่า 10 กำไรกลุ่มนี้อ่อนไหวมาก มันอาจจะไม่สามารถพา set ไปได้ไกล และหากดูก่อนปี 40 จะพบว่าก่อนที่เศรษฐกิจจะพังกำไรของธนาคารสูงมากและโตต่อเนื่องกันหลายปี ผมเชื่อว่าครั้งนี้ไม่ถึงกับพัง แต่เป็นการตั้งสำรองสูงขึ้นและตัดหนี้เสียออกระบบไปเรื่อยๆ

3.พลังงานไม่ได้แพงและไม่ได้ถูกมาก ไม่ใช่จังหวะของมัน

4.ค้าปลีก ผมว่ากลุ่มนี้มาไกลเกินไป ลองดูว่าความคาดหวังของนักลงทุนจะอยู่ได้นานแค่ไหน

5.กลุ่มอื่นๆไม่สามารถพา SET ไปได้เพราะมันเล็กเกินไป

เมื่อมองไปข้างหน้ายังไม่พบว่าอะไรจะเป็นตัวเร่ง หลายคนอาจจะหวังไว้กับงบ 2.2 ล้านล้าน หากผ่านก็จะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ และใครจะได้ตรงนี้? และผลกระทบคืออะไร? มันจะทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นหรือไม่ แล้วหากดอกเบี้ยสูงขึ้นมันจะทำให้ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเราอยู่กันอย่างไร




 

Create Date : 23 กันยายน 2556
0 comments
Last Update : 23 กันยายน 2556 17:36:56 น.
Counter : 1524 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


WJB
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add WJB's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.