ไลก้าสุนัขอวกาศ ก้าวแรกสำคัญของมนุษยชาติ




          เมื่อ 58 ปีที่แล้ว มหาอำนาจของโลกด้านเศรษฐกิจ กองทัพ และอวกาศ คือ สหภาพโซเวียต(ปัจจุบัน รัสเซีย) และอเมริกา เมื่อกล่าวถึงสหภาพโซเวียตผู้กำเนิดเทคโนโลยีด้านอวกาศ ได้ส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก ชื่อว่า “สปุตนิก 1(Sputnik 1) ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี



แบบจำลอง สปุตนิก 1

          หลังจากความสำเร็จของสปุตนิก 1ในเดือนตุลาคม นิกิตาครุชเชฟ (Nikita_Khrushchev)ผู้นำโซเวียตต้องการเปิดตัวและส่งยานอวกาศให้ทันภายในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2500  ซึ่งเป็นวันครบรอบ 40 ปีของการปฏิวัติบอลเชวิค การก่อสร้างได้เริ่มต้นขึ้นและระบบมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าสปุตนิก 1 ครุชเชฟ( Khrushchev) กล่าวว่าโครงการสปุตนิก 2ซึ่งเป็นภารกิจที่จะย้ำชัยชนะของสปุตนิก 1เหนือคู่แข่ง โซเวียตตัดสินใจอย่างเป็นทางการที่จะเปิดตัวสปุตนิก 2 ในวันที่ 10 ตุลาคมเหลือเพียง 4 สัปดาห์ในการออกแบบและสร้างยานอวกาศสปุตนิก 2


          โครงการส่งมีชีวิตขึ้นไปอวกาศเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ.2494 พวกเขาได้ทดลองยิงจรวดให้เข้าสู่วงโคจรพร้อมกับสุนัข(ทดลองสุนัขประมาณ 12 ตัว)  สมัยนั้นมีข้อมูลน้อยมากถึงผลกระทบของการบินอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในในขณะนั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าสิ่งมีชีวิตจะรอด นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

          ยานอวกาศสปุตนิค 2 ได้ติดตั้งระบบออกซิเจนและอุปกรณ์ขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พัดลมที่จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิภายในสูงเกิน 15 องศาเซลเซียส อาหารแบบเยลลี่ถูกจัดให้พอดีใน 7 วัน ห้องโดยสารพอดีกับตัวเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว พร้อมอุปกรณ์ตรวจอัตราการเต้นหัวใจ เครื่องวัดอัตราการหายใจ เครื่องวัดความดันโลหิต และเครื่องตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสุนัข ยานอวกาศได้ติดตั้งเครื่องมือสำหรับการวัดรังสีดวงอาทิตย์และรังสีคอสมิกด้วย

          นักวิทยาศาสตร์โซเวียตได้ทำการคัดเลือกสุนัขจรจัดได้แก่ ไลก้า(Laika),อัลบินา(Albina)และมัชก้า(Mushka) สาเหตุที่เลือกสุนัขพันธ์ดังกล่าว เพราะสามารถทนต่อสภาวะอากาศหนาวและความหิวโหยได้ สุดท้ายไลก้า(Laika)จึงได้รับเลือกให้เป็นสุนัขหนึ่งในสามตัวที่ได้รับการฝึกสำหรับปฏิบัติภารกิจนี้


          ไลก้า(Laika) เป็นสุนัขเพศเมีย อายุ 2 ปี พันธ์ผสม(ฮัสกี้,มองเกรล,ซามอยด์) น้ำหนัก 5 กก. เดิมชื่อว่า Kudryavka  เป็นสุนัขจรจัดข้างถนนที่ถูกพบในกรุงมอสโก ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นไลก้า ตามชื่อพันธุ์สุนัขที่ใช้ล่าสัตว์ในรัสเซีย ไซบีเรีย และสแกนดิเนเวีย

ภาระกิจการทดสอบ

          ไลก้า(Laika) ถูกวางตัวเป็น "สุนัขเที่ยวบิน" เพื่อเสียสละในภารกิจเที่ยวเดียวไปยังอวกาศ อัลบินา(Albina) ทำหน้าที่เป็นตัวสำรองของไลก้า และมัชก้า(Mushka) เป็น "สุนัขควบคุม” จะอยู่บนภาคพื้นดินใช้ในการทดสอบการวัดและการสนับสนุนระบยังชีพ

          ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจ ดร. วลาดิมี ยาดอฟสกี้ (หนังสือเรื่องราวของยานอวกาศของโซเวียต) เขียนว่า ระหว่างที่ไลก้าเล่นกับลูก ๆ ของเขา  เขากล่าวว่า "ฉันอยากจะทำสิ่งที่ดีสำหรับเธอ เธอมีเวลาน้อยมากที่เหลืออยู่"


         นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อฝังเซ็นเซอร์วัดการหายใจ การเต้นของหัวใจและความดันโลหิต สุนัขจะต้องมีการบินครั้งแรกบนเครื่องบิน Tu-104 โดยมีการฝึกอย่างต่อเนื่อง สุนัขที่ถูกวางไว้ในเครื่องหมุนเหวี่ยงที่จำลองการเร่งความเร็วของจรวด ทำให้เกิดการเต้นของชีพจรเป็นสองเท่าและความดันเลือดเพิ่มขึ้น 30-65 Torr สุนัขที่ได้รับการฝึกฝนจะกินเยลลี่ชนิดพิเศษที่มีคุณค่าทางโภชนการสูง หลังจากนั้นจะทำการฝึกให้อยู่ในแคปซูลเพื่อจะได้คุ้นเคยกับระบบการให้อาหาร สุนัขจะปรับตัวในห้องโดยสารขนาดเล็กเป็นระยะเวลาถึง 20 วัน

         ตามรายงานขององค์การนาซ่า ก่อนเดินทางเกิดอุปสรรคทางเทคนิคเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1957 ไลก้าต้องนั่งอยู่ในแคปซูลนานถึง 3 วัน จนต้องติดตั้งสายยางจากภายนอกให้เข้าไปในแคปซูลเพื่อให้อากาศอบอุ่น ก่อนที่จะส่งยานอวกาศขึ้นไปนักวิทยาศาสตร์ได้ดูแลเธอเป็นอย่างดี

         หนึ่งในช่างเทคนิคยานอวกาศ ก่อนที่จะส่งไปยังวงโคจรกล่าวว่า "หลังจากที่วางไลก้าในแคปซูล เราจูบจมูกของเธอและขอให้เธอเดินทางโดยปลอดภัย พวกเรารู้ว่าเธอจะไม่รอดชีวิตกลับมา"


         และแล้วนาทีประวัติศาสตร์ของโลก กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่  3 พฤศจิกายน พ.ศ.2500 เวลา 7.22 น. ไลก้าเป็นสุนัขตัวแรกของโลกที่ได้โคจรออกนอกโลก

         แต่ความสำเร็จย่อมแรกมาด้วยการสูญเสีย ไลก้าเร่งการหายใจเพิ่มขึ้นระหว่างสามและสี่เท่าของอัตราปกติ เซ็นเซอร์แสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นหัวใจของเธอคือ 103 ครั้ง / นาทีและเพิ่มขึ้นถึง 240 ครั้ง / นาทีอัตราเร่งในช่วงต้น ซึ่งเป็นไปได้ว่าระบบกลางอาร์-7 (R-7 sustainer)ล้มเหลวในการแยกตัว หลังจากที่ไปถึงวงโคจร บางส่วนของฉนวนกันความร้อนฉีกขาดอุณหภูมิในห้องโดยสารเพิ่มถึง 40 ° C  หลังจากสามชั่วโมงอัตราการเต้นของชีพจรของไลก้าอยู่ที่ 102 ครั้ง / นาที ประมาณสามครั้ง ข้อมูลภาคพื้นดินบ่งบอกถึงความเครียดของเธอและมีอาการตื่นเต้น หลังจากนั้นประมาณ 5-7 ชั่วโมงไลก้าก็เสียชีวิตลง


         ส่วนสปุตนิก 2 โคจรรอบโลก 2,370 รอบ โคจรเป็นวงรี ขณะอยู่ห่างจากโลกมากที่สุดเป็นระยทาง 1,671 กม. ไกลกว่า สปุตนิก 1ในตำแหน่งไกลจากโลกที่สุดเกือบสองเท่าตัว และไหม้กลางชั้นบรรยากาศโลกด้วยเวลานอกอวกาศนาน 163 วัน (14 เมษายน พ.ศ.2501)

บทสรุปการเสียชีวิตของไลก้า

          โซเวียต อ้างว่าไลก้ามีชีวิตอยู่ในวงโคจรได้เพียง 4-10 วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ไลก้าเกิดภาวะอาหารเป็นพิษและมีการสำลักอาหารหรือไม่ก็ขาดออกซิเจนเพราะเครื่องออกซิเจนแบตเตอร์รี่หมด

         ในปี พ.ศ. 2543 รัสเซีย รายงานว่า ไลก้าเสียชีวิตเนื่องจากมีอาการตื่นเต้นมากเกินไป

        ในวันที่ 4 ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2545 ที่ประชุมสภาอวกาศโลกในเมืองฮุสตัน มลรัฐเท็กซัส

         ดิมิทริ มาลาเชนคอฟ จากสถาบันปัญหาชีวภาพในมอสโก รัสเซีย จึงได้ออกมาเปิดเผยว่า " ระหว่างการปล่อยจรวด อุปกรณ์ตรวจจับทางการแพทย์ชี้ว่าอัตราชีพจรของไลก้าสูงเป็นสามเท่าของปกติ และเมื่อเข้าสู่สภาวะไร้น้ำหนักอัตราการเต้นของหัวใจไลก้าช้าลงอย่างมาก และมันต้องใช้เวลานานกว่าที่เคยใช้ตอนฝึกกับเครื่องบนโลกนานถึงสามเท่ากว่าหัวใจจะกลับมาเต้นในอัตราเดิมจุดจบของไลก้ามาถึงราว 5-7 ชั่วโมงของการบิน(โคจรได้ 4 รอบ)เนื่องจากความร้อนสูงเกินไป ระบบการควบคุมอุณหภูมิภายในยานอวกาศไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของระบบและเวลา”

        องค์กรพิทักษ์สัตว์ของตะวันตก(อาร์เอส)และสหรัฐอเมริกาออกมาประณามโซเวียตเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ เป็นประเด็นทางการเมือง ประชาชนมีการประท้วง ณ. สถานทูตสหภาพโซเวียต

        โอเลก กาเซนโก หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ของโครงการที่มีส่วนรับผิดชอบในการส่งไลก้าแสดงความเสียใจในการจากไปของไลก้า “การทำงานกับสัตว์ทำให้เราทุกคนลำบากใจ เราปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนเด็กทารกที่ไม่สามารถพูดได้ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ฉันได้สำนึกและขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่สมควรจะทำมัน สุดท้ายเราไม่ได้อะไรจากปฏิบัติการครั้งนี้ ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า”

        วารสารทางวิทยาศาสตร์โปแลนด์ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2501 วิจารณ์ถึงภาระกิจนี้ว่า “ภารกิจดังกล่าวไม่ได้อุทิศเพื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากไม่ได้นำเขากลับมายังพื้นโลกด้วย น่าเศร้าและไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับวงการวิทยาศาสตร์”

        อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร 



อนุสาวรีย์ไลก้า ที่สตาร์ซิตี้ ประเทศรัสเซีย สถานที่ฝึกอบรมอวกาศรัสเซีย


        หลังจากการส่งสปุตนิก 2 โซเวียตก็ได้ส่งสุนัขขึ้นไปในอวกาศอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2503  ยานสปุตนิก 5  พร้อมกับสุนัขพันธุ์ผสม 2 ตัว ชื่อ เบลก้า (Belka) และ สเตรลก้า (Strelka) กับหนู,กระต่าย,ต้นไม้และเชื้อราจำนวนหนึ่ง ยานกลับสู่บรรยากาศโลกอย่างปลอดภัยในวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2503 หลังจากนั้นสเตรลก้ามีลูกครอกหนึ่งทางการโซเวียตได้จัดส่งลูกของสเตรลก้าให้เป็นของขวัญแก่ แจกเกอลีน เคนเนดีภริยาประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี วันที่ 12 เมษาย พ.ศ. 2504

        มีสุนัข 4 ตัว เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติภาระกิจ คือบาร์(Bars),ลิซิชก้า(Lisichka) เสียชีวิตเมื่อ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2503 เนื่องจากชิ้นส่วนยาน R-7 ระเบิดหลังจากปล่อยได้เพียง 28.5วินาที และไซโยลก้า(Phyolka),มัชก้า(เพื่อนร่วมรุ่นไลก้า ไม่ได้ร่วมภารกิจบนสปุตนิก 2เพราะเธอไม่ยอมกินอาหารบนยาน) เสียชีวิตเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2503 เนื่องจากยานคอแลบล์-สปุตนิก 3หรือสปุตนิก 6  กลับลงมายังพื้นโลกผิดพลาดทางโซเวียตจึงเปิดระบบทำลายตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศมหาอำนาจตรวจสอบ


        วันที่ 12 เมษายน ค.1961 โซเวียต ส่ง ยูริ กาการิน มนุษย์คนแรกของโลกที่ขึ้นไปบนอวกาศกาการินกล่าวอย่างติดตลกไว้ว่า “ผมไม่เข้าใจว่าผมเป็นใครกันแน่ระหว่างมนุษย์คนแรกในอวกาศหรือสุนัขตัวสุดท้ายในอวกาศ”


องค์การนาซาได้ตั้งชื่อตัวอย่างดินจากดาวอังคารเพื่อเป็นเกียรติว่า “ไลก้า”

แหล่งที่มา :


ติดตามบทความได้ที่




Create Date : 27 เมษายน 2559
Last Update : 27 เมษายน 2559 18:43:14 น.
Counter : 683 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2640183
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Oriental Phoenix Consultant ดำเนินธุรกิจด้าน ฝึกอบรม ที่ปรึกษา ออกแบบระบบ ติดตามประเมินผล สำรวจ การพัฒนาองค์กร และวิจัยองค์กร โดยอาจารย์วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์
เมษายน 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30