สมาคมครูหนุ่มหล่อแห่งประเทศไทย
Group Blog
 
All Blogs
 
แนวข้อสอบ กพ ชุด2

รูปแบบของข้อสอบบทความสั้น
รูปแบบที่ 1 ประโยคสอดคล้อง ตีความประโยค ไม่สอดคล้อง ตีความไม่ถูกต้อง มีประมาณ 5 ข้อ
รูปแบบนี้ไม่จำเป็นต้องหาประธาน โดยสามารถตีความจากข้อต่าง ๆ ตามข้างบนได้
รูปแบบที่ 2 สรุปใจความสำคัญ หาประธาน ตัดตัวเลือกที่ไม่มีประธาน เหลือไว้เฉพาะที่มีประธานเท่านั้น
อ่านและขีดเส้นใต้คำที่สำคัญข้างต้น ประธาน + คำที่สำคัญ คือคำตอบ
รูปแบบที่ 3 เรื่องย่อย ๆ
1. ข้อความข้างต้นกล่าวถึงเรื่องใด ทำเช่นเดียวกับรูปแบบที่ 2 (ออกครั้งละ 1 ข้อ)
2. ข้อความข้างต้นผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างไร หรือจุดประสงค์ของบทความ ทำโดยใช้กลุ่มคำภาษาแสดงทรรศนะ (ข้อ 8) ส่วนมากภาษาแสดงทรรศนะจะแสดงไว้ท้ายบทความ
3. ข้อความข้างต้นกล่าวไว้กี่ประเด็น (ข้อสอบจะตอบ 2 ประเด็นทุกครั้ง)
4. ข้อสอบให้แยกความแตกต่างของคำในพจนานุกรม เช่น เรื่องเม็ด กับเมล็ด
5. ความแตกต่างของคำศัพท์ เช่นให้ความหมายของที่วัด ที่กัลปนา แต่ถามความหมายของธรณีสงฆ์
6. ข้อสอบให้บริบทมาและศัพท์ที่ขีดเส้นใต้ แล้วถามความหมายของศัพท์โดยการแปลจากบริบทข้างเคียง
7. ข้อสอบให้ความหมายของศัพท์แต่ให้หาคำจำกัดความ
8. การหาประโยคที่มีความหมายหรือโครงสร้างประโยคที่เหมือนกัน
ทฤษฎีบทความยาว
อ่านคำถามก่อนที่จะอ่านบทความ ในขณะที่อ่านให้ขีดเส้นใต้คำนาม คำนามเฉพาะ ตัวเลข หรือคำที่สามารถจดจำง่ายแล้ว
1. ทำการค้นหา
1.1 หากบทความยาวมาก 10 – 12 บรรทัด (3-4ย่อหน้า) ให้ค้นหาคำที่เราขีดเส้นใต้ไว้
1.2 หากบทความยาวพอสมควร 5-6 บรรทัดให้อ่านอย่างคร่าว ๆ เมื่อพบคำที่ขีดเส้นใต้แล้วให้อ่านอย่างจริงจัง
1. ข้อสอบให้ตั้งชื่อเรื่อง
2.1 หาประธานของบทความ โดยดูจากตัวเลือกว่าคำใดที่ซ้ำกันมากที่สุดและคำนามในประโยคแรกของย่อหน้าแรก
2.2 ดูประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า รวมกับประโยคสุดท้ายของย่อหน้าสุดท้ายเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
2.3 นำข้อ 2.1 และ 2.2 มาพิจารณารวมกันอีกครั้ง
3. ข้อสอบถามสาระสำคัญของบทความ
3.1 หาประธาน (ทำเหมือนกับข้อ 2.1)
3.2 หาคำที่สำคัญ (ทำเหมือนบทความสั้น)
4. ข้อสอบถามจุดประสงค์ของผู้เขียน (บทความจะกล่าวเชิงลบ)
4.1 หาสาระสำคัญของบทความ
4.2 เอาสาระสำคัญมาเปลี่ยนแปลงจากเชิงลบให้เป็นเชิงบวก
4.3 บทความอาจจะมีคำว่า เพื่อ สำหรับ วางไว้ท้ายบทความ( เพื่อ สำหรับ ให้บอกจุดประสงค์ของบทความ)
5. ข้อสอบถามความหมายของคำศัพท์
5.1 ดูบริบทที่มาขยายของศัพท์คำนั้น
5.2 ถ้าศัพท์เป็นคำกริยา ให้ดูคำนาม ถ้าศัพท์เป็นคำนามให้ดูกริยา
5.3 แปลรากศัพท์ของคำนั้น ๆ
6. ข้อสอบถามข้อใดถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้อง ให้ทำเหมือนกับข้อ 1 คือขีดเส้นใต้คำนาม คำนามเฉพาะ ตัวเลข หรือคำที่สามารถจดจำง่าย แล้วทำการค้นหา

รูปแบบของข้อสอบข้อบกพร่องทางภาษา
รูปแบบที่ 1 คำหรือกลุ่มคำที่ฟุ่มเฟือยหมายความว่ามีคำหรือกลุ่มคำที่มีความหมายเดียวกันตัดออกไปแล้ว
1 ชุดยังให้ใจความเหมือนเดิม
รูปแบบที่ 2 กำกวม หมายความว่า ประโยคหรือข้อความนั้นสามารถตีความได้มากกว่า 1 ประเด็น
แบ่งเป็น 3 กรณี
1. กำกวมที่เกิดจากคำประสม เช่นข้าวเย็น
2. กำกวมที่เกิดจากการวางวลีบอกจำนวน บอกเวลา ส่วนขยายไว้ท้ายประโยค
3. กำกวมเกิดจากการให้ความหมายของคำที่ขัดแย้ง
รูปแบบที่ 3 การใช้คำศัพท์ผิดความหมาย
รูปแบบที่ 4 การใช้คำเชื่อมให้สอดคล้องกับรูปประโยค (ให้ดูทฤษฎี คำเชื่อมและบุพบท)

ทฤษฎีคำเชื่อมบุพบทและสันธาน
บุพบท คือ คำที่ใช้นำหน้าคำอื่นเช่นนำหน้าคำนาม สรรพนาม
สันธาน คือ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมคำ หรือเชื่อมข้อความให้ติดต่อกัน หรือเชื่อมประโยค
1. ต่อ (บุพบท) ใช้เน้นความเป็นเฉพาะ และการกระทำต่อหน้า จะใช้ร่วมกับคำกริยาบางคำ ตัวอย่างการใช้
ยื่นคำร้องต่อศาล ให้การต่อเจ้าหน้าที่ เป็นกบฎต่อรัฐบาล ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผลต่อ ผลกระทบ
ส่งผลต่อ สำคัญต่อ เอื้ออำนวยต่อ อิทธิพลต่อ ขึ้นตรงต่อ จำเป็นต่อ
2. แก่ แด่ (บุพบท) แก่ ใช้นำหน้าผู้รับ ให้ มอบ แจก ส่ง สงเคราะห์ คำกลุ่มนี้ต้องใช้ แก่ + ผู้รับ ส่วนแด่
ใช้นำหน้าผู้รับที่มีศักดิ์ ฐานะที่สูงกว่า เช่น ถวายพระพรแด่องค์พระประมุข ห้ามใช้ มอบสำหรับ
3. กับ (บุพบท) ให้เมื่อประธานที่ทำกริยาเดียวกัน เวลาเดียวกัน สังเกต ประธาน 1+ กับ+ ประธาน2 หรือใช้
ร่วมกริยาบางคำและใช้กับวิเศษณ์บอกระยะทาง ใกล้กับ ตัวอย่าง เขากับฉันไปดูหนัง เกี่ยวข้อกับ
สัมพันธ์กับ ผูกพันกับ ประสานกับ ชี้ แจงกับ ต่อสู้กับ ปราศรัยกับ ร่วมมือกับ ห้ามใช้เกี่ยวข้องต่อ ผูกพันต่อ
4. จาก (บุพบท) ใช้บอกแหล่งที่มา ให้นำหน้าวัสดุ ให้กับคำกริยาใช้บอกระยะทาง ไกลจาก ให้กับคำกริยา
บางคำ เช่น เดินทาง มาจากจังหวัดเลย น้ำไหลมาจากยอดดอย ผลิตจาก ทำมาจาก ทำจาก ได้รับจาก
รับจาก ขอจาก ถอนจาก เบิกจาก เก็บจาก ห้ามใช้ น้ำไหลมาแต่
5. ตาม (บุพบท) ใช้นำหน้าสิ่งที่ถูกต้อง ข้อบังคับ ข้อกำหนด ใช้บอกจำนวนที่แน่ชัด ใช้นำหน้าสิ่งที่กำหนดขึ้นล่วงหน้า เช่น ตามกฎหมาย ตามกติกา ตามข้อบังคับ ตามสัดส่วนที่ได้กำหนด ตามโครงการ ตามนโยบาย ห้ามใช้ในกฎหมาย ด้วยกฎหมาย โดยกฎหมาย ในสัดส่วน ในเป้าหมาย
6. เพื่อ สำหรับ เพื่อ ใช้บอกจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย สำหรับ ใช้บอกจุดประสงค์โดยเฉพาะเจาะจง
กลุ่มนี้ไม่ค่อยผิด
7. คือ ให้ความหมายของคำที่อยู่ด้านหน้า หากบอกจำนวนจะหมายถึงจำนวนที่แน่ชัด เช่น เลย คือจังหวัดที่
ตั้งอยู่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ
เป็น ใช้อธิบายเพิ่มเติมคำที่อยู่ด้านหน้า หากบอกจำนวนจะหมายถึงจำนวนที่ไม่แน่ชัด เลยเป็นจังหวัดที่มี
อารยธรรมเก่าแก่
8. โดย ด้วย ให้นำหน้าผู้กระทำ หรือนำหน้าการกระทำ ใช้นำหน้าเครื่องใช้ เช่น เจรจาโดยสันติ เดินทางโดย
เครื่องบิน ถูกตีด้วยท่อนไม้ ห้ามใช้ เจรจาตามสันติวิธี อังกะลุงทำโดยไม้ไผ่
9. ถูก ได้รับ ถูก ใช้นำหน้าคำกริยาที่ไม่ดี ได้รับ ใช้นำหน้ากริยาที่ดี ตัวอย่าง ถูกเตะ ถูกตี ได้รับเชิญ ได้รับ
การรอบรม

10. โดยเฉพาะ ใช้เน้นคำข้างหน้าให้หนักแน่นยิ่งขึ้น เช่น ภาษาโดยเฉพาะภาษาพูด ภาคเหนือโดยเฉพาะ
เชียงใหม่
11. และ ให้แสดงถึงความคล้อยตามของเหตุการณ์ ให้ความหมายว่าทั้งหมดทั้งสิ้น เช่นกินข้าวและอาบน้ำ
หรือ ใช้แสดงให้ทราบว่าเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้คั่นสิ่งของ 2 อย่างซึ่งเป็นอันเดียวกันแต่เรียกชื่อ
คนละอย่าง เช่น แม่ฮ่องสอนหรือเมืองสามหมอก เครื่องหมายอัญประกาศหรือเครื่องหมายคำพูด ข้อสอบ
จะวัดความเข้าใจของคำว่า และ กับคำว่าหรือ ใช้แตกต่างกันอย่างไร
12. เพราะ เนื่องจาก ใช้เชื่อมความเป็นเหตุและผลต่อกัน เพราะ ไม่สามารถขึ้นต้นประโยคได้ เช่น เขา
เรียนเก่งเพราะ(เนื่องจาก)เขาขยันอ่านหนังสือ เนื่องจากเขาขยันอ่านหนังสือเขาจึงเรียนเก่ง ห้ามใช้ ก็
เพราะ สืบเนื่องมาจาก เพราะฟุ่มเฟือย
13. แต่ (สันธาน) ใช้เชื่อมความขัดแย้ง ส่วนมากจะใช้กับกริยาปฏิเสธ เช่น เขาไม่สบาย แต่เขาก็ยังมาสอน ทั้ง ๆ ที่ไม่สบาย แต่เขาก็ยังมาสอน ข้อสอบจะให้แยกความแตกต่างของคำว่า และ แต่
14. ระหว่าง จะใช้คูกับคำว่า กัน ให้จำว่า ระหว่าง……กับ…… เช่น ปัญหาข้อพิพากรระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังหาข้อสรุปไม่ได้ ห้ามใช้ ระหว่าง…….และ
15. ของ เป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าของ จะนำหน้าคำนาม ประเทศ คน หน่วยงาน เช่น นโยบายเร่งด่วน
ของกระทรวงมหาดไทยคือ………… ข้อสอบจะให้แยกความแตกต่างของคำว่า ของ แห่ง
16. แห่ง เป็นคำที่แสดงความเป็นเจ้าของในเรื่องหมวดหมู่ หรือส่วนย่อยและส่วนใหญ่ เช่น สมาคมวางแผน
ครอบครัวแห่งประเทศไทย
17. เมื่อ ใน เป็นคำที่ใช้นำหน้าเวลา คำทั้งสองสามาถนำขึ้นต้นประโยคได้ เช่น เมื่อ ปี พ.ศ.
18. ที่ ใน เป็นคำที่ใช้นำหน้าสถานที่ เช่น เขาพบเธอที่บ้าน ห้ามใช้ ที่ ใน พร้อมกัน
19. ทั้ง ต้องใช้คู่กับและ โครงสร้าง ทั้ง…และ….รวมทั้ง (ตลอดจน) เช่น ทั้งเขาและเธอต่างก็มีความสุข
ห้ามใช้ ทั้ง.หรือ
20. ได้แก่ เช่น อาทิ เป็นต้นว่า เป็นคำที่ใช้ยกตัวอย่าง คำกลุ่มนี้จะใช้กับจำนวนที่ไม่แน่นอน คำว่าได้แก่ห้ามตามหลังประธาน เช่น จังหวัดในภาคเหนือบางจังหวัด เช่น……ห้ามใช้ อาทิเช่น ห้ามใช้จังหวัดในภาคเหนือมี 11 จังหวัด เช่น….
21. ดังนั้น จึง เพราะฉะนั้น ดังนั้น……จึง….. เป็นคำที่ใช้สรุปข้อความ เนื่องจาก+สาเหตุ+จึง+ข้อสรุป
ดังนั้น+นาม+ จึง+ข้อสรุป เช่น เขาเป็นคนขยันจึงทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต ข้อสอบจะเน้น
โครงสร้างที่ต่อเนื่องคือ ดังนั้น…จึง เนื่องจาก….จึง
22. ถ้า….แล้ว เป็นคำที่แสดงเงื่อนไข อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ เช่น ถ้าเขาขยัน แล้วเขาจะสอบได้ ห้ามใช้
ถ้า หาก พร้อมกันจะทำให้ฟุ่มเฟือย
23. อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ดี ใช้ขึ้นต้นประโยค หรือขึ้นต้นย่อหน้าใหม่ เป็นสันธานที่แสดงถึงความขัดแย้ง ไม่สามารถเชื่อมคำหรือวลีได้ เช่น อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังต้องแก้ไขข้อบกพร่องในการทำงานอีกมาก ห้ามใช้ ก็อย่างไรก็ตาม
ทฤษฎีการเรียงประโยค
1. หาข้อขึ้นต้นประโยค โดยยึดหลักดังนี้
1.1 คำนาม รวมทั้งคำ “การ+กริยา” และ “ความ+ วิเศษณ์”
1.2 ช่วงเวลา รวมทั้งคำ เมื่อ ใน (ช่วงเวลาถ้าไม่ขึ้นต้นก็จะอยู่ประโยคสุดท้าย)
1.3 คำเชื่อมบางคำ เนื่องจาก แม้ว่า ถ้า หาก คำเหล่านี้จะขึ้นต้นได้ต้องรวมกับคำนาม
1.4 หนังสือราชการ ขึ้นต้นด้วย ตาม ตามที่ ด้วย
2. คำเชื่อมที่เป็นคำมาตรฐานมี 11 คำคือ ที่ ซึ่ง อัน เพื่อ ใน โดย ด้วย สำหรับ ของ จาก ตาม คำเหล่านี้
ขึ้นต้นประโยคไม่ได้ ยกเว้นคำว่า ใน+นาม จาก+นาม ตาม+ข้อบังคับ ตาม+หน่วยงาน และถ้าคำเหล่านี้
อยู่กลางประโยคถือเป็นส่วนขยายให้ตัดส่วนขยายเหล่านั้นทิ้ง
3. คำปิดประโยค อีกด้วย ก็ตาม นั้นเอง ต่อไป เท่านั้น ถ้าคำเหล่านี้ลงท้ายของข้อแล้วส่วนมากข้อนั้น
จะเป็นข้อสุดท้าย ช่วงเวลา ประโยคคำถาม
3. โครงสร้างประโยคที่ใช้บ่อย ทั้ง…และ….รวมทั้ง(ตลอดจน) นอกจาก……แล้วยัง(ยังต้อง) ไม่………แต่
แม้…แต่ ดังนั้น+นาม+จึง ถ้า……แล้ว(ยัง)
5. คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะจะต้องบวกคำกริยา เช่น ประเทศสมาชิกอาเซียน กระทรวงมหาดไทย
6. หากมีข้อใดขึ้นต้นด้วยคำว่า และ หรือ ให้ใช้เทคนิคหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน
7. หากมีข้อใดขึ้นด้วยคำว่า กับ ต่อ ให้หาคำกริยาที่ใช้คู่กัน เช่น ประสานกับ ชี้แจงกับ ผลต่อ
8. ในการเรียงหากเหลือ 2 ข้อ ให้พิจารณากริยาใดเกิดขึ้นก่อน หรือเกิดทีหลัง



Create Date : 04 มิถุนายน 2553
Last Update : 4 มิถุนายน 2553 13:43:16 น. 1 comments
Counter : 2240 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: แก้ว IP: 103.51.66.92 วันที่: 7 มิถุนายน 2559 เวลา:11:35:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hangclub
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Friends' blogs
[Add hangclub's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.