พฤษภาคม 2562

 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
15
16
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
มนุษย์ทุกคนมีและไม่มีจุดยืนเดียวในเวลาเดียวกัน
จุดยืนที่ทุกคนคิดว่าตัวเองยืนอยู่นั้นใช่และไม่ใช่จุดยืนที่ทุกคนคิดว่าตัวเองยืนอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันยกตัวอย่างที่เห็นง่ายๆคือ ในเวลาที่เรายืนเรายืนอยู่ที่จุดเดียวแต่จุดที่เรายืนอยู่ไม่ใช่จุดเดียวกันเนื่องจากเรายืนอยู่ด้วยเท้าทั้งสองข้างของเราจึงทำให้เรายืนอยู่จุดเดียวและไม่ใช่จุดเดียวในเวลาเดียวกัน จุดยืนทางความคิดก็เช่นกันทุกคนจะมีจุดยืนทางความคิดที่ตัวเองคิดว่าตัวเองยืนอยู่จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นความจริงและไม่ใช่ความจริงในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันเนื่องจากมนุษย์ทุกคนไม่ได้มีจุดยืนทางความคิดเพียงจุดเดียวเท่านั้น แต่เรายังมีจุดยืนทางความรู้สึกอีกจุดหนึ่งด้วยและจุดยืนทางความรู้สึกที่มนุษย์ทุกคนมีก็ไม่ได้มีเพียงจุดยืนทางความรู้สึกเดียว มนุษย์ทุกคนจะมีจุดยืนทางความรู้สึกอยู่สองส่วนด้วยกันคือ ในส่วนของความเป็นมนุษย์และในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งทั้งสองส่วนจะมีส่วนของความรู้สึกที่มีความเหมือนและความแตกต่างกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน ภายในความเหมือนจะมีทั้งความเหมือนและมีทั้งความแตกต่างอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกันและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันภายในความแตกต่างก็จะมีทั้งความแตกต่างและมีทั้งความเหมือนกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน

จุดยืนของเราคือ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นเราและไม่ได้บ่งบอกความเป็นเราในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันความหมายคือ สิ่งที่บ่งบอกความเป็นเราจะมีทั้งสิ่งที่บ่งบอกความเป็นเราและไม่ได้บ่งบอกความเป็นเราในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันสิ่งที่ไม่ได้บ่งบอกความเป็นเราก็จะมีทั้งสิ่งที่บ่งบอกความเป็นเราและไม่ได้บ่งบอกความเป็นเราในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน มนุษย์ทุกคนจะมีส่วน/สิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของตัวเองอยู่สองส่วนสองสิ่งคือ ในส่วนของความเป็นมนุษย์และในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งก็คือ ความคิดและความรู้สึกที่ใช่และไม่ใช่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นเราจึงไม่ได้มีจุดยืนทางความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เรายังมีจุดยืนทางความรู้สึกอยู่ด้วย ซึ่งความคิดและความรู้สึกคือ สิ่งเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ความคิดและความรู้สึกคือ ส่วน/สิ่งที่อยู่คู่กันและไม่ได้อยู่คู่กันในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันเสมอ ความคิดสร้างความรู้สึกและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันความรู้สึกก็สร้างความคิดและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันความคิดไม่ได้สร้างความรู้สึกและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันความรู้สึกก็ไม่สร้างความคิด ดังนั้นความคิดและความรู้สึกจึงเป็นสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันและไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันเสมอ

ภายในความเป็นมนุษย์เราไม่ได้มีเฉพาะความเป็นมนุษย์เท่านั้นเรายังมีในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณอยู่ด้วย ซึ่งตามธรรมชาติและโดยธรรมชาติของความเป็นมนุษย์และความเป็นจิตวิญญาณเราทุกคนจะมีความพยายามที่จะใช้ความคิดและความรู้สึกนำทางชีวิตเสมอไม่ว่าจะเป็นการใช้ความคิดบวกหรือความคิดลบ ความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบ กระบวนการทำงานทางความคิดและความรู้สึกจะมีสองขั้นตอนด้วยกันคือ ขั้นตอนในส่วนของความเป็นมนุษย์และขั้นตอนในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณ ซึ่งจะมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน ภายในความเหมือนจะมีทั้งความเหมือนและมีทั้งความแตกต่างอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกันและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันภายในความแตกต่างก็จะมีทั้งความแตกต่างและมีทั้งความเหมือนกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน ซึ่งในส่วนของความเป็นมนุษย์เราจะใช้ทั้งความคิดบวกและความคิดลบและความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบในกระบวนการทำงานทางความคิดและความรู้สึกขั้นที่หนึ่งเพื่อหาเหตุและผลให้กับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่มีการทำงานทางความคิดและความรู้สึกที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับจุดยืนทางความคิดและความรู้สึกในส่วนของความเป็นมนุษย์และในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณของแต่ละคนที่หมายถึง ภายในความคิดจะมีความคิดบวกหรือความคิดลบและภายในความรู้สึกจะมีความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบ ภายในความรู้สึกในส่วนของความเป็นจิตวิญญาณของแต่ละคนจะมีเพียงความรู้สึกบวกหรือความรู้สึกลบอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการมีกระบวนการทางความคิดและความรู้สึกที่เหมือนกันที่อยู่ในส่วนของความเป็นมนุษย์ทำให้ทุกคนเกิดมีความคิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันคือ สิ่งที่เราคิดรู้สึกและทำถูกเสมอเพราะอะไรก็ตามที่เราทำได้ผ่านกระบวนการทางความคิดความรู้สึกที่เราใช้ทั้งความคิดบวกและความคิดลบและความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบในการคิดคำนวณเพื่อหาเหตุและผลให้กับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความถูกต้องและไม่ถูกต้อง/เป็นความจริงและไม่ใช่ความจริงอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน การใช้กระบวนการทางความคิดและความรู้สึกทั้งความคิดบวกและความคิดลบและความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบในการคิดคำนวณหาเหตุและผลคือ กระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและโดยธรรมชาติของความคิดและความรู้สึกในส่วนของความเป็นมนุษย์ มนุษย์ไม่สามารถเลือกให้มีกระบวนการทำงานทางความคิดและหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียวหรืออย่างใดอย่างหนึ่งได้โดยไม่มีกระบวนการทำงานทางความคิดและหรือความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งได้ แต่มนุษย์สามารถเลือกนำเอาผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดบวกหรือความคิดลบและความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบอย่างใดอย่างหนึ่ง (คำว่า "อย่างใดอย่างหนึ่ง" มีความหมายว่าอย่างใดอย่างหนึ่งและไม่ได้มีความหมายว่าอย่างใดอย่างหนึ่งในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน) มาลงมือปฏิบัติได้ ซึ่งความเป็นไปได้ที่เราจะนำเอาผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดบวกหรือความคิดลบความรู้สึกบวกหรือความรู้สึกลบมาลงมือปฏิบัติได้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรายืนอยู่บนฐานของความคิดบวกหรือความคิดลบ ความรู้สึกบวกหรือความรู้สึกลบ การที่คนเราจะนำเอาผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดบวกและหรือความรู้สึกบวกมาลงมือปฏิบัติได้เราต้องยืนอยู่บนฐานของความคิดบวกและหรือความรู้สึกบวกเท่านั้นและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันการที่คนเราจะนำเอาผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดลบและหรือความรู้สึกลบมาลงมือปฏิบัติได้เราจะต้องยืนอยู่บนฐานของความคิดลบและหรือความรู้สึกลบเท่านั้น *การใช้''และหรือ'' เป็นตัวขั่นกลางระหว่างประโยคสองประโยคมีความหมายภายในตัวเองและมีความหมายภายในกันและกัน ***ถ้าเราไม่นำเอาผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดและความรู้สึกขั้นที่หนึ่งมาลงมือปฏิบัติผลที่เกิดจากการทำงานของความคิดและความรู้สึกขั้นที่หนึ่งก็จะเคลื่อนที่ออกจากความเป็นมนุษย์เข้าสู่กระบวนการทำงานของความเป็นจิตวิญญาณซึ่งจะมีกระบวนการทำงานที่ง่ายกว่าสั้นกว่าเนื่องจากมนุษย์ทุกคนจะมีเพียงความรู้สึกบวกหรือความรู้สึกลบอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่ภายใต้ความง่ายกว่าสั้นกว่ากลับเป็นหนทางที่นำพาชีวิตของมนุษย์ทุกคนเดินเข้าสู่วังวนแห่งความทุกข์ยากและความทุกข์ทรมานแสนสาหัส ความหมายของคำว่า ง่ายและยาก สั้นและยาว แยกออกเป็นดังนี้คือ ง่ายคือง่าย ยากคือยาก ง่ายคือยากและยากคือง่าย สั้นคือสั้น ยาวคือยาว สั้นคือยาวและยาวคือสั้น

จะเห็นได้ว่ากระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและโดยธรรมชาติของความคิดและความรู้สึกให้คุณและให้โทษกับเราในเวลาเดียวกัน ความหมายคือ การใช้ทั้งความคิดบวกและความคิดลบความรู้สึกบวกและความรู้สึกลบในการคิดคำนวณหาเหตุและผลทำให้เรามองเห็นความกระจ่างในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองด้าน แต่การมองเห็นความกระจ่างในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองด้านไม่ได้ทำให้เรามองเห็นความกระจ่างในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันเนื่องจากการเป็นคนที่ยืนอยู่ภายในกรอบรูปจะทำให้เรามองเห็นและมองไม่เห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน แต่การไม่เป็นคนที่ยืนอยู่ภายในกรอบรูปจะทำให้เรามองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และการไม่เป็นคนที่ยืนอยู่ภายในกรอบรูปหมายถึง การนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเดินออกจากกรอบรูปนั้นด้วยตัวเราเอง

การนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเดินออกจากความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะเลือกทำเป็นสิ่งสุดท้ายเมื่อเราเดินมาถึงทางตันแล้วเท่านั้นซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติและโดยธรรมชาติ ผู้ชนะคือ ผู้ที่สามารถนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเดินออกจากความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองได้ ผู้แพ้คือ ผู้ที่ไม่สามารถนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเดินออกจากความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองได้ เมื่อเราไม่สามารถนำพาความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองเดินออกจากความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองได้สิ่งที่มนุษย์เลือกทำคือ มองหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น ซึ่งการมองหาความช่วยเหลือจากผู้อื่นของคนเราจะมีรูปแบบที่เหมือนและแตกต่างกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน ภายในความเหมือนจะมีทั้งความเหมือนและมีทั้งความแตกต่างอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกันและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันภายในความแตกต่างก็จะมีทั้งความแตกต่างและมีทั้งความเหมือนกันอยู่ภายในตัวเองและอยู่ภายในกันและกัน

"จงมองที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและอย่ามองที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน" ความหมายคือ จงมองที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกของตัวเองอย่ามองเฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกเพียงด้านเดียวโดยละเลยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเพราะสถานการณ์ภายนอกคือภาพสะท้อนของสถานการณ์ภายในและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันสถานการณ์ภายในก็คือภาพสะท้อนของสถานการณ์ภายนอก
"จงใช้ความคิดและอย่าใช้ความคิดในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน" การไม่ใช้ความคิดไม่ได้หมายความว่าไม่ใช้ความคิดและในขณะเดียวกันและหรือในทางกลับกันการใช้ความคิดก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ความคิด ความหมายคือ เราต้องใช้ทั้งความคิดความรู้สึกและการกระทำไปพร้อมๆกันและไปในทิศทางเดียวกัน ความคิดและความรู้สึกคือ สิ่งเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นจงอย่าให้ความสำคัญกับความคิดที่อยู่ภายในความคิดเท่านั้น แต่จงให้ความสำคัญกับความรู้สึกที่อยู่ภายในความคิดและความรู้สึกที่ไม่ได้อยู่ภายในความคิดของตัวเราเองด้วยเนื่องจากทั้งความคิดและความรู้สึกคือ สิ่งที่เราใช้ในการสร้างและทำลายตัวเราในเวลาเดียวกัน มนุษย์คือ ผู้สร้างและทำลายให้กับตัวเองโดยมีธรรมชาติที่เป็นผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ มนุษย์คือ ผู้ประสบภัยและฮีโร่ของตัวเองโดยมีธรรมชาติเป็นผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ มนุษย์และโลกคือ สิ่งเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกันกับความคิดและความรู้สึกที่เป็นสิ่งเดียวกันที่ใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน



Create Date : 12 พฤษภาคม 2562
Last Update : 12 พฤษภาคม 2562 11:14:51 น.
Counter : 80 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 3784113
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



จุกมุ่งหมายคือ การรู้แจ้งเห็นจริงในฐานะมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง

There is no way to happiness, happiness is the way.

การปิดทองหลังพระ ถ้าเราไม่หยุดปิด วันหนึ่งทองก็จะล้นมาด้านหน้าพระเอง

คำพูดที่ปราศจากการกระทำนั้นได้ตายไปแล้ว