ตุลาคม 2562

 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ทำความเข้าใจกับรัฐธรรมนูญและการเมืองในระดับควอนตัม
ในระดับควอนตัมรัฐธรรมนูญ การเมือง หรือทุกสิ่งทุกอย่างต่างก็ทำงานอยู่ภายใต้มิติทางควอนตัม+ ช่องว่างและเวลาคือ ความใช่และไม่ใช่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ซึ่งมิติ ช่องว่างและเวลาหมายถึง สถานะและสภาวะ คือ ความคิดและความรู้สึก/กึ่งความคิดกึ่งความรู้สึก/สมองใหญ่ และ ความรู้สึกและความคิด/กึ่งความรู้สึกและกึ่งความคิด/สมองน้อย ซึ่งภายในสถานะและสภาวะจะมีสมการที่ซ่อนอยู่อีกสี่สมการคือ ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ใช่คือไม่ใช่และไม่ใช่คือใช่ ซึ่งทั้งหมดคือ มิติทางควอนตัม+ ช่องว่างและเวลา หรือ สถานะ สภาวะ ความพัวพันและหลักการเติมเต็มที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างและทำลายภายในตัวเองและภายในกันและกัน
รัฐธรรมนูญและการเมืองคือ สรรพสิ่ง เช่นเดียวกันกับมนุษย์ที่มีความใช่และไม่ใช่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และมีทั้งความใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ ใช่คือไม่ใช่และไม่ใช่คือใช่อยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดทำงานอยู่ภายใต้มิติทางควอนตัม+ ช่องว่างและเวลา หรือ ความคิดความรู้สึกและการกระทำที่ทำงานอยู่ภายใต้ความใช่และไม่ใช่ มี/เป็น/อยู่และไม่มี/ไม่เป็น/ไม่อยู่ของแรงพื้นฐานธรรมชาติทั้ง 4 + 4 แรงที่ซ่อนอยู่ภายใต้แรงพื้นฐานธรรมชาติ + กฏทางฟิสิกส์ทั้งหมดที่ถูกค้นพบแล้วและที่ซ่อนอยู่ในกฏที่ถูกค้นพบแล้ว
ความพยายามในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเมืองหรือทุกสรรพสิ่งที่ทำงานอยู่ภายใต้มิติทางควอนตัม+ ช่องว่างและเวลาคือ ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งที่อยู่ภายนอกโดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงสรรพสิ่งที่อยู่ภายในของตัวเราเอง=ความพยายามพายเรือวนอยู่ในอ่าง หรือ ความพยายามเล่นเกมซ่อนหากับตัวเอง (เราพยายามเปลี่ยนแปลงผู้อื่น ผู้อื่นก็พยายามเปลี่ยนแปลงเรา) ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกคือ ภาพสะท้อนหรือภาพโฮโลแกรมของสิ่งที่เกิดขึ้นภายในความคิดและความรู้สึกของตัวเราเอง หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ ทั้งสถานะและสภาวะภายนอกของเราถูกสร้างขึ้นมาจากสถานะและสภาวะภายในของเราเอง ดังนั้นความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสถานะและสภาวะภายนอกโดยไม่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานะและสภาวะภายในของตัวเราเอง=ความพยายามพายเรือวนอยู่ในอ่าง หรือ ความพยายามเล่นเกมซ่อนหากับตัวเองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ภาพสะท้อนหรือภาพโฮโลแกรม 3มิติคือ ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาจากภาพ 2มิติคือ ความคิดความรู้สึก และจากตำแหน่งที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติของสถานะและสภาวะทางความคิดและความรู้สึกจากการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเองและกับผู้อื่น/สิ่งอื่น หรือการทำงานของสมองใหญ่และสมองน้อย ทุกสิ่งที่เราได้เห็นและได้สัมผัสภายนอกก็คือ ภาพที่สร้างขึ้นจากความคิดและความรู้สึกและจากตำแหน่งที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติของสถานะและสภาวะทางความคิดและความรู้สึกจากการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเองและกับผู้อื่น/สิ่งอื่นภายในของตัวเราเอง ดังนั้นถ้าหากเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงภาพภายนอกเราจะต้องนำพาตัวเราเองเข้าไปยกระดับและขยายขอบเขตทางความคิดความรู้สึกและเข้าไปสังเกตการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติของสถานะและสภาวะทางความคิดและความรู้สึกจากการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเองและกับผู้อื่น/สิ่งอื่นที่เปรียบเสมือนการบันทึกภาพภายในของตัวเราเอง และนำภาพที่ได้รับการบันทึกออกมาสร้างภาพสะท้อนหรือภาพโฮโลแกรมภายนอก
เมื่อเรานำเอาความคิดและความรู้สึกภายในของตัวเราเองออกมาลงมือทำเราก็จะดึงดูดคนที่มีความคิดและความรู้สึกที่อยู่ภายใต้วงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์เดียวกันกับเราเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับเราโดยอัตโนมัติ และตราบใดที่เราและหรือคนอื่นยังไม่ยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราและหรือของตัวคนอื่นเอง เราและคนอื่นก็จะใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ภายใต้วงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์นั้นไปเรื่อยๆ=ความพยายามพายเรือวนอยู่ในอ่าง หรือ ความพยายามเล่นเกมซ่อนหากับตัวเองที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยกตัวอย่างเช่น การโต้แย้งขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับการเมือง และหรือการใช้ชีวิตในส่วนอื่นๆ=การไม่รู้ถึงสถานะและสภาวะและตำแหน่ง/จุดยืนที่แท้จริงภายในที่เกิดขึ้นกับความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองทำให้เราเลือกที่จะไม่สามารถยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในของตัวเราเองได้ แต่เลือกที่จะยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำของผู้อื่นแทน (ทำและไม่ทำในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน) และการที่คนเราจะเลือกทำและไม่ทำสิ่งใดก็ตามก็มาจากจุดยืนภายในของเราเอง=เป็นการเลือกที่ไม่ได้เลือกเนื่องจากเรายืนอยู่ในจุดนั้นอยู่แล้วเราจึงทำได้แต่เพียงนำพาตัวเองเดินออกจากจุดที่เรายืนอยู่ (เราไม่สามารถนำพาตัวเราเดินออกจากจุดที่เราไม่ได้ยืนอยู่ไม่ได้) ดังนั้นการเลือกของเราจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และเมื่อการเลือกทำของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ที่ได้รับสารที่เราส่งออกไปภายนอกจะได้รับสารที่อยู่ตรงข้ามกันคือ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โดยอัตโนมัติ และเมื่อเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ดังนั้นสิ่งที่ผู้รับสารจะเลือกทำโดยไม่ได้เลือกเช่นเดียวกันกับเราคือเลือกทำจากจุดที่ผู้อื่นยืนอยู่หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ เลือกทำจากสิ่งที่มีอยู่โดยอัตโนมัติก่อนเสมอ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของการมีอยู่และไม่มีอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน แต่ถึงแม้ว่าผู้อื่นจะเลือกที่จะไม่ทำตามธรรมชาติของสิ่งที่มีอยู่ แต่เลือกที่จะนำเอาสิ่งที่อยู่ในอนาคตมาใช้ในปัจจุบันโดยการยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำของผู้อื่น ซึ่งจะทำให้ผู้อื่นสามารถเดินออกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกได้ และยังส่งผลโดยอัตโนมัติทำให้สถานการณ์ภายนอกดีขึ้นตามไปด้วย แต่ยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายนอกของผู้อื่นไม่สามารถทำให้ระดับและตำแหน่ง/จุดยืนทางความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในของเราถูกยก/เปลี่ยนตามไปด้วย=จุดยืนภายนอกของเราได้เคลื่อนที่ไปแล้ว แต่ภายในเรายังยืนอยู่ที่จุดเดิมไม่ได้เคลื่อนไปตามจุดยืนภายนอกด้วย ดังนั้นการไม่รู้จุดยืนที่แท้จริงของตัวเราเองทำให้เราเกิดอาการหลงจากผลที่เราได้รับจากการยกระดับและเปลี่ยนจุดยืนของผู้อื่นว่าเป็นเพราะการกระทำของเราที่ช่วยทำให้ผู้อื่นได้พบแสงสว่าง ดังนั้นจึงเลือกโดยไม่ได้เลือกที่จะเดินวนอยู่ในอาการหลง/เล่นเกมซ่อนหากับตัวเองเนื่องจากเป็นเกมที่ทำให้เรารู้สึกดีและสบายคือ ไม่ต้องนำพาตัวเองเดินออกจากขอบเขตของความสะดวกสบายและความเคยชินเก่าของตัวเราเอง ซึ่งการทำให้ผู้อื่นได้พบแสงสว่างเป็นเรื่องที่ดี แต่การทำให้ผู้อื่นได้พบแสงสว่างเป็นเรื่องที่ดีโดยการทำให้ตัวเราเองเดินเข้าสู่อุโมงค์แห่งความมืดมืดด้วยตัวเราเองเป็นเรื่องเศร้า เมื่อเราปล่อยให้ตัวเราเองเดินเข้าอุโมงค์แห่งความมืดมืดลึกเข้าไปเรื่อยๆ การยกระดับและเคลื่อนย้ายตำแหน่ง/จุดยืนทางความคิดความรู้สึกและการกระทำก็เป็นไปได้ยากขึ้น=การทำให้อนาคตของเรามีค่าเท่ากัยศูนย์ด้วยตัวของเราเอง ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณทักษิณ/คุณยิ่งลักษณ์/คุณอภิสิทธิ์และคนอื่นทั่วโลก และด้วยความไม่รู้จุดยืนที่แท้จริงภายในของเรานี่เองที่ทำให้เราคือ ผู้สร้างและผู้ทำลายของเราเองในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน ***ไม่ว่าคุณจะเป็นใครทำอะไรอยู่ที่ไหนมีสถานะและสภาวะอย่างไรก็ตามจงอยู่และอย่าอยู่ในจุดที่คุณยืนอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน การรู้เท่าทันจุดยืนที่เรายืนอยู่ทั้งภายนอกและภายในและความพยายามที่จะนำเอาความคิดความรู้สึกและการกระทำที่มีอยู่ในอนาคต แต่ไม่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้จะทำให้เราสามารถเดินออกจากสถานการณ์ทุกสถานการณ์ได้ด้วยตัวของเราเองโดยไม่รอหรือเรียกร้องถามหาการยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำจากผู้อื่น
ความพยายามออกมาแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นโดยปฏิเสธที่จะยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในและภายนอกของเรา=ความพยายามในการใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ภายใต้วงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์ของการโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์ด้วยตัวเราเอง ในระดับควอนตัมเมื่อเราออกมาแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น เราจำเป็นต้องนำพาตัวเราเองเดินออกจากวงจรหรือวัฏจักรหรือค่าอนันต์ของการโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์นั้นด้วยการยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำของตัวเราเองด้วยตัวของเราเองด้วย ไม่เช่นนั้นการโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์นั้นก็จะเป็นการโต้แย้ง วิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดที่เริ่มต้นจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งเรื่อยไปเรื่อยๆโดยไม่มีวันสิ้นสุด
***ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงผู้อื่นโดยปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นความพยายามที่เกิดประโยชน์และไม่เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ความหมายคือ เมื่อผู้อื่นสามารถยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในของผู้อื่นได้จากความพยายามในการเปลี่ยนแปลงผู้อื่นของเรา ผู้อื่นก็จะสามารถยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายนอกของผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน และความสามารถในการยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายนอกของผู้อื่นก็จะทำให้สถานการณ์ภายนอกของเราได้รับการยกระดับโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน แต่การยกระดับสถานการณ์ภายนอกของเราโดยอัตโนมัติจากการยกระดับความคิดความรู้สึกและการกระทำภายนอกของผู้อื่นไม่สามารถยกระดับสถานการณ์ของความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในของเราได้ เราคือคนที่จะต้องยกระดับสถานการณ์ทางความคิดความรู้สึกและการกระทำภายในของเราด้วยตัวของเราเอง = ความได้และไม่ได้/เกิดประโยชน์และไม่เกิดประโยชน์/การเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน สิ่งเดียวกันใช่และไม่ใช่สิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน และเวลาเดียวกันใช่และไม่ใช่เวลาเดียวกันในเวลาเดียวกัน
***ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นและเป็นไปตามกฏแห่งมิติของควอนตัม+ช่องว่างและเวลา ถึงเวลาหรือยังที่เราจะละทิ้งชีวิตเดิมๆและนำพาตัวเราเองเข้าสู่ความรู้ความเข้าใจในระดับควอนตัมที่จะทำให้เราสามารถนำพาตัวเราเองเดินออกจากทุกสถานการณ์ด้วยตัวของเราเองโดยไม่ต้องกล่าวโทษหรือกล่าวหาผู้อื่น เหตุผลง่ายๆที่ทำให้เราไม่สามารถรวมแรงพื้นฐานธรรมชาติทั้ง4เข้ากันได้ นั่นก็เป็นเพราะความมีและไม่มีในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกันที่หมายถึง แรงพื้นฐานธรรมชาติมี4 แรงและไม่ได้มี 4แรงอยู่ในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน หรือ อดีต-ปัจจุบัน และปัจจุบัน-อนาคต หรือ ความพยายามในการยืนอยู่ในจุดที่เรายืนอยู่(อดีต-ปัจจุบัน)โดยไม่รู้ถึงจุดยืนที่แท้จริงภายในของตัวเราเองทำให้อนาคตของเรามีค่าเท่ากับศูนย์ด้วยตัวของเราเอง



Create Date : 05 ตุลาคม 2562
Last Update : 5 ตุลาคม 2562 8:58:29 น.
Counter : 40 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 3784113
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



จุกมุ่งหมายคือ การรู้แจ้งเห็นจริงในฐานะมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง

There is no way to happiness, happiness is the way.

การปิดทองหลังพระ ถ้าเราไม่หยุดปิด วันหนึ่งทองก็จะล้นมาด้านหน้าพระเอง

คำพูดที่ปราศจากการกระทำนั้นได้ตายไปแล้ว