"พระพุทธเจ้า" ... อาจยังไม่ใช่หนังการ์ตูนที่ดีเลิศในทุกๆสิ่ง แต่ความตั้งใจจริง มีร้อย ให้สองร้อย
"ความน่าสนใจ" และ "ความตั้งใจ" เป็นสองสิ่งหลักๆ ที่ผมมักจะคิดถึงเวลาเลือกดูหนังสักเรื่อง อย่างข้อแรก ก็คงเหมือนนักดูหนังทั่วๆไป ที่เวลาจะเลือกหนังต้องตาต้องใจต้องดูสักเรื่อง มันก็ควรจะเป็นหนังที่มีจุดบางจุดเด่นออกมาให้รู้สึกว่า มันน่าจะสนุกมันน่าจะดี กระทั่งออกจากโรงมาก็หวังว่าจะได้ประทับใจไปกับมัน หรือถ้ายังไม่ชอบ เอาแค่ไม่เสียดายตังค์ก็พอจะยอมรับได้อยู่ ส่วนในข้อหลัง ...อันนี้ผมก็ยังไม่ค่อยไปเน้นย้ำอะไรกับมันเท่าข้อแรกนัก ก็ขอเอาเป็นว่าแค่หนังเรื่องนั้นมันมีความพิถีพิถัน ไม่สุกเอาเผากิน ทำออกมาโดยมีเจตนา มีวิธีคิดที่ดีก็เพียงพอ จะรู้สึกดีตามตัวหนังไปได้แล้ว... (ยกเว้นเสียแต่ว่าหนังเรื่องนั้นจะมีแนวคิด-ความตั้งใจที่ดี แต่กลับกันดันมีคนกำกับแบบผู้ไม่รู้วิชาทำหนัง ตัดต่อลวกๆ เขียนบทเลอะเทอะ หรือเอาหุ่นยนต์มาเล่น ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ไหวจะไม่ด่า)"พระพุทธเจ้า" เป็นหนังที่เข้าข่ายทั้งสองข้อของผม ที่ผมคาดหวังจะได้ดู... ข้อหนึ่ง ...ก็คือ ความที่ผมเป็นคนพุทธ ที่เคยผ่านหูผ่านตากับการเรียนและรู้เรื่องราวพุทธประวัติของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ...ตั้งแต่ประถม มาจนถึงมัธยม ก็มีความผูกพันกับพระองค์ ฟังแล้วฟังอาจารย์เล่าอีกได้ทุกๆปี จนขึ้นใจ ...ฉะนั้นแล้ว เมื่อจะมีหนังสักเรื่องที่สร้างขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวของพระพุทธองค์ในมุมของความเป็นหนัง ก็ย่อมอยากเห็นว่า ตัวหนังจะสามารถย่อเอาใจความสำคัญที่มีอยู่เป็นร้อยประเด็นรวมในเวลาร่วมๆ 2 ชั่วโมงได้อย่างไร และการเป็นหนังไทยที่มีการนำเสนอเป็นการ์ตูน ก็คืออีกจุดที่ทำให้สนใจไปถึงความสนุก ในแง่ที่หวังจะให้เด็กดูได้เข้าใจอย่างเพลิดเพลิน พร้อมๆยังจะตีคู่ไปกับการรื้อฟื้นความจำของคนวัยผู้ใหญ่ให้ลึกซึ้งกับสิ่งที่เคยรู้มาอีก ...นั่นจึงอยากเห็นว่า ทั้งสองแง่นี้ จะทำออกมาได้ดีพอๆกัน หรือไม่ ซึ่งกับความเห็นส่วนตัวของผม หลังจากที่ได้ดูแล้ว... เมื่อเอามาวัดในแง่ของความเป็นหนังฉายโรงเรื่องหนึ่ง "พระพุทธเจ้า" ก็ยังอาจทำได้ไม่ถึงที่สุดเหตุผลข้อหนึ่ง ...อาจด้วยความที่หนังมีเรื่องให้ต้องเล่าเยอะแยะ และจำเป็นต้องรวบรัดเพื่อให้อยู่ในความยาวที่ไม่มากเกินไป และไม่สั้นเกินไป (ประหนึ่งก็ตรงตามหลักเดินทางสายกลาง นั่นเอง) ...จึงทำให้หนังต้องใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจที่มี ในการแตะประเด็นนั้นแบบผิวๆ แล้วก็ต้องรีบจบลงไป เพื่อให้หนังได้ไปต่อในอีกเรื่องหนึ่ง... นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนัก กับเราๆที่เคยรู้เรื่องเหล่านั้น มาเป็นอย่างดี ...แต่ในความเป็นหนังสักเรื่อง การจัดการรายละเอียดได้ไม่เคลียร์ ก็มักจะเป็นปัญหากระทบต่อความรู้สึกอินของคนดูที่จะมีต่อภาพบนจอ เหตุผลข้่อสอง ...ภาพที่ดูสวย มีสีสัน ด้วยฝีมือของนักเขียนการ์ตูนที่เคยเป็นหนึ่งในทีมงานดิสนีย์ เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมได้เป็นอย่างมากตอนที่ได้เห็นในตัวอย่าง ...แต่กระนั้นแล้วเมื่อได้ดูหนังจริงๆ ก็ยังพบว่ามันมีปัญหาอยู่หลายประการเกิดขึ้นกับภาพบนจอ อาทิ ลายเส้นในหลายๆฉากที่ดูจะหนักเบาไม่เท่ากัน น้ำหนักของสีที่ระบายก็มีความอ่อนเข้มที่ดูผิดธรรมชาติไปหน่อย หรือกระทั่งกับการเก็บรายละเอียดในฉาก ที่ยังดูขาดๆเกินๆ มีบ้างไม่มีบ้างให้ประดักประเดิดในความรู้สึก ...ถ้าวัดเอาเฉพาะการสร้างภาพ ยอมรับว่าทีมงานก็มีความประณีตดีอยู่ หากติดแต่ว่าน่าจะดีกว่านี้ได้อีก ...แล้วถ้าไม่ติดปัญหาตรงงบประมาณที่ยังเอื้ออำนวยต่ออนิเมเตอร์ไทยได้น้อย ก็เป็นอีกส่วนที่น่าจะทำให้หนังสวยงามกว่านี้ได้อีกเช่นกัน เหตุผลที่ผมว่ามา เป็นปัญหาหลักๆตรงๆที่กระทบต่อความรู้สึกของคนดูอย่างผม ตลอดเวลาที่นั่งลึกซึ้งไปกับการทบทวนเรื่องราวพุทธประวัติ ...ถึงจะรู้ว่า ผู้สร้างพยายามได้ถึงที่สุึดแล้ว แต่ก็อาจไม่เพียงพอจะให้ผมรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ที่ดีที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่า "พระพุทธเจ้า" จะยังไม่ได้เป็นหนังที่น่าประทับใจในแง่ของเรื่องราวและอารมณ์ ...แต่โดยส่วนอื่นแล้ว ก็คนละอย่างกับความคิดเห็นตรงๆ ส่วนอื่นที่ว่า ก็คือ 'ความตั้งใจ' ที่ทีมงานทุกคน อยากจะให้มีหนังเรื่องนี้... ส่วนนี้ ผมอาจจะเชื่อมาตั้งแต่รู้ข่าวคราวแล้ว แต่หลังจากที่ผมได้ดูเต็มๆ ผมก็ยิ่งเชื่อในสิ่งที่พวกเขาทำมากกว่าเดิม ความตั้งใจ ในที่นี้ ย่อมไม่ใช่ความตั้งใจที่จะทำหนังเรื่องนี้เพื่อหวังเรียกศรัทธาให้คนได้ดูทุกคนต้องเลื่อมใสในศาสนาพุทธ ...และต้องไม่ใช่ความตั้งใจที่หวังจะได้คุณประโยชน์ที่ตีค่าออกมาเป็นเงินเป็นทอง แต่นี่คือหนังที่เป็นความตั้งใจ ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่นับถือศาสนาพุทธ แล้วอยากจะนำเสนอเรื่องราวที่เขารู้จัก มาทำเป็นหนัง เพื่อให้ได้มีคนอีกหลายๆคนได้เก็บจารึกภาพเหล่านั้นเอาไว้ในความทรงจำ ...ไม่ใช่เป็นแค่การจินตนาการแล้วนึกไปตามตัวหนังสือ ที่อาจเห็นภาพในใจแต่ก็ไม่ชัดเจนเท่าที่มีคนเอามาตีความเป็นฉากๆ ได้เช่นนี้ แม้ทว่า ความตั้งใจ อาจจะยังไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผมได้ประทับใจหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ...แต่ที่ผมมองว่า ผมประทับใจ ก็คือ คุณค่าของเรื่องราว และความคิด วิธีการของคนทำที่มีเจตนาที่ดี ที่จะเผยแพร่ สืบสาน ศาสนา ให้ยังคงอยู่อย่างมีรูปธรรม กลายเป็นภาพที่คอยย้ำเตือนให้เราชาวพุทธได้นึก แล้วนำเอาสิ่งที่นึกมาทำให้มันเป็นจริง เพื่อสืบทอดหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้มีสืบเนื่องต่อไป ตราบใดที่โลกใบนี้ยังไม่สิ้นเวรสิ้นกรรมจะหยุดหมุนขอเชิญชวนทุกๆท่าน ที่ได้อ่านกระทู้นี้ ไปดูหนังเรื่องนี้กันเถอะครับ... ผมไม่อาจรับรองว่าุคุณจะต้องสนุกกับเรื่องราว หรือจะเพลิดเพลินจนประทับใจไปกับสิ่งที่หนังมี ...แต่ที่ผมแน่ใจก็คือ คุณจะได้รับความรู้สึกภูมิใจ และจะลึกซึ้งในความตั้งใจของคนคิด คนทำทุกคน ที่ก่อกำเนิดให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาให้เราชาวพุทธได้รับชมกัน เอาเป็นว่า ผมขอขอบคุณ (สำหรับตัวผมและล่วงหน้าไปยังคนอื่นๆ) ทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมต่อหนังเรื่องนี้นะครับ ...คุณคิดดี ทำดี แล้วก็ได้กรรมที่ดีมากๆ ที่ทำให้พวกเราทุกคนได้ดูเรื่องราวดีๆ อย่างนี้ในโรงหนัง และ ผมก็จะขอให้คำสัญญาว่าผมจะยังเป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกจะทำกรรมดีอยู่ต่อไป ...ถึงแม้ผลตอบแทนมันจะเล็กน้อย แต่ผมก็จะทำเพื่อเป็นการรักษาคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ยังคงอยู่ในสังคม วัฒนธรรม และจิตใจของมนุษย์ต่อไป ตราบนานเท่านาน ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน... 1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ
Create Date : 08 ธันวาคม 2550
Last Update : 8 ธันวาคม 2550 8:36:51 น.
22 comments
Counter : 4619 Pageviews.
โดย: i c u IP: 125.25.148.81 วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:9:57:20 น.
โดย: >>> (แม่เจ้าปัน ) วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:22:21:53 น.
โดย: JohJaeh IP: 58.8.16.173 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:12:12:31 น.
โดย: JJ IP: 124.121.172.26 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:13:56:43 น.
โดย: nanoguy วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:15:38:52 น.
โดย: DarKMegA IP: 124.121.200.6 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:20:06:47 น.
โดย: นัน IP: 124.121.128.168 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:22:33:32 น.
โดย: ไม่ชอบสีเลย IP: 124.121.45.12 วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:8:01:34 น.
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 ธันวาคม 2550 เวลา:16:31:45 น.
โดย: ดึยดาม IP: 58.9.220.184 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:18:45:05 น.
โดย: ค้นหาความตาย IP: 203.113.111.226 วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:16:47:55 น.
โดย: ชาวพุทธคนหนึ่ง IP: 124.120.251.116 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:22:55:16 น.
โดย: หน่อย IP: 125.26.149.76 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:15:33:14 น.
โดย: หน่อย IP: 125.26.149.76 วันที่: 17 ธันวาคม 2550 เวลา:15:33:19 น.
โดย: memean IP: 58.64.101.185 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:14:26:02 น.
โดย: 10218 IP: 117.47.106.3 วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:17:13:41 น.
โดย: เด็กไทย IP: 58.147.39.96 วันที่: 15 มิถุนายน 2552 เวลา:21:34:46 น.
โดย: เด็กเพชร IP: 125.27.145.232 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:11:06:33 น.
โดย: แตงกวา IP: 125.27.145.232 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:11:07:54 น.
โดย: pu IP: 118.173.62.219 วันที่: 23 กันยายน 2557 เวลา:20:46:25 น.
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [? ]
สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์ คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!) ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ once_upon.a.man@hotmail.com My @ http://twitter.com/once_upon_a_man ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่านผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ
1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31
ส่วนการเคลื่อนไหวของตัวละครอาจจะไม่ลื่นมาก แต่ถือว่าทำได้ดีในระดับนึงแล้วค่ะ
ลายเส้น การวาดคาแรคเตอร์ ก็ดีค่ะ ดูออกไปทางอินเดียดี (ก็แหงนิ เรื่องเกิดในอินเดียนี่)
ส่วนเรื่องบท สำหรับเรา ให้ใจไปเต็มๆค่ะ
เก็บรายละเอียดดีมากๆ มีเกร็ดอะไรในเหตุการณ์เยอะดี ทำให้จำเรื่องราวได้ง่าย
ยิ่งเด็กๆที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว บอกได้เลยว่า โอ้วว ตรงเป๊ะๆ
ในมุมของเรา การที่เหมือนในแบบเรียน กลับดีกว่านะคะ
คนสร้างคงตั้งใจมาอย่างนั้นด้วย คือ คงเนื้อเรื่องไม่ให้เพี้ยนจากของเดิม
ทั้งเหตุการณ์ ทั้งบุคคล รวมทั้งพระธรรมคำสอน สามารถรวมเรื่องสรุปให้เข้าใจในเวลาสั้นๆ
ไม่ง่ายเลยที่จะทำแบบนั้น ปรบมือให้คนเขียนบทค่ะ
มีข้อนึงที่อาจจะทำให้เด็กๆเข้าใจได้ยากไปหน่อย
ก็คือ ในส่วนของพระธรรม ที่อธิบายในแบบโบราณดั้งเดิม ภาษาจะยากนิดนึง
แต่สำหรับผู้ใหญ่ จุดนี้เป็นประเด็นที่น่าประทับใจมาก
ตัวอย่างเช่น พระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ทุกคนเรียนมา ทุกคนรู้ว่าเป็นพระธรรมเทศนาครั้งแรก
แต่มีใครรู้บ้าง ว่าท่านสอนอะไรบ้าง???
ไปลองอ่านในหนังสือสวดมนต์ (แบบมีคำแปล) ดูก็ได้ค่ะว่า บทนี้มันยาวมากแค่ไหน
เค้าสามารถย่อบทพระธรรมยาวมากๆอย่างนั้น มาเป็นบทพูดแค่นิดเดียว แถมพูดครบอีกแน่ะ
สามารถจริงๆ...........
นับถือความตั้งใจของผู้สร้าง เรื่องนี้จึงให้ใจไปเต็มๆค่ะ
เอาใจช่วยให้มีคนไปดูกันเยอะๆนะคะ ^^