เลือกเก็บแต่สิ่งของที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้เราได้ในอนาคต Yes,I am an introvert!!
Group Blog
 
All blogs
 
เมื่อฉันตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักที่ญี่ปุ่น

ฉันเป็นริดสีดวงทวารหนักมานานสิบกว่าปี(อาจจะเป็นกรรมพันธุ์เพราะพ่อของฉันก็เป็นริดสีดวงทวารหนักและพ่อก็เคยผ่าตัดมาแล้วเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนโน้น)

เมื่อขับถ่ายในช่วงแรกๆหัวริดสีดวงมันจะผลุบหายเข้าไปข้างในได้เอง ไม่ต้องใช้นิ้วดัน

แต่ช่วงสองปีมานี้หัวริดสีดวงมันมีขนาดใหญ่ขึ้น หลังขับถ่ายมันไม่ยอมผลุบเข้าไปข้างในแล้ว ต้องใช้นิ้วดันให้มันกลับเข้าไปข้างใน
บางทีเดินมากๆ หรือนั่งนานๆ มันก็จะโผล่ออกมาสูดอากาศหายใจอยู่ด้านนอก ให้รู้สึกรำคาญและเจ็บปวดมากๆ พยายามใช้นิ้วดันมันก็ไม่ยอมกลับเข้าไปข้างในง่ายๆอีกแล้ว

เมื่อปีที่แล้วตอนขับถ่าย กำลังเบ่งๆอยู่ก็มีเลือดสดๆกระฉูดออกมาด้วยเยอะมาก เลือดเยอะจนฉันตกใจ

ทนไม่ไหวแล้ว เลยต้องไปหาหมอ(เกี่ยวกับลำไส้ ระบบขับถ่าย) หมอก็ให้ยาเหน็บมา เป็นหลอดเล็กๆ ตัวยาจะเหมือนเจลลื่นๆ พอใช้ยาแล้วก็รู้สึกว่าริดสีดวงไม่ค่อยเจ็บเพราะยามันลื่นๆทำให้ริดสีดวงถูกเสียดสีน้อยลงกระมัง แต่ๆๆมันกลับโผล่ออกมาลอยหน้าลอยตาข้างนอกบ่อยขึ้นกว่าเดิมอีก ก็ตัวยามันมีความลื่นไงล่ะ มันเลยโผล่หัวออกมาง่ายขึ้นและบ่อยขึ้น รำคาญและเจ็บปวดมากตอนที่มันโผล่ออกมาแล้วไม่ยอมผลุบเข้าไป

ใช้ยาเหน็บมาปีนิดๆ แต่ก็ยังมีเลือดกระฉูดออกมาตอนขับถ่ายอีกสองครั้ง รวมมีเลือดออกสามครั้ง

ฉันตัดสินใจไปหาหมออีก คราวนี้หมอบอกลองส่องกล้องดูลำไส้ใหญ่ดูไหม?
ฉันตอบตกลงทันที กลัวตัวเองจะเป็นมะเร็ง เพราะเลือดกระฉูดออกมาเยอะมาก

หมอให้ยาถ่าย ให้เอากลับมาดื่มที่บ้าน ในตอนเช้าของวันที่ส่องกล้อง
คืนก่อนที่จะส่องกล้อง หมอให้ยาถ่ายขนาดเท่ายาหยอดตามาหนึ่งหลอดให้ผสมน้ำหนึ่งแก้วดื่มก่อนนอน
ตอนเช้าตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งมาเข้าห้องน้ำ
แล้วใช้Niflecผสมกับน้ำเปล่าสองลิตร ผสมให้เข้ากันแล้วดื่มไปเรื่อยๆ ดื่มไปเข้าห้องน้ำไป ดื่มไปเข้าห้องน้ำไป ดื่มจนหมด(แต่ตอนดื่มแก้วสุดท้ายอ้วกค่ะ)
รวมเข้าห้องน้ำ14ครั้ง ถ่ายออกมาจนมันเป็นน้ำใสๆคล้ายๆน้ำปัสสาวะ ไม่มีเศษอุจจาระเหลืออยู่เลย
เมื่อใสกิ๊กแล้ว แปดโมงครึ่งฉันโทรไปที่โรงพยาบาลอธิบายว่าอุจจาระเราใสเหมือนน้ำปัสสาวะ ไม่มีเศษอุจจาระเลย พยาบาลบอกโอเคค่ะ แสดงว่าตอนนี้ลำไส้ฉันสะอาดแล้ว งั้นเตรียมตัวมาโรงพยาบาลได้เลย
(นัดส่องกล้องตอน9:30น.)
นั่งพักอยู่สักพัก พอหยุดถ่ายแล้ว ฉันก็เดินไปโรงพยาบาลค่ะ จากที่บ้านเดินไปโรงพยาบาลก็ราวๆสิบนาที พอไปถึงโรงพยาบาล เขาก็ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า แทงเข็มเข้าเส้นเลือดให้ยาทางสายน้ำเกลือ ช่วงที่หมอให้ยา ฉันไม่หลับยังรู้สึกตัวตลอดเวลา แค่เคลิ้มๆเท่านั้น




ผลตรวจออกมาคือลำไส้ปกติ แต่เป็นริดสีดวงทั้งภายนอกและภายใน หมอทำจดหมายส่งตัวให้ฉันไปอีกโรงพยาบาล ต้องผ่าตัดแล้วล่ะ เพราะยาเหน็บไม่ได้ผลแล้ว
ส่องกล้องตรวจลำไส้เสร็จ ฉันนั่งพักสักพัก แล้วก็เดินกลับบ้าน

อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาฉันถือจดหมายส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง คุณหมอตรวจดู ก็บอกว่าต้องผ่าตัดแล้วนะ เพราะใช้ยาเหน็บมันก็ไม่หายหรอก ริดสีดวงเป็นทั้งภายนอกและภายในเลย
ฉันตอบตกลงทันที ผ่าก็ผ่าค่ะหมอ
หมอให้เอกสารให้ฉันเอากลับมาอ่านหนึ่งเล่ม เป็นการรักษาแบบALTAและผ่าตัดด้วย
ริดสีดวงภายในหมอใช้วิธีฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ ก้อนริดสีดวงที่อยู่ภายในมันจะค่อยๆเล็กลงและฝ่อไปเอง ส่วนริดสีดวงภายนอกที่มันชอบผลุบๆโผล่ๆออกมากวนใจฉันบ่อยๆนั้น หมอจะทำการผ่าตัดเอาออกไปค่ะ





และแล้วก็มาถึงวันที่หมอนัด เข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก
ฉันเตรียมของใช้ที่จำเป็น ใส่กระเป๋าล้อลากแล้วนั่งรถเมล์ไปโรงพยาบาลคนเดียวเลยค่ะ
ของที่เตรียมไป
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน
แชมพู สบู่น้ำ
กระดาษชำระ
ทิชชู่เปียก
ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ เอาไปหลายๆผืน ผ้าเช็ดตัว
ชุดนอน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กางเกงชั้นใน
ผ้าอนามัย(เอาไปเผื่อ)
น้ำดื่ม แก้วน้ำ
รองเท้าแตะ ใส่เดินในห้อง ซื้อจากร้านร้อยเยน ใช้แล้วทิ้งเลย ไม่เอากลับบ้าน

นั่งรถเมล์มาถึงโรงพยาบาลตอนเก้าโมงเช้า
ฉันใช้เงินสดหนึ่งแสนเยนวางมัดจำไว้กับทางโรงพยาบาลก่อน
จากนั้นพยาบาลก็พามายังห้องที่ฉันจะต้องนอนพักรักษาตัว
(จองห้องเดี่ยว นอนคนเดียว มีห้องสุขาในตัว เพื่อความสะดวกและชอบความเงียบสงบ ชอบความเป็นส่วนตัว แต่ไม่ลืมที่จะพกรูปหล่อท่านท้าวเวสสุวรรณองค์เล็กๆติดตัวไปด้วย ฮ่าๆๆ)
เช้า เที่ยง สามารถกินอาหารได้ปกติค่ะ
บ่ายสอง พยาบาลมาแทงเข็ม(เบอร์ใหญ่สุด สำหรับการผ่าตัด)เจ็บมาก แต่ต้องทำใจค่ะ ปล่อยวาง อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด สรุปคืนก่อนผ่าตัดเดินเข้าห้องน้ำอีกสิบสองครั้ง (ยาถ่ายหมอให้ยาทางสายน้ำเกลือ)

พอตื่นมาตอนเช้า เข็มมันเคลื่อนตอนเปลี่ยนชุดเตรียมเข้าห้องผ่าตัด น้ำเกลือไม่ไหล เลยต้องแทงเข็มอีกรอบ พยาบาลเปลี่ยนเข็มเบอร์เล็กลง เพราะเส้นเลือดฉันมันเล็ก แล้วก็ต้องใส่ถุงน่อง(เป็นถุงน่องสำหรับการผ่าตัดด้วย)

พยาบาลพาเดินลงมาที่ห้องผ่าตัด หมอที่เป็นคนวางยาบอกให้ฉันนอนตะแคงงอตัวให้มากที่สุด แล้วหมอก็แทงเข็มฉีดยาเข้าตรงช่องที่เปิดกว้างแถวกระดูกไขสันหลัง ฉีดยาไปสองเข็มแล้วแปะยาชาไว้ให้ด้วย
ฉีดยาแล้วหมอให้ฉันสูดหายใจลึกๆอยู่สองสามครั้ง ท่อนล่างตั้งแต่ช่วงเอวลงไปเริ่มชา และไม่มีความรู้สึก พยาบาลเอาน้ำแข็งมาแตะๆ ก็ไม่รู้สึกเย็น
เป็นสัญญาณว่า...ได้เวลาผ่าตัดแล้ว
หมอเดินเข้ามา อ่านชื่อฉันและชื่อโรคที่เป็น
พร้อมลงมือผ่าตัด
หมอให้ฉันนอนหงายนะคะ ไม่ได้นอนคว่ำ แขนทั้งสองข้างถูกมัดติดกับเตียงผ่าตัด มีผ้ามากั้นทำเป็นฉากกั้น ในห้องผ่าตัดหนาวมาก ฉันขอผ้าห่มตั้งสามผืน ระหว่างที่หมอผ่าตัด มีการเปิดเพลงญี่ปุ่นให้ฉันฟังอีกต่างหาก จะมีเครื่องวัดความดันอัตโนมัติติดไว้ที่แขน และมีเครื่องวัดชีพจรหนีบติดไว้กับนิ้วชี้
หมอใช้เลเซอร์ผ่าตัดค่ะ เพราะทุกครั้งที่เครื่องมันดังวืดๆ ฉันจะได้กลิ่นเนื้อไหม้ด้วย เหมือนกลิ่นเนื้อวัวย่างเลย แต่นี่มันคือกลิ่นเนื้อไหม้ของตัวฉันเอง
เหอๆๆ

ออกมาจากห้องผ่าตัด ตัวฉันยังสั่นๆด้วยความหนาวอยู่

หมอใช้เวลาผ่าตัด35นาทีก็เสร็จเรียบร้อย พยาบาลมายกฉันขึ้นเตียงเข็นขึ้นมานอนพักฟื้นที่ห้อง

บนเตียงมีผ้าห่ม(ผ้าห่มไฟฟ้า)ห่มแล้วอุ่นเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว ขาทั้งสองข้างมีเครื่องนวดอัตโนมัติติดไว้

ขอยืนยันนะคะว่าการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักนั้นไม่น่ากลัวเลย

แต่หลังผ่าตัดต่างหากล่ะ คือของจริง ฮ่าๆๆ
หลังผ่าตัดสามชั่วโมง ก็สามารถดื่มน้ำได้ค่ะ

หลังผ่าตัด ฉันต้องนอนอยู่เฉยๆบนเตียงตลอดทั้งคืน เพราะยังชา ไม่สามารถขยับตัวไม่สามารถขยับขาได้
(พยาบาลต่อสายปัสสาวะให้ฉันตั้งแต่อยู่ในห้องผ่าตัดแล้ว ไม่รู้สึกเจ็บเลย)
กลางดึกคืนนั้น ฉันปวดแผลมาก ต้องกดออดขอยาแก้ปวดกับพยาบาลไปสองครั้ง ครั้งที่สองพยาบาลให้ยาแก้ปวดผสมยานอนหลับให้ทางเส้นเลือด ฉันจึงหลับได้

เช้าวันต่อมาเริ่มลุกนั่งได้ อาหารเช้าเป็นข้าวต้ม น้ำซุป น้ำผลไม้ กินหมดเกลี้ยงเลยจ้า
วันนี้ยังอึไม่ออก ตอนเช้ากินยาแก้ปวดหลังอาหารไปหนึ่งเม็ด พยาบาลบอกว่าถ้าทนปวดไหวก็อย่ากินยาแก้ปวด เพราะมันจะทำให้เราไม่ปวดอึ และจะทำให้ท้องผูกได้ เอาวะ กินยาแก้ปวดตอนเช้าไปแค่เม็ดเดียว หลังจากนั้นอาการเจ็บปวดฉันทนได้ เลยไม่ยอมกินยาแก้ปวดอีกเลย
ตอนเย็นอึออกมาจึ๋งเดียว เป็นก้อนสำลีที่หมออุดไว้นั่นเอง ปวดมากตอนเบ่ง.. มีเลือดซึมออกมาด้วยเล็กน้อย แต่ไม่ต้องกลัวค่ะ
เพราะที่น่ากลัวคือการอึไม่ออก ก้อนริดสีดวงที่อยู่ภายในมันโตขึ้นจนอุดตันลำไส้ อันนี้แหล่ะที่น่ากลัว

เพราะฉะนั้นฉันต้องอึ ต้องอึให้ออก
อาหารเที่ยง อาหารเย็นก็เป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย


วันที่สองหลังผ่าตัด ถอดสายน้ำเกลือออกแล้ว ถอดสายปัสสาวะออกแล้ว พยาบาลให้ลุกขึ้นนั่ง ยืนและเดินเลยค่ะ ฉันเดินเข้าห้องน้ำเองได้ แปรงฟัน ล้างหน้า เช็ดตัวเอง(ไม่มีใครมาเฝ้า ไม่มีพยาบาลพิเศษ พยายามทำอะไรๆด้วยตัวเอง ตอนอยู่โรงพยาบาลสามีแวะมาเยี่ยมสองครั้ง ซื้อน้ำดื่มมาให้หลายขวด ฉันบอกให้สามีเอาทิชชู่เปียกมาให้เพิ่มด้วย เพราะที่ฉันเอามาเองหกแพ็คมันไม่พอใช้ค่ะ) 

หลังอาหารเช้าผ่านไป ฉันก็อึได้สำเร็จ ไชโย เจ็บมาก ลักษณะเป็นก้อนเรียวเล็กยาว ไม่แข็ง แต่เจ็บมาก มีเลือดออกด้วย หมอไม่ให้เบ่งมาก เบ่งเล็กน้อยอึออกมาแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ต้องพยายามมากเกินไป

มีไข้37.4องศา แต่พยาบาลไม่ได้ให้ยาลดไข้ เขาเอาถุงใส่น้ำแข็งมาให้ฉันประคบให้นอนหนุนหัว ส่วนฉันก็เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ตัวเอง วันนี้ลุกเดินได้น้อย แต่นอนเกือบทั้งวันเลยค่ะ

ช่วงสามวันแรก หลังจากอึ ต้องเรียกพยาบาลมาดูอึเราด้วย ยังไม่ให้กดน้ำ เขาจะมาดูสี ลักษณะ และดูว่ามีเลือดออกมากไหม? อายนะต้องให้คนอื่นมาดูอึของเรา แต่ต้องทำหน้าเฉยๆไว้ มันคือการรักษา มันคือการรักษา ท่องไว้ในใจ
อึเสร็จล้างน้ำเปล่า ซับให้แห้ง แล้วพยาบาลจะมาทายาฆ่าเชื้อโรคให้เราทุกครั้งหลังการขับถ่าย
พยาบาลผู้หญิงมาทายาฆ่าเชื้อโรคให้ก็ยังไม่อายเท่าไหร่ บางวันมีบุรุษพยาบาลหนุ่มๆมาทายาฆ่าเชื้อโรคให้ แล้วฉันต้องโก้งโค้งให้เขาทายาให้ ฉันนี่โคตรอายเลย เปลี่ยนพยาบาลก็ไม่ได้ เลยได้แต่ปลอบใจตัวเอง ตรูแก่แล้ว ตรูแก่แล้ว ไม่เป็นไรๆ ฮ่าๆๆ เขินสุดๆ อายม้วนต้วนเลย เฮ้อ..

ผ่าตัดได้สามวัน หมอก็ให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วค่ะ ดีใจมาก..
เดินลงมาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ จ่ายเงินเพิ่มอีกสองหมื่นกว่าเยน
(สรุปผ่าตัดคราวนี้ ใช้ประกันสุขภาพแล้วด้วย ต้องจ่ายเงินเอง ตีเลขกลมๆ 130,000เยนค่ะ (ฉันจ่ายเงินเอง จ่ายเงินสด ไม่ได้ใช้เงินสามีเลยแม้แต่เยนเดียว)
หมอให้ยาช่วยให้อึนิ่มมากินด้วย แล้วก็โทรเรียกรถแท็กซี่มารับที่โรงพยาบาล นั่งรถแท็กซี่กลับบ้านคนเดียวค่ะ

กลับถึงบ้าน ดีใจมาก ได้อาบน้ำ สระผมซะที กลิ่นโรงพยาบาล กลิ่นยามันติดตัวมาก

หลังผ่าตัด กลับบ้านแล้วก็ยังรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ขับถ่าย แต่ต้องทนค่ะ ต้องพยายามถ่ายให้ได้ ข้อนี้สำคัญมาก และเราต้องรักษาความสะอาดมากๆด้วยนะ
ช่วงสัปดาห์แรก จะมีน้ำหนองออกมาเล็กน้อยค่ะ ต้องล้างให้สะอาด(ห้ามถูแรงๆ) ซับให้แห้งแล้วทายาฆ่าเชื้อด้วยค่ะ



อันนี้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ที่ฉันซื้อมาใช้เองค่ะ
มันจะเป็นโฟม อึแล้ว ล้างน้ำแล้ว ซับให้แห้งแล้ว ก็ซับด้วยยาฆ่าเชื้อโรคนี่อีกที พยายามรักษาความสะอาดมากๆนะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้แผลมีกลิ่นเหม็นเน่าๆได้ เพราะอย่าลืมว่าทวารหนักมันคือทางผ่านของอุจจาระของเราค่ะ

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ยังเจ็บทุกครั้งที่เบ่งและอึ มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
เดินขึ้น-ลงบันไดก็เจ็บ เดินไกลๆยังไม่ได้ เพราะจะจุกเสียดและยังกลั้นอุจจาระนานๆไม่ได้ค่ะ มันจะปวดหน่วงๆตุงๆตรงรูทวารหนัก และเราจะขับถ่ายบ่อย
ยังนั่งเก้าอี้ไม่ค่อยได้
ต้องนอนตะแคง นอนหงายอ่านกระทู้พันทิปทางไอโฟนแทนการใช้โน้ตบุ๊คส์ตั้งโต๊ะ
กินข้าวต้ม กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เน้นผักผลไม้มีกากใยอาหาร ดื่มน้ำเยอะๆ

สองอาทิตย์ผ่านไป ไปหาหมอ หมอบอกก้อนริดสีดวงภายในยังโตอยู่ แต่เดี๋ยวมันจะค่อยๆยุบลงไปเองนะ เริ่มนั่งเก้าอี้ อ่านกระทู้พันทิปได้ แต่ยังนั่งนานๆไม่ได้ และต้องพยายามเดินให้มากๆค่ะ ลำไส้จะได้ทำงาน เลือดจะได้ไหลเวียนดี แต่อุจจาระยังเป็นเส้นเล็กๆยาวๆอยู่ เลือดไม่ออกแล้วแต่ยังเจ็บทุกครั้งที่เบ่งและอึ ล้างน้ำสะอาด ซับให้แห้ง ซับยาฆ่าเชื้อเหมือนเดิม มีกลิ่นเหม็นเน่าอยู่สองวัน หลังจากนั้น พยายามรักษาความสะอาดให้มากๆ จะช่วยให้กลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไปค่ะ

ตอนนี้ผ่านไปสามสัปดาห์แล้ว ฉันเดินได้มากขึ้น เกือบเป็นปกติแล้วค่ะ นั่งเก้าอี้พิมพ์เรื่องการเข้ารับการผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักได้แล้ว กินอาหารอ่อนผสมกับอาหารปกติได้บางมื้อ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ
ตอนนี้เบ่งอึไม่เจ็บมากแล้ว บางทีเจ็บเล็กน้อย(นิดเดียว) ล้างน้ำ รักษาความสะอาด และซับให้แห้ง ตอนนี้ฉันก็ยังใช้ยาฆ่าเชื้อโรคอยู่ค่ะ(จริงๆยาฆ่าเชื้อโรคนี้ไม่ต้องใช้แล้วก็ได้ แต่ฉันยังใช้อยู่เพื่อความสบายใจ ใช้แล้วไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าที่เราไม่พึงประสงค์ด้วยค่ะ)

ขับถ่ายทุกวัน เดี๋ยวนี้ถ่ายสองครั้ง เช้ากับเย็น สามารถใช้ชีวิตได้เกือบปกติแล้วค่ะ แต่ยังมีอาการจุกเสียด ตุงๆหน่วงๆอยู่บ้างเล็กน้อย

ก้อนริดสีดวงที่มันคอยรบกวนการใช้ชีวิตของฉันมาเนิ่นนานหลายปี ตอนนี้มันหายไปแล้วดีใจที่สุดเลยค่ะ

ไปล่ะนะ เพราะนั่งแช่นานๆไม่ดีค่ะ

พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง จะไม่มีริดสีดวงกลับมารบกวนเราอีกค่ะ

เดือนหน้าฉันก็สามารถไปดำน้ำSCUBA DIVINGได้ ใช้ชีวิตปกติได้ ((แต่ต้องพยายามรักษาความสะอาด กินอาหารที่มีกากใยอาหาร เดินเยอะมากกว่านั่งแช่นานๆ ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกาย เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า ไม่เครียด แล้วสุขภาพเราจะดีค่ะ))

ใครที่เป็นริดสีดวงทวารหนักอยู่ตอนนี้ รีบไปหาหมอรีบรักษาซะนะคะ อย่ากลัว อย่าอายหมอ
แล้วคุณจะกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขค่ะ



Create Date : 15 กรกฎาคม 2562
Last Update : 15 กรกฎาคม 2562 17:29:36 น. 0 comments
Counter : 568 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณPeterMc


OKANEMOCHI
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 217 คน [?]




Friends' blogs
[Add OKANEMOCHI's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.