Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
[Fav] Favorites November 2013 ลูกรักประจำเดือนพ.ย.



สวัสดีค่ะ ห่างหายและเว้นไปหลายเดือนสำหรับ Favorites ประจำเดือน
(พอดีไม่ว่างจริงๆค่ะ ขออภัย T_T) แต่ช่วงนี้ออยล์ว่างแล้วจ้า ว่างถึงปีใหม่เลย
ก็เห็นเป็นต้นเดือนธันวาด้วย เลยขอทำ "ลูกรักประจำเดือนพ.ย." หน่อยแล้วกันเนอะ :D

สำหรับลูกรักเดือนพ.ย.จะหนักไปทางผลิตภัณฑ์บำรุงซะหน่อยนะคะ
พวกเมคอัพจะน้อยหน่อย (งานขวดแก้ว + ของชิ้นใหญ่มาเต็ม)
ผลิตภัณฑ์บ้างชิ้นออยล์ใช้มาได้ 2-3 เดือนแล้วค่ะ แต่ไม่ได้มีโอกาสมาบอกเพื่อนๆว่าใช้ดี
ก็เลยถือโอกาสเอามาไว้ใน Fav นี้เลยแล้วกัน เพราะออยล์ก็ใช้ต่อเนื่องมาตลอด
และก็ชอบมากด้วย :)





ลูกรักตัวแรกออยล์ได้มาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาแล้วค่ะ
สั่งออนไลน์มา เป็น Shiseido ไต้หวัน ไม่มีขายที่ไหนนะจ้ะ (ขออภัยด้วย :'( )



1) SHISEIDO Eau De Carmin (Carmine Lotion Deluxe)
ไม่แน่ใจว่าตัวนี้เป็นผลิตภัณพ์ในกลุ่มอะไร
แต่จากลำดับการใช้และคุณสมบัติ คิดว่าน่าจะเป็นโทนเนอร์นะคะ
คุณสมบัติเน้น ช่วยกระชับรูขุมขน ฆ่าแบคทีเรีย ลดการเกิดสิว และช่วยควบคุมความมัน
ตัวนี้มีส่วนผสมของคารามายค่ะ เพราะฉะนั้นกลิ่นก็คารามายเต็มที่ (-_-;;)
เวลาใช้ให้เขย่าก่อนนะคะ ค่อยเทลงลำสี แล้วเช็คทั่วใบหน้า เสร็จแล้วก็ใช้มือตบๆหน่อย
(ตอนแรกนางจะแยกชั้นระหว่างน้ำ กับคารามาย (?) จ้า เขย่าให้เข้ากันก่อนใช้น้า)



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: ก่อนอื่นเลยก่อนบอกข้อดี ขอออกตัวก่อนเลยว่า
ตอนแรกไม่ค่อยปลื้มนางเท่าไหร่นะ เพราะกลิ่นคารามายพี่แกไม่หอมหวลเลย
(พอดีเป็นคนชอบผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมๆจ้า) คารามายเต็มที่มาก แต่ก็โอเค พอทนได้
เพราะซื้อมาแล้วอะนะ ก็ต้องพยายามใช้ให้หมด + บวกกับที่เค้าเครมไว้ว่าช่วยลดการเกิดสิว
ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องสิว จะมีกลิ่นฉุนอารมณ์แอลกกอฮอล์อะไรประมาณนี้
(เห็นมาหลายตัวหลายแบรนด์แล้วจ้า) ก็เลยโอเค ใช้ไป ดูซิสิวจะลดบ้างมั๊ย
เพราะช่วงที่ซื้อมาใช้ สิวกำลังบุกอยู่ดี (เป็นพวกชอบดองคสอ.บนหน้าก็งี่แหละ T^T;)
ปรากฏว่าใช้ๆไป เออ สิวแอบหายแหะ ทั้งๆที่พฤติกรรมดองคสอ.กับนอนดึกของเราก็เหมือนเดิม
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่แน่ใจ ฟลุ๊ครึป่าว ช่วงนั้นสิวหายเองพอดีไรงี่ 555
เลยเอาใหม่ ลองหยุดใช้นาง ปรากฏว่าสิวอักเสบมาเลยจ้า TOT โอเคเชื่อละว่านางดีจริง
พอกลับมาใช้สิวก็น้อยลงมาก ปลื้มเลยจ้างานนี้ ถึงกลิ่นไม่หอม แต่ทำหน้าชั้นใสก็โอเคนะ :P
ส่วนเรื่องกระชับรูขุมขนเราไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงนะ ส่วนเรื่องควบคุมความมันนี่พอได้อยู่จ้า




มาต่อที่ของยอดฮิต กระแสแรงตั้งแต่เคาท์เตอร์ยังไม่เข้าไทย
พอเข้าไทยก็ขายดิบขายดีเห็นคนมารีวิวยั่วกิเลสเต็มไปหมดเลย
แล้วมีหรือค่ะที่เราจะรอด ขายดีนักใช่มั๊ย!? จัดค่ะ!! 555



2) BOUJOIS Healthy Mix Serum #51 Light Vanilla
ดูมาจากหลายรีวิว เค้าว่าเป็นรองพื้นเนื้อเบา เนื้อเนียน เหมาะมากสำหรับใครชอบงานผิว
งานโชว์ผิวเนียนๆไรงี่ เราก็ไม่ได้เป็นคนผิวดีอะไรนะ แต่ชอบรองพื้นเนื้อบางเบา ดูธรรมชาติ
เพราะจะได้แต่งไปมหาลัย แต่ง Everyday Look ได้ง่าย



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: พอลองใช้เอง มันดีจริงแหะ! ที่เค้าว่างานผิวไรงี่ คือทาแล้วดูเนียนจริงๆ
เราว่าถ้าใครชอบรองพื้นที่เนื้อบาง งานผิว โชว์ผิวก็น่าจะชอบเหมือนกันนะ :)
อีกอย่างที่ชอบ คือกลิ่นนางหอมมากกกกกกก (ทาแล้วอยากจะกินหน้าตัวเองเลยทีเดียว 555)
กลิ่นนางหอมแบบฟรุ๊ตตี้ทำนองนั้น คือเราไม่เคยใช้รองพื้นที่มีกลิ่นหอมขนาดนี้มาก่อนเลย
ปลื้มมม ตอนลงนี้เพลินเลย ลงไปดมรองพื้นไป 5555




ตัวต่อไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเข้าไทยได้ไม่นานค่ะ รู้สึกกำลังอยู่ในช่วงโปรโมทอยู่เลยละ



3) L'OREAL Extraordinary Oil
เป็นออยล์บำรุงผมค่ะ ทางแบรนด์เครมว่าเป็นออยล์สารพัดประโยชน์
สามารถใช้บำรุงเส้นผมได้ 108 วิธีเลยทีเดียว (เครมแรงอยู่นะ!)
ตัวนี้มี 2 สูตรนะ รุ่นที่เราซื้อ (ฝาทอง) เป็นรุ่นสำหรับผมธรรมดา-แห้ง
ส่วนอีกรุ่น (ฝาสีแดง) เป็นรุ่นสำหรับผมทำสีจ้า
อยากจะบอกว่าตอนที่ซื้อแอบลังเลอยู่นะ ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี
เพราะ 1) ชั้นผมแห้งเสีย 2) ชั้นก็ผมทำสีด้วย! ยังไงดีๆๆๆ เลือกไม่ถูก
และแล้วก็๋เหลือบไปเห็นที่กล่องแพ็คเกจจิ้ง (ขออภัยไม่ได้ถ่ายตัวกล่องกระดาษมา T_T)
รุ่นฝาทองนางมีสติกเกอร์ Cosme จ้ะ! (Cosme เป็นเว็บรีวิวเครื่องสำอางค์ของญี่ปุ่นจ้ะ)
+ คิดๆดีแล้วจากประสบการณ์ซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผมมาหลายครั้ง
ถ้าอยากจะเน้นฟื้นฟูสภาพเส้นผม แม้ว่าเราจะทำสีผมหรือผมเสียจากการทำสีก็ตาม
ยังไงผลิตภัณฑ์สูตรที่เน้นให้ความชุ่มชื่น/บำรุงไปเลย จะดีกว่าสูตรสำหรับผมทำสีนะ
เพราะสูตรผมทำสี จะออกแนวเน้นเรื่องถนอมสีผม ให้สีผมสวยติดทนนานมากกว่า



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: หลังจากตัดสินใจเลือกน้องฝาทองมา ก็รู้สึกว่าคิดถูกนะ
รู้สึกว่านางใช้ดี และบำรุงผมเราได้ดีมากกกกก รู้สึกผมสุขภาพดีขึ้น
ผมสางง่ายขึ้น ไม่พันกัน ใช้แล้วผมก็ไม่เหนี่ยวเหนอะหนะ
ส่วน 108 วิธีที่ทางแบรนด์เครม ส่วนตัวเราไม่ได้ใช้หลากวิธีขนาดนั้นนะคะ
หลักๆคือใช้บำรุงหลังสระผม ตอนผมหมาดๆ กับบางทีก็ใช้บำรุงก่อนไดร์ผมหรือม้วนลอนจ้า :)



ลูกรักชิ้นต่อไปได้มาจากตอนไปโอซาก้า
ไม่มีขายที่ไทยนะ ขออภัยด้วย T^T แต่ใช้แล้วชอบจริง!



4) MAYBELLINE Baby Skin Pore Eraser
อีกนึงของดีราคาไม่แพง ถ้าใครไปญี่ปุ่นแนะนำให้ซื้อจ้า
(แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ Maybelline นำเข้ามาขายที่ไทยน้า)
นางเป็นไพร์เมอร์เนื้อซิลิโคน เอาไว้ลงก่อนแต่งหน้าให้เครื่องสำอางค์ติดทนนาน
เราไม่เคยมีประสบการณ์ใช้ไพร์เมอร์ซิลิโคนแบบนี้มาก่อนนะ
เลยไม่รู้ว่ามันดีหรือต่างกับแบรนด์อื่นยังไง แต่โดยรวมเท่าที่ใช้ก็ คือชอบจ้ะ



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: ชอบที่นางช่วยลดรอยหนวดแมวของเค้าได้ TT^TT ปลื้มมมมม
(รอยหนวดแมว คือ รอยคราบ/ริ้วรอยตรงร่องแก้มค่ะ)
เราเป็นคนแก้มเยอะค่ะ + เป็นคนแสดงอารมณ์ทางสีหน้าค่อนข้างเยอะ
เวลาหัวเราะก็หัวเราะสุด (อ้าปากหมดสวยไรงี่ T_T) ทำให้เริ่มส่อแววเกิดรอยหนวดแมว
บางที่เวลาแต่งหน้าก็เลยจะมีคลาบรองพื้นเป็นเส้นๆตรงรอยหนวดแมว
ซึ่งลูกรัก Maybelline ตัวนี้ช่วยลดปัญหาไปได้จ้า :)


ในที่สุดก็ปิดตำนานการตามหามาสคาร่า (?)
ในที่สุดเราก็เจอเนื้อคู่ ! XD (?) 555



5) Za Perfect Action Mascara Waterproof
เป็นผลจากการตลาด โฆษณา หรืออะไรไม่ทราบ ทำให้เราสอยนางมาหน้าตาเฉย
แม้ว่าหน้าตานางจะดูธรรมดา แพ็คเกจจิ้งไม่ได้สวยเริ่ดอะไรก็ตาม
(พอดีเป็นคนบ้าแพ็คเกจจิ้งอ่าค่ะ โปรดเข้าใจ > < 555)
แต่ก็ดีแล้วที่เราสอยนางมา เพราะนางใช้ดีมากกก
ขออนญาติเลื่อนขึ้นจาก 'ลูกรัก' ให้เป็น 'เนื้อคู่' เลยทีเดียว 5555
รุ่นนี้หัวแปรงมี 2 ด้านนะจ้ะ คือด้านหน้า (ด้านกว้าง) กับ ด้านข้าง (ด้านแคบ)
ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้ด้านกว้างปัดก่อนนะ ให้ขนตาเด้ง
แล้วค่อยใช้ด้านแคบปัดซ้ำเพื่อต่อขนตาให้ดูยาว



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: มีความรู้สึกว่านางสมชื่อจริงๆ นางชื่อ Perfect Action ซึ่งก็เพอร์เฟคจริง!
เราเป็นคนขนตาค่อนข้างยาวอยู่นะคะ แต่ทิ่มลง และไม่หนา TOT
ส่วนขนตาในฝันที่ชอบ คือลุคเรียงเส้น แผ่ๆหน่อย ซึ่งมาสคาร่าตัวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ
ปัดนางแล้วขนตางอน เด้ง ไม่มีตกระหว่างวันเลย ให้ลุคขนตาแผ่เรียงเส้นแบบที่เราชอบ
ความยาวกับหนาก็ใช้ได้ ความทนก็ทนดีไม่มีไหล เวลาล้างก็ไม่ได้ล้างออกยาก
(ทนแต่ไม่ล้างออกยาก ปลื้มมากกก ปกติเจอแต่มาสคาร่าญี่ปุ่นที่ทนระดับสิบ
แต่เวลาล้างก็ทนระดับสิบเหมือนกัน T_T เหนื่อยและลำบากมาก แต่ตัวนี้ไม่เป็นจ้า ^O^)
บอกตรงๆว่าพอเรามาเจอนางแล้ว เราไม่รู้เลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอมาสคาร่าที่ดีขนาดนี้มั๊ย
(อาจฟังดูเว่อ แต่รู้สึกจริงนะ 555) คือนางตอบโจทย์ทุกสิ่งที่เราต้องการแล้วอะ
เลยรู้สึกไม่อยากเสี่ยงซื้อตัวอื่นมาลองเล่นให้เปลื้องตังค์
ข้อเสียอย่างเดียวของนาง (ซึ่งส่วนตัวเรารับได้)
คือหัวแปรงนางค่อนข้างใหญ่ ทำให้ปัดขนตาล่างยาก
แต่ปกติเราเป็นคนใช้มาสคาร่า 2 แท่งอยู่แล้ว แยกระหว่างขนตาล่างกับขนตาบน
ขนตาล่างเราชอบใช้แบบแปรงหวีของมาจอฯ ก็เลยโอเคค่ะ รับข้อเสียนี้ได้ :)





6) L'OREAL Hair Spa
พักหลังๆบ้าไปสปาผมที่ร้านทำผมค่ะ เพราะรู้สึกผมตัวเองแห้งมากไม่ไหวแล้ว
ซึ่งตอนแรกๆก็ไป บ่อยทำที่ร้านบ่อยอยู่นะ เพราะผมแย่มาก เลยอยากเร่งบำรุงหนักหน่อย
แต่พอผมเริ่มดีขึ้น ก็เริ่มทิ้งช่วง นานๆไปที (เพราะไปบ่อยๆก็เปลื้องตังค์อะเนอะ)
ระหว่างนั้นก็พยายามหาผลิตภัณฑ์บำรุงผมมาฟื้นฟูผมตัวเอง
จนกระทั้งแอบเห็นว่าที่ร้านที่ไปทำสปา มีเจ้าสิ่งที่ตั้งอยู่ค่ะ
+ เห็นแล้วนึกได้ว่าเป็นสิ่งที่พี่นัตตี้ (NutTy Tlb) เคยทำรีวิวแนะนำ เลยจัดมา!



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: ปรากฏใช้แล้วชอบอยู่น้า เวลาใช้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองไปสปาเลย
คือกลิ่นมันใช้มากๆ หอม สะอาด สดชื่นดี เวลาเราใช้ก็แอบเลียนแบบตอนไปทำสปาผมเบาๆนะ
คือใช้มือตบๆให้ครีมบำรุงซึมเข้าเส้นผม (พยายามดีแท้ 5555) ใช้แล้วรู้สึกผมสุขภาพดีขึ้นค่ะ 
ผมนุ่มขึ้นมากเลย ดูมีน้ำหนัก ไม่แห้งกร้าน กระปุกใหญ่ซะใจ ใช้ได้นานชัวร์ 5555



สุดท้ายแล้วจ้า...



7) AIME Facial Cotton
ไม่คิดเคยว่าตัวเองจะมีโอกาสได้มา Favorite สำลีมาก่อนเลยนะ พูดเลย 5555
คือก่อนหน้านี้ บอกตรงๆเราค่อนข้างมีทัศนคติกับสำลีค่อนข้างธรรมดานะ
คือเห็นหลายคนรีวิวปลาบปลื้มสำลียี่ห้อนู่นยี่ห้อนี่ ก็เฉยๆนะ คือคิดว่าสำลีก็คือสำลีอะ
ยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน ไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหนเลย จนกระทั้งเริ่มหันมาใช้
โทนเนอร์แบบเทในสำลีแล้วเช็ดหน้าแบบจริงจัง (ก็เจ้า SHISEIDO Eau De Carmin แหละจ้ะ)
ก็เริ่มเห็นว่าสำลีมันก็มีส่วนสำคัญนะ ก่อนหน้านี้ใช้แต่โทนเนอร์/โลชั่นที่ใช้มือตบๆ ไม่ต้องใช้สำลี
พอหันมาใช้สำลีในการเช็ดโทนเนอร์ ก็เริ่มตรัสรู้ว่าสำลีที่ดีเป็นยังไง
สำลีธรรมดาบใช้เช็ดแล้วเป็นขุ่ยเต็มนี้ไรงี่ (เศร้ามาก T_T)



<3 เหตุที่เป็นลูกรัก: เหตุผลหลักที่ชอบนาง คือการไม่เป็นขุ่ยเวลาเช็ด กับราคาค่ะ
ก่อนหน้าเคยอยากจะลองสำลีดีๆที่คนอื่นเค้าชอบ/ปลาบปลื้มเหมือนกันนะ
แต่อย่างที่บอก ว่าตอนนั้นไม่เข้าใจว่าสำลีที่ดีเป็นยังไง แถมแพ็คหนึ่งก็ร้อยกว่าบาท รู็สึกแพงอะ
ซื้อสำลีธรรมดาได้ตั้งหลายแพ็ค (แอบงกเบาๆ 555) แต่พอมาเจอเจ้าตัวนี้ราคาน่ารัก (รู้สึกจะ 60 กว่าบาท)
ทำให้เรากล้าที่จะซื้อมาลอง ปกติว่าชอบเลยค่ะ เช็ดแล้วไม่เป็นขุ่ย แผ่นใหญ่ดีด้วย เช็ดซะใจ 5555
ข้อเสียคือเราว่าหาซื้อยากไปหน่อยนะ เราไปเจอนางที่ Tops เซ็นทรัลปิ่นเกล้าค่ะ
อยากให้นางมีขายตาม Boots + Watsons ด้วยจัง





จบแล้วจ้า สำหรับลูกรักประจำเดือนพ.ย. หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆ
ที่กำลังตามหาของใช้ดีต่างๆอยู่นะ สนใจก็ลองไปลองเล่น/ลองซื้อดูนะคะ
หวังว่าจะชอบเหมือนกัน ^^


วันนี้ขอลาไปก่อน รีวิวต่อไปว่าจะอัพเปิดถุงช้อปโอซาก้าพาร์ท 2 จ้ะ
ถ้าสนใจก็รอติดตามอ่านได้น้า ไปแล้วค่ะ บ๊ายบาย :D



Create Date : 06 ธันวาคม 2556
Last Update : 12 ธันวาคม 2556 14:07:33 น.
Counter : 1925 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



OilPiAN
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]



VIEWS : Website counter
New Comments