If you tremble with indignation at every injustice.Then you are a comrade of mine.
Group Blog
 
All Blogs
 

งานแต่งเพื่อนที่เกาะกง(ประจันตคีรีเขต) ลมหายใจแห่งความรักและมิตรภาพ


จังหวัดเกาะกงของกัมพูชา เมื่อก่อนเป็นของไทยเราเรียกว่าจ.ปัจจันตคิรีเขตร
เพราะอยู่ตรงข้ามกับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ คนสมัยก่อนตั้งชื่อคล้องจองว่า...
ประจวบคีรีขันธ์-ปัจจันตคิรีเขตร แบบประตูรอบวัดพระแก้ว เรามาเสียดินแดน
ส่วนนี้ให้กับฝรั่งเศสสมัยเหตุการณ์ ร.ศ.112 พร้อมดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง
ผมได้รับเชิญให้ไปแต่งงานน้องชายเพื่อน เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เห็นว่า
น่าจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อมิตรภาพของ ไทย-กัมพูชา จึงขอ
นำเรื่องราวงานแต่งดังกล่าวมาเขียนไว้ ณ ที่นี้ครับ

การเดินทางไปเกาะกง ผมเคยเขียนไว้ตาม Link นะครับ
//www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/viewtopic.php?f=6&t=2362







ในบัตรเชิญเขียน อ.สมัคเมียนเจย (Smach Mean Chey) จ.เกาะกงมี 8 อำเภอ
ได้แก่ โพทุมสาคร,ศรีสาคร,เกาะกง,มณฑลสีมา(ติดชายแดนไทย),สแอร์อัม
เบิล,หมอบาง และกำปงสิลา

เจ้าบ่าวชื่อ คอน รัศเมย เจ้าสาว กิม สิทธา ผมว่า รัศเมย น่าจะเป็นภาษาไทย
ว่ารัศมีเพราะมี ค่ายเพลงเขมร ของเปรียง สวัส ชื่อค่ายเค้า รัศมี เฮง เมียส
ส่วนเจ้าสาว กิม นั้นคงเป็นชื่อจีน แบบคนไทยที่ชอบชื่อ กิมเฮง หรือนายทองดี

สนิทกันมากนับถือกันแบบพี่น้อง ไปช่วยเค้าแจกการ์ดด้วย:


โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกง เงื่อนไขการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็
คล้าย ๆ บ้านเราเปิดนิคมอุตสาหกรรม คือ ต้องมีพื้นที่ 50 เฮกเตอร์ขึ้นไป
(กัมพูชานับเป็น เฮกเตอร์ไม่ใช้ หน่วยไร่แบบบ้านเรา) ต้องมีรั้วรอบขอบชิด
มีระบบการระบายน้ำดี น้ำเสีย และการควบคุม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
**1 เฮกเตอร์ = 6 ไร่ 1 งาน**


โรงงานรถยนต์ฮุนได ทำโครงสร้างรถยนต์ ที่ตั้งโรงงานที่เกาะกงเพราะใกล้
ชายแดนไทย ประหยัดค่าขนส่งได้เยอะ สามารถผ่าน ตราด จันทบุรี เข้าท่า
เรือแหลมฉบังได้ง่าย


พื้นที่เกาะกงสูงครับได้อนิสงค์จากน้ำท่วมไทย โรงงานต่างชาติส่วนหนึ่งย้าย
ฐานการผลิตไปกัมพูชา เพราะไม่ไกลแหล่งอุสาหกรรมไทย คือ จ.ระยอง
แถมตรงนี้ที่ดินถูกกว่า น้ำไม่ท่วมแน่เพราะใกล้ทะเล ฝนตกน้ำไหลลงอ่าว










เกาะกงคาสิโน&รีสอร์ท ครับ ของท่าน ส.ว.คนดังเกาะกง คุณพัด สุภาภา
ใครมาเกาะกงไม่รู้จักท่านนี้เชยครับ เจ้าของ LYP.GROUP มาจากชื่อท่าน
คือ ลี ยง พัด ข้าง ๆ จะเป็น “เกาะกงซาฟารีเวิลด์”


ก่อนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจะมีด่านเก็บเงิน แบบทางด่วนบ้านเราครับเพราะ
สะพานไม่ไ้ด้สร้างด้วยเงินรัฐบาล แต่สร้างด้วยทุนของเอกชน ใครมาเขมร
ถนนหนทางเป็นระบบนี้ทั้งนั้นครับ คือต้องเสียค่าผ่านทางเพราะส่วนใหญ่
เอกชนลงทุน รัฐบาลให้สัปทานกับภาคเอกชน อาจจะเนื่องมาจากงบประมาณ




สะพานข้ามแม่น้ำครางครืน คนไทยชอบแซวว่าแม่น้ำค้างคืน ต้นน้ำไหลมา
จากเขา ต้นน้ำไหลมาจากเมืองโพธิสัตว์ ใครอยากรู้หา หนังสือเขมรสามยก
พระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สมัย
พระองค์ท่านเสด็จเยือนเขมร แล้วท่านจะรู้ว่าราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์ของ
กัมพูชาทรงมีสัมพันธ์กันมายาวนาน


เจดีย์ขุนช้างขุนแผนครับ ตำนานเดียวกับขุนช้างขุนแผนบ้านเรา ใครไม่อ่าน
ประวัติศาสตร์ ก็หาว่าเขมรขโมยบทประพันธ์ของไทยเราอีก รัชสมัยพระบาท
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กวีรัตนโกสินทร์และ
นักองค์เองร่วมกันประพันธ์ขึ้น นักองค์เองเป็นเจ้านายฝ่ายเขมรตอนนั้นเขมรมี
ปัญหาภายใน นักองค์เองมีพระชมมายุ 5 ชันษา พระยายมราช(แบน) เห็นว่าถ้า
ปล่อยไว้ที่พนมเปญจะมีปัญหาถูกปลงพระชนม์ จึงนำมาถวายให้ ร.1 ,ร.1 ทรง
มีพระมหากรุณาธิคุณรับเป็นราชบุตรบุญธรรม และทรงมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศของพระยายมราช(แบน) เป็น เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์
(แบน) และให้ปกครองเขมร ภายหลังนักองค์เอง ขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า
"สมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดีศรีสุริโยพรรณ"




แวะไปแจกการ์ดข้าราชการหน่อยครับ เหมือนไทยเลยเกือบเที่ยงไม่มีคนอยู่
นี่น่าจะเป็นประมาณกระทรวงคมนาคม หรือขนส่ง แบบบ้านเราหนะครับ


แวะกินข้าวกันหน่อย เ็ป็นร้านของญาติเพื่อนครับ ที่เห็นมีโต๊ะสนุ๊กแล้วมีเด็ก ๆ
เล่น อย่าเข้าใจว่าโดนเรียนมานะครับ ที่นี่น้อง ๆ เค้าเรียนเป็นรอบ ๆ เช้า บ่าย
แบบเด็กอาชีวะบ้านเรา






ในตัวเมืองกัมพูชาส่วนใหญ่วงเวียนจะสร้างเ็ป็นเอกลักษณ์ของเมืองนั้น ๆ
เช่น พระตะบอง เป็นรูปยักษ์พนมมือถือกระบอง,กำปงชนัง เป็นรูปผู้หญิง
อุ้มไห




อย่างที่เรียนไปครับเด็ก ๆ กัมพูชาจะเรียนเป็น 2 รอบ ไม่ได้เรียนเช้าจน
เย็นแบบบ้านเรา เออ! ในสายตาผมก็ว่าดีเหมือนกันนะครับ วัยเด็กควรได้
เล่นสนุก มากกว่าเรียน(นี่ตามทฤษฎี การศึกษาเลยนะครับ)


ออกมาไม่ไกลก็เป็นชนบทแบบบ้านเราแล้วครับ พี่น้องชาวเขมรนี่ความแตก
ต่างด้านชนชั้นยังเยอะจริง ๆ ครับ คนรวย ๆ จริง ๆ คนจนก็จน แต่ที่เกาะกง
ยังดีนะครับ เพราะใกล้ จ.ตราด ยังไม่เห็นเหลื่อมล้ำมากนั้ก


ถนนเข้าหมู่บ้านส่วนใหญ่ยังเป็นลูกรังอยู่ครับ สงสัยยังไม่มีโครงการถนนปลอด
ฝุ่นแบบบ้านเรา




ลักษณะบ้านเหมือนบ้านเราครับ มีบ้านมีรั้ว กับบ้านไม่มีรั้ว เป็นวัฒนธรรมการ
ปลูกบ้าน ผมว่าย่านอินโดจีน ผมเดินทางหลายประเทศ วิถีคล้าย ๆ กันหมดครับ
อันนี้เป็นบ้านทหาร ซึ่งเพื่อนเอาการ์ดมาเชิญครับ


น่าอิจฉานะครับ น้อง ๆ เล่นอยู่กับดิน เท้าติดดิน(สังเกตุน้อง ๆ ไม่ใส่รองเท้า)
สมัยปู่ ย่า ตา ยาย เรามักบอกเลี้ยงเด็กให้ไปเดินถอดรองเท้ากับดินบ้าง เพราะ
ดินมีแร่ธาตุ เดี๋ยวนี้ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงลูกแบบนั้นแล้ว เลี้ยงลูกเป็นเทวดากันหมด
ตามใจ โอ๋ เด็กโตขึ้นขาดภูมิคุ้มกันทางความคิดครับ สอบโอเน็ต เอเน็ต ไม่ติด
ฆ่าตัวตายครับ

อย่างที่เรียนไปแล้วครับ เด็กเขมรดีอย่างครับเรียนครึ่งวันก็กลับบ้าน ผมถาม
วุฒิ(เพื่อนผม) บอกมีเรียน 2 รอบ คือ เช้า กับบ่าย เท่าที่ดูเด็กไม่ได้แบกตำรา
หลังแปแบบเด็กบ้านเรา พบว่าเด็กเค้ามีความสุขมาก โรงเรียนรัฐ คงเป็นเหมือน
โรงเรียนประชาบาลบ้านเรา ขอให้เด็กมาเรียน จะแต่งตัวอย่างไร เสื้อผ้าอย่างไร
ขอให้มา ..บางครั้งการไม่ดิ้นรนอะไรมากก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ(ใครอยากรู้
ชีวิตเด็กต่างจังหวัด หาเดี่ยว 9 คุณโน๊ตฟังครับ เล่าได้เห็นภาพเชียว) ถ้าเราใช้
ทฤษฏี 5F (Fun,Find,Focus,Fulfill และ Fantastic วันเด็กอนุบาล-ถึงปฐม
จึงควรเป็นวัยแห่งความสนุกสนาน ไม่ต้องท่องสูตรคูณ เสียงดัง โตขึ้นมาก็นั่ง
ท่องจนเป็น รมต. ตอบในสภา)


อันนี้เพื่อบอกพี่สาวคนนี้เป็นเขมรแดงเก่า ย่านนี้เป็นย่านหมู่บ้านเขมรแดง
เมื่อสมัยก่อนคนในชาติรบกันแทบจะฆ่ากันตายด้วยอุดมการณ์ ทางความคิด
และการเมือง แต่ทุกวันนี้ไม่มีแล้วเขมรเหลือง เขมรแดง มีเขมร คือ กัมพูชา
กัมพูชา คือ เขมร ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ก้าวผ่านอดีตที่เจ็บปวด
และใช้มันเป็นบทเรียนราคาแพง ปี พ.ศ. 2522 กองทัพเวียตนาม-เฮงสัมรินตี
พนมเปญแตก เขมรแดง ร่นถอยมาอยู่ชายแดนไทย รบกันอีกนานเขมรแตก
เป็น 4 ฝ่ายรบกันเอง ไทยเราปะทะ ตามแนวชายแดน จ.ตราด เป็นพื้นที่ของ
ทหารเรือเราเรียก "ยุทธการบ้านโขดทราย" คนไทยที่ต้องการต่อสู้กันแตกหัก
หัวรุนแรง หรือที่เรียก Hardcore แนะนำให้ไปเที่ยว ทุ่งสังหาร ตวลแสลง...
แล้วท่านอาจจะเปลี่ยนใจ (เอ! หรือยิ่งแนะนำให้ไป ยิ่งรู้สึกมัน ตายกัน 2-3
ล้าน หนุกดี คนบางพวกพระพุทธองค์ ท่านเรียก "ปทปรมะ" พวกไร้สติปัญญา
มีแต่ มิจฉาทิฎฐิ กลุ่มพวกนี้ต่อให้ฟังธรรมเท่าไร ดวงตาก็ไม่เห็นธรรม ขาดซึ่ง
ปัญญาญาณ เปรียบเหมือน "บัวใต้ตม" สมัยนี้มีหนักกว่านั้นเค้าเรียก บัวเต่าถุย
คือ เตายังไม่รับประทาน)



รายละเอียด ยุทธการบ้านโขดทราย อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
//www.navy.mi.th/marines/web_home_marines/htm/kodsai.html


บัตรต่าง ๆ ที่ใช้ยืนยันว่าเป็นคนเขมรก็คล้ายกับบ้านเราครับ แบ่งเป็นบัตรของ
ประชาชน ข้าราชการ บัตรข้าราชการทหาร ตำรวจ บัตรพระ เป็นต้น สอบถาม
เพื่อนได้ความว่า ชาวกัมพูชาจะเริ่มทำบัตรเมื่ออายุ 18 ปี บ้านเรา 15 แต่เดี๋ยวนี้
มีบัตรประชาชนเด็กแล้ว




อย่างที่เรียนครับ คนเขมรรวยนี่ รวยจริง ๆ เห็นรั้วบ้านก็พอทราบครับ นี่ในตัว
เมืองนะครับ




เจอปั๊ม ปตท. ไปทั่วย่านอาเซียนหลายประเทศครับ แต่ ปตท.นี่เวลาออกต่าง
ประเทศไม่ได้ทำปั๊มใหญ่แบบบ้านเรา นั่นบ่งบอกว่าไม่ได้ลงทุนด้านรีเทลมาก
ในต่างประเทศ


ร้านพิมพ์การ์ดงานแต่งครับ เห็นหน้าร้านเล็ก ๆ นี่ฝีมือเทียบเท่า Wedding
Studio เชียวนะครับ


งานแต่งจัดที่ร้านอาหาร อ.สมัคเมียนเจย(สามัคคีมีชัย) อยู่ริมทะเลยืนตรงนี้
มองข้ามฟากไปเห็น เกาะกูด ถ้าเดินเรือตรงไปเห็น จ.ประจวบฯ บ้านเรา


งานแต่งเขมรนี่ หนุ่ม ๆ ไม่เท่าไหร่ครรับ แต่สาว ๆ ขอบอกว่าต้องจัดเต็ม เอ..
แต่จริง ๆ สาว ๆ ก็จัดเต็มทุกประเทศแหละเน๊อะ นางฟ้าคนซ้ายชื่อน้องตินเป็น
คนกัมพูชา ส่วนคนขวาคือน้องหนู เป็นสาวตราด ทำงานด้วยกัน ที่เกาะกง
รีสอร์ทนั่นแหละครับ


การจัดเวทีงานแต่งของพี่น้องชาวเขมรนี่ ด้านหน้าต้องว่างอย่างนี้เค้า ทำไม?
เค้าต้องจัดให้ว่าง เป็นลานกว้าง เดี๋ยวเฉลย ครับ...








เขมรเค้าทำเนื้อได้อร่อยมาก เป็นอาหารที่ผม Recommend ใครไปต้องลอง
หาชิมนะครับ






รายการอาหาร (เป็นโต๊ะจีนกลาย ๆ แบบบ้านเราครับ อาหารก็ 7-8 อย่างตาม
มาตรฐาน แต่จะไม่ใช่ีจีนแท้ ๆ แล้วเพราะแพง แบบงานแต่งโต๊ะจีนทั่วไป)
1. อาหารกินเล่น
2. ยำมะม่วงปลากรอบ
3.ซุปกระเพาะปลา
4.เนื่อวัวย่าง
5. ผัดเห็ด
6. ต่มส้มเป็ด
7.ข้าวผัด
8. ของหวาน


พี่เจ้าบ่าวครับ ชื่อวุฒิ ผมชอบเรียกเป็นภาษาไทย แต่ชื่อเขมร เค้าจะเรียกกัน
วุฒิธี












งานแต่งเขมรเค้าจะไม่ค่อยมีกล่าวบนเวทีแบบบ้านเรา แต่จะให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว
เดินสู่กลางลาน แล้วเดินรอบผลไม้หลายชนิด ตามรูปครับ บ่งบองถึงความ-
อุดมสมบูรณ์ เป็นการเริ่มชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ มีอยู่มีกิน




เจ้าบ่าว เจ้าสาวขอบคุณแขก และเป็นคนนำรำวงเปิดเปิดฟลอร์ ถือเป็นประเพณี
ครับ เขมรจะรำวงคล้ายไทย เรียก "รอมวง" แต่จะรำต่ำและพลิกมือเร็วกว่า ไม่
ตั้งวง ตั้งจีบสูงแบบเรา คล้าย ๆ เซิ้งของพี่น้องภาคอีสานครับ เดินหน้า 3 ถอย
หลัง 3 รำกันอยู่อย่างนี้ ทั้งคืน (เดี๋ยวตอนท้าย ผมใส่คลิป youtube ให้ชมครับ)






งานเลี้ยงสนุกครับ เหล้า ยา ปลาปิ้ง อุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดครับ งานต้องเขมร
ต้องสนุกสนานเต็มทีครับ เรื่องการดื่มกินนี่พี่น้องแขมร์ไม่เป็นรองไทยครับ
ขนาดมีเพลงทำนองเดียวกัน วันไหน ๆ พี่ไทยก็เมา ประมาณนั้น








มีประเพณีคล้าย ๆ บ้านเราครับ หลังพิธีเสร็จทุกคนจะเข้าไปแย่งผลไม้ต่าง ๆ
ทั้งนี้คงเพื่อสิริมงคล แบบบ้านเราแย่งเหรียญงานบวชที่นาคโปรยทานครับ
ประเพณีคล้าย ๆ กัน






เดี๋ยวนี้สาว ๆ ทั่วโลกเป็นโรคเดียวกันครับ "โซเชียลเน็ตเวิร์คซินโดม" จะกิน
จะอยู่ ต้องถ่ายรูป Upload ขึ้น facebook













งานสนุกสนานกันเต็มที่ครับ ทุกคนเต็มเปี่ยมด้วยความสุข มิตรภาพและ
ความรักนี่ไม่มีพรมแดนจริง ๆ ครับ คนไทยกับเขมร นี่แต่งงานกันไปหลาย
คู่แล้วนะครับที่พบเจอกันตามงานรื่นเริง หรืองานวัดงานวา หรือไม่ก็กรณีข้าม
มาเรียนฝั่งไทย แบบลูกชายคนโตของ พลเอกเตียบัณห์ รองนายก และ รมต.
กลาโหมของกัมพูชา ที่ก็แต่งงานกับสาวสุพรรณไปเมื่อปีก่อนครับ นี่แหละครับ
ที่เค้าว่ามิตรภาพ และความรัก ไร้พรมแดนจริง ๆ














ทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่ครับ ใครนั่งนิ่ง ๆ เสียมารยาท




ท่านจะชนแก้วกับเพื่อนชาวเขมรอย่างสุภาพ ท่านต้องต่อข้อศอกแบบนี้ เมื่อ
ก่อนบ้านเราก็ใช้เวลาส่งของให้ผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นหลังไม่ค่อยใช้แล้ว เรายัง
มีใช้ในพิธีรับปริญญาในหลวง เมื่อก่อนเรียก "เอางาน" ใครเคยเข้ารับพระราช
ทานปริญญากับพระองค์่ท่านคงพอจำได้












เด็ก ๆ ทุกประเทศสดใสเหมือนกันหมดครับ


คุณป้อเป็นคนไทยครับ เป็นชาวพิจิตรมาทำงานอยู่ที่เกาะกง เมื่อก่อนอยู่โรงแรม
ดัง Hiso ย่าน ถ.วิทยุ




เหมือนบ้านเราครับ ในครัวก็ง่วน...อาหารหมดก็นำมาเสริฟอีก






เจ้าบาว-สาวครับ


ขากลับเข้าไทยคนหน้าด่านเยอะเชียวครับ ฝรั่งก็เยอะ มาจากสีหนุวิลล์ หรือ
ชื่อใหม่ กำปงโสม แวะเข้ามาเที่ยวต่อที่เกาะแ่ก่ง จ.ตราด บ้านเรา +ทัวร์
ของคาสิโน รอบบ่ายด้วย

แถมคลิปบรรยากาศในงานครับ :
https://www.youtube.com/watch?v=LzQ5cYe4cos

https://www.youtube.com/watch?v=c5GXchEscrE

https://www.youtube.com/watch?v=IeB4U7TCewA




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 27 มีนาคม 2555 17:36:27 น.
Counter : 12521 Pageviews.  

ละแวก บองสลันโอน


อาณาจักรขอมนครวัด-นครธมหลังสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ช่วง พ.ศ. 1781
พ่อขุนบางกลางหาว และพ่อขุนผาเมือง ปฏิวัติขอมสบาดโขลญลำพงไล่กลับ
นครวัด-นครธม สถาปณาอาณาจักรสุโขทัย (ประเทศไทยเราเริ่มเป็นประเทศ)
ขณะขอมเสื่อมอำนาจลงเลื่อย ๆ เจ้านายขอมแตกกันเองสร้างเมืองหลวง
2 เมือง พนมเปญ กับ ละแวก อาณาจักรละแวก คอยตอดอยุธยาสมัยทำศึก
กับหงสาวดี...

บางครั้งก็เข้ามากวาดต้อนผู้คนตามแนวชายแดน บางครั้งตีมาถึงพระนคร ใครเคยไป จ.นครนายก เืขื่อนขุ่นด่านปราการชล "ขุนด่าน" นั่นแหละครับ ที่ต่อสู้กับพระยาละแวกเป็นกำลังสามารถ

อาณาจักรละแวกมีแสนญานุภาพช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 40 ปี อายุพอ ๆ กับราชวงศ์อู่ทอง ปกครองอยุธยาได้ 41 ปีก็เปลี่ยนราชวงศ์เป็นสายสุพรรณภูมิคนไทยเรารู้จักอาณาจักรละแวก จากพระยาละแวก...แบบหนังท่านมุ้ย ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชปัจจุบันละแวก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ อยู่ในจังหวัดกัมปงชนัง เหนือ อ.อุดงค์ (Odong) ของจังหวัดกำปงสปือ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 5 มาได้ถึงปอยเปต เข้าไทยที่ด่านบ้านคลองเล็ก อรัญฯ



เหมา Taxi จากพนมเปญราคาประมาณ 60 USD. ถ้าไม่ไปกำปงชนังต่อ แต่ถ้า
จะไปกำปงชนังคิดอีก 5 USD.





























ภาคเต็มรบกวน Link ตามนี้นะครับ
//www.wutkatefanclub.com/webboard/webboard/viewtopic.php?f=6&t=2362




 

Create Date : 04 กันยายน 2554    
Last Update : 11 กันยายน 2554 0:42:00 น.
Counter : 877 Pageviews.  

ซัวซได...ปอยเปต-เสียมเรียบ-อังกอร์วัด

ประเทศกัมพูชา หรือที่หลายท่านรู้จักในชื่อของประเทศเขมร และสิ่งที่เหมือนกับประเทศไทยคือมีการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศสังเกตได้จากชื่อประเทศ Kingdom Of Cambodia หรือ ราชอาณาจักรกัมพูชา มีพรมแดนทางทิศใต้จรดอ่าวไทย ทิศตะวันตกติดประเทศไทย  ทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว  ทิศตะวันออกติดเวียดนาม   และหากนับประวัติศาสตร์นั้นอาณาจักรขอมถือเป็นอาณาจักรหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนานราวพุทธศตวรรษที่ 6 โดยเริ่มจากอาณาจักฟูนันซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในย่านครอบคลุมพื้นที่ย่านเอเชียตะวันออกฉียงใต้ กัมพูชา ไทย ลาว เวียดนาม  ซึ่งนับเป็นอาณาจักรที่มีแสนยานุภาพมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เป็นธรรมดาเมื่อมีขึ้นย่อมมีลง  ต่อมาอาณาจักรได้อ่อนกำลังลงจนเสียดินแดนบางส่วนให้กับสยาม(ในยุคสมัยสุโขทัย และในที่สุดตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรอยุธยา   


กัมพูชาเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และต่อมาสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองและไล่ฝรั่งเศสออก  ภายหลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม  ฝรั่งเศสก็เข้าครอบครองกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง  และเมื่อพูดถึงประเทศย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส(ลาว เวียดนาม และกัมพูชา) ก็คงต้องพูดถึงสงครามเดียนเมียนฟูของเวียดนามกับฝรั่งเศส เพราะทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้ได้รับเอกราชตามสนธิสัญญาเจนีวา (สงครามเดียนเบียนฟู – เดียนเบียนฟูเป็นเมืองหนึ่งใน จ.เดียนเบียน อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามห่างจากเมืองหลวงฮานอยประมาณ 200 กม. สงครามเดียนเบียนฟูระหว่างเวียดมินห์ภายใต้การนำของท่านโฮจิมมินกับฝรั่งเศส  เวียดนามชนะสงครามทำให้ประเทศทั้ง ลาว กัมพูชา  ฝรั่งเศสจึงยอมให้เอกราชแก่กัมพูชาตามคำเรียกร้องของเจ้าสีหนุ และต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 กัมพูชา จึงได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาเจนีวาพร้อม ๆ กับลาว และเวียดนาม


ในช่วงเวลาที่กัมพูชาทำสงครามเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศสนั้น  กองกำลังเวียดมินห์(เวียดนามเหนือ) ได้เข้ามาสนับสนุนให้เกิดการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยขึ้นในกัมพูชา ซึ่งช่วงนั้นคอมมิวนิสต์ได้นำทฤษฎีโดมิโน่มาใช้  ส่วนทางประเทศไทยก็มีนโยบายสนับสนุนกองกำลังเขมรอิสระ เพื่อต่อต้านฝรั่งเศสเช่นกันซึ่งมีฐานที่มั่นพื้นที่เสียมราฐ(เสียมเรียบและพระตะบอง) และในปี พ.ศ. 2494 พรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนได้ยุบตัวลง กลุ่มคอมมิวนิสต์ได้แตกเป็น 3 พรรคได้แก่ พรรคกรรมกรเวียดนามในประเทศเวียดนาม พรรคลาวอิสระ และพรรคปฏิวัติประชาชนเขมร และนั่นเป็นที่มาของการฆ่าล้างเผ่าพันธ์และนำมาซึ่งความวุ่นวายในประเทศ  เมื่อประเทศชาติใดชนในชาติแตกความสามัคคี  มีความคิดทางความปกครองที่ต่างกัน  ต่างอุดมการณ์ ต่างความคิด ต่างการเชิดชูผู้นำก็เป็นที่มาของสงครามกลางเมือง  ด้วยแนวคิดการสร้างสังคมใหม่โดยใช้แนวอุดมการณ์การปฎิวัติเบ็ดเสร็จ(แนวคิดเหมา) โดยการขับเคลื่อนโดยชนชั้นกรรมาชีพช่วงเขมรแดงยึดพมนเปญและเมืองสำคัญ  จับชนชั้นราชวงศ์ อำมาตย์และชนชั้นปกครอง ข้าราชการ ประชนชนที่มีความรู้นำมาใช้แรงงานและฆ่าทิ้ง  ช่วงเวลา 4 ปี(พ.ศ. 2518-22) มีชาวกัมพูชาถูกฆ่าไม่ต่ำกว่า 850,000 ถึง 3 ล้านคนถือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่ลือชื่อแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ สถานที่สำคัญที่มีชื่อของเขมรแดงคือ ตวลสเลง(Tuol Sleng) หรือ เอส-21 และทุ่งสังหาร(Killing Field)  (ทุกวันนี้ยังพิจารณาคดีกันไม่จบ ขนาดที่นายพล พต เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อ 15 เม.ย. 2541)หลังปี พ.ศ. 2522 เขมรแดงก็สิ่นสุด โดยการบุกยึดของ เฮง สัมริน ผู้นำกองกำลังแนวร่วมแห่งชาติเพื่อการปลดปล่อยประชาชาติ (The National United Front for National Salvation) ซึ่งสนับสนุนโดยเวียดนามของเวียดนาม(ภายใต้การสนับสนุนของโซเวียด เนื่องจากเขมรแดงมีการปกครองแบบสุดโต่ง มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแต่คอมมิวนิสต์จีนสนับสนุนเขมรแดง) แต่ก็ยังมีการรบต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2539 นายพล พต หัวหน้าขบวนการในขณะนั้นจึงยุติการทำงานของเขมรแดงลง  กัมพูชาจึงสงบเช่นปัจจุบัน ท่านใดอยากทราบประวัติระเอียดให้หาอ่านใน หนังสือชื่อ "ถกเขมร" ของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ผมจะขอข้ามไปเรื่องท่องเที่ยวดีกว่า


คนไทยที่จะเดินทางไปสู่กัมพูชาทางด่านอรัญประเทศสู่เมืองปอยเปต ต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- ต้องมีหนังสือเดินทางยื่นพร้อมบัตรประชาชน เท่านั้น(ไม่มี Passport  เข้าไม่ได้นะครับ)  หรือบัตรผ่านแดนที่ยังไม่หมดอายุเท่านั้น
- ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุเพียงอย่างเดียว หากไม่มีจะเปรียบเทียบปรับตาม
กฎหมาย
- ต้องผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง หากไม่ผ่านการตรวจจะต้องเปรียบเทียบปรับ
ตามกฎหมาย
- กรณีเข้าออกไม่ผ่านช่องตรวจจะเปรียบเทียบปรับและบันทึกปากคำไว้ทุกครั้ง
- การเดินทางโดยใช้พาหนะ (รถยนต์) ต้องให้ผู้โดยสารลงจากรถเพื่อเข้าช่องตรวจเช่นคนทั่วไป
  และ  พาหนะต้องยื่นรายการตาม แบบที่กำหนดไว้ทุกครั้ง
- จัดเก็บเงินนอกเวลากับพาหนะทุกคัน


หากต้องการเดินทางไปนครวัด ต้องขอวีซ่า  เอกสารประกอบการขอวีซ่า ดังนี้
1. หนังสือเดินทาง(Passport)ก่อนหมดอายุอย่างน้อย 6 เดือน
2. รูปถ่ายสี หรือ ขาวดำ ขนาด 1 นิ้ว(ที่เหมือน) จำนวน 2 ใบ
3. สำเนาบัตรประชาชน
4. ใช้เวลาในการยื่นวีซ่า 4 วันทำการ** กรณีเร่งด่วนไม่ถึง 4วันทำการ เพิ่ม 200 บาท**
5. ยื่นวีซ่าหน้าด่านสามารถทำได้เสียเงินเพิ่มอีก** เพิ่ม 100 บาท**(ไม่มีรูปเสียอีก 200 บาท)
(เสียอะไรไม่ต้องแจ้งนะครับ  ทุกท่านคงทราบอยู่แล้วประเทศนี้ทำอะไรก็ได้ถ้ามีเงิน ไม่งั้นนักการเมืองที่หนีคดีต่าง ๆ ไม่ออกทางประเทศนี้หรอก)


การเดินทาง
1. โดยรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ  ง่ายสุดคือใช้เส้นมอเตอร์เวย์(หมายเลข7) เลี้ยวซ้ายเข้าฉะเชิงเทรา แล้ววิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10 กว่า กม. พบแยกให้เลี้ยวขวาไป อ.พนมสารคาม(ตรงนี้สังเกตดี ๆ ไม่งั้นเลย) และ ตรงไปเรื่อย ๆ  จนถึงแยกเขาหินซ้อน(แยกขวา) ให้เลี้ยวขวาไปทาง จ.สระแก้ว อ.วัฒนานคร(หมายเลข359) ตรงไปตามทางเรื่อยๆ ประมาณเกือบร้อย กม. จากนั้นจะเข้าสู่ อ.อรัญประเทศ  จากอรัญฯถึงพรมแดนก็ไม่ไกล  และสามารถหาที่จอดรถได้ตลอดเส้นทาง มีตั้งแต่วันละ 80 บาท 100 บาท มีรถตู้บริการรับส่งถึงหน้าด่าน


2. รถทัวร์ปรับอากาศ (รถสองชั้น 8 ล้อ) มีหลายบริษัทให้เลือกอัตราค่าโดยสารประมาณ 100 บาทหรือบางแห่งอาจจะฟรีด้วยซ้ำ เบอร์โทรท่านสามารถโทรสอบถามได้ที่(ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ)


-เจ๊น้อยทัวร์ 0863015083 เฮงเฮงทัวร์ 0898164640 เจ๊ทิพย์ทัวร์ 0862723491 ซันโยทัวร์ 0871406633
เจอาร์ทัวร์ 0856152215  กู๋กิ๋ม 0817316519


โรงแรมที่พัก : ปอยเปต  ทุกที่ราคาคืนละประมาณ 1,000 บาท คืนชิป 400 (ศุกร์,เสาร์) และคืนชิป 500(สำหรับวันธรรมดา,อาทิตย์) ห้องพักอย่างดี


การเดินทางเข้าปอยเปต เมื่อผ่านด่าน ตม. อรัญฯ เดินไปตามทางจนถึงสี่แยกใหญ่ จะไปสตาร์เวกัส ให้เลี้ยวทางซ้าย(จะมีรถจอดรออยู่สามารถขึ้นได้เลย)  หรือจะพักที่แกรนด์ไดม่อน หรือ ปอยเปตรีสอร์ทเดินตรงไป(สามารถเดินเท้าได้)  หรือทางขวาจะเป็นฮอลิเดย์พาเลซ หรือฮอลิเดย์ปอยเปต(สามารถเดินไปได้เช่นกัน)  ส่วนหากอยากสัมผัสชีวิตชาวปอยเปตจริง ๆ แต่ห้องพักไม่หรูหราเท่าและราคาย่อมเยาว์ สามารถนั่งมอเตอร์ไซด์หรือเดิน(ไกลนิด พอได้เหงื่อ) ก็จะมี Great House ราคาถูกที่เป็นแบบ SME แบบเวียดนามแต่อาจจะไม่สะอาดเท่า(ผมไม่ทราบเหมือนกันเพราะไม่ได้เข้าไปดู) ห้องราคา 1,000 คืนชิป 4-5 ร้อยบาท  นอนสบาย ๆ ดีกว่า


การเดินทางจากปอยเปต-เสียมเรียบ(นครวัด) 



1.สามารถเดินทางโดยรถประจำทางได้(แต่ไม่แนะนำเพราะไม่ค่อยมีใครเดินทางด้วยวิธีนี้)  แต่ถ้าท่านใดอยากลองสามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งซึ่งเลยด่านตรวจ ตม.กัมพูชาชั้นในไปประมาณ 300 เมตร
2.ไปรถโดยสาร Taxi แบบรวมกับชาวกัมพูชาราคาประมาณ 300 บาท/คน (วิธีนี้ก็ไม่แนะนำอีกเพราะรอนานและเบียดกันมาก)
3.เหมา Private Taxi ราคาแบบต่อรองกันได้ 2,000 บาทไป-กลับ และพาเที่ยวสถานที่สำคัญครบถ้วนตามที่เราร้องขอ  แต่เมื่อไปจริง ๆ (ท่านจะใจดำให้แค่ 2,000 เท่านั้นเหรอ)อาจจะต้องมีทิป 200-500 บาท



การเดินทางจากปอยเปต-เสียมเรียบระยะทาง 159 กม.จากปอยเปตผ่าน-ศรีโสภณ-กะลัน จนถึง เสียมเรียบ ถนนดีมากสภาพถนนไม่ต่างจากรถในประเทศไทย(เพราะไทยบริษัทไทยเป็นคนสร้าง) ระหว่างทางพบสถาพบ้านเมืองเหมือนชาญเมืองเวียดนาม ลักษณะการปลูกบ้านเป็นตึก 3-4 ชั้นยังไม่พบโรงงานอุตสาหกรรม  พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกข้าวยังพบเห็นการขี่ม้าให้เห็นเป็นระยะ ๆ ระหว่างทางไม่มีร้านอาหารใหญ่ ๆ เพราะคาดว่าระยะทางยังไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก


สถานที่ท่องเที่ยวในเสียมเรียบ
เสียมราฐ หรือ เสียมราบ (Siem Reap) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ อยู่ริมฝั่งโตนเลสาบ" (Tonle Sap) ห่างจากกรุงพนมเปญ 314 ก.ม.  หากเดินทางจากพนมเปญใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมง ชื่อเสียมเรียบคนไทยฟังแล้วเจ็บปวด เสียมเรียบ นั้น หมายถึง สยามราบ หรือ สยามแพ้ น่าจะตั้งขึ้นสมัยที่พันตรีแปลก พิบูลสงคราม(หรือจอมพล ป.) ผู้บัญชาการกองทัพอีสานและบูรพาในขณะนั้น ได้เคยบุกข้ามชายเดนขับไล่ฝรั่งเศสออกจากดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง พระตะบอง และเสียมราฐ เหตุการณ์การสู้รบในครั้งนี้ได้ถูกเรียกว่า กรณีพิพาทอินโดจีน         (สงครามอินโดจีน) โดยเปลี่ยนจากชื่อเดิมว่า เสียมราฐ เพื่อยกยอชนชาติเขมรที่ครอบครองประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน


ปราสาทนครวัด”(Angkor wat)  เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่  ปราสาทแห่งนี้มีความสำคัญที่สุดในกลุ่มโบราณสถานต่างๆของอาณาจักรขอม ซึ่งในการก่อสร้างใช้แรงงานนับแสนคนใช้ช้างเพื่อชักลากกว่า 4,000 เชือก วิศวกร 3,000คน ปราสาทนครวัดได้เริ่มสร้างในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (ก่อนยุคสุโขทัย เพราะสุโขทัยเริ่มเป็นรูปร่างเมือ พ.ศ. 1781 ประเทศไทยมีอายุ 700 กว่าปี) เพื่อบูชาแด่ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์ ในปี พ.ศ. 1720 ชาวจามได้บุกรุกขอม ทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองนครหลวง หรือ เสียมราฐ ในปัจจุบัน หลังจากนั้น พระองค์จึงสร้างเมืองนครธม และ ปราสาทบายน ห่างจากปราสาทนครวัดไปทางเหนือ เพื่อเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของชาวขอม ภายในบริเวณระเบียงคตแต่ละชั้น มีการจำหลักภาพบอกเล่าเรื่องราวของกองทัพพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และภาพกองทัพเสียมกุก ,ภาพเทวดาและอสูรการกวนเกษียรสมุทร และภาพจำหลักรูปอัปสราหรือนางอัปสร(เป็นชาวสวรรค์แต่ไม่เทียบเท่านางฟ้าหรือเทวดามีฐานะเป็นมนุษย์ เกิดจากการกวนเกบียรสมุทร ซึ่งมีหลายสิ่งผุดขึ้นมาหนึ่งนั้นคือนางอัปสร คำว่าอัป หมายถึง น้ำ ส่วน สร หมายถึง การเคลื่อนไป อัปสรจึงหมายถึงผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ)  ที่มีรูปแบบการแต่งกายและทรงผม ต่างๆ อยู่บริเวณผนังรอบๆ   ห่างออกไปไม่ไกลเป็นพนมบาแค็งชมทัศนียภาพบนที่สูง จากบริเวณยอดเขาแห่งนี้  สามารถมองเห็นยอดปรางค์ปราสาทนครวัด


นครธม เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด ภายในเมืองมีสิ่งก่อสร้างมากมายนับแต่สมัยแรกๆ และที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรัชทายาท ใจกลางพระนครเป็นปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า ปราสาทบายน และมีพื้นที่สำคัญอื่นๆ รายล้อมพื้นที่ชัยภูมิถัดไปทางเหนือ


ปราสาทพนมบาเค็ง อยู่ไม่ไกลจากนครวัด นครธมนัก ปราสาทนี้สร้างอยู่บนภูเขาภาษาเขมรพนม แปลว่า ภูเขา ปราสาทนี้เป็นปราสาทยุคต้นๆ สร้างในสมัยพระเจ้ายโสวรมันที่หนึ่ง ( ค.ศ. 889-915 ) อยู่ในเขตเมืองหลวงสมัยนั้น    


ปราสาทบายน ลักษณะเป็นปรางค์แต่ละปรางค์มีการจำหลักพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ขนาดใหญ่ทั้ง 4 ทิศ รอบปรางค์ 54 ปรางค์ จำนวน 216 พระพักตร์ พระพักตร์มีรอยยิ้มที่รียกว่า  “ยิ้มแบบบายน” บริเวณระเบียงปราสาทมีการจำหลักภาพเกี่ยวกับเรื่องราวของกองทัพพระ
เจ้าชัยวรมันที่ 7 และภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวขอมในอดีต  กลุ่มปราสาทบริวารในเขตเมืองนครธมอาทิเช่นปราสาทบาปวน,พิมานอากาศ,ลานพระเจ้าขี้เรื้อน,ระเบียงช้าง
ปราสาทตาพรหม  ซึ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างขึ้นเป็นวัดในพุทธศาสนาเพื่อถวายพระราช
มารดา ภายในบริเวณปราสาทร่มรื่นด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุนับร้อยปี ที่เรียกว่า “สะปง”ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน ที่ชอบขึ้นตามก้อนหินที่มีความชื่น และรากไม้ของต้นสะปงเลื้อยรัดตามตัวปราสาท ทำให้มีรูปแบบเฉพาะดูแปลกตา สวยงามจริง ๆ


ปราสาทบันทายสรี หรือ แปลว่า ป้อมแห่งสตรี ซึ่งเป็นปราสาทหินทรายขนาดเล็กที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพูเนื้อ ละเอียด ปราสาทแห่งนี้เป็นที่...เลื่องลือในความสวยงามของการจำหลักลวดลายอันละเอียดวิจิตรอ่อนช้อยที่สุด.และได้รับการยกย่องให้เป็น  “รัตนชาติที่แท้แห่งสถาปัตยกรรรมขอม”


บารายตะวันตก (West Baray) บาราย  เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเป็นเสมือนทะเลสาบน้ำจืดใช้เพื่อการเกษตร  ที่สร้างขึ้นในอาณาจักรขอม อยู่ทางตะวันตกของนครธม มีขนาดกว้าง 2.2 กิโลเมตร ยาว 8 กิโลเมตร ลึกโดยเฉลี่ย 7 เมตร มีพื้นที่ 1,760 เฮกเตอร์ จุน้ำได้ราว 123 ล้านลูกบาศก์ลิตร ใจกลางของบาราย มีเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ เรียกว่า แม่บุญตะวันตกสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ซึ่งยังคงมีน้ำขังอยู่จนถึงทุกวันนี้ สามารถใช้เป็นแหล่งประมงน้ำจืด และพื้นที่พักผ่อนของชาวเสียมเรียบ ต่างจากบารายตะวันออกที่ปัจจุบันตื้นเขินไปแล้ว


โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบน้ำจืนที่ใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ฤดูน้ำหลากน้ำท่วมถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ส่วนลึกที่สุด 10 เมตร โตนเลสาบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กำปงธม กำปงซะนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมเรียบ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกว่า 300 ชนิด   และมีความหลากหลายทั้งพันธ์พืชและสัตว์ วิถีชีวิตชุมชนในโตนเลสาป จะเป็นเรือนแพของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งดำรงค์ชีวิตอยู่กับการหาปลาจากโตนเลสาปมาขาย มีบ้านพัก ร้านอาหาร รวมถึงร้านขายของฝากให้นักท่องเที่ยว  เป็นชาวบ้านเชื้อสายเวียดนาม


คำแนะนำ


1.หากเดินทางเข้าทางฝั่งปอยเปต ต้องระวังคนที่มาติดต่อและอย่าไว้ใจใครเป็นอันขาด


2.เงินไทยใช้ได้ที่ปอยเปต แต่ถ้าในเสียมเรียบแนะนำให้ชำระเป็น US


3.นครวัดมีไก๊ด์ที่สามารถพูดภาษาไทยได้ (ผมว่าพูดชัดมากกว่าคนได้บางคนที่ไปเรียนเมืองนอก 2-3 ปี พ่อแม่ก็เกิดที่นี่ ชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตก็เกิดที่ไทยไปเรียน 2 ปีหรือบางที 8 เดือนกลับมาพูดไม่ชัด)


มีเงิน 2,500 บาทก็ไม่เที่ยวได้แบบสบาย ๆ


ค่ารถไปกลับ ด่านอรัญ-กทม.                         200  บาท


ค่าวีซ่า(ขอไปจาก กทม.)                          1,000 บาท (ถ้าทำที่หน้าด่านเสียเพิ่มประมาณ 200)


ค่ารถไป-กลับ ปอยเปต-เสียมเรียบ                    500  บาท (ถ้าไปแท็กซี่แบบส่วนตัวราคา 2,000)


ค่าเข้าชมทุกสถานที่แบบวันเดียว                      686 บาท (20 USD.)


ค่าอาหาร                                              100  บาท


รวม                                                  2,485 บาท



Free TextEditor

ออกจากกรุงเทพฯ ใช้ใช้เส้นมอเตอร์เวย์(หมายเลข7) เข้าฉะเชิงเทรา แยกขวาเข้า อ.พนมสารคาม และเลี้ยวขวาอีกครั้งไปทาง จ.สระแก้ว อ.วัฒนานคร(หมายเลข359)

แวะเที่ยวตลาดโรงเกลือศูนย์ขายส่งสินค้าราคาถูก สินค้ามือสองจากต่างประเทศและทุกอย่าง แต่พึงระวังว่าปัจจุบันสินค้ามือสองจากต่างประเทศแทบจะไม่มีแล้ว มีแต่ผลิตในนี้แล้วจ้างเขมรทุบให้เก่าเพื่อขายนักช้อปของถูก(โดยเฉพาะเสื้อผ้า)

ที่จอดเอกชนมีหลายที่สะดวกสบาย ปลอดภัย มี รปภ.เฝ้า คืนละ 80 บาทหรือสามารถเข้าไปแลกชิปฝั่งปอยเปต สามารถประทับตราจอดฟรีได้

น่าแปลกใจที่สถานที่ท่องเที่ยวดี ๆ ในกัมพูชายังมีให้ชื่นชมอีกเยอะ ชาวไทยน่าจะไปดูว่าเค้าจะเข้ามาเป็นคู่แข่งทางการค้า การท่องเที่ยวกับเราอย่างไร แต่คนไทย 99.92%(คิดเอง) ไม่เคยเดินเลยคาสิโนเลย(กรรมจริงๆ) สถิติ ตม.ถึงเดือน พ.ค.52 มีคนไทยออกจากด่านอรัญฯ 521,999 คนเป็นอันดับสองรองจากด่านสุวรรณภูมิ

เห็นป้ายสุดแดนบูรพา ชายแดนตะวันออก แล้วนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่ครูให้ท่อง อุ อี บู อา ทัก หร ประ พา(อุดร อีสาน บรูพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ประจิม พายับ)

ปอยเปตเป็นย่านฟรีโซนเพียงแค่อาณาเขตนิดเดียวเป็นทั้งแหล่งงาน แหล่งเงิน แหล่งธุรกิจ และแหล่งของความเศร้าโศรก บางครั้งถ้านักศาสนนิยมที่คัดค้านบ่อนการพนันได้เห็น อาจจะต้องทบทวนเรื่องการตั้งบ่อนในประเทศหรือไม่อย่างไร (คาสิโนคือเกมหากบริหารจัดการให้เป็น มาเก๊าเป็นตัวอย่างเมื่อก่อนรายได้หลักจากคาสิโน ปัจจุบันรุกการท่องเที่ยวแต่บ้านเมืองสงบสุข) ตำรวจแทบไม่ต้องพกปืน ปอยเปตก็เช่นกันตำรวจไม่ต้องพกปืน

ห้องพักราคาถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพ ราคา 1,000 บ.คืนชีปให้ 400 หรือ 500 ไม่ต้องคิดมากไปโยน สูง ต่ำ สักที อาจจะได้นอนฟรีก็ได้ เฮงๆ

คาสิโนที่ปอยเปตมีประมาณ 8 แห่ง(เต็มรูปแบบ) เจ้าของมาจากหลายเชื้อชาติ ไทย มาเลย์ เนปาน และเจ้าของประเทศเอง ระบบบริหารจัดการระดับมืออาชีพ ได้Know-how มาจากเกาะกง

สภาพภายในคาสิโนโดยปกติเค้าจะไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปภายใน ท่านใดไปให้ระวังนะครับ ภายในมีระบบบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยสูงมาก

ชิปมี 2 ประเภท คือ ชิปเป็น และชิปตาย ชิปเป็นแลกคืนเป็นเงินสดได้ ชิปตายไม่สามารถแลกคืนได้ ต้องใช้เล่นอย่างเดียว อย่าคิดฉลาดกว่าบ่อนเพราะเค้าคิดไว้แล้วว่าเค้าไม่ขาดทุนแน่ เช่น นำชิปตาย 500 เป็นชิป 100แล้วไปแลกคืนหวังเอาเงิน 500 คืน(อย่างนี้ทำไม่ได้)เพราะชิป 100 ที่แรกมาก็ยังเป็นชิปตายอยู่ ต้องใช้เล่นอย่างเดียว คือต้องเสี่ยง

วีซ่ากัมพูชาสามารถขอจาก กทม.หรือขอหน้าด่านก็ได้(เสียค่าบริการอีกประมาณ 200 ไม่มีใบเสร็จ) ทำเร็วมาก ไม่ต้องถ่ายรูปก็ได้ ไก๊ด์(ผี)ส่วนตัวผมบอกว่า You อยู่ที่นี่เงินซื้อได้ทุกอย่าง ถ้า You มีเงิน ผมเริ่มเชื่อแล้ว

ราคา Taxi ไปเสียมเรียบอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาทให้ต่อเหลือ 2,000 บาทถ้าไม่ให้ไม่ไป แต่สำคัญคือก็ต้องเสียค่านายหน้าให้พวกมอเตอร์ไซด์ และทิปโน่น ทิปนี่ คือแบบว่าเยอะมาก เตรียมแบงค์ร้อยไว้เยอะ ๆ ตัดความรำคาญไป บางทีเราต้องศึกษาอารยธรรมประเทศที่เราจะไปเที่ยวด้วย ควรขอดูบัตร Taxi นะครับ ถ้าเดินทางคนเดียว หรือกลุ่มสุภาพสตรี

แวะดูตลาดปอยเปตหน่อย การค้าไม่คึกคักแทบจะเป็นตลาดร้างเนื่องจากผู้ค้าทั้งไทยและกัมพูชาย้ายไปอยู่ตลาดโรงเกลือกันหมด

การเดินทางจากปอยเปต-เสียมเรียบระยะทาง 159 กม.จากปอยเปต-ศรีโสภณ-กะลัน จนถึง เสียมเรียบ ถนนดีมากสภาพถนนไม่ต่างจากรถในประเทศไทย(เพราะไทยบริษัทไทยเป็นคนสร้าง)

ถนนหนทางระหว่างปอยเปตไปเสียบเรียบค่อนข้างดี ไม่ต่างอะไรกับถนนในต่างจังหวัดของไทย ก็คนสร้างก็บริษัทของไทยนั่นเอง

สภาพรถ Taxi ที่ใช้เดินทางถือว่าใช้ได้กลางเก่า กลางใหม่(ค่อนข้างไปทางเก่า) หลายท่านตามหารถที่หายบางครั้งอาจจะได้พบโดยบังเอิญ

ระหว่างทางก็คล้ายกับประเทศไทย หรือคล้ายกับทุกประเทศย่านอินโดจีนคือ นักการเมืองชอบขึ้นป้ายหาเสียง ยิ่งใหญ่ ยิ่งดัง แล้วถ้าสืบกันไปงบที่ใช้มักมาจากภาษีประชาชน แต่ทางยุโรปไม่ค่อยมีแบบนี้

สภาพบ้านเมืองระหว่างการเดินทางพอออกนอกเมืองพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าว

พอเข้าเสียมเรียบบ้านเมืองก็เปลี่ยนไป โรงแรมใหญ่ ๆ ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดค่าครองชีพเป็น USD ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับชนบท แนะนำให้แลกเงินเป็น USD จะคร่องตัวกว่าเงินไทย

บัตรค่าเข้าชมโบราณสถานแบบ One Day Pass ราคา 20USD (ประมาณ 680 บาท) นักท่องเที่ยวเห็นแล้วดูเท่ห์มีรูปติด หากพลิกอ่านด้านหลังแล้วจึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วเขมรฉลาดกลัวเราจะยกบัตรผ่านหรือขายต่อให้คนอื่น เป็นไงหล่ะมีแขมร์มีหรือจะให้ใครหลอกง่าย ๆ

ด้านหน้าอังกอร์วัด ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริง ๆ สวยงาม ประเทศที่โชคดีมีประวัติอันยาวนานก็มีความโชคดีที่ได้มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และทำให้คนทั่วโลกอยากมาเที่ยว มาเห็น มาชม สามารถเรียกเงินจากทั่วโลกและนำเงินเข้าประเทศได้

ปราสาทนครวัดได้เริ่มสร้างในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาแด่ พระวิษณุ หรือ พระนารายณ์นับสมัยนั้นก่อนยุคสุโขทัยของไทยเพราะสุโขทัยเราเริ่มเป็นรูปร่างเมือ พ.ศ. 1781 ประเทศไทยมีอายุ 771 ปี

ปราสาทนครวัดมีขนาดใหญ่มากถึง 200,000 ตารางเมตร ตัวปราสาทสูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร มีแผนผังที่ถือว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทขอม มีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติของศูนย์กลางจักรวาล มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบ มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ

อัปสร หรือ นางอัปสร ตามตำนานของฮินดู กล่าวว่าพระพรหมทรงสร้างนางอัปสรขึ้น และเป็นนางบำเรออยู่ในราชสำนักของพระอินทร์เทียบได้กับตำนานมูเซ (muse) ของกรีกโบราณ นางอัปสรเกิดจากการกวรเกษียรสมุทรของยักษ์และเทวดา

ทางด้านกำแพงชั้นนอกรอบปราสาทนั้น มีความยาวกว่า 800 เมตร มีงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง รามายณะ รูปแกะสลักที่มีชื่อที่สุดก็คือรูปที่เทวดากับอสูรกวนเกษียรสมุทรด้วยเขาพระสุเมรุ และยังมีรูปแกะสลักนางอัปสรอีกถึง 1,635 นาง ที่ทั้งหมดแต่งกายและทรงผมไม่ซ้ำกันเลย

เหมือนกันทั่วโลกโบราณสถานมักจะมีผู้ที่มาลักขโมยไปขาย แต่ที่น่าแปลกคือพวกโบราณสถานเหล่านี้มักจะไปอยู่ในมือของเศรษฐีระดับโลก หรือพิพิธพันธ์ระดับโลก ทำไมเศรษฐีเหล่านั้นไม่เปลี่ยนเป็นติดต่อรัฐบาลเพื่อขอจ่ายเงินช่วยอนุรักษ์โบราณสถานเหล่านั้นเพื่อให้ทุกคนชม มากกว่าชมคนเดียว

เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวแล้วไม่รู้ว่ารัฐบาลไทย หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทยจะรู้สึกอย่างไร แต่ผมรู้สึกกลัว ๆ ว่าด้วยการเมืองที่วุ่นวาย การบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบ อบต.,อบจ.ที่ไม่เคยเดินทางต่างประเทศแบบเดินทางเอง ไปดูงานกับแต่บริษัททัวร์ กินดื่ม อุจาระ ถ่ายรูปแล้วกลับ เขมรอาจะขโมยนักท่องเที่ยวเราไปหมด

ปราสาทบายน เป็นอีกปราสาทหนึ่งที่สำคัญของอาณาจักรเขมร อยู่บริเวณใจกลางนครธม ถูกสร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7-8 รวมปี พ.ศ. 1724-63 หลังจากที่ได้รับชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา(อาณาจักรจามปาอยู่ทางใต้ของจีน อยู่ทางเหนือของฟูนัน ปัจจุบันคือเมืองในย่านเว้ของเวียดนาม) นั่นเอง จึงหากใครเคยไปเวียดนามกลางจะเห็นปราสาทที่บูชาเจ้าฮินดูเช่นกัน

นครธม เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขะแมร์ สถาปนาขึ้นในปลายคริสต์ศวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 9 ตารางกิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ นครวัด

ปราสาทบันทายสรี หรือ แปลว่า ป้อมแห่งสตรี ซึ่งเป็นปราสาทหินทรายขนาดเล็กที่สร้างด้วยหินทรายสีชมพูเนื้อ ละเอียด ปราสาทแห่งนี้เป็นที่...เลื่องลือในความสวยงามของการจำหลักลวดลายอันละเอียดวิจิตรอ่อนช้อยที่สุด

โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบน้ำจืนที่ใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฤดูน้ำหลากน้ำท่วมถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ส่วนลึกที่สุด 10 เมตร โตนเลสาบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กำปงธม กำปงซะนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมเรียบ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกว่า 300 ชนิด และมีความหลากหลายทั้งพันธ์พืชและสัตว์ วิถีชีวิตชุมชนในโตนเลสาป จะเป็นเรือนแพของชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งดำรงค์ชีวิตอยู่กับการหาปลาจากโตนเลสาปมาขาย มีบ้านพัก ร้านอาหาร รวมถึงร้านขายของฝากให้นักท่องเที่ยว เป็นชาวบ้านเชื้อสายเวียดนาม

บารายตะวันตก (West Baray) บาราย เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเป็นเสมือนทะเลสาบน้ำจืดใช้เพื่อการเกษตร ที่สร้างขึ้นในอาณาจักรขอม อยู่ทางตะวันตกของนครธม และเป็นที่ปลีกวิเวกของกษัตริเวลาต้องการความสงบ สมาธิ

มีบริการ Balloon ที่สามารถใช้บริการขึ้นชมวิวในมุมสูงทางอากาศ หนึ่งในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบสร้าง Activity ให้กับนักท่องเที่ยว

จะเทียบราคาค่าครองชีพของแต่ละประเทศสิ่งหนึ่งที่สามารถใช้วัดได้ นอกจากราคาข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม และรวมไปถึงเบียร์ อังกอร์เบียร์ ถือเป็นเบียร์แห่งชาติกัมพูชา เช่นเดียวกับเบียร์สิงห์ ประวัติยาวนานไม่หยอกก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1960 โดยบริษัทสัญชาติฝรั่งเศส Angkor&Bayon Beers ต่อมาเกิดปัญหาล้มละลายในปี ค.ศ.1970 หลังจากนั้น บริษัท Angkor Brewery ได้เข้าฟื้นฟูกิจการในช่วง ค.ศ.1991-1992 ใช้เวลาประมาณ 9 เดือน ปัจจุบัน Carlsberg Beers ถือหุ้น 50% ส่วนสิงห์ของบุญรอดนั้นก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2476(ค.ศ.1933)




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2552    
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 16:20:47 น.
Counter : 7817 Pageviews.  

เส้นทาง East-West Economic Corridor(เวียดนาม,ลาว,ไทย,พม่า)

หากท่านมีเวลาว่างประมาณ 10 วัน และท่านเป็นคนที่นิยมการเดินทางต่างประเทศ หรือท่องเที่ยวเพื่อค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสายลมให้กับชีวิตท่านหรือแม้ไม่ค้นหาอะไรเลยแต่ต้องการพักผ่อนก็ตาม ท่านอาจจะนึกถึงยุโรป 3 ประเทศ ฝรั่งเศส สวิสฯ อิตาลี หรือไม่ก็อินเดีย หรือถ้าชอบนั่งรถน้าน นาน ท่านอาจจะคิดถึงการเดินทางด้วยเส้นทาง R3A เชียงราย  บ่อเต็น- คุนหมิง แล้วไปดูความสวยงามของแชงกรีล่า หรือชื่อที่จีนเรียกเมืองจงเตี้ยนในมณฑลยูนานซึ่งจริง ๆ แล้ว R3A สามารถวิ่งระหว่าง คุนหมิง-กรุงเทพฯ หรือที่ชาวจีนเรียก "คุน-มั่ง กงลู่"หนึ่งในเส้นทางการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้  North-South Economic Corridor ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเส้นทาง R3AและR3B ได้ที่เว็บไซด์ของกรมทางหลวงที่ //www.doh.go.th/dohweb/international/develop.html 

เนื่องจากโลกไร้พรหมแดนภายใต้การสนับสนุนด้านการเงินจาก ADB และรัฐบาลจีน หรือ ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย อย่าสับสนระหว่างธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย(ADB) กับ ธนาคารเอเซีย ที่อยู่ตึกหุ่นยนต์ย่านสาทร หรือ (BOA) นะครับ BOA หน่ะผมเคยร่วมงานด้วยเมื่อสมัยเรียนจบใหม่ ๆ เปลี่ยนมือไปเป็นของฮอลแลนด์(ABN-AMRO) ปัจจุบันเป็นของสิงคโปร์คือธนาคาร ยูโอบีไปแล้ว  ท่านคงงงว่าแล้วรัฐบาลจีนจะเข้ามาเกี่ยวข้องให้เงินช่วยเหลือทำไม  นั่นนะซิ  คำตอบก็คือ เส้นทางสาย "คุน-มั่ง กงลู่" หรือคุนหมิง-กรุงเทพฯ (เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว-ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ติดชายแดนจีนที่เมืองเหมิ่งล่า (Mohan) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา อยู่ในมณฑลยูนนานของจีน)

เริ่มขึ้นเมื่อปี 2538 ภายใต้โครงการ "สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ" ประกอบไปด้วยประเทศไทย จีน พม่า และลาว ซึ่งกลุ่มทุนผู้รับสัมปทานก่อสร้างถนน  เป็นของคนไทยมาจาก 2 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่ม "ครอบครัวอุษา" หรือตระกูล "แซ่เตี๋ยว"หรือชื่อเต็ม ๆ ในทางธุรกิจคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดครอบครัวอุษา ถ้าเอาถึงที่ตั้งก็ที่ 21-3 ซอย 2 ท่าแพ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และมีทายาทเป็น "เขยลาว" ซึ่งผู้เป็นพ่อตาถือเป็นผู้ที่มีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับคนในรัฐบาลลาว(เปรียบเจ้าสัว ซีพี กับรัฐบาลไทยประมาณนั้น) แต่การสร้างถนนระดับนี้ต้องใช้เงินทุนไม่น้อยจึงมีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน  กลุ่มที่ 2 คือ บริษัทร่วมพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ จำกัด ที่เข้ารับสัมปทานแทน ครอบครัวอุษา แต่ก็มีปัญหาเรื่องเงินทุนอีกเนื่องจาก ADB ไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ สาเหตุเนื่องจากเป็นบริษัทเอกชน ขณะที่รัฐบาลลาวก็ไม่ยอมที่จะค้ำประกันเงินกู้ให้เพราะบริษัทไม่ใช่รัฐวิสาหกิจของลาว (ADBก็กลัว NPL ว่างั้นเถอะ)

จนกระทั่งวันที่ 25 กันยายน 2541 รัฐบาลลาวยกเลิกสัมปทานทำถนนเส้นนี้ เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้าง จนกระทั่งเดือนมกราคม 2545 ADB เข้ามาเป็นโซ่ข้อกลาง(อ๋อ พล.อ.ชวลิตหรือบิ๊กจิ๋วท่านเอาแนวความคิดโซ่ข้อกลางมาจาก ADB นี่เอง) ADB จัดประชุม 3 ฝ่าย (ไทย ลาว จีน) เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาเส้นทางสายนี้ตามที่รัฐบาลลาวร้องขอไปเมื่อปี 2541 ซึ่งในการประชุมคราวนี้ที่ประชุมมีมติให้ยุบพรรค เอ้ยมีมติที่จะให้สร้างถนนสายนี้เป็น 2 เลน ระยะทาง 228 กม. แบ่งออกเป็น 3 ช่วงตามแหล่งเงินทุนและความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีน ไทย และADB  โดยเริ่มปรับปรุงตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา (รัฐบาลจีนก็มาเกี่ยวด้วยประการฉะนี้แล) จึงไม่น่าแปลกใจที่ถนนเส้นนี้ใช้เวลาสร้างเป็น 10 ปี 

แต่ก็ยังดีกว่าโครงการโฮปเวลล์ หรือโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพมหานคร หรือ BERTS(Bangkok Elevated Road and Train System) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ปัจจุบันยังขึ้นได้เพียงตอม่อ(ขอแอบหัวเราะทั้งน้ำตาแบบ นายกอร์ดอน วูเจ้าของบ.โฮปเวลล์ชาวฮ่องกงหน่อย อิๆ หรือท่านใดจะแวะไปทักทายหรือปลอบใจแกก็ไปที่ 64/F Hopewell Centre, 183 Queen's Road East, Wan Chai, Hong Kong หรือ
www.hopewellholdings.com)ออกทะเลเลยผมกลับเข้ามาสู่ East-West Economic Corridor  การที่ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Sub-Region : (GMS) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การเกษตร และบริการ รวมถึงการท่องเที่ยว และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยสนับสนุนให้มีการติดต่อและการค้าระหว่างกันได้ง่ายขึ้นรัฐบาลจากประเทศสมาชิก GMS จึงได้กำหนดแนวพื้นที่เศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขงจำนวน 9 เส้นทางหลัก(แต่ดูข้อมูลของกรมทางหลวงมี10 เส้นทาง) ให้เป็นแนวพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของอนุภูมิภาค และหนึ่งในเส้นทางที่จะพาท่านไปวันนี้คือ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) EWEC มีระยะทางยาวทั้งสิ้น 1,450 กม. โชคดีที่อยู่ในเขตไทยเป็นระยะทางยาวที่สุดคือประมาณ 950 กม.เราจึงสามารถศึกษาเส้นทางเส้นนี้ได้โดยไม่ต้องเดินทางออกต่างประเทศ

เส้นทางเริ่มจากเมืองท่าดานังในเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว (Lao Bao) อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามซึ่งติดกับชายแดนสปป.ลาว(สามารถหาอ่านได้จากตอนที่พาเที่ยวเวียดนามกลาง-ใต้ทางรถยนต์)จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 9 จะผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในสปป.ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่จังหวัดมุกดาหารวิ่งผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่อเข้าไปยังประเทศพม่าจนทะลุอ่าวเมาะตะมะสามารถข้ามแพขนานยนต์ข้ามอ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง (Mawlamyine หรือ Mawlamyaing) ถิ่นของนายมะกะโทราชบุตรเขยพระเจ้ารามคำแหง  เส้นทาง EWEC เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้(อ่าวตังเกี๋ย) สู่มหาสมุทรอินเดียที่อ่าวเมาะตะมะ เหมือนอ่าวไทยบ้านเราซึ่งอยู่ฝั่งทะเลจีนใต้ หากจะทะลุไปอันดามันทางเรือต้องผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งเป็นช่องแคบระหว่างแหลมมลายูและเกาะสุมาตรา อยู่บริเวณทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย และตะวันตกและใต้ของมาเลเซียทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือและเหนือของเกาะสุมาตรา 

ไทยเคยมีแนวคิดขุดคอคอดกระซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทยที่อยู่ระหว่าง อ.กระบุรี จ.ระนองกับ อ.สวี จ.ชุมพรเคยมีแนวคิดให้ขุดคลองสมัยท่านปรีดี พนมยงค์ แต่หลายฝ่ายคัดค้านด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง) ซึ่งจากมะละแหม่ง ของพม่าผมว่าอนาคตอาจจะสามารถเชื่อมต่อไปยังอินเดียและตะวันออกกลางได้หากพม่าเปิดประเทศ   ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับพี่น้อง ประดุจเส้นทางสายไหมคาราโครั่มไฮเวย์(Karakoram highway) ซึ่งเส้นทางขนาบไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาฮินดูกูจ และเทือกเขาคาราโครัมถึง เมืองซีอานปลายทางสายไหมประเทศจีน ทะลุมองโกเลียเข้ารัสเซียกันไปเลย  เส้นทางนี้เกิดขึ้นแน่ในเร็ววันนี้ไม่ 5 ปี 10 ปี หรืออาจจะพรุ่งนี้มะรืนนี้ด้วยซ้ำ  

แต่ยังมีบางประเทศในเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่ประชาชนในชาติยังทะเลาะกันเอง แบบว่าจับผิดทุกสิ่งทุกอย่างของฝ่ายตรงข้าม  ด้วยเหตุผลอย่างเดียวไม่ใช่พวกฉัน  มีการแบ่งฝักฝ่ายเป็นหลายสีจนจะเป็นสีรุ้งอยู่แล้ว  คนเสื้อเหลือใส่เสื้อแดงไม่ได้ คนเสื้อแดงก็ใส่เสื้อเหลืองไม่ได้ คนเสื้อน้ำเงินก็ใส่ไม่ได้ทั้งแดงและเหลือง คนเสื้อขาวยิ่งกรรมใส่ได้สีเดียว ไปใส่สีอื่นหาว่าไม่เป็นกลาง  บ้านเมืองเลยเจริญฮวบฮาบ  ประเทศเพื่อนบ้านในเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงก็นั่งจับเข่าแล้วเอามือกุมขมับ(กบาล) หวังจะให้เป็นพี่ใหญ่ย่านนี้จะได้พึ่งใบบุญ  ไหงในประเทศพี่ตีกันเองซะเละแถมยังเอาตัวไม่รอดเขมรยังแข็งกร้าวทวงหนี้รัฐบาลทุกวันข้อหายิ่งปืนใส่ทหารเค้า  ไม่สำนึกบุญคุณช่วยสร้างประเทศเมื่อ 20 กว่าปีก่อน  นี่เป็นเพราะในชาติเราอ่อนแอแท้ ๆ  ต้องยืมคำพูดคุณวู้ดดี้เกิดมาคุยที่กล่าวว่า  “ราตรีสวัส พี่น้องชาวไทย



เส้นทาง East-West Economic Corridor เริ่มจากเมืองท่าดานังในเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว (Lao Bao) อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามซึ่งติดกับชายแดนสปป.ลาว จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 9 จะผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในสปป.ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่จังหวัดมุกดาหารวิ่งผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต่อเข้าไปยังประเทศพม่าจนทะลุอ่าวเมาะตะมะสามารถข้ามแพขนานยนต์ข้ามอ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง

เมืองดานังเป็นเมืองท่าที่สำคัญของเวียดนาม หรือที่คนเวียดนามเรียกดาหนังสามารถขนถ่ายสินค้าที่มาจากทะเลจีนใต้ขึ้นทางรถเพื่อใช้เส้นทาง East-West Economic corridor

East-West Economic Corridor ผ่านเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดถัวเทียน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เคยเป็นเมืองหลวงเก่าในสมัยราชวงศ์เหงียน ช่วงปี พ.ศ. 2345-2488 เว้อยู่ในเวียดนามกลางตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้ำหอม ห่างจากฮานอย 540 กม. ห่างจากโฮจิมิน 644 กม.

ด่านลาวบาวด่านชายแดนเวียดนาม-ลาว เมื่อผ่านด่านใช้เส้นทางหมายเลข 9 ผ่านเมืองพีน (Phin) - เข้าแขวงสะหวันนะเขตในสปป.ลาว

แขวงสะหวันนะเขตอยู่ตอนกลางค่อนข้างใต้เทียบกับไทยก็ประมาณ ประจวบคีรีขันธ์ เมืองหลวงคือไกรสอนพมวิหาร เป็นแขวงใหญ่ลำดับ 2 ลองจากนครหลวงเวียงจันทร์ East-West Economic Corridor ทำให้คนไทยข้ามไปเที่ยวสะหวันนะเขตมากขึ้น รวมถึงคนเวียดนามก็เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น เส้นนี้เองที่ทำให้แรงงานเวียดนามไหลเข้ามาในประเทศไทย อยู่ย่าน ม.รามคำแห่งเยอะแยะไปหมด ปลายเดือนทีก็ออกไปลาวเพื่อไม่ให้วีซ่าขาดเพราะถือ Passport เวียดนามอยู่ไทยได้ 30 วัน เหมือนเราไปเวียดนาม

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 สะหวันนะเขด-มุกดาหาร ซึ่งมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 นี้เป็นเส้นทางเชื่อม East-West Economic Corridor ทำให้แขวงสะหวันนะเขดกลายเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ รัฐบาลลาวได้ประกาศจัดตั้ง เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุน

East-West Economic Corridor เข้าสู่ประเทศไทยที่ด่าน ตม.มุกดาหาร ศตม.ภ.ตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงนี้หากเป็นชาวไทยเดินทางออกนอกประเทศถ้ามี Passport สามารถอยู่ในลาวได้ 30 วัน หากถือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ( Temporary Border Pass) หรือหนังสือผ่านแดน ( Border Pass) สามารถพำนักอยู่ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขตได้ครั้งละไม่เกิน 3 วัน( 2 คืน)

จากจังหวัดมุกดาหารวิ่งผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก

จาก พิษณุโลก สุโขทัยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข12 จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากระยะทาง 770 กม.

East-West Economic Corridor ไปสู่พม่าที่ เมืองมะละแหม่งชาวไทยเชื้อสายมอญหลายหมู่บ้านมีตำนานเล่าขานว่าบรรพบุรุษของตนอพยพมาจากเมืองมะละแหม่ง หากพม่าเปิดประเทศสามารถไปได้ถึงอินเดีย ตะวันออกกลาง หรือจีน และรัสเซียได้ โลกนี้ไร้พรมแดนจริง ๆ

หากไม่มี East-West Economic Corridor เดินทางโดยเรือต้องผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งเป็นช่องแคบระหว่างแหลมมลายูและเกาะสุมาตรา

East-West Economic Corridor ประดุจเส้นทางสายไหมคาราโครั่มไฮเวย์(Karakoram highway) ซึ่งเส้นทางขนาบไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาฮินดูกูจ และเทือกเขาคาราโครัมถึง เมืองซีอานปลายทางสายไหมประเทศจีน ทะลุมองโกเลียเข้ารัสเซียกันไปเลย




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 9 สิงหาคม 2552 20:25:53 น.
Counter : 4509 Pageviews.  

สบายดี สปป.ลาว ขับรถชิว ๆ ไปสะหวันนะเขต

เค้าบอกว่าไทย – ลาวเป็นบ้านพี่เมืองน้อง แต่บางคนเดินทางมาเกือบทั่วโลกแต่ไม่เคยไปลาว เพราะอาจจะมองว่าคล้ายกับอยู่บ้านตัวเอง หรืออาจจะไม่ได้อารมณ์ว่าได้ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าเรายังมีเพื่อนบ้านที่น่ารักอยู่ข้าง ๆ เรานี่เอง เดินทางก็ไม่ยากไปได้ทั้งทางเครื่องบินรถยนต์ รถไฟ หรือแม้กระทั่งขี่จักรยานไป(อันนี้จริง ๆ เพราะผมเห็นหลายชมรมจักรยานก็ขี่ไปสำรวจเส้นทางกันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว) ลาวนั้นไม่มีทางออกทะเล หรือ ที่เรียกว่า Landlock Country มีพรมแดนติดกับไทย จีน เวียดนาม พม่า กัมพูชา ใช้ชื่อเต็มว่า “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” แปลกที่ถ้าประเทศไหนใช้คำว่า...

"สาธารณรัฐประชาธิปไตย" แต่การปกครองกลับเป็นประเทศที่ปกครองใน
ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (เรื่องของชื่อประเทศนี่หากเราศึกษาให้ดี ๆ
เราจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าประเทศนั้น ๆ ปกครองด้วยระบอบใด)

สปป.ลาวเอง มีประวัติอันยาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรน่านเจ้า(อาณาจักรทางใต้
ของจีน) ยาวนานมาจนถึงอาณาจักรล้านช้างซึ่งเริ่มเป็นปึกแผ่นในสมัยพระเจ้าฟ้า
งุ้ม (พ.ศ. 1896) หากเทียบกับประเทศไทยตรงกับรัชสมัยของพระยาลิไทย
(หรือพระมหาธรรมราชาที่ 1 แห่งกรุงสุโขทัย อาณาจักรล้านช้างยาวนาน
พอสมควรมีกษัตริย์หลายพระองค์ที่คุ้นหูคนไทยน่าจะเป็นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ซึ่งเป็นสมัยอยุธยาในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ บอกสมเด็จ
พระมหาจักรพรรดิ นั้นอาจจะนึกไม่ออกต้องไล่ประวัติศาสตร์ยาว แต่ถ้าบอกว่า
ในหนังพี่ตั้ว (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ในภาพยนต์เรื่อง สุริโยไท ต้องร้องอ๋อ
แน่นอน ต่อมาอาณาจักรล้านช้างแบ่งแยกเป็น 3 ก๊ก(เพราะประชาชนในชาติแตก
ความสามัคคีกันเองแบ่งเป็นฝักฝ่าย

เอ! ช่างเหมือนประเทศไหนหนอ?>> คือ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง
เวียงจันทร์ และ จำปาศักดิ์ ทั้ง 3 อาณาจักรต่างอิสระไม่ขึ้นต่อกัน เมื่อประเทศใดก็ตามแม้แต่คนในชาติยังแตกความสามัคคีสิ่งที่ตามมาก็ไม่ต้องห่วงครับไม่ต้องฟันธง หรือคอนเฟิรมก็ได้ คือ ชาติล่มสลาย ซึ่งในที่สุดทั้ง 3 อาณาจักรก็ตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศสยาม(ไทย) ในปี พ.ศ.2321 สยามปกครองลาวในฐานะประเทศราช(เมืองขึ้น) เป็นเวลา 100 กว่าปี ผ่านการเสียกรุงครั้งที่ 2 ในวันที่ 7 เมษายน 2310 จนพระเจ้าตากสินมหาราชกอบกู้กรุงศรีอยุธยาได้ภายใน 7 เดือน(7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310) ลาวก็ยังอยู่ในการปกครองของสยามอาจจะแข้งกระด้างบ้างช่วงที่สยามอ่อนอำนาจ จนมาถึงในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.3

ทรงพระพิโรธเจ้าอนุวงศ์ของเวียนจันทร์ฐานจะตั้งตนเป็นอิสระจึงทรงปราบปราบ
และจับเจ้าอนุวงศ์ขังจนสิ้นพระชมน์ ส่วนกรุงเวียงจันทร์นั้นทรงมีพระบัญชาให้
ทำลายจนไม่เหลือสภาพความเป็นเมืองและตั้งศูนย์การปกครองฝ่ายไทยเพื่อ
ดูแลอาณาจักรเวียงจันทร์ที่เมืองหนองคายแทน จนมาถึงยุคสมัยการล่อาณานิคม

ไทยเราพิพากษ์กับฝรั่งเศส ๆ นำเรือรบมาปิดอ่าวไทยเพื่อบีบให้ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เรารู้จักในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 หรือ พ.ศ. 2436 หรือ France-Siam War ฝรั่งเศสได้รับชัยชนะ(แบบตกลงกันฉันท์มิตรระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส) เราต้องยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง(ลาว)ให้กับฝรั่งเศสไป ลาวจึงตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส(เราจึงเห็นสถาปัตยกรรมประตูชัยที่เวียงจันทร์เหมือนที่ปารีสของฝรั่งเศส) ลาวมาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2496(ยุคที่ฝรั่งเศสแพ้สงครามเดียนเบียนฟูให้กับเวียดนาม) ภายหลังได้รับเอกราชลาวยังปกครองโดยระบบกษัตริย์โดยได้รวมทั้ง 3 อาณาจักร คือ ...

ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทร์และล้านช้างจำปาสัก
เป็นอาณาจักรลาว
ต่อมาเมื่อสมัยทฤษฎีดอมิโน่ลัทธิคอมมิวนิสต์ขยายอำนาจก็แบ่งกันเป็นฝ่าย
ซ้าย(คอมมิวนิสต์)และฝ่ายขวา(ระบบกษัตริย์)และลาวก็ต้องไปพัวพันกับสงคราม
เวียดนามไปโดยปริยาย(จริง ๆ ก็ไม่เว้นแม้แต่ไทย)ซึ่งสงครามเวียดนามเปรียบ
เหมือนสงครามตัวแทน(ได้เคยกล่าวไปแล้วในคอลั่มเที่ยวเวียดนาม)

ในที่สุดสงครามตัวแทนในลาวนั้นฝ่ายคอมมิวนิสต์ภายใต้การส่งประกวดของ
เอ้ย...สนับสนุนของโซเวียด และเวียดนามเหนือ(โฮจิมิน) ได้รับชัยชนะ ในปี พ.ศ.2518 ยุคสมัย 14 ต.ค.2514 และ 16 ต.ค. 2519 บ้านเรา การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(กษัตริย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา) ยินยอมสละพระราชอำนาจ พรรคประชาชนปฏิวัติแห่งชาติลาวจึงประกาศสถาปนา “สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 นั่นแหละประวัติคร่าว ๆ ของประเทศ สปป.ลาว

การท่องเที่ยวในลาวนั้นที่ฮิต ๆ ของบริษัททัวร์ บ้านเราคล้าย ๆ กับเวียดนาม คือ มีลาวเหนือ เวียงจันทร์ วังเวียง เชียงขวาง หลวงพระบางซึ่งเส้นนี้ถ้าเดินทางโดยรถยนต์จะออกทางหนองคาย ส่วนลาวใต้จะเป็นเส้นจำปกสัก ปากเซ หลีผี สี่พันดอน คอนพะเพ็ง(ไนแองการ่า แห่งเอเซีย) ทางนี้จะออกทางอุบลราชธานี(ช่องเม็ก) ข้ามสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น เข้าสู่เมืองปากเซ อ่านแล้วคงงงว่าสะพานเชื่อมไทย-ลาว ทำไมเป็นลาว-ญี่ปุ่น ง่ายนิดเดียวญี่ปุ่นสร้างให้ลาว ส่วนลาวก็ฉลาดนิดนึง(คาดว่าได้ไอเดียจากพี่ไทย) คือ ลาวตั้งชื่อสะพานด้วยชื่อลาวนำหน้าญี่ปุ่น อีกเส้นหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือออกทางด้านมุกดาหารเข้าสะหวันนะเขตทะลุด่านลาวบาวออกสู่เมืองเว้ของเวียดนาม(อ่านได้จากตอนเที่ยวเวียดนามใต้) สิ่งที่รัฐบาลแห่งซาติไทย(พูดสำเนียงลาว) น่าคิดก็คือการทำการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เช่น ลาว และเวียดนามที่มีการกำหนดเส้นทางท่องเทียวเส้นเหนือ ใต้อย่างเป็นรูปธรรม แต่บ้านเราต่างคนต่างทำมีทั้ง อบต. อบจ. และททท. จังหวัดซึ่งทำให้แข่งกันเอง สังเกตง่าย ๆ การทำตลาดน้ำ หรือ เมืองเก่า เช่นที่อัมพวา พอ อัมพวาบูม บางน้อยก็ทำตามทั้ง ๆ ที่จุดขายเหมือนกัน ตรงนี้ทำให้แย่งตลาดและนักท่องเที่ยวกันเอง

บ่นซะมากกลับไปเที่ยวลาวกันดีกว่าครับ ว่าแต่ว่าจะเริ่มยังไงดีง่ายสุดคือใช้ทางหลวงหมายเลข 2 เส้นมิตรภาพแล้วไปเลี้ยวซ้ายที่ จ.ขอนแก่นและใช้ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่ จ.มุกดาหาร จริง ๆ ที่มุกดาหารเองมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายที่แต่ขออนุญาตข้ามไปก่อนแวะไปเที่ยวเมืองลาวที่สะหวันเขตกันก่อนดีกว่า แต่การขับรถไปลาวนั้นเจ้าของรถจะต้องมีหนังสืออนุญาตใช้รถระหว่างประเทศ หรือ พาสปอร์ตรถ(เหมือนคนต้องมีพาสปอร์ต) ซึ่งสามารถติดต่อขอรับได้ ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพียงนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ พร้อมหลักฐาน ได้แก่ สำเนาสมุดคู่มือจดทะเบียนรถและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน โดยเจ้าของรถจะได้รับพาสปอร์ตรถและสติกเกอร์แสดงประเทศ สำหรับนำไปติดไว้ที่รถก่อนนำรถเข้าประเทศลาวด้วย ส่วนเอกสารของผู้ขับรถหรือผู้เดินทางจะประกอบด้วย หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) จากกรมการกงสุล และหนังสือผ่านแดน ซึ่งสามารถติดต่อขอรับได้ ณ ที่ทำการ บริษัท ขนส่ง จำกัด ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดชายแดนไทย-ลาว โดยนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูปไปแสดงทำไม่ยากเลยครับเสียเงินค่าถ่ายรูป 100 บาทมีเจ้าหน้าที่(เอกชน) ให้บริการ

อ่อ! อย่าลืมอย่างหนึ่งนะครับ การที่จะนำรถข้ามประเทศได้รถต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของท่านไม่ใช่ไฟแน้นซ์ หรือถ้าเป็นไฟแน้นซ์ต้องให้ทางไฟแน้นซ์มอบกรรมสิทธิ์ให้กับท่านด้วย(ซึ่งยุ่งยากมาก) หากไม่สะดวกสมัยนี้มีเส้นทางขนส่งของ บขส. สะดวกมากในการเดินทาง เส้นทาง บขส.ไทย-ลาวประกอบด้วยกัน 4 เส้นทาง คือ 1. หนองคาย-นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางที่ 2 อุดรธานี-นครเวียงจันทร์ เส้นทางที่ 3 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต เส้นทางที่ 4 ขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทร์ (รายละเอียดสามารถค้นหาได้จาก //www.transport.co.th)

สะหวันนะเขตถือเป็นดินแดนศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว อยู่ตรงข้าม จ.มุกดาหารของไทยและชายแดนประเทศเวียดนามชื่อตามทางการคือเมืองขันธบุรี ประวัติศาสตร์เมืองสะหวันนั้นเริ่มตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ โดยเมื่อก่อนมีชื่อว่าสุวันนะพูมประเทศ เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ในปี พ.ศ. 2120 ท้าวหลวงและนางสิมได้อพยพผู้คนจากภาคเหนือลงมาตั้งหมู่บ้านชื่อว่าหลวงโพนเมืองสิม ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นสมัยนี้ก็เป็นถนนลาดยางเส้นทางเดียวกับไปพระธาตุอิงฮัง และเมื่อ พ.ศ. 2185 ท้าวสิมพะลีบุตรชายได้พาชาวบ้านหลายสิบครอบครัวแยกออกไปตั้งเมืองใหม่(ประมาณว่าเซ็งพ่อแม่ ไปตั้งเมืองใหม่ให้ตามใจเด็กแนว) โดยให้ชื่อว่า บ้านท่าแร่ เพราะอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุและทองคำ(จึงเห็นที่ตลาดสะหวันนะเขตมีทองคำขายจำนวนหลายร้าน น่าจะมาจากอารยธรรม อันนี้ผมคิดเองนะครับ อย่าถือเป็นประวัติศาสตร์) จนถึงปี พ.ศ. 2462 เมื่อลาวตกเป็นประเทศอาณานิคม ฝรั่งเศสได้ตั้งสำนักงานผู้ว่าราชการแผ่นดินประจำแขวงที่ท่าแร่ และตั้งชื่อใหม่เป็นสะหวันนะเขต

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมือง

• ตลาดสิงคโปร์ : ตั้งอยู่ถนนศรีสว่างวงศ์ ตรงข้ามสถานีวิทยุกระจายเสียงสะหวันนะเขตห่างจากด่านศุลกากรสะหวันนะเขตมาประมาณ 0.5 กิโลเมตร เปิดเวลา 05.00-18.00 น. ตลาดสะหวันนะเขตเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของแขวงเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญของชาวบ้านที่นี่ เปิดมาประมาณ 6 ปีแล้ว สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกว่าตลาดสิงคโปร์เพราะสิงคโปร์เคยให้เงินช่วยเหลือในการก่อสร้างแทนตลาดเก่าในตัวเมือง มีของนานาชนิดให้เลือกสรร ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และเครื่องประดับมากมาย ถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะมีตลาดนัดขายของจากประเทศไทย จีน เวียดนาม และลาว นอกจากนี้ยังเป็นท่ารถต่างอำเภอของสะหวันนะเขตด้วย มีอาหารสด อาหารท้องถิ่น ขนมท้องถิ่น ผลไม้และอาหารสำเร็จรูป มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน เครื่องมือก่อสร้าง อุปกรณ์แต่งรถ ยาเส้น เสื้อผ้า ทองรูปพรรณให้เลือกซื้อมากมาย

• วัดชัยสมบูรณ์ : ตั่งอยู่ห่างจากด่านศุลกากรสะหวันนะเขตมาทางทิศเหนือประมาณ 500 เมตร วัดชัยสมบูรณ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของแขวงนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2439 จุดเด่นอยู่ที่ผนังด้านนอกพระอุโบสถที่เป็นภาพปูนปั้นนูนต่ำรูปอูฐและแรดนอเดียว พื้นปูด้วยกระเบื้องแบบฝรั่งเศส ประตูวัดหันหน้ามาทางทิศใต้ตามแบบสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนานิกายเถรวาท ถัดมาทางซ้ายมือเป็นกุฎิวัด ที่ใช้เป็นอาคารเรียนของพระสงฆ์ และเป็นห้องเรียนสอนหนังสือให้กับเด้กชาวลาว ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกึ่งฝรั่งเศสยุคอาณานิคมและกึ่งพระพุทธศาสนา มีหอกลองขนาดใหญ่ ที่ด้านบนสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงได้สวยงามและชายฝั่งจังหวัดมุกดาหาร

• วัดเจ้า : ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดชัยสมบูรณ์ วัดเจ้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าศาลเจ้าสุตตโน เป็นศาลขนาดกลางตั้งอยู่ริมน้ำโขง มีรูปปั้นเจ้าสุตตโนรูปหล่อทองคำสูงเท่าคนปกติยืนอยู่ด้านหน้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บวงสรวงบูชาเทพและภูตผีต่างๆ ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าได้มาทำบุญ สักการะที่ศาลแห่งนี้แล้ว จะอยู่เย็นเป็นสุข ด้านบนเป็นศาลาบ้านไม้ สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของริมโขงได้

• อนุสาวรีย์ท่านกุรวงศ์ : ตั้งอยู่บนถนนสุดธนู ตรงข้ามศาลเจ้าจีน ห่างจากวัดชัยสมบูรณ์ประมาณ 500 เมตร ท่านกรุวงศ์เป็นวีรบุรุษในสมัยสงครามต่อต้านญี่ปุ่น และเป็นอดีตรัฐมนตรีกลาโหมคณะรัฐบาลฝ่ายขวา (อนุรักษ์นิยม) อนุสารีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อร่วมจารึกประวัติศาสตร์วีรชนสมัยสงครามของประเทศลาว รุปปั้นหินปูนสีดำทะมึนขนาดเท่าคนจริง เชิดชูเกียรติท่ากรุวงศ์ สร้างขึ้นหลังจากที่ท่านถูกลอบสังหารโดยท่านอยู่ในชุดขุนนางชั้นสูง สวมเสื้อไม่มีปก ยืนอยู่กลางลานสวนดอกไม้ล้อมรั้วเหล็กขนาดเล็ก รูปหล่อนี้ถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน เพราะเหตุผลทางการเมืองเพิ่งจะนำมาตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2538

• โบสถ์เซนต์เทเรซ่า : ตั้งอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์กรุวงศ์ประมาณ 1 กิโลเมตร ตัวโบสถ์เซนต์เทเรซ่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบศิลปะฝรั่งเศส ส่วนปลายสร้างเป็นตึกทรงกลมคล้ายกับหอคอยในประเทศฝรั่งเศส ขวามือตรงประตูทางเข้ามีซุ้มดอกไม้ จัดตกแต่งคล้ายอุโมงค์สวยงามมาก ด้านในมีรูปปั้นพระแม่มารีขนาดเล็กตั้งอยู่ ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องและกระจกแบบฝรั่งเศสดูอบอุ่นเงียบสงบ โบสถ์นี้นับเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับผู้คนในชุมชนเวียดนาทที่นับถือศาสนาคริสต์

• ถนนสีเมือง : ในอดีตถนนสายนี้ถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจ เพราะเป็นถนนที่มีร้านค้าตั้งอยู่ตลอดทั้งสาย ปัจจุบันร้านค้าเก่าแก่เหล่านั้นยังคงสภาพตัวตึกและอาคารดั้งเดิมสมัยยุคอาณานิคมไว้ แต่บางส่วนอาจถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหารที่ดูทันสมัยขึ้น ตลอดจนอาคารบ้านเรือนของชาวลาวที่สร้างขึ้นสลับกัน แต่ก็ดูกลมกลืนและเป็นรูปแบบเฉพาะที่หาดูได้เฉพาะถนนสายนี้เท่านั้น

• พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ : ตั้งอยู่ห่างจากวัดชัยสมบูรณ์ 500 เมตร เวลาเปิด 08.00- 12.00 น. และ 13.00-16.00 น. พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในสะหวันนะเขต แสดงร่องรอยการปรากฏของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และความสามรถของนักโบราณคดีชาวลาวที่ร่วมกับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสขุดหาร่องรอยและหลักฐานไว้ได้มากมาย

จุดเด่นที่น่าชมคือ การค้นพบกระดูกและรอยเท้าไดโนเสาร์ 2 ประเภท 4 สายพันธุ์
คือ ประเภทกินเนื้อ 1 สายพันธุ์ ประเภทกินพืช 3 สายพันธุ์ โดยร่องรอยกระดูก
ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ถูกค้นพบที่สะหวันนะเขตนั้นเป็นส่วนหางของ
ไดโนเสาร์พันธุ์ Saltasaurus ค้นพบกระดูกสมบูรณ์ครบทั้งหางและมีตู้กระดูก
อีกกว่า 10 ตู้เก็บชิ้นส่วนกระดูกไดโนเสาร์ ซากก้อนหินทองคำ ทองแดง หินกล้า
ที่ถูกค้นพบที่บ่อขุดหินแขวงสะหวันนะเขต ฟอสซิลหินรูปหอย ปลา และ เต่า
โบราณ ที่น่าสนใจมาก

นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วรศีรษะและฟันของสัตว์ดึกดำบรรพ์ลักษณะคล้ายกิ้งก่ายักษ์เป็ฯสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เกิดก่อนยุคสมัยของไดโนเสาร์จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ด้วย

• พิพิธภัณฑ์แขวงสะหวันนะเขต : ตั้งอยู่ห่างจากด่านศุลกากรสะหวันนะเขตไปทางทิศใต้ 3 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลประจำแขวง เวลาเปิด วันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น. พิพิธภัณฑ์แขวงสะหวันนะเขตนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในตัวตึกสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ภายในอาคารมีเรื่องราวและเหตุการณ์เกี่ยวกับสงครามปลดปล่อยและสงครามอินโดจีน บอกเล่าเรื่องราวอดีตแห่งการต่อสู้ของวีรชนลาวที่ร่วมกันต่อสู้ขับไล่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีกระทะและโอ่งทองคำ ที่ถูกค้นพบในสมัยอดีตมาตั้งโชว์ในตู้กระจก รวมไปถึงเส้นทางโฮจิมินห์แสดงความเป็นพี่น้องกันระหว่างลาวกับเวียดนามที่ร่วมกันต่อสู้สงคราม ตลอดจนตัวอย่างอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้ชมอีกด้วย ถัดมาภายนอกมีซากปืนโบราณใหญ่ 4 อัน และซากเครื่องบินรบลำเล็ก 1 ลำ หันหน้าออกสู่แม่น้ำโขงคล้ายกับป้อมปืนต่อสู้สมัยสงครามอินโดจีนและสงครามปลดปล่อยประเทศจากฝรั่งเศส

• วัดรัตนรังษี : ตั้งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์แขวงสะหวันนะเขต 1 กิโลเมตร วัดรัตนรังสีสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2494 เพื่อเป็นโรงเรียนสอนพระธรรม บริเวณภายในวัดมีต้นไม้ขึ้นโดยรอบ บรรยากาศร่มรื่น ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาว 15 เมตร ประดิษฐานอยู่ในศาลาลองธรรม ถือเป็นพระปางที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธามาก จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ หน้าต่างกรุกระจกรอบพระอุโบสถและศาลาลองธรรมที่สวยงามและภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติ

สถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมือง
• พระธาตุอิงฮัง : ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 13 ประมาณ 13 กิโลเมตร เลียบถนนไปบ้านโพนสิม พระธาตุอิงฮังเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนมในประเทศไทย ทุกปีชาวลาวจะมีงานนมัสการพระธาตุอิงฮังเป็นงานยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับที่ชาวไทยจัดงานประเพณีนมัสการพระธาตุพนม งานทั้งสองมีขบวนแห่เทียนและการฟ้อนรำถวายองค์พระธาตุเช่นเดียวกัน แต่งานพระธาตุอิงฮังจะจัดขึ้นช่วงเดือนธันวาคมส่วนพระธาตุพนมจะจัดขึ้นในช่วงวันเพ็ญเดือนสาม เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี องค์พระธาตุมีความสูง 25 เมตร ตัวประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน มีภาพแกะสลักแนวกามาวิจิตของฮินดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับการบูรณะในสมัยอาณาจักรล้านช้างและสมัยฝรั่งเศสปกครอง ฐานเบื้องล่างองค์พระธาตุเจาะเป็นช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ ในอดีตเปิดให้เข้าไปได้เฉพาะผู้ชาย แต่ปัจจุบันปิดไม่ให้เข้าไป รอบผนังกำแพงวัดด้านในสร้างเป็นศาลาเดินวนรอบวัด มีพระปางเงินจำนวน 160 องค์ เป็นฝีมือการหล่อของพุทธศาสนิกชน 2 ชาติ คือช่างคนไทยกับช่างคนลาว

• ปราสาทเรือนหิน : ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากสะหวันนะเขตมาทางทิศใต้ ไปตามทางหมายเลข 13 ประมาณ 90 กิโลเมตร ปราสาทเรือนหินเป็นซากปราสาทขอมเก่าแก่อายุกว่าพันปี อยู่ในเมืองไชยภูทอง

• พระธาตุโพน : ตั้งอยู่เส้นทาวเดียวกับที่จะไปปราสาทเรือนหิน ห่างจากสะหวันนะเขตประมาณ 65 กิโลเมตร พระธาตุโพนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองไชยภูทอง องค์เจดีย์เป็นทรงกลมสีขาวขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายพระธาตุหมากโมที่หลวงพระบาง กล่าวกันว่าสร้างมา 500 ปีเศษแล้ว

• ป่าสงวนภูช้างแห : รัฐบาลสวีเดนร่วมกับรัฐบาลลาวเป็นผู้จัดนำเที่ยวบริเวณนี้เพียงรายเดียว ด้วยรูปแบบผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เดินผจญภัยศึกษาเส้นทางธรรมชาติ และศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยที่อยู่ตลอดเส้นทาง สำหรับนักเดินทางที่ชอบการผจญภัยการมาที่ป่าสงวนภูช้างแห เรียกได้ว่าตอบสนองได้อย่างถึงรสถึงแก่น คุณอาจเริ่มต้นด้วยการเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ดูสัตว์ป่า กิจกรรมเดินเขา ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ด้านบนที่มองเห็นแนวป่าและแนวเขาลาดยาวทั่วบริเวณ ปิดท้ายด้วยการใช้ชีวิตแบบโฮมสเตย์กับชาวบ้านชนกลุ่มน้อยท้องถิ่น เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่และเปลี่ยนวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีชาวลาวดั้งเดิม และประเพณีเฉพาะกลุ่มชนท้องถิ่น

• เซโปน : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสะหวันนะเขต มาตามทางหลวงหมายเลข 9 ประมาณ 190 กิโลเมตร เซโปนเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากภัยภิบัติเมื่อครั้งเกิดสงครามทำลายลงมากที่สุด เพราะในอดีตเซโปนเป็นเมืองผ่านเส้นทางสายโฮจิมินห์อันเป็นเส้นทางรบที่มีชื่อเสียงมากในสงครามอินโดจีน เป็นเครือข่ายของถนนทุรกันดารที่ซับซ้อนเลียบชายแดนลาว – เวียดนาม ตั้งต้นจากโพนสะหวันนะเขตลงมาถึงอัตตะปือและมีทางต่อไปยังกัมพูชาได้ จุดเด่น เซโปนยังคงร่องรอยของอดีตไว้อย่างชัดเจน ถนนรอบเมืองที่มีซากปรักหักพัง ซากอาวุธยุทโธปกรณ์ ทิ้งหลงเหลือไว้ได้เห็นได้ชินตา ในอดีตเส้นทางนี้พวกเวียดมินห์สร้างไว้เพื่อลำเลียงพลสู้กับทหารฝรั่งเศส พ.ศ. 2506 – 2517 ช่วงสงครามอินโดจีน กองทัพเวียดนามเหนือใช้เป็นเส้นทางลำเลียงพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังเวียดนามใต้ สหรัฐอเมริกาพยายามทำลายเส้นทางนี้โดยการทิ้งระเบิดอย่างหนัก จนทิ้งร่องรอยแห่งสงคราม และความพังพินาศปรากฏอยู่ชัดเจน ปัจจุบันยังคงมีกับระเบิดและซากอาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นเครื่องยืนยันเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างโหดเหี้ยมตลอดเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก

ภาษา
สะหวันนะเขตจะใช้ภาษาถิ่นที่เรียกว่า “คำม่วน” ซึ่งสำเนียงภาษาถิ่นของลาวเองมีอยู่ด้วยกัน 6 สำเนียง คือ ลาวเวียงจันทร์ ลาวเหนือ ลาวตะวันออกเฉียงเหนือ ลาวกลางหรือคำม่วน ลาวใต้ และลาวตะวันตก(สำเนียงร้อยเอ็ดบ้านเฮา) ภาษาลาวเป็นภาษาที่น่ารักและซื่อ ๆ เรามาดูตัวอย่างภาษาลาวที่น่ารัก ๆ มีให้เห็นทางอินเตอร์เน็ตและส่งกันทางอีเมลอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่าง :
ท : Superman ล : บัก อึดถลาลม
ท : Face Off ล : หน้าข้อยอยู่ปู๊น หน้าเปิ้นอยู่นี่
ท : Speed ล : เบรกบ่อยู่
ท : สองสิงห์ชิง บัลลังก์ ล : สอง สิงห์ชิงตั่งนั่ง
ท : รักจริงๆ ให้ดิ้นตาย ล : ฮักคักคัก ชักแงก แงก
ท : โลกทั้งใบให้นายคนเดียว ล : โลกโม้ดม้วยให้โต๋ผู้ เดียว
ท : หนูน้อย พเนจร ล :**น้อย ตุหรั่ดตุเหร่
ท. ไททานิค ล: ชู้รักเรือ ล่ม ท : ห้อง คลอด ล : ห้องประสูติ
ท : นาง ผดุง ครรภ์ ล : นาง ประสูติ
ท : ห้องไอซียู ล : ห้อง มรสุม
ท : ปั๊มป์เชล ล : ปั๊ม ป์หอย
ท : ไฟ แดง ล : ไฟ อำนาจ
ท : ไฟเขียว ล : ไฟ อิสระ
ท : ถ่ายเอกสาร / ถ่ายสำเนา ล : อัด เอกสาร
ท : ร้านถ่ายรูป ล : ร้านแหกตา (- -'')
ท : ผ้าเย็น ล : ผ้า อนามัย * เหอๆๆ
ท : Johny Walker ล : บักจอน ย่าง * เฮ้ย
ท. ห้องผ่าตัด ล. ห้องปาด
ท.จู ราสสิคปา ร์ค ล.กะปอมพยศ
ท.เชือด เชือด นิ่ม นิ่ม ล.ปาด ปาด เนิบ เนิบ
ท.หลอด ฟลูออเรสเซนต์ ล. ข้าวหลาม แจ้ง
ท. รถไฟ ล.ห้องแถว ไหล


ศึกษาภาษาลาวได้ที่เว็บของ ม.ราชภัฎอุบลราชธานี
//www.ubru.ac.th/ccu/lao_index.php

//www.seasite.niu.edu/lao/LaoLanguage/Lao_language_fp.htm

ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท (ศึกษาได้จากเว็บไซด์ด้านล่าง)
//www.southlaostour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5368764&Ntype=15



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ ม่วนซื่นลาว
หนึ่งในแรงบันดาลใจในการที่อยากจะไปท่องเที่ยวลาว สมเด็จพระเทพฯ
ทรงเป็นผู้เจริญสัมพันธไมตรีกับ ต่างประเทศมากมายส่งผลให้ประเทศไทย
มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับประเทศต่าง ๆ


การขับรถไปลาวนั้นเจ้าของรถจะต้องมีหนังสืออนุญาตใช้รถระหว่างประเทศ
หรือ พาสปอร์ตรถ(เหมือนคนต้องมีพาสปอร์ต)เล่มสีม่วง ซึ่งสามารถติดต่อ
ขอรับได้ ณ กรมการขนส่งทางบก ตรงข้ามสวนจตุจักร หรือ ที่สำนักงานขนส่ง
ทั่วประเทศ



ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ หรือใบขับขี่สากลเอกสารที่ต้องใช้ คือ
สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน ใบขับขี่
รถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพและสำเนา รูปถ่าย 2 รูป ค่าธรรมเนียม 505 บาท
(ปัจจุบัน มีใบขับขี่สากลในรูปแบบบัตรพลาสติก แล้ว)


หลังจากที่ทำพาสปอร์ตรถเรียบร้อยแล้วจะได้สติ๊กเกอร์ตัว T แผ่นสีขาวติด
กระจกหน้าและหลัง จริง ๆ หากเดินทางไปเวียดนาม จีนจะต้องใช้แผ่นป้าย
ทะเบียนที่เป็นภาษาอังกฤษแต่รู้สึกว่าลาวจะอนุโลม



ตารางเดินรถ บขส. ไทย – สปป.ลาว วันละ 12 เที่ยว ราคา 45 บาท จริง ๆ
แล้วไม่ไกลเลย แต่เสียเวลาทำใบผ่านแดนและกระบวนการ ตม. เสียมากกว่า



เส้นทาง บขส.ไทย-ลาวประกอบด้วยกัน 4 เส้นทาง คือ 1. หนองคาย-
นครหลวงเวียงจันทร์ เส้นทางที่ 2 อุดรธานี-นครเวียงจันทร์ เส้นทางที่ 3
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต เส้นทางที่ 4 ขอนแก่น-นครหลวงเวียงจันทร์
(ปัจจุบันมีรถ ระหว่างประเทศ ไทย - สปป.ลาว มากกว่านี้ นะครับ
ติดตามข้อมูล จากเว็บไซด์ บขส.)


(รายละเอียดสามารถค้นหาได้จาก //www.transport.co.th)


ด่าน ตม.มุกดาหาร ศตม.ภ.ตะวันออกเฉียงเหนือ นะครับ (คนเข้าออก
เยอะเลยครับ)



อัตราค่าผ่านสะพานมิตรภาพไทย – สปป.ลาว (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) 50.-บาท
หรือ 13,000 กีบ รถบรรทุก 4 ล้อ 50.- บาทหรือ 13,000 กีบ รถโดยสาร
ขนาดเล็ก(เกิน 7) ที่นั่งแต่ไม่เกิน 12 ที่นั่ง ) 100.-บาทหรือ 27,000 กีบ
รถโดยสารขนาดกลาง(เกิน 12 ที่นั่งแต่ไม่เกิน 24 ที่นั่ง)150.-บาท หรือ
40,000 กีบ รถโดยสารขนาดใหญ่(เกิน24ที่นั่งขึ้นไป) 200.-บาท หรือ
54,000 กีบ รถบรรทุก 6 ล้อ250.-บาทหรือ 67,000 กีบ รถบรรทุก 10 ล้อ
350.-บาท หรือ 94,000 กีบ รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป 500.-บาท หรือ
135,000 กีบ



หนังสือผ่านแดน ซึ่งสามารถติดต่อขอรับได้ ณ ที่ทำการ บริษัท ขนส่ง จำกัด
ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดชายแดนไทย-ลาว ตรงข้าม บขส.มุกดาหาร
โดยนำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูปไป
แสดง




กรอกใบ Immigration ขาออกทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ตามปกติเช่นเดียว
กับการออกที่ด่านสุวรรณภูมิ นอกจากท่านมีใบผ่านแดนไม่ต้องกรอกส่งใบ
ให้เจ้าหน้าที่ได้เลย(นี่เป็นข้อดี และสะดวกของใบผ่านแดน)



จะนำรถเข้าลาวต้องซื้อประกันภัยด้วย ไม่ต้องสงสัยที่มีอยู่บริษัทเดียวครับ
เพราะบริษัทดังกล่าวเป็นการถือหุ้นร่วมกันระหว่างกลุ่มธุรกิจของมาเลเซีย
และรัฐบาลลาวในอัตราส่วน 80/20



คาสิโนเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีสำหรับเมืองที่เปิดการ
ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น ที่สะหวันนะเขต หรือแม้แต่ที่เวียดนามและเมินลา
ที่รัฐบาลจีนเช่าจากรัฐบาลลาว ประเทศเรายังถกเถียงกันอยู่เรื่องคาสิโน
เพราะเป็นเมืองพุทธ ชาวไทยจึงแห่ออกไปเล่นตามรอบชายแดนประเทศ
เพื่อนบ้าน จริง ๆ ศึกษาเรื่องการบริหารจัดการคาสิโนให้ลึกซึ้งเหมือน
การบริหารโรงแรม ที่มาเก๊าประเทศสงบสุข เงียบ ทั้ง ๆที่มีคาสิโนทั้งเมือง



สะพานมิตรภาพไทย ลาวเห็นแม่น้ำโขงที่ยิ่งใหญ่ แล้วนึกถึงต้นกำเนินจาก
เทือกเขาหิมาลัยไหลผ่านมณฑลชิงไห่ของประเทศจีนบริเวณที่ราบสูงธิเบต
ไหลผ่านทะเลจีนใต้ ลาว พม่า ไทย ไปถึงกัมพูชา และเวียดนามมีความยาว
ทั้งสิ้น 4,880 กม.



ดาวกาแฟ จริง ๆ ชื่อเต็มเค้าต้องเป็นดาวเรืองกาแฟ ๆ ชื่อดังของประเทศ
สปป.ลาว เช่นเดียวกับกาแฟเขาช่องของไทย ฝรั่งเศสแนะนำให้ลาวปลูก
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 (โดยการสนับสนุนของรัฐฯ) แต่นี่ไม่ใช่เล็ก ๆ นะครับ
Dao Coffee นี่ส่งขายทั้งยุโรป และทั่วโลกปี ๆ หนึ่งผลิตกาแฟเป็น 5-6
พันตัน



ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จะพบวงเวียนและมีรูปปั้นไดโนเสาร์ เนื่อง
จากสะหวันนะเขตเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์เป็นแหล่งท่องเที่ยว
เชิงประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในสะหวันนะเขต



โบสถ์เซนต์เทเรซ่า ตั้งอยู่ห่างภายในตัวเมืองสะหวันนะเขต ตัวโบสถ์เซนต์
เทเรซ่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบศิลปะฝรั่งเศส ส่วนปลายสร้างเป็นตึก
ทรงกลมคล้ายกับหอคอยไอเฟล หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์
เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส



ไม่ต้องแปลกใจที่เห็นรูปท่านโฮจิมินด้านหน้าพระธาตุพระธาตุอิงฮังเพราะ
ระหว่าง พ.ศ. 2506 – 2517 ช่วงสงครามอินโดจีน กองทัพเวียดนามเหนือ
ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังเวียดนามใต้ ลาว
และเวียดนามที่ด้อยกว่าทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ จึงได้ร่วมกันตั้ง
เป็นกองกำลังผสม ลาว-เวียดนาม เข้าโจมตีฝรั่งเศสแบบกองโจร



ค่าเข้าชมพระธาตุอิงฮังคนต่างซาติ 5,000 กีบประมาณ 20 บาท
(1 บาท/1,000 กีบ) แต่สำหรับชาวลาวก็เสียราคาถูกกว่าคือ 2,000 กีบ


พระธาตุอิงฮัง มีความสูง 25 เมตร ตัวประตูทางเข้ามีทั้ง 4 ด้าน มีภาพ
แกะสลักแนวกามาวิจิตของฮินดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในเป็นที่
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับการบูรณะในสมัยอาณาจักรล้านช้าง
และสมัยฝรั่งเศสปกครอง พระธาตุอิงฮังเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนม
ในประเทศไทย



กำแพงวัดด้านในสร้างเป็นศาลาเดินวนรอบวัด มีพระปางเงินจำนวน 160
องค์ เป็นฝีมือการหล่อของช่างไทยและลาว(ผมเดินดูใต้ฐานพระพุทธรูป
มีภาษาลาวนึกสงสัยอยู่นานว่าแปลว่าอะไร เดินไปมาจึงรู้ว่าเป็นรายชื่อ
ผู้บริจาค)



เส้นทางอิโดจีนเป็นเส้นทางขี่จักรยานที่ชื่นชอบฝรั่ง หรือแม้แต่ชมรมจักรยาน
ต่าง ๆ ในประเทศไทยก็ใช้เส้นทางไทย ลาวกันเหมือนกัน ฝรั่งมีความกล้า
และความเชื่อมั่นในตัวเองและข้อมูลที่ศึกษาจึงกล้าที่จะไปไหนมาไหน
แม้แต่เดินทาง...ข้ามทวีปด้วยตัวคนเดียว



อนุสรณ์สถานของท่านประธานประเทศคนแรก ไกรสร พรหมวิหาร
ซึ่งเป็นผู้นำของ สปป.ลาว ในการประกาศอิสระภาพจากการ ฝรั่งเศส และ
สหรัฐอเมริกา และเป็นประธานประเทศคนแรกที่ยิ่งใหญ่ของประเทศลาว
นำพาประเทศไปสู่ความเจริญ ท่านเกิดที่สะหวันนะเขตจึงมีอนุสาวรีย์
(เป็นนายแพทย์ นะครับ)


ศูนย์ราชการสะหวันนะเขตคล้าย ๆ กับศูนย์ราชการที่เมืองสุพรรณบุรีบ้านเรา
การรวมศูนย์ราชการไว้ในพื้นที่เดียวกันข้อดีคือการทำงานแบบบูรณาการ
และสามารถแยกศูนย์จากย่านใจกลางเมืองทำให้การจราจรไม่ติดขัดแต่
ข้อเสียคือ หากเมื่อไหร่เจอปัญหาด้านการก่อการร้ายจะทำให้ระบบราชการ
เป็นอัมพาต ทันที!!!



สนามกีฬากลางสะหวันนะเขตซึ่งลาวจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25
ในปี 2009 เริ่มแข่งขันตั้งแต่วันที่ 9-18 ธันวาคม 2552 (ค.ศ.2009)
กำหนดให้จัดการแข่งขันกีฬาใน 3 แขวง คือ นครหลวงเวียงจันทน์ แขวง
สะหวันนะเขต และแขวงหลวงพระบาง



ตลาดสิงคโปร์ หรือตลาดอยู่ข้าง ๆ สถานีรถสะหวันนะเขตเป็นตลาดใหญ่ที่สุด
ของแขวงเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญของชาวบ้านที่นี่ เปิดมาประมาณ 8 ปีแล้ว
สาเหตุที่ชาวบ้านเรียกว่าตลาดสิงคโปร์เพราะสิงคโปร์เคยให้เงินช่วยเหลือ
ในการก่อสร้างแทนตลาดเก่าในตัวเมือง



สินค้าส่วนใหญ่เป็นการผสมผสานระหว่างสินค้าถิ่นและสินค้าประเภท Copy
ใครที่ชอบซื้อโทรศัพท์มือถือราคาถูกไม่ผิดหวังแน่ แต่พึงสังวรไว้นะครับว่า
ของดีไม่มีถูก และของถูกเกินไปไม่มีดี(นี่เป็นสัจธรรม)



ที่ตลาดจะมีรถโดยสารท้องถิ่นซึ่งเป็นสายย่อยที่ให้บริการกับชาวบ้าน
เพื่อเดินทางเข้าภายในท้องถิ่น ซึ่งถ้าเป็นสถานีรถที่ บขส.ของไทยไปจอด
จะเป็นรถโดยสารเส้นทางหลักที่เดินทางไปต่างแขวง(จังหวัด) และข้ามประเทศ
เช่น ไป เมือง เว้ ของเวียดนาม




 

Create Date : 15 เมษายน 2552    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2558 17:29:34 น.
Counter : 12693 Pageviews.  

1  2  3  4  

People_Trip
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 


If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine. "ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"






Free TextEditor
Friends' blogs
[Add People_Trip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.