Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า

LITERATURE
นิยายแปลเรื่องดาวพิษ
บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
แปลโดยภาวิดา คนบ้านป่า
*********************************************************

ความเดิม:
บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
บทที่ 3 หมอยา
บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคบนสพานลอนดอน
บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์

เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ บางอย่างเผยตัวเองแล้วแต่อีกหลายอย่างก็ยิ่งขมวดปมมากขึ้น ตัวละครไหนร้ายไหนดีก็ยังฟันธงไม่ได้ เน็มโมเร็นซีสเป็นที่หมายปองของหลายคน แต่คนที่ได้ไปจริงนั้นคาดไม่ถึงเลย บทต่อไปยิ่งไม่ควรพลาดนะคะ


บทที่ 12 - กำเนิดปีศาจร้าย

ห้องโถงของบ้านเลขที่ 6 จตุรัสบลูมสเบอรี่ อบอุ่นด้วยแสงเทียนวาววับเจ็ดสิบเล่มบนโคมไฟระย้าทองเหลืองขนาดใหญ่ นางมาลาคิ่นจุดเทียนเล่มสุดท้ายก่อนจะค่อยๆ ไต่ลงบันไดมาอย่างอุ้ยอ้ายเหมือนลิงอ้วนแล้วจึงดับเทียนในถังทราย เบล้กเดินกลับไปกลับมาในห้องนั่งเล่นยามเช้าพลางกัดเล็บตัวเองขณะที่ไอแซค บอนนั่มนั่งซบหน้ากับฝ่ามือบนเก้าอี้เท้าแขนตัวใหญ่

“สงสัยข้าจะแย่ซะแล้วกระมังนี่” เบล้กหยุดชั่วครู่แล้วแหวกม่านมองไปนอกหน้าต่างว่ามีใครจับตาดูอยู่หรือเปล่า “ข้าไม่มีทางรู้อีกแล้วว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง เมื่อคืนชีวิตข้าตกอยู่ในเงื้อมมือของไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วถ้าเรื่องที่ข้าเห็นเมื่อเช้านี้เป็นความจริง งานวิทยาศาสตร์ที่ข้าทำมาทั้งหมดก็เท่ากับไร้ค่า เพราะไขข้อสงสัยที่ข้าคิดว่ามีคำตอบแล้วไม่ได้เลย” เขาหันไปทุบผนังห้องขณะเดินอาดๆ ไปรอบห้อง “ข้าหมดหนทางซะแล้ว บอนนั่ม เหมือนแมลงวันที่ติดใยแล้วนางแมงมุมก็จะดูดกินเลือดข้าจนแห้ง… แต่ไอ้ที่แย่น่ะนะ บอนนั่ม ก็คือ ข้าไม่ยักกลัวสักนิด หล่อนสวยงามตรึงใจจนข้าไม่สนใจหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้ายอมทำตามแผนของพวกนั้นทุกอย่าง ขอเพียงได้นั่งอยู่แทบเท้าและสบตาหล่อนก็พอ”

“เจ้าคงต้องมนตร์ซะแล้วละ เกลอเอ๋ย เจ้าไม่รู้หรือว่าต้องมนตร์สะกดของหล่อนเข้าแล้ว” บอนนั่มถาม

“ข้าไม่สนใจ ไอแซค อะไรก็ไม่รู้ที่เกิดขึ้นในห้องนั้นเปลี่ยนชีวทัศน์ของข้าไปหมดแล้ว เรื่องที่ข้าเคยใส่ใจล้วนแต่ผิด” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับมองแผลรูปดวงตาบนมือ “ข้าเอาแต่ศึกษาศาสตร์ลึกลับมาหลายปีเพื่อหาความจริง หาคำตอบให้แก่ปัญหาของโลก หาโอกาสทำความดีบ้าง แต่ข้าละเลยไปอย่างหนึ่ง ก็ตัวเองนี่ไง ตอนนี้ข้าอยากทำเพื่อตัวเองบ้าง” เบล้กแบมือให้บอนนั่มดู “ไอ้เกลอ ดูนี่สิ สิ่งที่เลดี้แฟลมเบิร์กฝากไว้ให้ ตอนที่ถูกจี้มันเหมือนมีไฟร้อนผ่าววิ่งไปตามกล้ามเนื้อทุกมัด ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวามากกว่าเคยและเฝ้าคิดถึงแต่ดวงหน้าของหล่อน”

“เจ้าคงเป็นแผลไหม้ ถูกหลอก หรือโดนเครื่องวัดกระแสไฟฟ้าลึกลับจี้จนเพี้ยนไปแล้วละ” บอนนั่มพูดพลางรีบสอดมือลงในกระเป๋าเสื้อคลุม “ปกติเฮซริน แฟลมเบิร์ก ก็เป็นผู้หญิงที่แปลกอยู่นะ แต่หล่อนจะเป็นแม่มดด้วยหรือ” เขาหยุดพูดแล้วหันมองไปทางประตูซึ่งเปิดอยู่ “กำแพงมีหูประตูมีช่อง” เขาพูดเบาๆ “ใครๆ ก็รู้ว่านางมาลาคิ่นน่ะปากสว่างแค่ไหน” เขาถูฝ่ามือกับกระเป๋าผ้าฝ้ายหนาด้านในเสื้อแจ็คเก็ตขณะที่ความรู้สึกริษยาทวีขึ้นเรื่อยๆ

“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอเจ้าถึงเปลี่ยนความคิดได้” บอนนั่มถาม แทบจะหายใจไม่ออกเมื่อคิดว่าเบล้กมีโอกาสได้อยู่ลำพังกับเลดี้แฟลมเบิร์ก

“ก็นั่นแหละประเด็น ข้าไม่รู้หรอก” เบล้กหยุดยืนอยู่หน้าเตาผิง “ข้าจำอะไรไม่ได้เลย รู้แต่ว่าถูกดูดเข้าไปในลูกไฟสีขาวสว่างจ้าจนข้ามองเห็นกระดูกในมือ จากนั้นทุกอย่างก็ดำมืดไปหมด พอตื่นมาอีกทีข้าก็นอนอยู่ในหลุมศพกับหมาตายตัวหนึ่งและ…” เบล้กมองฝ่ามือ “เจ้านั่น ไอ้คนที่คอยตามข้า มาเจอเข้าก็เลยช่วยฉุดข้าขึ้นจากหลุม แค่นั่นยังไม่จบนะ“ เบล้กเล่าอย่างตื่นเต้น “ข้าเห็นเขาชุบชีวิตหนุ่มสำอางที่ดวลปืนกับคนสารเลวชาวเหนือแล้วถูกยิงตายให้ฟื้นคืนชีพ มีเลือดมีเนื้อเหมือนเดิม”

“เจ้าแน่ใจหรือว่าเขาตายแล้ว”

“ตายสนิทเหมือนหมาที่นอนตายแหงแก๋อยู่ข้างๆ ข้านั่นแหละ แล้วเขาก็กลับฟื้นขึ้นมา มีชีวิตชีวาเหมือนเจ้านี่แหละ ข้าไม่เคยพบเห็นเวทมนตร์ที่มีพลังอำนาจขนาดนั้นมาก่อน เท่านั้นยังไม่พอ” เบล้กค่อยๆ ปิดประตูไม้โอ๊กบานใหญ่เบาๆ “ชายคนที่คอยตามข้ามานานบอกว่า เขาชื่อ เอบราม ริกเคิร์ดส แถมยังพูดเป็นนัยๆ อีกว่า ข้าควรระวังอะไรบางอย่างในบ้านหลังนี้”

“เจ้าอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่สร้างเสร็จ รู้จักหินทุกก้อน ไอ้หมอนั่นมันโง่”

“ชายคนนั้นอาจเป็นอะไรได้ตั้งร้อยสีพันอย่าง แต่ไม่ใช่ไอ้โง่แน่ ข้าชักจะเชื่อว่าเขาพูดถูก เช้านี้เขาจะมาหาข้าอีก แถมยังคุยว่าเขาตอบข้อสงสัยที่ข้าร้อนใจได้”

“เราทุกคนก็มีข้อสงสัยทั้งนั้น ไอ้นี่เป็นจำอวดถือโอกาสล้อเล่นกับจินตนาการบรรเจิดของเจ้า พรุ่งนี้มันคงมาขโมยเงินทั้งหมดที่เจ้ามีแล้วหายหัวไปในความมืด คนอย่างนี้ไม่น่าไว้ใจหรอก”

“ข้าเคยเชื่อใจลอร์ด แฟลมเบิร์ก แต่เขาดึงดันอยากแปรลอนดอนเป็นเยรูซาเล็มใหม่ที่ไม่มีคนจรจัด คนชั้นต่ำหรือคนจนๆ อยู่เลย ฟังคำเขาแล้วข้าชักมั่นใจว่า ตัวการที่ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในลอนดอนก็คือเพื่อนๆ ของเขานั่นเอง” เขาหยุดพูดแล้วมองบอนนั่ม “ข้าไม่คิดว่าพวกนี้อยากฆ่าแต่หนูเท่านั้น ดาวหางจะทำให้เขาสมใจ เขาอยากให้คนล้มตาย อยากให้ลอนดอนพินาศซะทั้งเมือง แล้วเขากับพวกจะได้ทำอะไรๆ ตามอำเภอใจ”

“เจ้าก็รู้เรื่องมาก่อนหน้านี้ทุกอย่างแล้วนี่” บอนนั่มพูดเนือยๆ “เมืองนี้อยู่ในอุ้งมือของแฟลมเบิร์กกับพวก เจ้าเชื่อหรือว่าพระราชาและรัฐสภาปกครองประเทศอยู่จริง ชีวิตของเราตกอยู่ในเงื้อมมือของแฟลมเบิร์ก แม้แต่พระราชายังต้องเดินตามเส้นที่เขาขีดให้ เวลาจัดการชุมนุมกัน เขาก็ไม่เห็นเคยทูลเชิญเลย ทรงเสียพระสติก็รู้กันอยู่”

“ข้าได้ยินข่าวลือทำนองนั้นเหมือนกัน แต่คิดว่าเป็นแค่เรื่องซุบซิบในร้านกาแฟ” เบล้กตอบ

“ก็อาจเป็นได้ แต่เรื่องจริงก็คือ คนพวกนี้กุมเรื่องปากท้องไว้กับมือ ตั้งแต่ราคาข้าวโพดจนถึงเรื่องจิปาถะที่เราพบในหนังสือพิมพ์ ลอนดอนครอนิเคิ้ล เขามีอำนาจมากกว่าวิทยาศาสตร์อันน่าพิศวงของเจ้าซะอีก เจ้าปีศาจอ้วนแฟลมเบิร์กนี่สิพระราชาตัวจริง และเฮซรินก็คือราชินี”

บอนนั่มลุกจากเก้าอี้ เดินข้ามห้องไปอีกฟาก เขามองไปรอบๆ จตุรัสตามรอยแหวกของผ้าม่าน “เออ วันนี้ไม่ยักมีใครมาคอยเฝ้าเจ้า” เขาพูดขณะหันมาทางเบล้ก “ยังไม่มาเลย”


เสาหินห้าต้นตั้งอยู่ที่แต่ละปลายแฉกของดาวซึ่งสลักไว้บนพื้นห้องที่เป็นหินแข็ง หลังคาโค้งมีดวงไฟฝังไว้เป็นจุดเล็กๆ ยอดสูงสุดของคูหาหินมีก้อนผ้าชุบน้ำมันลุกไหม้อยู่ในภาชนะทองเหลืองซึ่งแขวนอยู่กับโซ่ทองเส้นใหญ่ส่งให้เกิดเงาวูบวาบพาดไปทั่วเพดานสูง
ที่พื้นล่างมีคนสี่คนสวมหน้ากากรูปสัตว์ต่างกัน แต่ละคนนั่งอยู่ที่ปลายแฉกดาว แต่เก้าอี้ทางแฉกทิศใต้ยังว่างอยู่ เส้นทองหนาเชื่อมแต่ละจุดเข้าเป็นวง กลางวงมีหุ่นดินเหนียวตัวสูงโย่ง มือพังผืดของมันแนบอยู่ข้างตัว ใบหน้าทำจากใบโอ๊กเรียงซ้อนๆ กัน

“เราคงคอยเขาต่อไปไม่ไหวแล้ว” ชายสวมหน้ากากหมาจิ้งจอกพูดพร้อมเปิดฮู้ดเสื้อคลุม

“ดวงจันทร์กำลังจะขึ้น แล้วเรื่องที่เราต้องทำก็ต้องให้เสร็จในคืนนี้”

“แต่เรามีกันแค่สี่แฉกดาวเท่านั้นนะ” หน้ากากเสือตอบเสียงนุ่ม ขยับตัวไปมาอย่างไม่เป็นสุขอยู่บนเก้าอี้ “เรามีพลังพอจะปลุกเสกคาถาอย่างนั้นในคืนนี้เหรอ”

“มีทางเดียวที่จะรู้ได้” คนสวมหน้ากากหนูเสียงแหลมเล็กเหมือนคนแก่ “ถ้าร่ายมนตร์เสกเจ้าสัตว์นั่นได้สำเร็จก็จะได้เห็นมันกับตาตัวเองที่นี่และคืนนี้”

“งั้นก็เริ่มเลยเถอะ” คนสวมหน้ากากนกเค้าแมวพูดเสียงห้าว

หน้ากากหมาจิ้งจอกลุกขึ้นช้าๆ และเดินไปยังหุ่นดิน มือกำกล่องเงินใบเล็กๆ ฝาทำด้วยมุก เขาบิดฝากล่องออกขณะที่เดินไป ตลบเสื้อคลุมยาวพาดไหล่ ยัดฝาใส่กระเป๋าเสื้อนั้นแล้วหยิบเล็บมือมนุษย์หลายชิ้นออกมาฝังลงที่นิ้วของหุ่นดินอย่างระมัดระวัง “กระดูกของเขาให้ชีวิตแก่เจ้า” เขาพูด ก้าวไปข้างๆ หุ่นดินและวางมือบนไหล่เย็นชื้นของมัน

หน้ากากหนูลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่หุ่นดินพร้อมกับหน้ากากนกเค้าแมวและหน้ากากเสือ ทั้งสามคนเข้าล้อมรอบหุ่นดินแล้ว เดินเวียนรอบทวนวงโคจรของดวงอาทิตย์โดยเอื้อมมือไปแตะหัวและหน้าของหุ่นดินทุกครั้งที่เดินผ่าน

หน้ากากหนูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหนังใบเล็กที่คล้องคอแล้วหยิบเหรียญทองออกมาสองเหรียญ เขาหยุดตรงหน้าของหุ่นดินเพื่อติดเหรียญเข้าที่เบ้าตาข้างละอัน “เงินมีมลทินที่ ขโมยมาจากกระเป๋าของเขา เมื่อผู้มีพลังอาคมปลุกเสกแล้ว จะทำให้เจ้ามองเห็นได้” หน้ากากหนูพูด มือของมันสั่นเทา

ตอนนี้ถึงคราวหน้ากากเสือบ้าง หล่อนถอดเสื้อคลุมผ้ากำมะหยี่เนื้อหนาออกแล้วตวัดขึ้นเหนือศีรษะคลุมตัวเองกับหุ่นดินไว้ด้วยกันเสมือนว่าไม่อยากให้คนอื่นร่วมรู้เห็น ของขวัญที่หล่อนจะให้แก่หุ่นดินนั้นต้องเป็นความลับแม้แต่กับพวกเดียวกัน

“ข้าจะให้ชีวิตแก่เจ้า ลมหายใจของข้าคือลมหายใจของเจ้า เลือดในกายข้าจะเป็นเลือดของเจ้า จงเป็นหูเป็นตาให้ข้า รักข้าจนหมดหัวใจของเจ้า และเชื่อฟังข้าเสมอ…” หล่อนแนบริมฝีปากเข้ากับปากใบโอ๊กของหุ่นดิน จุมพิตเบาๆ พลางเป่าลมหายใจเข้าไปในปากมัน “เจ้าหุ่นดิน เซคาริส จงฟังข้า” หล่อนตบข้างแก้มของหุ่นดิน เสื้อคลุมร่วงลงกองบนพื้นในพลัน หน้ากากของหล่อนเปรอะเปื้อนโคลนสีเขียวทั่วริมฝีปาก “เลือดในกายข้าจะเป็นเลือดของเจ้า” พอพูดจบหล่อนก็ล้วงมีดเงินเล่มเล็กจากกระเป๋าออกมากรีดปลายนิ้วตัวเอง เลือดจากแผลกระเซ็นไปทั่วพื้นและสะบัดไปต้องหุ่นดิน “เซคาริส เจ้าจักมีชีวิต เข้าไปเพ่นพ่านในความฝันและสิงสู่ในมุมมืดของจิตมวลมนุษย์” แล้วหล่อนก็เริ่มร่ายคาถา

“โคลน เลือด และกระดูก
ลมหายใจของผู้ตกสวรรค์เสกสรรค์ชีวิตใส่ก้อนศิลา
เอ่ยเพียงนามยามจันทราเรืองรัศมี
เซคาริส เซคาริส จงรับบัญชาไปปฏิบัติเทอญ”


ทุกคนถอยห่างจากหุ่นดินพร้อมๆ กัน กลับไปนั่งคอยที่ปลายแฉกดาว ด้านบนเหนือขึ้นไปลูกไฟหมุนไปรอบๆ โซ่ทองที่คล้องไว้ เขม่าดำปลิวกระจายไปทั่วห้อง พวกนกกาบินเข้ามาร้องเสียงแหลมสูงอยู่โดยรอบ ลำตัวสีดำของมันบดบังแสงไฟขณะบินร่อนอยู่กลางอากาศ ตรงกลางวงนั้นเจ้าเซคาริสยังคงไม่ไหวติง

หน้ากากหมาจิ้งจอกมองไปรอบๆ ปลายแฉกดาว ‘หุ่นนั่นตายแล้ว หน้ากากงูต้องอยู่ด้วย พิธีกรรมนี้จึงจะสำเร็จ’ เขาอธิบาย

“คอยเดี๋ยวสิ” หน้ากากเสือขัดขึ้น “คอยให้มันได้หายใจสักพัก ฟังเสียงนกสิ มันกำลังร้องเรียกวิญญาณของหุ่นดินมาเข้าร่าง” กาบินร่อนอยู่รอบๆ เหนือหุ่นดินราวกับนำเส้นเงินแห่งชีวิตมาสู่หุ่นฉะนั้น

“ดูนั่น” หน้ากากนกเค้าแมวร้อง “มันขยับตัวแล้ว”

ท่ามกลางแสงสลัวๆ ภายในห้อง แขนของหุ่นดินเริ่มขยับอย่างช้าๆ นิ้วพังผืดกระดิกได้ไวขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป แสงเรืองสีเงินคล้ายทะเลหมอกหนาพลุ่งขึ้นจากเท้ามาคลุมลำตัวหุ่นดิน ทำให้ผิวโคลนแข็งขึ้นแล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อกระด้างสีเขียว หน้าซึ่งทำจากใบโอ๊กเสียบโคลนเปลี่ยนเป็นหน้ากากใบไม้สดสีใส มีตาสีทองอยู่สองข้าง มันมองออกไปในความมืดรอบๆ วงกลม ริมฝีปากสีทับทิมแวววับด้วยน้ำค้างบริสุทธิ์ขณะที่มันหายใจฟุตฟิตแล้วค่อยๆ อ้าปากสูดอากาศผสมควันเข้าไปเต็มปอด

“เซคาริส” หน้ากากเสือเรียกด้วยเสียงนุ่มนวล “ฟังข้านะ ข้าตั้งชื่อเจ้า ให้ชีวิตแก่เจ้าดังแม่ให้กำเนิดบุตร มือคู่นี้ปั้นแต่งกายเจ้า ลมหายใจของข้าให้พลังชีวิตแก่เจ้า จงฟังคำสั่งข้า ไปจากที่นี้และทำตามที่ข้าสั่ง จงฆ่าเจ้าของเล็บซึ่งอยู่ที่นิ้วเจ้า ให้ความมืดช่วยพรางตัวเจ้า ตามหาเขาให้พบ คอยเวลาเหมาะๆ แล้วค่อยลงมือ อย่าให้ใครขวางเจ้าได้”

เซคาริสตัวสั่นระริก การมีชีวิตเลือดเนื้อก่อเกิดความรู้สึกแปลกใหม่ มันขยับหัวไหล่และยืดหลังขณะก้มไปข้างหน้า ลูบมือหยาบกร้านไปทั่วตัว นิ้วผอมๆ แตะใบหน้าและหัวที่มีใบไม้สดไสวคลุมอยู่เสียงดังแกรกกราก รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากชุ่มชื้นซึ่งสะท้อนแสงลูกไฟแวววับ

“ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่ง” มันตอบ เค้นเสียงแหบแห้งออกจากลำคอเป็นเสียงกระซิบแผ่ว “ความปรารถนาของท่านแม่…. ก็คือความปรารถนาของข้า”

หน้ากากเสือลุกขึ้นล้วงกริชเล่มเล็กจากกระเป๋ายื่นให้หุ่นดินด้วยมือเปื้อนเลือดของหล่อน

“เซคาริส ไปตามหาชายคนนั้นให้พบ ฆ่าเขา แล้วเอาเน็มโมเร็นซิสมาให้ข้า”

ประกายไฟสีน้ำเงินพุ่งจากตัวหุ่นดินไปยังปลายกริช หน้ากากเสือปล่อยกริชหล่นลงพื้นไปเพราะกระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าตัวหล่อน ทำให้ขาสั่นและเท้ากระตุก ฝูงนกบินร่อนอยู่กลางอากาศเป็นกลุ่มก้อนสีดำเข้าจิกมือและหน้าของหล่อนขณะที่บินโฉบไปมา ดึงเซคาริสลอยขึ้นเหนือพื้น ตัวหุ่นดินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเงินในท่ามกลางสายแสงสว่างจ้าที่หมุนวนอยู่รอบ มันกรีดร้องราวกับกำลังถูกลากไปยังอีกโลกหนึ่ง เสียงแหลมแสบแก้วหูจนนกบินหนีกระเจิดกระเจิงไปหมด

เซคาริสลอยอยู่เหนือพื้น แล้วจู่ๆ รอยแยกสีดำก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องบน แผ่ลงมาเหมือนม่านดำ ครอบหุ่นดินและนกทั้งหมดไว้

คนทั้งสี่นั่งนิ่ง มองตรงตำแหน่งที่หุ่นดินหายไป ขนนกสีดำกองสุมอยู่เต็มพื้น จะงอยปากเล็กๆ สีดำ และขานกเรียวยาวกระจายอยู่ทั่วไป

“มันตายแล้ว” หน้ากากหมาจิ้งจอกปัดเศษขนนกนับพันออกจากตัว “เราใช้เวทมนตร์มากไปหน่อย เราต้องการหน้ากากงูด้วย พิธีที่เราทำยังไม่สมดุล”

“มันยังไม่ตาย” หน้ากากเสือพูดขณะเช็ดเลือดที่มือกับเสื้อคลุมสีดำ “ข้ารู้ว่า มันยังมีชีวิตอยู่ ข้ารู้สึกได้”

“เราก็เห็นกับตาแล้วว่ามันถูกทำลาย ติดอยู่ในม่านดำเหมือนแมลงวันติดใยแมงมุม” หน้ากากหมาจิ้งจอกเถียง

“คนเป็นแม่จะไม่รู้เชียวหรือว่าลูกตนเป็นหรือตาย เซคาริสเกิดจากลมหายใจข้า ข้าจึงรู้ว่ามันยังมีชีวิตอยู่แน่ ข้าได้ยินมันเรียกหา”


อเก็ตต้า เลเมี่ยนดับเทียนเล่มที่เจ็ดสิบซึ่งเป็นเล่มสุดท้าย เทียนเหล่านี้ถูกจุดมาแล้วห้าชั่วโมงจึงเกิดมีเขม่าและหยดน้ำตาเทียนบางๆ จับที่โคมระย้าทองเหลือง เจ้าหล่อนหยิบผ้าจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนมาเช็ดก้านเชิงเทียนทั้งหมดจนสะอาด ก่อนจะดึงเศษเทียนร้อนๆ ทิ้งลงถังซึ่งเจ้าหล่อนหิ้วเดินไปตามห้องต่างๆ เสียงของเบล้กกับบอนนั่มลอดออกมาจากประตูไม้โอ๊กหนาของห้องนั่งเล่นตอนเช้า น้ำเสียงดุเดือดเข้มงวดแสดงให้รู้ว่าทั้งสองคนกำลังถกเถียงกัน

นางมาลาคิ่นบอกแล้วว่าทั้งสองไม่อยากให้ใครรบกวน ด้วยเหตุนี้อเก็ตต้าจึงรู้สึกว่าตนมีเวลาเหลือเฟือ เจ้าหล่อนรีบไต่บันไดลงมา จับมันพาดผนังห้องไว้แล้วฉวยถังใส่เทียนขึ้นมาหิ้ว แหงนมองบันไดเวียนซึ่งทอดยาวจากโถงทางเดินไปยังห้องดูดาวแล้วก็หวนนึกถึงเพื่อนที่ชื่อแธดเดียส เจ้าหล่อนจะทำให้ฝันของเขากลายเป็นจริงให้ได้ ถ้าเน็มโมเร็นซิสอยู่ในบ้านนี้มันต้องอยู่ที่นั่นแน่ อเก็ตต้าเคยเห็นเบล้กแต่งชุดเต็มยศสีแดง สวมหมวกผ้าไหมทรงแปลก เท้าข้างหนึ่งใส่ถุงเท้ารองเท้าไว้อย่างลวกๆ ส่วนอีกข้างไม่ใส่ เขาท่องคาถาไปพลางใส่ส่วนผสมลงในเหยือกดินเผา และในถ้วยเงินซึ่งมีไฟสีเข้มพวยพุ่งออกมา เน็มโมเร็นซิสคงถูกซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องใต้หลังคานี้ อเก็ตต้ารู้แต่ว่า จะต้องหาให้เจอ

เจ้าหล่อนวิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้นไปยังห้องชั้นบนสุด เหลียวกลับไปมองเป็นระยะๆ แต่ไม่มีใครตามมา เมื่อถึงทางเดินชั้นบนซึ่งประดับด้วยบัวปูนปั้นสีขาวและผนังปูนสลักด้วยมืออย่างวิจิตรบรรจง เจ้าหล่อนหยุดอีก แต่หนนี้เพื่อพักหายใจ และเงี่ยหูฟังเสียงในบ้าน

ต่ำลงไปด้านล่างอเก็ตต้ายังคงได้ยินเสียงเอ็ดตะโรแว่วขึ้นมา เจ้าหล่อนค่อยๆ ก้าวอย่างระมัดระวังไปตามพรมเนื้อละเอียดสีน้ำเงินเข้มซึ่งทอดยาวราวกับทางเดินไปสู่ห้องดูดาว เจ้าหล่อนเห็นแสงเทียนอยู่ไกลๆ ส่องทางไปสู่ประตูห้อง ทางเดินนั้นกว้างเท่าความกว้างของไหล่ผู้ชายและมืดสลัวดูน่ากลัว ทอดไปสู่ความมืดทึบราวกับอุโมงค์ที่นำไปสู่นรก หากถูกจับได้ที่นั่นคงไม่มีทางรอดแน่เพราะทางออกมีเพียงทางเดียว เด็กสาวหวาดไปว่าเงามืดประกอบกันเข้าเป็นสัตว์ร้ายซึ่งแม้จะไม่มีตัวตนจริง แต่ก็ทำเอาเจ้าหล่อนขวัญกระเจิงได้เหมือนกัน และถึงจะหาเหตุผลมาหักล้างได้ว่านี่เป็นเวลากลางวันแสกๆ ก็ยังต้องต่อสู้กับปีศาจในจินตนาการอยู่ดี

เจ้าหล่อนหันขวับไปมองข้างหลัง มั่นใจว่าถูกจับตามองอยู่ ใจหวนคิดถึงเสียงของ บลูสกิน แดนบี้อีก ในมโนภาพเจ้าหล่อนเห็นร่างเน่าเฟะมีงูสีดำพันอยู่รอบ

หยดเหงื่อไหลย้อยลงตามแผ่นหลังคล้ายทากขาวจับขบวนเดินมา เจ้าหล่อนเดินไปมือก็คลำไปตามผนังทางเดินเพื่อกันไม่ให้สะดุดล้ม พยายามขจัดความกลัวที่มีอยู่ออกไปโดยทำใจให้จดจ่ออยู่แต่เรื่องที่รับปากกับแธดเดียสว่าจะทำให้สำเร็จ เจ้าหล่อนจะต้องไม่ทำให้เขาผิดหวัง

อเก็ตต้าค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้ประตู เทียนที่เหลืออยู่ส่องแสงวับแวมอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ยิ่งเดินไปแต่ละก้าวเจ้าหล่อนก็ยิ่งรู้สึกว่าลำคอตีบตันยิ่งขึ้น มือก็เริ่มสั่นเมื่อรอบๆ ตัวภายในบ้านชักจะมืดลงทุกที



บทแปลนี้มิใช่เวอร์ชั่นก่อนพิมพ์เล่ม
จึงยังมีความลักลั่นเรื่องชื่อสถานที่อยู่บ้าง
ขออภัยด้วยค่ะ


(ติดตาม
บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
วันที่ 14 ก.ค. ค่ะ)

LITERATURE
 ขอบคุณของแต่งบล็อกจากอินเทอร์เน็ต



Create Date : 12 กรกฎาคม 2562
Last Update : 12 กรกฎาคม 2562 9:19:04 น. 23 comments
Counter : 185 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณTui Laksi, คุณกะว่าก๋า, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณตะลีกีปัส, คุณเริงฤดีนะ, คุณkae+aoe, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณTurtle Came to See Me, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเนินน้ำ, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณruennara, คุณSai Eeuu, คุณRinsa Yoyolive, คุณวลีลักษณา, คุณmcayenne94


 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณพี่ภา
อ่านได้แค่ครึ่งเดียว ก็สนุกอยู่นะคะ
เดี๋ยวเช้านี้ไปพบหมอฟันคร้า
มีเวลา...แล้วจะเข้ามาอ่านต่อจร้า


โดย: Tui Laksi วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:37:27 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ภา

ชอบประโยคนี้ครับ
พี่ภาแปลออกมาได้เห็นภาพเลย

"ตายสนิทเหมือนหมาที่นอนตายแหงแก๋
อยู่ข้างๆ ข้านั่นแหละ"

ปีศาจถูกสร้างมาจากหุ่นดินตัวนี้
น่าจะมีบทบาทในเรื่องไม่น้อยเลยนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:38:23 น.  

 
สวัสดีทีสุขค่ะพี่ภาขา

เอาอิแปะมาใส่ไถ้ไว้ก่อนค่ะ
ตายังพร่าอยู่ ไว้อ่านตอนตาแจ๋วค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:9:54:30 น.  

 
ผมไม่ทันยุคกระดานชนวนและดินสอหินครับพี่ภา
แต่ชอบนะครับ เวลาเขียนกระดานดำด้วยชอล์ค
ผมว่าสนุกดี เขียนผิดแล้วก็ลบได้

ช้าแต่ชัวร์
การพิมพ์ด้วยคอมฯ ทำให้อะไรง่ายและเร็วขึ้นมาก
ก็ได้ความสะดวกไปอีกแบบ

แต่ยุคใหม่ไม่ต้องพิมพ์แล้วนะครับพี่
ใช้พูดเอา แล้วแอพก็เปลี่ยนเป็นข้อความให้
จนผมสงสัยว่าแล้วทำไมไม่คุยกันไปเลย 555

ตอนนี้นักเขียนไปทำงานกันในรูปแบบ e book ครับพี่
ส่วนแบ่งค่าเรื่องเยอะขึ้นกว่าเดิมด้วย
แต่ผมยังชอบหนังสือเล่มที่เป็นกระดาษมากว่าครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:10:06:09 น.  

 
มาปูเสื่อ
จองที่ จองมุมสงบไว้ก่อนนะคะ
เย็นๆ เข้ามาอ่านค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:15:24 น.  

 
มาส่งกำลังใจ และก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้น้องซีค่ะ พยายามเต็มที่


โดย: kae+aoe วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:11:59:17 น.  

 
ต้นที่พี่ภาเอามาให้ดูชื่อแมมชูแมนค่ะ
ฟ้าใสมี 3 ต้น ดอกไม่เหมือนกันเลยซักต้น
จะมีแบบที่เป็นดอก 2 สีในดอกเดียวกัน คือ ขาว-ชมพู หรือจะเรียก ขาว-ม่วง ?
แล้วก็สีชมพูอ่อนต้นหนึ่ง อีกต้นสีชมพูแป๊ด
ฟ้าใสก็ติดมือมาเพราะมันแค่ 20 บาทเอง

บล็อกนี้เป็นแบบดอก ขาว-ชมพู
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=fasaiwonmai&month=05-2019&date=10&group=25&gblog=273

ส่วนอันนี้เป็นชมพูล้วน
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=fasaiwonmai&month=07-2019&date=05&group=25&gblog=301

สีชมพูอ่อน อันนี้ยังไม่อัพบล็อกเลยค่ะ แหะ ๆ



ขอบคุณกำลังใจด้วยนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:26:04 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

หยอดยาตาเรียบร้อย
มาอ่านได้จนจบค่ะ
เซคาริสของนางหน้ากากเสือเฟลมเบิร์ก
จะไปฆ่าเบล้กได้หรือไม่
อเก็ตต้าจะขโมยคัมภีร์เนมโมเรนซิสได้รึเปล่า
ชวนติดตามต่อค่ะ

เริ่มจำตัวละครไม่ค่อยได้แระค่ะ...ต้องกินใบแปะก๊วยและโกจิเบอรี่เพิ่ม..กิกิ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:28:42 น.  

 
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
แหม ตอนนี้มีหลายหน้ากากเลยนะคะพี่ภา



โดย: หอมกร วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:35:59 น.  

 
ปากกาคอแร้งผมชอบนะครับพี่
ซื้อให้หมิงหมิงใช้ด้วย
แต่ลายมืเค้าแย่ลง
เพราะใช้แต่คอมครับ 555

เด็กรุ่นใหม่ลายมือไม่สวยแล้ว
เพราะไม่ค่อยได้ฝึกคัดไทย

ตัวผมเองสมัยเป็นนักเรียน
ฝึกคัดเองคนเดียวโดยครูไม่ต้องสั่งเลยครับ
เขียน คัด เป็นเล่ม ๆ

e book ผมไม่ถนัดเลยครับพี่
อ่านแล้วปวดตาครับ 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:47:37 น.  

 
สวัสดี ยามบ่าย ่ะ พี่ภา

เนื้อเรื่องเข้าสู่ความเข้มข้นอีกระดับหนึ่งแล้วนะคะ
บทนี้กำเนิดปิศาจน้อย ที่มีชื่อว่า เซคารีส เอ้า !
กำลังจะแผลงฤทธิ์ อยู่ ๆ เกิดมีกลุ่มควันดำ นก มาก
มาย แล้วก็เป็นปริศนาว่า มันจะมีชีวิตไหมเนี่ย หน้า
กากเสือ รับรองแล้วเนาะว่า เกิดจากลมหายใจของ
มัน มันรู้ว่า เซคารีส ต้องยังไม่ตาย ฝรั่งนี่เขาก็มี
เรื่องไสยศาสตร์ที่สร้างผีจากหุ่นดินเหมือนไทยเรา
เนาะ ต้องติดตามต่อไปว่า อเก็ตตร้าจะขโมยหนัง
สือเล่มนั้นได้ไหม รอติดตาม บทที่ 13 ต่อไปค่ะ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด ค่ะ พี่ภา


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:47:40 น.  

 
ไม่เป็นไรค่าพี่ภา

หนูเองตอนนี้ก็ไม่ได้อ่านทุกบล็อกค่ะ อ่านเฉพาะคนที่ไปเมนท์ที่บล้อกหนูง่ะ แต่บางทีคลิกกลับไปก็ไม่มีเวลาอ่าน แต่เห็นว่าน่าโหวต (อย่างบล็อกนี้ แหนะ...เนียนเลยหนู) ก็จะโหวตให้ก่อนคะ่

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:17:48:16 น.  

 
อเก็ตต้า กำลังจะเจออะไรน้อ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 12 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:55:44 น.  

 
แวะมาให้กำลังใจครับพี่ภา


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:0:01:06 น.  

 
มาตอกบัตรอ่านต่อค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:1:04:46 น.  

 
มาแย้วค่ะ..
อ้อ..แวะมาอ่าน แต่ไก่โห่..


มีมนต์ดำ ร่ายคาถามหาเสน่ห์ด้วย
ดุจลัทธิวูดูเชียว
ลึกลึบน่ากลัว
อ่านกลางคืนคงขนลุก
(ตามจินตนาการที่เกิดและรู้สึกค่ะ)
แสดงว่าผู้ประพันธ์บรรยายได้เห็นภาพ
และผู้แปล ก็แปลสุดพิเศษ
ให้ผู้อ่าน ฟิน ตามบรรยากาศในบทที่ 12
"กำเนิดปีศาจร้าย" นี้

อุ้ย!! แล้วอเก๊ตต้า กำลังจะเผชิญกับอะไรต่อไปเนี่ยะ!!

จบตอนที่ 12 ต้องรออ่านตอนที่13 ใน วันที่ 14
(เลขเรียงตัว..ตามลำดับเชียวค่ะ)


Happy weekend ค่ะพี่ภา พี่หนูหล่อ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:15:37 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่ภา




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:26:36 น.  

 
มาส่งกำลังใจค่า



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:10:23:46 น.  

 
รอๆ ตอนต่อไปค่ะ
กำลังสนุกตื่นเต้นเลย
ขอบคุณนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:21:19 น.  

 
ตามมาลุ้น อเกตต้า
กลัวจะมีคนเห็น
และถ้าได้เนมโมเรนซิสตอนนี้
ต้องถูกเจ้าหุ่นไสยศาสตร์ฆ่าอีก
รอลุ้นอ่านต่อค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:19:50:24 น.  

 
ขอขอบคุณ และสวัสดีคร้าคุณพี่ภา
กว่าจะแปลแต่ละ Part นี้ไม่ใช่งานง่ายๆเลยนะคะ
เด็กเก่ง จบจากอังกฤษแบบคุณพี่ภา อาจจะไม่ยากส์นะคะ
ขอบคุณมากมายคร้าที่แวะไปให้กำลังใจกันต่อไปค่ะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:21:53:17 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ภา



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:22:22:07 น.  

 
อ่านจบบท 12 ครับ
มีทั้งผีบลูสกิน แดนบี้และปีศาจเซคาริส
คนสวมหน้ากาก 1 ใน 4 น่าจะเป็นเลดี้แฟลมเบิร์ก
ใครจะได้คัมภีร์ไปครอง


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 18 กรกฎาคม 2562 เวลา:16:10:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ภาวิดา คนบ้านป่า
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 122 คน [?]




BG Pop.Award #14
BG Pop.Award #13
BG Pop.Award #12
BG Pop.Award #11
BG Pop.Award #10
BG Pop.Award #9
BG Pop.Award #8
BG Pop.Award #7
BG Pop.Award #6
....



เอนทรี่หมวดไดอารี่ เริ่ม ม.ค. 2562
  • ตะพาบ 232 ความเป็นไทย
  • ตะพาบ 231 มิ่งมิตร
  • ตะพาบ 230 ความกลัว
  • ตะพาบ 229 สนามรบ
  • ตะพาบ 228 ต้นไม้ ดอกไม้
  • ตะพาบ 227 ถ้า 1 ปีมี 10 เดือน xx
  • 3F ยำทวาย
  • ตะพาบ 226 พักใจ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 3
  • ตะพาบ 225 เฝ้ารอ
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 2
  • ตะพาบ 224 ความกล้าหาญครั้งสุดท้าย
  • 3F แกงขี้เหล็กกับหมูย่าง
  • ชมดอกไม้ที่สิงคโปร์ ตอน 1
  • ตะพาบ 223 เพื่อนใหม่
  • อุ่นเครื่องชมดอกไม้ที่สิงคโปร์
  • เอื้องมะลิ/หวายตะมอย
  • ตะพาบ 222 ของขวัญที่ไม่อยากได้
  • Cattleya skinneri'Casa Luna'
  • ตะพาบ 221 คู่หู
  • 3F แกงส้มมะรุมกับกุ้ง
  • ปลูกป่าไม้ใหญ่: กระดังงาไทย+นกแก๊ก
  • ตะพาบ 220 ไล่
  • ตะพาบ 219 แพงที่สุดที่เคยซื้อ
  • การเขียนบล็อก 2551-ปัจจุบัน
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดสัตว์เลี้ยง เริ่ม ม.ค. 2562
  • เจ้านุ้ง"รู้เยอะ"มากขึ้นทุกวันx
  • เจ้านุ้งเกือบ 5 ขวบแล้ว รู้เรื่องและเลี้ยงง่าย
  • เจ้านุ้งโดนแกล้งจนหัวเป็นกระเซิง
  • เจ้านุ้งยังร้อนไม่เลิกแต่ก็มีความสุข
  • เจ้านุ้งผจญอากาศร้อนระดับพระกาฬ
  • เจ้านุ้งกับขนสั้นรับลมร้อน v
  • เจ้านุ้งเฝ้าบ้านให้แม่ไปเที่ยว(อีกแล้ว)
  • เจ้านุ้งเมื่อวันที่อุณหภูมิ 16 องศา
  • เจ้านุ้งกับการดูแลบริเวณบ้าน
  • เจ้านุ้งกับผลไม้สุดโปรด
  • --<>--

    เอนทรี่หมวดงานเขียนเรื่องแปล เริ่ม เมย.62
  • บทที่ 15 วิกาลภูตกับผู้คุม
  • บทที่ 14 ไคมีร่า สัตว์พหุพันธุ์
  • บทที่ 13 ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
  • บทที่ 12 กำเนิดปีศาจร้าย
  • บทที่ 11 เมืองต้องมนตร์
  • บทที่ 10 ประสานพลังศาสนเวทย์
  • บทที่ 9 ตายซ้ำเจ็ดครา
  • บทที่ 8 ต้องตายก่อนจึงจะได้เป็นอิสระ
  • บทที่ 7 ร้านบิ๊บเบิ้ลวิคที่สะพานลอนดอน
  • บทที่ 6 คัมภีร์อาถรรพณ์
  • บทที่ 5 ปีกเทวดาตกสวรรค์
  • บทที่ 4 ซอยอินนิโก้
  • บทที่ 3 หมอยา
  • บทที่ 2 เหตุป่วนสมอง
  • บทที่ 1 ดาวพิษเวิร์มวู้ด
  • --<>--
    เพื่อนๆที่ไม่ active หรือไม่ทักทายกันแล้ว ยังคงเก็บไว้ในศาลาสมาธินะคะ ออกจากสมาธิเมื่อไร จะเชิญกลับเข้ามาใน Friends' blogs ใหม่ค่ะ
    Friends' blogs
    [Add ภาวิดา คนบ้านป่า's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.