ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
27 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 
ก็ว่าจะไม่รัก Just You บทที่ ๑๐ (Yuri)



๑๐

น่าจะเป็นที่นี่

สุธาสินีจอดรถคันงามชะเง้อมองบ้านเลขที่ตรงตามที่น้องสาวให้มา เป็นทาวน์เฮ้าส์สองชั้นที่น่าจะสร้างมาเป็นกว่าสิบปีรั้วสูงประมาณศีรษะ บ้านปิดประตูเงียบ

ไม่มีอะไรต้องกลัวอย่าปอดสิ

หล่อนหายใจลึกๆ ดับเครื่องยนต์ ลงไปกดออดหน้าประตูรั้ว

ติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!

แต่ยืนรออยู่หลายนาที ไม่มีใครมาเปิดรับ

ไม่มีคนอยู่ เอาไงดี?

ขณะที่ยืนเหลียวซ้ายแลขวาอยู่นั้นเอง พลันได้ยินเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามจากด้านหลัง

“มาหาใครเหรอครับ

ร่างสูงโปร่งหมุนตัวไปมองต้นเสียงเป็นเด็กหนุ่มแต่งเครื่องแบบนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับตนหน้าตาคล้ายกับกรองแก้วหลายส่วน จึงเดาในใจว่าเป็นน้องชาย

“มาหาน้องแก้วค่ะน้องแก้วอยู่ที่นี่ใช่ไหมคะเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“ครับกรองแก้วเป็นพี่สาวผมเอง”กวินตอบอย่างเป็นมิตร ก่อนที่จะได้พิจารณาคนตรงหน้าอย่างละเอียด“ผมคุ้นหน้าพี่มากเลย เรียนที่มอด้วยใช่ไหมครับ

“ค่ะ พี่เรียนป. โท”

“อ๋อ นึกออกแล้วพี่สุอะไรสักอย่าง”เขาโพล่งออกมา เคยเห็นอีกฝ่ายขึ้นพูดเป็นตัวแทนในวันสำคัญของสถาบัน

“ใช่ค่ะพี่ชื่อพี่สุอะไรสักอย่าง”หล่อนพูดยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี รู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก

“ขอโทษครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะเจื่อนๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ” สุธาสินีไม่คิดถือโกรธ “ว่าแต่น้องชื่ออะไรคะ

“ผมกวิน เรียนปีหนึ่งครับ” เขาแนะนำตัว ก่อนเอ่ยปากเชิญแขก “เข้าไปรอในบ้านก่อนไหมครับกว่าพี่แก้วจะกลับน่าจะอีกสักพัก เว้นแต่จะไถลไปไหน”

“ขอบคุณค่ะ” ร่างสูงโปร่งตกลงอย่างไม่ลังเล

กวินไขประตูผายมือเชื้อเชิญแขกให้นั่งรอในห้องรับแขก แล้วนำน้ำเย็นมาเสิร์ฟ

หล่อนกวาดสายตามองไปโดยรอบบ้าน ข้าวของมีมากมายจัดวางได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสายตาหยุดอยู่ที่ภาพถ่ายครอบครัว มีพ่อแม่และลูกสองคน ซึ่งในภาพกรองแก้วกับกวินยังดูเด็กอยู่มาก

ตอนเด็กน่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย

อดนึกชมเธอในใจไม่ได้

“รูปนั้นถ่ายตอนแม่ยังอยู่ครับพี่แก้วสิบสอง ผมแปดขวบ เป็นรูปสุดท้ายของพวกเรา” กวินเอ่ยขึ้นลอยๆทุกครั้งที่มองภาพนี้เขาจะนึกถึงมารดาที่เสียไปเสมอ

“เสียใจด้วยนะคะ” ประธานสาวเอ่ยเสียงเศร้า

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่” เด็กหนุ่มพูดอย่างไม่คิดมาก เปิดกระเป๋าหยิบการบ้านออกมาทำ วิชาที่ไม่ถนัดที่สุด...บัญชี“ผมขอนั่งทำการบ้านก่อนนะครับ”

“ตามสะดวกเลยกวิน” หล่อนมองเขาอย่างเอ็นดู

กวินทรุดตัวนั่งขัดสมาธิกับพื้นตรงข้ามกับแขก หยิบสมุดหนังสือวางบนโต๊ะกระจกใช้แทนโต๊ะเขียนหนังสือ

“ไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้นะวิชาถนัดพี่น่ะ” สุธาสินีเสนอความช่วยเหลือหลังเห็นปกหนังสือเรียนวิชาบัญชี

เด็กปีหนึ่งทำหน้าดีใจ

“พี่พูดจริงหรือเปล่าครับ? วิชานี้ผมเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย”

กวินอยากได้คะแนนสูงๆ แบบพี่สาวบ้าง ทว่าเขาเรียนจบสายวิทย์-คณิตจึงไม่มีพื้นฐานบัญชีมาก่อนจึงไม่ถนัดวิชานี้เอาเสียเลย วิชาที่ยากขึ้นชื่อว่า...เป็นวิชาปราบเซียน แม้เขาจะพยายามทำความเข้าใจในห้องเรียนแต่ยังจับทางวิชานี้ไม่ได้เสียที บ่อยครั้งที่ต้องรอถามพี่สาว

ดูแล้วหัวอ่อน เข้าทางน้องน่าจะง่ายกว่า

ร่างสูงคิดในใจ จึงเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ

“พี่สอนให้เอาไหม? รับรองเข้าใจไม่ยาก”

“เอาครับ” เด็กหนุ่มรีบตะครุบข้อเสนอตอนแรกตั้งใจจะรอถามกรองแก้ว แต่เมื่อแขกสาวอาสาเขาก็ไม่ปฏิเสธ โดยเชื่อว่าหล่อนดูใจดีคงไม่ดุเท่าพี่สาวของตน

สุธาสินีขยับตัวไปนั่งพับเพียบกับพื้นห้อง ขอยืมหนังสือเรียนไปเปิดตั้งแต่บทต้นๆอันเป็นสาระสำคัญของวิชานี้ แล้วเริ่มอธิบายตั้งแต่ต้นสมการทางบัญชี

“สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือสมการทางบัญชีแรกสินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ” พูดพลางชี้นิ้วไล่ตามหนังสือ“จุดแรกที่ต้องเข้าใจก็คือ อะไรคือสินทรัพย์ หนี้สินหรือส่วนของเจ้าของ ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ก็จะทำไม่ได้เลย”สาวรุ่นพี่ชี้ประเด็นสำคัญที่สุดออกมา

“ครับ” กวินผงกหัวเป็นระยะ

หล่อนอธิบายความหมายคำสำคัญแต่ละอย่างออกมา โดยไม่ลืมถามเด็กหนุ่มเป็นระยะๆเพื่อให้เข้าใจชัดเจน กินเวลาไปราวสิบกว่านาทีจึงอธิบายจบสมการพื้นฐาน งบดุลรวมถึงงบกำไรขาดทุนจบ

“พอได้ไหม

“ผมเข้าใจแล้วครับพี่” น้องชายของกรองแก้วยิ้มร่า “พี่สอนเข้าใจง่ายกว่าอาจารย์ผมอีก”

สุธาสินีหัวเราะเบาๆ

“จริงๆแล้วเราก็เรียนอาจารย์คนเดียวกันนั่นแหละ”

ปล่อยไก่ไปทั้งเล้าเลยน่าอายชะมัด

เด็กหนุ่มทำหน้าเหลอหลา ใบหน้าขึ้นสีจางรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก หัวเราะเจื่อนๆ

ขี้อายนะเนี่ย น่ารักดี

ร่างสูงโปร่งนึกชมในใจ

“ลองทำการบ้านดูนะ เดี๋ยวพี่ตรวจให้”

“ครับ” กวินตั้งใจทำไม่นานก็เสร็จแล้วส่งให้อาจารย์จำเป็นตรวจ

“ทำถูกทุกข้อเลยนะเนี่ย เก่งมาก”

“จริงเหรอครับ” เด็กหนุ่มยิ้มร่าอย่างมีความสุข เป็นครั้งแรกที่ทำการบ้านบัญชีไม่ผิดเลย

ทั้งคู่ไม่ทันพูดอะไรต่อ

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงมือถือของเด็กหนุ่มดังขึ้น เขาคว้ามาอ่านชื่อคนโทร

“พี่แก้วโทรมาครับ” กวินเงยหน้าบอกกับแขกสาว สาวสวยพยักหน้ารับรู้ เขาจึงกดรับสาย “ครับพี่แก้ว” เงี่ยหูฟังเสียงในสายอย่างตั้งใจ

“เย็นนี้หาข้าวทานเองนะตอนนี้พี่ช่วยพ่ออยู่” เสียงสาวแว่นบอกน้องชาย มีเสียงโลหะกระทบดังลอดเข้าไปในสาย

“อ้าว! ไหงไปอยู่ที่ร้านล่ะแล้วพี่แก้วจะกลับบ้านกี่โมง ตอนนี้มีแขกมารออยู่ที่บ้านนะ”

“ใคร?” เธอถาม

“พี่สุอะไรสักอย่างครับ”

มาทำไม?

คนในสายนิ่งไปหลายวินาที

“บอกให้กลับไปก่อนไม่ต้องรอ กว่าจะเสร็จคงดึก”

“เข้าใจแล้ว”

“แค่นี้นะ” พี่สาวกดวางสายอย่างรวดเร็ว

“พี่สุครับ พี่แก้วบอกว่ากว่าจะกลับคงดึก ให้พี่กลับไปก่อนครับ” เด็กหนุ่มบอกตามที่พี่สาวฝากความไว้

“งั้นเหรอ” สาวสวยนิ่งคิด“แล้วตอนนี้น้องแก้วอยู่ไหนล่ะ

“ไปช่วยงานพ่อที่ร้านมอเตอร์ไซค์ครับสงสัยจะลูกค้าเยอะ”

ขยันจริงๆ

สุธาสินีนึกชื่นชมอีกคนในใจ

“ตกลงเข้าใจการบ้านแล้วนะ

“ครับ ขอบคุณพี่สุมากนะครับที่ช่วยสอนผมครับถ้าต้องรอพี่แก้วคงดึกแน่”

“ถ้างั้นพี่กลับก่อนนะ” เอ่ยขอตัว รู้สึกผิดหวังที่ไม่เจอเธอ

“ครับ” กวินออกไปส่งแขกสาวที่หน้าบ้านปรายตามองไปยังรถเก๋งคันงามของอีกฝ่าย แม้จะสงสัยว่าสาวสวยมีธุระอะไรกับพี่สาวแต่ไม่กล้าถามออกไป ด้วยเกรงจะเป็นการเสียมารยาท

“เจอกันที่มหาลัยก็ทักกันบ้างล่ะ”

“ครับพี่”

“บาย”

เขายืนมองจนรถของอีกฝ่ายเลี้ยวหายพ้นสายตาไปจึงเดินกลับเข้าบ้าน ความสงสัยบางอย่างผุดขึ้นในสมอง

แปลก! พี่แก้วรู้จักกับคนดังสวยรวยแบบนี้ด้วยเหรอ? ไว้พี่แก้วกลับมาค่อยถามแล้วกัน

กวินอดที่จะยิ้มไม่ได้ เมื่อคิดถึงความใจดีของสาวรุ่นพี่

สุธาสินีขับรถกลับบ้าน ทั้งที่รู้สึกไม่สบายใจนักเสียดายที่ยังไม่สามารถปรับความเข้าใจกับสาวแว่น แต่ก็จนใจที่ทำอะไรไม่ได้

คิดไม่ถึงเลยว่าเป็นเด็กปีสี่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายขนาดนี้ เป็นผู้ใหญ่เกินตัวจริงๆ

แทบจะทันทีที่โผล่หน้าเข้าไปในบ้าน สาวสวยก็เจอกับเสาวรสที่นั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก

“เจอแก้วไหมคะ

พี่สาวส่ายหน้า ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้เดี่ยว

“ไปช่วยงานพ่อที่ร้านมอเตอร์ไซค์”

“คิวทองจริง” น้องสาวพูดขำๆ

“ขยันเกินสิไม่ว่า นึกว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์วูแมนหรือไง”หล่อนเอ่ยแบบประชดประชัน ไม่เคยเห็นนักศึกษาคนไหน ขยันขนาดนี้มาก่อนทำงานพิเศษอาทิตย์ละสามสี่วัน วันว่างยังไปช่วยงานธุรกิจพ่อ

...น่ายกรางวัลคนขยันแห่งชาติให้จริงๆ

“ขยันเกินไปหรือเปล่า เสาไม่ทราบหรอกค่ะแต่เวลาสอบแก้ว ได้ท๊อปไม่ก็รองท๊อปเป็นประจำ ไม่รู้ว่าเอาเวลาไปดูหนังสือตอนไหน”

โห!

ร่างสูงโปร่งทำหน้าประหลาดใจ หลังรู้เรื่องเธอคนนั้นมากขึ้น

“เก่งขนาดนั้นเชียว”

“แก้วลุ้นเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอยู่นะคะเก่งสูสีกับเพื่อนของแขเลยล่ะ” เอ่ยชมสาวแว่นอย่างภาคภูมิใจ ไม่คิดอิจฉาตาร้อนเห็นใครได้ดีก็พลอยยินดีไปด้วย ขณะที่เสาวรสก็ลุ้นเกียรตินิยมอันดับสองอยู่

“ก็ดี” หล่อนหน้าเสียเล็กน้อยสะดุ้งสะเทือนกับชื่อของแฟนเก่า

แย่จัง!ฉันไม่ควรพูดชื่อยายแขเลย

น้องสาวสังเกตเห็นความผิดปกติบนหน้าสวยของพี่สาว ที่อาจจะตบตาคนอื่นได้แต่ปิดบังเธอไม่ได้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“วันนี้พี่สุไม่ซ้อมเหรอคะ

“ซ้อมสิ ว่าจะไปว่ายน้ำไปด้วยกันไหม

“ขอบายดีกว่าค่ะ” น้องสาวรีบปฏิเสธ ไม่คิดแข่งขันกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังกับอีกฝ่ายโดยเฉพาะไตรกีฬาที่หล่อนเชี่ยวชาญกว่ามาก

ขืนว่ายแข่งกับพี่สุ แพ้ชัวร์...ไม่เอาหรอก

“ไม่ค่อยออกกำลังระวังอ้วนนะ”สุธาสินีแกล้งพูดแหย่ รู้ว่าอีกคนรักสวยรักงามขนาดไหนน้ำหนักขึ้นไม่กี่ขีดก็บ่นเป็นหมีกินผึ้ง แต่อดใจทานของหวานของจุกจิกไม่ได้...ช่างเป็นพวกย้อนแย้งในตัวเองเสียจริง

“ไม่มีทางค่ะ ไม่ต้องมาแกล้งยั่วเสาเลย”เธอรู้เท่าทัน

ชอบแกล้งคนจริงๆนิสัยไม่ดี

ร่างสูงโปร่งหัวเราะเบาๆ หยิบข้าวของ เดินกลับห้องเพื่อเปลี่ยนชุดไม่กี่นาทีก็ออกไปหลังบ้าน เพื่อซ้อมว่ายน้ำในสระ ตั้งใจจะลงแข่งไตรกีฬาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าซึ่งเป็นรายการใหญ่ โดยตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้อันดับดีกว่าปีก่อน

ไตรกีฬาประกอบด้วยกีฬาสามชนิด อันได้แก่ วิ่งว่ายน้ำ และขี่จักรยาน ที่ต้องใช้ความอดทนและมีกำลังใจที่เข้มแข็งมากหล่อนฟิตซ้อมอย่างหนักต่อเนื่องสม่ำเสมอหลายปี เพื่อให้ร่างกายแข็งแกร่งจนทั้งตัวมีกล้ามเนื้อและซิกแพคในแบบที่สาวๆ หนุ่มๆ หลายคนปรารถนา

...แต่ว่าจะมีสักกี่คนที่อดทนเอาจริงจนเกิดผลลัพธ์แบบนี้

หลังวิ่งวอร์มรอบสระสองรอบสุธาสินีจึงหย่อนตัวลงในน้ำ แล้วเริ่มว่ายช้าๆ ก่อนกลับตัวที่ขอบสระแล้วว่ายกลับไปกลับมาหลายรอบ ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดแรงเกิด

การออกกำลังจนแทบหมดแรงมีข้อดี ตรงที่สมองจะไม่มีเรื่องคิดมากโฟกัสเฉพาะสิ่งที่กำลังทำตรงหน้าเท่านั้น อยากจะลืมเรื่องอะไรก็ทำได้ง่ายดายอย่างเช่นเรื่องของรัศมีแข ที่มารบกวนจิตใจน้อยลง

ทว่าวันนี้ภายในสมองหล่อนครุ่นคิดวนเวียนถึงแต่กรองแก้วแม้ กระทั่งยามที่แหวกว่ายอยู่ในสระไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

...อยากรู้ว่าน้องแก้วจะกลับถึงบ้านสักกี่โมง?

...น้องแก้วจะยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า?

...ถ้าพรุ่งนี้พบกัน น้องแก้วจะรับฟังคำขอโทษของฉันไหม?

...ฉันควรจะคุยอะไรกับน้องแก้วดี?

ฯลฯ

ทำไมฉันต้องคิดถึงแต่เธอด้วยนะกรองแก้ว...ทำไม?   

สุธาสินีถามตัวเองแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกทว่าสมองอันชาญฉลาดยังคงไร้ซึ่งคำตอบ

บอกที

อย่าเย็นชาใส่กันนักจะได้ไหม

พี่เสียใจเศร้าตรมจิตหม่นหมอง

อย่ารังเกียจเหมือนพี่ไม่ชวนมอง

อยากใกล้น้องบอกทีควรทำไง.

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

...พี่สุกำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ส่วนจะง้อน้องแก้วสำเร็จหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ ^^

E-book โหลดซื้อได้ที่ MEB ส่วนหนังสือจองได้ถึง 10 สิงหาคมนะคะ

สุขสันต์วันหยุดยาว ท่านใดไปเที่ยวขอให้สนุก และเดินทางปลอดภัยค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 27 กรกฎาคม 2561
Last Update : 27 กรกฎาคม 2561 14:33:30 น. 0 comments
Counter : 298 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.