ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๓ (Yuri)



นางฟ้า

ตะลึงลานเขม้นมุ่ง มองหญิง

พ้นผ่านหลายปีจริง เนิ่นช้า

เด็กน้อยที่เพริศพริ้ง งามงด มากแฮ

เปล่งปลั่งแลเจิดจ้า นางฟ้า หรือไรฯ.

เด็กอะไร ยิ่งโตยิ่งสวย...ยิ่งมีเสน่ห์

อินทุอรคิดชมหล่อนในใจ สำรวจใบหน้ารูปไข่สวยหวานที่ผมสีดำสนิทยาวกว่าสมัยก่อน สูงกว่าเดิมหลายเซนติเมตรหากยืนเทียบกันคงสูงกว่าเธอเล็กน้อย รูปร่างทรวดทรงดูเป็นสาวเต็มตัวสวยสะคราญจนเชื่อว่าผู้ชายเก้าในสิบคนคงมองเหลียวหลัง...เว้นแต่หมอนั่นเป็นเกย์แต่ไม่กล้าหลุดปากชมออกมา ด้วยยังไม่แน่ใจปฏิกิริยาของหล่อนกลัวหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ

“สวัสดีค่ะน้องแปม” ครูสาวทักทายเสียงอ่อนโยน ยิ้มบางๆดีใจที่ได้เจอกับคนคุ้นเคย “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหมคะ?”

จะรู้ไปทำไม

สาวสวยเม้มริมฝีปากแทบเป็นเส้นตรง ก่อนคลายออก แล้วตอบสั้นๆ

“ค่ะ”

ถามตั้งยาว ตอบแค่เนี่ย

สาวผมสั้นทำหน้าสับสน หากเป็นสมัยก่อน อีกฝ่ายจะเจรจายืดยาวต่อปากต่อคำ...ไม่ใช่ตอบสั้นห้วนแบบนี้ไม่เข้าใจว่าตนไปทำอะไรให้หล่อนขุ่นเคือง ถึงได้ทำตัวเหินห่างเหลือเกิน ทั้งที่เราเคยสนิทกัน

ฉันทำอะไรผิด?

เธอนึกสงสัย และจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆต้องหาโอกาสคุย เพื่อปรับความเข้าใจกับอีกฝ่ายให้จงได้

อีกสามคนที่อยู่ในห้องนั้น รับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆของสองสาว ประหนึ่งว่ามีเรื่องขัดแย้งกันอยู่ และเป็นสมรที่พูดทำลายความเงียบงันลง

“ไหนเล่าทีสิว่า ผลการเรียนของลูกเป็นยังไง? ย่ายังไม่รู้เลย”

หลานสาวทรุดนั่งเก้าอี้ข้างเตียงคนเจ็บ กุมมือเหี่ยวย่นไว้ในสองมือของตนอย่างทะนุถนอม

“แปมได้เกรดเอเกือบทุกวิชาค่ะคุณย่า ขาดไปแค่สองตัว”

ผอ.สูงวัยยิ้มกว้างแก้มแทบปริ ภาคภูมิใจเหลือเกินกับหลานสาวที่ไม่เคยทำให้ตนต้องผิดหวังยกมือขึ้นลูบศีรษะคนตรงหน้าอย่างรักใคร่

“ได้ขนาดนี้ ก็เก่งมากแล้วลูก ย่าภูมิใจในตัวหนูนะ”

“ขอบคุณค่ะ” สาวหน้าหวานยิ้มกว้าง หัวใจพองฟูโตกับคำชื่นชม

ถึงจะหัวดี แต่ทำได้เยี่ยมขนาดนี้น้องแปมคงทุ่มสุดตัว

อินทุอรนึกในใจ รู้จักอุปนิสัยของเปมิกาเป็นอย่างดีว่าถ้าตั้งใจทำอะไรจะกัดไม่ยอมปล่อย คลับคล้ายกับนิสัยใจคอของคุณสมร หยั่งกับถอดแบบมาทีเดียวส่วนมนตรีกับมนต์ธร อึดไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่งของผอ.สูงวัยคนนี้เลยด้วยซ้ำ

ครั้งหนึ่ง เปมิกาในวัยเยาว์ขอร้องให้เธอสอนเล่นกีตาร์โปร่งเด็กสาวขยันซ้อมหลายชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน จนนิ้วเจ็บห้อเลือด ก็ยังดื้อรั้นที่จะทำต่อไปจนสุดท้ายเธอทนไม่ไหว จึงเอ่ยห้ามอีกฝ่าย

“น้องแปมคะ ถ้าเจ็บก็หยุดเถอะค่ะอย่าทรมานนิ้วสวยๆ เลยนะคะ” อินทุอรรู้สึกเจ็บแทน หลังสำรวจมือเรียวสวยของอีกฝ่ายที่ปลายนิ้วมีร่องรอยสายกีตาร์บาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมือใหม่หัดเล่น ถ้าทนได้ก็เล่นได้พร้อมมีรอยด้านทิ้งไว้เป็นที่ระลึก “เดี๋ยวอาเอายามาทา แล้วจะพันนิ้วให้นะคะพักสองสามวันรอแผลหายค่อยซ้อมต่อ”

“ไม่พักไม่ได้เหรอคะ แปมอยากซ้อมต่อ” เด็กสาวดึงดันที่จะทำต่อไปนัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายมุ่งมั่น

ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?

“ซ้อมหนักขนาดนี้ จะไปลงแข่งประกวดเหรอคะ?”สาวหน้าคมถามต่ออย่างสงสัย

เด็กสาวส่ายหน้าน้อยๆ

“เปล่าค่ะ แปมแค่อยากลบคำสบประมาทมีคนบอกว่าแปมไม่มีพรสวรรค์ เล่นกีตาร์ไม่ได้”

หืม!

คนฟังทำหน้างง

“ใครบอกคะ?”

“เพื่อนที่โรงเรียนค่ะ”

เฮ้อ! เล่นกีตาร์ต้องใช้พรสวรรค์ด้วยเหรอ ฉันไม่ยักรู้

อินทุอรถอนหายใจยาวไม่รู้จะชมหรือตำหนิอีกฝ่ายดี เธอเข้าใจอุปนิสัยของเปมิกาดีว่า เป็นพวกไม่ชอบคำสบประมาทและชอบเอาชนะสุดๆ ใครท้าไม่ได้

“เพื่อนเขามีปากจะพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้นค่ะ ถ้าไม่ถูกใจ เขาจะวิจารณ์เราเสียๆ หายๆ ขนาดไหนก็ได้เราห้ามไม่ได้หรอก...โลกนี้มีคนปากเสียใจร้ายเยอะค่ะ”

หล่อนในวัยเด็กทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ

“เราต้องยอมรับเหรอคะ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง?”

“ไม่ต้องยอมรับค่ะ”ครูสาวยกยิ้มมุมปาก ชอบเวลาอีกคนทำหน้าเหลอหลา

“แล้ว?” ใบหน้าสวยยามนี้เต็มไปด้วยความคลางแคลง

“ไม่ต้องแคร์ค่ะไม่ต้องสนใจเลยด้วยซ้ำ มันเป็นแค่ลมปากที่พัดผ่าน สักวันความจริงจะปรากฏ คนพูดก็จะได้รับผลจากการกระทำของเขาเอง...ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วค่ะ”

ครูสาวเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากประสบการณ์ของตัวเองและคนรอบตัว บางคนโดนต่อว่าก็เอาไปคิดมาก เสียอกเสียใจ จนกลายเป็นโลกซึมเศร้าเกลียดสังคมไปเลยก็มี

คนปากกระโถนไม่ได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่า‘เขาได้ทำร้ายทำลายคนอื่นไปขนาดไหน’พูดหรือทำลงไปแค่เพียงสะใจ สบายใจเสี้ยวนาที แล้วก็ลืมหมดสิ้นจากนั้นก็สนองตัณหาตัวเองด้วยการหาเรื่องคนอื่นต่อไป

คนบางคนเลวจนเป็นสันดานฝังลึกจนยากจะเปลี่ยน หากเราไม่รู้จักรับมือ ชีวิตจะอยู่ยากมากจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจเหมือนประโยคที่ได้ยินกันบ่อยๆ...อ่อนแอก็แพ้ไป

“อย่างนั้นเหรอคะ?” เด็กหน้าหวานถามย้ำ

“ค่ะ” คนอายุมากกว่าตอบ

เปมิกายิ้มออกมาหลังพยายามทำความเข้าใจกับคำแนะนำของคนตรงหน้า

“แปมเข้าใจแล้ว”

“ตกลงให้อาทำแผล พันนิ้วได้แล้วใช่ไหมคะ?”อินทุอรเป็นห่วงบาดแผล หากไม่ได้รับการดูแลใส่ยา แผลอาจจะหายช้าหรือติดเชื้อได้

“ค่ะ” คนอายุน้อยกว่าพยักหน้า“หลังพันแผลเสร็จแล้ว แปมจะซ้อมต่อค่ะ”

หืม! ตกลงเข้าใจแน่หรือเปล่าเนี่ย?

เธอส่ายหน้ากับความดื้อของอีกฝ่ายไม่กี่วันต่อมาเด็กสาวก็เล่นกีตาร์เพลงแรกได้อย่างคล่องแคล่ว เพลงแรกคือ...I’m Yours.

อินทุอรอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงความหลัง ไม่แน่ใจว่าเปมิกาจะลืมเรื่องพวกนี้ไปหรือยัง?

อยากรู้จริง น้องแปมยังเล่นกีตาร์อยู่หรือเปล่า?

“ลูกเรียนจบปริญญาแล้ว อยากเรียนต่อโท อยากทำงานที่ไหนหรือช่วยงานย่าที่โรงเรียนล่ะ?” สมรถามขึ้น โดยไม่คิดจะบังคับจิตใจกันแม้ว่าหล่อนจะเป็นความหวังสุดท้ายของตนก็ตามที

อินทุอร ชุติมา และแจ่มที่นั่งบนโซฟายาว รอลุ้นฟังคำตอบใจจดจ่อเหลียวมองไปยังคนถูกถามอย่างพร้อมเพรียง

น้องแปมจะเลือกอะไร?

เปมิกานิ่งไปชั่วอึดใจ เป็นคำถามที่ถามตัวเองหลายครั้งก่อนที่จะบินกลับมา...จึงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว

“แปมอยากช่วยงานคุณย่าค่ะ อยากช่วยแบ่งเบาภาระเท่าที่จะทำได้แปมจะทำให้เต็มที่ค่ะ” สาวหน้าหวานตอบเสียงจริงจังหนักแน่น

ค่อยยังชั่ว

ทุกคนที่ได้ยินคำตอบล้วนโล่งใจ และยิ้มออกมาโดยเฉพาะสมรนั้นยิ้มกว้างกว่าทุกคน

“ขอบใจนะลูก” คนเจ็บพึมพำเบาๆ น้ำตารื้นขอบตาตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก จนต้องรีบยกมือปาดน้ำตาทิ้ง “ขอบใจจริงๆ”

ดีใจจริงๆ ที่ฉันมีหลานสาวที่กตัญญูแบบนี้

“คุณย่าคะ...” หล่อนพึมพำ ตกใจที่อีกคนมีปฏิกิริยาแบบนี้ รีบดึงทิชชู่ข้างเตียงซับน้ำใสๆบนแก้มของสมรอย่างเบามือจนแห้งหมด “คุณย่าเป็นอะไรคะ ร้องไห้ทำไม?"

“ย่าไม่เป็นอะไร แค่ดีใจมากไปหน่อย” คนเจ็บพูดเสียงอ่อย เคอะเขินที่แสดงอาการซาบซึ้งออกนอกหน้า

โธ่เอ๊ย!

เปมิกายิ้มบางๆ นึกดีใจที่ตนตัดสินใจไม่ผิด

“คุณย่าทำให้แปมตกใจหมด”

ผู้อาวุโสทำหน้าเจื่อนๆ

“โทษที ก็มันซึ้งนี่”

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ กุมมือเหี่ยวย่นของสมร จนอีกคนคลายความเขินลงจนยิ้มออก

“คุณแปมเป็นเด็กดีมากจริงๆ” แจ่มซาบซึ้งใจตามย่าหลานยกมือปาดน้ำตาที่เอ่อล้นทิ้งบ้าง

นี่ก็จอมขี้แยอีกคน

ชุติมาซ่อนยิ้มในหน้า ชินเสียแล้วกับความใจอ่อนของเจ้านายกับป้าของตัวเองนึกดีใจแทนสมร ที่หล่อนยอมสานต่องานโรงเรียนประถม ‘รุ่งนพคุณ’ ซึ่งดีกว่าให้มนตรีหรือมนต์ธรรับช่วงต่อมั่นใจมากว่าสองคนนั่นคงขายธุรกิจแลกกับเงินก้อนโตแน่

อินทุอรเหม่อมองสาวสวยอย่างชื่นชม แม้ว่าอีกฝ่ายจะเย็นชาใส่ตนแต่ผ่านไปหลายปี หล่อนยังคงอ่อนโยน ใจดีเฉกเช่นเดิมไม่เปลี่ยน

แม้ได้เห็นเปมิกาตัวเป็นๆ นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ครูสาวรู้สึกเหงาใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนโดนทอดทิ้ง ไม่แยแสไยดี ไม่ปรายตามองกันแม้แต่น้อยราวกับตนเป็นแค่ความว่างเปล่า ไม่ควรค่าแก่การสนใจ จนอดน้อยใจไม่ได้ อยากรู้ว่าสาวหน้าหวานมึนตึงกับเธอเพียงคนเดียวหรือเปล่า?

ฉันอยากให้น้องแปมแสดงท่าทีกับฉันเหมือนเดิม จะทำยังไงดีนะ ไอ้เราก็ง้อคนไม่เก่งซะด้วยสิ เฮ้อ!

ที่สำคัญ เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนไปทำอะไรให้หล่อนขุ่นเคืองใจ เรื่องนี้ยากเย็นยิ่งกว่า ตอนหัดเล่นเปียโนเพลงคลาสสิคของBeethoven ใหม่ๆ เสียอีกพอคิดถึงตรงนี้ก็ปวดขมับขึ้นมาทันที

โอ๊ย! ยากชะมัด

“ว่าแต่คุณย่าจะให้แปมไปช่วยอะไรที่โรงเรียนคะ?” เสียงหวานๆถามเข้าเรื่องงาน

“ย่าอยากให้แปมไปเป็น ผู้ช่วย.ผอ.น่ะ” ผู้อาวุโสให้คำตอบด้วยตำแหน่งนี้ว่างเว้นมานานเป็นปี หลังคนเก่าขอลาออกไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพและเธอไม่คิดแต่งตั้งใคร เหมือนรอคอยหลานสาว

...จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สมรต้องทำงานหนักกว่าเก่า

“โห! แบบนี้แปมต้องโดนว่าเป็นเด็กเส้นแน่”เปมิกาเอ่ยทีเล่นทีจริง ไม่คิดว่าตนจะได้ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น ผิดจากที่แอบเดาไว้คนละเรื่องปกติในการทำงานมักเริ่มจากระดับล่าง ไต่เต้าขึ้นไปตามความรู้ความสามารถ

...แต่นี่หล่อนไม่รู้อะไรสักอย่าง

ตำแหน่งสูงแบบนี้แปมจะรอดไหมคะคุณย่า...เฮ้อ!

สาวหวานนึกหวั่นใจไม่น้อย

“โรงเรียนของเรา ใครจะว่าอะไรก็ช่างเถอะ” สมรกล่าวเสียงเข้มก่อนพูดต่อ “ย่าจะให้แปมศึกษาข้อมูลของโรงเรียน วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งย่าต้องการปรับปรุงโรงเรียนของเราใหม่ ให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดีกว่านี้จะได้แข่งขันกับโรงเรียนอื่นได้ ขอแผนงานแบบละเอียดและทำได้จริง สรุปให้เสร็จภายในสองอาทิตย์...ได้ไหมลูก?”

สมรรู้ดีว่างานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งไม้ต่อให้หลานสาวกอบกู้ชื่อเสียง และสถานะทางการเงินของโรงเรียนให้ดีขึ้นเพื่อที่จะไม่ต้องขาดทุนจนต้องปิดธุรกิจของตระกูล

ฉันจะทำได้ไหมเนี่ย?

“แปมจะพยายามค่ะ” สาวหน้าหวานกล้ำกลืนรับคำทั้งที่ไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเองสักเท่าไหร่ กับงานแรกที่โหดหินไม่น้อย

ผอ.สูงวัยหันไปหาเลขาฯ ของตน

“ชุ”

“คะ?” สาวแว่นขานรับอย่างเร็ว

“จัดการเรื่องแฟ้มเอกสารให้แปมด้วยนะ เอาไปที่บ้านวันจันทร์ก็ได้พรุ่งนี้ให้แปมพักผ่อนอีกวันก่อน” สมรบอก

“ค่ะคุณท่าน”

“คืนนี้แปมขอนอนเฝ้าคุณย่าที่นี่นะคะ” สาวสวยเอ่ยขอขึ้นมีเรื่องอยากนอนคุยกับญาติผู้ใหญ่ให้หายคิดถึง

“นอนอยู่บ้านสบายกว่านะลูก อีกสองวันย่าก็คงกลับบ้านแล้วล่ะ”ผู้อาวุโสพูดอย่างเป็นห่วง ยังไงซะการนอนที่โรงพยาบาลไม่สะดวกสบายเท่าที่บ้าน

“แปมอยากอยู่ที่นี่มากกว่า นะคะคุณย่า...”หล่อนอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน แบบเดียวกับที่ใช้ได้ผลตอนเด็กๆพลางเอื้อมมือกุมมือของคุณสมรเอาไว้

“กี่ขวบแล้วน่ะเรา” คนเป็นย่าบ่นไม่จริงจัง ก่อนอนุญาตออกมา“ตามใจก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะคุณย่า” เปมิกาทำหน้าดีใจแบบเด็กๆ

สำหรับหล่อน สมรไม่ได้เป็นแค่คุณย่าแต่เป็นยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิต เป็นทุกสิ่งทุกอย่างหากไม่มีอีกฝ่าย ก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมืดมนขนาดไหน

แม้เปมิกาจะมีพ่อ และพี่ชาย แต่ก็เหมือนไม่มีใคร...ขาดความรักขาดความอบอุ่น สภาพคงไม่ต่างจากเด็กกำพร้าที่ไร้ญาติขาดมิตร

“ขี้อ้อนงอแงแบบนี้ อยู่อังกฤษมีแฟนแล้วหรือยังลูก?” คนสูงอายุบนเตียงแซวกึ่งหลอกถามกลายๆ กับเรื่องส่วนตัวของหลานสาว หลังสบโอกาส แม้จะเชื่อมั่นว่าเปมิกาประพฤติตัวอยู่ในกรอบอันดีงาม ไม่นอกลู่นอกทาง แต่เธอผ่านร้อนผ่านหนาวมามากรู้ซึ้งดีว่าเรื่องของหัวใจ เปลี่ยนคนฉลาดกลายเป็นคนงี่เง่ามาไม่น้อย

“คุณย่าคะ พูดอะไรแบบนั้น แปมมีเวลาที่ไหนกัน วันๆอ่านแต่หนังสือกับไปห้องสมุด” หล่อนรีบพูดอย่างเร็ว ใบหน้าหวานขึ้นสี ปรายหางตามองไปยังอินทุอรแวบหนึ่ง

“จริงเหรอ?” คนเป็นย่าไม่อยากจะเชื่อ “หลานสาวย่าสวยขนาดนี้พวกฝรั่งนี่ตาไม่ถึงหรือเปล่า?”

“นั่นสิคะ สวยขนาดนี้ถ้าลงประกวดเวทีนางงาม คุณแปมต้องได้รางวัลแน่”แจ่มกล่าวเสริมขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ป้าแจ่มชมแปมเกินไปแล้วค่ะ” เปมิการีบออกตัวแบบอายๆ

แม้จะเคยได้ยินคำชมมานักต่อนัก แต่หล่อนไม่หลงตัวเองเพราะคนที่อยากให้หลง ก็ดันไม่ยอมหลง จึงเสียความมั่นใจไปพอสมควร รู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่สวยพอมีเสน่ห์น้อยไปด้วยซ้ำ

ตึกตัก! ตึกตัก!

หัวใจของอินทุอรเต้นแรงรัวจนกระแทกซี่โครง เผลอกำสองมือที่วางบนตักแน่นนึกลุ้นอย่างบอกไม่ถูก

อย่าบอกนะว่า น้องแปมมีแฟนแล้ว

“ว่าไงลูก?” สมรซักไซ้ต่อเสียงนุ่มนวลหากแต่นัยน์ตาจ้องเขม็งคาดคั้นคำตอบ

วกมาเรื่องนี้ได้ยังไงกัน?

สาวสวยกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก รู้สึกเหมือนตนกำลังโดนสอบปากคำ

“เอ่อ ถ้าหมายถึงคนมาจีบ...จริงๆ ก็มีบ้างนะคะ”

“ที่มาจีบคนไทยหรือฝรั่งคะ?” แม่บ้านเก่าแก่ถามต่ออย่างใคร่รู้

“นั่นสิ” ผอ.อาวุโสเองก็อยากรู้

“มีทั้งสองอย่างค่ะ” หล่อนตอบเสียงแผ่วไม่ต่างจากกระซิบไม่ชอบการโกหกโป้ปด จึงได้แต่ตอบตามตรงเพียงแต่จะตอบหมดหรือไม่หมด...เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“แปมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่าไม่ห้ามที่แปมจะมีแฟนจะคนไทยหรือฝรั่งก็ได้ทั้งนั้นขอให้เป็นคนดีและรักกันจริง แล้วก็พามาให้ย่ารู้จักก่อนย่าไม่อยากให้หลานของย่าต้องเสียใจ เข้าใจนะ?” สมรกล่าวเสียงนุ่มนวล ยกมือลูบศีรษะหญิงสาวอย่างเอ็นดูไม่อยากให้หล่อนมีปัญหาครอบครัวซ้ำรอยหลายคู่รักซึ่งดูสวีทเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาในตอนแรกแต่สุดท้ายก็เลิกราแบบตายไม่อยากเผาผี

“ค่ะคุณย่า แปมสัญญา” เปมิการับปากรับรู้ได้ถึงความรักความเป็นห่วงของญาติผู้ใหญ่เป็นอย่างดี ในโลกนี้ไม่มีใครรักและห่วงใยหล่อนมากเท่าคุณสมรอีกแล้ว

เสียดายแต่คนที่แปมอยากคบ...ไม่ได้ชอบแปมน่ะสิคะ

หัวใจของสาวหวานแฟบลงแทบจะทันที เมื่อคิดแบบนั้น

ใครได้เป็นแฟนน้องแปม คงเป็นคนโชคดีที่สุด...น่าอิจฉาชะมัด

อินทุอรนึกในใจ จิกเล็บที่อุ้งมืออย่างแรงแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บมือแม้แต่น้อย...หากแต่เกิดรอยเล็กๆ ในก้อนเนื้อด้านซ้ายแทน

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม ต้นฉบับเรื่องนี้ส่งให้คุณพี่บอกอตรวจแล้ว น่าจะได้อ่านฉบับ E-book เดือนหน้า...อดใจรอกันอีกนิดค่ะ ^^

ออกพรรษาแล้ว อย่าลืมไปทอดกฐินกันด้วยนะคะ

พบกันตอนหน้าค่ะ

นาง ^^

OoXoO 




Create Date : 25 ตุลาคม 2561
Last Update : 25 ตุลาคม 2561 13:27:08 น. 0 comments
Counter : 135 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.