ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๑๓ (Yuri)



๑๓

“วันนี้อินท่าทางอารมณ์ดีจังมีอะไรดีๆ หรือเปล่าพิจิตราอดถามไม่ได้ หลังสังเกตเห็นเพื่อนรักทำหน้าบานตั้งแต่มาถึงซึ่งดูผิดปกติอย่างมาก

สามสหายนัดออกมาช็อปปิ้งเสื้อผ้าแบรนด์เนม ที่ลดกระหน่ำในห้างสรรพสินค้าช่วงสิ้นเดือน

“นั่นสิ” สินาถก็สังเกตเห็นเหมือนกัน

“ไม่มีอะไรพิเศษ แค่น้องแปมยอมคุยดีๆกับฉันแล้ว” อินทุอรพูดเสียงใสมีความสุข

งอนตั้งนานบทจะคืนดีก็ง่ายเกิน...แปลก

สินาถตั้งข้อสงสัย

“แล้วน้องแปมบอกหรือเปล่าว่าโกรธแกตั้งหลายปีเรื่องอะไร

“ฉันไม่ได้ถาม” ครูสาวเอียงหน้ามาตอบ คว้าเสื้อเชิ้ตแขนยาวมาทาบบนตัวเพื่อวัดขนาดจากนั้นเช็คป้ายราคา ที่ลดลงจากราคาเต็มเกือบครึ่ง “ตัวนี้สวยดีราคาก็โอเค”

อ้าว! นี่ก็ประหลาดคน

เพื่อนสองคนทำหน้าประหลาดใจ หันสบตากัน

“แล้วแกไม่อยากรู้เหรอพิจิตราถามบ้าง

ทำไมจะไม่อยากรู้

คนถูกถามขมวดคิ้ว ถอนหายใจเบาๆ

“อยากสิ แต่ฉันไม่กล้าถามกลัวน้องแปมจะโกรธอีกรอบ”

แค่หลานนอกไส้ต้องเกรงใจขนาดนี้เชียวหรือ?

สินาถอดเคลือบแคลงใจไม่ได้ มั่นใจว่าเด็กน้อยคนนี้คือตัวปัญหาที่ทำให้อินทุอรโทรมาปรึกษาตนคราวก่อน

“แบบนี้ก็สวยนะ ผ้าบางใส่แล้วไม่ร้อนใส่ไปทำงานก็ได้” อาจารย์สาวเปรยขึ้น หยิบเสื้อแขนยาวที่วางใกล้ๆขึ้นมาทาบตัวบ้าง

“ใช่ สวยทั้งสองตัวเลย ตัวทางนู้นก็สวยเหมือนกันเลือกยากชะมัด” อินทุอรพึมพำกับตัวเองออกอาการลังเลใจ หากซื้อทุกตัวที่อยากได้คงปวดใจกับสตางค์ในกระเป๋าไม่น้อย ประกอบกับมีหนี้บัตรเครดิต ที่รูดซื้อชุดให้เปมิกาคราวก่อนจึงใช้ฟุ่มเฟือยเหมือนเดือนอื่นไม่ได้

เธอถูกสอนมาไม่ให้ใช้เงินเกินตัว ใช้ฟุ่มเฟือยได้แต่ต้องเก็บเงินทุกเดือน เหลือเก็บนิดเก็บหน่อยก็ยังดี

ขืนซื้อหมดนี่...ปลายเดือนหน้าคงได้กินมาม่าแน่ฉัน

“ชุดนี้สวยนะ ถ้าพิมพ์ใส่จะยิ่งสวยมาก”พิจิตราเปรยกับสินาถ ชี้ไปยังชุดที่หุ่นสวมอยู่

‘พิมพ์’ ที่อาจารย์สาวเอ่ยถึงคือพิมพ์อัปสรนางแบบชื่อดังซึ่งเป็นคนรักของเพื่อนสนิท และเป็นอดีตลูกศิษย์ของพิจิตราอีกด้วย

“ฉันก็ว่างั้นแหละ” ผู้จัดการสาวพยักหน้า คว้าชุดเดรสสีแดงมาดูจนพอใจ จึงส่งให้พนักงาน“ชุดนี้ค่ะ”

หลายครั้งที่มาช็อปปิ้ง สินาถไม่ได้ชุดของตัวเองแต่ซื้อให้คนรักมากกว่า แม้พิมพ์อัปสรจะบ่น แต่เธอรู้ว่าลึกๆ อีกคนพอใจ หน้าที่ของคนรักที่ดีคือต้องเอาอกเอาใจอีกฝ่ายสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการสาวทำเป็นปกติ

“สามตัวนี้ค่ะ” พิจิตราส่งชุดสวยที่เลือกให้พนักงานสาว ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบบัตรเครดิต

อินทุอรยอมตัดใจเลือกแค่สองตัวที่ชอบที่สุดส่งให้พนักงานขาย

“สองตัวนี้ค่ะ”

เธอหยิบใบเครดิตมาชำระค่าสินค้า แอบเสียดายอีกตัวนิดหน่อย

ไว้เดือนหน้าค่อยว่ากันใหม่

หลังได้ของถูกใจ สามสาวหิ้วถุงสินค้า เดินออกไปทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารชั้นบนวันนี้พิจิตราเป็นเจ้ามือ โดยเลือกทานชาบู

“แล้วตกลงน้องแปมเลือกเรียนต่อ หรือทำงานล่ะอาจารย์สาวเปิดหัวข้อสนทนาขึ้น หลังสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว

“ทำที่ ‘รุ่งนพคุณ’ เมื่อวานครูสมรเพิ่งแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผอ.”

“โห! เส้นใหญ่ชะมัดเข้าปุ๊บก็เป็นฝ่ายบริหาร”

“ก็คงงั้น แต่ถ้าน้องแปมไม่ทำ ที่นี่ก็คงแย่พี่มนตรีไม่สนใจใยดีโรงเรียนเลยสักนิด ขนาดวันแต่งตั้งลูกก็ไม่โผล่หน้ามา” อินทุอรกล่าวถึงพี่เขยอย่างหนักใจ ส่วนมนต์ธรหลานชายไม่ต้องพูดถึง สมรไม่ยอมให้มีชื่อในฝ่ายบริหารของโรงเรียนหลังเขามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมากมาย ไม่ต่างจากแกะดำของตระกูล

“แล้วครูคนอื่นไม่เขม่นแย่เหรอสินาถถามบ้าง ด้วยทุกวงการมีปัญหาเรื่องการแก่งแย่งชิงดีเป็นปกติ ถึงจะเป็นครูบาอาจารย์แต่ก็เป็นคนธรรมดาที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ไม่ได้บรรลุมรรคผลใดๆ

“มีอยู่แล้ว” ครูสาวยักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนกล่าวต่ออย่างมั่นใจ “แต่ฉันเชื่อนะว่า น้องแปมจะผ่านไปได้”

“ทางเดียวที่จะผ่านไปได้ คือน้องแปมต้องพิสูจน์ตัวเอง”ผู้จัดการสาวพูดจากประสบการณ์ของตน กว่าจะขึ้นมาอยู่แถวหน้าของวงการ ก็เคยเจอเรื่องหนักๆมาไม่ใช่น้อย

เธอเชื่อในคำพูดที่ว่า ‘ทองแท้ไม่กลัวไฟคนจริงไม่กลัวอุปสรรค’ ทองบริสุทธิ์ยังไงก็เป็นทองคำไม่ว่าจะเจอกับอุปสรรคอะไร ขอเพียงไม่หวั่นไหว ไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย ถอดใจยอมแพ้สุดท้ายก็จะประสบกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

“ก็คงต้องแบบนั้น”

“ทานเสร็จแล้ว จะกลับบ้านเลยหรือไปไหนต่อพิจิตราเปลี่ยนเรื่องคุยไม่อยากให้บรรยากาศในโต๊ะอาหารตึงเครียดเกินไป

“กลับบ้านสิ มีนัดที่บ้าน” ครูสาวตอบ

“อย่าบอกนะว่า นัดกับพ่อม่ายนั่นอีกเห็นแก่กินไปหรือเปล่า นึกเดาไปว่า เพื่อนมีนัดกับวสันต์ ผู้ปกครองของลูกศิษย์ตัวน้อย

อินทุอรส่ายหน้าอย่างเร็ว

“ไม่ใช่ฉันนัดทำอาหารทานกับน้องแปมต่างหาก เดี๋ยวทานเสร็จต้องแวะที่ซุปเปอร์ซื้อของสดหน่อย ว่าจะทำทงคัตสึน่ะ”

เพื่อนสองคนทำหน้าประหลาดใจ รู้ว่าอีกฝ่ายทำอาหารเก่งทว่าไม่ค่อยทำนัก แม้จะรู้จักกันมานาน ทั้งคู่ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ชิมบ่อยๆ

“คุณอินจะเข้าครัวเป็นไปได้ น้องแปมมีลาภปากมาก”อาจารย์สาวแซว

“ของโปรดน้องแปมน่ะ” เธอจำได้ดีว่า เด็กน้อยชอบอะไรบ้าง ไม่ชอบอะไรบ้าง อยากทำอะไรเอาใจเปมิกาอยากให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นเหมือนเดิม

หวังว่าน้องแปมจะยังชอบทานเหมือนเดิม

หลังหล่อนไปอังกฤษ เธอไม่ค่อยได้เข้าครัวทำกับข้าวเกรงฝีมือจะเพี้ยนไปจากเดิม จึงต้องพลิกตำราอาหารดูเมื่อคืน ไม่อยากหน้าแตก

ท่าทางจะเห่อหลานคนนี้เอามาก

สินาถรู้สึกแบบนั้นหลังความสนใจของเพื่อนอยู่ที่เปมิกามากจนผิดปกติ เธอเคยเจอเด็กน้อยคนนั้นเมื่อนานมาแล้วจึงลืมหน้าตาไปสิ้น

“อินมีรูปน้องแปมไหม ขอดูหน่อยสิ

อินทุอรนิ่งคิด ก่อนส่ายหน้าช้าๆ

“มีแต่รูปเก่าๆ ไว้ถ่ายใหม่แล้วจะส่งไปให้แล้วกัน”

“อือ” อีกคนพยักหน้า

พิจิตราหันมองผู้จัดการสาว แล้วเอ่ยดักคอ

“อย่าบอกนะว่าแกจะชวนไปเป็นนางแบบ”

“ไม่หรอก แค่อยากเห็นเฉยๆไม่ได้เจอตั้งนาน เดินสวนก็คงไม่รู้” สินาถพูดยิ้ม

“ก็จริง น้องแปมเปลี่ยนไปเยอะสวยขึ้นจนฉันแทบจำไม่ได้” ครูสาวพูดยิ้มๆ

“จ้า น้องแปมคนสวย น้องแปมคนเก่งน้องแปมดีที่สุด” อาจารย์สาวพูดประชดกึ่งหมั่นไส้ที่เพื่อนรักชื่นชมเด็กน้อยคนนั้นออกนอกหน้า

“ถ้าฉันไม่รู้จักแกนะอิน ฉันจะเชื่อเลยว่าแกตกหลุมรักน้องแปมแล้วแน่ๆ” ผู้จัดการสาวแกล้งโยนหินถามทาง

“ใช่ ฉันคิดเหมือนแกเลยนาถ” เพื่อนอีกคนพยักหน้าเห็นพ้อง

เฮ้ย! พูดอะไร

อินทุอรหน้าร้อนวูบ รีบปฏิเสธทันควัน

“บะ บ้าน่า นั่นหลานฉัน” 

“ก็แค่หลานนอกไส้ไม่ได้เกี่ยวข้องทางสายเลือดสักหน่อย จริงไหมพิจิตราพูดความจริงออกมา

ครูสาวเอี้ยวไปแขวะเพื่อนรักอีกคน

“ฉันไม่คิดกินเด็กแบบคุณสินาถหรอกนะคะ”

สุดท้ายวนมาลงที่ฉันจนได้

ผู้จัดการสาวหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

“เด็กน่ะเนื้อนุ่ม อร่อยน่ากินที่สุดลองสักครั้งสองครั้งรับรองแกจะติดใจ เชื่อฉันสิ”

“บ้าสิ! ไม่ต้องพูดเลย” สาวหน้าคมค้อน กับความคิดทะลึ่งทะเล้นของเพื่อนรัก ใบหน้าขึ้นสีเข้มเขินอาย

สินาถกับพิจิตราหัวเราะชอบใจ สนุกกับการหยอกล้อเพื่อนสนิท

รวมหัวกันเหรอเนี่ย ชิส์

อินทุอรส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ

ทั้งสามหยุดคุย เมื่อเด็กเสิร์ฟยกอาหารมาวางจากนั้นก็ช่วยกันใส่ของสดลงในหม้อ โดยไม่แกล้งอินทุอรอีก

หลังแยกกับเพื่อนๆ ครูดนตรีแวะไปชั้นล่างเพื่อซื้อของสดที่จะใช้วันนี้ จากนั้นตรงกลับบ้าน เตรียมโชว์ฝีมือมื้อเย็น ระหว่างขับรถอดที่จะคิดถึงบทสนทนาในวันนี้ไม่ได้คำพูดของเพื่อนสนิทวนเวียนมารบกวนจิตใจเป็นระยะ

ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางคิดแบบนั้นกับน้องแปมแน่และฉันก็เชื่อว่าน้องแปมก็คงไม่คิดแบบนั้นกับฉันเหมือนกัน

เปมิกามาถึงบ้านของอินทุอรโดยสมรให้รถที่บ้านมาส่งกำชับให้คนขับรถกลับไปก่อน หล่อนยืนมองรั้วหน้าบ้านที่คุ้นตา ถึงผ่านไปหลายปีแต่บ้านก็ไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากเดิมเดินไปกดกริ่งรอเธอมาเปิดประตู

อินทุอรยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าแขกสาว

“เข้ามาก่อนสิคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ครูดนตรีปิดประตูรั้วลง ชวนอีกคนเข้าไปในบ้านแล้วสังเกตเห็นหล่อนถืออะไรติดมือมาด้วย

“เอาอะไรมาคะเนี่ย?”

“ไวน์ค่ะ จำได้ว่าอาอินชอบดื่ม”

หัวใจดวงน้อยพองโต ดีใจที่อีกคนจำเรื่องของตนได้

“จำได้ด้วยเหรอ

“จำได้สิคะครั้งแรกที่แปมหัดดื่มจนเมาก็ดื่มที่นี่กับอาอิน” หล่อนเอ่ยทวนความหลังที่ยังคงประทับแน่นในหัวใจ

ครูดนตรีผุดยิ้มบางๆ แล้วเล่าต่อ

“หลังอาเอาน้องแปมไปส่งเล่นขี้โกงหลับไปก่อน ปล่อยให้อาถูกคุณย่าสวดเป็นชุดคนเดียว หูชาสุดๆ”

แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา กับความทรงจำดีๆมากมายของเรา

“ใกล้ครบเวลาที่หมักหมูแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดจานเลย”เธอเอ่ยขึ้น

“แปมช่วยค่ะ วันนี้อาอินทำอะไรคะหล่อนวางขวดไวน์ลงที่โต๊ะ

“ทงคัตสึ ซุปมิโซะ และก็สลัดผักค่ะ ไม่รู้ว่าน้องแปมจะยังชอบอยู่ไหมสาวหน้าคมพูดพร้อมเดินนำเข้าไปในห้องครัว โดยอีกคนตามไป

“ของโปรดแปมเลย ตอนเรียนที่โน่นไม่ค่อยได้ทาน”

“ไม่มีขายหรือ

“มีขายค่ะ แต่มันแพงจนทานไม่ลง”บอกเหตุผลเสียงอ่อยๆ

หลานเศรษฐีบอกว่าข้าวหน้าหมูทอดแพง...เชื่อเขาเลย

อินทุอรส่ายหัว

“งกไปนะคะ”

“แปมกลัวค่าขนมหมดนี่ค่ะที่นู่นอะไรๆ ก็แพง...แพงไปหมดทุกอย่าง” หล่อนเอ่ยออกมาจากความรู้สึกเวลาใช้เงินแต่ละปอนด์นึกเกรงใจคุณย่าไม่น้อย โดยเฉพาะหลังแปลงค่าเงินเป็นบาท

“อย่าบอกนะคะว่า ที่ผอมขนาดนี้เพราะเสียดายเงิน” แกล้งพูดหยอกกับรูปร่างที่ดูเป็นผู้หญิงบอบบางอ้อนแอ้น

“แหม อาอินก็พูดเกินไปแปมเรียนหนักต่างหาก”

“แล้วไปนึกว่าไปอดๆ อยากๆ” เธอเอ่ยแซวขําๆ แล้วได้ค้อนจากหลานสาวคนสวยมาเป็นรางวัล จึงหัวเราะร่วน

ค้อนเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

อินทุอรมองเวลาหมักหมูที่เหลืออีกไม่กี่นาทีจึงหันไปถามแขก

“หิวหรือยังคะ

“นิดหน่อยค่ะ” เปมิกาตอบ ปกติอยู่บ้านคุณย่าจะทานข้าวเย็นประมาณหกโมง ทำให้ไม่กล้าทานอะไรรองท้องกลัวทานอะไรไม่ลง

“งั้นทำเลยนะ จะได้ทานร้อนๆ”

“ดีค่ะ” สาวสวยพยักหน้าเห็นด้วยอยากเห็นฝีมือของอีกฝ่าย ว่าจะอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า

ครูสาวเปิดแก๊สตั้งกระทะ รอจนน้ำมันร้อนจึงหยิบชิ้นหมูหย่อนลงไปช้าๆ เสียงฟู่ดังขึ้น

“ให้แปมช่วยอะไรคะ

สาวหน้าคมหันมาบอกด้วยเตรียมอุปกรณ์วางไว้หมดแล้ว

“น้องแปมจัดสลัดใส่จาน แล้วก็ตักน้ำซุปมิโซะใส่ถ้วยจานชามวางอยู่ตรงนั้นค่ะ”

คนสวยมองภาชนะตามนิ้วของอีกคน

“ได้ค่ะ”

เปมิกาเรียงผักสลัดที่หั่นเรียบร้อยใส่จานอย่างสวยงามบีบซอสใส่ถ้วยน้ำจิ้มโดยอีกคนไม่ต้องบอก แล้วหันไปตักน้ำซุปใส่ถ้วย

“ขอจานด้วยค่ะ” อินทุอรร้องบอก หลังหมูชิ้นแรกทอดสุก เตรียมขึ้นจากกระทะ

หล่อนจึงส่งจานให้เชฟสาว

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เธอพูดขึ้น หลังคว้าโดนมือนิ่มนุ่มเต็มๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ” สาวหวานพูดอย่างไม่ถือสา รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจ เดินไปยืนใกล้ๆ ชะโงกมองหมูทอดแสนอร่อยในจานอย่างสนใจ“หอมน่าทานมากเลย”

“ใจเย็นค่ะเด็กน้อย เดี๋ยวได้ทานแน่ขออาทอดอีกชิ้นก่อน” ครูดนตรียื่นจานให้อีกฝ่ายรับไป ใช้ทัพพีตักเศษเกล็ดขนมปังในกระทะออกทิ้งแล้วหยิบหมูที่เหลืออีกชิ้นใส่เพื่อทอดต่อ

“อาอินอ่ะแปมไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะคะ” แขกสาวย่นจมูกอย่างไม่พอใจกับคำสบประมาท

เธอหันกลับมามองแวบหนึ่ง

“ทำท่าแบบนี้ ไม่ใช่เด็กน้อยก็คงเด็กโข่ง”

“ใจร้าย ชอบว่าแปม” ทำเสียงกระเง้ากระงอดไม่ต่างจากสมัยเด็ก กอดอกทำท่าเหมือนงอน

เป็นถึงผู้ช่วยผอ.แต่ทำท่าทางแบบนี้เนี่ยนะ ใครจะเชื่อฟัง เด็กยังไงก็คงเป็นเด็ก...เฮ้อ

“ขอโทษค่ะ ยกโทษให้อานะคะ” สาวหน้าคมรีบง้อ ไม่อยากให้มื้อค่ำวันนี้กร่อย

ใจดีสุดๆ ไม่เคยเปลี่ยน

สาวหน้าหวานกลอกตาไปมา ซ่อนยิ้มยินดีที่อีกคนยอมอ่อนข้อให้ไว้อย่างมิดชิด

“ยกโทษให้ก็ได้ค่ะแปมเป็นคนสวยและใจกว้างมาก”

“อาเพิ่งรู้นะคะเนี่ยผู้ช่วยผอ.คนใหม่ของโรงเรียนเรา นอกจากสวยและใจกว้าง ยังบ้ายออีกต่างหาก” อินทุอรพูดหน้าตาเฉย

ชิส์!

เปมิกาส่งค้อนวงใหญ่อีกรอบ ไม่ทันจะคิดเอาคืนอีกคนก็พูดต่อ

“ขอจานด้วยค่ะ น้องแปมยกจานออกไปตั้งที่โต๊ะเลยเดี๋ยวจะได้ทานกัน”

หล่อนทำตามอย่างว่าง่ายแต่ไม่ลืมที่จะย่นจมูกให้อีกฝ่าย แล้วหยิบอาหารออกไปตามที่เจ้าของบ้านบอก

ทั้งคู่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารสีขาวสี่ที่นั่งโดยเลือกนั่งตรงข้ามกัน เธอยกแก้วไวน์ขึ้นสูง เปมิกาจึงทำตาม

“ยินดีด้วยนะคะสำหรับปริญญาใบแรกขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานด้วย” ครูสาวเอ่ยอวยพร

“ขอบคุณค่ะ”

ทั้งสองจิบไวน์เล็กน้อย แล้วเริ่มทานอาหารตรงหน้า

“ว้าว! อร่อยเหมือนเดิมเลย” สาวหวานกล่าวชมอย่างจริงใจ หลังเคี้ยวคำแรกหมดปาก นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายเจิดจ้า

คนมองรู้สึกมีความสุขตามไปด้วย

“ถ้าชอบก็ทานให้หมดนะคะ”  

“อร่อยแบบนี้ ยังไงก็หมดค่ะ” หล่อนใช้มีดตัดชิ้นหมูพอดีคำอย่างคล่องแคล่วตักเข้าปาก เคี้ยวไปยิ้มไป

เชฟสาวหัวใจพองโตกับคำชม ก่อนเริ่มรับประทานบ้างปรายตามองสาวหวานที่ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พลันนึกเปรียบเทียบกับเด็กสาววัยเยาว์ที่ตนเคยรู้จัก

คนอะไรเด็กๆ ก็น่ารักมากโตขึ้นก็สวย ใครได้เป็นแฟนคงโชคดีสุดๆ

ไม่รู้ทำไมพอนึกถึง ‘แฟน’ของเปมิกาขึ้นมา อินทุอรก็ยิ้มไม่ออก หุบยิ้มเอาดื้อๆ เหมือนมีอะไรมาเสียบแทงหัวใจจนเผลอถอนหายใจยาวออกมา

อาอินเป็นอะไร?

หล่อนขมวดคิ้ว สังเกตเห็นความผิดปกติที่เล็กน้อยของอีกฝ่าย

“อาอินไม่สบายหรือเปล่าคะ

เธอฝืนยิ้มกลบเกลื่อน

“เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า จะทำให้อร่อยกว่านี้ยังไง”

“โหย! แบบนี้แปมก็แย่สิ อ้วนแน่” หญิงสาวเริ่มกังวลกับน้ำหนักขึ้นมาด้วยอาหารทอดทำให้น้ำหนักขึ้นเร็วกว่าปกติ

“อาตั้งใจจะขุนน้องแปมให้อ้วนเหมือนเดิมไม่อ้วนไม่เลิกเลี้ยงดีไหม” เธอพูดขำๆ ไม่จริงจัง

พูดจริงหรือเปล่าคะ?

สาวหวานคิดจริงจังไปไกล ขยับตัวเท้าแขนบนโต๊ะจ้องหน้าคมเขม็ง แล้วหลุดปากโพล่งออกมา

“ถ้าเป็นอาอิน แปมยินดีให้เลี้ยงตลอดชีวิตค่ะ”

แย่แล้ว พลั้งปาก

อินทุอรอึ้งงัน เหลียวมองคนพูดอย่างสงสัยสายตาคู่คมจับจ้องหน้าสวย เหมือนจะตีความนัยที่แฝงมากับคำถามนั้น

หมายความว่าอะไร?

OoXoO

ตอนนี้เรื่องนี้ได้ BEST SELLER แล้วนะคะเร็วมากค่ะ ขอบคุณท่านนักอ่านที่กรุณาติดตาม และเป็นกำลังใจให้ไรท์มาโดยตลอด

E-book ซื้อได้ที่ MEB ส่วนหนังสือจองได้ถึง 2 ธันวาคมค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 21 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2561 14:45:10 น. 0 comments
Counter : 101 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.