ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๙ (Yuri)



นี่ฉันทำผิดหรือเปล่าที่ปฏิเสธครูกับน้องแปม

อินทุอรถอดถอนใจหลังเดินกลับมาอยู่ในห้องพักของตัวเอง ยกมือขึ้นนวดขมับอย่างตัดสินใจไม่ขาด ที่นี่เป็นโรงเรียนของคุณสมรเธอไม่ได้มีตำแหน่งอะไร...คุณอินทุอรจึงตั้งใจจะไม่ยุ่ง

ฉันควรจะช่วยไหมนะ?

เธอลังเลใจ สุดท้ายคว้ากระดาษกับดินสอมาเขียนอะไรซึ่งผุดขึ้นมากมายในสมองกว่าจะเสร็จใช้เวลากว่าชั่วโมง

แบบนี้คงพอใช้ได้

ยิ้มอย่างพึงพอใจ เก็บกระดาษปึกนั้นใส่ลิ้นชัก แล้วออกจากห้องเพื่อไปทำงานของตัวเองบ้าง พ้นประตูห้องไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงเรียก

“พี่อินครับ”

เธอเหลียวไปมองต้นเสียง

“ว่าไงอารักษ์

หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแบบอาตี๋ วัยเลยเบญจเพส ที่ผอมสูงกว่าอินทุอรเล็กน้อยก้าวมาหาใกล้ๆ

“ว่างหรือเปล่าครับ

“กำลังว่าจะไปตึกอเนกฯเช็คเครื่องดนตรี ไปด้วยกันไหม?”เอ่ยชวนออกมา เขาสอนวิชาเดียวกัน หากลาหยุดก็ขอความช่วยเหลือกันได้

“โห! ใจตรงกันมากผมว่าจะมาชวนพี่อินอยู่เลย” หนุ่มรุ่นน้องพูดแจกขนมจีบกลายๆ ดีใจที่ไม่ต้องไปทำงานที่ตึกนั้นคนเดียว

ปากหวานแบบนี้ ใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอกนะ

อินทุอรส่ายหน้า ไม่คิดถือสาคำหวานของเขา เพราะไม่เคยมองอารักษ์เกินกว่าน้องชาย

ทั้งสองเดินออกไปด้วยกันอย่างสนิทสนมท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของครูหลายคน ที่เข้าใจกันไปว่าหนุ่มสาวมีใจให้กันส่วนครูที่สนใจอารักษ์ก็อดหมั่นไส้สาวหน้าคมไม่ได้

สองครูดนตรีนำอุปกรณ์ออกมาทำความสะอาดทีละชิ้นซึ่งล้วนเป็นเครื่องดนตรีพื้นฐานไว้ให้เด็กนักเรียนหัดเล่น อาทิ กลองชุด ไวโอลินกีต้าร์ คีย์บอร์ด ส่วนเครื่องดนตรีไทยมี ขลุ่ย ปี่ ระนาด ขิม ซ้อ ฉิ่ง ฉาบ

แม้ว่าจะช่วยกันถึงสองแรง แต่ก็เสียเวลาไปไม่น้อย

“เสร็จซะที” อารักษ์พึมพำยกแขนขึ้นปาดเหงื่อ

อินทุอรนึกสนุกจึงชวนขึ้น

“ลองเสียงหน่อยไหม? ดีกว่าอยู่เปล่าๆ”

เขาเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย

“เอาจริง

เธอไม่ตอบส่งยิ้มบางๆ คว้ากีต้าร์โปร่งมา ใช้นิ้วเกาไล่เสียงอย่างชำนิชำนาญพลางเงยหน้าไปมองคู่หู

ท้าทายกันแบบนี้ ยอมได้ไง

ชายหนุ่มส่ายหน้า เดินไปทรุดนั่งหลังระนาดเอกเครื่องดนตรีที่ตนถนัดที่สุด ยกไม้ขึ้นพนมมือเหนือหัวแล้วตีไล่เสียงตั้งแต่เสียงต่ำไปยังเสียงสูง

“เพลงอะไรดีครับ

“ลาวดวงเดือนแล้วกัน” ครูดนตรีสาวตอบ

“สบายมาก”

ครูหนุ่มขยับสองไม้ในมืออย่างคล่องแคล่ว เสียงระนาดดังอ้อยอิ่งแผ่วหวานจากนั้นหญิงสาวค่อยๆ เกาเส้นสายทั้งหกในวงแขน สองเสียงจากเครื่องดนตรีที่ต่างยุคต่างสมัยบรรเลงสอดประสานกันอย่างไพเราะพอเหมาะพอเจาะ

“โอ้ละหนอดวงเดือนเอยพี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง…” อินทุอรเอื้อนร้องเพลงออกมาเสียงใสยกยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข

...สำหรับเธอ ดนตรีไม่ได้เป็นแค่อาชีพแต่เป็นเสมือนชีวิตจิตใจ เป็นลมหายใจ เป็นความสุข และพัฒนาจิตวิญญาณ

ยิ่งเล่นยิ่งร้องนักดนตรีทั้งคู่ก็สนุกสนานเพลิดเพลิน แสดงฝีมือออกมาเต็มที่อย่างไม่ยอมกันเล่นไปก็ยิ้มไปอย่างมีความสุข เล่นเพลินจนลืมดูเวลาว่าเลยเที่ยงไปแล้ว

เสียงเพลงจากที่ไหน?

เปมิกาขมวดคิ้วอย่างสนเท่ห์ ขณะลงมาจากห้องในช่วงพักเที่ยงเพื่อซื้ออาหารกลางวัน ปฏิเสธที่จะทานบนห้องทำงานกับสมรตั้งใจจะใช้เวลานี้เดินสำรวจโรงเรียน และยืดเส้นยืดสาย

พอได้ยินเสียง สองขากลับก้าวไปยังตึกอเนกประสงค์ แทนที่จะตรงไปโรงอาหารหยุดที่หน้าประตูห้องดนตรี แอบมองลอดเข้าไป เห็นอินทุอรกำลังบรรเลงเพลงอย่างสนุกสนานกับหนุ่มที่อายุน้อยกว่า จึงยืนดูอยู่เงียบๆ ไม่อยากเข้าไปรบกวน

เวลาอาอินร้องเพลงเล่นดนตรีท่าทางมีความสุขจัง แถมมีเสน่ห์มากอีกต่างหาก

อดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้บ่อยครั้งที่ดูคลิปเวลาอีกฝ่ายร้องเพลง สาวสวยแทบไม่อาจละสายตาไปจากเธอหลงใหลในน้ำเสียงและสายตาของอินทุอร แต่ที่ทำให้สาวหน้าหวานวุ่นวายใจก็คือ หนุ่มสาวดูสนิทสนมกันสบตากันบ่อยๆ จนอดเข้าใจว่าทั้งคู่ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานธรรมดา...แต่เป็นคนรู้ใจ

อย่าบอกนะว่าอาอินชอบหมอนี่

เปมิกาเผลอกำหมัดแน่น ร้าวรานใจอย่างบอกไม่ถูกไม่ทันขยับตัวจากไป ก็ถูกครูสาวหันมาเห็นเข้าพอดี จึงสะดุ้ง

แย่แล้ว!แอบดูเพลินไปหน่อย

“น้องแปมยืนอยู่ตรงนั้นทำไม เข้ามาสิคะ”อินทุอรร้องเรียกแขกไม่ได้รับเชิญ

เอาไงดี?

หล่อนคิดลังเล สุดท้ายก็ก้าวเข้าไปหาปั้นหน้าสวยฝืนยิ้ม

“ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะค่ะบังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้พอดี”

“ไม่เป็นไรค่ะ อาแค่คันไม้คันมือ หวังว่าเสียงอาคงพอฟังได้”เธอตอบเสียงร่าเริง

“ฟังได้ค่ะ แปมชอบ”

“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้น” ครูสาวยิ้มจนตาหยีดีใจที่ได้รับคำชื่นชมจากคนตรงหน้า ที่ปกติจะปากหนักมาก น้อยครั้งที่จะเอ่ยชม

แม่เจ้า! สวยมาก หรือจะเป็นครูคนใหม่?

อารักษ์พินิจพิจารณาสาวผมยาวตรงหน้าอย่างละเอียดแต่ไม่คุ้นเอาเสียเลย จึงหันมาถามเพื่อนร่วมงาน

“ใครเหรอครับพี่อิน

“อ๋อ น้องแปม เป็นหลานท่านผอ.น่ะจะมาเป็นผู้ช่วยผอ.คนใหม่” ครูสาวตอบก่อนหันไปแนะนำชายหนุ่มกับหล่อนบ้าง “นี่อารักษ์ ครูสอนดนตรีเป็นรุ่นน้องของอาเอง”

เปมิกาส่งยิ้มให้กับเขา

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ยินดีเช่นกันครับ” หนุ่มหล่อยิ้มกว้าง นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับเหมือนเห็นของถูกใจ

ดูก็รู้ว่าเจ้าชู้มากไว้ใจไม่ได้สักนิด อาอินสนิทเข้าไปได้ยังไง

สาวสวยเป็นพวกไวกับความรู้สึกของคนอื่น นึกเพลียใจไม่น้อยกับความใสซื่อของอินทุอรที่ไม่ค่อยจะทันคนนัก

ไม่เคยรู้เลยว่าหลานสาวผอ.จะสวยถึงขนาดนี้ถ้าจีบได้สบายทั้งชาติ ยิ่งกว่าหนูตกถังข้าวสารเสียอีก

อารักษ์มีความคิดไม่ดีงามปรากฏขึ้นในหัว

“น้องแปมทานอะไรหรือยังคะ?” สาวหน้าคมถาม

“ยังค่ะ แปมเพิ่งลงมา”

“งั้นไปทานข้าวกับอานะ ขอเก็บของก่อนรอแป๊บนึง” เธอบอก

“ค่ะ” สาวหวานคลี่ยิ้มสวยออกมา นัยน์ตาเป็นประกาย

ให้แปมรอตลอดชีวิตก็ได้ค่ะ

อินทุอรหันไปชวนครูหนุ่มติดตลก

“ไปทานข้าวกลางวันกับสาวสวยสองคน สนใจไหม

“แหม พี่อินก็ผมไม่พลาดอยู่แล้วเรื่องแบบนี้” เขารีบรับคำปรายตามองหล่อนอย่างมีความนัย

มาส่งตาหวานใส่ฉันทำไม...น่ารำคาญ

เปมิกาเหยียดยิ้ม ไม่คิดจะให้โอกาสชายหนุ่มแต่พอคิดอีกทีว่า ตนจำเป็นต้องผูกมิตรกับเขาเอาไว้ จึงไม่แสดงท่าทีรังเกียจออกมา แม้จะไม่ถูกชะตานักก็ตาม

ใจเย็นไว้เปมิกา

หล่อนกวาดตามองไปรอบห้องดนตรี เป็นห้องกว้างยาวพอๆกับห้องเรียน จะต่างก็ตรงที่มีโต๊ะนักเรียนไม่กี่ตัว ส่วนใหญ่มีแต่เก้าอี้เครื่องดนตรีหลายสิบชิ้นถูกจัดวางไว้เป็นระเบียบ ที่มุมห้องด้านหนึ่ง

“ห้องนี้ยังเหมือนเดิมเลยนะคะ”สาวสวยพูดเปรยขึ้น สภาพห้องแทบไม่ต่างจากตอนที่ตนเรียนและมีเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นหลายชิ้น แทนของเก่าที่ผุพังไปตามสภาพ ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือมีอินทุอรเป็นผู้สอน แทนครูคนเก่าที่เคยสอนหล่อนเกษียณอายุไปหลายปีแล้ว

“อาไม่รู้จะปรับยังไงให้ห้องดูดีกว่านี้ค่ะ”ครูสาวตอบอย่างรู้ทัน

คนอะไรรู้กระทั่งความคิดคนอื่น

“แปมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” หล่อนค้อนน้อยๆ

สาวหน้าคมยกยิ้มบางๆ เก็บกีต้าร์ใส่กล่อง กับเครื่องดนตรีสองสามชิ้นหลังเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่จึงเอ่ยชวนขึ้น

“เรียบร้อยแล้ว ไปค่ะไปทานข้าวกัน”

อารักษ์ลอบสำรวจเปมิกาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเงียบๆ รู้สึกถูกใจอย่างบอกไม่ถูกเขาเคยเห็นผู้หญิงสวยมาไม่น้อย แต่ไม่มีใครเตะตาโดนใจเท่าหล่อนแอบคิดชื่นชม แต่ประสบการณ์สอนให้รู้ว่าผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรศึกษาให้ดีก่อน ไม่ผลีผลามเข้าไปจีบโดยไม่ดูตาม้าตาเรือเพราะนั่นจะทำให้ผู้หญิงดูแคลน หาว่าเป็นมือใหม่หัดจีบ

ผู้หญิงอะไรยิ่งดูยิ่งสวย

ชายหนุ่มปรายตามองไปยังอินทุอรอีกครั้ง หากเปรียบเทียบแล้วช่างเป็นผู้หญิงสองคนที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

...คนหนึ่งสวยหวานประหนึ่งเจ้าหญิง เป็นทายาทเศรษฐีอีกคนดูหน้าตาสวยคมธรรมดา แต่นิสัยอบอุ่นอ่อนโยน มีเสน่ห์ ทำให้คนอยู่ใกล้รู้สึกสบายใจ

เขายกมือเกาต้นคอตัวเอง หลังคิดไม่ตกกับการตัดสินใจที่ยากยิ่งกว่าการเลือกคณะตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสียอีก มัวแต่คิดเข้าข้างตัวเองทั้งที่ตามแจกขนมจีบสาวรุ่นพี่มาหลายปี แต่ก็ยังไม่คืบหน้า

เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ ยากโว้ย!

อารักษ์เดินตามสองสาวออกจากตึกอเนกประสงค์โดยมีอินทุอรอยู่ตรงกลาง ชี้ชวนให้เปมิกาดูนู่นดูนี่รอบโรงเรียนทำตัวเป็นไกด์ที่ดี ทำให้คนฟังอดยิ้มไม่ได้ เมื่อถึงโรงอาหารเขาขอแยกไปซื้ออีกทางปล่อยให้อาหลานเดินไปด้วยกัน

“ร้านไหนอร่อยคะอาอินหล่อนหันมาปรึกษาผู้ชำนาญการ

“ทางนู้นจะเป็นพวกข้าวแกงกับอาหารตามสั่งทางนี้เป็นอาหารฝรั่งกับญี่ปุ่นค่ะ น้องแปมอยากทานแบบไหนก่อน

“ญี่ปุ่นก่อนแล้วกันเบื่ออาหารฝรั่ง”

“ได้ค่ะ” เธอเดินคู่ไปกับหญิงสาวแล้วปล่อยเลือกตามสะดวก

สาวสวยกวาดตามองรายการอาหารที่แขวนอยู่ก่อนสั่งแม่ค้า

“สลัดหมูทอดค่ะ”

“ค่ะ” แม่ค้ารับคำก่อนหันมายังอินทุอร “ครูอินรับอะไรคะ

“สลัดหมูทอดเหมือนกันค่ะ” อินทุอรสั่งบ้าง

“พิเศษนะคะ”

“ค่ะ” ครูสาวยิ้มกว้าง

หล่อนทำหน้าประหลาดใจ หันไปถามคนข้างๆ

“พิเศษคือ

“เพิ่มซุปมิโสะค่ะปกติต้องสั่งเป็นข้าวถึงจะได้”

สาวสวยพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“เดี๋ยวน้องแบบลองชิมดูนะคะรับรองจะติดใจ”

“ขนาดนั้นเชียว”

“อยากรู้ต้องชิมเอง” อินทุอรยิ้ม ก่อนพูดต่อหลังเห็นอีกฝ่ายหยิบธนบัตรออกมา “วันนี้อาขอเลี้ยงนะคะ”

“แต่-” หล่อนรู้สึกเกรงใจอีกฝ่าย

“ไม่มีแต่ค่ะไว้น้องแปมได้เงินเดือนแล้วค่อยเลี้ยงคืน”

“ตกลงตามนั้นค่ะ” สาวสวยรับปากอย่างไม่ลังเล

ไม่นานอาหารที่สั่งก็ได้เธอยื่นธนบัตรสองร้อยบาทให้กับแม่ค้าเป็นค่าอาหาร ส่งจานหนึ่งใส่ถาดให้หล่อนรอรับตังค์ทอน ก่อนยกหนึ่งจานกับถ้วยซุปใส่ถาดของตัวเอง เดินนำไปยังห้องอาหารสำหรับเหล่าครูโต๊ะเดียวกับอารักษ์ที่นั่งรออยู่ก่อน

“ผมลืมถามว่าคุณแปมชอบน้ำอะไรเลยซื้อน้ำเปล่าเหมือนพี่อิน” ชายหนุ่มซื้อน้ำมาเผื่อสองขวดส่วนตัวเขาชอบดื่มโอเลี้ยง

“ขอบคุณค่ะ ปกติแปมดื่มน้ำเปล่า”เปมิกาพูดขึ้นเบาๆ

“ขอบคุณนะอารักษ์” อินทุอรหยิบขวดน้ำเปล่ามาเปิด แล้วส่งให้หลานสาวก่อนที่จะเปิดอีกขวดให้กับตัวเอง

“ทานเหมือนกันด้วย” เขาเปรยขึ้นลอยๆ หลังเหลือบเห็นอาหารสองจานเหมือนกันเพียงแต่ของครูสาวมีน้ำซุปเพิ่มมา

“น้องแปมไม่ชอบทานเผ็ดน่ะ” สาวหน้าคมแบบเหมือนรู้อยู่แก่ใจ

แสดงว่ารู้จักกันมานานแล้วสิอ๋อ ลืมไปพี่อินสนิทกับท่านผอ.

อารักษ์ได้ข้อสรุปในใจ

จำได้ด้วย

เปมิกาปรายตามองคนข้างๆ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่เธอจำเรื่องของตนได้เป็นอย่างดี ว่าชอบไม่ชอบอะไร...รู้สึกเป็นคนพิเศษ

อินทุอรเลื่อนถ้วยซุปมิโสะมาข้างสาวสวย

“ลองชิมดูสิคะ เผื่อจะชอบถ้าติดใจอายกให้เลย”

“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยใช้ช้อนกลางตักน้ำซุปใส่ช้อนตัวเองแล้วตักเข้าปาก ชิ้นรสชาติที่อินทุอรชอบนักหนาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าจะอร่อยเพียงใด ก่อนพยักหน้าให้คนใจดี “อร่อยค่ะ”

“อร่อยงั้นก็ทานให้หมดนะ”

“แบ่งกันดีกว่าค่ะ แปมเกรงใจ”

อารักษ์นึกขำสองอาหลานที่สุดท้ายก็แบ่งกันทานแต่ไม่กล้าหลุดหัวเราะออกมา ก่อนก้มหน้าทานอาหารของตน

“ขอนั่งด้วยคนสิ” เสียงใสๆ ของพราวพรที่ถือจานอาหารกับแก้วน้ำ หยุดยืนข้างโต๊ะหลังไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกลุ่มอื่น ขี้เกียจฟังคำนินทาของชาวโลก

ทั้งสามคนจึงเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง

“ตามสบายเลยค่ะพี่พราว” อินทุอรเชิญชวนอย่างใจดี

“ขอบคุณนะ” ครูประจำห้องพยาบาลวัยสามสิบเศษทำงานที่นี่มาเกือบสิบปี ทรุดตัวลงนั่งข้างอารักษ์ก่อนสะดุดตาหน้าสวยหวานที่นั่งตรงข้าม แต่นึกไม่ออกว่า “หน้าคุ้นๆ ครูใหม่เหรอ

“ไม่ใช่ค่ะ น้องแปมหลานท่านผอ.ไง”ครูสาวเป็นผู้ตอบ

“สวัสดีค่ะพี่พราว” หล่อนจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของชุติมา แต่ไม่เคยคุยเป็นส่วนตัวด้วย

“จำได้แล้ว กลับมาจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่เธอเคยเห็นหญิงสาวมาตั้งแต่เด็ก ตามคุณสมรมาที่ ‘รุ่งนพคุณ’ บ่อยๆ

“อาทิตย์กว่าๆ ค่ะ”  

“อืม เรียนจบแล้วสิ เร็วเนอะ”ครูประจำห้องพยาบาลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแก่ขึ้นมาทันที

ฉันเพิ่งสามสิบกว่าเองนะทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนใกล้เกษียณเข้าไปทุกที เฮ้อ!

“ค่ะ”

“แปมจะมาสอนที่นี่เหรอพราวพรอดถามต่อไม่ได้ หลังเคี้ยวอาหารหมดคำไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของจะเอาลูกหลานเข้ามาทำงานในธุรกิจของตัวเอง

ฉันเหมือนครูเหรอ...ทำไมทุกคนต้องเดาแบบนี้ด้วย?

หล่อนคิดในใจ แต่ไม่สะดวกที่จะพูดเนื่องจากอาหารเต็มปาก

“ท่านผอ.จะให้น้องแปม ช่วยงานตำแหน่งผู้ช่วยน่ะค่ะ”อินทุอรตอบแทน

ผู้ช่วยผอ.?

คนฟังทำน่าประหลาดใจ ถอนหายใจเฮือก นึกลังเลใจอยู่หลายวินาทีเหลียวมองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใครอยู่ใกล้ จึงพูดเสียงแผ่วลงราวกับกำลังคุยเรื่องลับสุดยอด

“ไม่ใช่ว่าพี่ดูถูกแปมหรอกนะแต่พี่บอกเลยนะว่า มีหลายคนเล็งตำแหน่งนั้นอยู่ก่อนซึ่งล้วนแล้วแต่พร้อมทั้งชื่อเสียง คุณวุฒิ และวัยวุฒิ ในฐานะที่เรารู้จักกันมานานพี่ขอแนะนำว่า แปมต้องแสดงผลงานให้เข้าตาที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าแปมเหมาะสมคู่ควรกับตำแหน่งนี้มากกว่าทุกคน เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม?”   

พี่พราวไม่น่ารีบพูดเลยจริงๆ

อินทุอรส่ายหัว เกรงว่าคำเตือนจะเพิ่มความกดดันให้กับมือใหม่แล้วปรายตามองคนสวยที่นั่งนิ่ง

หล่อนขมวดคิ้ว หลังตีความสิ่งที่อีกฝ่ายแฝงมาในสาสน์เหมือนบอกให้เตรียมตัวเตรียมใจ...รับกับศึกหนักล่วงหน้า

“เข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะที่บอก”

เปมิการับรู้ได้ถึงคลื่นใต้น้ำ ซึ่งก่อตัวอยู่ในโรงเรียนประถมแห่งนี้นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายมุ่งมั่นแรงกล้า...ไม่คิดจะยอมแพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

ถ้าเก่งไม่พอฉันก็ไม่คู่ควรเป็นหลานคุณสมร

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ

ไรท์เพิ่งเอาเรื่องนี้เข้า MEB น่าจะได้อ่านฉบับเต็มเร็วๆ นี้ ฝากติดตามด้วยนะคะ

หนังสือยังจองได้ค่ะ สนใจดูรายละเอียดที่หน้า 'สินค้า' นะคะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2561 13:24:42 น. 1 comments
Counter : 91 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**


 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: **mp5** วันที่: 12 พฤศจิกายน 2561 เวลา:16:06:23 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.