ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2568
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
7 พฤศจิกายน 2568
 
All Blogs
 
นิยาย "Must Have คนนี้ฉันจอง" บทที่ 8

 

8

 

รสชาติยังไม่ดี...ขาดอะไรอีกนะ?

เอิงเอยใช้เวลาว่างหลายชั่วโมงไปกับการปรุงอาหาร ลองผิดลองถูกอยู่เป็นสิบครั้ง เตรียมตัวเข้าร่วมกิจกรรมแข่งปรุงอาหารของพันราตรีรีสอร์ต เธอไม่ได้คิดว่าอยากได้รางวัลแต่อย่างใด แต่ต้องโชว์สุดฝีมือเพราะกรรมการคือคุณบอสขาแสนสวยคนนั้น 

หากไม่ตั้งใจทำเต็มที่ มีหวังโดนหล่อนขุ่นเคือง นัยน์ตาคู่สวยนั้นจะจิกจนตัวพรุรได้ แค่คิดหัวใจก็หล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว 

คิวของเธอคือ...วันพรุ่งนี้ วันนี้เป็นคิวทำอาหารของป้าอุไร

ตั้งใจหน่อยตัวเรา...ลองใหม่อีกครั้ง

เชฟใหม่ไม่รีรอที่จะเริ่มต้นทำใหม่อีกรอบ หลังมีเครื่องปรุงพอทำได้อีกจานสองจาน ใช้เวลาไม่นานอาหารในกระทะก็เสร็จเรียบร้อย มีกลิ่นหอมโชยมาเตะจมูก

หอมกว่าทุกครั้ง น่าจะใช้ได้แล้ว

นัยน์ตาของยัยน้องเป็นประกายคาดหวัง ใช้ทัพพีตักใส่จาน ก่อนเป่าไล่ความร้อน แล้วตักเข้าปาก ก่อนเคี้ยวไปอมยิ้มไป

เยี่ยมมาก!

เธอพึงพอใจกับความสำเร็จครั้งนี้ ไม่ลืมที่จะจดสูตรเครื่องปรุงล่าสุดใส่สมุดโน้ตกันลืม จากนั้นเฉลิมฉลองด้วยการรับประทานอาหารนั้นที่โซฟาหน้าโทรทัศน์

ห้องพักที่นี่มีเฟอร์นิเจอร์เตียงโต๊ะตู้พร้อมสรรพ ขนาดอยู่ได้สองคน ตบแต่งธรรมดาไม่หรูหรา แต่สะดวกตรงใกล้ที่ทำงานเดินแค่ห้านาทีถึง ดีกว่าเสียตังค์เช่าหอพักข้างนอกเดือนละหลายพัน เธอเลือกของฟรี แล้วเก็บเงินค่าเช่าไว้ดีกว่า 

อืม ใช้ได้เลย...เก่งมากตัวเรา

เธอทานไปชมตัวเองไปหลายคำ แต่ยังไม่ทันหมดจาน เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นหลายครั้ง

ใครมา?

“เอิง เอิงอยู่ไหม?” ม่านตะโกนถาม 

“อยู่ค่ะพี่ม่าน แป๊บนึงค่ะ” ยัยน้องกระวีกระวาดมาเปิดประตู ทันทีที่เห็นหน้าอีกคนก็ส่งยิ้มให้ “มีอะไรคะ?” 

“อย่าลืมไปชิมฝีมือแม่นะ วันนี้คิวแม่ทำ”

“จำได้ค่ะ”

“ดีมาก” ผู้ช่วยสาวทำจมูกฟุดฟิด “กลิ่นอะไรหอมจัง ไว้ประกวดพรุ่งนี้เหรอ?”

“ค่ะ”

“หอมมากแต่พี่ไม่ขอชิมหรอก วันนี้ต้องเชียร์แม่” ม่านพูดหนักแน่น สำหรับหญิงสาว มารดาสำคัญที่หนึ่ง “ไปก่อนนะต้องไปช่วยแม่ อย่าลืมไปชิมล่ะ รับรองอร่อยเหาะ”

“ไม่พลาดแน่นอนค่ะ”

“อืม ไปนะ” ม่านโบกมือ ยัยน้องยืนส่งจนอีกฝ่ายลงบันได จึงกลับเข้าห้องปิดประตู แล้วมานั่งทานต่อ 

เป็นลูกสาวที่น่ารักมาก

คิดชมม่านในใจ เอิงเอยถูกอัธยาศัยสองแม่ลูกคู่นี้มาก พลอยทำให้คิดถึงมารดากับพี่สาวของตัวเอง

ไม่กี่วันก่อน ยัยน้องเพิ่งวิดีโอคอลคุยกับทั้งคู่ในเรื่องสัพเพเหระนานครึ่งชั่วโมง แน่นอนว่าพระมารดาบ่นเป็นกระบุง แถมย้ำแล้วย้ำอีกว่า อย่าสร้างปัญหาให้กับไอลดา พร้อมถามว่าเมื่อไหร่จะโผล่มาให้เห็นหน้า หายไปนานจนลืมแล้วว่า มีลูกสาวอีกคน

เธอน้อยใจยู่ปาก แล้วพูดตัดพ้อว่า

“ตกลงเอิงเป็นลูกสาวแม่จริงๆ หรือเปล่าคะ?”

“ไม่ใช่มั้ง” อรปรียาพูดกลั้วหัวเราะ

“แม่อ่ะ...” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดไม่ต่างจากวัยเยาว์ 

บทสนทนาหยอกล้อเรียกเสียงหัวเราะจากมารดาและพี่สาว ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันแค่ไหน ก็ยังคงสนิทสนมกลมเกลียวรักใคร่กัน และดูเหมือนว่าความคิดถึงโหยหาจะเอ่อล้นขึ้นมาอีกแล้ว 

สงสัยฉันควรกลับบ้านซะที 

หลายปีที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา หลังเรียนจบก็เถลไถล ผัดผ่อนที่จะไม่กลับบ้าน จากเดือนเป็นปี ถ้าไม่ใช่เพราะพันราตรีรีสอร์ตขาดเชฟ เธอคงยังไม่กลับมาเมืองไทย 

ฉันนี่มันใจง่ายจริงๆ คิดว่าพี่ควีนจะใจดีด้วย ที่จริงแล้ว พี่ควีนไม่ได้อยากให้ฉันทำงานที่นี่สักหน่อย...พี่บีมต่างหากที่รับฉันไว้

เอิงเอยยังคงคิดแบบนั้น หากเปรียบเทียบแล้ว ดลพรใจดีกับตน เอาใจใส่ตนมากกว่าไอลดาที่รู้จักมาตั้งแต่เด็กเสียอีก

พี่ควีนมีคนรักแล้ว อีกไม่นานก็คงจะแต่งงานกับเขา

...นี่ฉันคาดหวังอะไรอยู่

เชฟสาวไม่อยากยอมรับว่า คิดอิจฉาพอลอะไรนั่นมาก เธอไม่เคยคุยกับเขา แค่เห็นห่างๆ แต่รู้เรื่องราวของเขาจาก ‘สายข่าว’ แบบละเอียดยิบ ประหนึ่งว่าคนกลุ่มนี้เป็นเงาตามติดพอลไปทุกย่างก้าว

พวกพนักงานเพศหญิงเอ่ยชื่นชมยกย่องว่าพอลดีสารพัด ประหนึ่งว่าเขาเป็นต้นแบบสามีแห่งชาติ ขณะที่ฝ่ายเพศชายตอบไปคนละทิศละทาง แต่ส่วนใหญ่ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เป็นสามีคุณบอส ทั้งยังบอกว่าตัวจริงพอลเป็นพวกจอมปลอม เผด็จการมาก 

ตกลงนายพอลอะไรนี่ เป็นคนประเภทไหน? ...คนดีหรือคนชั่ว?

แม้เอิงเอยจะเชื่อในสายตามองคนขาดของไอลดา แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้ และหวังว่าหล่อนจะไม่เลือกแต่งงานกับคนผิด

จะไปห่วงคนอื่นทำไม เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมคุณเอิง

เธอส่ายหน้าอ่อนใจตัวเอง ที่มักจะใจลอยไปหาสตรีผู้แสนเย็นชาคนนั้น ทั้งที่อีกฝ่ายวางตัวเป็นเจ้านายทุกกระเบียดนิ้ว แทบไม่เหลือเงาพี่ควีนพี่สาวใจดีที่เอิงเอยเคยรู้จักในวัยเยาว์เลย 

เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน จะไปอาลัยอาวรณ์หล่อนอีกทำไม

ขณะที่เอิงเอยคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น จึงหยิบอุปกรณ์สื่อสารมาดู

...คนที่เขียนมาคือผู้ที่เธอกำลังคิดถึงอยู่

เฮ้ย! ตาลายปะเนี่ย

เธอขยี้ตา แล้วอ่านใหม่อีกรอบเพื่อให้แน่ใจ 

Queen : ตกลงจะมาทำอาหารที่บ้านฉันวันไหน?

ErngAoey : วันไหนที่คุณสะดวก?

Queen : เย็นนี้

ErngAoey : เอ่อ แน่ใจนะคะ?

Queen : เธอให้ฉันที่เป็นเจ้านายรอตั้งหลายวัน เธอเห็นว่าคำสั่งฉันไม่มีความหมายหรือไง

ErngAoey : ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ลืมนะคะ

Queen : แค่หายไปเฉยๆ

ErngAoey : ฉันยุ่งกับการเตรียมตัวประกวดพรุ่งนี้อยู่

หล่อนไม่ตอบ เอิงเอยจึงเขียนไปว่า

ErngAoey : เย็นนี้กี่โมงคะ?

Queen : ฉันว่างตั้งแต่สี่โมง

ErngAoey : โอเคค่ะ ฉันจะออกไปซื้อวัตถุดิบก่อน

Queen : ออกไปยังไง?

ErngAoey : ขอติดรถใครออกไปก็ได้ค่ะ คนแถวนี้ใจดี

คำว่า ‘อ่านแล้ว’ เด้งขึ้น แต่เจ้าหล่อนเงียบไปหลายอึดใจ จนเธอไม่มั่นใจว่า อีกฝ่ายเลิกคุยหรือเปล่า?

คงไม่มีอะไรแล้วมั้ง

เธอกำลังจะวางสมาร์ตโฟน ข้อความก็เข้ามาอีก

Queen : หลังกิจกรรมวันนี้เสร็จ เธอไปรอหน้าตึก 

หืม รออะไร?

ยัยน้องไม่เข้าใจ แต่ไม่ทันพิมพ์ 

Queen : ฉันจะออกไปซื้อของ เธอไปช่วยฉันถือของหน่อย

เห็นฉันเป็นเด็กถือของไปซะแล้ว 

เอิงเอยถอนใจเฮือกกับความเอาแต่ใจของหล่อน แต่พอคิดว่าติดรถออกไปกับบอสสาวน่าจะสะดวกสุด 

ErngAoey : ค่ะ

 

“อร่อยมากค่ะป้าอุไร” ไอลดาชมจากใจจริง หลังชิมข้าวมันส้มตำกับคอหมูย่างฝีมือของเชฟอาวุโสที่ปรุงได้ถูกปาก แม้จะเผ็ดร้อนไปหน่อย แต่จัดว่าอร่อยจนหยุดไม่ได้ หล่อนดื่มน้ำดับความเผ็ดไปครึ่งแก้ว ก่อนหันไปทางเพื่อนรัก “อร่อยใช่ไหมบีม?”

“อืม ให้เต็มไม่หักแต้ม” ดลพรยกนิ้วโป้งให้หญิงอาวุโส

“ขอบคุณค่ะ” ป้าอุไรยิ้มกว้างหน้าบานเป็นกระด้ง

“คนอื่นชิมแล้วคิดว่าไง?” ผู้จัดการสาวหันไปทางเหล่านักชิมจำเป็นที่ล้วนแล้วแต่เป็นคนของรีสอร์ต

“อร่อยครับ”

“อร่อยมากค่ะ”

“อร่อยสุดๆ ขออีกจานได้ไหมครับ?” เสียงหนึ่งพูดเสียงดังกว่าคนอื่น เรียกสายตาหลายสิบคู่หันขวับไปจ้อง ทำเอาเจ้าตัวยิ้มอายๆ “คือผมได้ชิมแค่ห้าคำ ยังไม่หายอยากอ่ะครับ”

“มีเหลือไหมคะป้า?” ดลพรหันไปถามเชฟอาวุโส

“หมดแล้วค่ะ” อุไรยิ้มเอ็นดูชายหนุ่มที่ทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง

“เสียดายจัง”

“ขี่รถออกไปกินร้านสี่แยกแก้ขัดไปก่อน” เพื่อนคนหนึ่งพูดเสนอขึ้น

“ไม่เอาหรอก ข้าวมันส้มตำของป้าอร่อยกว่าเยอะ หมูย่างนี่ก็หอมนุ่มมาก...” ชายหนุ่มบรรยายจนคนฟังน้ำลายยืดตาม

ส่วนคนไม่ได้ชิมพากันเสียดายสุดจิตสุดใจ รู้สึกเหมือนพลาดรางวัลใหญ่ล็อตเตอรี่อย่างไรอย่างนั้น

“พอๆ พูดจนหิวเลยนะแก” คนหนึ่งทนไม่ไหวรีบหยุดนายช่างจ้อไว้ หมอนั่นจึงหยุดพูด

“อะฮึ่ม” ดลพรกระแอมเบาๆ แล้วผายมือไปทางไอลดา “ต่อไปให้คุณบอสคนสวยของเราให้คะแนนข้าวมันส้มตำคอหมูย่างของป้าอุไร”

“ให้เต็มสิบ” ไอลดาให้อย่างไม่ลังเล

“สิบเหรอ?” ผู้จัดการสาวแกล้งพูดย้ำ เพื่อให้ทุกคนได้ยินกันถนัด

“อืม เต็มสิบ” บอสสาวยืนยันคำเดิม

เสียงอื้ออึงดังขึ้นภายในห้องอาหารใหญ่แบบไม่ได้นัดหมาย

“โหย ป้าอุไรมาแรงอ่ะ เห็นเงียบๆ แต่แซงเป็นที่หนึ่งไปแล้ว”

“แบบนี้พี่ป๊อบกับพี่หนุ่มก็อดรางวัลแล้ว”

“เหลืออีกสองวันสองคน”

“เหลือน้องเอิงกับพี่ขนม?” อีกคนเอ่ยชื่อเชฟที่ยังไม่ได้โชว์ฝีมือ

“อือ พรุ่งนี้น้องเอิง วันสุดท้ายพี่ขนม”

“น้องเอิงจะไหวไหมนะ?” เสียงชายหนุ่มเอนเอียงไปทางเอิงเอยพูดเหมือนเทใจให้เธอเป็นพิเศษ

“พรุ่งนี้ก็รู้” อีกคนพูด ก่อนแสยะยิ้ม “แต่ฉันว่าป้าแกชนะแน่”

คนฟังคิ้วหนากระตุก

“กี่บาท?”

“ร้อยนึง”

“ตกลง”

สองหนุ่มยกกำปั้นชนกันเป็นเชิงทำสัญญา หลายคนเริ่มพนันขันต่อกันแบบไม่เอิกเกริก ก่อนหันมาฟังผู้จัดการสาว

“ยังเหลือเชฟอีกสองคนที่ยังไม่ได้โชว์ฝีมือ พรุ่งนี้ใครอยากชิมฝีมือน้องเอิงก็มาที่นี่เวลาเดิม วันนี้ก็จบแค่นี้” ดลพรบอก หลังเสร็จกิจกรรมชิมอาหารในวันนี้

 

“ข้าวมันส้มตำวันนี้คิดว่าเป็นไง?” ไอลดาถามตุ๊กตาหน้ารถ ขณะที่หล่อนทำหน้าที่เป็นสารถี ควบคุมรถยนต์สายพันธุ์เยอรมันสองประตูสีแดงที่ผ่านการใช้งานมาปีเศษ แล่นไปตามถนนหลักมุ่งเข้าตัวเมืองแบบเรื่อยๆ ไม่รีบเร่ง ไม่ฉวัดเฉวียนชวนผู้โดยสารเวียนศีรษะ

“อร่อยค่ะ”

เธอละสายตาจากการชมวิวข้างทางมาตอบ นั่งตัวเกร็งหายใจไม่ทั่วท้องนัก ไม่ใช่หล่อนขับรถไม่ดี แต่เป็นเพราะเสียวสันหลัง คิดถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ไอลดาชี้นิ้วสั่งให้เธอขึ้นรถหรูต่อหน้าต่อตาเพื่อนร่วมงานหลายสิบคน เอิงเอยเห็นบางคนทำหน้าเหลอหลา บางคนตาเขียวปั้ดให้ตน คงคลางแคลงใจกันมากว่า เชฟใหม่ไปสนิทกับบอสสาวได้อย่างไร กลับไปรีสอร์ตคงโดนซักจนเปื่อยยุ่ยแน่ 

ไม่น่าเลยฉัน...

ที่ผ่านมา สาวหน้าคมทำตัวไม่ต่างจากพนักงานคนอื่น ไม่อยากเป็นจุดสนใจ ไม่อยากโดนมองว่าเป็นเด็กเส้น

...ถึงความจริงจะใกล้เคียงเด็กเส้นก็เถอะ

เธอชำเลืองมองคนขับ แล้วอดเปรียบเทียบไม่ได้ เสื้อผ้าที่เอิงเอยใส่ตอนนี้ ไม่ได้เหมาะกับรถเบนซ์เลยสักนิด เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ ผิดกับชุดเดรสสวยๆ ของไอลดาที่ดูหรูและสวยสง่าทุกกระเบียดนิ้ว

คิดผิดจริงๆ ที่มาด้วย 

“แล้วคิดว่าอาหารของเธอจะสูสีกับป้าอุไรไหม?” สารถีเอียงหน้ามาถาม ขณะรอสัญญาณไฟเขียว

“ไม่ทราบค่ะ”

“กวนประสาทนะเรา” หล่อนบ่นกึ่งต่อว่า

“เปล่าซะหน่อย”

“ไม่มั่นใจ?”

ป้าอุไรตั้งใจทำขนาดนั้น ใครจะไปสู้ไหว

“ก็มีบ้างค่ะ” เอิงเอยถอนใจเบาๆ มองวงหน้าสวยชวนตะลึงของคนพี่ “พรุ่งนี้ฉันจะตั้งใจทำเต็มที่ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น” 

“ฟังแล้วค่อยสมเป็นเธอหน่อย” หล่อนพูดด้วยโทนเสียงเรียบ

แปลว่าอะไร?

เอิงเอยทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ไม่มีโอกาสได้ถาม หลังสาวสวยเคลื่อนรถยนต์ไปในจังหวะไฟเขียว

“เราจะไปไหนกัน?” เธอถามอย่างใคร่รู้ หลังไอลดาขับรถเข้ามายังกลางเมืองที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น ถึงที่นี่จะไม่ใช่เมืองหลวง แต่รถราเต็มถนนไปหมด ตั้งแต่ย้ายมาทำงานที่นี่ ยัยน้องออกมานอกรีสอร์ตนับครั้งได้ ส่วนใหญ่ขอติดรถออกมาสำรวจละแวกใกล้ๆ 

“ห้างสรรพสินค้า” หล่อนพูดโดยไม่หันหน้ามา มีสมาธิกับการขับรถ

“อ๋อ”

“อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?” ไอลดาถามอย่างใส่ใจ

“ก็พวกของใช้ส่วนตัว” ยัยน้องพูดตะกุกตะกัก สองแก้มขึ้นสีเรื่อ

“เดี๋ยวฉันช่วยเลือกนะ”

“เอ่อ ไม่ต้องก็ได้ คุณไปซื้อของคุณเถอะ” เธอพูดอย่างเกรงใจ แต่อันที่จริงคือ เขินเกินกว่าจะให้หล่อนไปด้วย “ฉันเกรงใจน่ะ”

“ฉันว่างทั้งวัน” นางพญาสาวกดเสียงต่ำเล็กน้อย ไม่ชอบให้เอิงเอยขัดใจ

จะดุไปไหนคะ

“เอา เอางั้นก็ได้”

 

ตรงนั้นมีลดราคาด้วย โชคดีชะมัด

เอิงเอยมองไปทางกระบะเสื้อผ้าลดราคาต่ำกว่า 50% ซึ่งมีนักช๊อปสาวน้อยสาวใหญ่มะรุมมะตุ้มแย่งสินค้า ราวกับว่านั่นเป็นของแจกของฟรี

เอาจริง?

ไอลดาพ่นลมหายใจยาว ดึงข้อศอกคนข้างกายเอาไว้ ไม่ให้กระโจนไปแย่งสินค้ากับคนอื่น

“ไปร้านประจำฉันดีกว่า”

แม้จะขัดใจ แต่เอิงเอยก็ยอมโอนอ่อน แล้วต้องตะลึงเมื่อไปหยุดอยู่หน้าร้านสินค้าแบรนด์เนม

Oh my...

เชฟสาวอ่านชื่อร้านไม่ผิดแน่นอน กำลังจะอ้าปากปฏิเสธความหวังดีของหล่อน ที่ชวนทรมานกระเป๋าสตางค์ ทั้งเนื้อทั้งตัวเอิงเอยพกมาแค่พันกว่าบาท ถึงจะมีเงินเก็บพอสมควรในแอปมือถือ แต่รู้คุณค่าของเงินพอที่จะไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

“เข้ามาสิ” หล่อนเอียงหน้าไปชวน หลังยัยน้องยืนแข็งเป็นหินอยู่นอกร้าน สาวสวยเลิกคิ้วเรียวเล็กน้อย แล้วเข้าใจได้ทันที “ถ้างบไม่พอ ฉันมีให้ยืม จะผ่อนสามเดือนก็ได้นะ”

ให้ตายเถอะ นี่กำลังว่าฉันงกใช่ไหมคะ?

ยัยน้องกดคิ้วแบบฉุนๆ ไม่รอให้หล่อนเอ่ยปากอีกรอบ เอิงเอยก็ก้าวเข้าไปทันที 

 

“อืม เหมาะกับเธอดี” ไอลดายอมรับในรสนิยมของเอิงเอยในการเลือกเสื้อแบบเรียบง่ายสีโทนขาว แต่พอกวาดตามองไปยังใกล้ๆ ก็คว้าชุดหนึ่งจากราวมายื่นตรงหน้า “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ เซ็กซี่ดีนะ”

ชุดเดรสผ่าหลังลึกไปถึงไหนๆ 

เอิงเอยตาโต วงหน้าแดงก่ำลามไปถึงหู ก่อนพูดลอดไรฟัน

“คุณใส่ไปคนเดียวเถอะ” 

น่ารังแกจริงๆ

“อยากเห็นฉันใส่เหรอ?” มุมปากคนสวยหยักโค้งขึ้น สนุกกับการหยอกยั่วยัยน้อง

ลามกไปนะยัยเอิง

ภาพหล่อนในชุดตรงหน้าลอยเด่นขึ้นในสมอง เป็นจินตนาการล้วนๆ คนสวยในจินตนาการดีดนิ้วใช้น้ำเสียงเซ็กซี่เรียกเธอให้เข้าไปหา

“มานี่สิคะน้องเอิงของพี่”

น่าฟัดไปแล้ว...เฮ้ย สติๆ กลับมา

เอิงเอยเม้มปาก ก่อนสะบัดหน้าทิ้งความละเมอเพ้อพกทิ้งไป 

“ปะ เปล่าสักหน่อย” 

คิดอะไรทะลึ่งๆ กับฉันอยู่สินะ...ยัยเด็กน้อย 

“น้ำลายยืดแล้ว” ไอลดาแกล้งหยอกด้วยลูกไม้ตื้นๆ แต่ได้ผลเสมอ หลังยัยน้องรีบยกหลังมือเช็ดมุมปากตัวเอง “ล้อเล่นน่ะ”

“ชิส์ นิสัยไม่ดี” เธอหน้าบึ้งยืนกอดอก 

หล่อนอมยิ้มอารมณ์ดี หันไปสนใจผ้าชิ้นน้อยที่อยู่ราวใกล้ๆ แน่นอนว่าแบบไม่สนใจป้ายราคา ไม่กี่นาทีก็เลือกไซส์ตัวเองมาถือไว้สองแบบ รวมถึงชุดที่เลือกเมื่อกี้ด้วย 

“ได้ชุดที่ชอบหรือยัง?”

“อา ค่ะ” เอิงเอยเลือกแบบที่ราคาถูกสุดเท่าที่จะหาได้

“ไปลองชุดกัน”

หล่อนชวนอีกฝ่ายไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลัง โดยไม่สนใจสาวพนักงานที่ยืนดูห่างๆ ไม่มีใครมาวุ่นวายกับลูกค้ากระเป๋าหนัก เว้นแต่อีกฝ่ายเรียกหา 

เอาห้องนี้แล้วกัน

เอิงเอยเปิดประตูห้องริมสุดแล้วก้าวเข้าไป แต่ไม่ทันปิดประตู ใครอีกคนก็ตามเข้ามาด้วย หล่อนปิดประตู แล้วหันมาเผชิญหน้า

“คุณเข้ามาทำไม ห้องข้างๆ ก็ว่างไม่ใช่เหรอ?” เธอถามอย่างงงๆ ห้องเปลี่ยนชุดก็แค่กล่องสี่เหลี่ยมไม่กี่เมตร มีกระจกเงาติดผนังทุกด้าน มีราวพาดผ้าและเก้าอี้หนึ่งตัว ห้องนี้ดีไซน์ไว้เหมาะสำหรับลูกค้าหนึ่งคน 

“ฉันอยากให้เธอช่วยดูว่าชุดที่ฉันเลือกโอเคไหม” ไอลดาพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดามากที่จะเปลี่ยนชุดต่อหน้าเพศเดียวกัน หล่อนวางชุดที่จะลองบนเก้าอี้ เอื้อมแขนไปปลดซิปด้านหลังชุดตัวเอง

เอิงเอยแตกตื่นจนแทบสิ้นสติ เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก หลังเห็นแผ่นหลังขาวๆ ของบอสสาวในระยะมือเอื้อมถึง 

เฮ้ย! ถอดจริงอ่ะ



*เรื่องนี้มี E-book ขายที่ Meb แล้วนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNDkyOTk2IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzk2Mzk2Ijt9




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2568
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2568 16:33:49 น. 0 comments
Counter : 124 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#21


 
นิ้วนาง-เดียนา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.