ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2561
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 ธันวาคม 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๑๕ (Yuri)



๑๕

หลังคุยกับพยุง ทำให้อดิศรได้รู้ข้อมูลภายในของโรงเรียนประถม ‘รุ่งนพคุณ’ หลายเรื่องเช่น มีนักเรียนน้อยลงจนต้องลดจำนวนห้องเรียนรวมถึงเรื่องมีการแต่งตั้งผู้ช่วยผอ.คนใหม่อีกด้วย

ชายเจ้าเล่ห์เห็นโอกาสบางอย่างจึงเสนอลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเขาเป็นกรณีพิเศษแลกกับการให้ข้อมูลและความร่วมมือบางอย่าง

พยุงทำท่าลังเลใจในตอนแรก แต่พอเหล้าเข้าปากอดิศรชวนคุยตีสนิท เขาหลุดปากระบายความคับแค้นใจที่ไม่ได้เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการและอีกหลายเรื่องพรั่งพรูออกมา เจ้าหนี้เสนอผลประโยชน์ให้ก้อนโตครูฝ่ายปกครองสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง รีบตอบตกลง

กับคนโลภขอเพียงรู้ว่าชอบอะไร เอามาล่อก็ติดเบ็ดทุกราย

อดิศรรู้จักสันดานของคนโลภเป็นอย่างดีบางคนชอบเงิน ผู้หญิง หรือของสะสมหายาก...ขอเพียงรู้ใจก็เจรจากันง่าย

สายวันรุ่งขึ้น อดิศรที่ดีดลูกคิดรางแก้วเสร็จสรรพกวักมือเรียกลูกชายที่เพิ่งเดินงัวเงียออกมาจากห้อง เขาทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับบิดาอ้าปากหาวหวอด รู้สึกง่วงเพราะเพิ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมง

“มีอะไรครับ

คนเป็นพ่อพูดจริงจังดูเป็นงานเป็นการมาก

“ฉันมีงานจะให้แกทำ”

“งานอะไรครับ

“อยากให้แกจีบผู้หญิงคนนึง”

“หา!” ความง่วงลอยหายไปเป็นปลิดทิ้งนึกว่าตนหูฝาด จึงถามซ้ำอีกครั้ง “พ่อจะให้ผมจีบผู้หญิง”

“เออ ฉันไม่ให้แกจีบผู้ชายหรอกน่าขยะแขยงจะตายไป” คนพูดเบ้ปาก แสดงชัดเจนว่ารังเกียจ

ชายหนุ่มหัวเราะร่วน รู้ว่าบิดาไม่ชมชอบพวกเกย์กับกระเทยนัก

“แล้วพ่อจะให้ผมจีบใคร

“หลานสาวคุณสมรที่ชื่อว่าเปมิกา แกน่าจะรู้จักนะน้องสาวของไอ้มนต์ธรนั่นแหละ”

ว้าว!

อธิพงษ์ผุดยิ้มกว้างกับเป้าหมาย ผู้หญิงที่หมายมั่นปั้นมืออยากได้มาเป็นแม่ของลูกเมื่อนานมาแล้วหลงเสน่ห์ตั้งแต่แรกเห็น แต่ใจไม่กล้าพอ เกรงจะติดคุกด้วยข้อหาพรากผู้เยาว์

“ถ้าเป็นคนนี้ไม่มีปัญหาครับ ผมอยากได้มานานแล้ว”เขาเลียริมฝีปาก อยากเชยชิมหล่อนเหลือเกินนัยน์ตาเจ้าเล่ห์เป็นประกายแวววาว

“ไม่ใช่แค่จีบ แต่ต้องทำให้เปมิกายอมแต่งงานกับแกแกจะใช้วิธีไหนก็ได้ ฉันไม่แคร์” อดิศรบอกความประสงค์ คิดใช้กลยุทธ์ ‘ทองแผ่นเดียวกัน’ หากทำสำเร็จที่ดินแปลงนั้นก็ไม่พ้นเป็นของเขา

“พ่อพูดจริง”

“เออสิ ผู้หญิงมีมรดกพ่วงเป็นพันล้านหาที่ไหน”

“นั่นสิ” ชายหนุ่มถูมือแสดงท่าทางระรี้ระริกออกนอกหน้า “น้องแปมกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมไม่รู้เรื่อง

“จะไปรู้เหรอคุณสมรเพิ่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผอ. ไม่กี่วันก่อน” คนเป็นพ่อเล่าตามที่รู้จากพยุง“แกรีบไปจีบให้ติดโดยเร็ว ก่อนที่จะโดนคนอื่นตัดหน้าเข้าใจไหม?”

เขายกมือขึ้นตะเบ๊ะ

“รับบัญชาครับ”

“อีกเรื่องจัดการเคลียร์พวกสาวๆของแกให้หมด ล้างประวัติให้ขาวสะอาด อย่าให้รู้ไปถึงหูผู้หญิงคนนั้น”

“เข้าใจแล้วครับ”

“พรุ่งนี้โรงเรียนเปิดเทอม แกก็ไปหาเปมิกาซะแต่งตัวดีๆ เอาดอกไม้สวยๆ ช่อใหญ่ติดไม้ติดมือไปด้วยล่ะ” คนเป็นพ่อแนะนำ

“ไม่มีปัญหาผมจะทำให้น้องแปมปลื้มผมให้ได้” อธิพงษ์พูดอย่างหลงตัวเอง“แต่ตอนนี้ขอไปหาอะไรใส่ท้องก่อนนะครับ หิวไส้จะขาดอยู่แล้ว”

“ไปหาอะไรกินเลยเดี๋ยวโรคกระเพาะจะถามหา ฉันต้องเปลืองค่ายาอีก” คนเป็นพ่อบ่น

“ครับ” ลูกชายลากเสียงยาวกับความงกของพ่อแล้วลุกออกไป

หลังนั่งอยู่คนเดียวอดิศรหัวเราะกับตัวเองที่คิดแผนดีๆ ออกมา ชายเจ้าเล่ห์เชื่อมั่นว่า ถึงสมรจะยืนกรานไม่ยอมขายที่แปลงนั้นแต่พวกทายาทอาจไม่คิดแบบเดียวกันก็ได้...เรื่องเงินเรื่องทองไม่เข้าใครออกใคร

บุกมันทุกทาง ถ้าไม่ได้เรื่อง...ก็ให้มันรู้กันไป

เปิดเทอมวันแรกอินทุอรเป็นครูเวรอยู่หน้าประตูโรงเรียนเธอยืนทักทายกับทุกคน ตั้งแต่ยังไม่หกโมงครึ่งด้วยซ้ำ

“สวัสดีค่ะครูอิน” เด็กนักเรียนชั้นประถมยิ้มหวานให้กับครูสาว

“สวัสดีค่ะจอย มาแต่เช้าเชียวนะ”

“ค่ะ คิดถึงโรงเรียน คิดถึงเพื่อนๆด้วย”

สาวหน้าคมยิ้มกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อย

“อย่าลืมไปเช็คห้องเรียน และรับตารางสอนด้วยล่ะ”

“ค่ะครู”

จากนั้นก็มีเด็กนักเรียนอีกหลายคนทยอยมาอินทุอรต้องรับไหว้ และพูดประโยคซ้ำๆ กันด้วยเกรงว่านักเรียนจะเข้าเรียนผิดห้องผิดชั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกเปิดเทอมใหม่

ก่อนเจ็ดโมงเล็กน้อย รถคันงามของท่านผู้อำนวยการที่นั่งคู่มากับผู้ช่วยผอ. ก็แล่นผ่านประตู สมรโบกมือให้ครูสาว เปมิกายกมือไหว้อินทุอรรีบทำความเคารพตอบ

“โทษทีที่มาช้าไปหน่อย” พราวพรกระหืดกระหอบมายืนข้างสาวหน้าคม เธอทำหน้าที่เป็นคู่เวรกับอีกฝ่าย

“ยังไม่ช้าค่ะ อีกหนึ่งนาทีเจ็ดโมง”ครูดนตรีพูดยิ้มๆ ก่อนหันไปรับไหว้นักเรียนสามคน “สวัสดีค่ะอย่าลืมเช็คห้องเรียน และรับตารางสอนด้วยนะคะ”

ครูห้องพยาบาลหมั่นไส้จึงแจกค้อนเข้าให้

“ย่ะ แม่คนตรงเวลา”

มาถึงก็จิกเลย

อินทุอรหัวเราะร่วน ไม่คิดใส่ใจกับนิสัยผู้หญิงสุดๆของพราวพรนัก ทั้งจิกกัด ทั้งค่อนแคะมีครบทุกกระบวน รู้แค่ว่าอีกคนนิสัยดี จริงใจ คบได้ก็เพียงพอแล้ว

‘จงอย่าคิดไปเปลี่ยนแปลงใครเพราะมันยากยิ่งกว่าฝนทั่งให้เป็นเข็ม เปลี่ยนแค่ตัวเองให้ดีขึ้นก็พอ’...นักเขียนนิรนาม

“ขอบคุณที่ชมนะคะ” แกล้งพูดยั่วกลับ

เจอหน้าก็กวนเลย

“ประชดค่ะไม่ได้ชม” ครูห้องพยาบาลอยากจะแยกเขี้ยวใส่อีกคน แต่ติดตรงที่มีนักเรียน และผู้ปกครองเดินเพ่นพ่านจึงไม่กล้าทำแบบนั้น เกรงจะทำให้ภาพพจน์อันดีงามสลายหายไปในพริบตา

“อินเข้าใจผิดเหรอเนี่ย” ครูดนตรียิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี

อยู่เวรคู่กับอินก็ดีสบายใจไปอย่าง

พราวพรผุดยิ้มบางๆ รู้จักอินทุอรดีว่าเป็นคนสบายๆไม่อะไรกับใครมาก ใครจะได้ดีก็พลอยยินดีด้วย ไม่ให้ร้าย ไม่ซ้ำเติม และไม่หักหลังใคร...จัดเป็นคนดีที่หายากในปัจจุบัน

อารักษ์เปิดหน้าต่างรถทักทายครูเวรที่หน้าประตู

“สวัสดีครับพี่อิน พี่พราว”

“โหย วันนี้ครูอารักษ์มาเช้าได้ฝนจะตกไหมนะ” ครูห้องพยาบาลเอ่ยแซว

“แหม เพิ่งเปิดเทอมขอขยันหน่อยสิครับ”ชายหนุ่มพูดติดตลก

“อย่าเพิ่งคุย ชาวบ้านเข้าไม่ได้”สาวหน้าคมเตือน หลังครูชายจอดรถขวางประตูอยู่ และมีรถอีกคันหยุดจ่ออยู่ด้านหลัง

“โอเคๆ เดี๋ยวเจอกันบนตึกนะ”ชายหนุ่มเข้าเกียร์ เคลื่อนรถเข้าไปด้านใน เพื่อหาที่จอด

พราวพรหันกลับมามองคนข้างๆ แล้วถามขึ้นเสียงแผ่วให้ได้ยินกันแค่สองคน

“พี่ถามจริงนะ อินไม่คิดอะไรกับอารักษ์เลยหรือ

อินทุอรทำหน้าไม่เข้าใจก่อนส่งยิ้มให้กับนักเรียนหลายคนที่เดินผ่านไปมาด้วย

“จะให้คิดอะไรเหรอคะ

“แหม ก็แบบคนรักสิ เห็นสนิทกันจะตายสอนด้วยกันกินข้าวด้วยกันเกือบทุกวัน เมื่อไหร่จะมีข่าวดี?”

ตลกแล้ว!

คนถูกถามหันขวับไปจ้องหน้าเขม็ง

“พี่พราวเอาอะไรมาพูดคะเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันจริงๆ”

“แค่นั้นถามย้ำอีกครั้ง

“ค่ะ แค่นั้น” เธอตอบอย่างหนักแน่น ไม่เคยรู้สึกกับอารักษ์ เกินกว่าน้องชายคนหนึ่ง

ทำไมช่วงนี้มีแต่คนถามฉันเรื่องแฟนวันก่อนก็น้องแปม วันนี้พี่พราว อะไรกันนักหนา

“แย่จัง! นึกว่าจะได้กินเลี้ยงเร็วๆนี้ซะอีก” ครูห้องพยาบาลพูดทีเล่นทีจริง

“ถ้ารออินคงอีกนานค่ะ ดีไม่ดีพี่พราวจะแซงซะก่อนน่ะสิ”

พราวพรแค่นหัวเราะเบาๆ แต่ไม่พูดอะไรต่อหันไปทักทายเด็กนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาแทน

ครูทั้งสองทำหน้าที่ จนเคารพธงชาติและสวดมนต์เสร็จ ขณะกำลังจะเดินไปห้องเรียน พลันมีรถสปอร์ตสีแดงมาหยุดจ่อที่ทางเข้าซึ่งมีราวเหล็กกั้นไว้ ไม่ให้คนภายนอกที่ไม่ติดตราของโรงเรียนผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต

“มาหาใครครับ?” ยามสูงวัยเดินไปถามอย่างสุภาพ

คนขับเลื่อนกระจกลง เผยให้เห็นใบหน้าชายหนุ่มสำรวยสำอางของอธิพงษ์

“ผมมาหาคุณเปมิกา ไม่ทราบว่าอยู่ตึกไหนครับ?”

“ตึกหน้าสี่ชั้นครับ ส่วนอยู่ชั้นไหนถามประชาสัมพันธ์ครับ”ยามตอบอย่างสุภาพ

“ขอบคุณครับ”

ยามเลื่อนเปิดทางให้รถคันงามวิ่งเข้าไป

ครูเวรสองคนมองตามอย่างใคร่รู้ ได้ยินคำถามของเขาชัดเจน

“นายอธิพงษ์มาหาแปมทำไม?” พราวพรเอียงหน้าไปกระซิบคนข้างๆ จำหน้าเขาได้จากสื่อออนไลน์...เป็นเพลย์บอยชื่อเสียงฉาวโฉ่

“ไม่ทราบค่ะ” อินทุอรส่ายหน้า รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ที่เห็นลูกชายอดิศรซึ่งหมายตาที่ดินโรงเรียนแห่งนี้ เจาะจงมาหาเปมิกา

หวังว่าหมอนั่นคงไม่ได้คิดจีบน้องแปมหรอกนะ ท่านผอ. คงฉุนขาด ไม่เห็นด้วยแน่

เดาปฏิกิริยาของสมรในทางลบมากกว่าบวก ประกอบกับพอจะรู้ว่าพ่อลูกคู่นี้ไม่ใช่คนดี ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองจึงทำให้ความวิตกถาโถมเต็มหัวใจ แต่ติดที่มีสอนในช่วงเช้า จึงไม่สะดวกที่จะตามไปดูว่าหมอนั่นมีธุระอะไรกับเปมิกา

“ไปเถอะอีกไม่กี่นาทีก็เรียนคาบแรกแล้ว”ครูห้องพยาบาลชวน

“ค่ะ” อินทุอรพยักหน้า เดินเคียงคู่ไปกับอีกคน

ทว่ายามนี้หัวใจของเธอเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเองหลังรู้ว่าหลานสาวนอกไส้คิดจะข้ามเส้น ทำให้สาวผมสั้นหนักใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

น้องแปมรักฉัน เพราะเราสนิทกันต่างหากมันเป็นความผูกพัน...แต่ไม่ใช่ความรักหรอก

เธอพยายามบอกกับตัวเองแบบนั้น

เมื่อถึงทางแยก พราวพรกลับไปห้องพยาบาล ส่วนอินทุุอรตรงไปยังอาคารอเนกประสงค์ทว่าวันนี้เธอแทบไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ใจลอยล่องไปหาผู้ช่วยผอ.คนใหม่เสียมากกว่า

“ผมมาหาคุณเปมิกาไม่ทราบว่าอยู่ห้องไหนอธิพงษ์ถามกับเจ้าหน้าที่ชั้นล่างของอาคารแต่งตัวใส่สูทสีเข้มกางเกงเรียบกริบ ในมือถือกุหลาบสีแดงดอกโตช่อใหญ่มาด้วยตั้งใจจะทำให้หญิงสาวประทับใจ

ทั้งที่จริงแล้วเขาอยากเอาแหวนมาขอหมั้นหล่อนมากกว่า แต่ก็เกรงจะข้ามขั้นตอนเกินไป

จุดประสงค์วันนี้ คือเพื่อดูตัวหญิงสาว อยากรู้เหลือเกินว่าผ่านไปหลายปี หล่อนงดงามกว่าเดิมหรือไม่? ถ้าคำตอบคือใช่เขาจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครองผู้หญิงคนนี้ให้จงได้

“อ๋อ คุณเปมิกาอยู่ชั้นสี่ห้องผู้ช่วยผู้อำนวยการ ขึ้นลิฟต์ตัวนั้นค่ะ” เจ้าหน้าที่สาววัยยี่สิบปลายชี้นิ้วไปยังด้านในพร้อมส่งยิ้มหวานอย่างมีความนัย

“ขอบคุณครับ” เขาตอบอย่างสุภาพทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

หลังชายหนุ่มเดินห่างออกไปพนักงานหนุ่มใจสาวก็ตรงรี่เข้ามาหาเพื่อน จีบปากจีบคอถาม

“เขามาทำไมน่ะแก

“มาหาคุณเปมิกาน่ะสิ” พนักงานสาวตอบ พร้อมทำหน้าเคลิ้มกับความหล่อของอธิพงษ์ “เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วัน หนุ่มหล่อลากก็มา...อิจฉาชะมัด ฉันอยากได้แบบนี้สักคนสองคน”

“ฝันไปเถอะชะนี ฉันว่าหน้าตาแบบแกหุ่นแบบนี้เหมาะจะเกาะคานมากกว่า”

หญิงสาวหันมาจิกตาใส่คู่กัด

“ปากเหรอนั่นคมยิ่งกว่ากรรไกรโรงพยาบาลซะอีก”

เขาปัดผมเลียนแบบท่าทางดาราในโฆษณายาสระผมยี่ห้อหนึ่ง

“นอกจากปากจะคมฉันยังใช้ปากเก่งกว่าแกด้วยนะยะ อย่างน้อยฉันก็มีสามีมาหลายคน ไม่มือใหม่ไร้ทักษะแบบแกหรอกซิงๆ แบบนี้ทำอะไรไม่เป็นชัวร์” หนุ่มใจสาวพูดเกทับ

โอ๊ย! แรง...

“เชอะ!สักวันฉันจะหาสามีให้หล่อกว่าสามีแกให้ได้” ฝ่ายหญิงชี้หน้า ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เสียชาติเกิดเป็นหญิงไทยหมด

“เออ ฉันจะคอยดู”

คู่กัดสะบัดหน้า เดินไปคนละทาง เพื่อทำงานของตนต่อ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา ชายหนุ่มก็เดินออกจากลิฟต์ด้วยใบหน้าระรื่น ไม่ต่างจากคนมีความรัก

พนักงานหลายคนแอบมองอย่างสอดรู้สอดเห็น คาดเดาไปต่างๆนานา แล้วข่าวที่อธิพงษ์ถือดอกไม้ช่อใหญ่แพร่สะพัดไป ปากต่อปากจาก ‘ชายหนุ่มมาจีบหล่อน’ กลายเป็น ‘เขากับเปมิกาคบกันอยู่’

ไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวลือนี้ก็ลอยไปถึงเหล่าครูหลายคนที่ทำงานชั้นสองรวมถึงชั้นบริหาร โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าจริงๆ แล้วอธิพงษ์คุยอะไรกับผู้ช่วยผอ.สาวด้วยซ้ำ

ช่วงพักกลางวันในโรงอาหารคลาคล่ำไปด้วยเด็กนักเรียนที่ส่วนใหญ่ทานอาหารซึ่งทางโรงเรียนเตรียมไว้ให้ แต่มีเด็กส่วนหนึ่งเลือกซื้อจากร้านค้าจึงมีคิวยาวเหยียดกว่าอินทุอรจะได้อาหารจึงใช้เวลานานกว่าช่วงปิดเทอมมาก หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งร่วมโต๊ะกับพราวพรไม่นานอารักษ์ที่เพิ่งสอนเสร็จ ก็ตามมาแจมด้วยอีกคน

“อินรู้เรื่องวันนี้หรือยังครูห้องพยาบาลเปิดประเด็นสนทนาขึ้น หลังทานข้าวไปหลายคำ

“ไม่รู้หรอกค่ะวันนี้อินมีสอนคาบเช้าตลอดสาวหน้าคมกล่าวเสียงเรียบไม่ค่อยสนใจข่าวลือสักเท่าไหร่ มองเป็นเรื่องไร้สาระสุดๆแต่น่าแปลกที่หลายคนก็ยังหลงเชื่อ

อีกคนโบกนิ้วชี้ไปมา เหมือนจะบอกว่าพลาดเรื่องสำคัญไป

“ตกข่าวมาก”

“เรื่องอะไรครับครูดนตรีหนุ่มทําหน้าอยากรู้

“หมอนั่นที่มาตอนเช้าน่ะ” พราวพรลดเสียงเบาลงเหมือนกระซิบ “ตอนนี้ลือไปทั่วโรงเรียนว่ากำลังคบกับแปมอยู่น่ะสิ”

อารักษ์ทำหน้าเหลอหลา

“หมอนั่นใครครับ

“อธิพงษ์ลูกชายอดิศร เสี่ยเงินกู้ชื่อดังไงเมื่อเช้าเขาขับรถอย่างหรูมาที่นี่ด้วย พี่เห็นกับตา”

“แม่เจ้า!” เขาทำหน้าแตกตื่นแล้วทำหน้าเศร้า “แบบนี้ผมก็หมดหวังน่ะสิ โธ่...คุณแปมของผม”

“อย่างนายมีหวังด้วยหรือ พูดเองเออเองชัดๆ”ครูห้องพยาบาลนึกหมั่นไส้ กับความหลงตัวเองของเขา

“ก็มีบ้างครับ” ชายหนุ่มหัวเราะร่วน แล้วเอาอาหารเข้าปาก

พราวพรค้อนวงโตให้เขา แล้วเลิกคุย

ต้องไม่ใช่เรื่องจริง...น้องแปมไม่มีทางคบคนเลวๆแบบหมอนั่น

อินทุอรเถียงในใจ ขมวดคิ้วเรียวแทบเป็นปมใบหน้าเคร่งเครียด

แม้กระวนกระวายใจอยากรู้ความจริงแต่ไม่สะดวกคุยกับเปมิกา ในเวลานี้ จึงรีบทานมื้อกลางวัน เพื่อไปสอนในคาบบ่าย จากนั้นต้องไปยืนเวรที่ประตูต่ออีก

เมื่อทำอะไรไม่ได้ เธอได้แต่ปล่อยวางมีสมาธิกับงานตรงหน้าต่อไป

ไว้ว่างค่อยคุยกับน้องแปมแล้วกัน

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

อาทิตย์หน้าจะอัพเป็นตอนสุดท้ายนะคะ สนใจ E-book โหลดซื้อได้ที่ MEB ส่วนหนังสือจองได้ที่หน้า สินค้า ค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 04 ธันวาคม 2561
Last Update : 4 ธันวาคม 2561 18:24:10 น. 0 comments
Counter : 84 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.