ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ สาระน่ารู้ เรื่องสั้น และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
รักเกินต้าน Can't Resist บทที่ ๖ (Yuri)



สายวันจันทร์ ชุติมาสั่งให้คนงานขนเอกสารสิบกว่าแฟ้มหนาของโรงเรียน‘รุ่งนพคุณ’ส่งมาที่ห้องเปมิกา เพื่อให้หล่อนศึกษารายละเอียดตามคำสั่งคุณสมร

“แฟ้มข้อมูลย้อนหลังสามปี รวมถึงข้อมูลของครูพนักงาน และนักเรียนทุกคนด้วยค่ะ”

เยอะชะมัด

หญิงสาวมองกองเอกสาร เผลอผ่อนลมหายใจยาวไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะอ่านจบ...เยอะยิ่งว่าหนังสือสอบเสียอีก

“ขอบคุณค่ะพี่ชุ”

“มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามพี่ได้นะคะ”สาวแว่นบอก ในใจนึกเป็นห่วงผู้ช่วยผอ.คนใหม่พอสมควรแต่ก็ไม่แนะนำอะไรตามที่สมรกำชับเอาไว้

“ฉันอยากให้แปมเรียนรู้ด้วยตัวเองฉันอยากรู้นะว่าเรียนจบเมืองนอกมา จะทำอะไรได้สักแค่ไหน” ผอ.อาวุโสต้องการรู้ศักยภาพของหลานคนโปรดจึงมอบหมายงานยากๆ ให้ทำ หากสาวหวานทำได้ดีเธอคงวางใจให้หล่อนเป็นผู้ดูแลมรดกชิ้นนี้ต่อไป ไม่คิดยกสมบัติสำคัญให้ผู้ที่ไร้ความสามารถเกรงจะสู้หน้าบรรพบุรุษในปรโลกไม่ได้

ถึงยุค ‘นิวบลัด’ต้องพิสูจน์ตัวเองแล้ว ส่วนเธอเตรียมวางมือ และเกษียณตัวเอง เพื่อพักผ่อนบ้าง

ชุติมาพยักหน้าเห็นด้วยและรอดูผลลัพธ์อย่างใจจดใจจ่อ

“ค่ะ” สาวหวานพึมพำ

“ขอตัวไปหาคุณท่านก่อนนะคะเผื่อท่านมีอะไรจะใช้พี่” เอ่ยขอตัวหลังทำภารกิจเสร็จสิ้น “ถ้าคุณแปมต้องการอะไรเพิ่มก็บอกพี่นะคะ”

“ค่ะ” เปมิกาพยักหน้ามองตามชุติมาที่ออกไปจากห้องนั้น ก่อนหันกลับมาสนใจเอกสารกองพะเนิน ทรุดตัวลงนั่งยังโต๊ะหนังสือ“จะเริ่มตรงไหนดีละเนี่ยหยิบแฟ้มหนาสีดำบนสุดมาอ่าน‘แฟ้มข้อมูลครู’

ดูพวกนี้ก่อนแล้วกัน

สาวสวยอ่านประวัติของครูโรงเรียน ‘รุ่งนพคุณ’ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการศึกษาสูงไม่ธรรมดาพลิกไปเรื่อยๆ หยุดชะงักที่ประวัติของ ‘อินทุอร’ จึงตั้งใจอ่านอย่างละเอียด เรียนจบตรีโททางดนตรี

อาอินเพิ่งจบปอโทใบที่สองเหรอเนี่ยบริหารธุรกิจเกียรตินิยมอีกต่างหาก...เก่งชะมัด

หล่อนอดนึกชื่นชมเธอไม่ได้ ก่อนพลิกหน้าต่อไป ครูบางคนเคยสอนตนมาก่อนในวัยเด็กส่วนใหญ่จะทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปี มีครูใหม่จำนวนน้อยมาก

หลังจากอ่านแฟ้มแรกจบหญิงสาวหยิบแฟ้มอื่นมาอ่านต่อ เป็นข้อมูลฐานะการเงินของโรงเรียนปีที่แล้วมีข้อมูลแจกแจงไว้อย่างละเอียดยิบ แต่เมื่ออ่านบรรทัดท้ายๆ ของงบกำไรขาดทุนต้องขมวดคิ้วเรียว

กำไรแค่นี่เองเหรอ...น้อยมากเลยนะเนี่ย

เป็นครั้งแรกที่เปมิการับรู้ถึงฐานะของธุรกิจครอบครัวจึงหาแฟ้มการเงินปีก่อนหน้านั้นมาวางเปรียบเทียบ เพื่อดูแนวโน้มของ ‘รุ่งนพคุณ’แล้วพบว่า...ลดลงต่อเนื่องจนน่าเป็นห่วง

กำไรหดลงแบบนี้...ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างไม่กี่ปีคงเจ๊งแน่

สาวสวยรู้สึกเครียดขึ้นมาทันทีเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณสมรถึงได้อยากให้ตนปรับเปลี่ยนโรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่แค่ให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่เพื่อให้ ‘รุ่งนพคุณ’ ดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นเรื่องยากสุดๆ

ให้งานยักษ์กับมือใหม่แกะกล่องคุณย่าแน่ใจเหรอคะ ว่าแปมจะทำได้?

เปมิกาถอนใจอีกเฮือก ไม่แน่ใจว่า ตนจะทำได้สำเร็จ โอกาสมีไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์หรือไม่ก็น้อยกว่านั้น

ตายเป็นตายแล้วกัน...เปมิกาสู้โว้ย!

ปลุกปลอบขวัญตัวเอง แล้วตั้งใจอ่านข้อมูลตรงหน้าเขียนย่อประเด็นสำคัญใส่สมุดโน้ตข้างตัว เพื่อง่ายต่อการค้นหาครั้งต่อไป หล่อนจริงจังกับงานตรงหน้าจนลืมเวลาจนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตู จึงเอ่ยอนุญาต โดยไม่ได้เหลียวหน้าไปมอง

“เชิญค่ะ”

แขกเปิดประตูเข้ามา โดยไม่ลืมปิดลงอย่างเบามือพร้อมก้าวมาใกล้เจ้าของห้อง แล้วโน้มตัวไปใกล้ๆ เพื่อมองว่าอีกคนกำลังอ่านอะไร

สาวสวยได้กลิ่นหอมคุ้นเคย จึงหันไปมองผู้บุกรุกแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าด้านข้างของอินทุอรที่อยู่ห่างแค่คืบ ทำตาโต ขยับตัวถอยออกห่าง

“อาอิน!”

เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“อ่านอะไรอยู่คะ?”

ยุ่งอะไรด้วย

เปมิกาค้อนน้อยๆ ก่อนเฉมองไปทางอื่นไม่อยากเห็นหน้าของคนที่ทำให้หัวใจสั่นไหว

“เดี๋ยวนี้อาถามไม่ตอบ หยิ่งเหรอคะ?” สาวหน้าคมแกล้งว่า

คนโดนว่าหันขวับ จ้องหน้าครูสาวเขม็ง

“แปมจะหยิ่งเฉพาะกับบางคนค่ะ”

“บางคนรวมถึงอาด้วยรึเปล่า?”

สาวสวยทำหน้าบึ้งตึง เชิดหน้าขึ้น

“แล้วแต่จะคิดค่ะ”

เด็กน้อยจริงๆ

อินทุอรนึกขำกับการแสดงออกแบบเด็กๆ ของคนตรงหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนนัก จึงใช้นิ้วชี้จิ้มลักยิ้มที่แก้มเนียนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้...แบบที่เคยทำบ่อยๆกับอีกฝ่าย

“อาอิน!” หล่อนตะโกนอย่างไม่พอใจยกมือปัดนิ้วอีกคนออกห่างจากหน้าของตน ใบหน้าสวยหวานหงิกงอกว่าเดิม

ผู้ใหญ่อะไรนิสัยไม่ดี

“อาขอโทษที่ทำให้น้องแปมไม่พอใจ ยกโทษให้อานะคะ” คนอายุมากกว่าพูดเสียงอ่อนโยนจริงใจ

สาวสวยนิ่งอึ้งไปหลายวินาที ไม่คิดว่าอีกคนจะขอโทษตรงๆทำให้ความขุ่นเคืองที่เคยมีบางเบาลงไป แต่ไม่ยอมเสียฟอร์ม ยกสองแขนขึ้นกอดอกแสร้งปั้นหน้าดุ

ไม่ยอมให้ง่ายๆ หรอกเดี๋ยวได้ใจ

“ยังไม่ยกโทษให้ค่ะ”

คนฟังทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยกลอกตาไปมา ไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ

“ไม่เป็นไรคะ อาจะง้อน้องแปมไปเรื่อยๆ”

ดูสิจะง้อยังไง?

เปมิกานึกสนใจใคร่รู้ ก่อนเปลี่ยนเรื่องคุย

“วันนี้อาอินไม่ทำงานเหรอคะ?”

“ปิดเทอมค่ะ เปิดอาทิตย์หน้า” คนอายุมากกว่าตอบก่อนพูดถึงจุดประสงค์ที่เข้ามาหา “คุณย่าให้มาตามไปทานกลางวัน”

“ค่ะ” สาวหวานปั้นหน้านิ่ง ลุกยืนเต็มความสูงเมื่อเปรียบเทียบแล้วสูงกว่าเธอเล็กน้อย ทั้งที่สี่ปีก่อนยังเตี้ยกว่าอยู่เลย

“น้องแปมสูงกว่าอาแล้วนะคะ”

ทำมาชวนคุยจะให้ใจอ่อนล่ะสิ ฉันไม่หลงกลหรอก

หล่อนไม่คิดสนใจ ก้าวเท้าหมายจะออกจากห้องแต่โดนครูสาวออกแรงรั้งข้อศอกเอาไว้ เสียหลักจนตัวเซ ปลายจมูกกับริมฝีปากสัมผัสขมับของอินทุอรเผลอสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอดเต็มๆ

เอ๊ย!

เปมิกาเบิกตากว้างตกใจ รีบผละตัวออกห่างหลายก้าวหัวใจเต้นกระหน่ำจนเกินจะควบคุมได้

“ตัวสูงขึ้นพอๆ กับความขี้งอนที่สูงกว่าเดิมด้วยอย่างอนมากนะคะ อาไม่ชอบง้อใครนานๆ” สาวหน้าคมพูดล้อเลียน ยกยิ้มน้อยๆก่อนเดินนำออกจากห้องไปก่อน

ชิส์ ไม่ง้อก็อย่าง้อสิใครแคร์

นึกบ่นในใจ ก่อนก้าวตามเธอไปห้องอาหาร ไม่อยากให้สมรต้องมาหิ้วท้องรอตน

“ชุดนี้ดีไหมคะอินทุอรหันไปปรึกษาสาวหน้าหวาน ที่โดนคุณสมรบอกให้มาเลือกเสื้อผ้าเตรียมตัวสำหรับไปทำงาน ณ ศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้บ้าน

“ก็ดีค่ะ” เปมิกาตอบเสียงเรียบหันไปดูแวบหนึ่งก่อนมองไปทางอื่น ละลานตากับเสื้อผ้าแบรนด์เนมสวยๆ ที่แขวนเรียงเป็นตับเยอะเสียจนเลือกไม่ถูก หากให้มาเลือกคนเดียวคงเวียนหัว อาจจะไม่ได้อะไรกลับบ้านเลยสักชิ้น

นี่มันเหมาะจะใส่ไปทำงานหรือใส่ไปโชว์เนื้อหนัง?

คิดประชด หลังกวาดตามองเสื้อผ้าที่โชว์บนหุ่นส่วนใหญ่ ไม่ใช่รสนิยมของตนเลยสักนิด

“ถ้าน้องแปมอยากได้ที่สุภาพกว่านี้ก็คงเป็นพวกชุดสูท อาจจะร้อนสำหรับอากาศเมืองไทยสักหน่อย แต่ข้อดีของสูทคือ หาเสื้อผ้าใส่ทุกวันไม่ยากแค่มีเสื้อเชิ้ตไว้หลายๆ สีหน่อย” คนอายุมากกว่าอธิบาย

คนฟังนิ่ง แล้วคิดตาม

“งั้นขอเป็นชุดสูท ส่วนกระโปรงไม่ต้องสั้นมากถ้าเป็นกางเกงได้จะดีกว่า”

“กลัวโป๊เหรอคะอินทุอรทายความคิดของคนข้างกายได้อย่างไม่ยากดูหล่อนในวัยเด็กค่อนข้างกระโดกกระเดก ซนแก่นเป็นที่หนึ่ง ไม่ค่อยชอบใส่กระโปรงนัก

มีโทรจิตหรือไง?

“ก็แค่ไม่ชิน” สาวสวยตอบแก้เกี้ยว นึกขัดใจ ที่อีกฝ่ายรู้ใจไปเสียหมดเหมือนเข้ามานั่งอยู่ในหัวใจของตน หล่อนไม่อยากเป็นหนังสือที่อ่านง่าย กลัวจะน่าเบื่อจำเจและไม่พ้นโดนทิ้งขว้างเป็นสิ่งไร้ค่า

โตขึ้น ท่ามากเหลือเกิน

สาวหน้าคมนึกบ่นในใจ แต่ว่าตามใจ ชี้ไปยังราวเสื้อสูทสำหรับผู้หญิงที่แขวนอยู่เป็นตับ

“งั้นลองดูทางนี้ค่ะน้องแปมน่าจะชอบ”

สาวสวยมองตามก่อนเดินมาดู รู้สึกชอบใจชุดที่แขวนราวนี้ขึ้นมาจึงเลื่อนดูอย่างสนใจ

นี่มันเดจาวูชัดๆ

เธอยืนมองเปมิกาเลือกเสื้ออยู่ใกล้ๆ แล้วอมยิ้มในหน้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ ที่อินทุอรจดจำได้อย่างแม่นยำเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

...มาเป็นเพื่อนซื้อของขวัญวันเกิดให้กับคุณสมร

...ช่วยหาของขวัญจับฉลากในวันปีใหม่

...ซื้อนาฬิการุ่นที่หล่อนอยากได้ ให้เป็นของขวัญวันเกิด

...ช่วยหาเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อที่อังกฤษ

ฯลฯ

อินทุอรปรายตาสำรวจสาวหวานที่กำลังเพลิดเพลินกับการเลือกสินค้า เห็นรอยยิ้มสวยผุดขึ้น ทำให้เธออดยิ้มตามไม่ได้ก่อนสะดุดตาที่ข้อมือซ้ายของหล่อน จึงหรี่ตามองอย่างพินิจพิจารณาจำได้ว่า...นาฬิกาเรือนนี้ตนเป็นคนซื้อให้

ยังใส่อยู่อีกหรือเนี่ยนึกว่าทิ้งไปแล้วเสียอีก แปลว่าไม่ได้โกรธเกลียดกันจริงๆ สินะ

รู้สึกมีความหวังที่จะคืนดีกับหล่อนมากขึ้น

“ห้องลองชุดไปทางไหนคะเปมิกาพูดกับพนักงาน หลังเลือกชุดถูกใจได้ห้าหกตัว

“เชิญทางนี้ค่ะ”

หล่อนหันมาบอกกับพี่เลี้ยงจำเป็น

“เดี๋ยวมานะคะ”

“ค่ะ”

สาวหน้าคมมองตามแผ่นหลังบอบบาง ซึ่งหายเข้าไปในห้องลองเสื้อแล้วถอนใจเบาๆ ออกมา อย่างน้อยวันนี้เปมิกาก็ไม่ได้พยศกับเธอแบบที่กังวลถึงความสัมพันธ์จะยังไม่ดีเหมือนเดิม แต่กระเตื้องขึ้นกว่าวันก่อน

...อย่างน้อยถามอะไรหล่อนก็พูดตอบโต้มาบ้าง

อยากให้น้องแปมหายโกรธเร็วๆจัง คิดไม่ถึงเวลางอนนี่ ง้อยากแบบที่ครูบอกจริงๆ ด้วย...เฮ้อ!

พลันนึกถึงเมื่อตอนสายที่มีโอกาสนั่งคุยกับสมรอยู่พักหนึ่ง ก่อนขึ้นไปตามหล่อนบนห้อง

“แปมโกรธอะไรอินหรือเปล่า ถึงได้ดูไม่สนิทสนมไม่พูดไม่จากันเหมือนแต่ก่อนเลยสมรถามขึ้นอย่างสงสัยหลังให้เลขาฯ สาว โทรตามอินทุอรมาพบที่บ้าน

ปิดครูไม่ได้เลย

ครูดนตรีทำหน้าจ๋อยไม่คิดว่าผู้อาวุโสจะรู้ไปเสียทุกอย่าง

“บอกตรงๆอินไม่ทราบว่าทำอะไรให้น้องแปมโกรธ เธอบอกแต่ว่าอินผิดสัญญา”  

ผอ.สูงวัยหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ

“นิสัยเด็กๆ แก้ยากจริงๆ เลยเนอะ”

“แล้วอินควรจะทำยังไงคะครูเธอเอ่ยถามอย่างจนปัญญา

“ง่ายนิดเดียวเอง อินแค่ขอโทษตรงๆแปมไม่ใช่คนใจแข็งใจร้ายนักหรอก รู้ไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วถ้าน้องแปมยังไม่หายโกรธล่ะคะอดถามต่อไม่ได้

สมรนิ่งไปอึดใจ

“อินควรจะดีใจนะ ว่าอินเป็นคนสำคัญแปมถึงได้โกรธมาก”  

ควรดีใจหรือเสียใจกันแน่คะ?

อินทุอรพูดไม่ออกกับเหตุผลนั้นซึ่งไม่ช่วยให้สบายใจขึ้นเท่าไหร่

“แค่อินเป็นตัวของตัวเองแบบที่เคยเป็นค่อยๆ ตะล่อมถาม เดี๋ยวแปมก็บอกเองแหละ”

“ค่ะครู” หญิงสาวรับคำ

“วันนี้ว่างใช่ไหมครูอยากให้อินช่วยเลือกชุดทำงานให้หลานสาวหน่อย เป็นถึงผู้ช่วยผอ.ต้องแต่งตัวดูดีไม่งั้นขายหน้าแย่”

“ได้ค่ะครู”

“ยังไงก็ปรับความเข้าใจกับแปมด้วยนะอยากให้สนิทสนมกลมเกลียวเหมือนเมื่อก่อน”

“อินจะพยายามค่ะ”

และนั่นก็คือสาเหตุที่ทำให้อินทุอรต้องพาเปมิกามาซื้อของวันนี้

“ครูอิน ครูอินจริงๆ ด้วย” เสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงร้องขึ้นอย่างดีใจ พร้อมวิ่งถลามาหา

อินทุอรหลุดจากภวังค์ความคิด หันมองไปทางต้นเสียงเป็นลูกศิษย์ของเธอเอง

“อ้าว! รุ้ง สวัสดีค่ะ”

ทำไมโลกถึงได้แคบขนาดนี้นะเฮ้อ!

บ่นกระปอดกระแปดในใจไม่อยากเจอหน้าพ่อของรุ้งสักเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะครูอิน” เด็กชั้นประถมปีที่สี่ทักทาย พร้อมยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างเรียบร้อย

“รุ้งมากับใครคะเธอถามอย่างเป็นห่วง เด็กตัวแค่นี้ไม่ควรอยู่ในสถานที่แบบนี้เพียงลำพัง มักมีเรื่องร้ายๆลงในหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ

“มากับคุณพ่อค่ะคุณพ่อกำลังไปจ่ายตังค์ค่าเสื้อให้รุ้งอยู่”รุ้งพูดอย่างร่าเริง ทั้งที่เสียมารดาไปหลายปีแต่พ่อรักดูแลเอาใจใส่มาก จึงไม่เหมือนเด็กมีปัญหา ผิดกับบางครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่แต่ไม่ได้รับความรักความอบอุ่นมากเท่าที่ควร

เด็กตัวแค่นี้ใช้เสื้อผ้าแบรนด์เนม...พ่อรวยก็โชคดีอย่างนี้แหละ

“เหรอคะ” สาวหน้าคมพยักหน้ารับรู้

“ดีใจจังที่เจอครูอิน” วสันต์ทักทายอินทุอร พร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าหล่อที่สุดออกมาให้กับผู้หญิงที่อยากได้มาเป็นคู่ครอง

วสันต์ตามจีบเธอมาหลายเดือนแล้ว แต่อีกคนเว้นระยะเหลือเกินยอมไปทานข้าวด้วยแค่ครั้งเดียว...ฉลองวันเกิดของรุ้งเท่านั้น แต่เขายังไม่หมดความพยายามด้วยลูกสาวของตนรักเธอคนนี้เหลือเกิน จึงพร้อมทุ่มหมดหน้าตักเพื่อความสำเร็จครั้งนี้

แต่ผู้หญิงคนนี้ใจแข็งมาก จนเขาเริ่มสงสัยว่าหัวใจของอินทุอรไม่ว่างหรือเปล่า? อยากรู้แต่ไม่กล้าถามตรงๆ จึงได้แต่ตามตื้อตามจีบทุกครั้งที่สบโอกาสแอบหวังว่าสักวันอีกคนจะใจอ่อนให้โอกาสบ้าง

“ครูอินมากับใครครับ

“มากับหลานสาวค่ะยังลองชุดไม่เสร็จเลย เชิญคุณวสันต์กับรุ้งตามสบายนะคะ” ครูดนตรีพูดอย่างเกรงใจ

“ผมไม่รีบครับ” วสันต์ก้มมองลูกสาว “ชวนครูอินไปทานไอศกรีมด้วยกันดีไหมลูก

“ดีค่ะคุณพ่อ” รุ้งพูดอย่างกระตือรือร้น “ไปด้วยกันนะคะครู

“ครูยังไม่รับปากนะคะต้องลองถามหลานสาวดูก่อน” อินทุอรไม่แน่ใจว่าเปมิกาจะตอบตกลงหรือไม่?

คลิก!

ประตูห้องลองเสื้อเปิดออก สาวสวยแต่งกายในเสื้อผ้าชุดเดิมเดินตรงมาหาอินทุอรโดยไม่ได้มองสองพ่อลูก

“เรียบร้อยไหมคะเธอหันไปถามหล่อน

“ค่ะ แปมชอบสี่ชุดนี้” เปมิกาบอก ขณะจะเปิดกระเป๋าตังค์จ่ายค่าเสียหายก็โดนใครบางคนยื่นบัตรเครดิตตัดหน้าให้กับพนักงานสาว

“ให้อาซื้อให้นะคะ” อินทุอรพูดเสนอตัวอย่างนุ่มนวล

“แต่-”

“ไม่มีแต่ค่ะอาให้เป็นของขวัญที่เรียนจบ” เธอส่งบัตรเครดิตใส่มือพนักงานขายที่โค้งหัวต่ำรับเสื้อผ้าจากเปมิกานำไปยังเคาน์เตอร์เพื่อคิดเงิน

“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยกล่าวเสียงแผ่วมูลค่าของสี่ชุดนี้น่าจะราวหมื่นเศษ ซึ่งจัดว่าแพงกระเป๋าฉีก แต่เพื่อรักษาหน้าตาของคุณสมรและตัวเองจึงจำเป็นต้องซื้อ

ไว้ค่อยคืนทีหลังก็แล้วกัน

“น้องแปมคะนี่คุณวสันต์ผู้ปกครองของรุ้ง ลูกศิษย์ของอา” เธอหันไปแนะนำหล่อนกับสองพ่อลูก“ส่วนนี่น้องแปม เปมิกาหลานสาวท่านผอ. เป็นว่าที่ผู้ช่วยผอ.คนใหม่ของโรงเรียนรุ่งนพคุณค่ะ”

“สวัสดีค่ะ” หล่อนเอ่ยขึ้นก่อนด้วยอ่อนอาวุโสกว่า

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ / สวัสดีค่ะ” สองพ่อลูกทักอย่างเป็นมิตร

วสันต์พินิจพิจารณาผู้หญิงอายุน้อยตรงหน้า

ท่านผอ.มีหลานโตขนาดนี้เชียว สวยมากซะด้วย

เปมิกาขมวดคิ้วเรียวหลังเห็นใบหน้าคมสันของอีกฝ่ายชัดๆ

หมอนี่เองที่ตามจีบอาอินอยู่

“แฟนอาอินเหรอคะ?” เปมิกาถามขึ้นขณะนั่งอยู่ในรถญี่ปุ่นอายุหลายปีของอินทุอรเพื่อกลับบ้านหลังทานไอศกรีมกับสองพ่อลูก คราวนี้ครูสาวแย่งเป็นเจ้ามือได้สำเร็จแม้รู้ว่าจะทำให้วสันต์ไม่พอใจก็ตามที

หืม?

คนขับหันไปมองคนนั่งข้างๆ ด้วยสีหน้าสับสน

“ใครแฟนอา?”

“คุณวสันต์”

เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว

สาวหน้าคมหัวเราะเบาๆ ออกมา

“ทำไมคิดแบบนั้น?”

“เคยเห็นรูปในเพจของโรงเรียน”

“ดูเพจด้วยเหรอ?” อินทุอรทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนหันไปสนใจถนนตรงหน้าต่อ

ไม่ตอบแบบนี้ หรือจะแปลว่าใช่?

เปมิการ้อนรุ่มใจอย่างบอกไม่ถูก หากไม่รู้ความจริง คืนนี้อาจจะคิดมากนอนไม่หลับจึงถามย้ำเพื่อขอคำตอบที่ชัดเจน

“สรุปคือคุณวสันต์เป็นแฟนอาอิน?”

คนขับแกล้งไขสือ

“น้องแปมอยากรู้?”

“ค่ะ”

“ถ้าอาตอบคำถามนี้ เราดีกันนะ ตกลงไหม?”สาวหน้าคมต่อรองหลังสบโอกาส

เจ้าเล่ห์มาก

สาวหน้าสวยต่อว่าในใจ กลัวเหลือเกินว่าหมอนั่นจะเป็น ‘ตัวจริง’ ของอีกฝ่ายแม้อยากจะงอนต่อ แต่ครั้งนี้ความอยากรู้อยากเห็นชนะขาด จึงกลั้นใจตอบตกลงออกไป

“ก็ได้ค่ะ”

“อากับคุณวสันต์เป็นเพื่อนกันค่ะ ไม่ใช่แฟน”

หญิงสาวเอ่ยพาดพิงไปยังลูกพี่ลูกน้องของตน

“แล้วพี่เทพ?”

“ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ เป็นเพื่อนดีที่สุด” เธอตอบตามตรง“พอใจหรือยังคะ?”

โล่งอกไปที

เปมิกาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างสบายใจ

“พอใจแล้วค่ะ”

“ว่าแต่น้องแปมเถอะ ตกลงมีแฟนแล้วจริงๆ?” ครูดนตรีย้อนถามสิ่งที่คาใจบ้าง

หล่อนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วตอบแบบกวนๆ

“ไม่บอกค่ะ”

“โหย! เอาเปรียบชัดๆ ถามไม่ยอมตอบเด็กอะไรนิสัยไม่ดี” เธอโวยวายออกมาพร้อมส่งตาเขียว นึกหมั่นเขี้ยวคนข้างๆแต่ทำอะไรไม่ได้ด้วยต้องขับรถ

สาวหน้าหวานกระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนค่อยๆ คลายยิ้มสวยลงเมื่อความคิดบางอย่างสะดุดขึ้น

ถ้าไม่ใช่สองคนนี้ ...หรือวันนั้นจะเป็นคนอื่นอีก?

ความเคลือบแคลงยังคงเปี่ยมล้นในอกซึ่งเปมิกาตั้งใจแล้วว่าจะค้นหาความจริงนี้ให้ได้และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นตัวจริงของอินทุอร

แบบนี้แปมก็มีโอกาสอยู่สินะ

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

พรุ่งนี้จะเปิดจองหนังสือเรื่องนี้นะคะ มีที่คั่นหนังสือสวยๆ แถมให้สำหรับท่านที่จองภายใน 7 วันแรก สนใจดูรายละเอียดหน้า 'สินค้า' หรือ เพจนิ้วนาง นะคะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2561 14:55:28 น. 0 comments
Counter : 118 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.