Group Blog
 
All Blogs
 

พร้อมหรือยัง?... ก่อนลาออกจากงานประจำ









ลายๆ คนคงเกิดความเบื่อหน่ายกับงานประจำ เจอแต่เจ้านายงี่เง่า เอาแต่ใจ เจอแต่ปัญหา เพื่อนร่วมงานแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทำงานมาทั้งปีแต่เงินเดือนไม่ขยับ....
เฮ้ออ....“ลาออก” อย่างนี้ต้อง “ลาออก”..........
เดี๋ยวค่ะ .... ใจเย็นๆ นะคะ
การตัดสินใจยื่นใบลาออก มันง่าย แค่เดินไปขอเอกสารกับฝ่ายบุคคล กรอกๆ ข้อมูลไป แล้วเอาไปยื่นกับหัวหน้า อาจเจอการสัมภาษณ์ถามถึงเหตุผลบ้างไรบ้าง คุณก็แค่หาคำตอบที่ฟังแล้วดูดีที่สุด เพื่อให้หัวหน้าอนุมัติ
“คือ....ผมจะออกไปทำธุรกิจส่วนตัวครับ” ทั้งที่จริงๆ แล้ว เบื่อความเจ้ากี้เจ้าการของหัวหน้าใจจะขาด
“หนูจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด และหาอะไรทำเป็นธุรกิจครอบครัวค่ะ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คืออยากมีรายรับมากกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมา เงินในแต่ละปีที่ขยับขึ้น แทบจะมองไม่เห็นความแตกต่าง
แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ .....วางแผนรับมือกับชีวิต และเหตุการณ์เหล่านั้น ดีแล้วหรือยัง?
การลาออกจากงานประจำ เพื่อมาทำธุรกิจส่วนตัว นั้น
หากคุณไม่มีความพร้อมก่อนตัดสินใจ ย่อมมีความเสี่ยงสูง
หลายๆ คน ตัดสินใจเพื่อออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ทำได้ไม่นาน ก็ต้องกลับมาหางานประจำทำอีกเหมือนเดิม  แต่ก็มีหลาย ๆ คน ที่มาทำธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว สามารถพลิกชีวิต เป็นเศรษฐีได้เลยเช่นกัน
แต่จำนวนคนที่ประสบความสำเร็จ นั้นก็มีไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับจังหวะ ไอเดีย รูปแบบธุรกิจ และความขยันของเจ้าของเองด้วย
เพราะฉะนั้น ก่อนคุณจะออกจากงานประจำ เพื่อมาทำธุรกิจส่วนตัว คุณจึงต้องมีการคิดวางแผน อย่างรัดกุม เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ให้เหลือน้อยที่สุด
มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสิ่งที่คุณควรจะคำนึงถึง มีอะไรบ้าง

1. มีแผนรองรับ และสร้างฐานธุรกิจดีพอหรือยัง ?

แผนรองรับในที่นี้ ก็คือ ธุรกิจที่คุณคิด คุณเลือกนั้น คุณได้เคยลงมือทำ และเรียนรู้มาก่อนหน้านี้อย่างจริงจังแล้วหรือไม่
หากยัง...นั่นหมายถึง ความเสี่ยงของคุณ อยู่ในระดับสูงมาก ระดับ 9 + +
บางคนมีความคิดดี ๆ ในหัวเต็มไปหมด อยากทำนี่ อยากทำนั่น แต่ยังไม่เคยลงมือปฏิบัติจริงสักอย่าง
เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่คุณยังทำงานประจำอยู่ ต้องอาศัยการขวนขวาย หาความรู้ และลงมือลองผิด ลองถูก ในสิ่งที่คุณอยากทำ
หากล้มเหลว และยังติดขัด อย่างไรเสีย คุณก็ยังมีรายได้จากงานประจำ ประคับประคองอยู่
แต่หากไปได้ดี และการันตีรายได้ว่าสิ่งที่คุณทำนั้นมั่นคง และให้ผลตอบแทน มากกว่างานประจำ แถมมีแนวโน้ม จะเติบโต ขยับขยายได้ในอนาคต
ไม่ผิดค่ะ หากคุณจะเลือกลาออกจากงานประจำ

2. ลาออกไปทำธุรกิจ เพียงเพราะเห็นคนอื่น เขาทำ

วิธีการนี้ ยิ่งสร้างความอันตราย กันไปใหญ่ ธุรกิจบางธุรกิจ ไม่เพียงแค่มีเงินลงทุน แล้วคุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างคนอื่น ที่คุณพบเห็น จากในจอทีวี หรือกระแสต่างๆ
เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง จังหวะของคนเราต่างกัน ความสามารถ และความถนัดของคนเราก็ต่างกัน
เพราะฉะนั้น การทำอะไรตามแบบคนอื่น โดยสิ่งนั้น ไม่ใช่ตัวตนของตัวคุณเอง จึงเป็นความคิดที่คุณไม่ควรตัดสินใจเป็นอย่างยิ่ง
คุณอาจจะบอกว่า โอ้ย!!!! เบื่อๆ ๆ งานประจำ ลาออกไปทำไร่ทำสวน ทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็ได้ แต่เอาเข้าจริง ต้องลองถามตัวคุณเองก่อน ชอบมั้ย ?.. คุณทนต่อแดดต่อลม ได้มั้ย ? คุณมีตลาดรองรับผลผลิตของคุณมั้ย ? คุณมีความรู้ที่จะดูแลผลผลิตของคุณอย่างไร ? รับได้หรือเปล่า จากผลกระทบของธรรมชาติ ?
คุณจะรู้ว่า คุณทำได้ หรือทำไม่ได้ นั่นก็ต้องมาจาก การลงมือทำ หากคุณยังไม่ลอง อย่าเพิ่งตัดสินใจออกจากงานประจำค่ะ

3. รับได้หรือป่าว? หากรายได้ของคุณไม่แน่นอน

ข้อดีของมนุษย์เงินเดือน อย่างหนึ่งก็คือ มีรายได้เป็นประจำ ในจำนวนที่เท่าๆ กัน ในทุกๆ เดือน แถมยังมีวันหยุด
แม้ว่า คุณจะขี้เกียจบ้าง ลาป่วยบ้าง ลากิจบ้าง แต่คุณก็มีรายได้ ซึ่งทำให้คุณวางแผนต่อการใช้จ่าย ของคุณได้ง่าย
แต่สำหรับการทำธุรกิจส่วนตัว นอกจากความรับผิดชอบที่สูง คุณต้องทำใจว่า รายรับของคุณ ที่จะได้รับนั้น ไม่มีความแน่นอน
บางเดือนรายรับคุณก็อาจจะทะลุเป้า แต่บางเดือนรายรับก็อาจน้อยกว่าที่คุณคิดไว้ก็เป็นได้
หากคุณผันตัวมาทำธุรกิจแล้ว บางคนแทบไม่มีวันหยุดเลย เมื่อคุณหยุด รายได้หาย แถมยังมีเรื่องต่างๆ ที่คุณจะต้องคิด และวางแผนเอง รับความเสี่ยงเอง อีกตะหาก

4. มีเงินเก็บสำรองมากน้อยแค่ไหน ?

ก่อนคุณจะลาออก เมื่อมาทำธุรกิจ นอกจากเงินที่จะต้องเตรียมไว้สำหรับการลงทุนแล้ว คุณต้องมีเงินเก็บสำรองไว้ก้อนหนึ่งด้วยเช่นกัน เพื่อสำรองไว้ในยามฉุกเฉิน
อย่างที่บอกไปค่ะ รายรับในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้น ไม่มีความแน่นอน ในขณะที่รายจ่ายของคุณ อาจเท่าเดิม (เผลอๆ เยอะกว่าเดิม)
หากเดือนนั้น คุณได้รับรายรับมาน้อยกว่ารายจ่าย อย่างน้อย คุณก็ยังมีเงินสำรอง เพื่อที่จะนำมา ประคับประคองได้
อย่าหวังเพียงว่า ไม่เป็นไร เงินไม่พอก็ไปกู้เอา....
กู้ได้ค่ะ แต่คุณต้องเตรียมรับมือ กับดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น ด้วยนะคะ
รายรับไม่เพียงพอกับรายจ่าย แล้วยังต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยอีก คุณจะมีภาระมากกว่าเดิมนะคะ

5. คุณยังเป็นหนี้อยู่หรือป่าว ?

ข้อนี้ สำคัญมากนะคะ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำ คุณต้องพิจารณา สภาพคล่องทางด้านการเงินของตัวคุณเองด้วย ทุกวันนี้ ยังมีหนี้อะไรที่คุณยังต้องรับผิดชอบอยู่บ้าง
หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต !!! เคลียร์กันไปถึงไหน ยังไงแล้วบ้าง
หากธุรกิจที่คุณตัดสินใจ มีรายรับที่คาดว่ายังไม่เพียงพอ เพื่อที่จะรองรับ การชำระหนี้เหล่านี้ ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำเลยค่ะ ให้คุณลองทำควบคู่กันไป อาจหนักและเหนื่อยหน่อย แต่ความเสี่ยงของคุณก็จะน้อยลง
ความสามารถในการชำระหนี้ที่ดี และสม่ำเสมอนั้น จะทำให้คุณมีสถานะ ประวัติในการชำระหนี้ที่ดี ทำให้คุณมีเครดิตกับสถาบันการเงิน และเป็นผลดีสำหรับคุณ เพื่อที่จะกู้ยืมในการขยับขยาย ธุรกิจของคุณในอนาคตได้อีกด้วยนะคะ

แม้ว่าการทำธุรกิจส่วนตัว คุณจะมีความสบายใจ ไม่ต้องทนต่อแรงกดดันจากคำสั่ง กฏระเบียบ การบีบบังคับต่างๆ

แต่หากคุณขาดการวางแผน และลาออกมาทำ เพียงเพราะ คำว่า “เบื่อ” โดยขาดประสบการณ์ และการเตรียมความพร้อมทางด้านต่างๆ

ชีวิตคุณก็อาจเกิดเปลี่ยนแปลง โดยที่คุณอาจไม่คาดคิดมาก่อนเลย ก็ได้

เผลอๆ นอกจากคุณจะตกงานแล้ว คุณจะยังต้องแบกรับภาระหนักอึ้ง และอาจทำให้คุณเครียดมากกว่าการทำงานประจำอยู่ ก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น หากคุณยังไม่มีความพร้อม ตามที่ผู้เขียนได้แนะนำ ขอให้คุณรอก่อน ใจเย็นๆ และลองจัดสรรเวลา วางแผนให้รอบคอบ ทดลองทำในสิ่งที่คุณชอบ หรืออยากทำ ควบคู่ไปกับงานประจำ ก็ไม่เสียหาย

แต่...หากคุณมีความพร้อม สามารถรับมือ และจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ก็ไม่ต้องรออะไรทั้งนั้น

รับโบนัส ยื่นใบลาออก แล้วลุยไปเลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ขอให้กำลังใจกับทุกท่าน ให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้นะคะ

...โชคดีค่ะ...





 

Create Date : 06 ธันวาคม 2559    
Last Update : 6 ธันวาคม 2559 19:39:54 น.
Counter : 561 Pageviews.  

ควรแบ่งเก็บเงิน อย่างไร?







เคยสงสัยกันหรือป่าวคะ??
หลายคนทำงานประจำ มาร่วม 10 ปี แต่ยังไม่มีเงินเก็บ

ได้เงินเดือนมา แต่ยังไม่ทันจะได้เก็บ ก็เผลอไผลใช้เงินจนหมด
อ่ะ!!! รอเดือนใหม่
บางคนลำพังแค่เงินเดือนก็ยังไม่พอ ยังไปรูดบัตรเครดิต ทำให้เป็นหนี้ต่ออีก เฮ้ออ..

ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มวางแผนเก็บเงินกันดีกว่าค่ะ ก่อนที่คุณจะไม่เหลืออะไรเลยในอนาคต

หลัก ๆ เลย ควรจะแบ่งเป็น 3 ส่วน (เพื่อความปลอดภัย)


ส่วนที่ 1 เงินออมกรณีเจ็บป่วย
           ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน วันนี้คุณแข็งแรง แต่วันข้างหน้าคุณอาจเจ็บป่วย สมัยนี้มีโรคภัยแปลกๆ เกิดขึ้นเยอะ แถมรักษายาก เอาแค่โรคธรรมดา แบบท้องเสียรุนแรง โรคกระเพาะ ลำไส้ ที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่าย ก็หลักพันแล้วล่ะค่ะ เพราะฉะนั้น ควรแบ่งเก็บเงินต่อเดือนไว้ สำหรับกรณีนี้บ้าง ก็จะดีไม่น้อย 
           บางคนอาจบอกว่า ทำประกันสุขภาพไว้แล้ว เจ็บป่วยก็ไปเบิกได้นะ ...บางประกันอาจจะใช่ค่ะ แต่ประกันบางตัว ผู้เอาประกัน ก็ต้องออกเงินไปเองก่อนถึงจะไปเบิกคืนได้ทีหลัง ศึกษากันดูให้ดีนะคะ มีเงินเก็บไว้ก่อน ก็จะดีที่สุด
           ไม่เช่นนั้น นอกจากร่างกายคุณจะทรุดเพราะเจ็บป่วยแล้ว ยังต้องมานั่งปวดหัวเรื่องเงินอีก

ส่วนที่ 2 เงินเก็บสำหรับอนาคต
            ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความฝัน จะมีบ้าน มีรถ มีครอบครัว แต่... ทุกอย่างต้องใช้เงินเป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าคุณไม่วางแผนเก็บตั้งแต่วันนี้ อีกสิบปี คุณก็ไม่สามารถสร้างอะไรได้ และก็ยังคงต้องใช้ชีวิต เหมือนเดิม
            อยากมีบ้าน มีรถ ก็ต้องมีเงินก้อนหนึ่ง เพื่อดาวน์  และหากคุณอยากจะสร้างครอบครัว นั่นยิ่งต้องใช้เงินก้อนใหญ่กว่าอีก สำหรับหนุ่ม ๆ ก็คงต้องเก็บตังค์ไปขอสาวที่ตนเองรัก มีเงินเก็บสำหรับจัดงานแต่ง แต่งงานสักพัก มีลูก... ค่านม ค่าแพมเพิร์ส ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายอีกจิปาถะตามมาอีกมากมาย ฯลฯ 
           เพราะฉะนั้น ควรวางแผนเก็บออม ไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ลำบากก่อน สบายทีหลัง นะคะ

ส่วนที่ 3 เงินเก็บสำหรับตอนเกษียณ
           หากคุณไม่วางแผนออมเงินในช่วงที่ คุณกำลังมีเรี่ยวแรงในการหาเงิน หารายได้ ได้อยู่ เมื่อเวลาผ่านไปและคุณอายุเยอะขึ้น ความสามารถในการหารายได้ของคุณ อาจไม่เหมือนเดิม
           ถึงเวลานั้น หากคุณไม่มีเงินออมไว้เลย คุณจะลำบาก 
           บางคนอาจรอให้ลูกเลี้ยง หรือรอเงินบำเหน็จ บำนาญ  แต่หากทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คุณคิดล่ะคะ 
           ในที่สุด คุณก็จะเริ่มคิดขึ้นมาได้ว่า ทำไมเราไม่เริ่มเก็บเงิน ตัั้งแต่สมัยหนุ่มๆ นั่นไงคะ เมื่อคิดได้ ก็สายไปซะแล้ว!!

          วิธีการที่จะทำให้คุณเก็บเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและสม่ำเสมอ นั่นก็คือ เมื่อคุณได้รับเงินเดือนมาปุ๊บ ก็อย่าเพิ่งนำไปใช้อย่างอื่นก่อนนะคะ  คนที่เป็นหนี้ ควรจะนำไปใช้หนี้ก่อน ตามด้วยแบ่งเก็บเป็น3 ส่วน ตามที่ได้แนะนำไปข้างต้น เหลือเท่าไหร่ จึงค่อยนำมาใช้จ่ายอย่างอื่นค่ะ

          ไว้วันหน้า จะมาแย่งปันวิธีการเก็บเงิน แบบเพิ่มจำนวนกันนะคะ

          ขอให้ทุกคนโชคดี มีเงินเก็บเยอะ ๆ ค่ะ






 

Create Date : 29 ตุลาคม 2559    
Last Update : 30 ตุลาคม 2559 15:44:28 น.
Counter : 513 Pageviews.  


Valentine's Month


 
สมาชิกหมายเลข 3498966
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3498966's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.