ทริปปี68 - Niseko 3
Niseko หน้า3เช้าวันที่สามที่นิเซโกะ วันนี้ขอคิวน้องสาว ว่าให้พาเราเที่ยวโดยขึ้นรถชัทเทิลบัสชมเมืองเริ่มต้นไปขึ้นกระเช้า เพื่อขึ้นไปยอดเขา ส่งหลานลงลานสกี แล้วป้าขอไปนั่งรอในคอฟฟี่ชอป นั่งชมวิวสวยๆ เนินหิมะขาวโพลน ต้นไม้ทิ้งใบยืนต้นพร้อมยื่นกิ่งก้านรองรับหิมะ สวยแบบที่คงไม่มีวันได้เห็นในประเทศเรา ทางออกจากร้านกาแฟเพื่อกลับไปสถานีกระเช้า ต้องเดินขึ้นเนินหิมะความสูงประมาณเข่า ป้าก็ว่าป้าพยายามจิกเท้าให้มั่นแล้ว แต่ทว่ายังไม่วายลื่น อาจเป็นเพราะรองเท้าไม่มีดอกลึกพอจะจิกหิมะ ป้าก็เลยลื่นและล้มแบบคว่ำลงไปจมหิมะ เดือดร้อนชาวบ้านแถวนั้นเข้ามาช่วยกันพยุง รายแรกที่ยื่นมือมาช่วยคือชายชาวเอเชียร่างเล็ก เขาก็พยายามสุดแรง แต่ป้าก็ยังยักแย่ยักยันขึ้นไม่ได้ จนชายคอเคเชี่ยนอีกคนต้องมาช่วยหิ้วปีกป้าขึ้น ขอขอบคุณจากหัวใจไปยังผู้ช่วยทั้งสองท่านนั้นด้วย เพราะลำพังน้องสาวเราคงไม่มีทางดึงเราขึ้นมาได้แน่ (ภาพที่น้องมาบรรยายให้ฟังภายหลังคือ นึกว่าป้าโมโหอะไรแล้วขว้างเสื้อโค้ทลงพื้น เมื่อน้องได้ยินเสียงฟุ่บ หันมาก็เห็นแค่เสื้อโค้ทแผ่บนพื้นหิมะ นึกภาพแล้วขำดิ้น)ลงกระเช้ามาแล้ว น้องขอเวลาไปรอเก็บภาพหลานสาวนักสกีอีก ป้าเลยเดินย่องแย่งมารอที่ เวลคัม เซนเตอร์ เมืองนิเซโกะเขาจัดให้มีชัทเทิลบัสฟรี วิ่งรอบเมืองหลายสาย ใครอยากไปไหนก็เลือกดักขึ้นรถกันตามสะดวก ป้าเลือกนั่งสายสีแดง Lower Hirafu Line นั่งชมเมืองหนึ่งรอบ แล้ววนมาลงป้ายใกล้โรงแรม รอรถที่จองให้มารับกลับซัปโปโรขากลับเราไม่นั่งบัสประจำทาง เพราะมันอ้อม ใช้เวลา3ชั่วโมงกว่า เลยตัดสินใจเช่ารถพร้อมคนขับ มารับและวิ่งตรงมาส่งเราที่โรงแรมในซัปโปโรเลย โรงแรมที่พักคืนสุดท้าย เป็นโรงแรมในเมือง ล็อบบี้อยู่ชั้น5 มีตู้ให้เช็คอินด้วยตัวเอง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ประเภทโลชั่น แปรงสีฟัน หวีฯลฯ ให้หยิบเอง ห้องพักเล็กมาก แต่ต้องยอมรับฝีมือในการจัดสรรการใช้พื้นที่ของคนญี่ปุ่น เพราะถึงแม้ขนาดห้องจะเล็ก แต่มีส่วนอำนวยความสะดวกครบครัน พวกเรามาถึงซัปโปโรตอนค่ำ ตอนแรกมีแผนจะไปเดินดองกี้ แต่การนั่งงอมาในรถตู้ 2ชั่วโมง เป็นการบั่นทอนสภาพหัวเข่าของป้ามาก พอดีว่ามีบะหมี่สำเร็จรูปเหลือมา1ซอง และบริเวณโถงลิฟท์ก็มีตู้น้ำหยอดเหรียญ ป้าก็เลยขอพัก และเตรียมแพคกระเป๋ากลับบ้านเช้าวันบินกลับ เราจองตั๋วรถบัสรอบเช้า ขึ้นรถที่ป้ายหน้าโรงแรม นั่งบัสประมาณ 1ชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน ระหว่างทางเดินไปเช็คอินก็ได้แวะเวียนซื้อของฝากกลับบ้านเล็กน้อย ไฟล์ทบินกลับออกเดินทางประมาณเที่ยง ถึงดอนเมืองค่ำๆ เรียกแกร๊บกลับบ้านจบทริปแบบสุขสันต์หรรษา กับเข่าที่ต้องใช้เวลาอีกเกือบเดือนเพื่อฟื้นฟู