(Special) Thailand Most Haunted Hotels Pt.2 NorthEastThailand สุดยอดโรงแรมผีดุในไทย ภาค 2 ภาคอีสาน
มาแร๊วจ้า มาสานต่อความสยองกับเรื่องเล่าจากประสปการณ์จริง
ของบรรดาโรงแรมเฮี้ยนจากทั่วประเทศกัน...

จากที่หลอนกันไปกับ 5 โรงแรมหลอนในภาคเหนือ
มาถึงภาคนี้เป็นทีของภาคอีสานบ้านเฮากันบ้าง ....

เอาล่ะ ไม่ต้องเกริ่นกันยาว เตรียมตัวเตรียมใจ ไปลุยดงผีกันต่อได้เลยจ้า ..... แว้บ!!!!


เริ่มต้นกันด้วย....

1. โรงแรมแห่งหนึ่ง ระแวก สน. ตำรวจ อุดร....


จากเรื่องเล่าของ Sales คนหนึ่งซึ่งจำใจเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ด้วยว่า โรงแรมอื่นๆเต็มหมด และที่นี่เหลืออยู่เพียงห้องสุดท้าย (ตลอดแหล่ะ แบบนี้เจอผีประจำ...)

ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าเรื่องที่ทานจะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง 100% เพราะเป็นเรื่องที่ผมประสบด้วยตัวเอง ก่อนอื่นขอแนะนำก่อนนะครับหลังจากเรียนจบผมได้ทำงานที่แรกโดยเป็น Sales ขายเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลในเขตภาคอีสานตอนบนและโดยส่วนตัวเมื่อก่อนไม่เชื่อเรื่องสิ่งที่มองไม่เห็นนักแต่ก็ไม่ได้ถึงกับลบหลู่แต่อย่างใด ด้วยงานทำให้ได้เข้าพักที่โรงแรมตามจังหวัดต่างๆในภาคอีสานเป็นประจำ จนกระทั้งวันหนึ่งผมได้เดินทางมาทำงานที่จังหวัดหนองบัวลำภูกับทีมงานที่มาช่วยอีก 2 คน และด้วยที่จังหวัดหนองบัวลำภูเป็นจังหวัดเล็กจึงทำให้หาที่พักลำบากทำให้พวกเราตัดสินใจกันว่าจะเดินทางไปพักที่จังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่หาที่พักได้ง่ายกว่า..... 



ภาพประกอบทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงแรมแห่งนี้นะครับ

เราเดินทางออกจากจังหวัดหนองบัวลำภู ประมาณ 18.00 น และ ถึง อุดรธานี ประมาณเกือบ 20.00 น.เข้าไปหาที่พักพบว่าที่พักเต็มหมด ผมจึงนึกขึ้นได้ว่าผมเคยไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งอยู่ระแวก สถานีตำรวจ จ.อุดรธานี และได้เข้าไปติดต่อพบว่ามีห้องว่างและเหลือเพียงห้องสุดท้าย (หึหึ) โดยเราได้เข้าพักห้องหมายเลข 407 โดยเป็นชั้น 4 และตัวผมเองที่เคยมาพักก็ไม่เคยพักที่ชั้นนี้มาก่อน โดยห้องพักที่นี้เป็นห้องพักเพียงฝั่งเดียวและอีกด้านจะเป็นระเบียง และเวลาเราจะเดินเข้าห้องพักต้องเดินไปตามระเบียงและต้องผ่านห้องพักต่างๆไปก่อนซึ่งห้องที่พักเป็นห้องที่ 7 ซึ่งเกือบสุดทางเดินและค่อนข้างมืด.... 

จากนั้นเราก็เข้านำของเข้าเก็บเนื่องจากเรามากันสามคนและมีห้องพักเหลือเพียงห้องเดียวและเป็นเตียงคู่ผมและเพื่อนอีกคนก็ช่วยกันเลื่อนเตียงลงเพื่อจะได้นอนได้ทั้ง 3 คน ส่วนพี่อีกคนที่มาด้วยอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำผมและเพื่อนก็ต้องตกใจหันมองหน้ากันเนื่องจากพอเรานำเตียงลงทำให้ผ้าปูเตียงด้านล่างหลุดออกและเรามองเห็นคราบสีนำตาลอยู่ที่ปลายเตียงเป็นเป็นวงประมาณฝ่ามือ ผมจึงบอกเพื่อนไปว่า " ไม่มีอะไรหน่าอาจมีผู้หญิงที่มีประจำเดือนมานอนละมั่ง" จากนั้นผมก็นำผ้าปูเตียงมาปูทับและไม่ได้คิดอะไร จากนั้นผมได้เปิดไฟที่หัวเตียงและปิดผ้าม่านและผมได้แง้มผ้าม่านไว้นิดหนึ่งตรงฝั่งโคมไฟหัวเตียงเพื่อมองเห็นว่ามีใครเดินผ่านหน้าห้องหรือหากมีคนมาเค๊าะจะได้เห็นจากนั้นเราก็ออกไปทานข้าวเย็นกันและเดินทางกลับมาที่ห้องเพื่อจะพักผ่อน 



ประมาณเวลา 23.00 น เราเดินมาตามทางระเบียงเพื่อเข้าห้องและคุยกันมาโดยเพื่อนผมเดินนำหน้าผมอยู่กลางพี่อยู่ด้านหลัง เราเดินมาถึงหน้าห้อง 407 โดยผมและพี่ก็ยืนอยู่หน้า หน้าต่างหน้าห้อง เพื่อนผมได้เอื่อมมือไปสอดกุญแจเพื่อจะเปิดประตูพี่ที่เดินตามหลังผมพูดขึ้นว่า" ทำอะไร!?" เราสองคนหันไปมองในห้องพักของเราเองผ่านม่านที่แง้มอยู่ที่ผมเปิดไว้และเห็นแสงไฟที่ผมเปิดไว้ที่หัวเตียง ผมเห็นชายร่างใหญ่ผิวขาวคิดว่าไม่ใช่คนเอเชียนั่งอยู่บนเตียงและหันหน้าไปด้านที่วีซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องหันด้านข้างให้กับเรา จากนั้นเพื่อนผมก็ได้เปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วผมและพี่ก็หันไปมองที่ประตูที่เปิดออก จากนั้นเราหันกลับมามองที่หน้าต่างอีกครั้งชายคนนั้นก็หายไปจากเตียงเราสองคนตกใจรีบวิ่งเข้าไปในห้อง เพราะ เรางงมากว่ามีคนอยู่ในห้องได้อย่างไร แต่เมื่อเราเข้ามาก็ไม่มีใครอยู่ในห้องเลยเราสามคนจึงมานั่งคุยกัน.....



 พี่บอกว่าพี่เห็นตั้งแต่เราเดินมาแล้วและเข้าใจว่าเพื่อนผมแกล้งเข้าห้องผิด (เราล้อเล่นกันบ่อยๆ) แต่ที่พี่เค้าพูดว่า "ทำอะไร"เพราะเค้าคิดว่าเราเข้าห้องผิด ผมและเพื่อนมองหน้ากันและคิดว่าจะเล่าเรื่องรอยบนเตียง จากนั้นเราก็นอนผมไม่ยอมนอนเตียงนั้นเพื่อนผมอาสานอนเอง จากนั้นได้พักเดียวหลังจากปิดไฟไม่เป็นอันนอนครับมีเสียงไม้แขวนเสื้อที่เราแขวนชุดทำงานกันลากไปมาจะว่าลมพัดก็ไม่ใช่เพราะเป็นห้องแอร์ จากนั้นเริ่มมีเสียงน้ำในห้องน้ำค่อยๆหยดถี่ขึ้นเรื่อยๆเรามองหน้ากันคิดว่าอยู่ไม่ได้แล้วเพราะบรรยากาศมันแปลกเกินคำบรรยาย ความรู้สึกเกินบรรยายอยากให้เช้าเร็วๆผมตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่ทำงานอยู่อีกบริษัทโชคดีที่เพื่อนพักที่โรงแรมไม่ไกลกันมากเราสามคนรีบเก็บของออกคืนนั้นเลยครับไปนอนกับเพื่อนอัดห้องเดียวกันสี่คนเลยเปิดไฟนอนทั้งคืนไม่กล้าแม้จะถามเค้าเตอร์ว่าห้องนั้นเกิดไรขึ้นขอแค่ออกไปไกลๆจากโรงแรมนั้นก่อนก็พอ ......



จากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ผ่านไปเราก็ได้ลืมๆเหตุการณ์วันนั้นไป แต่ผมไม่ลืมได้กลับเข้ากรุงเทพและได้ไปกินข้าวกับเพื่อนๆและเล่าให้เพื่อนๆฟังพอดีมีคนมาขายลอตเตอรี่ปรกติผมไม่เป็นคนซื้อพวกนี้เพราะคิดว่าสิ้นปลืองซื้อไปก็ไม่ถูก แต่วันนั้นตัดสินใจซื้อเป็นเลขห้อง 407 หนึ่งใบเท่านั้น ในใจก็ระลึกว่าหากสิ่งที่เห็นเป็นความจริงขอให้ถูกและผมจะทำบุญอุทิศไปให้และผมก็เก็บใส่กระเป๋า สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นกับผม ผมถูกลอตเตอรี่ตรงๆสามตัวเลขห้องเลยแถมซื้อแค่ใบเดียวไม่ได้ซื้อเพิ่ม และผมก็นำเงินส่วนหนึ่งกลับไปทำบุญที่จังหวัดอุดรธานีและอุทิศบุญกุศลให้เค้าแล้วแต่คงไม่ไปนอนแล้วครับที่นี่ ทำให้ทุกวันนี้ผมเชื่อครับในสิ่งที่มองไม่เห็น เพราะในสิ่งที่คุณมองไม่เห็นใช่ว่าไม่มีอยู่จริง..... อั้ยยะ อย่างน้อยผีก็ให้โชคนะครับ อิอิ....



2. ผีที่โต๊ะเครื่องแป้งแห่งเมืองโคราช นครราชสีมา....

เป็นเรื่องเล่าจากเวบ //happy.teenee.com
ที่ผู้เล่าได้ไปประสบพบเจอสิ่งแปลกปลอมภายในห้องพักพร้อมทั้งสามีชาวต่างชาติ
(นั่นไงขนาดฝรั่งยังไม่เว้นนะ ผีไทย...เหอๆๆ)

เราคนหนึ่งล่ะที่เชื่อเรื่องผี เรื่องที่เราจะเล่าคือคืนวันที่เราจะแต่งงานกับแฟนที่เป็นฝรั่งเราพากันไปพักอยู่ที่โรงแรมXXXX ที่โคราชใครอยู่โคราชก็คงรู้จัก แฟนของเราเขามีซิกเซ้นแรงเรื่องวิญญาณเขาเห็นผีจนชินแล้วเขาเลยไม่ค่อยกลัว แต่เราสิตั้งแต่คบกับเค้าก็เหมือนจะชินเรืองนี้ไปแล้วเหมือนกันเพราะว่าเค้าเห็นแต่เราไม่เห็น แต่เค้าก็บอกเราว่าผีไม่ทำอะไรหรอกเค้าก็อยู่ส่วนเค้าเราก็อยู่ส่วนเราแต่ที่เค้าเห็นบ่อยคงคล้ายๆกับคนเห็นผีน่ะแหละ เราก็ชอบนะที่เค้าสามารถเห็นผีได้....



ภาพโรงแรมจากในเรื่องเลยครับ ขอเซ็นเซอร์ชื่อนะ

แต่คืนที่เราเห็นไปกับเค้าก็คือคืนที่เราค้างที่โรงแรมนี้แหละเราไม่ได้จำห้องนะคืนแรกผ่านไปไม่มีอะไร พอคืนที่สองตอนประมาณตีสี่เห็นจะได้เราก็นอนหลับแต่นอนคว่ำหน้า เราโดนผีอำเรารู้สึกว่าเค้ามาทางโต๊ะเครื่องแป้งตอนแรกเราก็โดนอำปกติแหละเราก็ไม่ดิ้นนะ เราขยับตัวไม่ได้เฉยๆเหมือนกับเค้าจะมานอนที่นอนเดิมของเค้าแหละ เรารู้สึกว่าเค้าอยู่ในตัวเราสองนาทีเราก็ปล่อยให้เค้านอนไป แต่ใจเราก็กลัวนะแต่ใจดีสู้เสือ ทีนี้สงสัยเค้าคงเห็นเราไม่สู้แต่ให้เค้านอนเฉยๆ เค้าก็ลอยขึ้นมาจากตัวเราแล้วตอนนั้นตัวเราก็เบาหวิวแต่ยังขยับตัวไม่ได้ แต่เราลืมตาได้เหมือนกับเค้าสั่งให้ลืมตามองมาที่เค้าแหละ ในขณะที่เราลืมตาแต่พูดไม่ได้ขยับตัวไม่ได้นั้นเราเห็นเงาคนเหมือนกับเค้าใส่หมวกด้วยนะคล้ายๆยาม ไม่ก็ทหารประมาณนี้แหละค่อยๆลอยถอยกลับไปที่ใต้กระจกโต๊ะเครื่องแป้งปลายเตียง กว่าเค้าจะไปได้เราก็ต้องเห็นอยู่แบบนั้นประมาณสิบนาทีจะเรียกแฟนก็ไม่ได้ขยับตัวก็ไม่ได้แต่เค้าให้เราเห็นอย่างเดียวกว่าเค้าจะค่อยๆจางหายไปตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเราก็ใจหล่นไปอยู่ใหนแล้วไม่รู้ ไม่รู้จะบังคับให้มองทำไม พอดีพอเค้าหายไปเราก็ขยับได้เลย เราก็หันมามองแฟนแบบตกใจ เค้าก็ถามว่าเป็นอะไรเห็นผีเหรอ....



เราก็บอกอืม เธอก็เห็นเหรอ เค้าบอกว่าเค้าเห็นก่อนเราตอนประมาณตีสองเค้าบอกว่าเค้าตื่นมากลางดึกตอนงัวเงียที่จะหลับต่อเค้าเห็นคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งมองมาทางเรา เค้าก็เลยไล่เหมือนกับส่งจิตไล่อ่ะบอกว่า"เห็นอีกแล้วเหรอ วันนี้ไม่อยากเห็น ไปเหอะอยากนอนจะปลุกทำไม "คือเค้าไม่กลัวไง แต่สงสัยผีคงกลัวเค้ามั้งเลยมาหาเราแทน เราก็บอกว่าใส่หมวกด้วย แฟนก็อึ้งก็บอกคนเดียวกันแหละเพราะเค้าก็เห็นเป็นเงาคนใส่หมวกเหมือนกัน เราก็เลยไม่กล้านอนต่อจนถึงเช้าเลย แล้วที่เห็นกับแฟนอีกครั้งก็ที่โรงแรมXXXX

ก็ไม่ค่อยน่ากลัวนะเรากลับมาจากงานศพพี่ชายที่บ้านตอนสามทุ่มกับแฟนพอขึ้นไปบนห้องเปิดประตูข้างในก็มืดนะไม่ได้เปิดไฟทิ้งไว้ เราก็เดินเข้าไปที่โต๊ะเครื่องแป้งเร็วๆแฟนก็เดินตามหลังมาจะเปิดไฟอยู่แล้วล่ะ พอดีมีแสงอะไรไม่รู้ก็คงเป็นแสงวิญญาณน่ะแหละ มาจากโซฟาผ่านตัวเราไปเร็วมากๆแว็บนึงเราก็คิดว่าตาฝาดแต่ก็ตกใจเหมือนกันก็เลยตะโกนตอนเห็นแสงบอกว่า "เฮ้ยอะไรวะ"เราก็สังเกตุใหญ่เลยอยากรู้ แฟนเค้าก็เปิดไฟ ก็ไม่มีอะไรเค้าบอกว่าเห็นด้วยเหรอนึกว่าเค้าเห็นคน เค้าก็ทำท่าทางว่ามาจากทางนี้ใช่มั้ยหายแว็บไปทางนี้....



เราก็ว่าไม่จริงอ่ะ แต่ก็เป็นไปแล้ว แฟนเราถ้าเค้าเห็นเค้าจะไม่บอกเราหรอก แต่ถ้าเราเห็นด้วยเค้าก็จะบอกว่าเราน่ะตาไม่ฝาดหรอก คืนนั้นเราเลยลองเอากล้องมาลองถ่ายไปทั่วห้องเลยลองดู แต่มีอยู่ใบหนึ่งมีรูปแสงไฟกลมๆอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้งเราเลยไม่ถ่ายเลยรู้แล้วค่ะ ขอโทษค่ะ พอตอนเช้าแฟนก็บอกว่านอนไม่ค่อยหลับเลยเมื่อคืนเหมือนเค้าอยู่ที่ห้องด้วยทั้งคืนเลย แต่ว่าเราก็นอนหลับปกติค่ะ ก็เอามาเล่าแค่นี้ก่อนมีอีกเยอะที่แฟนเจอมา แต่ที่เราเจอด้วยก็มีที่เล่ามานี้แหละค่ะ ...... ผีไทยนี่หลอกคนได้ทุกชาติเลยนะครับ แหม๋.........



3. โรงแรมเก่าใกล้ตลาด ที่ จ.สุรินทร์

เป็นเรื่องเล่าจากคุณ Ake_dee จากเวป //www.sappasart.com นะครับ เขาเป็น Sales (อีกแระ)
แต่ต้องได้ไปนอนคนเดียวที่โรงแรมแห่งหนึ่งใกล้ตลาด แต่ทว่า.....

จังหวัดสุรินทร์ใครเคยไปบ้า่งครับ ทุกคนอาจเคยได้ยินกิตติศัพท์ เรื่องของผีเขมรหรืออาคม มนต์ดำของเขมรมาบ้าง เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานออกทริปต่างจังหวัด ผมต้องไปพักที่จังหวัดสุรินทร์ ผมไปถึงจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 1 ทุ่ม ก็ไปเข้าพักโรงแรม ชื่อ....... คืนละ  250 บาท เป็นโรงแรมไม้ 2 ชั้นเก่า ๆ เซลล์จะมาพักกัน... จริงๆ ผมนอนที่โรงแรมใหญ่ ๆ ในจังหวัดก็ได้ แต่โรงแรมดังกล่าวอยุ่ใกล้ตลาด และร้านของลูกค้า ผมจึงไม่คิดมาก แม้จะเก่าและโทรมมากก็ตาม....พอผมจ่ายค่าห้องเสร็จ ก็เดินไปตามทาง เป็นโรงแรมไม้ 2 ชั้น ด้านหน้าเหมือนห้องแถว  แต่พอเดินเข้าไปเป็นห้องแถวยาวตอนลึก กว่า 20 ห้องได้ ชั้นล่าง 20 ห้อง ชั้น 2 ก็ประมาณเดียวกัน พอเงยขึ้นไป บนเพดาน จะมีช่องตระแกงเหล็ก มองเห็นคนเดินอยู่ด้านบนได้เลย  ห้องที่ผมพักเกือบเป็นห้องสุดท้าย ของตึก ด้านขวาเป็นสนามหญ้าสำหรับจอดรถของเซลล์มืด ๆ พอเข้าห้องปุ๊บก็รู้สึกได้ถึงความเก่า และเหม็นอับ  ในห้องมีพวงมาลัย 1 พวงแขวนอยู่บนโคมไฟหัวเตียง....


และเตียงเป็นแบบยกพื้น สามารถให้คนมุดไปใต้เตียงได้  ผมก็จัดแจงเก็บของแล้วก็ชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ จากนั้นก็เปิดทีวีดูข่าว แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำ....แต่เนื่องจากโรงแรมนี้น่ากลัวผมจึงไม่ปิดประตูห้องน้ำ อาบๆไป ในช่องข่าวผู้ประกาศข่าวก็เป็นผุ้ชาย แต่สิ่งที่ผมได้ยินคือมีผู้หญิงกำลังคุยกันในห้องนอน ผมรีบคว้าผ้าเช็ดตัวออกไปดูที่เตียงก็ไม่พบอะไร จึงกลับเข้าไปอาบน้ำต่อ สักพักก็ได้ยินเสียงคุยอีก ผมจึงรีบออกมาแล้วแต่งตัวเลย โดยในห้องก็ไม่มีอะไรเช่นเดิม นอกจากผู้ประกาศข่าวชายกำลังอ่านข่าวอยู่  



ผมจึงเดินไปถอดแบตมือถือออกจากโทรศัพท์ แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ผมเห็นคือ สัญญาณโทรศัพท์ยังคงชาร์ตแบตต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ผมถอดปลั๊กออกแล้ว  ผมทำใจดีสู้เสือ (เสือ หรือ ผี...) คิดว่าโทรศัพท์อาจจะรวนก็ได้ แต่ทำไมต้องมาเป็นที่ห้องนี้ ที่จังหวัดนี้ด้วยฟระ จึงตัดสินใจกดสวิทส์ ดับเครื่องมือถือ หวังว่าสัญญาณชาร์ตแบตจะดับแน่ๆ  แต่กลับยิ่งขนลุกเข้าไปใหญ่ เพราะโทรศัพท์ก็ยังคงชาร์ตแบตต่อไป ทั้งที่ถอดปลั๊กออกแล้ว แถมกดสวิทซ์ปิดเครื่องผมจึงตัดสินใจรีบเดินออกจากห้องทันที พอเดินออกไปแล้วปิดประตูห้องปุ๊บสัญญาณการชาร์ตแบตก็ดับไปเฉยๆ


ภาพข่าวจาก ไทยรัฐ //www.thairath.co.th/content/region/305071
(ไม่เกี่ยวกับเรื่องเล่า)

ตอนนั้นก็ 2 ทุ่มกว่าผมจึงตัดสินใจออกไปกินข้าว แล้วหาหนังดูสักเรื่อง ก็เลยไปดูหนังรอบ 3 ทุ่มกว่าหนังจะจบก็เกือบเที่ยงคืน  ผมต้องตัดสินใจกลับมาที่ห้องพักห้องเดิม บอกตรง ๆ ทางเดินเข้าห้องทั้งมืด วังเวง และฝนเริ่มตกลงมา พอเข้าห้องปุ๊บ สักพักฝนก็ตกมาอย่างหนัก ผมรีบสวดมนต์เข้านอน เปิดทีวีไว้เสียงดังมาก แต่คืนนั้นทั้งคืน ได้ยินแต่เสียงคนมาขยับหน้าต่างตลอดทั้งคืน แม้จะลุกมองออกไปก็ไม่มี แถมผีอำตลอดคืน พอลุกขึ้นได้ นอนต่อก็โดนอำอีก จนถึงเช้า ผมออกจากห้องพักด้วยอาการอ่อนล้าเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน  บอกตรง ๆ จังหวัดนี้เฮี้ยนสมคำล่ำลือจริง ๆ

เป็นไปได้ว่า ผีเป็นคลื่นวิญญาณชนิดหนึ่ง และสัญญาณชาร์ตแบตมือถืออาจจับสัญญาณคลื่นบางอย่างในห้องได้  พอเดินออกจากห้องสัญญาณมือถือก็ดับลง  เพราะในห้องนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ เลยครับ หลังจากกลับมาโทรศัพท์นี้ไม่มีปัญหาอะไร เป็นปกติดี.....

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไปไหนคนเดียว อย่าคิดนอนโรงแรมราคาถูกอาจจะเจอดี แถมด้วยมือถือใช้ตรวจหาสัญญาณผีได้ด้วยนะครับ แหม๋.......



4. เมื่อหนุ่มเจ เจตริน เจอผีที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อุบลราชธานี

เป็นเรื่องดังพอสมควรในช่วงนั้น เมื่อหนุ่มเจ อดีตนักร้องนักเต้นชื่อดังได้ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอุบลราชธานี แล้วเจอดีจังๆเข้ากับตัวเอง เมื่อเขาต้องเจอกับบางสิ่ง....

"เจ-เจตริน" ขนพองสยองเกล้า เจอรอยนิ้วมือประหลาด ในห้อง น้ำโรงแรมที่อุบลฯ พอถ่ายรูปมาลงทวิตเตอร์ มีคนชี้ให้ดูว่ามีใบหน้าคนปรากฏอยู่ด้วย เล่นเอาตะลึงไปทั่ว เจ้าตัวเผยรู้สึกหลอนๆ ตอนเห็นรอยนิ้วมือประทับบนกระจกฝ้า เพราะตำแหน่งอยู่สูงมาก และก็มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ซ้ำไอน้ำอุ่นยังขึ้นเป็นตัวหนัง สือที่กระจกห้องน้ำอีกต่างหาก รับเป็นคนเชื่อว่าวิญญาณมีจริง แต่คงไม่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลอะไร เพราะว่าเป็นคริสเตียน......

เจ-เจตริน วรรธนะสิน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กรณี โพสต์ภาพถ่ายติดรอยคล้ายนิ้วมือและใบหน้าคนลงทวิตเตอร์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอยู่ในขณะนี้ โดยเจ-เจตริน กล่าวว่า ได้ถ่ายภาพนี้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.อุบลราชธานี ตอนแรกตั้งใจจะถ่ายภาพรอยนิ้วมือที่ขึ้นเป็นฝ้าบนกระจกในห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าหลังจากนำภาพลงทวิตเตอร์ "ดุ๋ง"พาที สารสิน รุ่นพี่คนสนิท สังเกตเห็นด้านซ้ายมือของภาพเป็นใบ หน้าคน สร้างความตกใจให้ตัวเองเป็นอย่างมาก



ภาพจากใน Twister คุณเจของแท้และแน่นอน

เจ กล่าวต่อว่า เคยไปเล่นคอนเสิร์ตที่จ.อุบล ราชธานี หลายครั้ง เวลาเล่นคอนเสิร์ตเสร็จแต่ละครั้ง จะนอนที่โรงแรม 1 คืน ก่อนจะเดินทางกลับตอนเช้าของอีกวัน จน 2 ครั้งล่าสุดที่ไป จ.อุบลฯ มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้น หลังจากอาบน้ำอุ่น มีไอร้อนขึ้นเป็นฝ้าที่หน้ากระจกเป็นลายตัวหนังสือ รวมถึงรอยนิ้วมือคน ซึ่งสังเกตได้ชัด ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นรอยนิ้วมือของแม่บ้านที่มาทำความสะอาด แต่รอยที่เห็นอยู่ขอบบนสุดของกระจก ซึ่งสูงมาก แม่บ้านไม่น่าปีนขึ้นไปถึง ลองเอานิ้วมือตัวเองไปเทียบ ปรากฏว่ารอย นิ้วมือในกระจกยาวกว่า ตอนนั้นเริ่มรู้สึกหลอน เพราะนอนโรงแรมมาก็หลายจังหวัด แต่ไม่เคยเห็นรอยนิ้วมือแบบนี้ที่ไหน นอกจากที่จ.อุบลฯ และเป็นคนละโรงแรมกันด้วย จึงถ่ายภาพแล้วขึ้นในทวิตเตอร์ มีคนเข้ามาทวีตจำนวนมาก จนเกิดประเด็นว่าเป็นรอยนิ้วมือใคร 



"กระทั่งล่าสุดพี่ดุ๋งทวีตว่ารอยนิ้วมือไม่น่ากลัวเท่าไร แต่ทางซ้ายมือของภาพมองดีๆ เหมือนเป็นหน้าคน จึงกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในทวิตเตอร์อย่างหนัก ซึ่งพอลองมองตามที่พี่ดุ๋งบอก ก็เห็นว่ามีหน้าคนจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งตอนถ่ายไม่เห็นใคร มองในมุมไสยศาสตร์ว่าอาจจะมีใครอยากคุยกับผมก็ได้ แต่ไม่ถึงกับปักใจเชื่อว่าเป็นผีปีศาจ เพราะเท่าที่เจอ รู้สึกว่าเขามาดี ตั้งใจว่าหากได้ไปจ.อุบลฯ อีกครั้ง จะลองอาบน้ำอุ่นให้ไอความร้อนขึ้นฝ้า แล้วดูว่าจะมีรอยนิ้วมืออีกไหม ถ้ามีอีกจะคุยกับสิ่งที่มองไม่เห็นผ่านไอน้ำ เผื่อเขาอยากจะมีอะไรให้ผมช่วยเหลือ" นักร้องดังกล่าว......

ทั้งนี้ทั้งนั้นที่จังหวัดนี้มีอดีตโรงพยาบาลเก่าที่นำมาสร้างเป็นโรงแรม และได้ลือกันว่าเฮี้ยนมากๆ แต่เนื่องด้วยข้อมูลจำกัดเลยหาที่มาที่ไปของเรื่องราวนี้มาไม่ได้ ก็เอามาบอกก่อนละกันเผื่อใครจะไปพักกันนะครับ .... ว่ากันว่า คนแถวนั้นรู้ดีว่าผีดุ.....หุหุ



ส่งท้ายภาคอีสานกันด้วย ......


5. ผีอาเสี่ย....ที่โรงแรมโรงพยาบาลเก่า จังหวัดขอนแก่น

เป็นเรื่องจากประสบการณ์จริงของคุณ แนนนะเออ เล่าไว้ในเวบ //board.narak.com

เรื่องจริงเรื่องนี้ก่อนอื่นต้องขออนุญาติ เสี่ยผู้นั้น ก่อนที่จะเล่าค่ะไม่ได้ลบหลู่ แต่อยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง... เรื่องมีอยู่ว่า แฟนเราทำงานเป็นเซลล์ต่างจังหวัด (อีกแระ) ส่วนใหญ่จะวิ่งงานภาคอีสานค่ะ เราก็จะติดตามไปด้วยเพราะพอดีเป็นวันหยุด แฟนเราออกจากกรุงเทพแต่เช้า ไปถึงจังหวัดขอนแก่นก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว ก็ได้เข้าไปพักที่โรงแรมนึง ไม่ขอเอ่ยค่ะ เอาเป็นว่าเป็นโรงพยาบาลเก่า มาสร้างเป็นโรงแรม ข้างล่างจะเป็นคาเฟ่ มีนักร้องไว้ต้อนรับอาเสี่ยทั้งหลาย แฟนเราได้จองห้อง เอ่อไม่บอกนะ ระหว่างที่จะพิมพ์ชื่อห้องขนลุกง่ะ (สงสัยเขาไม่อยากให้บอก) ระหว่างที่เข้าไปพักห้องนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไฟมันตกหรือปล่าวมันเลยสลัวๆน่ากลัวมากกว่าปกติ บริกรเมื่อเอากระเป๋ามาส่งมักจะรอเงินทิป แต่เจ้านี้มาถึงวางและวิ่งหายต๋อมไปเลย เรายังพูดกับแฟนว่าไอ้บริกรนี่มันไม่เอาทิปเหรอ ...



ภาพประกอบทั้งหมดไม่เกี่ยวกับสถานที่ในเรื่องนะครับ

ระหว่างดูทีวีอยู่นั้น แฟนเรารู้สึกง่วง เลยขอหลับก่อนและขอปิดไฟ   ทีนี้ในห้องพวกเธอลองจินตนาการนะ คือห้อง 4 เหลี่ยม เปิดไปก็จะเห็นห้องน้ำอยู่ซ้ายมือ มองไปเห็นเตียงปลายเตียงมีทีวี กับตู้เย็น และเป็นผ้าม่านทึบๆปิดกระจกที่ท้ายห้อง แฟนเรานอนติดห้องน้ำ ส่วนเรานอนด้านระเบียง ก็คือถ้ามีไครเข้ามาก็ต้องเห็นแฟนเราก่อน ในห้องปิดไฟหมดอาศัยแสงจากทีวีเท่านัน สักพักเราดูละครไปได้สักพัก เรารู้สึกหนักตา และเคลิ้มๆ เราก็เห็นว่าตรงประดูหน้าห้อง มันเหมือนมีสองมิติ คือ มันปิดและลงกลอนอยู่ แต่เป็นภาพซ้อนว่ามีคนแก่อ้วนๆมาดอาเสี่ย เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับเดิน ไม่สิ เอาเป็นว่าเลื่อนๆๆๆมาดีกว่า เพราะถ้าเดินต้องมียุบๆๆบ้างตามจังหวะยกขา แต่เขาเลื่อน ฟึ๊บ..เร็วมาก หน้าของเขาก็มาจ่อที่หน้าเรา!!!



คือถ้าเป็นคนอ่ะนะ ทำไมตัวอยู่ปลายเตียง และยืดคอเอาหน้ามาใกล้เราได้ยังไง ห้องก็ล็อค เขาถามเราว่าเป็นไคร(มองไม่เห็นหน้านะ แต่มีลมหายใจปะทะ) มานอนห้องนี้ได้ไง นั่นใคร (หมายถึงแฟนเรา) ตาเสี่ยนั้นก็ถามว่าชื่อไร เราก็ตอบไปแต่มันอ้าปากไม่ได้ ได้แต่ตอบในใจ แต่เขาได้ยิน เขาบอกว่ากลัวเหรอ ไม่ต้อกลัวนะ แค่มาถามเฉยๆ คือเห็นมานอนห้องเขา ถ้าวันนี้มีแขกเขาไปก็ได้และก็ค่อยเลื่อนเปิดประตูออกไป อืม.....ทั้งที่ประตูยังล็อคอยู่ คือลงกลอน ระหว่างนั้นเราก็หายอึดอัดและลุกขึ้นนั่ง หายใจทั่วท้อง ก็เลยปลุกแฟน ขอย้ายห้อง แฟนเห็นว่าเราคงฝัน เอ่อถ้าฝันระหว่างนั้นละครที่เราดูอยู่ รู้สึกจะเป็นช่อง 3 เราสามารถเล่าได้ทุกฉาก เพราะถ้าเราหลับหรือฝันไป เรื่องมันจะตรงกันได้ไง.... 



อืม....แฟนเรามันก็เลยเริ่มเชื่อและเรียกบริกรมาขอเปลี่ยน บริกรมันก็บอกว่า พี่เจอเหรอ คงเปลี่ยนไม่ได้อ่ะ แต่มันดันไปเอาพระ คือเป็นพระที่หิ้งบูชามาให้เราตั้งในห้องเลยคิดดู หลังจากนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้นนอนสบายมาก จนถึงเช้า แต่แฟนเรามันบอกว่าระหว่างที่มันตื่นกลางดึกจะไปฉี่ มันได้ยินคนบอกว่า 12 12  หนึงสอง คือบอกแค่นี้ เราเลยเอามาซื้อหวยค่ะ ถูกได้ตั้ง เป็นหมื่น และก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ เอ่อลืมเล่าให้ฟัง บริกรบอกว่า เป็นเสี่ยยิงกันเรื่องหึงหวง เป็นเรื่องนานแล้ว ชาวขอนแก่นรู้ดีเพราะเป็นข่าวดัง ก็มีแค่นี้แหละนะ ต้องขออภัย ทั้งเสี่ยคนนั้น เจ้าของโรงแรม ค่ะคือเราอยากแค่เตือนๆเอาไว้.....


โอ้ว... แต่ละเรื่อง แต่ละที่นี่ หลอนๆกันทั้งนั้นนะครับ ผมยิ่งเขียนคนเดียวตอนตี 3 ด้วย ขนลุกเป็นพักๆ...
ดีนะที่เปิดไฟ สงสัยจะเปิดยันเช้าเลยแหล่ะ ฮ่าๆๆ....

วันนี้พอเท่านี้ก่อนละกันนะครับ ตามที่บอกกันเอาไว้ ภาคละ 5 ที่ .... เตรียมรอภาคหน้าจะลงไปที่ภาคกลางแล้วนะครับ โปรดติดตามอ่านกันได้..... วันนี้ลาไปก่อน

สวัสดีจ้า..... Smiley






Create Date : 08 มกราคม 2557
Last Update : 9 มกราคม 2557 5:46:18 น.
Counter : 24069 Pageviews.

2 comments
  
Thank you a lot for sharing this with all folks you actually realize what you're talking about! Bookmarked. Kindly additionally visit my website =). We can have a link trade contract among us!
Louis Vuitton Outlet handbags //www.txvision.com/
โดย: Louis Vuitton Outlet handbags IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:0:52:03 น.
  
หลอนมาก
โดย: นงนุช สุขนา IP: 49.230.210.29 วันที่: 20 มกราคม 2559 เวลา:13:35:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 796356
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]



"All about recomment,interesting,
tales,stories,movies,travel
and mysteries in Thailand
and around the world
by my thinking ability."
อ่านแล้วถูกใจ กด LIKE ให้ด้วยนะจ้ะ ปิด-เปิดเพลงได้ที่ข้างล่างนี่จ๊ะ Website counter
New Comments
มกราคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
7
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
25
26
28
29
30
 
 
All Blog