ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
26
27
31
 
 
All Blog
วัฒนธรรมสัญจร : ศิลปกรรมในวัดระฆังโฆสิตาราม (จบ)

ผู้นำชมหลักในหอไตรคือ อ. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง
จากนั้นเราก็ออกไปยังด้านหน้าเป็นการบรรยาย
เกี่ยวกับเจดีย์ประธานโดย อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล
อย่างที่บอกไว้ ผมไม่มีความรู้มากพอที่จะเข้าใจนัก

จากนั้นเป็นการนำชมสิ่งสุดท้าย มีคนมากมายคับคั่งในวันอาทิตย์
ผ่านวิหารซึ่งเดิมเป็นโบสถ์ในสมัยอยุธยา ก่อนที่รัชกาลที่1 จะมาสร้าง
โบสถ์ใหม่ข้างอาคารเดิม พระประธานเป็นแบบรัตนโกสินทร์
ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการที่พระองค์พระราชทานฉัตรไว้ถึง 9 ชั้น

แต่พระอุโบสถหลังนั้นได้ถูกไฟไหม้เสียหาย เพลิงได้ลุกลามไปยังด้านหลัง
เผาผลาญสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งสมัยธนบุรีไป
นั่นก็คือตำหนักทองอันเคยเป็นที่ประดับของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
ที่รัชกาลที่ 1 โปรดให้รื้อมาถวายเป็นพุทธบูชา เพลิงได้หยุดก่อนถึงหอไตร
ซึ่งตำแหน่งเดิมนั้นอยู่ด้านหลังของพระอุโบสถ ไม่ใช่ตำแหน่งตอนนี้

รัชกาลที่ 3 จึงโปรดให้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
เมื่อรัชกาลที่ 5 เสด็จมาพระราชทานผ้าพระกฐินทรงชื่นชมพระประธาน
รับสั่งพระพักตร์นั้นงามราวกับยิ้มได้ พ.ศ. 2465 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6
ได้มีการบูรณะพระอุโบสถใหม่ จิตกรรมฝาผนังที่เห็นในปัจจุบัน
จึงเป็นของจิตกรชื่อดัง พระวรรณวาดวิจิตร (ทอง จารุวิจิตร)

ในคราวนั้นมีการเปลี่ยนฉัตรผ้าขาว 9 ชั้น (แต่ถ้ามีการซ่อมใหญ่
เพราะถูกไฟไหม้ ฉัตรนั้นคงเป็นของรัชกาลที่ 3) มาเป็นฉัตรขาวตาดทอง
แต่ฉัตรหลังพระประธานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของซ่อมเมื่อปี พ.ศ. 2504

นำชมโดยคุณยุทธนา แสงอร่าม บอกได้ว่าผมไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไหร่
เพราเป็นงานสมัยใหม่ ที่ผมคิดว่าไม่สวยเหมือนอยุธยาหรือรัชกาลที่ 3
แต่เมื่อกลับมาดูภาพที่ถ่ายพบว่ามีเรื่องที่น่าสนใจ เพราะดูเหมือนว่า
แม้จะเป็นภาพเขียนใหม่ แต่เรื่องราวที่เขียนนั้นเหมือนราวจะคงไว้

เพราะด้านหลังพระประธานที่เป็นภาพไตรภูมิเป็นสิ่งที่นิยมมากสมัยอยุธยา
จนต่อมาถึงรัชกาลที่ 1 เราพบร่องรอยเช่นนี้อยู่ที่วัดราชสิทธาราม
วัดสุวรรณาราม วัดสระเกศและ วัดดุสิตาราม ที่มีรูปถ่ายยืนยันได้
และเชื่อว่ามีที่วัดราชบูรณะก่อนที่จะถูกทิ้งระเบิดในสงครามโลกอีกด้วย

ส่วนงานที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เห็นกลับเป็นภาพประดับกรอบกระจก
ดังนั้นแม้จะเป็นจิตกรรมที่วัดระฆังจะเป็นงานสมัยใหม่ที่ได้อิทธิพลตะวันตก
แต่ยังคงมีการรักษาขนบไว้ โดยยังคงภาพเทพชุมนุมและไตรภูมิไว้นั่นเอง



หลังคาลด ๓ ชั้น มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และคันทวย



หน้าบัน ที่จำหลักลายพระนารายณ์ทรงครุฑ




ภาพสถานที่สำคัญทางศาสนาประดับกรอบกระจก



ธรรมาสน์ จปร ชั้นหนึ่ง ลงรักปิดทองประดับกระจก



ด้านหลังพระประธานเขียนภาพไตรภูมิ
และพระมาลัยขณะขึ้นไปนมัสการพระมหาจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์



เบื้องล่างเขียนภาพนรกภูมิ



ผนังด้านข้าง ด้านบนเขียนภาพเทพชุมนุม



ตอนล่างเขียนภาพทศชาติ ภาพเวียนตามเข็มนาฬิกา
เริ่มจากซ้ายมือพระประธาน ภาพที่ 1 เตมีย์ชาดก



ภาพที่ 2 มหาชนกชาดก



ภาพที่ 3 เนมิราช



ภาพที่ 4 ล่าง สุวรรณสามชาดก บน มโหสถชาดก



ภาพที่ 5 ไม่ทราบ แต่ให้เดาผมนึกถึงจันทกุมาร
ดบสถ์นี้มีผนังมีห้าห้อง ถ้าช่างจะเขียนทศชาติชาดกก็จะพอดี
แต่เหตุใดห้องที่ 4 ช่างจึงเขียสองเรื่องไว้ด้วยกัน เป็นปริศนาที่คิดไม่ออก



ผนังด้านหน้าพระประธานเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์
และตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์



ภาพที่ 6 ภูริทัตชาดก



ภาพที่ 7 จันทกุมารชาดก



ภาพที่ 8 ควรจะเป็นนารถชาดก แต่ผมว่าก็ยังเป็นจันทกุมารอีกนั่นล่ะ
ที่สำคัญภาพต่อไปกลายเป็นเวสสันดร ทำให้วิฑูรชาดกหายไปด้วย
ถ้าเป็นดังที่ผมว่าเช่นนี้ จะกลายเป็นจันทกุมารมีถึง 3 ห้อง ทำไม??



ภาพที่ 9 เวสสันดร



ภาพที่ 10 เวสสันดร จบผนังผั่งขวามือพระประธาน

เป็นบล็อกชุดสุดท้ายในซีรีย์การตามหาศิลปกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1
ที่เริ่มต้นจากการแนะนำหนังสือ ผ่านไปยังการจัดเสวนาจากผู้เขียน
พร้อมการนำชมวัดโพธิ์อันเป็นวัดประจำรัชกาล เสริมเรื่องราว
จากความรู้ทางวิชาการในหัวข้อ วัฒนธรรมสัญจร วัดระฆังโฆสิตาราม

คำถามคือ เราได้อะไรจากเรื่องนี้ กล่าวสั้นๆ ในมุมมองของผมก็คือ

นับจากสุโขทัยผู้ปกครองนั้นถือตนเป็นเพียงพ่อเป็นขุนของผู้ใต้ปกครอง
ต่อเมื่อภายหลังได้รับอิทธิพลจากแคว้นสุพรรณภูมิจึงนับตนเป็นพระยา
เมื่อแรกตั้งอยุธยาสายลพบุรีได้รับอิทธิพลจากเขมรถือตนเป็นรามาวตาร
สายสุพรรณภูมิเขยิบตนมาเป็นผู้ปกครองแห่งธรรมในนามพระพุทธเจ้า

เมื่อการปกครองลงตัวอยุธยาก็ผสมผสานความเชื่อทั้งสองเข้าด้วยกัน
แต่พระอินทร์ยังเป็นเพียงเทพสำคัญองค์หนึ่งที่คอยสนับสนุนเพระพุทธเจ้า
จนกระทั่งถึงพระเจ้าปราสาททองผู้มาจากสามัญชนขึ้นมาครองอำนาจ
สิ่งที่พระองค์ทำก็คือการทำพิธีอินทราภิเษกให้กลายเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่

ทำพิธีลบศักราชที่มีเรื่องเล่าว่าส่งทูตไปชวนพม่า แต่เค้าไม่เอาด้วย
และสร้างพระที่นั่งใหม่แรกนั้นชื่อ พระที่นั่งศิริยโสธรมหาพิมานบรรยงก์
เรื่องเล่าต่อมาว่าทรงพระสุบิน มีพระอินทร์เสด็จลงมานั่งแทบพระองค์
และตรัสให้ตั้งจักรพยุหแล้วจึงหายไป เมื่อพระองค์เสด็จออกขุนนาง

ทรงเล่าให้โหราพฤฒาจารย์ทั้งหลายฟัง ต่างก็ทูลว่า พระนามพระที่นั่งนั้น
เห็นไม่ต้องนาม สมเด็จพระอมรินทราธิราชจึงขอให้นำนามจักรนี้
ให้เป็นนามใหม่ชื่อว่าพระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์มหาปราสาท
เพราะประวัติศาสตร์นั้นเป็นเพียงล้อเกวียนแห่งกาลเวลาก็เท่านั้นเอง

เรื่องพระอินทร์กลับมาเป็นเรื่องสำคัญอีกครั้งในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
ความเชื่อนี้ยังคงอยู่ต่อมาถึงรัชกาลที่ 3 เมื่อพระองค์ได้พระราชทาน
มงกุฎให้ประดิษฐานไว้ที่ยอดนพศูนย์มาหาธาตุแห่งพระปรางก์วัดอรุณ
สื่อถึงการเป็นวิมานไพชยนต์ขององค์อัมรินทร์หนือขุนเขาพระสุเมรุ

และนี่ก็คงเป็นบล็อกสุดท้ายในปีนี้ที่เราจะก้าวผ่านปีใหม่ไปด้วยกัน
ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านจากการสัมมนาและการนำชมที่ได้มอบความรู้
ให้ผมมาเขียนบล็อกเช่นนี้ ขอบคุณคนอ่านทุกคนแม้คุณจะไม่แสดงตัว
และที่สำคัญที่สุดเพื่อนบล็อกที่เป็นกำลังใจโดยการให้คอมเมนท์ตลอดมา

Happy New Year 2016 ครับ



Create Date : 30 ธันวาคม 2558
Last Update : 4 มกราคม 2559 15:50:51 น.
Counter : 782 Pageviews.

3 comments
  
โหวตหมวดความรู้ค่ะ

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:19:47:56 น.
  
วัดในกรุงเทพหลายแห่งก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่น่าเสียดายที่ของสำคัญหลายๆอย่างถูกทำลายไปด้วยไฟไหม้บ้าง สงครามบ้าง หรือรื้อถอนไปเองบ้างก็มี
แม้แต่ยุครัตโกสินทร์เองแต่ละรัชกาลศิลปะก็จะต่างแนวกันไปนะครับ อย่างสมัย ร.3 จะมีอิทธิพลศิลปะแบบจีนเยอะ


สวัสดีปีใหม่ 2559 ครับ เป็นอีกบล็อกที่มีเนื้อหาสาระมีคุณค่า และเรียบเรียงด้วยน้ำพักน้ำแรงตนเอง ซึ่งหาได้ยากท่ามกลางบล็อกก้อปแปะทั้งหลาย
ปีหน้าน่าจะมีโหวต best สาระ blog อีกหมวดนะครับ

โดย: ชีริว วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:13:24:21 น.
  


เมื่อวานก็ไปถ่ายรูปพระประธานมาค่ะ กะว่าวันสำคัญวัดน่าจะเปิด
ได้ภาพสมุดข่อยมาค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:14:43:13 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]