ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
26
27
31
 
 
All Blog
วัฒนธรรมสัญจร : ศิลปกรรมในวัดระฆังโฆสิตาราม (5)



ทางขวาของผนังฝั่งเหนือ เป็นเรื่องที่เราเดินทางมาเพื่อตามหา
นอกจากการกล่าวถึงจุดกำเนิดแห่งจักรวาล โลกสัณฐานแล้ว
สิ่งหนึ่งที่ไตรภูมิสมัย ร. 1 กล่าวไว้อย่างยืดยาวก็คือ คติพระอินทร์

พระอินทร์เป็นตำแหน่งของพระราชาแห่งเทพ ในสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ตำแหน่ง นี้จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ไปตามผลแห่งบุญกรรมที่ได้กระทำไว้
พระอินทร์องค์ใดสิ้นบุญ ก็จะมีองค์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ กล่าวได้ว่า
พระอินทร์นั้นมีหลายองค์ แต่ละองค์ก็มีอายุขัยเป็นไปตามกุศลที่ได้กระทำมา

ณ หมู่บ้าน มจลคาม แคว้นมคธ มีมาณพคนหนึ่งชื่อว่า มฆมาณพ
มีใจใฝ่ให้ทาน รักษาศีลอยู่เสมอ ทั้งยังชอบแผ้วทาง ทำงานสาธารณประโยชน์ต่างๆ
เช่น ปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน สร้างศาลา ปลูกต้นไม้ ขุดสระน้ำ ทำถนนหนทาง
ทำสะพาน จัดทำจัดหาตุ่มน้ำ และสิ่งทั้งหลายเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม
มีปกติชอบความสะอาดเรียบร้อย ต้องการให้ท้องถิ่นดูสะอาดน่ารื่นรมย์

ขณะที่มฆมาณพทำงานในหมู่บ้าน ก็ใช้เท้าเกลี่ยฝุ่นในที่ซึ่งยืนอยู่ให้เรียบ
คนอื่นเข้ามาแย่งที่ ก็ไม่โกรธ กลับถอยไปทำที่อื่นให้เรียบต่อ
แต่ก็ยังมีคนมายึดที่ที่เกลี่ยเรียบไว้แล้วนั้นอีก ถึงกระนั้นมฆมาณพก็ไม่โกรธ
กลับเห็นว่าคนทั้งปวงมีความสุขด้วยการ กระทำของตน
ฉะนั้นกรรมนี้ ย่อมส่งผลกลับมาเป็นบุญที่ให้สุขแก่ตนแน่

มฆมาณพก็ยิ่งมีจิตขะมักเขม้น ตั้งใจที่จะทำพื้นที่ให้เป็นที่น่ารื่นรมย์มากยิ่งๆ ขึ้น
จึงใช้จอบขุดปรับพื้นที่ให้เรียบเป็นลานให้แก่คนทั้งหลาย
ทั้งยังเอาใจใส่ให้ไฟให้น้ำในเวลาที่ต้องการและได้แผ้วถางสร้างทางสำหรับคน



ต่อมามีชายหนุ่มอีกหลายคนได้เห็นก็มีใจนิยมมาสมัคร เป็นสหายร่วมกันทำทางเพิ่มขึ้น
จนมีจำนวนนับได้ 33 คน ทั้งหมดช่วยกันขุดถมทำถนนยาวออกไป
จนถึงประมาณโยชน์หนึ่งบ้างสองโยชน์บ้าง

จิตกรรมที่หอไตรวัดระฆังจับตอน มฆมาณพสร้างศาลา
โดยมีภรรยาทั้ง 3 ชื่อว่า สุธรรมา สุจิตรา สุนันทา ได้ร่วมทำกุศลกับมฆมาณพด้วย
แต่นางสุชาดา ภรรยาคนที่ 4 คิดว่าสามีทำแล้ว ผลบุญก็ย่อมตกถึงภรรยาด้วย
จึงไม่สนใจจะช่วยงาน

ครั้นมฆมาณพสิ้นอายุได้บังเกิดเป็นพระอินทร์สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
รวมทั้งสหายและภรรยาที่เหลือทั้งสามก็ได้ไปเกิดเป็นเทวดา
แต่นางสุชาดาต้องไปเกิดเป็นนกยาง พระอินทร์เป็นห่วงจึงแปลงกาย
ไปแนะนำให้นางนกยางถือศีลไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นางนกยางก็เชื่อ
กินแต่ปลาที่ตายลอยน้ำมา แต่ปลามันคงหายาก ไม่นานนกยางก็ตาย

ชาติที่สอง นางไปเกิดเป็นช่างปั้นหม้อที่เมืองพาราณสี
พระอินทร์ก็ปลอมตัวไปแนะนำให้ถือศีลอีก

เมื่อนางตายไปได้ไปเกิดเป็นธิดาของยักษ์ที่ชื่อท้าวไพจิตราสูร
ครั้นนางเจริญวัยบิดาก็ทำพิธีสยุมพรให้เลือกคู่ตามใจชอบ
พระอินทร์ก็แปลงเป็นยักษ์แก่ๆ ไปในงานนี้ด้วย
นางสุชาดารู้ด้วยเป็นบุพเพสันนิวาสกันจึงเลือกอสูรแก่นั้น



ทันใดนั้นพระอินทร์ก็อุ้มนางขึ้นเวชยันต์ไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
พวกอสูรจึงยกทัพไปรบเป็นสงครามใหญ่เรียกว่า เทวาสุรสงคราม
พวกอสูรแพ้ต้องยกทัพกลับ แต่ครั้นถึงฤดูดอกจิตติปาตลีบาน
ก็ทำให้พวกอสูรมีจิตประหวัดไปถึงดอกของต้นปาริชาติ

ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำภพดาวดึงส์ ก็เลยฟุ้งซ่านถึงเรื่องอดีตที่เคยอยู่บนสวรรค์
ได้ดื่มสุรากันเป็นที่สำราญ ตลอดไปจนถึงเรื่องพระอินทร์ปลอมมาลักลูกสาวไป
พวกอสูรยกทัพขึ้นไปรบกับพระอินทร์อีกก็พ่ายแพ้อีก
เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ดอกจิตติปาตลีบาน

ซึ่งจิตรกรรมที่หอไตรวัดระฆังได้เขียนเรื่องเทวาสุรสงคราม
ไว้เป็นรูปอสูรขี่สัตว์พาหนะเรียงแถวบนไม้ที่ขอบบนของผนังโดยรอบ
ส่วนอีกด้านก็เป็นภาพเทวดาเหาะมาประจันหน้าที่ผนังฝั่งตะวันออก

บานประตูเขียนภาพภิกษุปลงอสุภะ
เหนือบานประตูเขียนพระมาลัยไหว้เกศาธาตุเจดีย์บนสวรรค์
และทั้งหมดนี้นั้นคือจิตกรรมฝีมือเชิงช่างในสมัยรัชกาลที่ 1
ขอขอบคุณอ. เฟื้อ หริพิทักษ์ ที่ได้ฟื้นภาพทั้งหมดนี้นั้นให้กลับมา



Create Date : 29 ธันวาคม 2558
Last Update : 29 ธันวาคม 2558 9:18:00 น.
Counter : 359 Pageviews.

1 comments
  
เข้ามาอ่านต่อค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:14:47:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]