Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
27 มกราคม 2555

เหตุการณ์ รศ. 112 (8)



เรือปืนมกุฎราชกุมารระวางขับน้ำ 609 ตัน ปืนใหญ่บรรจุท้าย 15 ซม. 1 กระบอก
ปืนใหญ่บรรจุปากกระบอก 12 ซม. 5 กระบอก ปืนกล 3 กระบอก

17.10 น. เกิดฝนตกหนักคนในเรือรบและคนบนฝั่งแทบมองไม่เห็นกัน
ขณะนั้นน้ำที่สันดอนกำลังจะขึ้น นาวาโทโบวี ผู้บังคับการเรือแองคองสตังต์
ได้จัดเรือกลไฟเล็กของเรือแองคองสตังต์ออกไปหยั่งน้ำล่วงหน้าที่บริเวณโป๊ะจับปลา
ส่วนกัปตันวิลเมื่อกลับไปถึงเรืออรรคราชวรเดชชักธงประมวลสัญญาณ
เตรียมตัวรับพายุใหญ่เพื่อให้ทางป้อมพระจุลจอมเกล้าเตรียมพร้อม

พระยาชลยุทธโยธินทร์ได้สั่งการแก่ผู้บังคับการเรือทุกลำว่าเมื่อป้อมพระจุลจอมเกล้า
ทำการยิงไปเป็นนัดที่สี่แล้วเรือฝรั่งเศสยังไม่หยุดให้หมู่เรือเริ่มทำการยิงร่วมกับป้อม

17.30 น. มีฝนตกบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า ทำให้อากาศมืดครึ้ม มองอะไรไม่เห็น
18.00 น. ฝนหยุดตกป้อมพระจุลจอมเกล้าเห็นเรือรบฝรั่งเศสกำลังแล่นผ่านกระโจมไฟเข้ามา
จึงให้เสียงแตรสัญญาณสั่งให้ทหารประจำป้อมประจำสถานีรบ

18.05 น. หมู่เรือฝรั่งเศสเข้าสู่ปากน้ำเจ้าพระยา โดยมีเรือเรือบัปติสต์เซย์แล่นนำหน้า
ตามด้วยเรือแองคองสตังต์และเรือโคเมตเป็นขบวนเรียงตามกันรูปขบวนยาว 400 เมตร

18.30 น. หมู่เรือรบฝรั่งเศสแล่นมาถึงทุ่นดำซึ่งเป็นจุดเลี้ยวของร่องน้ำ
ป้อมพระจุลจอมเกล้าเริ่มยิงด้วยนัดดินเปล่าไม่บรรจุหัวกระสุนจำนวน 2 นัด
เป็นสัญญาณเตือน เรือรบฝรั่งเศสคงแล่นเรื่อยมาอย่างเดิม

จึงได้ยิงโดยบรรจุกระสุนเป็นนัดที่สามให้กระสุนตกข้างหน้าเรือเป็นการเตือนอีก
แล้วจึงยิงนัดที่สี่ป้อมพระจุลจอมเกล้าสังเกตเห็นว่า เรือลำหน้าทำท่าจะหยุดและหันกลับออกไป
แต่ในไม่ช้าก็เดินมาตามเข็มเดิมอีก พร้อมกับชักธงชาติฝรั่งเศสขึ้นที่ยอดเสาทุกเสา
หมูเรืออยู่ห่างจากป้องพระจุลจอมเกล้าระยะ 4000 เมตร และเริ่มยิงตอบโต้

แต่เนื่องจากปืนในป้อมเป็นแบบซ่อนอยู่ในหลุม เมื่อยิงเสร็จก็ผลุบกลับเข้าไปข้างใน
พลประจำปืนป้อมพระจุลจอมเกล้าถูกปกป้องด้วยคอนกรีตที่หนาทึบ
ดังนั้นเรือรบฝรั่งเศสจึงเปลี่ยนกระสุนปืนใหญ่เป็นแบบลูกปรายเพื่อจะสังหาร

เรือเรือบัปติสต์เซย์ที่เป็นเรือสินค้าทำหน้าที่นำร่องหันหัวเรือไปทางซ้ายเพื่อหลบการโจมตี
เรือแองคองสตังต์แล่นผ่านเลยไป กัปตันของเรือบัปติสต์เซย์ตะโกนว่าจะไม่ยอมนำเรือต่อไปอีก




เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ ระวางขับน้ำ 250 ตัน ปืนใหญ่อาร์มสตรองบรรจุปากกระบอก 70 ปอนด์ 1 กระบอก
ปืนใหญ่บรรจุ ปากกระบอก 10 ซม. 4 กระบอก ปืนกล 1 กระบอก

18.43 น. เรือเรือบัปติสต์เซย์ถูกกระสุนปืนหนึ่งนัดจากเรือหาญหักศัตรูจึงต้องแล่นเกยตื้น
ใกล้ ๆ ทุ่นดำ อีกนัดระเบิดลงบนเรือแองคองสตังค์ หลักเดวิทเรือโบตหักสะบั้นลง
พันจ่าช่างไม้ประจำเรือตายคาที่ นาวาโทโบรีหันหัวเรือไปทางซ้าย
และถือท้ายมุ่งตรงต่อไปทางกลางปากน้ำแล้วสั่งเริ่มยิง เรือโคแมตก็เริ่มยิงตาม

ถัดจากทุ่นไฟมีเรือเหล็กจมอยู่หลายลำ ยึดไว้ให้อยู่กับที่โดยหลักปักไว้ขนาบไว้
และมีสายโซ่ขึงไว้เป็นแนวอย่างแข็งแรงเหลือช่องว่างให้เรือเข้าออกได้ราว 80 เมตร
ช่องที่ผ่านนี้ยังได้วางตอร์ปิโดไว้อีกด้วย เลยแนวกีดขวางเข้าไปมีเรือไทย 9 ลำ
อยู่ทางซ้าย 5 ลำทางขวา 4 ลำประกอบกันเป็นช่องทางที่เรือฝรั่งเศสต้องผ่านไป

18.50 น. เรือแองคองสตังค์แล่นเข้ามาในแนว ร้อยเอกเวสเตนโฮลซ์ จึงจุดตอร์ปิโด
ซึ่งระเบิดขึ้นที่หน้าเรือ 30-40 หลา เรือโคแมตแล่นตามแนวทางของเรือแองคองสตังค์
คอมมานเดอร์กุลด์ แบร์กนายเรือมกุฎราชกุมารกับกัปตันคริสตมาสนายเรือมูรธา
ซึ่งเป็นเรือที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในหมู่เรือไทย ได้นำเรือเข้าหาและยิงเรือฝรั่งเศส

เรือแองคองสตังค์ตัดท้ายหันเข้าต่อสู้ ยิงโต้ตอบไปทางขวาบ้างทางซ้ายบ้าง
ด้วยปืนใหญ่ประจำเรือ หมูเรือฝรั่งเศสแล่นฝ่ากองกองเรือไทยไปได้อย่างรวดเร็ว
19.20 น. หมู่เรือฝรั่งเศสพบกับป้อมผีเสือสมุทรที่เป็นเกาะกลางน้ำ มีปืนเสือหมอบ
เป็นเขี้ยวเล็บเช่นเดียวกับป้อมพระจุลจอมเกล้า

กัปตันเกิตส์เช ผู้บัญชาการได้ยินเสียงปืนใหญ่จากป้อมพระจุลจอมเกล้า
และเห็นไฟเดินเรือเคลื่อนขึ้นมาตามลำแม่น้ำ แต่เนื่องจากความมืดไม่สามารถทราบได้
เกรงว่าเป็นเรือของฝ่ายเราเองแล่นกลับขึ้นมาก็ได้ จึงได้รออยู่ครู่หนึ่ง

แต่เมื่อได้เห็นเรือลำหนึ่งทำการยิงมาจากเสาเรือจึงได้สั่งให้ยิงไปยังเรือเหล่านั้นทันที
เรือปืนฝรั่งเศสจึงได้เริ่มยิงด้วยกระสุนระเบิด กระสุนเกือบทั้งหมดตกสูงเกินไป
มีเพียง 5 นัดตกลงในป้อม และมีการยิงปืนกลจำนวนมากเข้ามาในป้อมอีกด้วย
แต่ไม่ทำให้เกิดผลเสียหายอย่างใด การต่อสู้ดำเนินไปประมาณ 20 นาที

19.40 น. หมู่เรือฝรั่งเศสแล่นผ่านสมุทรปราการ

พระยาชลยุทธโยธินทร์ออกคำสั่งไปให้เรือมกุฎราชกุมารและเรือมูรธาฯ จอดรอที่สถานีโทรเลข
และได้ออกไปสำรวจความเสียหายที่ป้อมผีเสื้อสมุทร ออกคำสั่งให้เรือทั้งสองลำเร่งความเร็ว
เข้ากรุงเทพ เมื่อใกล้ถึงหมู่เรือฝรั่งเศสแล้วให้ดับไฟจนมืด แล้วใช้เรือพุ่งชนให้จมลงให้ได้

พระยาชลยุทธโยธินทร์ได้รีบขึ้นรถไฟเพื่อกลับไปนำเรือพระที่นั่งมหาจักรี
เพื่อนำลงมาชนเรือฝรั่งเศสเช่นเดียวกันแต่กระทรวงการต่างประเทศห้ามไว้

20.00 น. เรือทั้งสองถึงตำบลบางคอแหลมได้พบนายพลเรือจัตวา
มาในเรือกลไฟสั่งให้งดการดำเนินการตามที่สั่งไว้ เรือทั้งสองจึงจอดทอดสมอ

21.00 น. ผู้บังคับหมู่เรือฝรั่งเศสส่งสัญญาณให้ทอดสมอพร้อมกันที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส



Create Date : 27 มกราคม 2555
Last Update : 30 มกราคม 2555 14:37:05 น. 2 comments
Counter : 1548 Pageviews.  

 
คราวที่แล้วเสียดายที่ไม่ได้ล่องเรือแถวปากน้ำน่ะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:13:54:17 น.  

 
ได้ทราบแล้วค่ะ กำลังเรือรบฝั่งเรา นึกภาพตามไปด้วยค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:17:28:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]