ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
26
27
31
 
 
All Blog
วัฒนธรรมสัญจร : ศิลปกรรมในวัดระฆังโฆสิตาราม (3)



มีการนัดเพื่อนำชมสถานที่จริงในวันถัดมา
ที่สายฝนนั้นโปรยพรำแต่ยามเช้าเลยทีเดียว
ชั่งใจว่าจะไปหรือไม่แต่ที่สุดก็ตัดสินใจไป
เนื่องจากไปเองมาหลายครั้ง ก็ยังดูไม่ออก

ความสำคัญของหอไตรก็อย่างที่เราทราบดีว่า
เป็นนิวาสสถานของเจ้าพระยาจักรีมาก่อน
เมื่อเสด็จขึ้นนครองราชย์จึงถวายเป็นพุทธบูชา
กลายมาเป็นหอไตรในวัดระฆัง

จิตกรรมภายในที่ขับเน้นถึงความโดดเด่นในความเป็นพระอินทร์
ทำให้สงสัยว่า นี่เป็นอีกหลักฐานสำคัญถึงการแสดงออกหรือไม่
ที่พระมหากษัตริย์พระใหม่ไม่ได้สืบเชื้อสายต่อๆ กันมา
มิใช่รามาผู้สืบสายมาแต่กษัตริย์อยุธยาเช่นดังแต่ก่อน

แต่เป็นถูกผู้อภิเษกขึ้นมาเป็นผู้ปกครองไพร่ฟ้าองค์ใหม่
ความเชื่อเรื่องพระอินทร์ดูจะสอดคล้องกันมากกว่า
เพราะเดิมเป็นเพียงสามัญชนธรรมดาแต่ทำความดีอย่างโดดเด่น
จนในที่สุดผลบุญนั้นก็ส่งผลให้ได้ขึ้นเป็นผู้ปกครองสวรรค์

พระอินทร์จึงเป็นเพียงตำแหน่งที่มีวาระ และใครก็สามารถเป็นได้
แต่บางคนก็ไม่เชื่อว่าแนวคิดนี้ เพราะหอไตรนั้นเป็นจุดลับตาของคนทั่วไป
หากพระองค์ต้องการจะแสดงอะไรที่เด่นชัด ทำไมไม่เขียนจิตรกรรมที่อื่น
แต่อย่างไรก็ตามแสดงให้เห็นว่า คติพระอินทร์คงเป็นที่นิยม มิฉนั้นคงไม่เขียนเรื่องนี้



เริ่มต้นจากหอนั่งทางฝั่งขวา จิตรกรรมคือ รูปเทพชุมนุมหนึ่งชั้น
ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ จึงไม่สามารถจะแสดงชั้นของเทวดาได้
ช่างจึงแก้ปัญหาด้วยการเรียงศักดิ์ของเทวดาจากด้านหน้าไปหลัง

เมื่อหันหน้าเข้าหาภาพ เทวดาที่เป็นยักษ์จะเป็นกลุ่มแรกทางขวา
เทวดาที่เป็นนาคาจะอยู่ตรงหน้าทางขวา เทพบุตรจะอยู่ทางซ้าย
ส่วนกลุ่มซ้ายมือสุดจะมีเทพที่สำคัญคือพระพรหมและจบที่พระอินทร์

หอกลางมีภาพอยู่ 2 ชุดคือ ผนังฝั่งประตูทางเข้า และผนังฝั่งหน้าต่าง
ภาพด้านหน้าคือรามเกียรติ์ ตอน ไมยราพหลอกให้สุครีพไปถอนต้นรัง
เมื่อกลับมาสู้จึงหมดแรง ถูกหนีบกลับไปกรุงลงกา ในที่สุด
พระรามจึงส่งหนุมานไปช่วยเหลือกลับมาได้ ภาพชัดระดับหนึ่ง

ภาพด้านหลังเป็นรามเกียรติ์เหมือนกัน แต่ลบเลือนไปมากกว่า
ดูจากความแน่นของตัวละคร น่าจะเป็นตอนยกรบ แต่ยืนยันไม่ได้
ทั้งสองภาพเป็นจุดที่มืดมาก ทำให้ถ่ายภาพแทบไม่ได้
โดยเฉพาะภาพด้านหลังที่ถูกพระบรมรูปรัชกาลที่ 1 บังเสียอีก



ด้านซ้ายของอาคารคือหอนอน ที่นี่เองเดิมคงเป็นส่วนเก็บพระไตรปิฏก
เพราะเป็นห้องที่มีฝาประกนปกป้องทั้ง 4 ทิศ เมื่อเปิดประตูเข้าไป
ให้เลี้ยวขวา จุดแรกเริ่มนั้นคือผนังฝั่งทิศเหนือที่เขียนเรื่องไตรภูมิ
ไตรภูมิที่เรารู้จักกันดีคือ ไตรภูมิพระร่วง ที่ถือว่าแต่งขึ้นมาแต่สมัยสุโขทัย

ประวัติว่า หอพระสมุดได้ต้นฉบับมาจากเมืองเพชรบุรี
เชื่อว่าน่าจะเป็นหนังสือจารแต่ครั้งกรุงธนบุรี ระบุว่าแต่งเมื่อปีระกา ศักราชได้ 23 ปี
แม้จุลศักราช 23 เป็นปีระกาจริง แต่ก็เป็นปีก่อนรัชกาลพระยาลิไทยมาก
เมื่อเป็นจุลศักราชไม่ได้ ดังนั้นอาจจะเป็นพุทธศักราชหรือมหาศักราช

ซึ่งผู้คัดลอกทีหลังจะตกตัวเลขหน้าหรือเลขหลังไปสองตัว
ลองเติม ลองสอบดูหลายสถาน ก็ไม่สามารถจะหันเข้าให้ตรง
หรือแม้แต่เพียงจะให้ใกล้กับศักราชรัชกาลของพระยาลิไทย
และนั่นคือข้อสงสัยถึงความจริงแท้ของ ไตรภูมิพระร่วงประการหนึ่ง

แต่ในกรุงรัตนโกสินทร์นี้ เมื่อปีเถาะ จุลศักราช 1145
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงพระกรุณาโปรดให้
พระราชาคณะและราชบัณฑิตช่วยกันแต่งหนังสือไตรภูมิขึ้นเล่ม 1
และโลกวินิจฉยกถาเล่ม 1 หนังจากนั้น ทรงรวบเข้าให้เป็นเล่มเดียว

เรียกว่า ไตรโลกวินิจฉยกถา มีความยาว 25 ผูก

ต่อมาอีก 19 ปี เมื่อปีจอจุลศักราช 1164 ทรงพระราชดำริว่าหนังสือไตรภูมิ
ที่ได้แต่งไว้แล้วคารมไม่เสมอกัน ทรงพระกรุณาโปรดให้พระยาธรรมปรีชา
แต่งใหม่อีกครั้ง 1 แต่ในบานแพนกเรื่องแต่งหนังสือไตรภูมิทั้ง 2 ฉบับนั้น
ไม่ได้กล่าวให้ปรากฏว่ามีหนังสือไตรภูมิของพระยาลิไทยเลย



ถ้าไตรภูมิพระร่วงเป็นของที่ตกทอดมาโดยอ้างว่าพระยาลิไทเป็นผู้แต่ง
แต่มาจารใหม่ในสมัยธนบุรี เพราะทุกอย่างในอยุธยาไฟใหม้ไปหมดแล้ว
เหตุใดรัชกาลที่ 1 จึงไม่นำสำนวนของไตรภูมิพระร่วงฉบับดังกล่าวมาแก้ไข
ทำให้ อ. พิริยะ ไกรฤกษ์ เชื่อว่าหนังสือไตรภูมิพระร่วงแต่งในสมัย ร. 4

ซึ่งเราต้องแยกกันระหว่างหนังสือ กับสมุดภาพหรือจิตกรรมฝาผนัง
เพราะสองสิ่งหลังนั้น เราพบหลักฐานในสมัยอยุธยาอยู่มากกมาย
แสดงว่า ความเชื่อเรื่องไตรภูมินั้นมีมาแล้วแต่ในสมัยอยุธยาแน่นอน
แต่เวลาเปลี่ยน ความคิดคนก็เปลี่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงต้องการสร้างอาณาจักรขึ้นมาใหม่
ฉะนั้นที่ไตรวัดระฆังจึงต้องใช้ไตรภูมิสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นตัวอ้างอิง



Create Date : 25 ธันวาคม 2558
Last Update : 28 ธันวาคม 2558 11:33:47 น.
Counter : 438 Pageviews.

3 comments
  
การวางรากฐานให้มั่นคงทั้งทางตรงและทางอ้อมนั้นซับซ้อนหลายชั้นจริงค่ะ
+
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 ธันวาคม 2558 เวลา:14:15:30 น.
  
โหวตความรู้นะคะ

เราเองก็ขอบคุณจขบ.นะคะ ที่แวะไปหากันเสมอๆ เลย

ขอบอกว่า แอบโหวตเฟรนด์ลี่อันดับสามให้นะคะ แฮ่..
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 ธันวาคม 2558 เวลา:13:16:17 น.
  
เคยเข้าไปดูสองรอบแล้วค่ะ แต่ไม่เข้าใจอยู่ดี


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


*** พระที่มีตาลปัตร เข้าใจมาตลอดคือพระมาลัย วันนั้นก็ยืนเถียงกับคนที่บ้าน เค้าเลยให้ไปดูด้านหลังองค์พระ มีข้อความกำกับไว้ว่า พระศรีอาริย์ ส่วนพระพุทธเจ้าทีปังกร เพิ่งเห็นวัดนี้วัดแรกเหมือนกันค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 ธันวาคม 2558 เวลา:21:38:33 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]