Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
ตุลาคม 2568
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
21 ตุลาคม 2568

สวนรถไฟ : กระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ




หลายคนน่าจะชอบนกกะเต็นในบล็อกที่ผ่านมา
เราเลยอยากจะนำนกใหม่อีกตัวมา แทรกไว้ตรงนี้

กลางเดือนกันยายน 2568 มีข่าว
นกกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ
หรือ Black-backed dwarf kingfisher กลับมาอีกครั้ง
โดยนกตัวนี้ไม่ได้แวะมาที่สวนรถไฟได้ 3 ปีแล้ว
เป็นนกหายากที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่ในระดับ NT



จำแนกในปี 1758 โดย Carl Linnaeus ในหนังสือ Systema Nature
จากคำบรรยายของ 
Eleazar Albin นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ
ในหนังสือ A Natural History of Birds ที่ตีพิมพ์ในปี 1738
โดยมีคำบรรยายว่า เป็นนกกระเต็นขนาดเล็กจากเบงกอล

ตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Alcedo erithaca โดยในภาษาละติน
Alcedo หมายถึง นกโรบิน และ erithaca หมายถึง อกสีแดง

ปี 1799 ถูกเปลี่ยนชื่อสกุลเป็น Ceyx ที่มีนกกระเต็นขนาดเล็ก
รวมกัน 23 ชนิด โดยมีนกชนิดนี้เป็น type species


ซึ่งนกสกุลนี้ตั้งชื่อโดย Bernard Germain de Lacépède
นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส จากตำนานกรีกโบราณ

 เกี่ยวกับความรักอันเป็นนิรันดร์ของ Alcyone และ Ceyx 


เป็นนกกระเต็นขนาดเล็กมาก ขนาดตัวราว 12-14 ซ.ม. เท่านั้น
ปากแหลมยาวสีแดงสด กระหม่อมสีแดงอมชมพู หน้าผากมีแต้มสีเข้ม
ข้างคอมีปื้นสีน้ำเงินเหลือบและขาว คอสีขาว ลำตัวด้านล่างสีส้มสด
ปีกและแผ่นหลังสีน้ำเงินเข้มปนดำ อาศัยอยู่ในป่าที่ราบต่ำ
ใกล้กับแหล่งน้ำที่สามารถจับปลามาเป็นอาหารได้ นอกจากนี้
ยังกินแมลงและพวกสัตว์เลื้อยคลาน เช่น แมงมุม จิ้งจก ได้ด้วย 

กระจายตัวตั้งแต่ ชายฝั่งอินเดียทางตะวันตก แล้วข้ามไปยังอินเดียตะวันออก
เช่น สิกขิม อัสสัม เป็นต้น  บังคลาเทศ หมู่เกาะนิโคบาร์และอันดามัน พม่า
จีนตอนใต้ ไทย อินโดไชนา ลงไปถึงคาบสมุทรมาเลย์ทางตอนเหนือ
 
 



ในประเทศไทย มีสถานะเป็นทั้งนกประจำถิ่น
ที่พบนกขณะทำรังเลี้ยงลูกกันบ่อยๆ คือที่ อช. แห่งกระจาน
และนกอพยพที่มาจากเอเชียตอนเหนือ เช่น ยูนาน
ที่ในฤดูหนาวจะบินลงมาทางใต้ไกลถึงประเทศสิงคโปร์
ซึ่งนกที่เห็นในภาพก็คือนกอพยพในประชากรกลุ่มนี้
 
ในอดีตเรียกว่า
นกกระเต็นน้อยสามนิ้ว (oriental dwarf kingfisher)
เพราะนกทั่วไปจะมีนิ้วเท้าหน้า 3 นิ้ว และนิ้วเท้าหลัง 1 นิ้ว
แต่นิ้วเท้าหน้าของกระเต็นน้อยสามนิ้ว จะรวมกันเหลือเพียง 2 นิ้ว
โดยแบ่งเป็นสองชนิดย่อยคือ
ชนิดหลังสีน้ำเงินเข้ม (erithaca)
กับชนิดหลังสีแดง (rufidorsa) ที่จัดเป็น co-specific กัน
 
เพราะหากตัดเรื่องสีแดงหรือสีน้ำเงินเข้มบนหลังออกไป
นกทั้งสองแบบนี้ ก็คือนกชนิดเดียวกัน
การที่หลังของนกมีสองแบบนั้น อาจจะเป็นเพียงแค่การควบคุมของยีน
ที่มีโอกาสจะผันแปรไปได้ทั้งสองสี โดยมีสีน้ำเงินเข้มเป็นยีนเด่น
โดยการสังเกตนกที่พบทางภาคใต้ อันเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน
ระหว่างนกสองชนิดย่อยนี้นั้น มีรายงานว่า
มีการพบนกพ่อแม่นกที่เป็นหลังสีแดง แต่ลูกนกกลับมีหลังสีน้ำเงินเข้ม
 
แต่นกชนิดนี้มีจำนวนไม่มาก และมักอาศัยในตามป่าที่มืดครึ้ม
จึงขาดตัวอย่างหรือเสียงร้องของนกสองชนิดเพื่อที่จะได้ข้อสรุป
จนกระทั่งในปี 2010 จากการศึกษาทางพันธุกรรม
พบว่านกทั้งสองชนิดย่อยนั้นแยกออกจากกัน เมื่อราว 140,000 ปีก่อน
 
หลังปี 2020 กระเต็นน้อยสามนิ้วชนิดที่มีขนสีแดงบนหลัง
ที่พบทางใต้จึงถูกแยกเป็นนกชนิดใหม่คือ
กระเต็นน้อยสามนิ้วหลังแดง
หรือ rufous-backed dwarf kingfisher (Ceyx rufidorsa)

ส่วนนกกระเต็นน้อยสามนิ้วที่อยู่ทางตอนเหนือ ก็เปลี่ยนชื่อเป็น

นกกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ (Black-backed dwarf kingfisher)
ปัจจุบันจึงไม่มีชื่อ oriental dwarf kingfisher อีกต่อไป



Halcyon smyrnensis


ตำนานกรีกเกี่ยวกับความรัก Alcyone และ Ceyx เริ่มต้นจาก 
ซีอิกซ์กษัตริย์แห่งเมืองเธสซาลีได้สมรสกับอัลไซโอนี
ต่อมาอาณาจักรเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายหลายอย่าง
รวมถึงการสิ้นพระชนม์ของน้องชายกษัตริย์เองด้วย
ซีอิกซ์จึงจะเดินทางไปยังวิหารเทพพยากรณ์แห่งเดลไฟเพื่อขอคำตอบ
 
อัลไซโอนีสัมผัสได้ถึงลางร้าย จึงอ้อนวอนขอให้ซีอิกซ์เลิกความคิดนี้เสีย
หรืออย่างน้อยก็พาเธอไปด้วย แต่ซีอิกซ์ไม่ต้องการให้เธอไปเสี่ยงอันตราย
เขาให้สัญญาว่า จะกลับมาภายในสองสัปดาห์เป็นอย่างช้าที่สุด
 
ในตอนแรกการเดินทางนั้นเป็นไปอย่างสงบ
แต่สภาพอากาศก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เรือถูกพายุทำลายจนอับปางลงไปในทะเล
ความคิดสุดท้ายของซีอิกซ์ก่อนจมหายไปคือ
คำสัญญากับอัลไซโอนีที่ไม่มีวันเป็นจริง
 
อัลไซโอนีเฝ้าสวดอ้อนวอนทุกวัน ขอให้ซีอิกซ์กลับมาอย่างปลอดภัย
เมื่อครบกำหนดแล้วแต่ซีอิกซ์ยังไม่กลับมา เธอจึงสวดอ้อนต่อเทพีเฮรา
เทพีผู้พิทักษ์การแต่งงาน เทพีเฮราเห็นความโศกเศร้าของราชินี
จึงสั่งให้เทพีไอริสผู้ส่งสารไปพบมอร์เฟียส เทพแห่งความฝัน
เพื่อให้ถ่ายทอดข่าวร้ายของซีอิกซ์แก่อัลไซโอนี
 
มอร์เฟียสจำแลงกายเป็นซีอิกซ์ไปเยี่ยมอัลไซโอนีในความฝัน
เขาปรากฏตัวด้วยใบหน้าซีดเผือด ผมและเสื้อผ้าเปียกน้ำ
และเปิดเผยชะตากรรมอันน่าเศร้าว่า เขาตกเรือและเสียชีวิตแล้ว
เขาจึงไม่สามารถกลับมาพบตามสัญญาได้
 
อัลไซโอนีตื่นขึ้นมาด้วยความมั่นใจว่าสามีได้จากไปแล้ว
เธอไปยังชายหาดและเห็นร่างที่ลอยอยู่ เธอจำได้ทันทีว่าเป็นซีอิกซ์
ด้วยความสิ้นหวัง แม้จะว่ายน้ำไม่เป็น เธอก็กระโดดลงไปในทะเล
ขณะที่กำลังจะจมน้ำ เทพเจ้าได้ยกตัวเธอขึ้น อัลไซโอนีกลายเป็นนกที่สวยงาม
เธอบินไปจุมพิตร่างของสามี ที่ได้กลายเป็นนกเช่นกัน
จากนั้นทั้งคู่ก็ได้โบยบินไป
 
ชื่อของ Ceyx ถูกใช้เป็นชื่อสกุลของนกกระเต็นชนิด river kingfisher
ชื่อของ Alcyone เป็น Halcyon ชื่อสกุลของ tree kingfisher

เพราะ Alcyone นั้นเป็นลูกสาวของ Aeolus เทพเจ้าแห่งลม
ดังนั้นในหน้าหนาวของทุกปี ท้องทะเลกรีกจะเงียบสงบลงเป็นเวลา 7 วัน
เชื่อกันว่า พ่อของนางทำเช่นนี้ เพื่อให้ทั้งสองได้มีเวลาทำรังวางไข่
เรียกว่า Halcyon days ที่จะกลายเป็นวลีสากลที่หมายถึง วันที่เงียบสงบ



Create Date : 21 ตุลาคม 2568
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2568 13:28:01 น. 1 comments
Counter : 343 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณหอมกร, คุณปัญญา Dh, คุณnewyorknurse


 
สามนิ้วนี่ไม่ตั้งใจมอง
คงมองไม่เห็นแน่ๆ จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 22 ตุลาคม 2568 เวลา:7:26:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#21


 
ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]