ธันวาคม 2558

 
 
1
3
5
6
7
9
10
11
12
13
15
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เหลียวหน้า แลหลัง ดูหนังใหญ่ : ชุดพระนครไหว (1)


หลังจากที่เล่าถึงการไปชมหนังใหญ่วัดขนอน และศิลาจำหลักที่วัดโพธิ์
ก็จะขอขมวดทั้ง 2 เรื่องเข้าด้วยกัน เพราะอย่างที่ได้เล่าไว้แล้วว่า
ภาพจำหลักศิลาที่วัดพระเชตุพนนั้นถูกสันนิษฐานว่า
จะมีต้นแบบมาจากหนังใหญ่ชุดพระนครไหว

สิ่งสำคัญที่ดูจะเป็นต้นเค้าได้ในความคิดผมก็คือ การจำหลักลาย
เพราะตัวละครในหนังใหญ่นั้นมีข้อจำกัดด้วยขนาดพื้นที่ที่ไม่ใหญ่
นอกจากนี้ยังไม่สามารถจำหลักลายตัวหนังเดี่ยวๆ เพียงอย่างเดียวได้
ต้องมีรูปต่างๆ ประกอบ เช่น ต้นไม้ คอยยึดไว้ให้สามารถขึงอยู่ได้ในกรอบ

ผมเคยเขียนเรื่องหนังใหญ่ชุดพระนครไหวไว้เมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นก็ได้แต่ copy and paste ต่อๆ กันมา โดยมีความเชื่อว่า
ตัวหนังใหญ่ชุดนี้นั้นได้ถูกไฟไหม้เสียหายหมดไปตั้งแต่ราวปี 2500

การได้ไปชมหนังใหญ่วัดขนอนได้จุดประกายแรงบันดาลใจอีกครั้ง
จนไปเดินดุหนังสือที่ร้านริมขอบฟ้า แหล่งที่คุณจะได้พบหนังสือหายาก
ที่ไม่ได้วางจำหน่ายในร้านทั่วไปอย่างนายอินทร์ ซีเอ็ด หรือมติชน
และได้พบกับหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับหนังใหญ่จำนวน 3 เล่ม

หนึ่งในสามที่เลือกมาก็คือ หนังพระนครไหว เป็นหนังสือของกรมศิลปากร
ที่จัดพิมพ์ขึ้นโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อประกอบ
นิทรรศการพิเศษ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2551



หนังใหญ่เป็นมหรสพหลวงที่มีมาแต่ครั้งอยุธยาต่อเนื่องมาจนรัตนโกสินทร์
โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 2 มีชุดหนังใหญ่สำหรับใช้ในการแสดงในพระราชพิธี
งานพระเมรุ งานสมโภช ต่างๆ เป็นที่เรียกขานในนาม หนังพระนครไหว
เพราะเป็นตัวหนังที่มีความงดงาม และมีจำนวนมาก ครบถ้วนสำหรับการแสดง

จึงทำให้การแสดงหนังใหญ่ของราชสำนักในครั้งนั้น เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งพระนคร
สมเด็จเจ้าฟ้าพระยานริศรานุวัติวงศ์ทรงยกย่องตัวหนังชุดนี้ว่า
มีความวิจิตรบรรจง สวยงาม และยังมีสีสันตระการตามาก

พ.ศ. 2469 ในสมัยรัชกาลที่ 7 กรมมหรสพถูกยุบไปรวมกับกระทรวงวัง
ตัวหนังใหญ่จำนวนมาก รวมถึงหนังพระนครไหวได้ถูกนำไปเก็บไว้ในโรงละครของกรมศิลปากร
9 พ.ย. 2503 เกิดเพลิงไหม้ทำให้ตัวหนังเสียหายและสูญหายไปเป็นจำนวนมาก
จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่า

ตัวหนังใหญ่ชุดพระนครไหวอันเลื่องลือได้สูญหายไปกับเปลวไฟตลอดกาล

ในเวลาต่อมากรมศิลปากรได้ทำการสำรวจหนังใหญ่ที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ
พบว่าหนังพระนครไหวได้ถูกกระจายไปเก็บไว้ยังที่ต่างๆ ก่อนหน้านี้แล้วจำนวนหนึ่ง
เป็นที่มาของความหวังในการฟื้นฟูหนังชุดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ต้องรอจนกระทั่ง
พ.ศ. 2537 ที่ ม. ธรรมศาสตร์ และ บ. Carlsberg ประเทสไทย ได้ให้การสนับสนุน

ในการรวบรวม ซ่อมแซมหนังพระนครไหว และการสร้างขึ้นทดแทนจำนวนหนึ่ง
เพื่อนำไปใช้ในการแสดงชุด ศึกสัทธาสูร และวิรุญจำบัง ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง
พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครรินทราบรมราชินีนารถ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2539



พ.ศ. 2549 กรมศิลปากรได้ได้รับการสนับสนุนจาก บ.กรุงเทพประกันภัย จำกัด
ในการอนุรักษ์หนังใหญ่กว่าพันตัว แบ่งเป็นที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระนคร 476 ตัว โรงละครแห่งชาติ (ที่เดิมถูกไฟไหม้ไป) 357 ตัว คลังโบราณวัตถุ 114 ตัว
นอกจากนี้ยังมีหนังของกรมมหรสพเดิมเก็บที่ พิพิธภัณฑ์สถาน สมเด็จพระนารายณ์ 63 ตัว
พิพิธภัณฑ์สถานไชยา จำนวน 22 ตัว พิพิธภัณฑ์สถาน นครศรีธรรมราช 2 ตัว

ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุด ทั้งหมดพบว่ามีหนังพระนครไหวปะปนอยู่ร้อยกว่าตัว
โดยอยู่ไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (รวมคลังกลาง) 95 ตัว
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา 3 ตัว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ 3 ตัว
และยังมีอยู่ที่วัดพลับพลาไชย เพชรบุรีอีก 7 ตัว

จำนวนตัวหนังพระนครไหวที่รวบรวมมาได้ ทำให้ทราบว่าในสมัยก่อนสามารถ
ที่จะแสดงรามเกียรติ์ได้อย่างน้อย 6 ตอน ได้แก่ พระรามจองถนน อินทรชิตออกศึก
หนุมานหักคอช้างเอราวรรณ หนุมานอาสา ทศกัณฐ์สั่งเมือง และพระรามสี่ยงม้าอุปราการ

ตัวภาพของหนังพระนครไหวมีความพิเศษที่ตัวหนังเดี่ยว ทั้งตัวพระ ตัวนางเทวดา
ยักษา วานร ล้วนอยู่ในท่าทางต่างๆ กัน ด้วยลวดลายฉลุที่พลิ้วไหว
รวมไปถึงตัวหนังเรื่องที่มีองค์ประกอบเพิ่มเติม เช่น อาคาร ราชรถ แม่น้ำ ต้นไม้
ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของช่างแกะสลักในศิลปะอย่างถ่องแท้


ภาพประกอบเป็นหนังใหญ่ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร
ได้ถามคนเฝ้าแล้วว่าเป็นชุดหนังพระนครไหวหรือไม่ คำตอบนั้นคือ ไม่รู้



Create Date : 16 ธันวาคม 2558
Last Update : 17 ธันวาคม 2558 11:07:05 น.
Counter : 345 Pageviews.

4 comments
  
โหวตความรู้ให้นะคะ

ขอบคุณที่เขียนเอนทรี่แบบนี้ให้อ่านกันค่ะ


เรื่องพื้นที่ ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะ รู้แต่ว่าสิงคโปร์เนื้อที่ประมาณเกาะภูเก็ตน่ะค่ะ (ซึ่งน่าจะเล็กกว่ากรุงเทพฯ หรือเปล่า?)
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 16 ธันวาคม 2558 เวลา:11:53:48 น.
  
สวยจังค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 ธันวาคม 2558 เวลา:13:28:51 น.
  
พ.ศ. 2569 ในสมัยรัชกาลที่ 7 ... พ.ศ. น่าจะผิดนะคะ


ไปเดินดูพิพิธภัณฑ์ฯ บางทีเราก็คาดหวัง กับเจ้าหน้าที่ ที่เฝ้า ที่ดูแล ว่าเค้าน่าจะให้ข้อมูลที่เราอยากรู้ได้บ้าง พอเค้าตอบมาว่า ไม่รู้นี่ มึนไปเลยนะคะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อุ้มสี Dharma Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


*** ซูรูฮะ เข้าใจว่า อยู่ในเครือไอซีซีนะคะ ล่าสุดไปงานไอซีซีแฟร์ มีบูธของซูรูฮะ ด้วยค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 16 ธันวาคม 2558 เวลา:19:57:27 น.
  
เพิ่งรู้ว่าแต่ก่อนพิพิธภัณฑ์หอยเอาตั้ง 500 เลยเหรอครับ! โหดเกิน แต่ถึงจะ 500 ก็ขาดทุนอยู่ดีนั่นแหละ ทำพิพิธภัณฑ์แบบนี้เจ้าของต้องทำใจเรื่องกำไรครับ เน้นใจรัก อิอิ
เหมือนพิพิธภัณฑ์หอยที่ภูเก็ตแต่ก่อนเก็บหัวละ 200 เดี๋ยวนี้เหลือ 100 เดียวครับ


วัดขนอนเป็นอีก 1 วัดในราชบุรีที่น่าไปครับ ผมไปเที่ยวราชบุรีบ่อย เห็นป้ายโปรโมทหนังใหญ่วัดขนอนก็บ่อย แต่ไม่มีจังหวะไปซะที เพราะคิดว่าราชบุรีใกล้ๆ ไปเมื่อไหร่ก็ได้ด้วยมั้ง
ได้ร้านหนังสือแนะนำมาอีกหนึ่งแห่ง ริมขอบฟ้า ไปลองเซิร์ชดูแล้วครับ เดี๋ยวมีโอกาสไปแน่นอน
โดย: ชีริว วันที่: 16 ธันวาคม 2558 เวลา:22:16:31 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]