พฤษภาคม 2562

 
 
 
1
3
4
5
6
8
9
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
KYUSHU KINGDOM OF LIGHT : China town, Yuoku inari



ทัวร์เอาไปปล่อยให้ทานอาหารกลางวันที่ China town
china town ของญี่ปุ่นนั้นมีสามแห่ง Yokohama, Kobe และ Nagasaki
เราเคยไปมาแล้วที่ Yokohama ที่นี่จึงเป็นแห่งที่สองที่เคยมา
จะเปรียบเทียบกันความทรงจำก็เลือนราง แต่ว่าทั้งสองแห่งนั้นก็ไม่ได้กว้างมากมาย
เป็นเหมือนซอยที่สองข้างทางเป็นร้านอาหารคนจีน ยาวประมาณสักสองช่วงตึก

ความจริงตามรีวิวต่างๆ ในเมือง Nagasaki มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง
แต่ละแห่งก็อยู่ไม่ไกลกันนัก สามารถนั่งรถรางไปเที่ยวรอบๆ เมืองได้
ไม่ว่าจะเป็น Glover garden, Oura church หรือเกาะ Dejima แต่ว่านี่คือทัวร์
เราไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น สถานที่ๆ เราไปได้ด้วยการเดินเท้าจากที่นี่
มีเพียง Maganebashi หรือสะพานแว่นตานั่นเอง

ซึ่งความจริงก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เป็นเพียงสะพานหินที่มีตอม่อตรงกลาง
ซึ่งชาวญี่ปุ่นก็น่าจะได้วิศวกรรมการสร้างมาจากชาวจีน แต่คนส่วนมาก
มาที่นี่ก็ไม่ได้สนใจรูปแว่นตาของสะพาน ที่เกิดจากการสะท้อนกับน้ำมากนัก
แต่ทุกคนจะมาตามหาหินที่มีรูปร่างเหมือนหัวใจ



หลังจากเดินมาถึงเราก็ถ่ายรูปสะพานและเลาะลงไปเดินข้างคลองเพื่อตามหา
หลายคนคงจินตนาการว่าเราจะสามารถหาหินเพียงหนึ่งก้อนจากหลายหมื่นอย่างไร
ความจริงเมื่อไปถึงก็จะหาหินก้อนนี้ได้ไม่ยาก เพราะจะมีคนมารอยืนถ่ายรูปกัน
สรุป มันเป็นงานที่ไม่ต้องอาศัยความสามารถ แค่อาศัยความต่อเนื่องกันไป

เราเดินกลับมาเพื่อผ่านสองข้างทางที่เป็นร้านค้าในร่ม
ไปดูรูปทริปเที่ยวตุรกีของคุณสาวไกด์ใจซื่อแล้ว เห็นช่วงไป shopping Bazaar
แล้วนึกถึงญี่ปุ่นเลย ทุกเมืองจะเหมือนกันหมดไม่ว่าที่ไหนก็คือมีทางเดินที่มีหลังคา
ระหว่างร้านค้าที่ทำให้คนเดินซื้อของได้โดยไม่ต้องกลัวโดนแดด หรือเปียกฝน



กลับมาถึงร้านอาหารที่เราหมายตาไว้แต่ขาไป อย่างที่บอก
ที่ญี่ปุ่นจะหาร้านอาหารเข้าได้ยากมาก ด้วยวัฒนธรรมที่จะทำทุกอย่างให้ดี
ดังนั้นร้านอาหารจะขายเมนูแค่แบบเดียว หายากมากที่จะขายหลายอย่าง

เมื่อไป Nagoya คุณภรรยามีความสุขมากกับข้าวหน้าปลาไหล
แต่พอไป Hiroshima ผมกลับอดกิน Okonomiyaki ของกินขึ้นชื่อ
ร้านนี้จึงถูกหมายตาตั้งแต่ขาไป ด้วยว่าขายอาหารสองแบบ
หนึ่งคือ Seafood don และสองคือ ข้าวหน้าหมูตุ๋น (1250 เยน)

คนที่ชอบกินปลาดิบ น่าจะเข้าใจว่า ต่อให้ปลาดิบร้านทั่วไปที่ญี่ปุ่น
อย่างไรเสียก็มีคุณภาพดีกว่าร้านราคาแพงในเมืองไทย
เพราะไม่ต้องผ่านกระบวนแช่แข็งและขนส่ง ที่ทำให้เสียรสชาติ
และข้าวหน้าไข่หอยเม่น ในเมืองไทยก็คงไม่ใช่ราคา 1990 เยนแน่ๆ

ตอนบ่ายเป็นการเดินทางไปยังศาลเจ้าเก่าแก่ของเมือง Saga
ที่มีชื่อเสียงจากงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ เราจะไปชมศาลเจ้า inari
ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะ Kyushu และใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศญี่ปุ่น



ศาลเจ้า Inari ที่คนไทยคุ้นเคยคือ Fushimi inari ที่เมือง Kyooto
บางคนเรียกศาลเจ้าจิ้งจอก บางคนเรียกศาลเจ้า Torii พันต้น
Inari เป็น Kami แห่งความอุดมสมบูรณ์ ข้าว ชา สาเก การเกษตร
การค้า โดยเชื่อว่า มีสุนัขจิ้งจอกเป็นผู้นำสาร

หากจะเอาประวัติเทพเจ้า Inari ก็ค่อนสร้างจะซับซ้อน
เพราะถ้าเราคิดว่าศาสนาพุทธตันตระยานแบบธิเบตนั้นซับซ้อน
เทพของญี่ปุ่นย่อมซับซ้อนขึ้นไปอีก เพราะรับผ่านมาจากจีนอีกที
ความหมายของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ต่างๆ ก็แปรเปลี่ยนจนจับเค้าได้ยาก

เอาเป็นว่า เป็นศาลเจ้าที่ลักษณะทางกายภาพเหมือนวัดน้ำใส
แต่เทพเจ้าภายในเป็น Inari เหมือนศาลเจ้าเสาพันต้นที่ Kyoto




ศาลเจ้าแห่งนี้อาจะเป็นที่รู้จักของคนไทยของจากละครเรื่อง กลกิโมโน
เมื่อลงจากรถเราเห็นต้นซากุระทอดยาวไปสองข้างถนน แต่ยังไม่บาน
ผ่านอ่างน้ำที่มีไว้ชำระร่างกาย ข้ามสะพานสีแดงไปก็เห็นศาลเจ้า
ตั้งอยู่ริมหน้าผาโดยมีเสาไม้สีแดงค้ำยัน ด้านหน้าน่าจะเป็นต้นซากุระ

ถึงตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นต้นซากุระแล้วล่ะ เพราะความหนาของดอก
ที่ออกกันแน่น เคยไปตอนหน้าหนาวที่ Hirtoshima ช่วงดอกบ๊วยบาน
ผมว่าความแน่นของดอกมันต่างกันนะ เอาแบบไม่ต้องใช้หลักวิชาการ
มีพระออกมาต้อนรับ และชวนชิมเหล้า พร้อมมีกล้องมาสัมภาษณ์

น่าจะเป็นการ promote สถานที่ท่องเที่ยวของเมือง
ผมว่าญี่ปุ่นฉลาดมากในการทำงาน สังเกตจากที่ทุกภูมิภาคจะมี fanpage
ซึ่งมี admin เป็นคนไทย ทำให้ง่ายต่อการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
ผมเองยังเคยได้ไปงานประชาสัมพันธ์ของจังหวัด Wakayama

ก็มี admin ที่เป็นคนไทย พาคนญี่ปุ่นมาประชาสัมพันธ์เมืองต่างๆ ในจังหวัด
รู้ไหมครับว่า ร้านกาแฟอเมซอนสาขาที่สองในประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ไหน ?



ก้าวขึ้นไปชมศาลเจ้าจากฝั่งซ้าย ไปจนถึงตัวอาคารหลักที่อยู่ตรงกลาง
ระหว่างนั้นพระและเจ้าหน้าที่ก็มีการตามไปสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวในกลุ่ม
เราสนใจแต่ต้นซากุระที่ออกดอกทอดยาวสูงขึ้นมาตามชั้นบันได
ไปจนถึงด้านขวา ทางซ้ายจะเป็นทางเดินที่ขึ้นไปสู่ภูเขาด้านบน

มีเสา Torii เป็นแนวยาว แต่จำนวนคงไม่มากเท่าที่ศาลเจ้า Fushiimari
ผมขี้เกียจเดินขึ้นไป เลยเดินลง เพราะสองข้างมีต้นซากุระทอดยาวเช่นเดียวกัน
มาจนจบกระทั่งถึงพื้นดิน เราเดินออกไปข้างนอก เพราะไม่มีอะไรให้ดูอีกต่อไป
แต่ความจริงศาลเจ้านี้มีพิพิธภัณฑ์ แต่อย่างว่าไปกับทัวร์ก็จำกัดเวลา

เหมือนกับที่คราวไปปราสาท Osaka ให้เวลา 45 นาที นี่แค่เดินก็หมดเวลาแล้ว
มีร้านขายของที่ระลึกและขนมรายทางข้างๆ ศาลเจ้า เราเลือกที่จะกินของยอดนิยม
นั่นก็คือ softcream อากาศไม่หนาวมาก น่าจะราวสิบกว่าองศา
ยังไม่ใช่ช่วงหนาวที่สุด เพราะวันที่หนาวที่สุก็คือวันกลับ นั่นราว 8 องศาเลยทีเดียว

เราจะเดินไปพักยังโรงแรม Sekia ที่อยู่ในหุบเขา จังหวัด Kumamoto
ที่นี่ห้องจะกว้าง มีบ่ออาบน้ำ onsen และ buffet ขาปูยักษ์
และมีของที่ระลึกของ Kumamon ขายอีกด้วย




Create Date : 10 พฤษภาคม 2562
Last Update : 10 พฤษภาคม 2562 19:57:31 น.
Counter : 124 Pageviews.

5 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณKavanich96, คุณสาวไกด์ใจซื่อ

  
ศาลเจ้านี้เราไปค่ะ
ลงรถไฟที่โทสุ แล้วนั่งรถเมล์ไป แล้วก็เดินไปศาลเจ้า
แต่ทัวร์น่าจะไปจอดรถด้านหน้าศาลเจ้าเลยมั้งคะ

ปล. จากบล็อกขอบคุณค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:44:31 น.
  
สะพานแว่นก็ไปแระ นั่งรถเมล์ไป คนบนรถเมล์ก็เตือนว่าลงตรงนี้นะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:45:49 น.
  
ชอบภาพเปิดค่ะ เหมือนโรคจิตค่ะ 555 ชอบสะพานทุกชนิด ยิ่งแบบไหนไม่มีที่บ้านเรายิ่งชอบเลยค่ะ

อาทิตย์หน้าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเอง ว่าจะไปศาลเจ้าจิ้งจอกอีกรอบ คราวที่แล้วไปกับทัวร์ ยังเดินไม่ถึงไหนเลยค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 10 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:17:00 น.
  
ถ้าเป็นงานอื่นคงเดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อย แต่นี่ไม่กล้าลุกไปไหนเลยค่ะ อากาศก็ไม่เป็นใจ จะฝากที่นั่งเค้าไว้ ก็ไม่แน่นอน เจ้าหน้าที่หน้างานสั่งกระเถิบ สั่งย้ายอยู่บ่อยค่ะ

วันซ้อมห้ามไปหมดจริงค่ะ อะไรก็ไม่ได้ แม้แต่วันออกสีหบัญชร ยืนติดกับจิตอาสาทหาร บอกห้ามถ่ายรูปนะครับ เลยชี้ให้ดูราชนิกูล กำลังถ่ายกันใหญ่เลย น้องเค้าเลยนิ่งไป
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 11 พฤษภาคม 2562 เวลา:19:48:57 น.
  
อุ๊ยยย มีอ้างอิง 5555

เรายังไม่เคยไปเห็นเลยค่ะ แต่ถ้าไปช่วงที่ยังไม่มีคนเลย จะหาเจ้าหินนี่เจอไหมน้อออ

เราไม่ชอบโอโคโนะมิยากิเลยค่ะ เหอๆ

แต่ข้าวหน้าไข่หอยเม่นน่ากินง่ะ ไข่หอยเม่นเท่าที่กินมาที่ญี่ปุ่นยังไม่เจอแย่เลยนะคะ มีแต่ดีกับดีมาก

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 พฤษภาคม 2562 เวลา:20:12:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]



  •  Bloggang.com