Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
8 มกราคม 2564

จุลปทุมชาดก : ชาดกนอกนิบาตร

 
หลังปีใหม่ พ.ศ. 2564 ช่วงที่โรคโควิด 19 ได้กลับมาระบาดอย่างหนัก
มีภาพหนึ่งที่โด่งดังไปทั่ว facebook จนกระทั่งผมเห็นในข่าวทีวี
นั่นก็คือภาพปูนปั้นพระยาเหี้ยที่อยู่ด้านข้างพระอุโบสถวัดปริวาส
ทุกคนก็บอกว่าสวยดี แต่จะมีกี่คนที่สงสัยว่า ทำไมต้องเป็นตัวนี้
 
เพราะดูจะขัดแย้งกับความเชื่อของคนไทยที่ถือว่าเป็นสัตว์ไม่มงคล  
แน่นอนว่าการสร้างอุโบสถราคาหลายสิบล้านย่อมไม่มีความมั่วเป็นแน่
แล้วเรื่องนี้มีความเป็นมาอย่างไร เราจะย้อนกลับไปในอดีต
ที่คนไทยมีความเชื่อว่า ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะมาตรัสรู้นั้น
 
พระองค์ได้เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ถ้าตามในพระไตรปิฎกของเถรวาท
ก็จะมีเพียงทศชาติชาดก ถ้าตามมหายานพระองค์ก็จะเสวยชาติที่หลากหลาย
เป็นมนุษย์และสัตว์มากมาย และนั่นเองจึงเป็นที่มาของปัญญาสชาดก
หรือชาดกนอกนิบาตรที่มีผู้กล่าวอย่างคร่าวว่าพระเจ้า 500 ชาตินั่นเอง
 
หลายเรื่องก็กลายมาเป็นนิทานพื้นบ้านที่เราคุ้นหูกันดี บางเรื่องก็ไม่
หนึ่งในนั้นก็คือ จุลปทุมชาดกนั่นเอง แต่เรื่องนี้เหตุใดจึงสำคัญ
จนกลายเป็นหนึ่งในจิตกรรมฝาผนังที่ถูกเขียนรวมกับทศชาติชาดก
ในพระอุโบสถวัดต่างๆ ด้วยเล่า แล้วทำไมถึงนิยมมากในช่วงรัชกาลที่ 4
 
ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด
 

จุลปทุมชาดก : วัดกำแพงบางจาก
 
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี
พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระองค์
นามว่าปทุมราชกุมาร และต่อมามีน้องอีกหกพระองค์
โดยทั้งเจ็ดพระองค์นั้นเจริญพระชนม์ขึ้นโดยลำดับ 

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาทรงเห็นพระราชกุมารพี่น้องเหล่านั้นมีบริวารมาก
ทรงเกิดความระแวงว่า ราชกุมารเหล่านี้จะพึงฆ่าเราแล้วชิงเอาราชสมบัติ
จึงตรัสเรียกพระราชกุมารเหล่านั้นมารับสั่งว่า พวกเจ้าจะอยู่ในพระนครนี้ไม่ได้
จงไปที่อื่น เมื่อพ่อล่วงลับไปแล้ว จึงค่อยกลับมารับราชสมบัติ

พระราชกุมารเหล่านั้นรับคำสั่งแล้วต่างทรงกันแสงแล้วรำพึงว่า
พวกเราจักพาพระชายาไปหาเลี้ยงชีพ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
แล้วเสด็จออกจากพระนครถึงที่กันดารแห่งหนึ่ง
เมื่อไม่ได้ข้าวและน้ำไม่สามารถจะกลั้นความหิวโหยไว้ได้
 
เหล่าพระอนุชาทีจึงตกลงจะปลงพระชนม์ของพระชายาของพวกตนวันละองค์ด้วยทรงดำริว่าเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ก็จักหาหญิงได้ แล้วแบ่งเนื้อออกเป็นสิบสามส่วน
พระโพธิสัตว์และพระชายาเสวยแต่ส่วนเดียว แล้วเก็บไว้ส่วนหนึ่งทุกวัน
พระราชกุมารทั้งหลายทรงปลงพระชนม์พระชายาทั้งหกแล้วเสวยเนื้อได้หกวัน
 

จุลปทุมชาดก : วัดตะคุ
 
วันที่เจ็ดพระอนุชาพูดกันว่า จักปลงพระชนม์พระชายาของพระปทุมราช
พระโพธิสัตว์จึงประทานเนื้อหกส่วนแก่น้องๆ แล้วตรัสว่า
วันนี้พวกท่านจงเสวยหกส่วนเหล่านี้ก่อน
พระราชกุมารน้องๆ เหล่านั้นเสวยเนื้อแล้วหลับไป ก็ทรงพาพระชายาหนี
 
พระชายานั้นเสด็จไปได้หน่อยหนึ่งแล้วทูลว่า หม่อมฉันไม่อาจเดินต่อไปได้
พระโพธิสัตว์จึงทรงแบกพระชายาออกจากที่กันดารไป
ในเวลารุ่งอรุณ.พระนางทูลว่าหม่อมฉันหิวน้ำ พระองค์จึงเอาพระขรรค์เชือดพระชานุ
แล้วตรัสว่า น้ำไม่มีดอก น้องจงนั่งลงดื่มโลหิตจากเข่าของพี่
 
ทั้งสองพระองค์เสด็จถึงแม่น้ำใหญ่ทรงดื่ม ทรงอาบ และเสวยผลาผล
ทรงพักในที่สำราญ แล้วทรงสร้างอาศรมบทใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง.
อยู่มาวันหนึ่งด้านเหนือแม่น้ำ ราชบุรุษลงโทษโจรผู้ทำผิดพระราชอาญา
ตัดมือ เท้า หู และจมูก ให้นอนในเรือโกลนลำหนึ่ง เสือกลอยไปในแม่น้ำใหญ่.
 
โจรนั้นร้องเสียงครวญครางลอยมาถึง พระโพธิสัตว์ทรงสดับเสียงร้องอันน่าสงสาร
ทรงดำริว่าเมื่อเรายังอยู่ สัตว์ผู้ได้รับความลำบากอย่าได้พินาศเลย
จึงเสด็จไปยังฝั่งแม่น้ำช่วยให้เขาขึ้นจากเรือ แล้วนำมายังอาศรมบท
ได้ทรงกระทำการเยียวยาแผลด้วยการชำระล้างและทาด้วยน้ำฝาด
 

จุลปทุมชาดก : วัดตะคุ
 
ครั้นแผลของโจรนั้นหายสนิทแล้ว พระโพธิสัตว์จึงให้เขาอยู่ในอาศรมบทกับพระชายา
ทรงแสวงหาผลาผลจากดงมาเลี้ยงดูโจรและพระชายา เมื่อทั้งสองอยู่กันอย่างนี้
สตรีนั้นก็มีจิตปฏิพัทธ์ในบุรุษชั่วนั้นประพฤติอนาจารร่วมกับเขา
ต้องการจะฆ่าพระโพธิสัตว์ด้วยอุบายอย่างหนึ่ง จึงกราบทูลอย่างนี้ว่า
เมื่อหม่อมฉันนั่งบนบ่าของพระองค์ออกจากทางกันดาร มองเห็นภูเขาลูกหนึ่ง
 
จึงบนบานกับเทพเจ้าผู้สิงสถิตบนยอดเขาว่า หากข้าพเจ้ากับพระสวามีปลอดภัย
ข้าพเจ้าจักทำพลีกรรมแก่ท่าน บัดนี้เทวดานั้นทำให้หม่อมฉันหวาดสะดุ้ง
หม่อมฉันจะทำพลีกรรมแก่เทวดานั้น  พระโพธิสัตว์ไม่ทรงทราบมายา
ทรงรับสั่งว่าดีแล้ว ทรงเตรียมเครื่องเซ่น ให้พระชายาถือขึ้นสู่ยอดภูเขา
 
พระนางให้พระโพธิสัตว์หันพระพักตร์เข้าหาเหว ทรงบูชาด้วยดอกไม้ในป่า
พระนางทำเป็นปรารถนาจะทำประทักษิณถวายบังคมแล้วผลักให้พระโพธิสัตว์ตกไปในเหว
แล้วจึงลงจากภูเขาไปหาบุรุษเลว ฝ่ายพระโพธิสัตว์ตกลงจากภูเขา กลิ้งลงไปตามเหว
ติดอยู่ที่พุ่มไม้มีใบหนาไม่มีหนามแห่งหนึ่ง ไม่สามารถจะลงไปยังเชิงเขาได้
 
ขณะนั้น พระยาเหี้ยตัวใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นจากเชิงเขาชั้นล่างกินผลมะเดื่ออยู่
เห็นพระโพธิสัตว์ในวันนั้นจึงหนีไป รุ่งขึ้นมากินผลไม้ที่ข้างหนึ่งแล้วหนีไป
พระยาเหี้ยมาอยู่บ่อยๆ อย่างนี้ ก็คุ้นเคยกับพระโพธิสัตว์ ถามพระโพธิสัตว์ว่า
ท่านมาที่นี้ได้อย่างไร เมื่อพระโพธิสัตว์บอกให้รู้แล้ว จึงกล่าวว่า
 

จุลปทุมชาดก : วัดตะคุ
 
ถ้าเช่นนั้นท่านอย่ากลัวเลย ให้พระโพธิสัตว์นอนบนหลังของตน ไต่ลงออกจากป่า
ให้สถิตอยู่ที่ทางใหญ่ แล้วส่งไปด้วยคำว่า ท่านจงไปตามทางนี้ แล้วก็เข้าป่าไป
พระโพธิสัตว์ไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่ออาศัยอยู่ในบ้านนั้น ก็ได้ข่าวว่าพระชนกสวรรคตเสียแล้ว
จึงเสด็จไปยังกรุงพาราณสี ทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติอันเป็นของประจำตระกูล
 
ทรงพระนามว่าพระปทุมราชา ทรงครองราชย์โดยธรรม 
รับสั่งให้สร้างโรงทานหกแห่ง ที่ประตูพระนครทั้งสี่กลางพระนคร
และประตูพระราชนิเวศน์ ทรงบริจาคทรัพย์บำเพ็ญมหาทานวันละหกแสน

พระชายาก็ให้ชายชั่วนั่งขี่คอออกจากป่า เที่ยวขอทานในทางที่มีคน
เมื่อมีผู้ถามว่าคนนี้เป็นอะไรกับท่าน นางก็บอกว่า เขาเป็นลูกของอาฉัน
พ่อแม่ได้ยกฉันให้ชายผู้นี้ ฉันต้องแบกสามีซึ่งต้องโทษเที่ยวขอทานเลี้ยงดูเขา
พวกมนุษย์ต่างพูดกันว่า หญิงนี้ปรนนิบัติสามีดีจริง ตั้งแต่นั้นมาก็พากันให้ข้าวมากยิ่งขึ้น
 

 จุลปทุมชาดก : วัดตะคุ
 
คนอีกพวกหนึ่งพูดกันว่า ท่านอย่าเที่ยวไปอย่างนั้นเลย พระเจ้าปทุมราชเสวยราชสมบัติ
อยู่ในกรุงพาราณสี ทรงบริจาคทานเล่าลือกันไปทั่วชมพูทวีป พระเจ้าปทุมราชทรงเห็นแล้ว
จักทรงยินดีพระราชทานทรัพย์เป็นอันมาก เจ้าจงให้สามีของเจ้านั่งในนี้พาไปเถิด
 
พระโพธิสัตว์ประทับเหนือคอคชสารที่ตกแต่งด้วยเครื่องอลังการ เสด็จถึงโรงทาน
ทรงบริจาคทานด้วยพระหัตถ์เอง แก่คนที่มาขอแปดคนบ้าง สิบคนบ้าง แล้วเสด็จกลับ
หญิงไม่มียางอายนั้นให้ชายชั่วนั่งในกระเช้าแล้วแบกกระเช้า ผ่านไปในทางเสด็จของพระราชา
พระราชาทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ทรงจำได้ รับสั่งให้เอาชายชั่วออกจากกระเช้า
 
แล้วตรัสถามว่า ชายนี้เป็นอะไรกับเจ้า นางกราบทูลว่า เป็นสามีที่พ่อแม่ยกหม่อมฉันให้เขา
พวกมนุษย์ไม่รู้เรื่องราวนั้น ต่างพากันสรรเสริญหญิงผู้ไร้อายนั้นเป็นหญิงปฏิบัติสามีดี
พระราชาตรัสถามต่อไปว่า ชายชั่วผู้นี้เป็นสามีตบแต่งของเจ้าหรือ
นางจำพระราชาไม่ได้ จึงกล้ากราบทูลว่า เป็นความจริงเพคะ
 

จุลปทุมชาดก : วัดคงคาราม
 
พระราชาจึงตรัสว่า ชายผู้นี้เป็นโอรสของพระเจ้ากรุงพาราณสีหรือ
เจ้าเป็นธิดาของพระราชาองค์โน้น มีชื่ออย่างโน้น เป็นชายาของปทุมราชกุมาร
ดื่มโลหิตที่เข่าของเราแล้วมีจิตปฏิพัทธ์ในชายชั่วผู้นี้ ผลักเราตกลงในเหว
บัดนี้ เจ้าบากหน้ามาหาความตาย สำคัญว่า เราตายไปแล้ว จึงมาถึงที่นี่
 
ตรัสว่า เรายังมีชีวิตอยู่มิใช่หรือ ตรัสเรียกอำมาตย์ทั้งหลาย แล้วรับสั่งว่า
ท่านอำมาตย์ทั้งหลาย พวกท่านถามเรา เราได้บอกพวกท่านไว้อย่างนี้แล้วมิใช่หรือว่า
น้องหกองค์ของเราได้ฆ่าสตรีหกคนบริโภคเนื้อ แต่เราได้ช่วยชายาของเราให้ปลอดภัย
พาไปยังแม่น้ำคงคาอาศัย อยู่ในอาศรมบท ได้ช่วยชายเลวคนหนึ่งที่ต้องราชทัณฑ์มาเลี้ยงดู
 
หญิงคนนี้มีจิตปฏิพัทธ์ในชายชั่วนั้น ผลักเราตกลงไปในเหวภูเขา เรารอดชีวิตมาได้
เพราะตนมีจิตเมตตา หญิงที่ผลักเราตกจากเขามิใช่อื่น คือหญิงชั่วคนนี้เอง
และชายชั่วที่ต้องราชอาญาก็มิใช่อื่น คือคนนี้นี่แหละ
 จึงรับสั่งให้เอาชายชู้ใส่ลงตะกร้าผูกติดกับศีรษะของหญิงชั่วชนิดมิให้ปลงลงจากศีรษะได้
แล้วจึงโปรดฯ ให้เนรเทศคนทั้งคู่ออกจากเมืองไป


จุลปทุมชาดก : วัดเครือวัลย์
 
และนั่นก็คือหนึ่งในชาดกนอกนิบาตรที่มักวาดภาพพระยาเหี้ยไว้ในจิตกรรมฝาผนัง
หนึ่งในเหตุการณ์ตอนสำคัญที่พาพระโพธิสัตว์ขึ้นมาจากเหว ภาพสำคัญอีกช่วงก็คือ
เหล่าพระกุมารต่างเชือดชายาเป็นอาหารให้พี่น้องคนอื่น และภาพพระโพธิสัตว์
เชือดขาตนเอง เพื่อใช้เลือดแก้กระหายแก่พระชายา
 
แสดงให้เห็นถึงความเสียสละอย่างยิ่งยวด อันเป็นทานบารมีที่คนธรรมดายากยิ่งจะปฏิบัติ
อันเป็นหัวใจของความเป็นพระโพธิสัตว์ในแบบของพุทธมหายาน
เมื่อผมได้อ่านเรื่องจิตกรรมฝาผนัง จุลปทุมชาดกที่มีกระจัดกระจาย
อยู่หลายวัดในประเทศ ได้แต่คิดในใจว่า จะเป็นไปได้หรือไม่
 
ที่จะมีใครสักคนที่คลั่งไคล้ จนกระทั่งจะไปตามหาจิตกรรมฝาผนังเรื่องนี้
ในวัดต่างๆ ที่มีอยู่ คงจะหายาก เพราะแต่ละวัดล้วนอยู่ห่างไกล
ไม่มีความใกล้ชิดสัมพันธ์กันเลย แต่ถ้าจะมีคนบ้าสักคน ก็คงจะเป็นผมนี่ล่ะ
 
จากฝั่งธนบุรีที่วัดกำแพงบางจาก วัดคงคารามย่านมอญที่เมืองราชบุรี
กระทั่งที่ไกลๆ อย่างวัดตะคุที่นครราชสีมา ผมก็ไปมาแล้วทุกที่
และสุดท้ายก็คือการส่องหาภาพหนึ่งเดียวจาก 500 แผ่นที่วัดเครือวัลย์นั่นเอง

--------------


Edit 14/1/2564


ไหว้พระงาม ชมจิตรกรรมอลังการรับปีใหม่ ในวัดย่านจอมทอง-บางขุนเทียน

จากการไปอ่านเพิ่มเติมพบว่ามีจิตรกรรมเรื่องนี้เขียนไว้อีกที่คือวัดบางขุนเทียนใน
แต่ปรกติอุโบสถน่าจะปิด ต้องรอคนจัดไปเดินชมเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสเข้าไปใด้
และมีอีกวัดที่น่าจะไร้ซึ่งโอกาส เพราะเป็นที่ร่ำลือกันในหมู่ผู้ชื่นชอบจิตรกรรมว่า
ขอเข้าไปดูยากมากที่สุดในวัดทั้งหมดที่มีจิตรกรรมสำคัญ นั่นก็คือวัดเปาโรหิตย์



Create Date : 08 มกราคม 2564
Last Update : 15 มกราคม 2564 9:08:31 น. 13 comments
Counter : 277 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณnewyorknurse, คุณSai Eeuu, คุณเริงฤดีนะ, คุณKavanich96, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณmariabamboo, คุณทนายอ้วน


 

เจิมๆๆ
ก่อนอื่นขอคารวะ 3 จอก ในความเพียรนี้
ดังสุภาษิตที่ว่า..
"ความพยายามอย่างที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"

จากบล็อก..
หนังเรื่องTenet ชอบๆๆ
ผูกเริ่องย้อนไปมา
พระเอกผิวสีนั่น สั้นมิต้อง
เป็นเหมือนแขกมุสลิม มากกว่า
ลูกชายพระเอกผิวสี แดนเชล วอชิงตัน

ลูกไม้หล่นไกลต้นเสียจริง



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 มกราคม 2564 เวลา:14:59:35 น.  

 
แก้คำผิด
สั้นม่อต้อ.


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 8 มกราคม 2564 เวลา:15:00:22 น.  

 
สาธุ สาธุ สาธุ
ขอบคุณโหวตจ้า
ป.ล. งบหมดพรุ่งนี้มาใหม่



โดย: หอมกร วันที่: 8 มกราคม 2564 เวลา:15:34:57 น.  

 
สวัสดีค่ะ
มาถึงตะคุแล้วนะคะ
นั่นซินะคะ ไปมาหลายวัดแล้วเขียนเสร็จก็ลืมเลย
แสดงว่านอกจากเถรวาท
มหายานก็เข้ามามีอิทธิพลปนปนกันในถิ่นนี้ด้วย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 มกราคม 2564 เวลา:19:45:22 น.  

 

ตามมาอ่านด้วยค่ะ
ไปมาหลายวัด ได้ความรู้อีกด้วย



โดย: newyorknurse วันที่: 9 มกราคม 2564 เวลา:0:19:16 น.  

 
ขยันมากๆเลย


โดย: Sai Eeuu วันที่: 9 มกราคม 2564 เวลา:4:22:19 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 9 มกราคม 2564 เวลา:8:42:31 น.  

 
ส่งกำลังใจค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 9 มกราคม 2564 เวลา:18:22:46 น.  

 
ชอบฟังเรื่องเล่าจากภาพจิตรกรรมครับ ได้เห้นอะไรๆเยอะกว่าภาพที่วาดทำให้เข้าใจภาพได้ดีครับ ขอบคุณนะคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 9 มกราคม 2564 เวลา:20:16:49 น.  

 
มาเยี่ยมบ้านคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 มกราคม 2564 เวลา:21:12:01 น.  

 
วันนี้ชวนไปเที่ยว "วัดกลางเวียง เชียงราย" กันครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 11 มกราคม 2564 เวลา:14:01:59 น.  

 
จุลปทุมชาดก ได้มาอีกวัดค่ะ
ภายในอุโบสถ (หอพระพุทธบาท) - วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 มกราคม 2564 เวลา:14:17:10 น.  

 


โดย: ผู้ชายในสายลมหนาว วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:14:12:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]