ขอโทษ :: ในสายลมหนาว





...อย่าเข้าไปนะ...


เสียงสั่งในสมองบอกอย่างนั้นซ้ำๆตั้งหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าสองเท้าในรองเท้าคู่สีม่วงสดใสจะเลือกเชื่อฟังหัวใจมากกว่า สองปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ลมหนาวพัดมาเยือนสองครั้งสองคราแล้ว ครั้งนี้ลมหนาวพัดแผ่วกว่าเดิม หัวใจไม่รู้สึกเหน็บหนาวเหมือนปีที่แล้ว


ถึงจะบอกตัวเองว่าที่มาที่นี่ ไม่ได้หวังว่าจะเจอใครหรอกนะ เพราะคิดว่าเวลามันผ่านมาเนิ่นนานขนาดนั้น "เขา" ผู้ชายคนที่ชื่นชอบความก้าวหน้า มองไปแต่ข้างหน้า มุ่งไปแต่ข้างหน้า คนที่ต้องการแต่ความสำเร็จ คงไม่ย่ำอยู่กับที่ อยู่ตรงนี้หรอก..แต่บรรยากาศหวานๆ อุ่นๆ ที่เคยได้สัมผัส ฉันขอแค่นั้นเอง ขอแค่สัมผัสความทรงจำอุ่นๆบางเบาในสายลมหนาวแค่นั้นเอง..มากไปไหม


เสียงอึกทึกของผู้คนมากมายที่เบียดเสียดกันแน่นไปหมด บทเพลงที่ฟังไม่รู้เรื่อง ได้ยินแต่เสียงกระทบแก้วและขวด ที่นั่งถูกจับจองไปหมดแล้ว ฉันยืนอยู่ในมุมมืดมุมใดมุมหนึ่งในนั้น ..ทำไมผู้คนถึงชอบโหยหาความหลังกันนักนะ นั่นสินะ ฉันก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ไม่รู้สิ...


...ที่เราโหยหา อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่โบยบินผ่านไปแล้วกระมัง...


ใครบางคนเดินเฉียดเข้าในรัศมีที่ง่ายต่อการมองเห็น..ไม่ใกล้เกินไป ไม่ไกลเกินไป ไม่ใกล้จนกลายเป็นความอึดอัด แต่ก็ไม่ไกลเกินจะรู้สึกได้...


"อ้าว..กลับมาเมื่อไร่ แปลกใจจริง"

นั่นคือประโยคแรกของเขา เสียงทุ้มๆ เบาๆ แทรกมากับเสียงเพลงที่กระหึ่มก้องในหู ฉันมองด้วยด้วยแปลกใจหรืออาจจะ ไม่แปลกใจ ก็ได้

"สองสามวันแล้วหล่ะ คุณยังทำงานอยู่ที่นี่หรือ" ฉันถามกลับอย่างแปลกใจนิดๆ

"อืม..ก็ยังอยู่ แต่ทำงานหลายที่"

"ขยันจริง" ฉันแซวอย่างฝืดๆ

สายตาที่มองมาอย่างนิ่งๆ ไร้ความรู้สึก ฉันก็มองตอบกลับไปเช่นนั้น..และสุดท้ายก็เป็นฉันเองที่เป็นฝ่ายเลือกเปิดรอยยิ้มคุ้นเคยก่อน "สบายดีไหมคะ"

"อืม" เขางึมงัม "สบายดี ..คุณหล่ะ"

"ก็.." จะบอกว่าอย่างไรดี ถึงจะเหมาะ?

"ก็..เรื่อยๆ" คำนั่นแหล่ะ เหมาะที่สุดแล้ว ฉันตอบ


เราสบตากันชั่วครู่..ในเเสงไฟที่เลือนลาง วิบวับด้วยเเสงสีพร่าพราย ฉันมองไม่ออกหรอกว่า รอยยิ้มพิมพ์ใจของเขาที่เปิดออกแล้วส่งมานั้น เขากลั่นมันออกมาด้วยความจริงใจหรือไม่..ท่ามกลางลูกค้าที่อัดแน่นในร้าน เขาเอ่ยขอตัวกลับไปทำงานอย่างเร่งด่วน ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจดี เพราะลูกค้าเยอะเหลือเกิน


ในมุมหนึ่งที่สว่างไสวของร้าน เขากำลังทำงานด้วยความเร่งรีบ พริ้วไหวแต่สง่างาม รอยยิ้มอบอุ่นของเขามีให้สำหรับลูกค้าทุกคน ส่วนอีกมุมหนึ่งของร้านที่ฉันนั่งจิบค็อกเทลเรื่อยเปื่อยค่อนข้างมืดนิดหน่อย แต่ดีแล้ว ฉันจะได้นั่งมองเขาทำงานให้เต็มตาอย่างเงียบๆ


...พอแล้ว...แค่นี้เพียงพอแล้ว...


ฉันนั่งอยู่อีกเพียงครู่เดียวเท่านั้น ไม่มากไม่น้อยเกินไป ซักพักจึงเดินเลี่ยงออกจากร้านมาอย่างเงียบๆ ลมหนาวปีนี้มาเร็วกว่าเคยนิดหน่อย แต่ก็ดีแล้ว มาเร็วก็ไปเร็ว..ยิ่งความหนาวเหน็บมาเยือนรวดเร็วเท่าไหร่ ความอบอุ่นก็จะตามมาอย่างรวดเร็วเท่านั้น...ฉันหวังว่า...นะ


...ฉันหวังว่า...










ขอโทษแทนกรวดทราย ซึ่งหวั่นไหวในวันที่พายุรุนแรง
ขอโทษแทนกลีบดอกไม้ ที่ร่วงหล่นในค่ำคืนแห่งความเศร้า
ขอโทษแทนต้นไม้ซึ่งเคยเขียวขจี แต่กลับผลัดใบในฤดูใบไม้ผลิ
ขอโทษคุณซักหมื่นครั้ง ที่ฉันไม่ได้กลับมาตามสัญญาแห่งสายลม



ฉันขอโทษคุณในใจเป็นหมื่นๆครั้งแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคุณจะเคยขอโทษฉันซักครั้งในใจของคุณบ้างไหม ฉันคงไม่กล้าขอให้คุณเอ่ยคำนั้นออกมาก่อน เพราะว่าฉันเองก็ไม่เคยเอ่ยเช่นกัน แต่ไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม...บางทีรอให้สายลมหนาวพัดมาในปีต่อไป อาจจะมีใครซักคนกล้าเริ่มต้นเอ่ยคำนั้นออกมา...หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้


...ขอโทษ...


ขอโทษที่เอ่ย"ขอโทษ"ซ้ำซากเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง แต่แค่อยากให้รู้ว่าฉันรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ขอโทษหากงานเขียนของฉันจะน่าเบื่อ เพราะเขียนกี่ที กี่ครั้งกี่หน ก็เล่าเรื่องด้วยโทนเดียวกันหมด คือเหงา เศร้า และหม่น ตั้งแต่วันนั้นที่ได้พบใครคนหนึ่ง..ฉันถึงได้รู้ว่า ใครคนหนึ่งเหมาะกับคนอีกคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เราจะเหมาะกับทุกคน งานเขียนของฉันก็เช่นกัน ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้แหล่ะ ฉันคงเหมาะกับแค่สิ่งนี้เท่านั้น หวานและเศร้า


...ขอโทษจริงๆ...










บล็อกในวันนี้เป็นถนนสายที่ 1ุ6 ในโครงการถนนสายมิตรภาพ หัวข้อ"ขอโทษ"นี้เป็นของคุณปอย..ส่วนหัวข้อที่แล้วคือ "ลมหนาวพัดมา"ของคุณอ้อน ซึ่งไม่ได้อัพคราวที่แล้ว แต่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะอัพบล็อกเป็นการชดใช้อย่างแน่นอน

ดังนั้นบล็อกนี้จึงขอรวบยอดให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันเลยนะคะ เพราะคราวหน้าจะได้เริ่มต้นใหม่พร้อมๆกัน ไม่ได้อัพบล็อกเกือบเดือน ฝืดๆ เขียนไม่ค่อยออก โปรดอย่าเพิ่งเบื่อที่เขียนด้วยโทนเดิมๆ แต่ถนัดแต่แนวนี้จริงๆค่ะ ต้องขออภัย..แต่อาจถูกใจใครบางคน..อิอิ เพราะสั้นกว่าทุกครั้ง

ส่วนบล็อกต่อไปในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน หัวข้อคือ "ลอยกระทง"
เข้ากับบรรยากาศกันหน่อย สายน้ำ พระจันทร์และกระทง มาร่วมเขียนกันนะคะ

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเข้าร่วมได้เลยกฏกติกามารยาทดังนี้

-ลงชื่อบอกกล่าวกันไว้
-เขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ และอัพบลอคในหมวดงานเขียน/บทประพันธ์
-อัพบลอคในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เวลาใดก็ได้
-เมื่ออัพบลอคแล้ว กรุณามาแจ้งอีกครั้งในบลอคของคนใดคนหนึ่ง และเราจะทำการรวบรวมลิงค์อีกทีค่ะ


ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนสู่ถนนสายมิตรภาพค่ะ


รายชื่อผู้ร่วมโครงการ
::BeCoffee::
::nikanda::
::นางสาวดุ่บดั่บ::
::settembre::
::Paulo::
::Artagold::
::Unravel::
::Little Knight::
::อสัญแดหวา::
::ซองขาวเบอร์9::
::บุยบุย::
::ปีศาจความฝัน::
::tempopo::
::Summer Flower::
::นัทธ์::
::กะว่าก๋า::










Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 17:06:42 น. 27 comments
Counter : 404 Pageviews.

 
Ciao, ma adesso dove sei, in Thailandia o Italia? la tua parola è sempre dolce....io non posso scrivere cosi, devo leggere di più.

Ciao, un bacio alla piccola Giada.

da zia pukina.


โดย: settembre วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:19:15:42 น.  

 
แนวรักหวานโรแมนติก
แม้บางครั้งจะผิดหวังแต่ก็อบอุ่นอยู่ดี
ชอบๆๆๆ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:19:19:15 น.  

 
เจอประโยคนี้แล้วนึกถึงตัวเองเลยครับ

"ขอโทษหากงานเขียนของฉันจะน่าเบื่อ เพราะเขียนกี่ที กี่ครั้งกี่หน ก็เล่าเรื่องด้วยโทนเดียวกันหมด คือเหงา เศร้า และหม่น"

ทำไมกันนะผมถึงชอบเสพย์งานเขียนหมุ่นๆ เหงาๆ แล้วพอเขียนเองก็ออกมาเป็นแนวๆนั้นเหมือนกัน

แต่ในชีวิตจริงกลับไม่มีอารมณ์เหล่านั้นอยู่สักเท่าไหร่

บางทีมันอาจจะเป็นโลกภายในอีกชั้นหนึ่งก็ได้นะครับ

เหมือนในวันที่หิมะตกหนักๆ ท้องฟ้าเป็นสีเทา พายุพัดแรง

แล้วเราอยู่ในบ้านใต้ผ้าห่ม มันจะอุ่นเป็นพิเศษ


โดย: Unravel วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:21:02:38 น.  

 
โหล ๆ แจง ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะแจงขา
จริง ๆ ก็ไม่มีหน้าไปยินดีต้อนรับใครเขาได้นะคะ
เพราะปอยเองก็เป็นฝ่ายหาย ๆ ไปเสียเยอะเหมือนกัน

ปอยชอบนะคะแจง งานเขียนแนวเศร้า หวาน หม่นของแจงเนี่ย
ไม่ได้ยอกันเองเพราะว่าแจงสวยหรอกนะ (ฮา!)
แต่ว่าชอบจริง ๆ ค่ะ ไม่งั้นจะตามอ่านอยู่ไม่รู้เลิกอย่างนี้เหรอ
แล้วที่ชม ๆ ไปน่ะ ก็พูดจากใจจริงทั้งนั้นนะคะ อ่านแล้วลื่นไหล
อ่านสนุก อ่านสบาย อ่านง่าย มีคำเด็ด ๆ แฝงไว้ให้คิดเสมออีกต่างหาก
แต่ที่ไม่ได้มาอ่านบ้าง ขาดหายไปบ้างก็เพราะยุ่งจริง ๆ เท่านั้นเองค่ะ

ชอบการขอโทษสีน้ำตาลนะคะ (ไม่ได้หยิบมาโค้ด เดี๋ยวเยอะไป)
แต่งเองหรือเปล่าคะ ล่อง ๆ ชิล ๆ อ่านแล้วฝัน ๆ ดีจังค่ะ

ที่เราโหยหาอดีต อาจเป็นเพราะมันไม่หวนกลับมาแล้ว
อันนี้ก็ชอบเหมือนกันค่ะ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วยแหละนะ เฮ้อออ

.........

ป.ล.คิดถึงนะคะ คิดถึงแม้ว่าจะเจอหน้ากันแล้ว
แต่ก็ยังคิดถึงค่ะ อิอิ (เขิน)


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:21:32:34 น.  

 
สวัสดีครับคุณแจง...


อ่านเรื่องราวขอโทษของคุณแจงแล้ว เศร้าจริงๆ..
บางคำว่า ขอโทษ ก็ดูเหมือนจะพูดออกไปยากจริงๆ..

แต่ถ้าพูดออกไปแล้ว..ก็สามารถเรียนน้ำตา หรือ การให้อภัยจากอีกฝ่ายไม่ยาก
ผมคิดว่าอีกฝ่ายก็พร้อมให้อภัยอยู่แล้ว..แต่ติดตรงที่ไม่กล้าเอ่ยปากขอโทษ

หลายๆต่อหลายครั้ง ความสัมพันธ์ผมกะแฟน ต้องอึมครึม
เพราะไม่มีใครเริ่มขอโทษ ก่อน..แต่พอได้ขอโทษกัน ก็กลับเข้าใจกันมากขึ้น..


ยินดีที่ได้มาอ่านเรื่องราวการขอโทษของ เส้นทางวันนี้นะครับ..



โดย: Little Knight วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:22:33:12 น.  

 
คุณแจงหายไปไหนมาคะเนี่ยไม่เห็นในเหมันต์ขยันอ่านเลยค่ะ คิดถึงนะคะ


โดย: ส้มแช่อิ่ม วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:22:48:08 น.  

 
มาต้อนรับกลับบ้านค่ะ ...


อย่าลืมแวะไปดูโจทย์เหมันต์ขยันอ่านนะคะ
คิดว่า คุณแจงน่าจะมีหนังสือตอบได้เยอะเลยล่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:23:03:16 น.  

 
เย้! คุณแจงกลับมาแล้ว

ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

...ทักทายกันแล้ว เดี๋ยวขอเลื่อนขึ้นไปอ่าน 'ขอโทษ :: ในสายลมหนาว' ก่อน


โดย: ภาวันต์ วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:23:19:23 น.  

 
บางทีการขอโทษครั้งเดียวตั้งแต่ครั้งแรก ผมว่าก็ยังดีกว่าการขอโทษซ้ำๆซากๆ แต่มาพูดเอาเมื่อเวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว

ยินดีต้อนรับกลับบล็อกครับพี่แจง
หายไปนานคิดถึงจัง
กลับมาคราวนี้เอา 2 หัวข้อมารวมกันเลยนะครับ อิอิ


แล้วก็มายกมือขอโทษด้วยอีกคนกับ

"ขอโทษหากงานเขียนของฉันจะน่าเบื่อ เพราะเขียนกี่ที กี่ครั้งกี่หน ก็เล่าเรื่องด้วยโทนเดียวกันหมด คือเหงา เศร้า และหม่น"

ก็รู้สึกว่าแนวนี้แหละที่เขียนได้ดีที่สุดแล้วเหมือนกันครับ


ปล. เดือนหน้าโครงการเหมันต์ขยันอ่านจะเริ่มแล้ว พี่แจงจะเล่นด้วยหรือเปล่าครับ มาเล่นด้วยกันนะ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:23:20:40 น.  

 
แจงขา รอคอยมานานที่จะได้มาอัพบล็อกพร้อมกันสามคนอีก
ขาดแจงไปแล้วเหงา เหงาจริงนะไม่ได้อ้อน

ขอโทษของแจงรู้สึกถึงความอบอุ่นเจือด้วยความเข้าใจชีิวิตนะ
คิดว่าคนที่เราตั้งใจจะขอโทษก็คงรับรู้ได้เช่นกัน
เวลาผ่านรวดเร็วจัง จากร้อนฝน มาเริ่มสู่ฤดูกาลแห่งลมหนาว
วันนี้ในวันข้างหน้าก็ย่อมเป็นอดีตที่เราหวนคืนมาแก้ไขไม่ได้
ได้แต่เก็บไว้เป็นความทรงจำและประสบการณ์
บางที แม้ย้อนคืนได้ เราก็อาจจะยังทำเหมือนเดิม

ดีใจนะคะที่ได้อ่านเืรื่องวันนี้ คิดถึงตัวหนังสือแจงจัง
ขอโทษที่พูดวกวน แบบว่าง่วงแล้วล่ะ แฮ่


โดย: BeCoffee วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:23:52:19 น.  

 
ชอบตัวอักษร ของคุณแจงจังค่ะ

สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: เทียนสี IP: 62.64.155.95 วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:6:56:35 น.  

 
บางที การขอโทษนับหมื่นพันครั้ง ก็ยังไม่เท่ากับที่หัวใจรู้สึกนะครับ

หรือบางที คนที่ไม่เอ่ยขอโทษ อาจเพราะจะพูดสักกี่ครั้ง ก็ไม่อาจแทนสิ่งที่อยู่ในหัวใจ...


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:7:16:19 น.  

 
ดีใจที่ได้เห็นตัวหนังสือและได้รู้ว่าแจงกลับมานั่งที่บ้านหลังนี้อีกครั้งนะจ๊ะ คิดถึงมาก ๆ เลย

ขอโทษในสายลมหนาวของแจง เขียนให้อารมณ์ตามหัวเรื่องเป๊ะ
อ่านแล้วเหงา อ่านแล้วเหน็บหนาว แต่ก็ยังเห็นความหวังเล็ก ๆ ที่จะเห็นแสงแดดอุ่น ๆ ในวันหนึ่ง


โดย: Paulo วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:8:37:51 น.  

 
คำว่า ขอโทษ สำหรับพี่นะ คุณแจง คิดว่า
เป็นคำที่ยิ่งพูดยากก็ยิ่งทรมานมากครับ

ได้ยินพูดว่าไปหอบหนังสือมาจากงานหนังสือ
ฟังคล้ายกับว่าอยู่เมืองไทยนะครับเนี่ย

ฝากโอ๋หลานจาดาด้วยครับ คิดถึงจัง



และขอบคุณที่ถึงจะแวะเวียนไปถนนสายอื่น
บ้าง ก็ไม่เคยลืมทางมาบ้านพี่



โดย: หนูหล่อ (nulaw.m ) วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:15:22:22 น.  

 
มาอ่านผลงานของน้องแจงค่ะ

เก่งมากสามารถรวบยอดเป็นเรื่องเดียวกัน

แม่ต้องใช้เวลาหลายวันมาก ค่อยๆแต่งค่อยๆเกลาค่ะ

ยังไม่ชำนาญอิอิ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:16:06:25 น.  

 
แจงเข้าใจเรื่องที่อ้อนเขียนได้ถูกต้องแล้วจ๊ะ
"ขอโทษ" ควรบอกใครกันแน่
ความสำคัญของคำว่าขอโทษ คือเพื่อใคร เพื่อตัวเอง
หรือเพื่อผู้อื่น ประมาณนี้นะ


โดย: BeCoffee วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:22:46:18 น.  

 
ได้ข่าวว่าที่หายไปเนี่ยเพราะว่ากลับมาเที่ยวเมืองไทยหรอครับ
แถมยังไปเดินงานสัปดาห์หนังสือมาอีก
แล้วอย่าลืมมารายงานความเสียหายนะครับว่าได้หนังสืออะไรไปบ้าง?


ปล. อย่าหายไปไหนนานๆอีกนะครับ คิดถึง


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:23:33:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เอาความรักความห่วงใยมาฝากนะคะ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยแล้วยังไงรบกวนดูแลตัวเองงด้วยนะ
นุช.......ชอบบล็อคนี้จังมีอะไรดีๆ เยอะแยะเลยค่ะ
รัก...........และห่วงใยนะคะ


โดย: นภาพันแสง วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:6:47:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณแจง..

คุณแจงตอบเม้นท์ผมได้โดนใจที่สุดเลย..
ใช่แล้วครับ..ความจริงการขอโทษก็ไม่จำเป็นต้องทำผิดเสมอไปนะครับ

แต่ขอโทษบ่อยเกินไปก็อาจจะดูน่ารำคาญไปได้เนอะ..
มีความสุขมากๆนะครับ..



โดย: Little Knight วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:7:21:19 น.  

 
อ่านแล้วได้บรรยากาศเหงา ๆ จริงๆ แหละ เหมือนเราจะคุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน บางทีอยากจะเดินหน้าก็ทำไม่ได้อยากจะถอยหลังก็ไม่แน่ใจ อยากจะเอ่ยอะไรซักอย่างก็ไม่ได้ทำ แม้แต่เอ่ยคำว่าขอโทษยังไม่กล้าเลย


โดย: Summer Flower วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:10:35:23 น.  

 
ฮัลโหลคนสวย
คิดถึงค่ะ เลยแวะมาทักทายนะ
อิอิ
ส่งลิงค์ไปให้ทางเมล์แล้วนะคะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:20:14:32 น.  

 
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมค่ะ
มีเวลาไปช่วยโหวดให้แม่หน่อยนะคะ

ไปดูนางนพมาศที่ส่งประกวดได้ที่บ้านแม่ได้ค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:4:54:54 น.  

 
ขอตามมาเล่าเรื่อง The English patient เล็กน้อยค่ะ เรื่องที่เขียนเป็นแค่ส่วนนึงของหนัง จริงๆ หนังกล่าวถึงความรักของพระเอกนางเอกที่มีให้กันจนวาระสุดท้ายของชีวิต เรื่องนี้ตัดต่อดีมากแต่เล่าไม่ค่อยถูก ต้องดูจะรู้ว่าตัดต่อเนื้อเรื่องดีจริงๆ

คือว่าพระเอกเครื่องบินตก (ถ้าจำไม่ผิด) ไฟคลอกอาการหนัก แล้วก็เล่าเรื่องชิวิตรักของตัวเองให้นางพยาบาลฟัง
ว่าตัวเองรักกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว สามีนางเอกรู้ก็อึ้งๆ ทำไรไม่ถูก

จำเนื้อเรื่องไม่ได้หมดแต่ตอนสุดท้ายนางเอกขาหัก (จากเครื่องบินตกหรือเปล่าจำไม่ได้) รอพระเอกอยู่ในถ้ำแล้วก็เขียนไดอารี่บรรยายความรักถึงพระเอก สุดท้ายก็ตายอยู่ในถ้ำ รอพระเอกมาช่วยไม่ไหว ตอนนี้ก็ซึ้งเล็กน้อย เค้ารักกันจริงๆ แหละแต่

โดยรวมแล้วสงสารสามีนางเอกตอนที่เค้านั่งรอนางเอกอยู่ในรถ ตอนนั้นดูแล้วเสียใจแทนเค้าจริงๆ เลย ยังอินอยู่เลยค่ะ


โดย: Summer Flower วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:9:00:45 น.  

 
นิชอบงานเขียนแนวนี้นะคะ
เหงา เศร้า หม่น
เพราะนิรู้สึกว่า เหล่านี้แหละคือความจริงของชีวิต

บางครั้งก็อดคิดเล่นๆไม่ได้ว่า
ความเศร้าก็น่าหลงใหลเหมือนกัน


โดย: บุยบุย วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:21:59:33 น.  

 
แม่มาขอเนื้อที่ประชาสัมพันธ์หน่อยค่ะ
โครงการณ์ All About Loy Krathong

อย่าลืมไปโหวดกันนะคะ
1-4 พย.นี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ


Photobucket


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:5:35:25 น.  

 
คุณแจงที่รักอ้อนส่งลิ้งค์เพิ่มไปให้ทางเมลแล้วนะคะ
ขาดอยู่ 3 คนค่ะ

แวะมาบอกด้วยว่าเสียใจจังพลาดอวยพรวันเกิดปอยไปค่ะ
ไม่ได้เข้ามาหน่อยเดี่ยวเสียดายจัง
เรื่องเหมันต์เข้าไปดูกระทู้แล้วนะคะ คึกคักเชียวเลยกลับมา
อ่านโจทย์เงียบๆ
ใช้หมองนั่งมาธิ อิอิ


โดย: BeCoffee วันที่: 3 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:45:25 น.  

 
ขอบคุณค่ะ..อ้อน
แก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ดูท่าว่าจะดองบล็อกนาน
เอาไว้เจอกัน..หัวข้อหน้านะคะ


โดย: nikanda วันที่: 4 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:11:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nikanda
Location :
จันทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]




ลายปากกา









New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nikanda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.