กันยายน 2561

 
 
 
 
 
 
3
4
6
7
8
9
11
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
27
29
30
 
 
All Blog
ตำนานของสแปนเด็กซ์ (spandex) นวัตกรรมของเส้นใยเปลี่ยนโลก



ตำนานของสแปนเด็กซ์ (spandex) นวัตกรรมเส้นใยเปลี่ยนโลก

สแปนเด็กซ์ (Spandex)  คือเส้นใยสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบา  ซึ่งอุตสาหกรรมเสื้อผ้านำมาใช้ในการทำเสื้อผ้ายืด (เสื้อยืด) ได้เช่น เสื้อผ้าสำหรับกีฬา  ซึ่งประกอบด้วยโพลียูรีเทนชนิดยาวที่เรียกว่าโพลียูรีเทน  ทำจากโพลิเอสเทอร์ที่ทำปฏิกิริยากับไดอิโซไซยาเนต  โพลิเมอร์จะถูกเปลี่ยนเป็นเส้นใยโดยใช้วิธีหรือเทคนิคที่เรียกว่าการปั่นแบบแห้ง  ซึ่งมีการผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950  ซึ่งในช่วงทศวรรษนี้ได้มีความพยายามที่จะพัฒนาผ้าสแปนเด็กซ์เพื่อนำมาทดแทนยาง  แม้ว่าในช่วงนั้นตลาดสแปนเด็กซ์ยังคงมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเส้นใยประเภทอื่นๆ  เช่นผ้าฝ้ายหรือไนลอน   แต่การใช้งานใหม่ๆ สำหรับเส้นใยสแปนเด็กซ์ก็มีการถูกวิจัยและค้นพบอย่างต่อเนื่อง

สแปนเด็กซ์ (Spandex) เป็นโพลิเมอร์สังเคราะห์ทางเคมีที่ทำจาก polyglycol แบบโซ่ยาว นำมารวมกับสาร diisocyanate ชนิดสั้นและผสมกับยูรีเทนอย่างน้อย 85% เป็น elastomer หมายถึงว่ามันสามารถยืดออกไปได้อีกในระดับหนึ่งเมื่อถูกดึงและจะหดตัวได้เมื่อปล่อยออกมา  เส้นใยเหล่านี้ดีกว่ายางเนื่องจากมีความแข็งแรง มีน้ำหนักเบาและมีความหลากหลายขึ้น  ในความเป็นจริงแล้วเส้นใยแปนเด็กซ์สามารถยืดได้ถึงเกือบ 5 เท่าของความยาวเดิมของมัน

คุณสมบัติพิเศษที่มีความยืดหยุ่นของเส้นใยสแปนเด็กซ์นี้เป็นความพิเศษโดยตรงที่เกิดจากองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ  เส้นใยนี้ประกอบขึ้นด้วยเส้นโพลิเมอร์จำนวนมาก  เส้นใยเหล่านี้ประกอบด้วยเส้นใยสองประเภท ได้แก่ 1.คือส่วนที่ยาวและไม่มีรูปร่าง  และ 2.ส่วนที่แข็ง ในสภาวะธรรมชาติของพวกเขาส่วน อสัณฐาน (หมายถึงของแข็งที่มีการจัดเรียงอนุภาคภายในไม่เป็นระเบียบ) มีโครงสร้างโมเลกุลแบบสุ่ม  พวกเขาทำการผสมและทำให้เส้นใยนุ่มด้วยส่วนแข็งของพันธะโพลิเมอร์มาผสมกับส่วนพันธะอื่นๆ และทำให้โครงสร้างเส้นใยแข็ง เมื่อมีแรงมาใช้เพื่อยืดเส้นใยพันธะระหว่างส่วนแข็งจะหักและส่วนอสัณฐานตรงออก ทำให้ส่วนของอสัณฐานนั้นยาวขึ้นซึ่งจะช่วยเพิ่มความยาวของเส้นใย เมื่อเส้นใยยืดออกไปจนถึงความยาวสูงสุดส่วนที่แข็งจะเกาะติดกันอีกครั้ง กลุ่มอสัณฐานยังคงอยู่ในสถานะที่ยาวนานขึ้น ทำให้เส้นใยแข็งและแกร่งขึ้น หลังจากเมื่อถอดแรงออกแล้วส่วนที่ไม่เป็นรูปเป็นก้อนจะหดตัวและเส้นใยจะกลับสู่สภาพที่คลายตัว  และด้วยการใช้คุณสมบัติยืดหยุ่นของเส้นใยสแปนเด็กซ์นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถสร้างเนื้อผ้าที่มีคุณสมบัติยืดและแข็งแรงได้

การนำเส้นใยสแปนเด็กซ์มาเป็นแกนหลักในการทอผ้า ทำให้เกิดประโยชน์หลายๆอย่าง  ข้อแรก สามารถยืดเส้นใยออกไปได้เรื่อย ๆ และจะหดกลับมาจนเกือบกลับสู่ขนาดและรูปร่างเดิม  ข้อสอง เส้นใยมีน้ำหนักเบา นุ่มและเรียบ  และเส้นใยสแปนเด็กซ์ยังสามารถย้อมสีได้ง่ายอีกด้วย  นอกจากนี้เส้นใยสแปนเด็กซ์ยังมีความยืดหยุ่นเนื่องจากนี้ยังมีความทนทานต่อการขัดถู  ทนทานต่อน้ำมันเหงื่อและผงซักฟอกที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย  สามารถเข้ากันได้กับวัสดุเส้นใยประเภทอื่น ๆ  รวมทั้งยังสามารถดัดแปลง บิดงอเข้ากับเส้นใยประเภทอื่น ๆ เพื่อผลิตผ้าที่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งมีลักษณะของเส้นใยทั้งสองแบบ เส้นใยสแปนเด็กซ์ (Spandex) ถูกนำไปใช้ผลิตเป็นเสื้อผ้าเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน  เพราะการที่เส้นใยมีน้ำหนักเบาและไม่จำกัดการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่มักนำใช้ในการผลิดเสื้อผ้าที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานในการสวมใส่   ซึ่งรวมไปถึงการผลิตเสื้อผ้าประเภทชุดกีฬา เช่น ชุดว่ายน้ำ กางเกงสำหรับปั่นจักรยาน และชุดออกกำลังกาย เป็นต้น และด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมกับรูปแบบของผ้าสแปนเด็กซ์ทำให้มันเหมาะที่จะนำไปใช้สำหรับใช้ด้านในใต้เสื้อผ้า  ดังนั้นจึงมีการนำไปใช้ในแถบเอว, ผลิดเป็นสายรัด,  ผลิตเป็นยกทรงและกางเกงใน

การวิจัยและพัฒนาเส้นใยสแปนเด็กซ์เริ่มขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในเวลานั้นนักเคมีต้องรับมือกับความท้าทายในการวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์สำหรับนำมาทดแทนยาง สองปัจจัยที่คอยกระตุ้นให้เกิดการวิจัยของพวกเขาขึ้น  อย่างแรกคือความพยายามในการนำมาใช้ทดแทนยางในช่วงของสงครามให้มากที่สุด  และข้อสองความไม่แน่นอนและความผันผวนของราคายาง   ดังนั้นการพัฒนายางสังเคราะห์เพื่อทดแทนยางพาราก็จะสามารถแก้ปัญหาทั้งสองอย่างได้    เป้าหมายในตอนแรกของพวกเขาคือการพัฒนาเส้นใยที่ยืดหยุ่นและทนทานด้วยโพลิเมอร์สังเคราะห์  เมื่อปีพ.ศ. 2483  ได้มีการผลิตยูรีเทนตัวแรก   โพลิเมอร์ชนิดนี้นำเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหงือกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้  ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการนำมาใช้สำหรับผลิดยาง  และในเวลาเดียวกันนี้เองนักวิทยาศาสตร์ที่  Du Pont  ก็สามารถผลิตโพลิเมอร์ไนลอนต้นแบบได้สำเร็จ   โพลิเมอร์ไนลอนต้นแบบเหล่านี้มีความแข็งแรงมากดังนั้นจึงมีเริ่มมีความพยายามที่จะทำให้โพลิเมอร์นี้เกิดยืดหยุ่นมากขึ้น   ในมีการวิจัยต่อมานักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโพลียูรีเทนอื่นๆ   ก็สามารถทำให้เป็นเส้นด้ายที่ละเอียดได้ด้วยเช่นกัน   พวกเขาจึงค่อนข้างมั่นใจว่าโพลิเมอร์เหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในการนำมาผลิตเป็นไนลอนยืดยาวหรือทำเป็นเส้นใยในการผลิตเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบาได้

       เส้นใยแปนเด็กซ์ (spandex) ตัวแรกได้ผลิตขึ้นในการทดลองครั้งนี้โดยมีหนึ่งในผู้บุกเบิกในด้านเคมีโพลิเมอร์  Farbenfabriken Bayer ซึ่งเขาได้รับสิทธิบัตรเยอรมันสำหรับการสังเคราะห์ของเขาในปี 1952 และขั้นสุดท้ายในการพัฒนาของเส้นใยถูกดำเนินการอย่างเป็นอิสระโดยนักวิทยาศาสตร์ที่  Du Pont ร่วมกับ บริษัท ยางของสหรัฐฯ  Du Pont ได้ใช้ชื่อแบรนด์ว่า  Lycra และเริ่มดำเนินการผลิตเต็มรูปแบบขึ้นในปีพ.ศ. 2505 และในปัจจุบัน Du Pont ก็กลายเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตเส้นใยแปนเด็กซ์ (spandex)  มีวัตถุดิบหลายชนิดถูกนำมาใช้เพื่อผลิตเป็นเส้นใยสแปนเด็กซ์ที่ยืดได้    ซึ่งรวมไปถึงโพลีโพรพิลีนที่นำมาเป็นแกนกลางของเส้นใย  ที่ช่วยปกป้องสีและเส้นใยของโพลิเมอร์  โพลีโพรพิลีนทั้งสองชนิดมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการนำมาเป็นแกนกลางในการผลิตเส้นใยโพลีเมอร์ได้ดี    ข้อแรกคือค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูง ในขณะที่ชนิดอื่นค่อนข้างแข็ง   แมโครไกลคอลสามารถนำมาทำเป็นโพลีเอสเตอร์ โพลีอีเธอร์(polyether)  โพลีคาร์บอเนต (polycarbonate) โพลิแคปโปรแลคโทน  (polycaprolactone) หรือ การนำเอาโพลิเมอร์หลายๆชนิดมารวมกัน โพลิเมอร์เหล่านี้เป็นโซ่ยาวซึ่งมีกลุ่มไฮดรอกซิล (-OH) อยู่ที่ปลายทั้งสองด้าน   คุณลักษณะที่สำคัญของโมเลกุลเหล่านี้คือมีความยาวและความยืดหยุ่น   และเส้นใยสแปนเด็กซ์ส่วนที่ว่านี้มีการตอบสนองต่อการยืดยาวของมันได้ดี  โพรพิลีนชนิดอื่นๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตสแปนเด็กซ์เป็นพอลิเมอไดซิโอไซยาเนต (diisocyanate)  นี่คือโพลิเมอร์โซ่สั้นซึ่งมีกลุ่ม isocyanate (-NCO) ที่ปลายทั้งสองข้าง  ดังนั้นคุณลักษณะสำคัญของโมเลกุลนี้คือความแข็งแกร่งของมัน นั้นจึงทำให้ในเส้นใยโมเลกุลประเภทนี้มีความแข็งแรงมาก

 เสื้อกล้ามผูกคอ สแปนเด็กซ์ (spandex)  
 
 
 เสื้อยืด สแปนเด็กซ์ (spandex)
       
ชุดแซกที่ผลิดจากผ้าสแปนเด็กซ์ มีความแข็งแรง สีสันสดใส คงทน ยืดหยุ่นและสวมใส่สบายตัว

เสื้อยืดกางเกงเลกกิ้ง เลกกิ้งขาสั้น เลกกิ้งขา 5 ส่วน ชุดแซก เสื้อยืดคอกลม ผ้าสแปนเด็กซ์  สวมใส่สบาย น้ำหนักเบา  ซับเหงื่อได้ดีชุดเดรส เสื้อกล้ามเสื้อเกาะอก เสื้อแขน 5 ส่วน เสื้อแขนยาว เสื้อแขนสั้น เสื้อผ้ามัดย้อม เสื้อคลุมเสื้อกล้ามชาย เสื้อคอกลมชาย เสื้อคอวีชาย เสื้อแขนกุดชาย sapendex spandex สแปนเด็กซ์สเปนเดก sapandex

ประวัติของเครื่องรัดตัว   เครื่องรัดตัว ถูกผลิตขึ้นโดย Jacob Kindliman of New York City ในปี 1890 Kindliman, corsetiere, และแทบจะไม่ต้องมีการโฆษณาเลย  เพราะในเวลานั้นผู้หญิงในยุคนั้นมีความคิดว่าจำเป็นต้องใส่เครื่องรัดตัวและคิดว่าจะเป็นการแต่งกายที่ไม่เหมาะสมหากไม่ได้ใส่เครื่องรัดลำตัวด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความมันเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคนในยุคนั้น  จนมาถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ยี่สิบ   เครื่องรัดตัวก็ได้กลายมาเป็นเครื่องแต่งกายแบบยกทรงที่ใช้ผูกเอวในชุดว่ายน้ำแบบครบวงจรและก็กลายมาเป็นเครื่องต่างกายมาตรฐานสำหรับชุดเดรสแฟชั่น

    แล้วในช่วงยุคก่อนที่จะมีเส้นใยสแปนเด็กซ์นั้น  เครื่องรัดตัวของร่างกายเป็นแบบไหนล่ะ?   ในช่วงศตวรรษที่สิบแปด ผ้าห่มที่หนาและอ้วนดูเหมือนจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องรัดตัวที่แน่นหนา  ในช่วงต้นศตวรรษที่สิบเก้า กระดูกในปากของปลาวาฬที่บางและงอได้ได้ถูกนำมาเย็บลงไปในตะเข็บรัดตัว  อย่างไรก็ตามเครื่องรัดตัวหลังศตวรรษ 1800 ประกอบไปด้วยแถบเล็กๆที่ทำจากเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยผ้า ชุดรัดตัวที่หุ้มด้วยเหล็กดังกล่าวทำให้มีการจำกัดการเคลื่อนไหวหรือเกิดความไม่คล่องตัวตอนสวมใส่   ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสตรีชาวอเมริกันได้แยกส่วนของเครื่องรัดตัวออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรกเป็นแถบที่ใช้ในการรองรับส่วนของหน้าอก  และส่วนที่สองคือผ้าคาดเอวและสะโพก   เมื่อมีการนำพรีโพลิเมอร์ (prepolymers) สองชนิดผสมเข้าด้วยกัน มันทำให้เกิดการตอบสนองต่อการสร้างเส้นใยแปนเด็กซ์ ซึ่งในปฏิกิริยานี้เรียกว่า “ไฮดรอกซิล”

กลุ่ม (-OH) ใน macroglycols ทำเกิดปฏิกิริยากับ isocyanates โดยโมเลกุลแต่ละตัวจะถูกเพิ่มเข้าไปในตอนท้ายของโมเลกุลอื่นและทำให้เกิดพอลิเมอร์แบบโซ่ยาวขึ้นมา  วิธีนี้เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นขั้นตอนการเจริญเติบโตหรือเพิ่มพอลิเมอร์   ในการเริ่มต้นปฏิกิริยานี้ต้องใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเช่น diazobicyclo [2.2.2] ออกเทน   เพื่อเพิ่มโมเลกุลน้ำหนักของโมเลกุลอื่นๆ   เพื่อควบคุมน้ำหนักโมเลกุลของเส้นใย   เส้นใย สแปนเด็กซ์  (Spandex)  มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากปัจจัยหลายๆอย่าง รวมทั้งความร้อน การปนเปื้อนในบรรยากาศที่เบาและคลอรีน  ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดค้นวิจัยเพิ่มเติมและได้มีการเพิ่มความคงตัวเพื่อป้องกันเส้นใย  โดยการใส่สารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสารกันบูดชนิดหนึ่ง    สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆจะถูกเพิ่มเข้าไปในเส้นใยรวมทั้ง phenol เพื่อขัดขวาง monomeric และ polymerizer  เพื่อป้องกันจากการถูกแสงอัลตราไวโอเลต (UV) screeners เช่น hydroxybenzotriazoles ถูกเพิ่มเข้ามา  การเพิ่มสารประกอบที่ยับยั้งการเปลี่ยนสีของเส้นใยที่เกิดจากมลพิษในชั้นบรรยากาศ และเป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่เพิ่มความเสถียรภาพของเส้นใย  สารเหล่านี้มักจะเป็นสารประกอบที่มีฟังก์ชันการทำงานของอะซีนตติยภูมิซึ่งสามารถมีปฏิกิริยาตอบสนองกับออกไซด์ของไนโตรเจนในมลพิษทางอากาศ  ตั้งแต่ที่ได้มีการนำผ้าสแปนเด็กซ์มาใช้ผลิดเพื่อทำเป็นชุดว่ายน้ำ  มีการเติมแต่งโดยการใส่สารต่างๆเข้าไป  สารกันบูดทั้งหมดที่เพิ่มเข้าไปในเส้นใยสแปนเด็กซ์ถูกออกแบบเพื่อให้คงทนต่อการถูกสารประเภทตัวทำละลายเพราะอาจสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเส้นใยได้

     ในการผลิตเส้นใยแปนเด็กซ์ขึ้นมาครั้งแรกนั้นเส้นใยสแปนเด็กซ์จะเป็นสีขาว ดังนั้นเพื่อความสวยงามจึงมีการย้อมสีเข้าไป โดยการใช้สารกำจัดกากและกรด  เมื่อมีการทอเส้นใยแปนเด็กซ์เข้ากับเส้นใยอื่นๆ เช่นไนล่อนหรือโพลีเอสเตอร์  เส้นใยสังเคราะห์สแปนเด็กซ์ Spandex สามารถผลิตขึ้นมาด้วยวิธีที่แตกต่างกันได้ 4 วิธี ได้แก่ การหลอม  การอัดรีด  การปั่น และการปั่นแบบแห้งและแบบเปียก ซึ่งแต่ละวิธีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนแรกของการทำปฏิกิริยาโมโนเมอร์เพื่อผลิตพรีโพรลิเมอร์ จากนั้นพรีโพลีเมอร์จะทำปฏิกิริยาต่อไปในรูปแบบต่างๆและจะสามารถดึงออกมาเพื่อผลิตเส้นใยยาว  แต่วิธีการปั่นด้ายแบบใช้สารละลายแบบแห้งเป็นวิธีที่กว่า 90% ของทั่วโลกใช้วิธีนี้ในการผลิตเส้นใยสแปนเด็กซ์  

ปฏิกิริยาโพลิเมอร์  

1 ขั้นตอนแรกในการผลิตแปนเด็กซ์คือการผลิตการผลิต พรีโพลิเมอร์ โดยการผสม macroglycol กับ monomer diisocyanate  โดยสารประกอบจะถูกผสมลงในภาชนะเพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาและภายใต้สภาวะที่เหมาะสมที่พวกเขาทำปฏิกิริยาเพื่อเตรียมตัวในการสร้างพรีโพลิเมอร์  และเนื่องจากอัตราส่วนของวัสดุที่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดเส้นใยที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป  จึงต้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด อัตราส่วนทั่วไปของไกลคอลกับ diisocyanate อาจเป็น 1: 2

2 ในการผลิตเส้นใยแบบปั่นแห้ง prepolymer  จะถูกทำปฏิกิริยาต่อไปด้วย diamine ที่เท่ากัน ขั้นตอนนี้เรียกว่าปฏิกิริยาต่อเนื่องของลูกโซ่ สารละลายที่ได้จะเจือจางไปด้วยตัวทำละลายเพื่อผลิตสารละลายปั่น ตัวทำละลายจะช่วยทำให้สารละลายมีความบางและจัดการได้ง่ายขึ้น จากนั้นจะสูบเข้าไปในส่วนของขั้นตอนการผลิตขั้นต่อไป  การผลิตเส้นใย

3 สารละลายที่ใช้ปั่นด้ายจะถูกสูบเข้าไปในส่วนของการปั่นด้ายรูปทรงกระบอกซึ่งจะถูกทำให้แห้งและเปลี่ยนเป็นเส้นใย  ในส่วนนี้สารละลายโพลิเมอร์จะถูกบังคับให้ผ่านแผ่นโลหะเรียกว่า spinneret ซึ่งมีรูเล็ก ๆ เต็มไปหมด และนี่เป็นสาเหตุให้วิธีการแก้ปัญหาเกิดขึ้นในเส้นของโพลิเมอร์เหลว  เมื่อเส้นใยผ่านเซลล์จะถูกให้ความร้อนด้วยไนโตรเจนและแก๊ส  และด้วยวิธีการนี้เองที่ทำให้พอลิเมอร์ของเหลวทำปฏิกิริยาทางเคมีและเกิดการสร้างเส้นใยที่เป็นของแข็งขึ้นมา

4 เมื่อเส้นใยออกจากเซลล์ ปริมาณของเส้นใยแข็งจะถูกรวมเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ความหนาตามที่ต้องการ  ด้วยวิธีการคือใช้อุปกรณ์อัดอากาศเพื่อบิดเส้นใยเข้าด้วยกัน  และนั้นก็คือเส้นใยสแปนเด็กซ์เกิดจากการรวมเส้นใยขนาดเล็กจำนวนมากเข้าด้วยกันให้ยึดติดกัน  และเส้นใยเหล่านี้ตามธรรมชาติมีความหนึดในตัวอยู่ในระดับนึงอยู่แล้ว

ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ   เพื่อให้เส้นใยสแปนเด็กซ์เหล่านี้มีคุณภาพตามความต้องการของผู้ผลิต จึงต้องมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอนของการผลิต  ขั้นแรกของตรวจสอบจะเริ่มต้นด้วยการประเมินวัตถุดิบที่เข้ามา   โดยการทดสอบคุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพต่างๆอย่างละเอียด  ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบค่า pH, ความถ่วงจำเพาะและความหนืดของ diisocyanate  นอกจากนี้ในบางครั้งก็อาจจะประเมินในลักษณะสีและกลิ่นแทนก็ได้เช่นกัน  และด้วยการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับวัสดุเริ่มต้นด้วยวิธีเหล่านี้  ทำให้ผู้ผลิตสามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกันได้เป็นอย่างดี     หลังจากการผลิต  เส้นใยสแปนเด็กซ์จะต้องได้รับการทดสอบ  ซึ่งการทดสอบเหล่านี้อาจจะรวมไปถึงการประเมินความยืดหยุ่นของเส้นใย  ความยืดหยุ่นและการดูดซับ  

ในอนาคตคุณภาพของเส้นใยแปนเด็กซ์จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มวิจัยพัฒนา   การวิจัยต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เขาสามารถพัฒนาดีขึ้นต่อไปอีก  ตัวอย่างเช่นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าด้วยวิธีการเปลี่ยนโพรพิโอโพลีเอทีน   ทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาเส้นใยที่มีลักษณะยืดตัวได้ดียิ่งขึ้น    และคุณสมบัติอื่น ๆ สามารถปรับปรุงได้โดยการใช้อัตราส่วนของโพรพิโอลีนที่แตกต่างกัน  ตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดีขึ้นและสารตัวเติมต่างๆ   นอกเหนือจากการปรับปรุงเส้นใยสแปนเด็กซ์แล้ว  ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีการผลิตผ้าขั้นสูงซึ่งรวมไปถึงการผสมเส้นใยแปนเด็กซ์ด้วยเส้นใยธรรมดา  ปัจจุบันมีการผสมเส้นใยไนลอน / สแปนเด็กซ์   ทำให้การค้นคว้าปรับปรุงเส้นใยสแปนเด็กซ์ต่อไปให้ดียิ่งขึ้น  การค้นพบเหล่านี้จะมุ่งเน้นการผลิตเส้นใยที่แข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดียิ่งขึ้น มีความคงทนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


เสื้อยืด กางเกงเลกกิ้ง เลกกิ้งขาสั้น เลกกิ้งขา 5 ส่วน ชุดแซก ชุดเดรส เสื้อกล้าม เสื้อเกาะอก เสื้อแขน 5 ส่วน เสื้อแขนยาว เสื้อแขนสั้น เสื้อผ้ามัดย้อม เสื้อคลุม เสื้อกล้ามชาย เสื้อคอกลมชาย เสื้อคอวีชาย เสื้อแขนกุดชาย sapendex spandex สแปนเด็กซ์ สเปนเดก sapandex

 

บทความนี้แปลมาจาก

https://www.madehow.com/Volume-4/Spandex.html

อาจจะมีคำบางคำ ที่อาจจะไม่ถูกต้องนัก ข้าพเจ้าต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย




Create Date : 02 กันยายน 2561
Last Update : 11 กันยายน 2561 13:51:10 น.
Counter : 189 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 4754484
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]