ประกันชีวิตแบบ Universal Life มีดียังไง?




ประกันชีวิตแบบ Universal Life มีดียังไง?




สวัสดีคร้าบ จากที่ผ่านมา ผมได้เคยให้ความรู้เรื่องประกันชีวิตประเภทต่างๆมาแล้ว (ใครยังไม่เคยศึกษา ตามไปอ่านได้ที่ ซื้อประกันอย่างไรให้ถูกต้องและสบายใจ) แต่ยังเหลืออีกประเภทหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นที่รู้จักกันน้อยมากๆ ทั้งๆที่เป็นประกันชีวิตที่ประเภทที่มีประโยชน์และมีจุดเด่นอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือประกันชีวิตแบบ “ยูนิเวอร์แซล ไลฟ์” (Universal Life : ขอเรียกสั้นๆว่า UL) ซึ่งเป็นประกันชีวิตควบคู่การลงทุน (Investment-Linked) รูปแบบหนึ่ง ที่คล้ายคลึงกับแบบยูนิตลิงค์ แต่จะแตกต่างกันยังไง? มีจุดเด่นจุดด้อยอยู่ตรงไหน? ใครที่เหมาะกับประกันชีวิตประเภทนี้? เรามาศึกษากันดีกว่าครับ!



UL แตกต่างจากประกันชีวิตประเภทอื่นๆยังไง?



ก่อนอื่น อยากให้เข้าใจโครงสร้างของประกันชีวิตก่อนว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบประกันประเภทไหน เบี้ยประกันที่เราจ่ายไปจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็น “ค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองชีวิต” กับส่วนที่เป็น “เงินออม/เงินลงทุน” (แนะนำให้อ่านเรื่องนี้รวมถึงศึกษาประกันชีวิตแบบยูนิตลิงค์เพิ่มเติมได้ที่ เจาะลึก! ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน Unit-Linked)ซึ่งเบี้ยส่วนที่เป็นเงินลงทุนของประกันชีวิตแบบดั้งเดิมทั่วไป (ตลอดชีพ, สะสมทรัพย์, บำนาญ) บริษัทจะเป็นคนบริหารเงินลงทุนเอง ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำๆ เช่น เงินฝาก หรือพันธบัตร เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากต้องมีการการันตีผลตอบแทนเป็นเงินคืนให้ผู้ถือกรมธรรม์ ทำให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากไม่ได้ ส่วนแบบยูนิตลิงค์ เบี้ยในส่วนของการลงทุน บริษัทจะให้ผู้ถือกรมธรรม์เป็นคนวางแผนลงทุนและรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง ด้วยการให้เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทคัดเลือกมาแล้ว ทำให้ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ได้จะไม่มีการการันตี ผลตอบแทนได้เท่าไหร่อยู่ที่การวางแผนของเราเอง

ขณะที่แบบ UL ผลประโยชน์หรือผลตอบแทนที่ได้ จะเหมือนเป็นลูกครึ่ง อยู่กึ่งกลางระหว่างแบบธรรมดา กับแบบยูนิตลิงค์ โดยที่บริษัทประกันจะเป็นคนบริหารการลงทุนด้วยตัวเอง แต่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายขึ้น มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น ในตราสารหนี้ หรือในตราสารทุน (หุ้น) เพื่อเพิ่มโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าแบบประกันทั่วไป แต่ก็ไม่ได้เสี่ยงเท่าแบบยูนิตลิงค์ (ถ้าวางแผนลงทุนแบบอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ) ที่สำคัญคือ “มีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ” ที่ผู้ถือกรมธรรม์จะได้ด้วย (เช่น บริษัทรับรองผลตอบแทนขั้นต่ำ 1% ต่อปี แปลว่า ถ้าปีไหนผลตอบแทนจริงออกมาต่ำกว่า 1% บริษัทก็จะจ่ายผลตอบแทนให้เรา 1% แต่ถ้าปีไหนบริษัททำผลตอบแทนได้สูงกว่า 1% ผู้ถือกรมธรรม์ก็จะได้รับผลตอบแทนตามจริงที่บริษัททำได้เท่านั้นเลย)



นอกจากนี้ในส่วนของการชำระเบี้ยประกันและความคุ้มครอง โดยทั่วไป UL จะมีความคล้ายคลึงกับแบบยูนิตลิงค์ คือมีทั้งแบบ “จ่ายเบี้ยรายงวด” (Regular Premium) (คือจ่ายเบี้ยมากกว่า 1 ปี) กับแบบ “จ่ายเบี้ยครั้งเดียว” (Single Premium) โดยแบบจ่ายเบี้ยรายงวด สามารถกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย และระยะเวลาคุ้มครองเองได้ (โดยคุ้มครองได้นานสุดถึงอายุ 99 ปี หากต้องการคุ้มครองสั้นกว่านั้น ก็สามารถทำได้ ด้วยการปิดกรมธรรม์โดยการเวนคืนมูลค่าเงินสดกรมธรรม์เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองที่ต้องการ (แต่ถ้าหากปิดเร็วไป หรือจ่ายเบี้ยสั้นกว่าระยะเวลาคุ้มครองมากๆ มูลค่าเงินสดที่ได้อาจจะน้อยกว่าเบี้ยทั้งหมดที่จ่ายไปก็ได้)) ซึ่งแบบนี้จะสามารถปรับเพิ่ม – ลดความคุ้มครองชีวิตตามความจำเป็นได้ (แต่ต้องไม่ต่ำกว่าความคุ้มครองที่เป็นทุนประกันขั้นต่ำ) ส่วนแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว ซึ่งเป็นแบบที่จ่ายเบี้ยเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถได้ความคุ้มครองไปตลอดระยะเวลาของสัญญาเลย แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถปรับเพิ่ม – ลดทุนประกันได้ และมีความคุ้มครองต่ำ (สูงกว่าเบี้ยที่จ่ายไปไม่มาก)



นั่นทำให้ประกันชีวิตแบบ UL มีความคล้ายคลึงกับแบบยูนิตลิงค์อย่างมาก ต่างกันก็เพียงแค่ UL มีความแน่นอนของผลตอบแทนมากกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่า และมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ โดยมีบริษัทประกันเป็นผู้บริหารการลงทุนเอง ขณะที่แบบยูนิตลิงค์ จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงกว่า และเราต้องเป็นคนบริหารการลงทุนเอง รับผิดชอบความเสี่ยงและผลขาดทุนด้วยตัวเอง





เทียบกับประกันชีวิตแบบดั้งเดิม (สะสมทรัพย์) และแบบยูนิตลิงค์ (ควบการลงทุน) กับแบบ UL



1. ด้านความคุ้มครองชีวิต

แบบสะสมทรัพย์ = ทุนประกันที่ได้ไม่สูงมากนัก ไม่เหมาะกับทำเพื่อเน้นคุ้มครอง

แบบยูนิตลิงค์ = ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยรายงวด สามารถเลือกทุนประกันให้สูงๆได้ ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว ทุนประกันจะต่ำที่สุดกว่าแบบอื่นๆ (สูงกว่าเบี้ยนิดเดียว)

แบบ UL = เหมือนกับแบบยูนิตลิงค์



2. ด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง

แบบสะสมทรัพย์ = ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ แต่มีการการันตี กำหนดตายตัว (ประมาณ 1% กว่าๆ ถึง 2% กว่าๆต่อปี) ไม่มีความเสี่ยงเลย บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง

แบบยูนิตลิงค์ = ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับการวางแผนลงทุน ถ้าเลือกแผนการลงทุนแบบเสี่ยงสูง อาจมีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน ผู้ถือกรมธรรม์เป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง โดยสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทคัดเลือกมาให้

แบบ UL = ผลตอบแทนและความเสี่ยงต่ำกว่าแบบยูนิตลิงค์ แต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบสะสมทรัพย์ โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน แต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบสะสมทรัพย์ บริษัทประกันเป็นคนบริหารการลงทุนและรับความเสี่ยงเอง



3. ด้านความยืดหยุ่น

แบบสะสมทรัพย์ = ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถเลือกอะไรได้เลย บริษัทประกันเป็นคนกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย ระยะเวลาคุ้มครอง ผลตอบแทนและความคุ้มครองที่จะได้ เองทั้งหมด

แบบยูนิตลิงค์ =มีความยืดหยุ่น ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยรายงวด สามารถกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย / ระยะเวลาคุ้มครอง / ปรับเพิ่ม – ลดทุนประกัน ตามความเหมาะสมเองได้ / ถอนเงินบางส่วนจากกรมธรรม์ได้ / หยุดพักชำระเบี้ยได้ / และสามารถออกแบบพอร์ตการลงทุนของตัวเองได้

แต่ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จะไม่สามารถปรับเพิ่ม – ลดเบี้ยประกันได้ เพราะจะเป็นแบบที่เน้นการลงทุนมากกว่าการคุ้มครอง โดยจะมีทุนประกันสูงกว่าเบี้ยที่จ่ายมาเล็กน้อย

แบบ UL = จะมีวิธีเลือกชำระเบี้ย และลักษณะการบริหารกรมธรรม์ (เลือกความคุ้มครอง) คล้ายกับแบบยูนิตลิงค์ แต่ไม่สามารถออกแบบพอร์ตการลงทุนเองได้ (บริษัทเป็นคนบริหาร)



4. ด้านผลประโยชน์ทางภาษี

แบบสะสมทรัพย์ = เบี้ยที่จ่ายทั้งหมดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

แบบยูนิตลิงค์ = ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเบี้ยส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการทำประกันชีวิตเท่านั้น (ส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทเลือกไว้ ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้)

แบบ UL = เบี้ยที่จ่ายทั้งหมดสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เช่นเดียวกับแบบสะสมทรัพย์





สรุป จุดเด่น จุดด้อย และความเหมาะสมของประกันชีวิตแบบ UL



จุดเด่น

ถ้าเป็นแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบภาระผูกพันในอนาคต แต่ยังได้ระยะเวลาความคุ้มครองตามที่บริษัทกำหนด
ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยรายงวด ถือเป็นประกันชีวิตที่มีความยืดหยุ่น สามารถกำหนดระยะเวลาจ่ายเบี้ย / ระยะเวลาความคุ้มครอง / ปรับเพิ่ม-ลดทุนประกันเองได้ เหมือนกับแบบยูนิตลิงค์ที่จ่ายเบี้ยรายงวด
มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าแบบสะสมทรัพย์ โดยมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ ไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนหากถือกรมธรรม์ไปจนครบสัญญา
สามารถเลือกถอนเงินจากมูลค่าเงินลงทุนที่มีอยู่ในกรมธรรม์ได้ตลอดเวลา และได้ตามที่ต้องการ ไม่ต้องรอครบกำหนดเหมือนกับแบบสะสมทรัพย์ (เฉพาะแบบชำระเบี้ยรายงวด หรือแบบที่ให้ความคุ้มครองถึง 99 ปี)


จุดด้อย

ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว ทุนประกันที่ได้จะต่ำกว่าแบบชำระเบี้ยรายงวด โดยที่ทุนประกันจะสูงกว่าเบี้ยที่จ่าย หรือมูลค่าเงินสดที่มี ไม่มากนัก (แบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียวจึงเหมาะกับจุดประสงค์เพื่อการออมมากกว่าเพื่อเน้นความคุ้มครอง)



เหมาะสมกับ

ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยรายงวด จะเหมาะกับคนที่มีเป้าหมายทำประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต โดยต้องการให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าแบบตลอดชีพ หรือแบบสะสมทรัพย์
ถ้าเป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จะเหมาะกับคนที่มีเป้าหมายทำประกันเพื่อเน้นการออม ที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงสูงๆ และไม่สามารถบริหารการลงทุนเองได้ เหมือนอย่างแบบยูนิตลิงค์ แต่ยังต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก หรือสูงกว่าแบบสะสมทรัพย์ทั่วไป
โดยตัวอย่างแบบประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซล ไลฟ์ ที่ผมจะเอามายกตัวอย่างให้ดู ก็คือ แบบประกัน “เมืองไทย ยูแอล 1 เพิ่มสินทรัพย์” ซึ่งเป็นแบบ UL ที่เป็นแบบจ่ายเบี้ยครั้งเดียว โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยแค่ 1 ครั้ง ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี มีการรับรองผลตอบแทนขั้นต่ำ 115% ของเบี้ยที่ชำระครั้งเดียว เมื่อครบกำหนดสัญญากรมธรรม์ในปีที่ 10 (ถ้าผลตอบแทนจริงสูงกว่าที่บริษัทรับรองไว้ ผู้ถือกรมธรรม์ก็จะได้รับผลตอบแทนตามจริงที่มากกว่า) และให้ความคุ้มครอง 130% ของเบี้ยที่จ่ายมาครั้งเดียว หรือ 130% ของมูลค่าเงินลงทุนในขณะนั้น (แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า) โดยบริษัทฯจะเป็นผู้บริหารการลงทุนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในตราสารหนี้ และมีการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 10% ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจะสูงกว่าแบบสะสมทรัพย์ทั่วไป และเบี้ยที่จ่ายทั้งหมดยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เช่นเดียวกับแบบประกันชีวิตทั่วไปอีกด้วย ใครสนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/IQZ6D7



สรุป

ประกันชีวิตแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ถือเป็นประกันชีวิตที่น่าสนใจ เพราะรวมเอาจุดเด่นของประกันชีวิตแบบสามัญ และแบบควบคู่การลงทุนเข้าไว้ด้วยกัน คือมีทั้งการการันตีผลตอบแทน และมีความยืดหยุ่น โดยมีความเสี่ยงต่ำ และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าประกันชีวิตแบบทั่วไป จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการบริหารความเสี่ยง ที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตแบบทั่วไป แต่รับความเสี่ยงได้น้อย ไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงด้วยตัวเองแบบประกันชีวิตควบการลงทุน เช่น ยูนิตลิงค์ ดังนั้น อย่าลืม เลือกใช้ประกันชีวิตให้เหมาะสมกับตัวเอง และสอดคล้องกับความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงด้วยนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
//www.aommoney.com/insuranger/ประกันชีวิตแบบ-universal-life-มีดียั#gs.0gD0pWk


newyorknurse





Create Date : 20 สิงหาคม 2559
Last Update : 30 สิงหาคม 2559 2:28:51 น. 0 comments
Counter : 603 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BlogGang Popular Award # 12 - 2559


BlogGang Popular Award # 11 - 2558



BlogGang Popular Award # 10 - 2557



BlogGang Popular Award # 9 - 2556



BlogGang Popular Award # 8 - 2555





ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2559
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.