ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 294 "Deja vu" โควิด Positive ทำอย่างไร



ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 294
"Deja vu"
โควิด Positive ทำอย่างไร
โจทย์โดยคุณ เริงฤดีนะ





ช่วงคริสมาสต์และปีใหม่ คนจะไปตรวจว่าผล COVID จะเป็นอย่างไร
เพราะแม้สถานการณ์จะดีขี้น ก็กลายเป็นแย่ลงไปอีก เพราะเชื้อโอไมครอนระบาดอีก
และครอบครัวก็อยากจะพบกันวันคริสมาสต์ วันปีใหม่ ญาติๆที่อยู่จากตางรัฐ จะเดินทาง
มาฉลองปีใหม่กัน โดยเฉพาะที่นิวยอร์กเปิดให้ชมเค้าดาวน์ด้วย นักท่องเที่ยวก็มากัน
มากมาย

ศูนย์ที่ตรวจโควิด แถวยาวเหยียดคนแน่นมาก รอกันเป็นวันเลย มีศูนย์สำหรับตรวจ
มากมายหลายแห่ง แต่ก็แทบจะไม่พอสำหรับผู้ที่จะมาตรวจ มีชุดขายให้ตรวจเองที่บ้าน
ก็ซื้อกันจนเกลี้ยง

ที่นี่มีศูนย์ตรวจเรียก CITYMD







ศูนย์ CITY MD มีหลายแห่ง แต่ละเมืองเปิดเต็มไปหมด ระยะนี้ต้องปิดหลายแห่ง เพราะไม่มีคนทำงาน แต่ละศูนย์ก็คนแน่น เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อนไปตรวจดู เพราะเผอิญ
ขับรถรับส่งลูกเพื่อนบ้านที่มาจากเมืองไทยเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมและจะเดินทางกลับเมืองไทย ไปตรวจเผื่อเอาผลจะไปเดินทางวันที่ 30 ธันวาคม ผลออกมาเป็น COVID  Positive แต่ไม่มีอาการ การเดินทางต้องเลื่อน ตอนนี้แยกตัวที่บ้านพ่อแม่
แต่ก็นับว่าเป็นข่าวดีที่ลูกชายเพื่อนฉีดวัคซีนสามเข็ม

เพื่อนจิตตก รีบไปตรวจวันรุ่งขี้น  ที่ตรวจเปิดแปดโมงเช้า คิดว่าไปก่อนสักหน่อย เพื่อนไปถึง 7.45 ตอนเช้า ไม่น่าเชื่อ แถวยาวล้อมตีกแล้ว โชคดีอากาศเย็นแต่ไม่หนาวมาก
นึกว่านี่ถ้าหนาวมากๆจะมารอเข้าคิวได้อย่างไรเนี่ย 

8.00 Office เปิด ก็มีพนักงานเดินมานัดคร่าวๆ แล้วมาบอกตรงที่เพื่อนรอว่า วันนี้อาจจะไม่ได้ตรวจแนะนำว่าจะไปศูนย์อื่น หรือจะรอจนเขาลงทะเบียนก็ได้ รอกันจนเก้าโมงเช้าลงชื่อเกือบถึงเพื่อนอีกสามสี่คน ก็มีคนมาบอกว่า ตกลงวันนี้เต็มแล้ว แต่จะเอาชื่อสำรองไว้อีกสิบคน เขาจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ไว้ และบอกว่าบ่ายสองโมงจะส่งข้อความมา ถ้าไม่ได้รับข้อความแสดงว่าวันนี้ไม่ได้ตรวจ เพื่อนกลับบ้านรอ

12.00เพื่อนได้รับข้อความให้กลับไปที่ตรวจภายใน 30 นาที นับว่าโชคดีได้ตรวจแล้ว
เข้าไปข้างในลงทะเบียน เดี๋ยวนี้ทันสมัยมาก เขามี I Pad ให้ลงทะเบียน และถ่ายรูปบัตรประจำตัวและบัดรประกันสุขภาพเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรอ ในห้องมีคนรอกันประมาณ 20 คนแบบเก้าอี้เว้นเก้าอี้ ทุกคนสวมแมส มีห้องตรวจหลายห้อง เห็นพนักงานมาเรียกคนเข้าไปตรวจเร็วดี ไม่นานก็ได้ตรวจ เพื่อนกลับบ้านไม่นาน ได้รับผล Rapid test Negative โล่งใจหน่อย แต่ก็ลุ้น
รอผล 72 ชม แต่ก็ยังดีใจ

สรุปว่าเราคิดว่าถ้าหนาวจัดเราต้องไปตรวจอีก เราจะไปราวๆ 6.30 เช้า รอในรถ
จนมีคนเริ่มเดินไปเข้าแถวเราค่อยไปเข้าแถว นีกแล้วก็กลัวจริงๆที่จะต้องออกไปรอเข้า
แถวนอกถนน ในยามหนาว ปีนี้นอกจากจะไม่ชอบหนาวและหิมแล้วยังต้องกลัวว่าถ้าต้อง
ไปตรวจดูว่าติดเชื้อโควิดหรือเปล่า ต้องรอกลางหนาวอีก ไม่เป็นก็เป็นปอดบวมเลยมัง

******

ข่าวจากวัดที่เราไปกันเสมอเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่วัดมีพระสงฆ์ตรวจพบว่าพระสงฆ์
สองรูปติดโควิด ขณะนี้วัดปิด คนที่ไปวัดก่อนสามสีวันนั้นก็ต้องไปตรวจกัน บางคนก็ไม่
ไปตรวจเพราะไม่อยากรอ แต่ก็รอดูอาการก่อน ถ้ามีอาการค่อยไปตรวจ แต่ระยะนี้
ก็ไม่มีข่าวมีคนที่ไปวัดระยะนั้นติดกัน ....นับว่าค่อยสบายใจว่าเราไปวัดก็ระวังกัน
และวัคซีนที่ฉีดกันคงมีผลดี ส่วนมากเราก็ฉีดวัตซีนกันครบสามเข็มกันแล้ว
วันนี้ 6 มกราคม 2022 พระที่ติดโควิด กักกันตัวในห้อง ไม่มีอาการอะไรมาก
จะเปิดวัดอาทิตย์หน้า พระสองรูปก็หายดี พระรูปอื่นๆก็ปลอดภัย

******


เรื่องจริงเกิดขี้นกับลูกชายพี่ข้างบ้าน คนไทยอเมริกัน
อายุประมาณ 36 ปี เรียนจบที่อเมริกา กลับมาทำงานเมืองไทย
และชอบเลยไม่ได้กลับไปทำงานที่อเมริกา
แต่บินมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่นิวยอร์กทุกปี ปีละ 1-2 ครั้ง

ปีนี้เขา บินมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่นิวยอร์ก สองอาทิตย์
มีโอกาสได้พาหลานไปข้างนอกด้วย
วันที่ 17ธันวาคม 1 มกราคม 2022

วันที่ 30 ธันวาคม 2021 เตรียมกลับเมืองไทย ไปตรวจโควิด
ปรากฎผล Covid Positive เป็นที่ตกใจของทุกคน
คนที่ได้อยู่ใกล้ ตกใจ กลัวว ไปตรวจกันทุกคน ผลคือ Negative
ทุกคน เพราะเราสวมแมสกันตลอด

ทีดีคือคนติดเชื้อเขาปกติดีไม่มีอาการอะไร
เดินทางกลับเมืองไทยไม่ได้ กักตัวที่บ้าน

วันที่ 6 มกราคม 2022
เดินทางกลับเมืองไทย
และจะกักตัว 7วันที่เมืองไทย


ขอบอกทุกๆท่านว่าวัตซีนที่ฉีดได้ผล เพราะติดโควิตแต่ไม่มีอาการเลย


เขาฉีด Sinopharm vaccine 2 เข็ม 3 ฉีด Astrazeneca vaccine

นับว่าวัคซีนที่ฉีดไปได้ผล เพราะถึงมีผลบวกก็ไม่มีอาการ


ระยะนี้ที่อเมริกา
แนะนำคนที่ฉีดสามเข็ม ถ้าตรวจผลบวกก็ให้พักงาน 5 วัน
กลับไปทำงานได้



****


ระยะนี้ก็มีคำแนะนำกันมากมายทั้งแพทย์ไทยและทาง CDC ของแพทย์ที่อเมริกา
หลายท่าน นำมาให้เพื่อนๆอ่านกันจะได้สบายใจ

*****

คำแนะนำของแพทย์ไทย ที่ลาสเวกัส
แพทย์ประจำสาขา Infection control
(แพทย์ควมคุมโรคติดต่อ)

แนะนำเกี่ยวกับผู้ตรวจพบผล Covid Positive

ถ้าผล COVID positive แล้วไม่มีอาการ
ก็กักตัวอย่างน้อย 5 วันครับ
แล้วหลังจากนั้นจะไปไหนมาไหนก็ใส่ mask ครับ

ถ้ามีอาการน้อยๆ แบบหวัดก็อยู่บ้าน,
พักผ่อนเยอะๆ, กินน้ำอุ่น, กิน Tylenol
แล้วก็กักตัวอยู่บ้านจนกว่าอาการจะหาย

ถ้ามีอาการมาก เช่นหายใจไม่ออก,
หายใจขัดก็ต้องไป รพ ครับ


ไม่แนะนำ ให้ตรวจ COVID ซ้ำนะครับ
เพราะผลตรวจอาจ positive ได้เป็นเดือนๆ ครับ

******

เรื่องจริงอีกเรื่องหนี่งเป็นความจริง เผื่อเป็นความส่วนตัวขอไม่เอ่ยชื่อและสถานที่
คุณหมอไทยรุ่นอายุ 40 และภรรยาคนไทย เป็นหมอด้วยกัน ได้รับวัคซีนสามเข็ม
คุณหมอไทยทำงานรพ.ใหญ่ของนิวยอร์กซิตี้ คนไข้มากมาย และคนไข้โควิดเยอะ
แต่คุณหมอก็บอกว่าป้องกันอย่างดี ... ทางรพ.ทุกแห่งจะมีการตรวจโควิดแพทย์
และพยาบาล บ่อยๆ
การตรวจครั้งนีั้คุณหมอก็ได้รับการตรวจด้วย คิดว่าไม่มีอะไร แต่ผลออกมาว่า
Covid Positive ทางรพ.ให้พัก 5 วันและกลับไปทำงาน คุณหมอไม่มีอาการอะไร
ภรรยาหมอตรวจก็ไม่เป็นไร แต่มีลูกอายุแปดเดือน ตรวจเป็นผล COvid Positive
ตอนนี้หนูน้อยหายดีแล้ว คุณแม่เล่าว่าสองวันแรกนอนซม ไม่ค่อยขยับเลย น่ากลัวไข้
ประมาณ 102 F การรักษาของเด็กก็คือให้ยา Tylenol และ Motrin ของเด็ก
สลับกัน วันที่สามเด็กเริ่มดีขี้น ร้องดัง เล่นได้แล้ว

สรุปคือความกลัวของคนทั่วไปคิดว่าติดโควิดแล้วจะตายยยย กลายเป็นว่าไม่ตายง่าย
ถ้ารักษาสุขภาพให้ดี เสมอ เวลาติดโรคร่างกายก็จะสู้ได้


******

ข่าวดีจากหมอสันต์ ใจยอดศิลป์
ข่าวดีปีใหม่ 2022 ทางด้านวิทยาศาสตร์
January 2, 2022
By Sant Chaiyodsilp


วันนี้วันขึ้นปีใหม่ 2022 ผมถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่กับแฟนบล็อกหมอสันต์ทุกท่าน และขออโหสิ โดยเฉพาะสำหรับจดหมายที่ค้างในเก๊ะอยู่เกือบสองร้อยฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำถามที่ผมเคยตอบแล้ว แต่ก็มีบ้างที่เป็นคำถามใหม่ที่ผมตั้งใจจะตอบ แต่..เป็นลืม หรือทำหายไปคลิกไปคลิกมาแล้วหาไม่เจอ ทั้งหมดนี้ไหนๆก็ปีใหม่แล้ว ขอถือโอกาสโละไปพร้อมกับปีเก่าเสียเลย ง่ายดี หิ หิ ถือโอกาสตอนปีใหม่ที่คนใจบุญเขาไม่เอาเรื่องเอาราวกัน
มาพูดถึงอนาคตในปีใหม่กันดีกว่า เรื่องเศรษฐกิจนั้นผมไม่เกี่ยว ถือว่าตัวใครตัวมัน ผมจะขอพูดถึงแต่เรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องโควิด-19 ซึ่งได้ลากยาวเข้าสู่ปีที่ 4 ในปีนี้ แต่ว่าเป็นปีที่เริ่มต้นด้วยข่าวดี
ข่าวดีที่ 1. ก็คือมหาวิทยาล้ยเคปทาวน์ที่อัฟริกาใต้ ได้เปิดเผยงานวิจัยรอตีพิมพ์ใหม่ที่สำคัญมากฉบับหนึ่งออกมา ว่าได้ทำวิจัยในคนอัฟริกาใต้ที่ป่วยเป็นโรคโควิดโอไมครอนสามกลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่ได้วัคซีนจอห์นสัน (2) กลุ่มที่ได้วัคซีนไฟเซอร์ (3) กลุ่มที่ไม่ได้วัคซีนมาก่อน พบว่าแม้ว่าทุกกลุ่มจะสร้างภูมิคุ้มกันชนิดจับทำลายตัวเชื้อโรคโดยตรง (neutralizing antibody) ได้น้อยกว่าที่ควร (ซึ่งเรารู้จากงานวิจัยอื่นมาพักหนึ่งแล้ว) ก็จริง แต่งานวิจัยนี้ยืนยันว่า 80% ของผู้ป่วยทุกกลุ่ม สามารถสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 และ CD8 ที่เจาะจงทำลายเชื้อโอไมครอนได้ดีทุกกลุ่ม
เพื่อจะให้ท่านเข้าใจประโยชน์ของผลวิจัยนี้อย่างถ่องแท้ ขอผมอธิบายระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์อย่างย่อๆสักเล็กน้อย ว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรานี้แบ่งออกเป็นสองระบบใหญ่คือ
ระบบป้องกันแบบปูพรม (innate immunity) กับ
ระบบป้องกันแบบเจาะจง (adaptive immunity)
โดยที่ระบบป้องกันแบบเจาะจงนี้ยังแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ
(1) ระบบสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนตี้บอดี้) ไปจับทำลายตัวเชื้อโรคโดยตรง (HIR)
(2) ระบบทำงานโดยเซล (CMIR)
ซึ่งระบบทำงานโดยเซล (CMIR) นี้มีเซลเม็ดเลือดขาวเป็นกำลังหลักอยู่สองชนิดคือ
(1) เซลช่วยประสานงาน (Helper T Cell หรือ CD4) ซึ่งผลิตสารไปกระตุ้นให้ทุกส่วนของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานสอดประสานกัน
(2) Cytotoxic T Cell หรือ CD8 ซึ่งเป็นเซลที่ทำหน้าที่ฆ่าทำลายทั้งตัวไวรัสและตัวเซลที่ถูกไวรัสเจาะกินไปเรียบร้อยแล้ว
โดยที่ยิ่งนานไปทั้ง CD4 และ CD8 ก็ยิ่งทำงานของตัวเองได้ดีขึ้นๆเพราะมีระบบจดจำข้อมูลที่ดี
ที่ผมบอกว่าผลวิจัยของมหาวิทยาลัยเคปทาวน์นี้เป็นข่าวดีก็เพราะแต่เดิมเมื่อเห็นโอไมครอนหลบรอดวัคซีนได้เราก็ใจเสียว่าวัคซีนที่ฉีดไปบ้อลัดเสียแล้ว ต้องรอวัคซีนใหม่ แต่งานวิจัยนี้บอกเราว่าวัคซีนที่ฉีดไปแม้จะสร้างภูมิคุ้มกันแบบจับทำลายตัวเชื้อตรงๆ (HIR) ได้น้อยจนหลบการติดเชื้อไม่พ้น แต่มันก็ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 และ CD8 ที่เจาะจงทำลายโอไมครอนในระยะยาวได้ดีมาก ดังนั้นวัคซีนที่ฉีดไปก็ดี หรือภูมิคุ้มกันเก่าที่มีมาจากเชื้อรุ่นก่อนก็ดี ไม่ได้เสียเปล่า มันได้ช่วยสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันชนิดผ่านเซล (CMIR)ไว้ให้เราปราบเชื้อโอไมครอนในระยะยาวได้ และนี่เป็นคำอธิบายได้อย่างดีว่าทำไมเมื่อติดเชื้อโอไมครอนแล้วมันไม่รุนแรงแถมยังหายเร็วอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังทำให้เราใจชื้นขึ้นอีกประเด็นหนึ่งว่าแม้ไปภายหน้ามีสายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้น มันมีแนวโน้มว่าแม้แอนตี้บอดี้โดยตรงอาจจะเวอร์คไม่ดี แต่ CD4 และ CD8 จะเวอร์คดีเสมอ ภาษาหมอเรียกว่ามันมี cross response ข้ามสายพันธ์ได้ในส่วนของระบบภูมิคุ้มกันผ่านเซล ซึ่งเผอิญเป็นด่านที่สำคัญที่สุดของระบบภูมิคุ้มกันในระยะก็ว่าได้
ข่าวดีที่ 2. ก็คือก่อนหน้านี้ราวสองสัปดาห์ มหาวิทยาลังฮ่องกงได้แถลงผลวิจัยของตนว่าพวกเขาได้ทำวิจัยแบบ ex vivo ตัดเอาเนื้อเยื่อปอดและหลอดลมของอาสาสมัครมาเพาะเลี้ยง แล้วใส่เชื้อโควิดสายพันธ์ต่างๆรวมทั้งโอไมครอนเข้าไปแล้วก็สรุปการวิจัยว่าโควิดสายพันธ์โอไมครอนเติบโตในเนื้อเยื่อแขนงหลอดลม (bronchus) ได้มากกว่าโควิดสายพันธ์ออริจินอลถึง 70 เท่า แต่ว่าเติบโตในเนื้อเยื่อถุงลม (alveoli) ได้น้อยกว่าสายพันธ์ออริจินอล 10 เท่า ทำให้เรารู้ว่าที่โอไมครอนติดต่อได้ง่ายพรวดพราดนี้ไม่ใช่เพราะมันแรง แต่เพราะมันอยู่ตื้น แต่ขณะเดียวกันติดแล้วมันก็จะไม่รุนแรง เพราะความรุนแรงของโรคโควิดนั้นเรารู้มาสองปีแล้วว่าเกิดจากปฏิกริยาตลุมบอน (cytokine storm) ระหว่างเชื้อโรคกับภุมิคุัมกันของร่างกาย สมรภูมิคือในถุงลม (alveoli) ซึ่งเป็นส่วนลึกที่สุดของปอดที่เมื่อเชื้อไปถึงนั่นแล้วยากที่จะไล่ออกมาได้ งานวิจัยของมหาวิ่ทยาลัยฮ่องกงทำให้เรายอมรับการติดโอไมครอนว่ามันติดง่ายจนแม้จะพยายามป้องกันแล้ว แต่ก็ไม่กลัวเมื่อติดเพราะกลไกการดำเนินของโรคมันไม่รุนแรง เพราะมันไม่ลงปอด
ข่าวดีที่ 3. เช้าวันนี้เอง รัฐบาลอัฟริกาใต้ได้ประกาศยกเลิกมาตรการล็อคดาวน์ซึ่งใช้มาอย่างเข้มงวดตั้งแต่เดือนมค.ปี 2020 เพราะได้ประเมินสรุปว่าโรคได้ผ่านจุดสูงสุดทั่วประเทศและมุ่งสู่ขาลงอย่างรวดเร็วแล้ว คือประมาณ 93% ของประชากรมีภูมิคุ้มกันเรียบร้อยแล้ว อัตราป่วยลดลงจากช่วงพีคของโอไมครอนเมื่อกลางเดือนธค. 37,875 รายต่อวัน เหลือ 11754 รายต่อวันในวันนี้ ขณะที่อัตราตายลดจากช่วงพีคของเดลต้าเมื่อเดือนมค.2021 ซึ่งตายมากถึง 844 รายต่อวันเหลือเพียง 84 รายต่อวันในวันนี้ ความสำเร็จของการควบคุมโรคทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากวัคซีน เพราะเพิ่งฉีดวัคซีนครบสองเข็มไปได้ 27% เท่านั้นเอง แต่ความสำเร็จนี้เกิดจากการอาศัยใบบุญของเชื้อโอไมครอนซึ่งแพร่เร็วและมัอัตราตายต่ำมาทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) แทนวัคซีน
ผมคาดหมายว่าอังกฤษก็จะประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมทั้งหลายลงภายในเวลาไม่เกิน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ เพราะการดำเนินโรคในอังกฤษก็ไม่แตกต่างจากในอัฟริกาใต้ ผมเดาต่อไปว่าในปีหน้านี้คนทั้งโลกจะติดเชื้อโอไมครอนกันหมด และทั้งโลกจะยกเลิกมาตรการล็อคดาวน์โควิดอย่างสิ้นเชิงปล่อยให้เป็นโรคประจำถิ่น และปล่อยให้มีการเดินทางท่องเที่ยวทำมาค้าขายกันตามปกฺติอีกครั้ง
โปรดสังเกตว่าคำคาดเดาของผมไม่เหมือนที่นักการเมืองและสื่อสารมวลชนทั่วโลกกำลังประโคมข่าวให้กลัวโควิดกันไม่เลิก ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมเอาเอง การคาดเดาของผมมีพื้นฐานอยู่บนผลวิจัยวิทยาศาสตร์และข้อมูลจริงที่เปิดเผยโดยตัวแพทย์หรือสถาบันทางการแพทย์ล้วนๆ ไม่ได้อาศัยข้อมูลที่ผ่านมาทางนักการเมืองหรือสื่อสารมวลชนเลย ท่านจะเลือกเชื่อใคร ก็เลือกเอาแบบที่ชอบที่ชอบเถิด
ถ้าเชื่อหมอสันต์ ขอให้ท่านมาเริ่มต้นเตรียมตัวติดเชื้อโอไมครอนแบบฉลุยๆกันได้แล้ว นั่นคือการดูแลระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (immunity system) ของท่านให้ท็อปฟอร์มไว้ตลอดปีใหม่ ระบบนี้มันจะเวอร์คดีที่สุดถ้าท่าน
กินอาหารพืชเป็นหลัก แบบกินให้หลากหลาย ทั้งผัก ผลไม้ ถั่ว นัท สมุนไพร เครื่องเทศ และธัญพืชไม่ขัดสี
ออกกำลังกายทุกวัน
ดูแลการนอนหลับของท่านให้ดี
ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่าอ้วน
จัดการความเครียด อย่าเครียด
ออกแดดทุกวัน
ถ้าบังคับใจตัวเองให้กินอาหารพืชที่หลากหลายไม่ได้ ก็ควรกินวิตามินและอาหารเสริมช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านชอบเสียเงิน ผมแนะนำให้ท่านเลือกซื้อกินสารในสามกลุ่มต่อไปนี้ซึ่งมีหลักฐานวิทยาศาสตร์ว่าช่วยระบบภูมิคุ้มกันได้ คือ (1) วิตามินที่ช่วยระบบภูมิคุ้มก้นได้แก่ วิตามิน A, B6, B12, C, D, E, และโฟเลท (2) แร่ธาตุที่ช่วยระบบภุมิคุ้มกันคือสังกะสี เหล็ก เซเลเนียม ทองแดง แมกนีเซียม (3) อาหารเสริมที่ช่วยระบบภูมิคุ้มกันคือ (3.1) ไขมันโอเมก้าสาม (3.2) สารออกฤทธิ์พิเศษจากพืชที่เรียกว่า Phytochemicals เช่น carotinoids, polyphenols (3.3) สารแอนติ้ออกซิแด้นท์ เช่น lycopene, lutein (3.4) สารในกลุ่ม Prebiotic เช่น กากใย และ probiotics เช่น คีเฟอร์ โยเกิร์ต เซาร์ครูท คอมบูชา โฮลวีท ขนมปังซาวโด ถั่วเน่า เทมเป้ มิโสะ กิมจิ เป็นต้น
ขอให้แฟนๆบล็อกทุกท่านมีความสุขสวัสดีตลอดปีใหม่ 2022 ครับ
นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
บรรณานุกรม
Keeton R, Tincho MB et al. SARS-CoV-2 spike T cell responses induced upon vaccination or infection remain robust against Omicron. MedRxiv 2021. doi: https://doi.org/10.1101/2021.12.26.21268380 https://drsant.com/.../%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8...


ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินเตอร์เนต



 
Friendship Blog
 
newyorknurse



Create Date : 17 มกราคม 2565
Last Update : 17 มกราคม 2565 3:32:30 น. 12 comments
Counter : 535 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ, คุณkatoy, คุณThe Kop Civil, คุณทนายอ้วน, คุณtoor36, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณกิ่งฟ้า, คุณสองแผ่นดิน, คุณต้องไม่เป็นไร


 
เข้ารับการตรวจ คนรอคิวนานมากครับคุณน้อย

ว้ันก่อนผมต้องเข้า รพ. ลำใส้อักเสบหมอ รับเข้ารักษาคือให้นอน
บ่ายตรวจแยงจมูก สองทุ่มแยงจมูกอีก เอ้าหลับเพลิน ๆ หมอ
แตะแขนปลุก ตรวจแยงจมูกอีก..

คนไม่อยากตรวจก็ถูกตรวจ 555 เพราะเมื่อ 10 วันก่อนเจอ
แยงจมูกน้ำตาเล็ด 2 ครั้งผ่านหมดแหละ แต่ก็ยังเจอแยงจมูกอีก
...

ผมว่าฉีดวัคซีนดีที่สุด ต่อไปคงเหมือนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
ที่เราฉีดติดต่อกันหลายปี


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:5:36:12 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้อย

โอมิครอนรอบหลัง
ตัวเลขคนติดเชื้อในอเมริกาพุ่งสูงมากระดับหลักล้านคนต่อวัน
แต่ผมคิดว่าเพราะการตรวจที่เยอะด้วยนะครับพี่
เลยเจอเยอะ
แต่พอรับวัคซีนครบ การรักษาตัวก็หายเร็วขึ้นมาก
กักตัวอยู่บ้านกินยา 5 วันก็หายเป็นปกติแล้ว
วัคซีนมีผลมากจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:5:42:13 น.  

 
โควิด ติดแล้วติดอีก

ขอให้เป็นโรคประจำถิ่น
หายไปจากโลกนี้ในเร็ววัน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:8:27:50 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่น้อย..

โรคนี้...เป็นโรคใกล้ตัวมากคะ..

ขนาดระมัดระวังเป็นอย่างดี ก็ติดกันได้

แต่ขออย่าได้ติดเป็นดีที่สุดนะคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:11:59:38 น.  

 
คิด Positive กับน้องโคไม่ได้จริงๆครับ อยู่แบบระวังตัวมากๆ ฮ่าๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:13:49:13 น.  

 
หลักๆ ตอนนี้ก็ต้องฉีดวัคซีน และฉีดกระตุ้นอีกที ส่วนมันจะติดเพิ่มก็ค่อยรักษาตามอาการล่ะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:14:45:51 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับโควิดครับพี่
เป็นประสบการณ์เลยครับที่ได้อ่านเรื่องราวของฝั่งอเมริกา
ใครติดโควิดก็ไม่ดีทั้งนั้น ติดแล้วหายได้เป็นเรื่องน่ายินดีครับผม ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 17 มกราคม 2565 เวลา:15:51:54 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณไวน์

คุณไวน์ โดนตรวจบ่อยจัง
ที่นี่ตอนที่เข้ารพ. เขาตรวจครั้งเดียว
นอกจากมีอาการคงจะตรวจอีก

ระยะนี้ได้ข่าวเด็กๆติดกันเยอะเพราะไปโรงเรียน
แต่ก็ไม่มีอาการอะไรมาก นอกจากบางคนมีไข้
ก็กินยาแก้ไข้ หยุด 5 วันก็กลับไปเรียนต่อได้


โดย: newyorknurse วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:3:49:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:6:13:59 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจที่บล็อกนะคะ
ตามมาอ่านการตรวจ ATK กิ่งตรวจแล้วเรียบร้อยค่ะและฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็นแอสตร้าไปแล้วไข้แตกหนักเลยค่ะ ตอนนี้สบายแล้วค่ะ

ได้อ่านบทความจากคุณหมอแล้วดีใจจัง ต่อไปนี้เราไม่ต้องกลัวแล้วเพียงแต่รักษาสุขภาพของเราให้ดีและป้องกันตัวเราให้ดีก็เพียงพอแล้วนะคะ

ขอบคุณเนื้อหาดีๆที่แบ่งปันค่ะ โหวตให้นะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:9:49:30 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก - วัดผาลาด (สกิทาคามีวนาราม) เชียงใหม่ ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 18 มกราคม 2565 เวลา:20:12:41 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่น้อย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 มกราคม 2565 เวลา:6:00:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

Cr: เวปพระธรรมเทศนา
หน้าที่ของเราที่เกิดมาในโลกนี้ จึงเป็นการสะสมบุญบารมี คุณงามความดี สะสมธรรมะให้มาก เท่าที่จะสามารถทำได้ จนครบบริบูรณ์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้สะสมกัน ถ้าทำได้ถึงขั้นนั้นแล้ว ก็จะอยู่เหนือกรรม กรรมจะตามเราไม่ได้อีกต่อไป ตามได้ก็เพียงแต่ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้นเอง เพราะเมื่อเราตายไปแล้ว จะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก มาสร้างความทุกข์ให้กับเราได้อีก เพราะทุกข์ย่อมไม่มีกับผู้ไม่เกิด การแสดงเห็นว่าสมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้เพียงเท่านี้


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ
BG Popular Award # 17


BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.