กะปิ เป็นเครื่องปรุงรสอย่างหนี่งที่แพร่หลายในทวีปเอเซียตะวนออกเฉียนใต้

 

กะปิ (Shrimp paste หรือ Shrimp sauce)
เป็นเครื่องปรุงรสอย่างหนึ่ง
ที่แพร่หลายในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 




มี 10 ข้อ ที่รู้เเล้วต้องอึ้ง ไม่น่าเชื่อว่ามันจะดีขนาดนี้

ข้อมูลจาก: โรงพยาบาลราชวิถี / อ้างอิงจากเพจ: หมอสารภี รักในหลวง
คำว่า "กะปิ" ในภาษาไทยมาจากคำในภาษาพม่าว่า "ง่าปิ" (?????) แปลว่า "ปลาหมัก" [1]

ในประเทศไทย มีกะปิมากมายหลายชนิดให้เลือกรับประทาน กะปิแต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน ทั้งคุณภาพ วัตถุดิบ กรรมวิธีการผลิต ตามแต่ท้องถิ่นนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่ทำจากกุ้งเคย ซึ่งมีมากในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน จึงทำให้มีการผลิตกะปิในหลาย ๆ แห่ง ในพื้นที่ชายฝั่งติดกับทะเล
1. บำรุงกระดูก แคลเซียมจะถูกปลดปล่อยจากกะปิถ้าผ่านความร้อน เช่น ตอนปิ้งกะปิหรือทำข้าวคลุกกะปิด้วยข้าวสวยร้อน ๆ ถ้าเบื่อดื่มนมมากก็ขอให้ลองหากะปิมาทานบ้างเพราะให้แคลเซียมมากกว่านมวัวหลายเท่านัก

2. ถูกกับเลือดจาง กะปิมีวิตามินบี 12 ซึ่งต้องได้จากภายนอกเท่านั้นร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ แต่มีในกะปิ วิตามินชนิดนี้ดีกับเลือดมาก หากขาดจะทำให้ป่วยเลือดจางได้เช่นเดียวกับท่านที่กินมังสวิรัติ

3. ไม่ให้ร้างฟัน มีการศึกษาโดยคุณหมอฟันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า กะปิที่ผ่านความร้อนช่วยให้ฟันไม่ผุ ทำให้ชาวใต้ที่รับประทานกะปิและน้ำบูดูบ่อย ไม่ค่อยพบปัญหาฟันผุฟันสึกมากเหมือนพี่น้องภาคอื่น ๆ

4. บำรุงมันปลา มีน้ำมันโอเมก้า 3 ชนิดเดียวกับที่อยู่ในปลาทะเลน้ำลึกมาก เพราะเป็นตัวแม่ที่แท้จริงที่สร้างน้ำมันดีชนิดนี้ แถมมีมากและดูดซึมได้ดีด้วย ลองช่วยกินสลับกับปลาสดบ้างก็ดี ไม่ต้องกลัวธาตุเค็ม หรือ โซเดียม เกินจากกะปิ เพราะถ้าเทียบกันแล้วอาหารใกล้ตัวหลายอย่างมีมากกว่า อย่างปลาเค็ม ไส้กรอก แหนมและขนมกรุบ กรอบใส่ผงชูรส

5. หาจุลินทรีย์ เป็นเชื้อดีที่หมักอยู่ในกะปิมีสารพัดจุลินทรีย์ที่ช่วยเป็น ?โปรไบโอติกส์? ในลำไส้ เสริมภูมิให้เชื้อผู้ร้ายไม่มาแผ้วพาน แต่ข้อสำคัญคือต้องเลือกกะปิที่สะอาดดีจริงไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเพิ่มเชื้อร้ายให้ท้องไส้เสียกันไปได้

6. มีป้องกันตามีแอนตี้ออกซิแดนท์สำคัญคือ แอสตาแซนทิน กินแล้วช่วยคลายเครียดให้ตา ให้ไม่เหนื่อยล้าเมื่อยตา และล้างสนิมแก่ออกจากตาได้ดี

7. พาวิตามินดี นอกจากแสงแดดแล้วกะปิเป็นแหล่งวิตามินดีที่แสนดีที่นอกจากช่วยกระดูกแล้ว ยังช่วยคลายเครียดให้อารมณ์ผ่องใสได้ เพราะคนที่ไร้วิตามินดีมาก ๆ นั้นจะมีอารมณ์ออกไปทางซึมเศร้าเฉาชีวิต

8. ไม่มีเลือดหนืด ด้วยอานิสงส์จากน้ำมันดีในกะปิอีกแล้วที่ช่วยหล่อลื่นให้เลือดไหลปรูดปราดไม่ขาดช่วง ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันตามที่สำคัญอย่างหัวสมองและหัวใจ ออกฤทธิ์คล้าย ๆ พี่ใหญ่แอสไพรินทีเดียว

9. ไม่จืดความคิด โอเมก้า 3 ช่วยหล่อลื่นให้สมองแล่นไวเหมือนกับได้น้ำมันออโต้ลู้บบำรุงสมอง และน้ำมันในกะปิเป็นของที่ละลายผ่านไขมันได้ดี จะช่วยบำรุงส่วนประสาทที่มีชั้นไขมันเคลือบอยู่ได้มาก

10. พิชิตโรคใจ ทั้งปกป้องห้องหัวใจและป้องกันหัวสมองที่เป็นดั่งดวงใจ ยกเว้นว่าอย่าทานเค็มจัดเกินไปเพราะในกะปิมีตัวช่วยสำคัญคือน้ำมันที่ช่วยหลอดเลือดอยู่ ทั้งในสมองและหัวใจเป็นเสมือนชุมทาง

ข้อมูลจาก: โรงพยาบาลราชวิถี / อ้างอิงจากเพจ: หมอสารภี รักในหลวง / Photo : flickr / Robin Follow


******








 

14 สูตรอาหารไทยใส่กะปิ
อิ่มอร่อยกลิ่นหอมฟุ้งไม่ใช่แค่น้ำพริก

 


สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

กะปิทำอะไรได้บ้าง ? จับมาทำเมนูอาหารไทยใส่กะปิ ที่ไม่ใช่มีแค่น้ำพริกเท่านั้น แต่ยังมีเมนูกับข้าว และอาหารจานเดียว แหม… น่ากินหนักมากขนาดนี้ ปากเหม็นก็ยอมล่ะ

วันหยุดนี้ถ้าไม่ได้นัดเพื่อนหรือพบลูกค้ามาทำเมนูอร่อยจากกะปิ อาหารใต้กลิ่นหอมแรงกินอร่อย ๆ กันเถอะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำอาหารไทยใส่กะปิ เช่น น้ำพริกกะปิ กะปิผัดหมูสับ ข้าวผัดกะปิ และสูตรอาหารจากกะปิอื่น ๆ อีกเพียบ ไปควักกะปิออกมารอเลยค่ะ


สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

1. น้ำพริกกะปิ

เอ่ยถึงกะปิหลายคนนึกถึงเมนูน้ำพริกกะปิเป็นอันดับต้น ๆ แน่นอน ดังนั้นอาหารไทยใส่กะปิเมนูแรกก็ต้องเป็นเครื่องจิ้มนี้นี่เอง เตรียมล้างครกรอโขลกเครื่องกันเลยค่ะ อย่าลืมเตรียมเครื่องเคียง ได้แก่ ผักสด ผักลวก และปลาทูทอดด้วยนะคะ

ส่วนผสม น้ำพริกกะปิ

• พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม (ปอกเปลือก) 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดง (ปอกเปลือก) 1 หัว
• กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนูสวน (โรยหน้า)
• ผักสด หรือผักลวก (ตามชอบ)
• ปลาทูทอด
• ไข่เจียวชะอม

วิธีทำน้ำพริกกะปิ

1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และหอมแดงพอหยาบ
2. ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ และมะเขือพวงลงโขลกให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำมะนาว เติมน้ำต้มสุกคนผสมให้เข้ากัน ชิมรส
4. ตักใส่ถ้วย รับประทานคู่กับผักสด ผักลวก ปลาทูทอด และไข่เจียวชะอม

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ น้ำพริกกะปิ ถ้วยเล็กรสจัดจ้านกับเครื่องเคียง

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

2. ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ

น้ำพริกกะปิเหลือจากเมื่อวานอย่าเพิ่งทิ้ง จับมาทำเมนูข้าวผัดน้ำพริกกะปิ สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน ความพิเศษคือ ห่อข้าวผัดน้ำพริกกะปิด้วยผักกาดขาวลวก มัดพวกผักและปลาทูด้านบน ชิ้นพอดีคำน่าลอง

ส่วนผสม ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ

• ข้าวสวย 1+1/2 ถ้วยตวง
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• ปลาทูทอด (แกะเอาแต่เนื้อ หั่นเป็นชิ้น) 2 ตัว
• น้ำพริกกะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
• ข้าวโพดอ่อน (ลวกหั่นครึ่ง) 3 ฝัก
• ถั่วฝักยาว (หั่นเป็นท่อนลวก) 6 ท่อน
• แตงกวา (หั่นแท่ง) 6 แท่ง
• ผัดกาดหางหงส์ลวก 6 ใบ
• ต้นหอมลวกสำหรับมัด

ส่วนผสม น้ำพริกกะปิ

• กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ (ห่อใบตองย่างไฟพอหอม)
• กระเทียมไทย 5 กลีบ
• พริกขี้หนูสวน 25 เม็ด
• มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำข้าวผัดน้ำพริกกะปิ

1. ทำน้ำพริกกะปิ โดยโขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่พริกขี้หนูสวนและมะเขือพวงบุบพอแตก ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่น้ำพริกกะปิลงผัดพอหอม ใส่ข้าวสวยลงผัดให้เข้ากัน ยกลงพักไว้
3. วางผักกาดหางหงส์บนเขียง ตักข้าวผัดน้ำพริกกะปิใส่ ม้วนให้เป็นคำ
4. วางเนื้อปลาทู ถั่วฝักยาว แตงกวา และข้าวโพดอ่อนด้านบน มัดด้วยต้นหอมลวกให้แน่น เรียงใส่กล่อง จัดเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวผัดน้ำพริกกะปิ สุดเก๋เสิร์ฟเป็นคำ อิ่มอร่อยเพลิน ๆ

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

3. ข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด

ใครอยากทำอาหารไทยใส่กะปิสำหรับคนพิเศษ ขอนำเสนอเมนูข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับทุกอย่างห่อด้วยแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะญวน หั่นพอดีคำ จัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ส่วนผสม ข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด

• ปลาทูนึ่ง 4 ตัว
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
• ข้าวหอมมะลิหุงสุก 3 ถ้วยตวง
• น้ำพริกกะปิ 5-6 ช้อนโต๊ะ
• แผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะญวน 10-15 แผ่น
• น้ำเปล่า (สำหรับชุบแผ่นแป้ง)
• แครอทหั่นแท่งลวกสุก 100 กรัม
• แตงกวาหั่นแท่ง 100 กรัม
• ไข่ทอดชะอมหั่นแท่ง 100 กรัม
• ข้าวโพดอ่อนหั่นแท่งลวกสุก 100 กรัม
• ถั่วฝักยาวลวกสุก 100 กรัม

ส่วนผสม น้ำพริกกะปิ

• กะปิอย่างดี (ห่อใบตองปิ้งพอหอม) 2 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมไทยกลีบเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนูสวน 1+1/2 ช้อนชา
• มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะนาว 4+1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไข่ทอดชะอม

• ชะอม 100 กรัม
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• น้ำปลา 1 ช้อนชา
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด

1. ทำน้ำพริกกะปิ โดยโขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่พริกขี้หนูสวนและมะเขือพวงบุบพอแตก ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวกับน้ำตาลปี๊บคนให้เข้ากัน
2. ทำไข่ทอดชะอม โดยตีไข่ไก่พอแตก ใส่ชะอมกับน้ำปลาลงไปคนให้เข้ากัน นำไปทอดจนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
3. ทอดปลาทู โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่ปลาทูลงทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แกะเอาแต่เนื้อปลาหั่นเป็นชิ้น
4. ทำข้าวห่อน้ำพริกกะปิ โดยผสมข้าวหอมมะลิกับน้ำพริกกะปิคลุกเคล้าให้เข้ากัน เตรียมไว้
5. ชุบแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะญวนลงในน้ำเปล่า วางบนภาชนะเรียบ รอจนแผ่นแป้งนิ่ม วางแครอท แตงกวา ไข่ทอดชะอม ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว เนื้อปลาทูทอด และข้าวคลุกกะปิลงบนแผ่นแป้ง ห่อแล้วม้วนให้แน่น พร้อมเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวห่อน้ำพริกกะปิปลาทูทอด คำเดียวอร่อยง่ายไม่เลอะมือ

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

4. มะม่วงกะปิหวาน

ยามบ่ายทำงานอยู่ถ้าเผลอหลับคงไม่ดีแน่ มาทำเมนูมะม่วงกะปิหวานคลายง่วงกันดีกว่า สูตรจาก คนขี้อวด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับกะปิใส่พริกกับหอมแดง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลทรายหน่อย ต่อจากนี้ก็หามะม่วงเปรี้ยวมาจิ้มได้เลยค่ะ

ส่วนผสม มะม่วงกะปิหวาน

• มะม่วง
• พริกขี้หนู
• หอมแดง
• กะปิ
• น้ำตาลทราย
• น้ำอุ่น
• น้ำปลา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำมะม่วงกะปิหวาน

1. หั่นมะม่วงเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเอาไปแช่น้ำแข็ง รับรองมะม่วงจะกรอบมาก
2. หั่นพริกกับหอมแดง เตรียมกะปิ ถ้าเอาไปจี่ได้จะดีมาก เพราะจะหอมสุด ๆ
3. ตักน้ำตาลทรายมาคนผสมกับกะปิ ลองชิมดูก่อนว่าเค็มมากไหม ถ้าไม่เค็มก็เติมน้ำปลา แต่ถ้าเค็มแล้วก็ไม่ต้องใส่น้ำปลา
4. ใส่พริกกับหอมแดง เติมน้ำอุ่นนิดหน่อย คนผสมให้เข้ากัน ถ้าใครชอบเค็มให้เติมน้ำปลาแทนน้ำอุ่น ตักใส่ถ้วย จิ้มกับมะม่วง

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ มะม่วงกะปิหวาน สูตรทำง่ายเครื่องไม่เยอะ เพื่อนแซ่บยามดึก

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

5. กะปิคั่ว กะปิหลน

น้ำพริกกะปิก็กินจนเอียนแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำเมนูกะปิคั่วหรือกะปิหลน สูตรจาก คุณบ่งบ๊ง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แม้จะเป็นเครื่องจิ้มหากินยาก แต่ทำเองบอกเลยว่าง่ายเว่อร์ เอาล่ะ... ท้องร้องแล้วมาเข้าครัวกัน

ส่วนผสม กะปิคั่ว กะปิหลน

• ปลาย่าง แกะเอาแต่เนื้อ 1/2 ถ้วย
• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• หางกะทิ 1+1/2 ถ้วย
• พริกแห้งเม็ดใหญ่ แช่น้ำจนนุ่ม 3 เม็ด
• กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ
• ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
• กระชายหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงหั่น 1/4 ถ้วยตวง
• กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
• กุ้งแห้งป่น
• มะพร้าวคั่วโขลกละเอียด
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
• พริกชี้ฟ้าสีเขียว แดง และเหลือง หั่นท่อน 2-5 เม็ด

วิธีทำกะปิคั่ว กะปิหลน

1. นำเครื่องปรุงสมุนไพรต่าง ๆ ไปคั่ว หรือย่างให้พอสุก เสร็จแล้วนำไปโขลกจนละเอียด เริ่มจากใส่พริกแห้งและกะปิลงไปโขลกให้ละเอียด เติมตะไคร้ กระชาย หอมแดง กระเทียม ปลาย่าง กุ้งแห้งป่น และมะพร้าวคั่ว โขลกจนละเอียด
2. เคี่ยวหัวกะทิด้วยไฟกลางจนกะทิแตกมัน จากนั้นใส่น้ำพริกที่โขลกแล้วลงไปผัดให้หอม ใส่เป็นกุ้งสับ ผัดให้เข้ากัน
3. ใส่หางกะทิเคี่ยวพอข้น ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ใส่พริกชี้ฟ้าสามสีหั่นท่อนสั้น ๆ ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความหอม ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟเคียงกับปลาทอด และผักสดหรือผักลวก และข้าวสวยร้อน ๆ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กะปิคั่ว กะปิหลน เสิร์ฟพร้อมปลาทอดแสนอร่อย

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

6. ผัดสามหอม

แค่เห็นชื่อเมนูผัดสามหอมก็อยากลองแล้วล่ะ โดย เชฟลุงณัฐ หรือคุณณัฐ ปัญจางคกุล สูตรจาก นิตยสาร Gourmet & Cuisine จับน้ำพริกกะปิผัดกับชะอมและสะตอ เพิ่มโปรตีนจากกุ้ง ปลาหมึก และหมูสับ ใส่วุ้นเส้นลงไปเคี้ยวนุ่ม ๆ กินเสร็จแล้วคงต้องสงบปากสงบคำ เพราะกลิ่นหอมอวลไปทั้งปากจริง ๆ

ส่วนผสม ผัด 3 หอม (สำหรับ 2 ที่)

• น้ำพริกกะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหมู 1 ช้อนโต๊ะ
• กากหมูเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
• ไข่เป็ด 1 ฟอง
• หมูสับลวก 1/4 ถ้วย
• กุ้ง 4 ตัว
• หมึกกล้วยหั่นแว่น 4-6 ชิ้น
• วุ้นเส้นแช่น้ำ 1/2 ถ้วย
• กระเทียมโทนดอง 10 เม็ด
• น้ำกระเทียมดองเล็กน้อย
• น้ำตาลปี๊บ
• น้ำปลา
• สะตอฝานเป็นชิ้นยาว
• ชะอม
• หอมแดงเจียว
• เบคอนกรอบ

วิธีทำผัด 3 หอม

1. ใส่น้ำมันหมูในกระทะ ใส่น้ำพริกกะปิลงผัดให้หอม ใส่กากหมูลงผัดพอเข้ากัน ใส่ไข่ ผัดให้ทั่ว ใส่หมูสับลวก กุ้ง และปลาหมึก ผัดพอสุก
2. ใส่วุ้นเส้น กระเทียมโทนดอง และน้ำกระเทียมดอง ปรุงด้วยน้ำปลากับน้ำตาลปี๊บ ใส่สะตอและชะอมแล้วปิดไฟทันที ตักใส่จาน โรยหอมแดงเจียวและเบคอนกรอบ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ผัดสามหอม รวมพลังสะตอ-ชะอม-น้ำพริกกะปิ หอมแรงอร่อยไม่จำเจ

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

7. หมูผัดกะปิ

ไปจ่ายตลาดซื้อหมูรอเลยค่ะ เย็นนี้เราจะมาทำเมนูหมูผัดกะปิ ความอร่อยอยู่ที่กลิ่นหอมของกะปิและเครื่องสมุนไพร ข้าวสวยอยู่ไหนจัดด่วน ๆ หิวแล้วค่ะ

ส่วนผสม หมูผัดกะปิ

• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม 5 กลีบ
• หอมแดงซอย 2-3 หัว
• ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เพื่อความหอม)
• พริกขี้หนูหั่น 2 เม็ด
• สันคอหมูติดมัน 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นหนา)
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย
• ใบมะกรูดซอย
• พริกชี้ฟ้าสีแดง (หั่นเฉียง)

วิธีทำหมูผัดกะปิ

1. นำกะปิ กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ และพริกขี้หนูไปโขลกจนละเอียด เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ใส่ส่วนผสมที่โขลกไว้ลงผัดใช้ไฟอ่อน ผัดพอหอมก็ใส่เนื้อหมูลงไปผัดจนสุก
3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ โรยใบมะกรูดซอยและพริกชี้ฟ้าหั่นเฉียงลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 12 เมนูหมูผัด กับข้าวหลากสไตล์อร่อยยอมใจ

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

8. แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

หอยแครงลวกก็กินจนเอียนจับมาทำเมนูอาหารไทยใส่กะปิดีกว่า ขอนำเสนอเมนูแกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า สูตรจาก คุณ swin สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อหอยแครงเน้น ๆ เพิ่มใบยี่หร่ารสเผ็ดร้อน เตรียมน้ำหวานสักแก้วกินคู่กันได้เลย

ส่วนผสม แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

• น้ำซุป 4 ถ้วย
• น้ำพริกแกงเผ็ดใต้ 150 กรัม
• กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อหอยแครง
• น้ำปลา
• ใบยี่หร่า

วิธีทำแกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า

1. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ใส่พริกแกงเผ็ดใต้ลงไปพร้อมกับกะปิ (แกงพริกต้องใส่กะปิเยอะ ๆ) คนผสมให้เข้ากันจนน้ำแกงเดือดแล้วใส่เนื้อหอยแครงลงไป
2. พอน้ำแกงเดือด จัดการชิมรสเค็มของแกงก่อน เพราะใส่กะปิเยอะและเนื้อหอยแครงจะมีรสเค็ม แล้วค่อยปรุงรสเค็มเพิ่มด้วยน้ำปลา จากนั้นใส่ใบยี่หร่า คนผสมให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แกงพริกหอยแครงใบยี่หร่า แกงใต้รสเด็ดเผ็ดและร้อนมาก

+++++++++++++++++++



สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

9. ผัดกะปิสะตอกุ้ง

ใครชอบกินสะตอเหมือนกันบ้าง จับมาผัดกับกะปิและกุ้งอร่อย ๆ กินกับคนพิเศษกัน ที่สำคัญทุกขั้นตอนทำด้วยไมโครเวฟสะดวกสุด ๆ อย่ารอช้าไปซื้อสะตอกันเลยค่ะ

ส่วนผสม ผัดกะปิสะตอกุ้ง

• กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดง 2 หัว
• กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนู 10-15 เม็ด
• น้ำมันพืชสำหรับผัด
• กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง 100 กรัม
• หมูสับ 100 กรัม
• สะตอ แกะเปลือก ผ่าครึ่งเม็ด 100 กรัม
• น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำผัดกะปิสะตอกุ้ง

1. โขลกกระเทียม หอมแดงและกุ้งแห้งจนละเอียด จากนั้นใส่กะปิ และพริกขี้หนูลงโขลกให้เข้ากัน เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันพืชลงในถ้วยกระเบื้อง ใส่น้ำพริกแกงลงคนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง นานประมาณ 2 นาที นำออกจากเตา
3. ใส่กุ้งสด และหมูสับลงผัดจนเข้ากัน นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง นานประมาณ 3 นาที นำออกจากเตา
4. ใส่สะตอลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา นำเข้าเตาไมโครเวฟต่อ นานประมาณ 5-7 นาที นำออกจากเตา ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ผัดกะปิสะตอกุ้ง ไมโครเวฟ อาหารไทยรสจัดจ้าน

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

10. สปาเกตตีคลุกกะปิ

ใครจะไปเชื่อว่ากะปิเอามาผัดกับเส้นสปาเกตตีได้ด้วย สูตรจาก คุณ DreamSP สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จะดัดแปลงเป็นเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ได้ เครื่องเคราแน่นเว่อร์ แปลกแบบนี้ต้องลองสักครั้ง

ส่วนผสม สปาเกตตีคลุกกะปิ

• รากผักชี 2 ราก
• กระเทียม 4-5 กลีบ
• พริกไทยเม็ด ตามชอบ
• หมูสับ หรือหมูสามชั้น
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำมันหอย
• น้ำตาลทราย
• ซีอิ๊วดำ
• น้ำเปล่า
• ไข่ 1 ฟอง
• เส้นสปาเกตตี
• น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
• เกลือ
• พริกขี้หนู (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
• หอมแดง 3 หัว
• มะม่วง 1 ลูก
• มะนาว 1 ลูก
• กะปิ 1 ช้อนกินข้าว
• กุ้งแห้ง หรือหอยอบสำเร็จรูป
• น้ำมันมะกอก

วิธีทำสปาเกตตีคลุกกะปิ

1. ซอยรากผักชีกับกระเทียม โขลกพร้อมกับพริกไทยจนละเอียด
2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อย พอร้อนก็ใส่สามเกลอ คือ รากผักชี กระเทียม และพริกไทยโขลกลงไปผัดจนหอม
3. ใส่หมูสับลงไป พอใกล้สุกก็ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทราย และซีอิ๊วดำ ผัดจนเข้ากัน พอหมูสุกก็ใส่น้ำลงไปนิดหนึ่ง ชิมรสตามชอบ ผัดจนน้ำงวดไปหน่อย ตักใส่ถ้วยพักไว้
4. ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีแบบไข่เจียว
5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดหน่อย เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน พอกระทะเริ่มร้อนเทไข่ลงไปคนให้ทั่วกระทะ ทอดจนสุกทั้งสองด้าน เอาขึ้นมาม้วน แล้วก็ซอยเป็นเส้น ๆ ตักใส่จาน พักไว้
6. เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟ ใส่เกลือกับน้ำมันลงไปนิดหน่อย พอน้ำเดือดก็ใส่เส้นลงไป ใช้เวลาต้ม 9 นาที (ข้างซองเขาบอกไว้) เทน้ำทิ้ง ล้างน้ำสักรอบ แล้วก็เอาน้ำมันมาคลุกเส้นไว้ กันเส้นติดกัน
7. ซอยพริกขี้หนู หอมแดง มะม่วง และมะนาว เตรียมไว้
8. ตักกะปิ 1 ช้อน ใส่ถ้วย ใส่น้ำลงไปหน่อยหนึ่ง คนให้กะปิละลาย
9. ตั้งกระทะใส่น้ำกะปิที่เตรียมไว้ลงไป พอเริ่มเดือดก็ใส่น้ำมันมะกอกลงไป คนให้เข้ากัน ใส่เส้นสปาเกตตีที่พักไว้ลงไป ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน เคียงด้วยไข่เจียวฝอย หมูสับปรุงรส หอยแครงอบ มะม่วงซอย พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย และมะนาวผ่าซีก

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ สปาเกตตีคลุกกะปิ เมนูเส้น 2 สัญชาติกับความอร่อยที่ลงตัว

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

11. ข้าวคลุกกะปิ

และแล้วก็มาถึงเมนูข้าวคลุกกะปิจานโปรด ใครที่ไม่เคยทำเองลองเลยค่ะ ไม่ยากอย่างที่คิด มาพร้อมวิธีทำหมูหวาน กินกับเครื่องเคียงแสนอร่อย รับรองเกลี้ยงจานแน่นอน

ส่วนผสม ข้าวคลุกกะปิ

• น้ำมันพืชสำหรับผัด
• กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
• ข้าวสวย 2 ถ้วย
• กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
• เครื่องเคียง เช่น มะม่วงเปรี้ยวซอยบาง หอมแดงซอยบาง ถั่วฝักยาวซอย ไข่เจียวซอยเป็นเส้น มะนาว และแตงกวาหั่นบาง
• ผักชี สำหรับแต่ง
• พริกแห้งทอดกรอบ สำหรับแต่ง

ส่วนผสม หมูหวาน

• น้ำมันพืชสำหรับผัด
• น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
• หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นบาง 100 กรัม
• กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ

1. ทำข้าวคลุกกะปิ โดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมลงผัดจนหอม ใส่กะปิลงผัดจนนิ่ม จากนั้นใส่ข้าวลงผัดกับกะปิจนเข้ากันดี ตักข้าวคลุกกะปิใส่ถ้วย กดให้แน่น คว่ำลงบนจาน แต่งด้วยผักชี
2. ทำหมูหวาน โดยใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวจนน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ใส่เนื้อหมู และกุ้งแห้งลงผัดให้เข้ากัน เติมน้ำลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ผัดผสมให้เข้ากัน และน้ำเริ่มแห้ง ตักไว้วางข้าง ๆ ข้าวคลุกกะปิ ตามด้วยมะม่วงเปรี้ยว หอมแดงซอย ถั่วฝักยาวซอย ไข่เจียว มะนาว และแตงกวา

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวคลุกกะปิ จานเด็ดกลิ่นหอมครบเครื่องความอร่อย

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

12. ไข่ตุ๋นกะปิ

เมนูไข่ตุ๋นธรรมดารสชาติจืดชืด ลองเพิ่มความเค็มและหอมจากกะปิลงไปหน่อยก็เข้าท่านะคะ กลายเป็นเมนูชื่อใหม่นั่นคือ ไข่ตุ๋นกะปิ เนื้อไข่นุ่ม ๆ ผสมหมูสับและหอมแดง สุดท้ายโรยพริกเพิ่มความเผ็ด

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นกะปิ

• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• กะปิอย่างดี 1 ช้อนโต๊ะ
• กะทิ 1/2 ถ้วย
• หมูสับ 100 กรัม
• หอมแดงซอย 2 หัว
• ต้นหอมซอย
• พริกขี้หนูสวนซอย
• หอมแดงซอย

วิธีทำไข่ตุ๋นกะปิ

1. ตีผสมไข่ไก่กับกะปิ และกะทิให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นใส่หมูสับ และหอมแดงลงคนผสมจนเข้ากัน เตรียมไว้
2. ตักส่วนผสมไข่ใส่ในถ้วย โรยหน้าด้วยหมูสับ และต้นหอมซอย ปิดด้วยกระดาษอะลูมิเนียมฟอยด์ จากนั้นนำใส่ลงในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด นึ่งด้วยไฟปานกลางนานประมาณ 10-15 นาที จนไข่สุก ยกออกจากชุดนึ่ง โรยพริกขี้หนูสวนซอย และหอมแดงซอย

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่ตุ๋นกะปิ เมนูไข่เนื้อนุ่มกลิ่นหอมสไตล์ไทย ๆ

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

13. ข้าวยำสมุนไพรทรงเครื่องน้ำกะปิหวาน

เอ่ยถึงข้าวยำหลายคนต้องเคยผ่านปากมาแล้ว แต่เชื่อแน่ว่าคงไม่มีใครเคยราดน้ำกะปิหวานแน่นอน สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จานนี้เพียบพร้อมด้วยเครื่องสมุนไพร และหอมน้ำราดสุด ๆ อยากรู้ว่าเด็ดแค่ไหนพิสูจน์กันค่ะ

ส่วนผสม ข้าวยำสมุนไพรทรงเครื่อง

• ข้าวกล้องหุงสุก 1+1/2 ถ้วยตวง
• งาดำคั่วหอม 2 ช้อนโต๊ะ
• กุ้งแห้งเนื้อทอดสุกป่นละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
• พริกขี้หนูแห้งป่น 2 ช้อนโต๊ะ
• มะนาวหั่นชิ้น 2 ลูก

ส่วนผสม ผักและสมุนไพรเคียงข้าวยำ

• มะพร้าวขูดคั่วจนหอม 2 ช้อนโต๊ะ
• ตะไคร้ซอยบาง ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วงอกล้างสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
• ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• ใบบัวบกซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• ใบชะพลูซอย 2 ช้อนโต๊ะ
• ส้มโอแกะเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ
• มะม่วงเปรี้ยวสับ 2 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วฝักยาวซอย 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำกะปิหวานราดข้าวยำ

• น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมกลีบใหญ่ทุบ 4 กลีบ
• หอมแดงทุบ 2 หัว
• ข่าแก่ทุบ 2 ต้น
• มะกรูดผ่าครึ่ง แคะเม็ดออก 1/4 ลูก
• ปลาอินทรีเค็มทอด 90 กรัม
• น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำมะกรูด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำข้าวยำสมุนไพรทรงเครื่องน้ำกะปิหวาน

1. ตักข้าวกล้องใส่จาน วางเคียงด้วยกุ้งแห้งป่น งาดำคั่ว พริกขี้หนูแห้งป่น มะนาว ผัก และสมุนไพร
2. ทำนำกะปิหวาน โดยน้ำเปล่าตั้งไฟกลาง เติมกะปิ กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่า และมะกรูด ต้มให้เดือด เติมปลาอินทรีเค็ม เคี่ยวสักพักยกลง กรองด้วยกระชอนเอาแต่น้ำ นำน้ำที่ได้มาเคี่ยวต่อ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และน้ำมะกรูด เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนน้ำเริ่มเหนียว ยกลง พักไว้ให้เย็น เสิร์ฟกับข้าวยำ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ข้าวยำสมุนไพรทรงเครื่องน้ำกะปิหวาน

+++++++++++++++++++

สูตรอาหารไทยใส่กะปิ

14. คั่วกลิ้งหมู

เปรี้ยวปากอยากลองกันใช่ไหมกับเมนูคั่วกลิ้งหมู สูตรนี้ใช้น้ำพริกคั่วกลิ้งสำเร็จรูป เติมความหอมจากกะปิ สุดท้ายใส่ใบมะกรูดกับพริกไทยอ่อน

ส่วนผสม คั่วกลิ้งหมู

• หมูเนื้อแดงสับ 200 กรัม
• น้ำพริกคั่วกลิ้ง 2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่ม-ลดได้ตามความเผ็ดที่ชอบ)
• กะปิอย่างดี 1/2 ช้อนชา (ควรชิมรสชาติของน้ำพริกแกงก่อนใส่กะปิ เพราะน้ำพริกแกงแต่ละร้านมีความเค็มไม่เท่ากัน)
• น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
• น้ำปลา 1 ช้อนชา
• น้ำมันพืช สำหรับผัด
• ใบมะกรูดซอย 6 ใบ
• พริกไทยอ่อน 1 ช่อ

วิธีทำคั่วกลิ้งหมู

1. โขลกน้ำพริกคั่วกลิ้งกับกะปิให้พอเข้ากัน เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ พอร้อนใส่เนื้อหมูสับลงไปผัดจนเกือบสุก
3. จากนั้นใส่น้ำพริกคั่วกลิ้งลงไปผัดกับหมูสับให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ผัดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
4. ปิดไฟแล้วใส่พริกไทยอ่อนและใบมะกรูดซอยลงไปผัดให้เข้ากัน ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ

+ ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 4 เมนูคั่วกลิ้ง อาหารใต้อร่อยได้หลากหลายไม่ใช่แค่หมู

แอบกลืนน้ำลายรัว ๆ อยากทำอาหารไทยใส่กะปิตอนนี้จังเลย แต่ช้าก่อนนี่ดึกแล้วคงไม่เหมาะ อดใจไว้รอตอนเช้าค่อยทำก็ยังไม่สาย แต่ถ้าเพื่อน ๆ หิวขั้นสุด จะทำกินกันก่อนก็ไม่เคืองนะคะ


ขอบคุณ ข้อมูลจาก

https://cooking.kapook.com/view166548.html


 
Education Blog/Klaibannn Blog
 
newyorknurse



Create Date : 16 ตุลาคม 2564
Last Update : 19 ตุลาคม 2564 3:44:11 น. 4 comments
Counter : 217 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณกระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน, คุณทนายอ้วน, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil, คุณSertPhoto


 
สีสันน่ากินมากค่ะพี่น้อย
ทำกะปิออกมาน่ากิน
เจิมโหวต
เห็นข้อมูลที่พี่น้อยนำมาฝาก
แล้วอึ้ง


โดย: อุ้มสี วันที่: 19 ตุลาคม 2564 เวลา:6:30:18 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่น้อย...

ชอบทานมะม่วงเปรี้ยวกับกะปิคะ..อร่อยดี



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 19 ตุลาคม 2564 เวลา:11:16:04 น.  

 
ตอนนี้กำลังติดใจ "เคยหวาน" ครับ เป็นกะปิอย่างนึงที่เค้าคลุกน้ำตาลมะพร้าว รสชาติหวานนิดๆ เวลาเอาตำน้ำพริกสีสวย ไม่ดำ แล้วไม่ต้องใช้น้ำตาลตัดรสเลยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 19 ตุลาคม 2564 เวลา:11:31:45 น.  

 
ทานบางเป็นบางโอกาสครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 19 ตุลาคม 2564 เวลา:11:57:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 154 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

Cr: เวปพระธรรมเทศนา
หน้าที่ของเราที่เกิดมาในโลกนี้ จึงเป็นการสะสมบุญบารมี คุณงามความดี สะสมธรรมะให้มาก เท่าที่จะสามารถทำได้ จนครบบริบูรณ์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้สะสมกัน ถ้าทำได้ถึงขั้นนั้นแล้ว ก็จะอยู่เหนือกรรม กรรมจะตามเราไม่ได้อีกต่อไป ตามได้ก็เพียงแต่ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้นเอง เพราะเมื่อเราตายไปแล้ว จะไม่มีกรรม ไม่มีวิบาก มาสร้างความทุกข์ให้กับเราได้อีก เพราะทุกข์ย่อมไม่มีกับผู้ไม่เกิด การแสดงเห็นว่าสมควรแก่เวลา
ขอยุติไว้เพียงเท่านี้


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ

BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 ตุลาคม 2564
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.