Neothais : We will save the world


<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
18 มิถุนายน 2553
 

Project HAARP

The High Frequency Active Auroral Research Program

เป็นบทความเก่าที่ผมเคยลงไปแล้วใน
//topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/07/X6815328/X6815328.html
//topicstock.pantip.com/isolate/topicstock/2009/09/M8336324/M8336324.html
//topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2009/10/A8394254/A8394254.html

ซึ่งระยะหลัง Link มันเสียบ่อย ผมเลยยกยอดมาไว้ในเอ็นทรี่นี้ จะได้อ่านได้ง่ายขึ้น

Natural Warfare : เมื่อสหรัฐฯใช้อาวุธสิ่งแวดล้อมทําลายชาติคู่อริ
โดย Mr.Terran
20 กรกฏาคม 2008

ก่อนอื่น ขอแนะนําให้เพื่อนๆชาวหว้ากอที่สนใจกระทู้ได้ทําความเข้าใจกับโครงการ HAARP ก่อน

New War Technologies
//www.bariumblues.com/haarp_dangers.htm

เพื่อจะได้ศึกษาเปรียบเทียบกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกได้ต่อไป
ทําความเข้าใจได้ว่า เกี่ยวพันกับการเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมโลกตามมา

- สึนามิ
- พายุแคทริน่า
- ไซโคลนนาร์กีส
- แผ่นดินไหวที่จีน

เหล่านี้จึงต้องเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นอีก




The Earth As A Weapon In 21st Century of Wars

ขณะที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ รัฐบาลและกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้องกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่โรงงาน อุตสาหกรรมต่างๆปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเพิ่มขึ้นและผลของมันที่จะมีต่อโลก นั้น ปรากฏว่าทุกฝ่ายต่างเมินเฉยต่อบทบาทของทหารในการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโลก

เมื่อวิกฤติทางด้านสิ่งแวดล้อมปรากฏขึ้น มีแต่เศรษฐกิจภาคพลเรือนเท่านั้นที่ถูกเรียกร้องให้แก้ไขสมดุลในขณะที่แผน การต่างๆทางด้านการทหารแทบไม่ต้องรับผิดชอบเลย? ดร.โรซาลี เบอร์เทล นักวิทยาศาสตร์และนักนิวเคลียร์ผู้มีชื่อเสียงกล่าว เธอกล่าวว่ากองทัพถูกปล่อยให้รอดไปจากความรับผิดชอบในการสร้างมลภาวะแก่สิ่ง แวดล้อมและความหายนะทางด้านนิเวศน์

ในหนังสือเรื่อง Planet Earth : The Latest Weapon of War (2000) เธอได้ยกตัวอย่างสงครามเวียตนาม สงครามอ่าวและการทิ้งระเบิดของกลุ่มประเทศนาโต้ในโคโซโว สงครามเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำลายชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่มันยังได้ทำให้ผืนดินบริเวณกว้างขวางแปดเปื้อนไปเป็นเวลาหลายปี

ดร.เบอร์ เทล กล่าวว่า ไฟน้ำมันที่ลุกไหม้เป็นจำนวนหลายร้อยบ่อในระหว่างสงครามอ่าวคือ เหตุการณ์มลภาวะที่เลวร้ายที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นในประวัติศาสตร์ และมันนำไปสู่หายนะทางด้านสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศทั่วโลก
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ทำนายถึงลมมรสุมรุนแรงอันเนื่องจากการเกิดภาวะโลกร้อนขึ้น ฝนกรด พายุหนักและน้ำท่วมรุนแรงทั่วโลก

ในเวลาที่ผ่านมา ไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ได้ถล่มบังคลาเทศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม คร่าชีวิตคนไปมากกว่า 100,000 คน...นักวิทยาศาสตร์โซเวียตได้รายงานถึงฝนกรดระดับสูงในรัสเซียตอนใต้ ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงควันและหิมะทึบในปากีสถานและอินเดียตอนเหนือ? เธอกล่าว ?นักบินอวกาศบนยานกระสวยแอตแลนติสได้รายงานว่าโลกถูกปกคลุมด้วยหมอกควันเป็น จำนวนมาก...นักศึกษาวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีนได้อ้างว่าเมฆหนาทึบจาก ตะวันออกกลางก็มีส่วนรับผิดชอบต่อน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศเหล่า นั้น? ดร.เบอร์เทล กล่าวไว้ในหนังสือของเธอ

ในยุโรปก็มีรายงานว่าถูก พายุหนักพัดกระหน่ำ ?มีน้ำท่วมหนักจากบาวาเรียไปจนถึงเชคโกสโลวาเกียโดยมีผู้เสียชีวิตหลายคน ฟาร์มหลายแห่งถูกทำลายและสะพานหลายแห่งถูกน้ำพัดทำลายไป เส้นทางรถไฟทั่วออสเตรเลียจมอยู่ใต้น้ำและแม่น้ำดานูบมีระดับสูงสุดเท่าที่ เคยบันทึกไว้ เธอกล่าว

ในทั้งสองครามอ่าวและสงครามในโคโซโว กระสุนปืนใหญ่เคลือบยูเรเนียมได้ถูกกองกำลังสหรัฐและนาโต้ใช้เป็นจำนวนมาก มายมหาศาลซึ่งทำให้แผ่นดิน อากาศ และน้ำแปดเปื้อน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ในระยะยาว เช่นเดียวกับในเวียตนามที่กองทัพสหรัฐจงใจทำลายสิ่งแวดล้อมและทำให้ผืนดิน นับล้านเอเคอร์ต้องเปรอะเปื้อนไปด้วย สารสีส้ม และสารพิษอื่นๆ

แต่ขอบเขตของความเสียหายนี้ก็ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับความหายนะที่กองทัพสามารถ ทำลายโลกใบนี้ได้ การทดลองอย่างกว้างขวางที่กองทัพโดยเฉพาะสหรัฐได้กระทำมาในช่วงหลายทศวรรษ นี้รวมถึงการทดลองกับชั้นโอโซน การเปลี่ยนแปลงอากาศและการใช้เทคโนโลยีคลื่นเพื่อตรวจสอบภายใต้โลกล้วนแล้ว แต่เป็นการเตรียมตัวเพื่อทำสงครามที่จะมีขึ้นในศตวรรษที่ 21 นี้ทั้งสิ้น
การ ทดลองและการศึกษาวิจัยทางด้านบรรยากาศเหล่านี้ มิใช่เป็นแค่เพียงการค้นคว้าทางด้านวิทยาศาสตร์อันน่าตื่นเต้น อวกาศจะเป็นสมรภูมิต่อไปในวันข้างหน้า หมายความว่าทหารกำลังนำสงครามขึ้นสู่อวกาศ "พวกเขาจะสู้กันในอวกาศ" เธอกล่าว

เนื่องจากการศึกษาวิจัยทางทหารเป็นความลับ มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนทั่วไปที่จะเข้าใจผลที่จะติดตามมา? ดร.เบอร์เทล กล่าว ในตอนต้นปี 1946 ในมหาสมุทรแปซิฟิก การทดสอบทางด้านบรรยากาศนิวเคลียร์โดยสหรัฐและต่อมาโดยสหภาพโซเวียตและ อังกฤษได้ทำลายสภาพแวดล้อมเสียหายอย่างหนัก



ดร.เบอร์เทล กล่าวว่า ?การระเบิดของนิวเคลียร์ขนาด 300 เมกะตันระหว่างปี 1945 และ 1963 ได้ทำลายชั้นโอโซนไปประมาณ 4%
ถึง แม้ว่าช่องโหว่โอโซนแรกเริ่มที่จะดีขึ้นในปี 1980 แต่ในปี 1986 นักวิทยาศาสตร์พลเรือนก็ได้ออกมาพิสูจน์ยืนยันถึงการเกิดช่องโหว่โอโซนที่ สองในแอนตาร์กติก

นักวิทยาศาสตร์ได้ประมาณว่าการสูญเสียโอโซนไป 1% จะทำให้รังสีอุลตราไวโอเลตสามารถหลุดมาถึงโลกมากกว่า 1-3% ซึ่งจะทำให้อัตราการเป็นมะเร็งที่ผิวหนังเพิ่มขึ้นและมีผลต่อรูปแบบของชีวิต ทั้งหมด เธอกล่าว

ในปี 1990 การทดลองทางทหารของสหรัฐด้วยจรวดพลังงานนิวเคลียร์ได้เพิ่มขึ้นและการปล่อย พลูโตเนียมขึ้นสู่อวกาศได้กลายเป็นกิจกรรมประจำ ภารกิจทางด้านอวกาศที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์เหล่านี้เป็นอันตรายอย่างสูง เพราะพลูโตเนียมสามารถกระจายไปทั่วพื้นที่อันกว้างขวางของโลกหากเกิด อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียว ดร.เบอร์เทลกล่าวว่าอุบัติเหตุครั้งใหญ่ทางอวกาศและเป็นครั้งแรกซึ่งมีผลต่อ โลกเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 1964 เมื่อจรวด SNAP-9A ของสหรัฐถูกสั่งทำลายและพลูโตเนียมจำนวน 17,000 คูรีที่ถูกนำขึ้นไปได้กระจายไปทั่วขั้วโลก พลูโตเนียมเหล่านี้ยังคงสามารถมีให้เห็นได้ในดินและในกระดูกของคนและสัตว์

ใน ค.ศ.1997 มีจรวด SNAP-9A อยู่ในวงโคจร แต่ละลูกมีพลูโตเนียมอยู่ 17,000 คูรีและจรวดแต่ละลูกก็มีแผนที่จะปล่อยพลูโตเนียมเหล่านี้ออกมาเมื่อเสร็จ ภารกิจแล้วเหมือนกับในกรณีของจรวดเมื่อปี 1964? เธอกล่าวเตือน
เนื่อง จากแผนการอวกาศเหล่านี้ถูกปกปิดไว้เป็นความลับ คนทั่วไปจึงไม่รู้ถึงอันตรายของโครงการนี้โดยเฉพาะเมื่อ ?ประวัติศาสตร์ของแผนการอวกาศนี้ถูกเริ่มขึ้นมาด้วยความหายนะ? อาวุธสงครามในสหัสวรรศใหม่นี้จะรวมถึงการใช้โลกใบนี้เป็นอาวุธอย่างหนึ่งโดย การควบคุมอำนาจของกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อสงคราม

ในที่ประชุมสาธารณ สุขของประชาชนในเดือนธันวาคมปี 2000 ที่กรุงดาคา บังคลาเทศ ดร.เบอร์เทลได้เปิดให้ผู้ฟังต้องตกใจและแทบไม่เชื่อว่า อาวุธล่าสุดของกองทัพสหรัฐคือโลกใบนี้เอง...และอากาศจะเป็นหนึ่งในอาวุธ ทำลายร้ายแรงที่สุดในปี 2025?

ดร.เบอร์เทล กำลังอ้างถึงวิธีการที่แผ่นดินไหวและเกิดพายุทอร์นาโดที่ถูกสร้างขึ้นสามารถ สร้างความหายนะให้แก่ประชาชนและชาติต่างๆได้อย่างไร ตามหนังสือของเธอ อาวุธแม่เหล็กไฟฟ้า ?มีความสามารถที่จะส่งการระเบิดและผลกระทบอื่นๆ เช่น การก่อให้เกิดแผ่นดินไหวข้ามทวีปไปยังเป้าหมายที่ถูกคัดเลือกไว้บนโลกใบนี้ ได้ด้วยระดับพลังที่เท่ากับการระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหญ่?

ใน 40 ปีที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐได้ทำการทดลองบนชั้นบรรยากาศของโลกหลายครั้งโดยการใช้คลื่นและ สารเคมี ความพยายามที่จะควบคุมอากาศโดยการควบคุมทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการทดลองนี้ รวมถึงการใช้แสงเลเซอร์และสารเคมีเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะสามารถทำลายชั้น บรรยากาศเหนือศัตรูได้หรือไม่ สามารถที่จะสร้างความเสียหายให้แก่พืชผลและสุขภาพของมนุษย์โดยรังสีอุลตรา ไวโอเลตของดวงอาทิตย์ได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้กองทัพสหรัฐได้ทดลองมาแล้ว สารเคมีอย่างเช่นแบเรียมและลิเธียมได้ถูกปล่อยออกมาเหนือชั้นโอโซนซึ่งสร้าง แสงที่สามารถมองเห็นและเมฆเทียมที่สว่างขึ้นมาให้เห็นได้ในอเมริกาเหนือ ระหว่างทศวรรษ 1980 และในตอนต้นทศวรรษ 1990

สารเหล่านี้ล้วนเป็น อันตรายที่สุดต่อ ชั้นโอโซน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีต่อบรรยากาศของโลก ดร.เบอร์เทลกล่าวว่า ?การเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศของโลกจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอากาศและสภาพ อากาศ? อีกวิธีการหนึ่งก็คือการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำในการทดลองเปลี่ยน แปลงอากาศ คลื่นเหล่านี้สามารถผ่านเข้าไปยังผืนโลกที่แข็งและในมหาสมุทรและได้ถูกกอง ทัพใช้เพื่อตรวจสอบบรรยากาศเบื้องบนและโครงสร้างภายในของโลก คลื่นความถี่ต่ำเหล่านี้สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดผลทางด้านกลไกและ ความสั่นในระยะไกลทั่วโลก พวกเขาสามารถที่จะควบคุมอากาศ สร้างพายุและฝนตกหนักเหนือพื้นที่ใดก็ได้

คลื่นเหล่านี้มีศักยภาพที่จะ ทำให้เกิดการเคลื่อนของแผ่นดิน ?มันสามารถที่จะไปรบกวนภูเขาไฟและแผ่นเปลือกโลกซึ่งจะย้อนกลับมามีผลต่อสภาพ อากาศได้? เธอกล่าว ตัวอย่างเช่น เป็นที่รู้กันว่าแผ่นดินไหวมีปฏิสัมพันธ์กับบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ (บรรยากาศที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นโลกประมาณ 50-373 ไมล์) ความจริงแล้ว แผ่นดินไหวหลายครั้งที่เกิดขึ้นในปีหลังๆนี้เกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้? ดร.เบอร์เทลกล่าว

บางตัวอย่างในหนังสือของเธอมีทั้งแผ่นดินไหวที่ถัง ชานในจีนซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 1976 และทำให้มีคนเสียชีวิตถึง 650,000 คน เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังการทดลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ ต่ำเพื่อทำให้บรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ร้อนขึ้นมาโดยสหภาพโซเวียต อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือแผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก ดร.เบอร์เทลกล่าวว่าในวันที่ 12 กันยายน 1989 มีการตรวจจับคลื่นอุลตราความถี่ต่ำได้ในแคลิฟอร์เนีย คลื่นเหล่านี้เพิ่มความแรงขึ้นและในที่สุดก็หายไปในวันที่ 5 ตุลาคม แต่ต่อมาในวันที่ 17 ตุลาคมก็ปรากฏขึ้นอีกด้วยสัญญาณที่แรงจนเลยมาตรวัดไป หลังจากนั้นอีกสามชั่วโมงก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น

ความจริงแล้ว หนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์สในเดือนมีนาคม 1992 ได้กล่าวว่าตัวเซนเซอร์ดาวเทียมและที่ภาคพื้นดินได้ตรวจจับคลื่นวิทยุลึกลับ หรือกิจกรรมทางไฟฟ้าและแม่เหล็กได้ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแคลิ ฟอร์เนียนตอนใต้ อาร์มีเนีย ญี่ปุ่นและแคลิฟอร์เนียเหนือระหว่างปี 1986 และ 1989
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1994 ก็เกิดขึ้นหลังจากที่มีคลื่นวิทยุผิดปกติและเสียงโซนิกบูมสองครั้ง ?ความบังเอิญอันแปลกประหลาดเหล่านี้ยังไม่ได้มีการอธิบาย....มันดูเหมือนมี ความเป็นไปได้อย่างสูงที่แผ่นดินไหวเหล่านี้บางครั้งจะเกิดขึ้นจากการกระทำ ของมนุษย์ ไม่ใช่พลังทางธรรมชาติ? ดร.เบอร์เทล กล่าว

ในปี 1997 รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่องค์การก่อการร้าย ได้ข่มขู่ว่าจะใช้วิธีการแบบธรรมชาติที่พวกตนสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การสร้างแผ่นดินไหวและการทำให้ภูเขาไฟระเบิดจากทางไกลโดยการใช้คลื่นแม่ เหล็กไฟฟ้า

แต่ ดร.เบอร์เทล กล่าวว่า ?กองทัพมีนิสัยชอบกล่าวหาคนอื่นว่ามีความสามารถที่ตนเองมีอยู่? ดร.เบอร์เทลบอกว่าการทดลองของหทารในบรรยากาศของโลกนี้มีให้เห็นเพิ่มขึ้นใน อากาศแปรปวนทั่วโลก ระหว่างทศวรรษ 1960 และ 1990 อัตราหายนะภัยทางธรรมชาติครั้งใหญ่ได้เพิ่มขึ้นถึง 10% เธอบอกว่าปรากฏการณ์เอลนิโนในปี 1997-1998 ซึ่งถูกมองว่าเป็นสภาพอากาศผิดปกติทั่วโลกนั้นเกิดขึ้นหลังจากการรบกวนอย่าง รุนแรงและความไม่สมดุลทางด้านบรรยากาศปีหนึ่งก่อนหน้านั้น

ในปี 1996 ดร.เบอร์เทล ได้อธิบายว่าการเกิดน้ำท่วมอย่างหนักในอนุทวีปอินเดียมีผลต่อเนปาล อินเดียและบังคลาเทศซึ่งส่งผลให้คนนับล้านต้องไร้ที่อยู่ ในจีน น้ำท่วมได้ฆ่าคนไปหลายร้อยคนในขณะที่อีกหลายหมื่นคนต้องสูญเสียบ้านและ ทรัพย์สินของตน ขณะเดียวกัน แคนาดาก็ต้องประสบภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วม ทอร์นาโด พายุลูกเห็บและพายุฟ้าผ่า สภาพอากาศที่ผิดปกติเหล่านี้ทั้งหมดล้วนทำลายทรัพย์สิน ปศุสัตว์และชีวิต หิมะตกหนักที่ไม่เคยเห็นในหลายศตวรรษก็เกิดขึ้นในอาฟริกาใต้ซึ่งทำให้เกิด การขาดแคลนอาหารอย่างหนักและทำให้หลายคนต้องเสียชีวิตเนื่องจากความ หนาวอย่างรุนแรง

ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม แผ่นดินไหวได้เกิดขึ้นที่เทือกเขาแอลป์ของฝรั่งเศส ออสเตรีย อิตาลีตอนใต้ อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย คาบสมุทรคัมชัทกาและเมกซิโกตอนใต้ ส่วนในนิวซีแลนด์ได้มีภูเขาไฟระเบิดเกิดขึ้น มีรายงานแผ่นดินไหวในเคนยา เยอรมัน เกาะกรีก ตุรกี สุมาตรตอนเหนือ บาหลี ฟิลิปปินส์ตอนกลาง เกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่นตะวันออก ชิลีตอนกลาง เอลซัลวาดอร์และหมู่เกาะอาเลนเทียน ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในวันที่ 26 กรกฎาคม เธอรายงาน

ขณะที่บางเหตุการณ์ในปี 1996 อาจเป็น การกระทำของพระเจ้า? แน่นอน ปริมาณและความรุนแรงของมันเป็นสิ่งปกติ? เธอกล่าว เนื่องจากบรรยากาศของโลกมีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศ มันจึงไม่น่าประหลาดใจที่จะพบว่ากิจกรรมทางทหารมีผลต่อรูปแบบอากาศของท้อง ถิ่นและภูมิภาค? ดร.เบอร์เทลเขียนไว้

ความจริงแล้ว การที่กิจกรรมทางทหารสามารถทำให้อากาศแปรปวนได้โดยอุบัติเหตุหรือโดยเจตนาใน ฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามทางธรณีวิทยานั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับโลก ใบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีความรู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวัฏจักรทาง ธรรมชาติของโลกและผลของกิจกรรมที่มนุษย์ทำขึ้นบนโลกเพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมนุษย์ไปแทรกแซงมัน ?ยิ่งไปกว่านั้น การคาดการณ์ดังกล่าวก็อาศัยประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติของโลกเราและไม่มีความ หมายอะไรต่อการทดลองอันสุ่มเสี่ยงบนระบบโลกส่วนใหญ่ในบรรยากาศชั้นบนและใต้ โลก เธอกล่าว

เป็นที่ชัดเจนว่า กองทัพก็มีส่วนต่อปัญหาการอยู่รอดของศตวรรษที่ 21 เธอเน้น

โดย เราะฮับ ฮาวา จาก The Earth As A Weapon In 21st Century of Wars
แปลโดย อาจารย์บรรจง บินกาซัน
ที่มา //www.twnside.org.sg/title/hawa2.htm
//www.spitting-image.net/archives/003809.html







Create Date : 18 มิถุนายน 2553
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 20:23:43 น. 19 comments
Counter : 9421 Pageviews.  
 
 
 
 
หลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เพิ่งผ่านพ้นไป พร้อมกับได้คร่าชีวิตผู้คนบนโลกไปถึงกว่า 200,000 ชีวิต หลายฝ่ายได้ตั้งคำถามกันว่า อะไรกันแน่คือสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้

บ้างเชื่อว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เท่านั้น บ้างก็ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นผลจากการที่มนุษย์ได้ตักตวงทรัพยากรและทำลายธรรมชาติ ไปอย่างมากมายมหาศาลเป็นเวลาช้านาน จนโลกขาดสมดุล

นอกจากนี้ ยังมีผู้คนอีกกลุ่มที่แม้จะเห็นด้วยว่า การทำลายสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยสารพิษที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อนนั้น เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่สภาพดินฟ้าอากาศวิปริตทั่วโลก แต่ทว่าไม่พอเพียงที่จะใช้อธิบายปรากฏการณ์พิศดาลทางธรรมชาติต่างๆที่ เกิดขึ้นพร้อมๆกันในช่วงไม่นานมานี้

พวกเขาเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบแหล่งที่มา ที่ได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คือสาเหตุที่แท้จริงของความวิปริตทั้งปวง ทั้งนี้ ฝ่ายหนึ่งคาดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้มีที่มาจากการระเบิดในอวกาศที่ห่างไกล ของดาวที่เรียกว่าซูปเปอร์โนว่า แต่อีกฝ่ายเชื่อว่า เกิดจากอาวุธใหม่ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น พวกเขาเหล่านี้มีหลักฐานอะไร

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง องค์กรสหประชาชาติได้จัดการประชุมขึ้น ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาทางแก้ไขผลกระทบ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากอย่างน่าตกใจ รายงานของที่ประชุมดังกล่าวระบุว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประชากรโลกกว่า 2.5 พันล้านคนต้องประสพกับภัยภิบัติทางธรรมชาติ เป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงทศวรรษก่อนถึง 60% และในจำนวนผู้บาดเจ็บและล้มตาย กว่าครึ่งเกิดจากอุทกภัยและแผ่นดินไหว

ไม่เพียงแต่แนวโน้มการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติจะเพิ่มขึ้นในระยะยาวเท่านั้น แต่ทว่าเป็นที่น่าประหลาดว่าในปี 2547 จำนวนภัยภิบัติทางธรรมชาติดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนและความรุนแรงขึ้นอย่างผิด ปกติ

ทั้งนี้บริษัทมิวนิก รี บรรษัทธุรกิจประกันภัยเสริม (reinsurance)รายใหญ่ที่สุดของโลกระบุในรายงานชื่อ "ภัยพิบัติทางธรรมชาติ" ประจำปี 2547 ว่าเป็นปีหายนะของธุรกิจประกันภัยทั่วโลก จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งปีกว่า 560 ครั้ง

ทางบริษัทประเมิน ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากภัยพิบัติในปีที่แล้ว ว่ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า5ล้านล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม มูลค่าที่สูญเสียนี้มากกว่าความสูญเสียที่เกิดในปี 2546 กว่าถึงหนึ่งเท่าตัว

ยิ่งไปกว่านี้ ตลอดหนึ่งปีมา มิได้มีแต่กรณีการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นเป็นครั้งแรกในมหาสมุทรอินเดีย เท่านั้น ที่เป็นเหตุการณ์ผิดปกติทางธรรมชาติ ทว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดอื่นๆเกิดขึ้นอีกมากมาย อาทิเช่น

วันที่ 1 ธันวาคม 2547 เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบแหล่งที่มา วัดความรุนแรงได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ไหลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ยังผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กล่าวคือ ทำให้พื้นที่กว่า220,000 ตารางกิโลเมตรในประเทศจีนถูกหมอกหนาปกคลุมในวันถัดมา จนทำให้การคมนาคมแทบทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง และยังเกิดเหตุการณ์หมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่มหาศาลขึ้นอีก 2 ครั้งในวันที่ 14 และ 21 เดือนเดียวกันในประเทศจีนและอินเดียตอนเหนืออีกด้วย

ผลของพลังงานแม่เหล็กอันไม่ทราบที่มานี้ ยังส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พิศดารอื่นๆอีกทั่วซีกโลกเหนือ เช่น เกิดลมพายุที่มีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอรีเคนในผรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ แคนาดา รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่อีกด้วย

เดือนสิงหาคมและกันยายน เฮอริเคนอเล็กซ์ ไอแวน ฟรานซิส ชาลี และ จีน เฮอริเคนถึงสี่ลูกกับอีกหนึ่ง พายุโซนร้อนได้ก่อตัวขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ในแถบแคริบเบียนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยังผลให้มีผู้คนหลายพันคนใน 6 ประเทศต้องถึงแก่ชีวิตและอีกหลายแสนคนต้องปราศจากที่อยู่อาศัย

เดือนสิงหาคมที่จีน เกิดพายุไต้ฝุ่นรานามิน พายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 48 ปีทำให้มีผู้เสียชีวิต164 คน บาดเจ็บกว่า1,800 คน และคาดว่าถึงกว่า13 ล้านคนได้รับผลกระทบ

เพียงในระยะเวลา 5เดือนหลังของปีที่แล้ว มีรายงานการเห็นลูกไฟอุกาบาตมากถึงกว่า 50 ครั้ง ทั่วโลก ในขณะที่สมาคมอุกาบาตของสหรัฐระบุว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเห็นลูกไฟอุกาบาต เกินกว่าเพียงปีละไม่กี่ครั้ง

หน้าร้อนปี 2547 ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นมากครั้งที่สุด เป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยแล้วหนึ่งลูกทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาล

มีนาคม เป็นครั้งแรกที่มีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ทำลายทฤษฎีที่เชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในบริเวณนี้ ด้วยลมพายุความเร็วถึง 150 กม./ชม. ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบคนในบราซิล


นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ผิดธรรมชาติต่างๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นทั่วไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เช่น ร้อนที่สุด หนาวที่สุด ฝนตกมากที่สุด แล้งที่สุด ภูเขาไฟปะทุขึ้นพร้อมกัน แผ่นดินไหว ลมพายุรุนแรงฯลฯ

ธรรมชาติวิปริตเกิดจากทฤษฎีโลกร้อนจริงหรือ?

ผู้คนทั่วไปมักเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ มีต้นตอมาจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล และทำให้เกิดกาซคาร์บอนไดออกไซด์ ประกอบกับการปล่อยสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกจนอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทว่า คำอธิบายข้างต้นหาได้เป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ในวงการวิทยาศาสตร์ไม่ ตรงกันข้ามยังมีการโต้แย้งกัน ถึงข้อบกพร่องในทฤษฎีเรือนกระจกและทฤษฏีโลกร้อน ตลอดมา

ทฤษฎีเรือนกระจกนั้น ข้อบกพร่องอยู่ที่ เหตุใดรูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก จึงไม่เกิดขึ้นเหนือพื้นที่ที่มีสถิติการปล่อยสารซีเอฟซี เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เหนือเมืองใหญ่และเขตอุตสาหกรรมต่างๆ แต่กลับไปเกิดขึ้นยังบริเวณขั้วโลกทั้งสองด้าน

ทั้งนี้ทีมวิจัยของอังกฤษได้รายงานเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ชั้นโอโซนในบริเวณขั้วโลกใต้ มีปริมาณโอโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 10%

ในส่วนของทฤษฎีโลกร้อนนั้น ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่บริเวณผิวพื้นโลกและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ในชั้นบรรยากาศระดับล่างและกลาง ในช่วง 20 ปีมานี้ พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิดพลาด เนื่องจากพบว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุณหภูมิที่ผิวพื้นโลกสูงขึ้นจริง แต่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากทฤษฎีโลกร้อนถูกต้องแล้ว อุณหภูมิทั้งสองบริเวณนี้จะต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีแกมม่า) นี้ได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อกว่า 5 ปีมาแล้ว และหลังจากเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าปริมาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก ได้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนความถี่และความรุนแรง

ท้องฟ้าในบริเวณขั้ว โลกเหนือที่ปกติมืดมิดตลอดเวลาในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันกลับมีแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นประจำ "ขอบฟ้าถูกยกสูงเหมือนกับชูขึ้นด้วยมือของพระเป็นเจ้า" นายเดวิดสันกล่าว เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลแคนาดา ซึ่งประจำการอยู่ที่สถานีตรวจสอบอากาศเมืองเรซาลูด เบย์ ทวีปอาร์คติก

นักวิทยาศาสตร์หลายฝ่ายเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลึกลับนี้ คือต้นเหตุของความวิปริตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีงานวิจัยของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน โลกเย็นลง ฝนกรดและการเกิดเมฆหมอกได้

ผลของงานวิจัยนี้ได้ถูกยืนยันอีก ครั้ง โดยการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสภาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชี่อของโลกในปี 2545

ไม่เพียงแต่รังสีแกมม่าน่าจะเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศเท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่เป็นพลังงานแม่เหล็กจึงส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และอาจสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้อีกด้วย

ผลการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบเป็นเวลา 30 ปี จากปี 2501 - 2531 สรุปว่าปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป

ในส่วนของจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีที่ แล้วก็เช่นกัน แม้จะยังไม่มีผลงานวิจัยในด้านนี้อยู่เลยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลกหลายคนก็เริ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่า มีความเป็นไปได้ที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจเกี่ยวข้องกับจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้น

คลื่นพลังงานแม่เหล็กเหล่านี้มาจากไหน?

ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงที่มาของคลื่นพลังงานแม่เหล็กลึกลับ ซึ่งยังคงสร้างความวิปริตทางธรรมชาติทั่วโลกในขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ น่าจะมาจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสูญชื่อ SN1987a เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นห่างจากโลก 12,000 ล้านปีแสงเมื่อปี2530 การระเบิดครั้งนั้นถือเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล เป็นอันดับสองรองจากการระเบิดที่เรียกว่าบิ้กแบงในปี2540

"การระเบิดของดาว SN1987a ปลดปล่อยพลังงานอภิมหาศาลในหนึ่งวินาที เทียบได้กับพลังงานของดาวฤกษ์ทั้งหมดในจักรวาลรวมกัน" สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ทั้งนี้คาดว่าโลกจะสามารถแลเห็นการระเบิดนี้ได้ก่อนปี2553

ทั้งนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกส่วนหนึ่ง ที่เชื่อว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปริศนานี้ มีที่มาจากในโลกนี้เองและเกิดจากการกระทำของมนุษย์ หลายฝ่ายชี้ชัดมายังอาวุธในโครงการของกองทัพสหรัฐที่มีชื่อว่าฮาร์พ(High Frequency Active Auroral Reseach Program) หรือ HAARP

ฮาร์พเป็น ส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการสตาร์วอร์ ฮาร์พถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา "การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม"

นายอีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการนี้ กล่าวถึงฮาร์พว่า "สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมดในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบนโลก... เบี่ยงเบนทิศทางหรือทำลายจรวดและเครื่องบิน... ปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ..."

ดอกเตอร์เมกิช นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งที่ติดตามโครงการฮาร์พ อธิบายถึงการทำงานของอาวุธนี้ว่า ฮาร์พ "อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุพลังมหาศาล เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศและเผาบริเวณนั้นจนร้อน( หลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ที่สามารถรับส่งคลื่นได้) จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะสะท้อนกลับมายังโลกและทะลุทะลวงทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี"

อะไรที่ชี้ว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง

หลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด อยู่ที่การยอมรับเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศ ของบุคคลสำคัญ สถาบันและองค์กรชั้นนำระดับโลกต่างๆ อาทิเช่น
เอกสารชื่อ "กองทัพอากาศสหรัฐ 2025" ที่ประกาศใช้ในปี 2539 ได้ระบุเป้าหมายในอนาคตของกองทัพอากาศสหรัฐว่า "การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศและสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี... มันเป็นไปได้ทั้งเชิงการรุกและรับหรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู... ความสามารถในการทำฝน หมอกและพายุหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก... และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของศัตรู..."

จริงอยู่ที่ข้อความข้างต้นนี้เป็นเพียงเป้าในอนาคต แต่ก็หมายถึงว่า ก่อนหน้าการประกาศ สหรัฐได้ทำเริ่มลงทุนพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีการควบคุมดินฟ้าอากาศ เป็นประจำมาเป็นเวลาช้านาน จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าสามารบรรลุภาระกิจที่ตั้งไว้ได้

ปี 2539 สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานคำพูดของนายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กล่าวถึงการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ตอนหนึ่งมีใจความว่า "การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดาจะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมีและเชื้อโรค และกรรมวิธีทางพลังงานแม่เหล็กที่สามารถเปิดรูโหว่ ในชั้นโอโซนหรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้"

เป็นไปได้หรือที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย จะสามารถค้นคิดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ? เพราะตลอดมาพวกเขามีศักยภาพเพียงการลอกเลียน และประยุกต์อาวุธขึ้นจากเทคโนโลยี ที่มีบรรดาประเทศมหาอำนาจได้ค้นคิดพัฒนาและใช้การได้จริงแล้วทั้งสิ้น

ปี2544 วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอนาย เดนิส คูชินิชได้ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ ตอนหนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง "อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่นดิน" เป็นไปได้หรือ ที่ผู้ที่เป็นถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐ จะกล้าเสนอกฎหมายนี้หากปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้

นอกจากบุกคลสำคัญและองค์กรของ สหรัฐเองจะกล่าวถึงการพัฒนาและทดลอง อาวุธที่เปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศแล้ว บุคคลสำคัญและ องค์กรในระดับโลกต่างๆก็ได้เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธนี้ด้วย

ที่ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี 2540 ได้มีการลงนามในอนุสัญญา "การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหารและการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง" ทั้งนี้นิยามของ "เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ" หมายถึง "เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆหรืออวกาศ"

หลักฐานที่ชี้ถึงแสนยานุภาพของฮาร์พ

ใน ปี 2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึงสี่คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซียหรือสภาดูม่า และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 ท่าน ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงานเสนอต่อประธานาธิบดีวลาดีเมีย ปูติน องค์กรสหประชาชาติและประเทศสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและสื่อมวลชนชั้นนำของโลก เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมติห้ามสหรัฐทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูงนี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความดังนี้ "ภายใต้โครงการฮาร์พ สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์ ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง"

"แสนยานุภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคมสู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดาสู่อาวุธนิวเคลียร์"

รายงานนี้ยังระบุอีกว่า สหรัฐกำลังสร้างอาวุธฮาร์พนี้ในพื้นที่สามแห่ง แห่งแรกที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา แห่งที่สองที่กรีนแลนด์และที่สามในประเทศนอร์เว ทั้งนี้สหรัฐเตรียมที่จะเริ่มทดลองอย่างเต็มที่ได้ตั้งแต่ต้นปี 2546

"เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวและกรีนแลนด์ ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายพร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริงในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก" รายงานของสภาดูม่าสรุป

ก่อนหน้านี้ในปี 2541 คณะกรรมมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร ก็ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป จากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูลและอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการฮาร์พ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศว่า ปัจจุบันโครงการฮาร์พกำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี 2549 (ปัจจุบัน แน่นอนคงใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว)

ที่มา //at1.seedang.com/stories/25547
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:11:41 น.  

 
 
 


มีเอกสารอีกมากมายที่ถูกแอบนํามาเปิดเผย
ซึ่งทางกลุ่มของผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่กังวลใจเท่าใดนัก
เพราะเชื่อว่าผู้คนบนโลกที่ได้รับทราบเรื่องนี้ต้องไม่เชื่อ
แล้วก็โทษฟ้าดิน โทษพระเจ้าไป ว่าทําให้เกิดภัยธรรมชาติ
(หรือบางประเทศก็จะโทษเวรโทษกรรม)
ทางกลุ่มจะสามารถดําเนินการต่อไปได้เรื่อยๆ

สรุป(เพิ่มเติม)

การดําเนินงานเป็นไปเพื่อสร้างความมั่งคั่ง
ของแผนการประเทศมหาอํานาจ
เพื่อจะครอบครองและควบคุมจุดยุทธศาสตร์ต่างๆในโลกนี้
ในทางการเมือง การทหาร และโดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติ
หรือแหล่งอาหารโลก จะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

การเกิดจะเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ และไม่เว้นแม้แต่ชาติตนเอง
เช่น กรณีเฮอริเคนคาทริน่าที่เจาะจงเลือกนิวออร์ลีนให้ได้รับผลกระทบ
เพราะเป็นที่ที่มีคนผิวสีอยู่มากที่สุด การควบคุมจะเป็นไปโดยง่าย
และประเทศอื่นๆก็จะค่อยๆได้รับผลกระทบต่อไป
ซึ่งดูจากยุทธศาสตร์ทางการทหารอีกที
จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะเกิดการ Last clear ขึ้น
ระหว่างนี้ก็จะมีการ Propraganda ต่างๆทางสื่อต่างๆ
เกี่ยวกับวันสิ้นโลกไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ
จนกว่าจะถึงเวลาที่จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมา

ขณะนี้มีการวางตัวผู้จรรโลงโลกไว้แล้ว
ซึ่งเป็นผลผลิตจากกระบวนการทางเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย
ผมและคุณอาจจะได้เห็นบุคคลที่ perfect ในอนาคตนี้
เพื่อจะมาแทนที่ หลังการ big clear
ซึ่งสามารถเข้ามาควบคุมโลกและปกครองโลกได้อย่างสบายๆ
หลัง จากที่ขณะนี้มีกระบวนการ สร้างความเชื่อว่าจะมีผู้วิเศษปรากฏกายหลังจากวันสิ้นโลก ค่อยๆดําเนินงานมาเรื่อยๆโดยอ้างจากคําทํานายในศาสนาต่างๆเช่น เมซซิอาห์ ในศาสนาคริสต์ นบีอิซา ในอิสลาม พระศรีอาริเมตไตร ในศาสนาพุทธ กัลกี-พระวิษณุ ในศาสนาฮินดู ฯลฯ
ผู้จรรโลงโลกจะเข้าสวมแทนที่ได้อย่างทันท่วงทีหลังจากการดําเนินงานเสร็จ

TerraN
21/7/2008
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:14:40 น.  

 
 
 


HAARP(High Frequency Active Auroral Research Project) คืออะไร??

- HAARP คือศูนย์วิจัยไอโอโนสแฟร์ (ionosphere คือชั้นบรรยากาศช่วงที่อยู่ห่างระหว่าง 80-1000 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก) ในเมือง Gakona รัฐ Alaska
ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย Alaska, Massachusetts, Stanford, Penn State, Tulsa, Clemson, Maryland, Cornell, UCLA และ MIT ในการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อศึกษาคุณสมบัติการสะท้อน (resonant properties) ของโลกและชั้นบรรยากาศของโลก

HAARP ตั้งอยู่บนแนวคิดของนาย Bernard Eastlund เจ้าของสิทธิบัตรสามใบที่จดในอเมริกา ชื่อของสิทธิบัตรของเขาได้แก่: วิธีการและเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงบริเวณในชั้นบร รยากาศของโลก, วิธีการและเครื่องมือในการสร้างเครื่องเครื่องเร่งอิ เล็คตรอนไซโคลตรอน (electron cyclotron) ด้วยความร้อนพลาสมา, วิธีการผลิตอนุภาคสัมพัทธภาพ (relativistic particles) เหนือพื้นผิวโลก ซึ่งจริงๆแล้วทฤษฏีเหล่านี้ เป็นการค้นคว้าต่อจากทฤษฏีของนาย Nicola Tesla นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะที่โลกลืม ชาว Croatia แทบทั้งนั้น(และแล้วเราก็นอกเรื่องอีกจนได้)

มันคืออะไร?

มัน คือโครงการณ์ลับของอเมริกาที่อเมริกาออกมาอ้างว่ามันคือเสาส่งกระแสไฟฟ้าหา คลื่นใต้ดินเพื่อหาแหล่งน้ำมันแต่รู้โดยทั่วไปว่ามันคืออาวุธทำลายล้างชนิด ใหม่ที่บังคับสภาพดินฟ้าอากาศได้!!

หลักการคือยิงคลื่นแม่เหล็กหลาย พันล้านโวลต์ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ซึ่งส่งผลให้ชั้นบรรยากาศ บริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงและมีผลกับกระแสแม่เหล็กโลกจนทำให้เกิดพายุหรือแผ่นดินไหว!!

ที่มา board.upmaxclub.com/index.php?topic=27418.0 //www.thaigaming.com/forward-mail/39041.htm

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:17:17 น.  

 
 
 
7.0 ริกเตอร์ ที่ความลึก 10 กิโลเมตรใต้มหาสมุทรแปซิฟิก
7.9ริกเตอร์ของชิลี
รอยเลื่อนซานแอนเดรียแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพาดผ่าน แอลเอและซานฟรานซิสโก ฮัมมาหลายเดือนก่อนหน้าซึนามิ
นักธรณีวิทยาส่วนใหญ่แปลกใจที่ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวขึ้นมาอยู่ระดับผิวเปลือกโลกหลายต่อหลายครั้ง

ก่อน ซึนามิ มีแผ่นดินไหวใกล้ออสเตรเลีย และมีปลาวาฬเกยตื้นตายไปจำนวนมาก แผ่นดินไหวในอินโดเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ฝ่ายกบฎอาเจะห์ มาพร้อมๆกับอาฟเตอร์ช็อคที่ตอนเหนือของพม่าซึ่งน่าจะเป็นพื้นที่ของฝ่ายต่อ ต้านรัฐบาลพม่าเช่นกัน(มีชิ้นส่วนด้านอวกาศของกลาโหมสหรัฐตกลงมาในพื้นที่ ประเทศไทย)เกิดเป็นรูป3เหลี่ยม แผ่นดินไหวเปิดแผลเปลือกโลกในอินโดทั้ง2ลูกที่ระดับความลึก40-30กม.
9.2ริกเตอร์ ระดับความลึกของแผ่นดินไหวในย่านนี้ปรกติอยู่ที่ความลึก60-70กม
โดยข้อมูลจากนักธรณีวิทยาหลายทีมที่มาศึกษารอยเลื่อนเปลือกโลกบริเวณนี้อย่างต่อเนื่องหลายปี
การที่มีปลาวาฬเกยตื้นจำนวนมากมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดจากสนามแม่เหล็กแรงสูงหรือคลื่นโซนาร์
หลัง26ธ.ค.47 ปี2004
มีรายงานความเสียหายของเรือดำน้ำยูเอสเอสซานฟรานซิสโกว่า”เกยตื้น”ในย่านแปซิฟิก
ระบบนำร่องน้ำลึกเสียหาย ต้องขึ้นลอยเหนือน้ำ
และมี”ลูกเรือเกิดอาการวิกลจริต”

ทำไม สหรัฐฯถึงส่งเรือรบเข้าไปคล้ายกับการสำรวจความเสียหายในพื้นที่ทาง ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะเป็นพื้นที่ของฝ่ายกบฎอาเจะห์ ส่วนสร้างความเสียหายให้ฝ่ายกบฎอาเจะห์เป็นอันมากจนต้องเจรจายุติการสู้รบ และทำไมผู้บัญชาการอาวุโสในอิรัก ต้องเดินทางไปที่นั่น

ส่วน ออสเตรเลียก็มีการเข้าไปสำรวจแนวจุดเกิดเหตุในภาคพื้นมหาสมุทร ทวีปออสเตรเลียมีอัตราการเคลื่อนที่มุดซ้อนเข้ามาที่เพลทยูเรเซียในระดับสูง มี การปะทะของเพลทอินโด-ออสเตรเลียกับเพลทยูเรเซีย ทำให้ขอบด้านเหนือของเพลทอินโด-ออสเตรเลียมุดลงใต้ขอบด้านใต้ของเพลทยูเร เซียตามแนวร่องลึกในทะเลอันดามัน และมีชายฝั่งทวีปออสเตรเลียบางด้านเกิดการยกตัวขึ้นหลายสิบเมตร


>ศูนย์ต่างชาติแจ้งเตือนไปในประเทศที่อยู่ในเครือข่ายของตนเอง
และอ้างว่าไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับประเทศที่อยู่ในแนวแผ่นดินไหวได้
ศูนย์สหรัฐได้แจ้งไปยังกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ
ฐานทัพเรือของสหรัฐฯในมหาสมุทรอินเดีย แถบหมู่เกาะดิเอโก การ์เซีย
ได้รับการแจ้งเตือนและสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไร้รอยขีดข่วน\\”ทำไมชาวประมงในอินเดีย
ศรีลังกา และประเทศไทย
จึงไม่ได้รับการเตือนภัยในแบบเดียวกัน\\”ออสเตรเลียพยายามเตือนไทยด้วยข้อมูลด้านแผ่นดินไหว
แต่ผู้เชี่ยวชาญถูกชักเชิญไปสัมนาทีประจวบหมด

26ธ.ค.47เกิดที่ระดับความลึก40ก.ม.และ28มี.ค.48เกิดที่ระดับความลึก30ก.ม..>แผ่นดินไหวทั้ง2ครั้งนี้
ส่งผลให้ลดแรงสะสมต่อรอยเลื่อนในแนววงแหวนไฟชายฝั่งด้านฝั่งทวีปอเมริกา แอลเอ
แนวแคลิฟอร์เนีย ลดแรงสะสมลง
และน่าจะลดแรงต้านในแนวแอตแลนติกที่มีต่อทวีปอเมริกาและทวีปยุโรบด้วย
แต่รอยเลื่อนแนวชายแดนไทยพม่าน่าจะเกิดแรงสะสมมากขึ้น

.

หลังซึนามิที่มีผลต่อผู้คนมหาศาล
นิวซีแลนด์ก็ออกมายอมรับต่อชาวโลกว่าเป็นผู้จัดหาสารฝนเหลืองให้สหรัฐในสงครามเวียดนาม
**ขณะนี้อินเดียติดต่อซื้อเทคโนโลยีด้านขุดเจาะจากรัสเซียแล้ว
บริษัทรัสเซียที่อินเดียซื้อมายังติดศาลล้มละลายอยู่ทีสหรัฐ(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นยูแกนต์)
บ.สัมปทานขุดเจาะน้ำมันและก๊าซจากอเมริกาที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลว่าไทย มีน้ำมันอยู่เท่าไหร่
สำรวจประมาณปี2516 พบว่า
ไหล่ทวีปแถบอันดามันมีลักษณะเป็นหน้าผา ถ้าได้รับการกระตุ้น
หรือหน้าผาถล่ม จะเกิดคลื่น ขนาดใหญ่ได้
ปี2005 บริษัทขุดเจาะ สำรวจ ก๊าซ น้ำมัน ในแนวใกล้รอยเลื่อนในเอเชียในหลายๆประเทศ ยูโนแคล ของอเมริกา ถูกปิด โดยมี
ซี นูคบริษัทจีนทาบซื้อเทคโนโลยีด้านขุดเจาะจากบ.ยูโนแคล ในแคลิฟอร์เนีย และมีข้อมูลภูมิศาสตร์ในภูมิภาคนี้มากที่สุด ในราคา18,500 ล้านดอลลาร์ แต่สภาสหรัฐฯลงมติไม่ให้รัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติการขายบริษัทยูโนแคล ให้กับบริษัทต่างชาติจีน ด้วยปัญหาด้านความมั่นคง บริษัทเชฟรอนจึงซื้อยูโนแคลไปด้วยเงินสด+หุ้น ในราคาแค่ 16,300 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งเป็นข้อที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเป็นอันมากเนื่องจาก ยูโนแคลมีกำลังการผลิตในอเมริกาเพียงวันละไม่ถึงหกหมื่นบาร์เรล ซึ่งนับว่าน้อยมาก ที่จะกระทบถึงความมั่นคง ประจวบกับสหรัฐมีกฎหมายฉบับนึงที่สั่งห้ามการขุด เจาะน้ำมันนอกชายฝั่งเอาไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐมีการระมัดระวังการขุดเจาะที่อาจกระทบความมั่นคง เป็นอันมาก
ยูโนแคลมีการขุดเจาะได้ลึกเร็วระดับสถิติโลก มีกิจการในอินโดนิเซีย ไทย พม่า บังกลาเทศ อาเซอร์ไบจาน เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และอีกหลายประเทศ

IBMที่มีทั้งHardwareและSoftwareด้านอุตุและฐานข้อมูลภูมิศาสตร์
และญี่ปุ่นเคยทุ่มการลงทุนศึกษาเทคโนโลยีด้านการขุดเจาะแต่ไมสำเร็จ
มาปีนี้จะทุ่มให้การศึกษากลไกของแผ่นดินไหวให้เป็น1ใน10อันดับแรกที่จะต้องทำของประเทศ
สิงห์คโปร์และมาเลเซียก็เตรียมการเพื่อศึกษาด้านนี้แล้ว
นักธรณีวิทยาด้านชั้นหินใต้ทวีปที่เก่งๆส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐ
สหรัฐมีเทคโนโลยีการเร่งอนุภาคนิวเคลียร์ที่นำหน้ายุโรปนับสิบปีเช่นFermi
Lab

หลังซึนามิไม่นาน อิหร่านก็มีมีรายงานการจับกุมกล่มสายลับของสหรัฐได้
และหลังจากนั้น ก็มีแผ่นดินไหวเกิดซ้ำที่อิหร่านอีก
และที่กลางขั้วโลกเหนือก็มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างผิดปรกติ และมีหิมะจำนวนมากกลายเป็นไอ
เข้าใจว่าจะพยายามแก้ไขสภาพอากาศที่แปรปรวนในสหรัฐที่เกิดต่อเนื่องจากการที่ซึนามิทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้แตกกระจาย
แต่เกิดความชื้นสูงในอากาศโลกพร้อมเอื้อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในวงกว้างแทน

อาวุธสิ่งแวดล้อม
มีการใช้ประโยชน์ จากทฤษฎีกายา และการเคลื่อนที่ของทวีป แผนทีโลกอันใหม่
เร่งสารละลายโลหะในแมกม่า หรือแกนโลก
ด้วยสนามแม่เหล็กแรงสูงหรือไม่ >> ซึนามิระเบิดแผ่นดินไหว
มันเกิดขึ้นหนึ่งปีหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว26 ธันวาคม 2003
ที่เมืองบัมในอิหร่านพอดีซึ่งมีผู้เสียชีวิต 30,000 คน
“การทดลอง อาวุธสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้
ด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กเรโซแนนซ์ผสมสนามไฟฟ้าเขย่าชั้นหินในระยะไกล
หลายวันก่อนเกิดเหตุ มีเสียงระเบิดขึ้นกลางอากาศน่านฟ้าอินโดนีเชีย
คล้ายเสียงอุกกาบาต โดยที่เรดาร์ไม่สามารถตรวจจับวัตถุได้

อเมริกาเป็นประเทศที่มีความลํ้าหน้าด้านเทคโนโลยีแผ่นดินไหว
ประวัติศาตร์ธรณีวิทยา
ข้อมูลและเทคโนโลยีการขุดเจาะแหล่งแร่และนํ้ามัน เรือดำน้ำ
การทดลองระเบิดใต้ภิภพ
Softwareจำลองแผ่นดินไหวและจำลองการเกิดคลื่น
เทคโนโลยีนิวเคลียร์รูปแบบใหม่ที่สะอาดขึ้น
เทคโนโลยีด้านพลังงานรูปแบบอื่นๆ
รวมทั้งมีคลื่นดาวเทียม .จารกรรมวงโคจรตํ่า.
จำนวนมากและมีขนาดใหญ่พอที่จะบรรทุก
อาวุธได้

ช่วง ที่สหรัฐทำการตกลงด้านความมั่นคงกับอินเดีย โดยมีอดีตประธานาธิบดีบุ ช ผู้พ่อ ไปร่วมพิธี ทั้งๆที่อินเดียไม่เข้าร่วมในสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์นั้น ได้มีวัตถุดิบด้านนิวเคลียร์หายไปจากสถาบันในอินเดียจำนวนนึง



ก่อน หน้านี้1-2ปีมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิทยาศาตร์-ธรณีวิทยาที่ บริเวณแนวรอยเลื่อนนี้มากจนนักข่าวไทยรัฐนำไปลงหน้า5เรื่องโอกาสที่จะเกิด
มีการพูดถึงการเตือนและตกใจอพยพครั้งก่อนและมีการถามไปยังกรมฯเรื่องมาตรการการระบบเตือนภัย
ก็ได้คำตอบว่าไม่มีนโยบาย คนในกรมฯคงจะติดตามข่าวแนวรอยเลื่อนนี้อยู่
แต่เพราะอยู่กลางทะเลลึกและถูกตัดงบที้ขอสำรวจร่องนี้หลายครั้งจึงN/A

ผลกระทบ
2องศาของโลก ต่อเขตอากาศภูมิศาตร์กระแสน้ำโลก ความเร็ววงโคจรโลก
ผลกระทบต่อดวงจันทร์ แนวแสงอาทิตย์ และแนววงโคจรของอุกาบาต
งานนี้เป็นการเร่งแรงดันการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกให้เกิดแรงในเวลาและสถานที่ที่กำหนด
ให้เกิดก่อนก่อนเวลา>>ก่อนเกิดเหตุไม่นานมีความเคลื่อนไหวทางศาสนา
พลังชีวิต กรีนการ์ด ลดงบองค์กรมูลนิธิความช่วยเหลือในพม่า
ขนคนไปUSผ่านUN

อินโดนีเชียเป็นประเทศอิสลามขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ต้องบริโภคไก่ในราคาที่แพงขึ้น

กำหนดเวลานี้ชาว+Xที่เคร่ง
ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในการโจมตีโดยใช้ธรรมชาติครั้งนี้

การโฆษณาโครงการพลังชีวิตในหลายประเทศในภูมิภาคนี้ก่อนหน้าซึนามิเพียงไม่นานพร้อมงบประมาณสำหรับซื้อโฆษณาและจ้างบ.คอลเซ็นเตอร์มหาศาล
การ ที่ชาวสวีเดนซึ่งเป็นดินแดนที่ฟรีไม่ได้รับการแจ้งเตือนภัยเฝ้าระวังการ ก่อการร้ายพร้อมคำแนะนำห้ามเดินทางมายังเอเชียในช่วงนั้นเหมือนประเทศอื่นๆ
ฝ่าย กบฎทมิฬในศรีลังกาได้รับความเสียหายจากซึนามิน้อยมากเมื่อเทียบกับ ฝ่ายศรีลังกาซึ่งมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งอาจจะเป็นได้ว่าชาวทมิฬมีความคุ้นเคยกับท้องทะเลซึ่งเป็นแหล่งทำมาหากิน หรืออาจเป็นได้ว่าได้รับการเตือนจากโครงข่ายคนของกลาโหมสหรัฐในนอร์เวย์ซึ่ง เป็นถิ่นที่ชาวทมิฬไปรับจ้างแรงงานเป็นอันมาก แสดงให้เห็นความน่าจะเกี่ยวข้องของ คนในกลาโหมสหรัฐ กับองค์กรลับที่พยายามแทรกตัวในระบบของวาติกัน

1.อินโดนีเซียมีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวติมอร์ 2.การก่อการร้ายวางระเบิดในบาหลีที่มีรายงานว่ามุ่งเป้าไปที่ชาวออสเตรเลีย 3.การจลาจลทำร้ายชาวคริสต์ และชาวจีน อาจจะเป็นกุญแจสาเหตุที่ทำให้มีการวางยุทธศาสตร์ต่ออินโดนีเซีย

แกนโลก ฤดูกาล //tasboard.piesoft.net/message.php?MsgCode=6044

การศึกษาใหม่พบว่าแกนโลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โครงการ Swarm //www.foosci.com/node/219

2012 ดวงอาทิตย์พลิกกลับขั้วแม่เหล็ก แผ่นดินไหว พายุฟ้าผ่า พายุสุริยะ รังสีคอสมิก มะเร็งและคลื่นความร้อน สเถียรภาพการโคจรของโลก หายนะจากการเปลี่ยนทิศทางการหมุนของโลก //seedang.com/stories/25684

สนามแม่เหล็กโลกในรัฐแคลิฟอร์เนียเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับสูง
รัฐแคลิฟอร์เนียเผชิญพายุฟ้าผ่าก่อให้เกิดไฟป่ากว่า 800 จุด 25/6/2008
มี รายงานว่าในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดพายุฟ้าผ่าเกือบ 8,000 ครั้งในพื้นที่ป่าแห้งผากทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย //www.ch7.com/news/sbnews.aspx?NwType=03&SbType=00&SeqNo=5273
9
//www.dek-d.com/board/view.php?id=941568

กำหนดการทดลองด้านนิวเคลียร์ฟิสิกส์ขององค์การร่วมยุโรปCern

ญี่ปุ่น มีแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวว่าอยู่ลึกลงไปใต้พื้น ดินประมาณ 10 กิโลเมตรหลายครั้งแล้ว เช่นเดียวกับที่กรีซ และจีน เทคโนโลยีการขุดเจาะในระดับความลึก10กิโลเมตรนี้มีเพียงสหรัฐกับนอร์เวย์ เท่านั้นที่ทำได้ แสดงให้เห็นว่า องค์กรที่อยู่เบื้องหลังกำลังเร่งมือปรับโมเมนตัมของเปลือกโลก ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับมุมจุดหมุนของแกนโลก สภาพอากาศและชั้นบรรยากาศ ซึ่งเคยมีรายงานในก่อนหน้านี้มาหลายปีแล้วว่าขั้วแม่เหล็กโลกมีการเคลื่อน ตัวค่อนข้างสูง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ ทางทหาร-อาวุธ-น้ำมัน-พลังงาน-เทคโนโลยี-ชีวภาพ-ยา-อาหาร-สิ่งแวดล้อม-เพลท- สภาพอากาศ-การเงิน-ค่าเงิน-กองทุน-ประกัน-อสังหาสหรัฐฯ

เขื่อน แรงกด เปลือกโลก โมเมนตัม ธนาคารโลก คนของสหรัฐ อัตราการละลายของน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัย เอเชีย ทะเลสาบจากน้ำแข็งละลายสะสม น้ำท่วม ความแห้งแล้ง การขาดน้ำ

มีโครงการที่จะทดลองในอวกาศ ลดมวลของดวงจันทร์ลงโดยการระเบิดผิวดวงจันทร์ เพื่อเปลี่ยนแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ต่อแกนโลก

การควบคุมสภาพบรรยากาศ
ตาม หลักการแล้วคลื่นโทรศัพท์มือถือสามารถทำได้แค่ทำให้อุ่นขึ้นได้ทั้งน้ำ และสมองครับ โดยเฉพาะการใช้คลื่นความถี่2คลื่นมาเรโซแนนซ์กันให้เกิดความถี่ย่านที่เกิด ความร้อนของน้ำ ก็จะเกิดความร้อนได้มากที่สุด แต่คงไม่ถึงกับทำให้น้ำเดือด และตามหลักการแล้วถ้าสามารถควบคุมระบบ IN ของค่ายโทรศัพท์มือถือได้สัก2ความถี่ก็น่าจะสามารถควบคุมสภาพอากาศได้ใน ระดับนึง โดยส่งคลื่นติดต่อไปยังโทรศัพท์มือถือจำนวนมากๆพร้อมๆกันให้เกิดสนามความถี่ เขย่าความชื้นในอากาศให้อากาศอุ่นขึ้นเกิดการเคลื่อนลอยตัวของสภาพอากาศใน ระดับที่ต้องการเพื่อดึงดูดหรือเหนี่ยวนำสภาพบรรยากาศในบริเวณรอบข้างให้ เกิดการเคลื่อนตัวตามได้

การสร้างพายุด้วยคลื่นไมโครเวฟ

การเติมสารเคมีเพื่อเพิ่มขนาดความรุนแรงของพายุด้วยเครื่องบินสมรรถนะสูง

พม่าและจีนมีการละเมิดสิทธิมนุษชน อันเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มีการดำเนินการโจมตีในทางยุทธศาสตร์

แผนการควบคุมสภาพจิตใจ

Mind Map Patterns

แผนการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจ

โนอาห์ รัฐบาลนอร์เวย์ และ โกลบอล คร็อป ไดเวอร์ซิตี้ ทรัสต์ องค์กรไม่แสวงหากำไร สร้าง สวาลบาร์ด โกลบอล ซี้ด วาลต์ (Svalbard Global Seed Vault) //www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?t=30206

7sector

โครงการไซด์คิก ออรอร่า ฮาร์พ สตาร์วอร์

HAARP //www.nokkrob.org/index.php?&obj=forum.view(cat_id=wt-wt,id=50)
//at1.seedang.com/stories/25547

//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6815328/X6815328.html

//www.youtube.com/watch?v=tihygYupVaw&feature=related


ลม สุริยะ รังสีแกมม่า รูโหว่ในชั้นโอโซน ผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด

ในที่ประชุมสาธารณสุขของประชาชนในเดือนธันวาคมปี 2000 ที่กรุงดาคา บังคลาเทศ ดร.โรซาลี เบอร์เทล ได้เปิดให้ผู้ฟังต้องตกใจและแทบไม่เชื่อว่า ?อาวุธล่าสุดของกองทัพสหรัฐคือโลกใบนี้เอง…และอากาศจะเป็นหนึ่งใน อาวุธทำลาย ร้ายแรงที่สุดในปี 2025?
ดร.เบอร์เทล กำลังอ้างถึงวิธีการที่แผ่นดินไหวและเกิดพายุทอร์นาโดที่ถูกสร้างขึ้นสามารถ สร้างความหายนะให้แก่ประชาชนและชาติต่างๆได้อย่างไร ตามหนังสือของเธอ อาวุธแม่เหล็กไฟฟ้า ?มีความสามารถที่จะส่งการระเบิดและผลกระทบอื่นๆ เช่น การก่อให้เกิดแผ่นดินไหวข้ามทวีปไปยังเป้าหมายที่ถูกคัดเลือกไว้บนโลกใบนี้ ได้ด้วยระดับพลังที่เท่ากับการระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหญ่? การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำในการทดลองเปลี่ยนแปลงอากาศ คลื่นเหล่านี้สามารถผ่านเข้าไปยังผืนโลกที่แข็งและในมหาสมุทรและได้ถูกกอง ทัพใช้เพื่อตรวจสอบบรรยากาศเบื้องบนและโครงสร้างภายในของโลก คลื่นความถี่ต่ำเหล่านี้สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดผลทางด้านกลไกและ ความสั่นในระยะไกลทั่วโลก พวกเขาสามารถที่จะควบคุมอากาศ สร้างพายุและฝนตกหนักเหนือพื้นที่ใดก็ได้
ลมสุริยะ รังสีแกมม่า รูโหว่ในชั้นโอโซน ผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด



คลื่นเหล่านี้มีศักยภาพที่จะทำให้เกิดการ เคลื่อนของแผ่นดิน ?มันสามารถที่จะไปรบกวนภูเขาไฟและแผ่นเปลือกโลกซึ่งจะย้อนกลับมามีผลต่อสภาพ อากาศได้? เธอกล่าว ตัวอย่างเช่น เป็นที่รู้กันว่าแผ่นดินไหวมีปฏิสัมพันธ์กับบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ (บรรยากาศที่อยู่สูงขึ้นไปจากพื้นโลกประมาณ 50-373 ไมล์) ความจริงแล้ว แผ่นดินไหวหลายครั้งที่เกิดขึ้นในปีหลังๆนี้เกิดขึ้นหลังจากปรากฏการณ์ บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้? ดร.เบอร์เทลกล่าว บางตัวอย่างในหนังสือของเธอมีทั้งแผ่นดินไหวที่ถังชานในจีนซึ่งเกิดขึ้นใน วันที่ 28 กรกฎาคม 1976 และทำให้มีคนเสียชีวิตถึง 650,000 คน เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนั้นเกิดขึ้นหลังการทดลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ ต่ำเพื่อทำให้บรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟียร์ร้อนขึ้นมาโดยสหภาพโซเวียต อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือแผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก ดร.เบอร์เทลกล่าวว่าในวันที่ 12 กันยายน 1989 มีการตรวจจับคลื่นอุลตราความถี่ต่ำได้ในแคลิฟอร์เนีย คลื่นเหล่านี้เพิ่มความแรงขึ้นและในที่สุดก็หายไปในวันที่ 5 ตุลาคม แต่ต่อมาในวันที่ 17 ตุลาคมก็ปรากฏขึ้นอีกด้วยสัญญาณที่แรงจนเลยมาตรวัดไป หลังจากนั้นอีกสามชั่วโมงก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น
ความจริงแล้ว หนังสือพิมพ์วอชิงตันไทม์สในเดือนมีนาคม 1992 ได้กล่าวว่าตัวเซนเซอร์ดาวเทียมและที่ภาคพื้นดินได้ตรวจจับคลื่นวิทยุลึกลับ หรือกิจกรรมทางไฟฟ้าและแม่เหล็กได้ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแคลิ ฟอร์เนียนตอนใต้ อาร์มีเนีย ญี่ปุ่นและแคลิฟอร์เนียเหนือระหว่างปี 1986 และ 1989
แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 17 มกราคม 1994 ก็เกิดขึ้นหลังจากที่มีคลื่นวิทยุผิดปกติและเสียงโซนิกบูมสองครั้ง ?ความบังเอิญอันแปลกประหลาดเหล่านี้ยังไม่ได้มีการอธิบาย….มันดู เหมือนมี ความเป็นไปได้อย่างสูงที่แผ่นดินไหวเหล่านี้บางครั้งจะเกิดขึ้นจากการกระทำ ของมนุษย์ ไม่ใช่พลังทางธรรมชาติ? ดร.เบอร์เทล กล่าว
ในปี 1997 รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่องค์การก่อการร้าย ได้ข่มขู่ว่าจะใช้วิธีการแบบธรรมชาติที่พวกตนสามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การสร้างแผ่นดินไหวและการทำให้ภูเขาไฟระเบิดจากทางไกลโดยการใช้คลื่นแม่ เหล็กไฟฟ้า
วันที่ 1 ธันวาคม 2547 เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบแหล่งที่มา วัดความรุนแรงได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ไหลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ยังผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กล่าวคือ ทำให้พื้นที่กว่า220,000 ตารางกิโลเมตรในประเทศจีนถูกหมอกหนาปกคลุมในวันถัดมา จนทำให้การคมนาคมแทบทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง และยังเกิดเหตุการณ์หมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่มหาศาลขึ้นอีก 2 ครั้งในวันที่ 14 และ 21 เดือนเดียวกันในประเทศจีนและอินเดียตอนเหนืออีกด้วย
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:21:50 น.  

 
 
 

ผลของ พลังงานแม่เหล็กอันไม่ทราบที่มานี้ ยังส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พิศดารอื่นๆอีกทั่วซีกโลกเหนือ เช่น เกิดลมพายุที่มีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอรีเคนในผรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ แคนาดา รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่อีกด้วย

เดือน สิงหาคมและกันยายน เฮอริเคนอเล็กซ์ ไอแวน ฟรานซิส ชาลี และ จีน เฮอริเคนถึงสี่ลูกกับอีกหนึ่ง พายุโซนร้อนได้ก่อตัวขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ในแถบแคริบเบียนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยังผลให้มีผู้คนหลายพันคนใน 6 ประเทศต้องถึงแก่ชีวิตและอีกหลายแสนคนต้องปราศจากที่อยู่อาศัย


เดือน สิงหาคมที่จีน เกิดพายุไต้ฝุ่นรานามิน พายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 48 ปีทำให้มีผู้เสียชีวิต164 คน บาดเจ็บกว่า1,800 คน และคาดว่าถึงกว่า13 ล้านคนได้รับผลกระทบ

เพียงในระยะเวลา 5เดือนหลังของปีที่แล้ว มีรายงานการเห็นลูกไฟอุกาบาตมากถึงกว่า 50 ครั้ง ทั่วโลก ในขณะที่สมาคมอุกาบาตของสหรัฐระบุว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเห็นลูกไฟอุกาบาต เกินกว่าเพียงปีละไม่กี่ครั้ง

หน้าร้อนปี 2547 ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นมากครั้งที่สุด เป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยแล้วหนึ่งลูกทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาล

มีนาคม เป็นครั้งแรกที่มีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ทำลายทฤษฎีที่เชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในบริเวณนี้ ด้วยลมพายุความเร็วถึง 150 กม./ชม. ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบคนในบราซิล
นอก จากนี้ยังมีเหตุการณ์ผิดธรรมชาติต่างๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นทั่วไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เช่น ร้อนที่สุด หนาวที่สุด ฝนตกมากที่สุด แล้งที่สุด ภูเขาไฟปะทุขึ้นพร้อมกัน แผ่นดินไหว ลมพายุรุนแรงฯลฯ

คลื่นพลังงานแม่เหล็กเหล่านี้มาจากไหน?

ยัง ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงที่มาของคลื่นพลังงานแม่เหล็กลึกลับ ซึ่งยังคงสร้างความวิปริตทางธรรมชาติทั่วโลกในขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ น่าจะมาจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสูญชื่อ SN1987a เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นห่างจากโลก 12,000 ล้านปีแสง เมื่อปี2530 การระเบิดครั้งนั้นถือเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล เป็นอันดับสองรองจากการระเบิดที่เรียกว่าบิ้กแบงในปี2540

“ การระเบิดของดาว SN1987a ปลดปล่อยพลังงานอภิมหาศาลในหนึ่งวินาที เทียบได้กับพลังงานของดาวฤกษ์ทั้งหมดในจักรวาลรวมกัน” สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ทั้งนี้คาดว่าโลกจะสามารถแลเห็นการระเบิดนี้ได้ก่อนปี2553
มีงานวิจัย ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน โลกเย็นลง ฝนกรดและการเกิดเมฆหมอกได้
ผลของงานวิจัยนี้ได้ถูกยืนยันอีกครั้ง โดยการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสภาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชี่อของโลกในปี 2545

ไม่เพียงแต่รังสีแกมม่าน่า จะเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ เท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่เป็นพลังงานแม่เหล็กจึงส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และอาจสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้อีกด้วย

ผล การศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบเป็นเวลา 30 ปี จากปี 2501 – 2531 สรุปว่าปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป
อาวุธในโครงการของกองทัพสหรัฐที่มีชื่อว่าฮาร์พ(High Frequency Active Auroral Reseach Program) หรือ HAARP

ฮาร์พ เป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการสตาร์วอร์ ฮาร์พถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา “การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม”

นายอีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการนี้ กล่าวถึงฮาร์พว่า “สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมดในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบน โลก… เบี่ยงเบนทิศทางหรือทำลายจรวดและเครื่องบิน… ปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ…”
ดอกเตอร์เมกิช นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งที่ติดตามโครงการฮาร์พ อธิบายถึงการทำงานของอาวุธนี้ว่า ฮาร์พ “อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุพลังมหาศาล เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศและเผาบริเวณนั้นจนร้อน( หลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ที่สามารถรับส่งคลื่นได้) จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะสะท้อนกลับมายังโลกและทะลุทะลวงทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี”


อะไรที่ชี้ว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง

หลัก ฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด อยู่ที่การยอมรับเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศ ของบุคคลสำคัญ สถาบันและองค์กรชั้นนำระดับโลกต่างๆ อาทิเช่น
เอกสารชื่อ “กองทัพอากาศสหรัฐ 2025″ ที่ประกาศใช้ในปี 2539 ได้ระบุเป้าหมายในอนาคตของกองทัพอากาศสหรัฐว่า “การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศและสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี… มันเป็นไปได้ทั้งเชิงการรุกและรับหรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู… ความสามารถในการทำฝน หมอกและพายุหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก… และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของ ศัตรู…”

ปี 2539 สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานคำพูดของนายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กล่าวถึงการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ตอนหนึ่งมีใจความว่า “การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดาจะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมีและเชื้อโรค และกรรมวิธีทางพลังงานแม่เหล็กที่สามารถเปิดรูโหว่ ในชั้นโอโซนหรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้

ปี2544 วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอนาย เดนิส คูชินิชได้ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ ตอนหนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง “อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่น ดิน” เป็นไปได้หรือ ที่ผู้ที่เป็นถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐ จะกล้าเสนอกฎหมายนี้หากปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้

นอกจากบุกคลสำคัญและองค์กรของสหรัฐเองจะกล่าวถึงการ พัฒนาและทดลอง อาวุธที่เปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศแล้ว บุคคลสำคัญและ องค์กรในระดับโลกต่างๆก็ได้เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธนี้ด้วย

ที่ ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี 2540 ได้มีการลงนามในอนุสัญญา “การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหารและการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง” ทั้งนี้นิยามของ “เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ” หมายถึง “เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆหรืออวกาศ”

หลักฐานที่ชี้ถึงแสนยานุภาพของฮาร์พ

ใน ปี 2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึงสี่คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซียหรือสภาดูม่า และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 ท่าน ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงานเสนอต่อประธานาธิบดีวลาดีเมีย ปูติน องค์กรสหประชาชาติและประเทศสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและสื่อมวลชนชั้นนำของโลก เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมติห้ามสหรัฐทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูงนี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความดังนี้ “ภายใต้โครงการฮาร์พ สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์ ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง”
“แสนยานุภาพที่เพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคมสู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดาสู่อาวุธนิวเคลียร์”

รายงานนี้ยังระบุ อีกว่าสหรัฐกำลังสร้างอาวุธฮาร์พนี้ในพื้นที่สามแห่ง แห่งแรกที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา แห่งที่สองที่กรีนแลนด์และที่สามในประเทศนอร์เว ทั้งนี้สหรัฐเตรียมที่จะเริ่มทดลองอย่างเต็มที่ได้ตั้งแต่ต้นปี 2546

“ เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวและกรีนแลนด์ ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายพร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริงในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก” รายงานของสภาดูม่าสรุป

ก่อนหน้านี้ในปี 2541 คณะกรรมมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร ก็ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป จากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูลและอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการฮาร์พ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศว่า ปัจจุบันโครงการฮาร์พกำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี 2549 (ปัจจุบัน แน่นอนคงใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว)
www.spitting-image.net/archives/003809.html
//www.twnside.org.sg/title/hawa2.htm



การตัดเพลทในมุมเฉือนไล่ระดับความลึก สร้างแนวเหลื่อม ยกสไลท์

หุ่นยนต์เวิร์ม ปัญญาประดิษฐ์ รีโมทเซ็นซิ่งในชั้นหิน เซ็นเซอร์โค้ดความถี่ตัดสนามแม่เหล็ก แหล่งพลังงานจุดระเบิด



 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:22:18 น.  

 
 
 
แผนที่ โลกใหม่ แผนการยึดครองพื้นที่ญี่ปุ่น ศึกษาชั้นหิน รอยต่อเพลทหลอมเหลว การเข้าถึงจำนวนประชากรด้าน ข้อมูล-ข่าวสาร-สื่อสาร-คมนาคม ดิจิตอลดีไว๊ด์ เพื่อเซฟคนในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

IDC ในใจกลางพื้นที่ราบสูง เพลทหนา เกิดการโก่งตัวน้อย


การเตรียมทางเลือกสำรอง โครงการโคลนนิ่งเพื่อแก้ปัญหาผลข้างเคียงของรังสีแกมม่า จากการอยู่อาศัยในอวกาศ



ปี2003 เชื้อโรคระบาดเริ่มกระจายอย่างรุนแรงในเอเชียก่อนการบุกอิรัก

นักจุลชีววิทยาสหรัฐอเมริการัสเซีย จีน และออสเตรเลีย แคนาดา, อังกฤษ
และนอร์เวย์ มีศักยภาพสูงเพียงพอในวิทยาการเทคโนโลยีชีวภาพ

>>” อาวุธสิ่งแวดล้อม”ส่งเชื้อมาให้แลปในญี่ปุ่นพัฒนา โดยล้วงฐานข้อมูลDNAไก่จากโครงการสำรวจพันธุ์ไก่เอเชียของญี่ปุ่น

แล้วสร้างภารกิจลวงจากฐานทัพอเมริกาในโอกินาว่าที่ญี่ปุ่นส่งของกลับไปอเมริกาโดยใช้เครื่องบิน2ลำแต่บินเข้าน่านนํ้าจีนให้โดนจับ
แถมยังหลอกขู่จีนว่าจีนไม่อาจรับผลที่ตามมาได้ ถ้าหากยึดของในเครื่องบินไป และให้ส่งของคืนให้อเมริกาโดยด่วน
แล้วซาร์สCoronaไวรัส ที่มีต้นกำเหนิดจากทวีปอเมริกา ก็เริ่มระบาดในภูมิภาคนี้ก่อนหน้าสงครามอิรักแค่นิดเดียว
ทำให้จีนก้าวขาออกจากบ้านไม่ได้
ต่อจากนั้นสัตว์เศรษฐกิจของจีนก็ตกเป็นเป้าด้วย
ไก่ที่มีDNAคล้ายกับมนุษย์อยู่50% ก็เริ่มล้มตายทั้งภูมิภาค
H5N1 ซึ่งช่วงนั้นอเมริกาเริ่มสะสมสั่งผลิตวัคซีนหวัดไว้มากกว่า100ล้านโดส
และอังกฤษใช้แง่กฎหมายระงับการส่งออกวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตยาในอังกฤษที่มีต้นทุนต่ำไม่ให้ส่งไปอเมริกา
ทำให้อังกฤษดองเก็บวัคซีนไว้ได้กว่า50-80ล้านโดส
จนWHOที่มีข้อมูลว่าเกิดการทดลองผสมเชื้อพิการเข้ากับหวัดต้องออกมาเตือนให้ระวังหวัดรุ่นใหม่ระบาดสู่มนุษย์
>>จีนประกาศความสำเร็จของการทดลองวัคซีนซาร์ส+หวัดนกในสัตว์แล้ว

โด นัลด์ รัมสเฟลด์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ มีหุ้นอยู่ในบริษัท Gilead Sciences เจ้าของลิขสิทธิ์ของตัวยาทามิฟลู โดยมีบริษัทโรชเป็นผู้ได้รับสิทธิ์รายเดียวในการผลิต บทความ : แผนธุรกิจการเมืองเรื่อง‘ไข้หวัดนก เนื่อง มาจากการระบาดของไข้หวัดนกH5N1ในปี2540 1997 และมีคนติดเชื้อเสียชีวิต ทางการฮ่องกงได้ทำการกำจัดสัตว์เลี้ยง 1.5 ล้านตัว ปี1998 องค์การอาหารและยาของอเมริกาได้ประกาศใช้ Relenzaและ Tamiflu ทามิฟลู เป็นยารักษาการติดเชื้อไวรัส เมื่อมีการระบาดครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา ทำให้กว่า 40 ประเทศ ได้สั่งซื้อยาทามิฟลูไปแล้วเป็นจำนวนเงินหลายแสนล้านบาท ในอดีต หวัดนกมีการระบาดอยู่ทั่วไปแต่ส่วนใหญ่สัตว์ปีกที่อ่อนแอเท่านั้นที่จะได้ รับผลกระทบ ส่วนเชื้อไวรัสปัจจุบันจะมีอัตราการเร่งทำลายเยื่อปอดอย่างรุนแรง โดยอาจจะรวมทั้ง การปนเปื้อนของถั่วGMOที่มีส่วนเพิ่มอัตราเร่งให้ปอดติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ไข้หวัดนก //vet.kku.ac.th/BIRD_FLU/BIRD_FLU4.htm

ไข้หวัด //www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=2853&db_file=&PHPSESSID=f

ยุทธศาสตร์ ทางทหาร อาวุธ น้ำมัน ค่าเงิน มีการเตรียมการให้อิรักเริ่มโครงการสร้างอาวุธ ที่ว่าทำลายล้างสูง โดยใช้เยอรมันและอิตาลีเป็นฐาน สงครามยูโร-ดอลลาร์ : ความจริงที่ถูกปกปิด //www.nokkrob.org/index.php?file=forum&appl=&obj=forum.view(cat_id=wt-wt,id=10)

UltraCosmos //www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9480000083406
U-2 //www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9480000083469
NewHiro //www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9480000083379
Future Warrior Suit //www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01onl07230648&day=2005/06/23

//www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9480000082923

ข่าวที่ไม่เป็นข่าว ประจำปี 2546-2547



 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:23:04 น.  

 
 
 
นโยบาย การปิดล้อมทางพลังงานของสหรัฐและควบคุมกลไกราคาน้ำมันจากกลุ่มทุน บุชและบริษัทผู้ผลิตเพื่อบีบให้จีนและโลกมุสลิมมีต้นทุนในด้านอาหารที่มาจาก ปลาเพิ่มขึ้น ซึ่งต่อเนื่องจากหวัดนกที่ทำให้ราคาไก่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ก็มีเชื้อโรคระบาดในหมูทำให้อัตรารอดของลูกหมูลดลง เมื่อรวมกับโรคแอนแทร๊กซ์ในวัวแล้ว ประเทศจีนและอินโดนีเซียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากอาหารหลักคือสัตว์ปีก อาหารทะเล เนื้อ และหมูขึ้นราคาทุกรายการ นี่ยังไม่รวมสภาวะความชื้นของโลกที่ทำให้สภาพอากาศแปรปรวนทำให้ราคาพืชอาหาร แพงขึ้นด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงส่วนนึงของยุทธศาสตร์ทางทหาร-อาวุธ-น้ำมัน-พลังงาน -เทคโนโลยี-ชีวภาพ-ยา-อาหาร-สิ่งแวดล้อม-เพลท-สภาพอากาศ-ข้อมูล-ข่าวสาร -สื่อสาร-คมนาคม-การเมือง-กฎหมาย-การเงิน-ค่าเงิน-กองทุน-ประกัน-อสังหา สหรัฐฯ

สร้างการโน้มนำ เรียนรู้ที่จะ ให้เกิดการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ในโรงเรือนที่ปิด เพื่อเตรียมพร้อมรับภาวะอาหารขาดแคลน ในสภาวะอากาศที่แปรปรวนอย่างสูงในอนาคต ในขั้นตอนเริ่มต้นสำหรับรองรับการอยู่อาศัยในโดม หรือสถานที่ปิด

//www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000076652 คองเกรสผ่านงบ$400 ล.หนุนปฏิบัติการลับปูทางสงครามโจมตีอิหร่าน

//www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=95269 โอกาสไม่ถึง 50-50 จะได้เห็น ขั้วโลกเหนือปลอดน้ำแข็งหุ้ม

คิวบ์ ยุทธศาสตร์ที่น่าจะออกแบบจากความผิดบาปทั้ง7 พลิกไปหน้าใหนก็โดน มีการเปิดทางให้ถอย ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของมาตรฐานระบบ จนกว่าจะเป็นสีเดียวกัน ความเป็นไปได้ทางยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงนับล้านๆรูปแบบ

ปัจจุบันเพนตาก้อนน่าจะใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ช่วยในการประมวลผลในทางยุทธศาสตร์แล้ว

//seedang.com/stories/26286

//mr2chang.igetweb.com/index.php?mo=3&art=96528

//www.oknation.net/blog/print.php?id=214131

//profcomp.thaiddns.com/board/show.php?Category=khunnamob&No=620&forum=6&page=1&PHPSESSID=e720c1be59037b6fd4b4930dc21947b2

//profcomp.thaiddns.com/board/print.php?Category=khunnamob&forum=6&No=620

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:27:58 น.  

 
 
 
มีความเป็นไปได้ว่ามีหลายองค์กรกำลังร่วมมือกันเตรียมการรองรับการคงอยู่ ของมนุษย์ในยุคต่อไป เพียงแต่การจะทำเช่นนั้นจำเป็นจะต้องใช้ทุนจำนวนมหาศาล ในการเตรียมการ เตรียมเครื่องมือต่างๆที่จำเป็น ค้นคว้าวิจัย เก็บรักษา และการที่จะทำเช่นนั้นได้จำเป็นจะต้องใช้กลไกของรัฐ สร้างเงื่อนไขระบบโต้ตอบต่างๆสร้างปัจจัยแวดล้อมให้เกิดการวางยุทธศาสตร์ เพื่อที่จะได้งบมาทำหรือมาใช้ในโครงการ ในขณะเดียวกันรัฐต่างๆก็ใช้ประโยชน์จากแต่ละองค์กรในประเทศวางยุทศาสตร์ให้ เกิดประโยชน์กับประเทศและพวกตัวเองให้มากที่สุด

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:29:17 น.  

 
 
 
1 ธันวาคม 2547
2004
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าวัดความรุนแรงได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ไหลเข้าสู่ชั้น บรรยากาศโลก มาจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสูญชื่อ SN1987a เมื่อปี2530 มีผลกระทบต่อสภาพอากาศไปทั่วโลก คาดว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้มีผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กการหมุนของโลกเช่น กัน มีข้อมูลว่าการโคจรของโลกมีสเถียรภาพมากขึ้น หลังจากเกิดเหตการณ์แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย จะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังปี 2012 ช่วงที่ดวงอาทิตย์พลิกกลับขั้วแม่เหล็ก การอ่อนตัวหรือยุบตัวของสนามแม่เหล็กโลก ริบเบิ้ลของแกนหลอมเหลวชั้นใน มี ความเป็นไปได้สูงที่โลกจะเกิดการส่ายในการโคจร เพลทสไล้ท์ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ภูเขาไฟระเบิด แผนทีโลกใหม่ สภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น พายุฟ้าผ่า รังสีคอสมิค แล้วยังต้องนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มา จากซุปเปอร์โนวาใดๆ หรืออาจต้องเผชิญกับดาวหางหรือดาวเคราะห์ที่เฉียดเข้ามาใกล้อีก

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:30:07 น.  

 
 
 
การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต การเรียนรู้ที่จะอยู่สำหรับสถานการณ์ในอนาคต

มี ทางที่จะใช้โครงการเหล่านี้ ในการต้านรังสีคอสมิค ปรับเสริมแรงสนามแม่เหล็กโลก ป้องกันการยุบพลิกกลับขั้วกระทันหัน หรือไม่ นอกจากการปรับเพลทแล้ว

ที่มา jackkth
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:30:35 น.  

 
 
 
โลกร้อนเป็นเรื่ิองโกหก

รองศจ.คริส นักอากาศวิทยา
ถ้าอัลกอร์หัดดูข้อมูลซะบ้าง เขาจะเห็นว่าระดับน้ำทะเลลดลงในหลายจุดของมหาสมุทรแปซิฟิก

ดอกเตอร์นิล นักธรณีฟิสิกส์โบราณและธรณีพลศาสตร์
เราไม่พบว่าระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ในที่หลายแห่งอย่างเช่นมัลดีฟ โทวาลู ฯลฯ

ดอกเตอร์พอล แผนกแมลงและโรคติดต่อ
อัลกอร์บอกว่าโลกร้อนทำให้ยุงบินขึ้นที่สูง จริงๆแล้วเราพบยุงในที่สูงมาตั้งนานแล้ว

ดอกเตอร์มิตเชล ผู้บริหารสถาบันวิจัย
จากข้อมูลของเราพบว่าหมีขาวมีจำนวนคงที่หรืออาจเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ ยังสรุปไม่ได้ว่าโลกร้อนมีผลใดๆ

ดอกเตอร์พีต อดีตศจ. ภาควิชาฟิสิกส์
อัลกอร์บอกว่ากรีนแลนด์ละลายอย่างมากในช่วง 1992-2005 แต่กอร์เล่นเลือกปี 1992 ที่อากาศเย็นเป็นพิเศษ
ถ้ากอร์เลือกปี 1991 เป็นตัวเทียบแล้ว เขาจะพบว่าการละลายมากกว่าแค่ 1% เท่านั้นเอง สรุปไม่ได้ว่าแผ่นน้ำแข็งกำลังละลาย

ดอกเตอร์แกรี่ ศูนย์อากาศวิทยา
มหาสมุทรกำลังจะเย็น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไม่สามารถทำให้ปะการังตายจนหมดได้
CO2 ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ทำให้ปะการังตายเช่นกัน เพราะว่ามันเป็นเหมือนสารอาหารพื้นฐานของปะการัง

ดอกเตอร์คาร์เตอร์ ศูนย์วิจัยธรณีฟิสิกส์ทางทะเล
น้ำแข็งขั้วโลกที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกกำลังหนาขึ้น อุณหภูมิที่ขั้วโลกลดต่ำลงกว่า 1 องศาตั้งแต่ 1950
และทะเลน้ำแข็งก็เพิ่มขึ้นในช่วง 20 ปี

ดอกเตอร์มอร์แกน องค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก
จากข้อมูลพบว่าความหนาของน้ำแข็งขั้วโลกไม่ได้ลดลงตั้งแต่ปี 1970

ร็อบ ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศป่าไม้
อัลกอร์บอกว่าต้นสน MPB เป็นพืชต่างถิ่นที่สร้างความเสียหาย ซึ่งเป็นผลจากโลกร้อน
จริงๆแล้วสนชนิดนี้ก็ขึ้นอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว การแพร่ของสนชนิดนี้เกิดขึ้นจากการที่เราไม่ตัดไม้และควบคุมไม้ในป่า

Professor Bob Carter of the Marine Geophysical Laboratory
ข้อโต้แย้งของอัลกอร์มันห่วยจนดูน่าสมเพช เหลือเชื่อจริงๆที่มีคนสนใจหนังเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก

Former University of Winnipeg climatology professor Dr. Tim Ball.
ข้อมูลที่พวกโลกร้อนกล่าวมานั้นเป็นข้อมูลเฉพาะที่เท่านั้น ไม่ใช่ทั้งโลก การทำนายด้วยโมเดลนั้นเชื่อถือไม่ได้

Carleton University paleoclimatologist Professor Tim Patterson
ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างระดับ CO2 กับอุณหภูมิของโลก ที่จริงแล้วเมื่อ 450 ล้านปีก่อน CO2 สูงกว่านี้เป็น 10 เท่า
แต่โลกกลับเย็นแบบสุดขั้วในรอบ 500 ล้านปี

Dr. Boris Winterhalter, former marine researcher at the Geological Survey of Finland and professor in marine geology
การที่น้ำแข็งละลายในหนังของอัลกอร์นั้น เป็นการขยายตัวของน้ำแข็งตามปกติ ซึ่งทำให้น้ำแข็งขั้วโลกมีปริมาณสูงขึ้นต่างหาก

Dr. Wibjorn Karlen, emeritus professor, Dept. of Physical Geography
แผ่นน้ำแข็งบางส่วนของบริเวณนี้ในแหลมแอนตาร์คติกได้แตกตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติ
ถึงอุณหภูมิแถวนี้จะร้อนขึ้น แต่มวลรวมของแผ่นน้ำแข็งก็สูงขึ้น เพราะหิมะตกมากขึ้น หิมะจึงล้นไหลไปสู่ทะเล
แผ่นแอนตาร์กติกอยู่มาหลายล้านปีแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่มันจะละลาย

Dr. Dick Morgan, former advisor to the World Meteorological Organization and climatology researcher
ความหนาของแผ่นน้ำแข็งแคนาเดียนอาร์คติกลดลงบ้าง แต่ก็ยังไม่ละลาย น้ำแข็งเพิ่มๆลดๆจนเท่าเดิมในปี 2001
โลกเย็นลงในหลายส่วน massive areas of cooling are found in the North and South Pacific Ocean;
the whole of the Amazon Valley; the north coast of South America and the Caribbean;
the eastern Mediterranean, Black Sea, Caucasus and Red Sea; New Zealand and even the Ganges Valley in India
IPCC ประเมินว่าโลกร้อนขึ้นเพราะใช้มาตรฐานการประเมินที่ "ไม่ปกติ"

Dr. Roy Spencer, Principal Research Scientist at The University of Alabama in Huntsville.
เป็นเรื่องปกติที่บางจุดจากบรรดาเมืองนับพันแห่งจะมีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่เฉลี่ยแล้วพบว่าอุณหภูมิเป็นปกติ
อัลกอร์เป็นความอับอายของวงการ

Dr. Ian Clark, Professor of Earth Sciences at the University of Ottawa, Canada
อัลกอร์บอกว่า CO2 เป็นมลพิษที่ทำให้โลกร้อน แต่จริงๆแล้ว CO2 เป็นอาหารของพืช สิ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสง
สมมุติฐานที่ว่าการเพิ่มขึ้นของ CO2 เกิดจากมนุษย์นั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์

University of Ottawa climate researcher, Professor Jan Veizer
CO2 ไม่ได้ทำให้โลกร้อน แต่โลกร้อนต่างหากที่ทำให้ CO2 เพิ่มขึ้น โลกเย็นลงในช่วง 1940 - 1980
ซึ่งเป็นเวลาที่ CO2 เพิ่มขึ้นด้วยอัตราสูงสุดในประวัติศาสตร์มนุษย์โลก อัลกอร์ไม่พูดถึงการที่ไอน้ำเป็นก๊าซเรือนกระจก
ตัวสำคัญที่ส่งผลถึง 95%

Former Environment Canada research scientist and EW specialist Dr. Madhav Khandekar found
ไม่มีสภาพอากาศรุนแรงเกิดขึ้นในแคนาดาในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาหรืออนาคต ความแห้งแล้งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วเป็นปกติในอดีต

Dr. Tad Murty, former senior research scientist, Canadian Department of Fisheries and Oceans,
ในแอ่งมหาสมุทรทั้งหกที่มักเกิดพายุโซนร้อน พบว่าจำนวนพายุน้อยลง

Dr. Max Mayfield, Director of the National Hurricane Center in Miami
โลกร้อนไม่เกี่ยวกับความถี่ของเฮอริเคนในแอตแลนติกเหนือ แต่เป็นปรากฏการณ์อื่นที่เรียกว่า North atlantic oscillation

Institut Pasteur (Paris) Professor Paul Reiter
หนังของอัลกอร์เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวงทั้งเพ

ที่มา webboard.mthai.com/5/2007-05-06/319978.html
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:31:35 น.  

 
 
 
ข้อมูลจาก fernezzo

รู้สึกว่ามันจะใช้การยิงเลเซอร์ ไปที่ไอออนบนท้องฟ้า โดยการยิงจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลกน่ะครับ รู้สึกว่าอเมริกามันจะรู้ว่าการไปยุ่งเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศโลกชั้นอะไรซัก อย่างนี่แหละ ไอโอโนสเฟียร์มั้งครับ โดยการยิงเลเซอร์ไปยกชั้นบรรยากาศชั้นนั้นขึ้น มันส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้น่ะครับ นี่ก็เท่าที่รู้มาคร่าวๆน่ะครับ ตอนนี้กำลังค้นคว้าโคลงการนี้มากกว่าอ่ะครับ เพราะรู้สึกว่าโคลงการนี้ Project blue beam มันจะมีอะไรแอบแฝงไว้เยอะกว่าที่จะคาดคิดไว้มากนะครับ อาทิ ในอนาคตอเมริกาจะใช้ศาสนาทำอะไรซักอย่างน่ะครับ แบบว่าใช้ดาวเทียมยิงเลเซอร์ไปบนท้องฟ้าเป็นรูปพระเจ้า พระเยซู หรือพระเจ้าของชาวมุสลิม ทำให้มันดูน่าเชื่อถือ แล้วอาจใช้อาวุธสภาพอากาศโจมตีโลก โดยให้พวกเราเข้าใจว่าเป็นการลงทัณฑ์จากพระเจ้า และอาจจะตั้งให้ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้เป็นศูนย์กลางของมนุษยชาติ แล้วตั้งมนุษย์กลุ่มหนึ่งขึ้นมาปกครอง ซึ่งแน่นอนพวกรัฐบาลอเมริกันกับนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิจากทั่วโลก จากเหตุนี้เองทำให้การที่พวกนั้นจะทำการทดลองใดๆจะไม่มีการคัดค้านได้ และจะใช้ทรัพยากรณ์จากทั่วโลกได้ไม่จำกัด ทำให้วิวัทนาการมนุษย์ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดได้สูง และนำมาซึ่งยุคอวกาศแบบไวกว่าที่คิด เท่าที่รู้ก็แบบนี้แหละครับ พวกนั้นพยายามเชื่อมโยงศาสนามาใช้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ซึ่งเป็นไปได้มากๆว่ากำหนดการนั้นคือเดือนธันวาคมในปี 2012 ครับ โปรดสังเกตุให้มองลึกๆครับ ช่วง 5 -6 ปีมานี้มีการฮือฮาเป็นอย่างมากถึงการทำนายจากทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ใบ เบิ้ล(รหัสลับใบเบิ้ล)ว่าในปี2012นี้จะเกิดการทำลายล้างครั้งใหญ่จนถึงขั้น มนุษย์อาจสูญพันธุ์เลยที่เดียวครับ ก็อยากให้ช่วยกันค้นคว้าข้อมูลนี้เยอะๆพร้อมทั้งช่วยอัพเดทสถานการณ์ ปัจจุบันไปด้วยอ่ะครับ ตอนนี้มีกลุ่มแฮ็กเกอร์ทั้งดาร์คและไวท์กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลมาเผยแฟร่ต ่อสาธารณะชนอยู่ครับ แต่ไม่ทราบว่ากำหนดลงในเว็ปไซต์ไหน ใครสนใจก็ช่วยๆกันนะครับ เรื่องนี้อาจใหญ่กว่าที่พวกเราจะทันคิดได้ซะอีกนะครับ บางทีกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว

new world order ที่พวกมะกันวางแผนจะรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว กำหนดการณ์ในปี 2012 ในตอนนั้นจะมีการนำเครื่องมือ - อาวุธทีทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ซึ่งมะกันได้แอบทดสอบและเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด เช่น อาวุธควบคุมธรรมชาติ HAARP , ยานขับไล่รุ่นไร้เสียงไร้ทิศทาง (UFO) และอื่นๆอีกมากที่อยู่ในกรุของมัน (กระจายไปทั่วแนวเขตทะเลทรายของพวกมะกัน โดยมีห้องปฎิบัตรการและฐานทัพอยู่ลึกลงไปใต้ดิน) ของเหล่านี้ พวกมะกันจะงัดออกมาประเคนให้เราจนไม่ได้ตั้งตัว สุดท้ายโทษธรรมชาติตามแผน 5 5 + และแว่ว ๆ ว่าจะมีไคล์แม็กซ์ด้วย (เอากะมันสิ มีไคล์แม็กซ์ด้วย ยังก๊ะหนังโรง 5 5 +) นั่นคือการเปิดตัว "พระเจ้า" น่าน มีงี้ด้วย อย่าเพิ่ง งง เพราะไอ้ที่มานพูดถึงน่ะ คือพวกเกรย์นั่นเอง มะช่ายเกย์เน้อ - -a มันคือเอเลี่ยนสายพันธุ์ทีเรียกว่าเกรย์นั่นแหละ เพราะงั้น โลกใบนี้หลังปี 2012 เราจะได้เห็นไอ้หัวโต ตัวลีบ เดินยั้วเยี้ยะเต็มถนนปัยหมด 5 5 + และโลกทั้งโลกจะมีรัฐบาลเดียว! ย้ำรัฐบาลเดียวจริงๆครับ โดยมีพวกมะกันเป็นตัวตั้งตัวตี ก็แหง๋ละมันเริ่มจากแนวคิดของพวกมันนิ - -* หุหุ แต่กระนั้นพวกเราก็คงไม่มีโอกาสได้อยู่เห็นความสำเร็จ(อันชั่วร้าย)ของพวก มันหรอกคับ ซี้แหง๋แก๋กันหมดแร้ว 5 5 + มีการคาดการณ์ไว้ว่าหลังเหตุการณ์ 2012 มนุษย์เราๆ จะเหลือราว 5% ของจำนวนมนุษย์ทั้งหมดในปัจจุบัน เห็นมั้ยครับ พวกมันจะฆ่าพี่น้องตัวเองกว่าค่อนโลกเพื่ออุดมการณ์ของพวกมัน!! อย่างว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ไม่มีทางยับยั้งพวกมันอยู่แล้วล่ะครับ ที่ผมเอามานำเสนอนี้ ก็เพื่อให้พวกเราได้รู้เท่าทันแผนการณ์ของพวกมันก่อนที่จะกอดคอกัน แดดิ้นหมู่ ก็เท่านั้นเองครับ โฮะ ๆๆ

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:32:51 น.  

 
 
 
Project Haarp
เขียนโดย jimmysiri



แผ่นดินไหว ซึนามิ ความแห้งแล้ง ไฟป่า น้ำท่วม โคลนถล่ม เฮอริเคน ทอนาโด ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่เป็นฝีมือของมนุษย์ทั้่งสิ้น ปรากฏการณ์เหล่านี้สร้างขึ้นโดยโครงการหรือเครื่อง " HAARP " หรือ High Frequency Active Aurora Research Project โดยเป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพ ภูมิอากาศโดยการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงกว่า 1 พันล้านวัตต์ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ (ไม่ว่าจะบนพื้นดิน หรือแม้แต่ในมหาสมุทร) เพื่อส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้ เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวนั่นเอง โดยเครื่อง HARRP นี้ ยังสามารถประยุคใช้กับเทคโนโลยีร่วมกับดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุม Jet Stream ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน ความแห้งแล้งและความหนาวเย็น และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งจะกล่าวในตอนต่อไปครับ

ที นี้เรามาดูกันครับว่าใครคือผู้ค้นพบเทคโนโลยีนี้ เขาคือ Dr.Nicoli Tesla (นิโคไล เทสล่า) เป็นชาวเซิร์บย้ายถิ่นฐานมาที่รัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ในช่วงปี 1950 แต่โครงการนี้จริงๆ เริ่มต้นในช่วงทศวรรษปี 1900 และถูกพัฒนาอย่างจริงจังจนเป็นผลสำเร็จโดย ดร.เทสล่า โดยการสนับสนุนเงินทุนจากนายธนาคาร "ชั่ว" ที่ชื่อ J.P. Morgan นั่นเอง จึงทำให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการสร้างภัยพิบัติต่างๆ เพื่อทำลายมนุษยชาติด้วยกันเอง ในคลิปแรกจะแสดงการทำงานของ Tesla Coil ซึ่งเป็นการงานวิจัยเพื่อจำลองและสร้างปรากฏการณ์ "ฟ้าผ่า" ขึ้น



วีดีโอนี้จะอธิบายถึงหลักการ ทำงานของ เครื่อง HAARP ครับ เปรียบง่ายๆกับเครื่องดนตรีเช่นกีต้าร์ หรือเปียโน ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งตัวเมื่อเราเล่นที่โทนเสียงต่ำๆ ครับ และเค้าใช้หลักการเดียวกันนี้ในการสำรวจแร่ธาตุในดินต่างๆ เช่นน้ำมัน ทองคำ และอื่นๆ โดยการส่งคลื่นเสียงความถึ่ต่ำประมาณ 30 วัตต์ ลงไปในชั้นหินต่างๆ เมื่อคลื่นเสียงนี้ไปกระทบกับแร่ธาตุเหล่านั้น ก็จะตอบสนองในระดับที่ต่างๆ กัน เค้าก็จะบอกได้ว่าเค้าเจออะไรจากการสำรวจนั้นๆ



และในวีดีโอนี้อดีตรัฐมนตรี คลังของญี่ปุ่น เค้าออกมายอมรับครับว่า ประเทศเค้าถูกภัยคุกคามจาก "เครื่องสร้างแผ่นดินไหว" หรือ HAARP ครับ เค้าจึงต้องยอมให้ประเทศที่ทำกับเค้าควบคุมระบบการเงินทั้งหมดของญี่ปุ่น เพราะเค้าต่อต้านไม่ได้ ฟังแล้วสลดใจมากครับ ผู้สัมภาษณ์ชาวอเมริกันคนนี้ ก็พยามยามที่จะเอาเรื่องนี้กลับมาเพื่อจะมาเปิดโปงว่าใครเป็นคนทำครับ เค้าก็สู้มาตลอดเพื่อเรื่องนี้ครับ



อีกอย่างนึงคือเราจะสังเกตุ ได้ถ้าเค้าใช้เครื่อง HAARP ยิงไปที่ไหน มันจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ออโรร่า (Aurora) ขึ้นบริเวณนั้นๆ ครับ คือพลังงานนับพันล้านวัตต์จากเครื่อง HAARP จะไป "เผาไหม้" และ "ทำลาย" ชั้นบรรยากาศบริเวณนั้นๆ แล้วทำให้เกิดกลุ่มเมฆมีสีสันเหมือนกับรุ้งขึ้นบนท้องฟ้าบริเวณนั้น ซึ่งก็คือ ออโรร่านั่นเอง แล้วดูวีดีโอนี้ครับว่าเกิดอะไรขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเมืองไซฉวน ของจีนก่อนที่จะมีแผ่นดินไหวครั้งเลวร้ายที่สุดวัดความสั่นสะเทือนได้ถึง 7.8 ริคเตอร์ วีดีโอนี้ถูกถ่ายเก็บไว้ได้โดยบังเอิญโดยชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งเห็นปรากฏการณ์ การประหลาดบนท้องฟ้าครับ 30 และ 10 นาทีก่อนเกิดเหตุวิปโยคครับ



 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:36:04 น.  

 
 
 
โดย TerraN
เีรียบเรียงจาก
//www.haarp.alaska.edu/haarp/index.html
//foia.abovetopsecret.com/ultimate_UFO/Advanced/HAARPResearchAndApplications.pdf
//www.fromthewilderness.com/free/pandora/haarp.html
//www.haarp.net/
//www.wired.com/dangerroom/2008/09/russias-haarp/
//www.bariumblues.com/haarp_geophysical_weapon.htm
//english.pravda.ru/science/19/94/379/16227_hurricanes.html
ขอบคุณเอกสารจากคุณ pubodee
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:37:13 น.  

 
 
 
อเมริกาอยู่เบื้องหลังสึนามิ
เขียนโดย Wellrider
มกราคม 2007


บรรดา นัก ทฤษฎีสมคบคิดพากันตั้งสมมุติฐานสาเหตุของสึนามิในเอเชีย ทั้งกล่าวหารัฐบาลปกปิดข้อมูล ใส่ร้ายกองทัพแอบทดลองอาวุธลับร้ายแรง หรือแม้แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ต่างดาว ที่พยายามแก้ไขการหมุนของโลกซึ่งไม่คงที่แน่นอน

เพียงไม่ถึงสอง สัปดาห์หลังเกิดคลื่นยักษ์พัดถล่มเอเชียใต้และเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 150,000 คน จนสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนโลก การถกเถียงถึงต้นตอของแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทร ซึ่งเป็นสาเหตุของสึนามิครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันตามบาร์และห้องสนทนาทาง อินเทอร์เน็ตอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

"เรื่องนี้มีเบื้องหน้า เบื้องหลังมากกว่านั้น ทำไมสหรัฐฯถึงส่งเรือรบเข้าไป และทำไมผู้บัญชาการอาวุโสในอิรัก ต้องเดินทางไปที่นั่นด้วย" มาร์ก ไทเลอร์ ดีไซเนอร์ผู้หนึ่งกระซิบระหว่างนั่งจิบเบียร์ที่บาร์ในย่านวั่นไจ๋ ของฮ่องกง

"มันเกิดขึ้นหนึ่งปีหลังเหตุการณ์ที่เมืองบัมพอดิบพอดี" เขาอ้างถึงเหตุแผ่นดินไหวในอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 30,000 คน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2003 และว่า "หรือมันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ก่อนหน้านั้นไม่เคยมีบันทึกการเกิดแผ่นดินไหวลักษณะนี้ในสุมาตรา ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก"

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ช็อกโลก ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเพิร์ล ฮาร์เบอร์ การลอบสังหารจอห์น เอฟ. เคนเนดี ตลอดจนการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา และการก่อการร้ายวันที่ 11 กันยายน 2001 บรรดานักทฤษฎีสมคบคิดมักออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแผนชั่วร้ายที่อยู่ เบื้องหลังเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ทุกครั้งไป

สำหรับเหตุการณ์ครั้ง นี้ กองทัพสหรัฐฯและอินเดียตกเป็นเป้าของทฤษฎีดังกล่าวด้วย เช่นเดียวกับรัฐบาลหลายชาติ ตั้งแต่ออสเตรเลีย ไปจนถึงประเทศไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่า จงใจไม่ประกาศเตือนภัยสึนามิให้ประชาชนได้รับทราบก่อนหน้าคลื่นยักษ์จะถาโถม เข้าสู่ชายฝั่ง

ส่วนทฤษฎีที่แตกต่างจากข้อสังเกตอื่นๆทั่วไป คือ การกล่าวถึงต้นตอของคลื่นยักษ์ครั้งนี้ว่ามาจากการทดลอง "อาวุธสิ่งแวดล้อม" ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดได้ ด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมในระยะไกล

ฟรี อินเทอร์เน็ต เพรส ซึ่งประกาศตัวเป็นเว็บไซต์นำเสนอ "ข่าวไร้การเซ็นเซอร์สำหรับคนจริง" มีการตั้งกระทู้ระบุว่า กองทัพและกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้รับคำเตือนภัยสึนามิล่วงหน้า แต่ไม่กระตือรือล้นในการแจ้งเตือนชาติเอเชีย

ฐานทัพเรือของสหรัฐฯใน มหาสมุทรอินเดีย แถบหมู่เกาะดิเอโก การ์เซีย ได้รับการแจ้งเตือนและสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไร้รอยขีดข่วน กระทู้ดังกล่าวตั้งคำถามต่อไปว่า "ทำไมชาวประมงในอินเดีย ศรีลังกา และประเทศไทย จึงไม่ได้รับการเตือนภัยในแบบเดียวกัน"

"บางทีอาจเป็น เพราะชาวประมงในประเทศเหล่านี้ ไม่มีเครื่องมือสื่อสารที่สะดวกมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ก็เป็นได้" ข้อความหนึ่งโพสตอบด้วยอารมณ์โกรธแค้น

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีอื่นๆที่ แปลกประหลาด เช่น ชาวอินเดียผู้หนึ่งเชื่อว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่แผลงฤทธิ์ หลังมีรายงานการติดต่อระหว่างเอเลียนกับรัฐบาลในเอเชียใต้ไม่นานมานี้ ขณะที่บางคนมองว่า มนุษย์ต่างดาวอาจพยายามช่วยแก้ไขการหมุนของโลกให้เป็นไปในอัตราคงที่

อย่าง ไรก็ดี ไทเลอร์หัวเราะเยาะไอเดียเรื่องเอเลียน แต่ยังคงเชื่อว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ พร้อมกับกล่าวปิดท้ายว่า "คอยดูแล้วกัน ยังมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอีกมากที่จะผุดขึ้นมาอีกในอนาคต"

ทางสถาบันวิจัยลับของอเมริกา ได้ทดลองใช้พลังงานไฟฟ้าอิเลคตรอน
ต่างๆ ทําให้สามารถควบคุม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดและทอร์นาโดได้
โดยทางกองทัพสหรัฐอเมริกาจะนํามาใช้ เป็นอาวุธ โจมตีประเทศอื่นๆ โดยที่ประเทศนั้นๆ ไม่รู้ตัวเลยว่าโดนโจมตี
เช่น การใช้แผ่นดินไหวโจมตีอินโดนีเซีย

ผลประโยชน์ที่ได้รับ
- สกัดกั้นเศรษฐกิจการเจริญเติบโตของอินโดนีเซีย
- ฆ่าพลเมืองชาวมุสลิม ( อเมริกาต้องการกวาดล้างอิสลามทั้งในตะวันออกกกลางและที่อินโด )
- รัฐบาลอินโดนีเซียรู้เห็น เพราะบริเวณที่เกิดสึนามิ 26 ธันวาคม คือจ.อาเจ๊ะ จังหวัดที่ต้องการแยกตัวเป็นเอกราช ทําให้เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดนหลายครั้ง ตั้งแต่สึนามิมา ไม่มีการต่อต้าน
ทางสถาบันวิจัยเทคโนดลยีต่างๆของยุโรป และรัสเซีย ออกมายอมรับว่าทําได้จริง

ที่มา //www.bariumblues.com/haarp_geophysical_weapon.htm

การโจมตีต่างๆจะดําเนินต่อไป
พร้อม กันนี้ทางบริษัทยักใหญ่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายเงินให้กับ องกรณ์กรีนพีซ เพื่อประโคมข่าวว่า ภัยพิบัติธรรมชาติต่างๆ เป็นสาเหตุมาจาก
โลกร้อน

การที่ประโคมข่าวว่ามาจากโลกร้อน เป็นการหลอกลวงให้ประชาคมโลกเชื่อว่านี่เป็นต้นเหตุของภัยพิบัติ เพื่อการทดลองจะดําเนินต่อไป

ในฟอรั่มหนึ่งใน เวป//www.droppingknowledge.org/bin...swer/6434.page
ระบุถึงการเกิด พายุเฮอริเคนคาทริน่า ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2005
เป็น การทดลองผิดพลาด ปกติจะเกิดเฮอริเคนประจําบริเวณอ่าวเมกซิโก 10 ลูก ขยายเป็น 20 ลูกในปีนั้น พอปี 2006 ก็กลับมาเป็นปกติ ผมค้นคว้าร่วมกับเพื่อนที่สนใจวิทยาศาสตร์ร่วมกันมา 2-3 ปีแล้ว
การทดลอง ระบุไม่ได้ครับว่าใช้พลังงานอะไรบ้างนัก
เพราะถูกปกปิดเป็นความลับ การเปิดเผยถูกเปิดเผยแค่บางส่วน
ที่แน่ๆ คือมีการตั้งเป้าหมายการทดลองไว้ในอนาคตแล้วว่าจะเป็นที่ไหน
เมื่อไหร่ โดยเป้าหมายสําคัญคือ ทําลายเศรษฐกิจและสาธรณูปโภคต่างๆของชาติศัตรูให้สิ้นไป แล้วอ้างเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติ

เลาธิการการป้องกันแห่งชาติสหรัฐอเมริกา วิลเลียม โคเฮน ออกมาเปิดเผยว่า ในปัจจุบันสามารถสร้างคลื่น อิเลคโตรแมกเนติก เพื่อใช้ควบคุม แผ่นดินไหว อากาศร้อน ภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่ลมหมุนเล็กๆที่ไม่อันตราย ได้ เพื่อใช้เป็นอาวุธทางการทหารต่อไป

ในเวปนี้ยังมีบอกรายละเอียดของการทดลองมากมาย ที่คุณอาจยังไม่รู้
//www.cyberspaceorbit.com/tectonic_weapons.htm
 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:38:29 น.  

 
 
 
อเมริกาอยู่เบื้องหลังสึนามิ 2
เขียนโดย Wellrider
กุมภาพันธ์ 2007



จากเอกสารลับของเพนตาก้อน (หน่วยงานกระทรวงกลาโหมฯสหรัฐฯ) ระบุถึง หน่วยงานพิเศษที่ตั้งขึ้นมา มีชื่อว่า HAARP (High-frequency Active Auroral Research Program) หน่วยงานนี้ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล เพื่อสร้างสุดยอดอาวุธที่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ และใช้นักวิทยาศาสตร์ควบคุมการทดลอง จนประสบผลสําเร็จ เรียกว่า "อาวุธภัยพิบัติธรรมชาติ" โดย ใช้ทําการสร้างภัยพิบัติรูปแบบต่างๆทั่วโลก เพื่อปั่นป่วนและบั่นทอน เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ ความตื่นกลัวของประเทศอื่นๆ

หน่วยงานเท่าที่อ่านมา มีการจงใจใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์ที่ว่าด้วย วันสิ้นโลก เพื่อขยายผลสร้างความตื่นตกใจให้ประชาชนโลก ให้เข้าใจว่าเป็นวันสิ้นโลกมาถึงแล้วจริงๆ แล้วกระหนําสร้างภัยพิบัติขึ้นมา ด้วยงบประมาณมหาศาลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการจะควบคุมกลไกตลาดโลก รวมถึงมีการจงใจสร้างโรคระบาด ซาร์ส และไข้หวัดนก ขึ้นมาเพื่อทําลายเศณษฐกิจเอเชีย-แอฟริกาอีกด้วย

จากใน เวปและในเอกสารที่มีระบุ องการณ์ HAARP ออกมาบอกว่าตั้งแต่เข้าสู่ปี 2000 จะเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ ทําลายมวลมนุษยชาติ โดยจะเหลือแต่เพียงพวกคนรวยที่เตรียมตัวย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่.... โดยอาจจะต้องปล่อยให้โลกพินาศไปด้วยภัยธรรมชาติที่มาจากอาวุธเทคโนโลยีเหล่า นี้ คิดค้นโดย นิโคล่า เทสลา ชาวนิวยอร์ค นอกจากจะใช้เครื่องมือทางการทหารก่อความวุ่นวายด้วย ภัยพิบัติ ปลอมๆต่างๆ ยังมีแผนไม่ลงนามในสนธิสัญญาเกียวโต เพื่อลดภาวะปรากฏการณ์เรือนกระจก นอกจากนี้ ยังจงใจปล่อยควันพิษ สารเคมี ให้ระเหยไปมากๆในชั้นบรรยากาศโลก เพื่อทําลายมวลมนุษยชาติ โดยคิดว่า พวกตัวเองจะรอดเป็นกลุ่มสุดท้าย และอพยพไปอยู่ที่... โดยการร่วมมือของ.... คอยจับตาเศรษฐกิจจีนดีๆ ปีนี้พุ่งสูงมาก อาจจะสูงจนเงินดอลล่าห์แทบไร้ค่า เพราะจีนเล่นแต่เงินยูโร เมื่อถึงตอนนั้น จะมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ทําลายจีนแน่ๆ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ตอนปี 97 เศรษฐกิจฮ่องกงเจริญมากจากการค้าขายอาหาร
จู่ๆทําไมเกิดโรคไข้หวัดนกขึ้น มา ทําไมจู่ๆฮ่องกงเดี้ยง จีนก็โดน ทําไมสหรัฐฯมียา วัคซีนป้องกันไข้หวัดนกมากที่สุดในโลกและมีการเตรียมมา10ปีแล้ว

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:40:32 น.  

 
 
 
ผมและ เนติภูมิ นวรัตน์ ออกจากภูเก็ตมากรุงเทพฯ และบินต่อมายังประเทศศรีลังกาในวันเดียวกัน กว่าจะได้หลับตาพักก็เข้าตีสี่รุ่งเช้าของวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2548 พอเริ่มมีแดดแผดแสงเข้ามาแยงตา เราก็นั่งรถจากกรุงโคลัมโบลงมาทางใต้ ผ่านตำบลสำคัญเช่น กาลูตารา อลุธกามา ฮิคกาดูว่ เมืองกอลล์ และมาพักแรมราตรีนี้ที่ตำบลเวลิกามาของจังหวัดตะคุนุ หรือจังหวัดใต้สุด
ผม เดินทางมายังตอนใต้ของศรีลังกาบ่อย บ่อยมากเหมือนมาบ้านหลังที่สองของตนเอง หลับตาครั้งใดก็ยังจำได้ถึงสภาพเดิมก่อนวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ตอนใต้และตะวันออกของศรีลังกาจะมีถนนหนทางเล็กๆ ลาดพาดขนานไปกับหาดทรายชายทะเล เส้นสายการคมนาคมที่ขนานไปกับถนนหนทางก็คือ รางรถไฟสายโคลัมโบ เมืองกอลล์ เรือนไม้บ้าง ตึกบ้าง ของผู้คนก็จะปลูกอยู่ชิดติดถนนทั้งสองด้าน ส่วนที่ลาดลงไปก่อนจะถึงมหาสมุทรอินเดียนั้น ถ้าเป็นดินทรายมีโขดหินก็จะมีป่าชายหาดขึ้นเป็นแนวแคบๆ เป็นหย่อมๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกสนทะเล กระทิง โพทะเลและหูกวาง หลายแห่งมีวัชพืชพวกสาบเสือและหญ้าคาขึ้นแทรกอยู่บ้าง
ในอดีต เมื่อขับรถยนต์ออกจากเมืองกอลล์ไปทางตะวันออกของประเทศ ริมฝั่งทะเลแถวไหนเป็นดินเลนลึกและมีความเค็มสูงก็จะมีป่าชายเลนหรือบางท่าน อาจจะเรียกว่าป่าโกงกาง พันธุ์ไม้ในป่าชายแลนของที่นี่ก็เหมือนกับไม้ในป่าชายเลนของประเทศไทย คือมีต้นโกงกางเป็นหลัก จากนั้นก็เป็นต้นตะบูนขาว ตะบูนดำ ประสักขาว ประสักแดง ตาตุ่มทะเล แสมขาว และก็ต้นจาก
ตระเวนไปในสถานที่ที่โดนสึนา มิคลื่นมหาภัยในหลายประเทศนอกจากจะได้ช่วย เหลือเกื้อกูลรับใช้เพื่อมนุษย์ด้วยกันแล้ว ผมยังได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงบางอย่างทา
ภูมิอากาศและภูมิประเทศบันทึก ของเราอาจจะมีประโยชน์น้อยๆ ต่อผู้คนที่สนใจในภูมิอากาศบรรพกาล บรรพชีวินวิทยา หรือธรณีประวัติอะไรพวกนี้บ้าง
ระหว่างทาง ผมสั่งให้รถจอดเป็นระยะๆ และพาลูกชายลงไปสังเกตบ้านเรือนที่อยู่หลังป่าชายหาด บ้าเรือนเหล่านี้ต่างโดนพิษสึนามิพังทั้งหมด อาจจะเป็นเพราะป่าชายหาดมีพรรณไม้ไม่หนาแน่เพียงพอที่จะลดความบ้าคลั่งของ คลื่น แต่ถ้าเป็นหมู่บ้านบริเวณหลังป่าโกงกาง ก็จะไม่เสียหายมากเหมือนบ้านที่อยู่หลังป่าชายหาด
พ้นจากเมืองกอลล์ ผ่านไปในความนิคมทางตะวันออกของประเทศเรายังได้เห็นทิวทัศน์เขียวขจีของปาก แม่น้ำชายเลนหลายแห่ง เห็นรากโกงกางที่ขึ้นๆ ลงๆ ประสานกัน รถวิ่งไปถึงตรงไหนที่บังเอิญเป็นคราวน้ำลง ก็ยังคงได้เห็นพื้นเลนสีเทาที่มีปูและปลาตีนวิ่งไปมา นี่หมายความว่า สึนามิที่มีช่วงคลื่นยาวถึง 80-200 กิโลเมตร คลื่นคลั่งที่เคลื่อนข้ามมหาสมุทรซึ่งห่างจากบริเวณที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว ได้เป็นพันๆ กิโลเมตร ก็ยังทำอะไรป่าโกงกางได้ไม่มาก
แวะทานอาหารที่ร้าน ริมแม่น้ำเบนธารา Benthara ในตำบลอลุธกามา Aluthgama จำได้ว่าร้านนี้เดิมอยู่ริมสายน้ำ แต่วันนี้ไหงมาตั้งอยู่ริมทะเล เจ้าของร้านและชาวบ้านแถวนนั้นเล่าให้ฟังว่าบรรพบุรุษของพวกตนตั้งรกรากอยู่ บนฝั่งแม่น้ำใหญ่ซึ่งเป็นแม่น้ำน้ำจืด แต่หลังจากวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 เป็นต้นมา บ้าเรือนของตนดันอยู่แระชิดติดกับทะเล น้ำบ้านกลายเป็นน้ำเค็ม มีน้ำขึ้นน้ำลงด้วย ยามใดที่น้ำขึ้น น้ำจะเอ่อไปนองแผ่นดินริมฝั่งที่แต่เดิมเป็นริมแม่น้ำ น่ากลัวมาก
นี่ก็ เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งนามิเปลี่ยนภูมิประเทศโดยคลื่นยักษ์ซัดพัดเอาแผ่นดินส่วนที่กั้นแม่น้ำ กับทะเลพังไปหลายจุด ยังผลให้แม่น้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเล ภูมิประเทศบริเวณนี้ก็เปลี่ยนไปหลายแห่ง ชาวบ้านปรับตัวไม่ทัน
ผมและเนติ ภูมิตระเวนหาที่นอนกันนานพอสมควร โรงแรมโน้นก็พัง บังกะโลนี้ก็เละ และมีอสุภซากศพคาอยู่หลายจุด สัมผัสได้แต่กลิ่นแต่หาอินทรีย์ไม่พบ
บั้นปลายท้ายที่สุด เราก็ได้ที่พักแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ชิดติดทะเล
เที่ยงคืน เสียงคลื่นซัดชายฝั่งดังเป็นระยะ ผมยังนั่งเขียนคอลัมน์อยู่
“ พ่อเชื่อไหมครับว่า ในอนาคตมนุษย์จะเอานิวเคลียร์ไปไว้ใต้มหาสมุทร และสร้างสึนามิทำลายกลุ่มประเทศศัตรูที่อยู่ริมทะเล?” เนติภูมิส่งคำถามมาจากเตียง
ผมเงียบ ไม่ตอบว่ากระไร
ไม่นานนัก เนติภูมิก็หลับ

นิติภูมิ นวรัตน์
[10/1/2548]

สามปีที่ แล้ว นิติภูมิได้รับชวนจากรัฐบาลไต้หวันให้ไปเยือนสาธารณรัฐจีน ก่อนไปหนึ่งวัน เกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหว ประชาชนคนตายไปมากกว่าสามพัน
รัฐบาลอิหร่านชวน นิติภูมิไปเยือนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ธันวาคมก่อนการเดินทาง ก็มีแผ่นดินไหวเกิดที่เมืองแบม ผู้คนตายไปมากกว่าห้าหมื่น
วันนี้ วันพุธที่ 18 ขณะนี้นิติภูมิอยู่ที่ปากีสถาน สถานทูตปากีสถานชวนมาปราศรัยที่ศูนย์ภูมิภาคศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย Sindh, Jamshoro ก่อนเดินทาง 2 วัน เกิดแผ่นดินไหวในภาคเหนือของปากีสถาน 2 ครั้ง มีคนตายไปหลายสิบ
ความที่ก่อนจะเดินทางไปประเทศใด หลายครั้งมักจะมีแผ่นดินไหวเกิดดักหน้าซะก่อน ผมก็จึงกลายเป็นคนที่สนใจในการเกิดของแผ่นดินไหว คนญี่ปุ่นเชื่อว่า มีปลาดุกขนาดใหญ่นอนอยู่ใต้พื้นโลก เมื่อใดที่ปลาดุกขยับ ก็จะเกิดแผ่นดินไหว ปลาดุกตัวนี้ถูก
ควบคุมโดยเทวดาตนหนึ่ง ซึ่งถือท่อนเหล็กในมือคอยหวดปลาไม่ให้ขยับ เมื่อใดที่เทวดาเผลอ ปลาก็จะกลับขยับตัว ทำให้เกิดแผ่นดินไหว มีคนตายมากมายทุกครั้ง
คนมองโกล ในประเทศมองโกเลีย เชื่อว่ามีกบยักษ์หนุนโลกอยู่ เมื่อใดก็ตามที่กบตื่นขึ้นมาก็จะบิดขี้เกียจ ตอนนั้นนั่นแหละครับ จะเกิดแผ่นดินไหว
ตำนานฮินดูในอินเดีย เชื่อว่าโลกใบนี้มีช้างยักษ์ 8 เชือก เทินแผ่นดินเอาไว้ เมื่อใดที่ช้างเมื่อยก็จะสะบัดหัวและตัวไปมา เมื่อนั้นก็จะมีแผ่นดินไหว
เดี๋ยวนี้มนุษย์ทราบแล้วครับ ว่าเราทั้งหลายอาศัยอยู่บนเปลือกโลก 12 แผ่น แต่ละแผ่นยู่ในสภาพเหมือนลอยอยู่บนหินหลอมละลาย จึงมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา การเคลื่อนตัวแต่ละครั้งจะมีการชนกัน เสียดสีกัน ซ้อนทับกัน ฯลฯ ของแผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดมีแผ่นดินไหวนาดใหญ่
ตามแนวขอบเปลือก
บาง ทีแผ่นดินใหญ่ก็เกิดจากที่ลูกอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมาจากอวกาศ หลายครั้งที่พบว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการที่ธารน้ำใต้ดินเปลี่ยนเส้นทางเดิน ทำให้เกิดอุโมงค์ว่างข้างใต้ แผ่นดินจึงยุบลงไปทำให้แผ่นดินไหว บางครั้งพลังงานความร้อนภายในโลก ก็ปล่อยพลังงานขึ้นมาสู่ผิวดิน ทำให้แผ่นโลกเคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน บางทีแผ่นดินไหวก็กิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ
แผ่นดินไหวเกิดจากฝีมือ มนุษย์ก็ได้นะครับ การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ ผู้อ่านท่านเคยอ่านข่าวไหมครับ เมื่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เสร็จใหม่ๆ พื้นที่ใต้อ่างเก็บน้ำต้องรับน้ำหนักจำนวนมากมายมหาศาล ทำให้ยุบตัวลง แผ่นดินไหวก็จึงเกิดขึ้น
เดี๋ยวนี้มีหลายประเทศฝังขยะนิวเคลียร์ไว้ใต้ ดิน นิวเคลียร์แผ่กัมมันตภาพรังสีไปโดนเอาหินเข้า ชั้นหินใต้ดินก็แปรสภาพยุ่ยเป็นผุยผง แผ่นดินข้างบนจึงถล่มลงไป แผ่นดินไหวก็จึงกิดขึ้น
แผ่นดินไหว 2 ครั้ง ที่เกิดในปากีสถาน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ข่าววไปไม่ว่าของไทย หรือของเทศมักจะรายงานว่า ความรุนแรงของแผ่นดินไหววัดได้ 5.7 และ 5.5 ริกเตอร์ตามลำดับ ขออนุญาตเรียนว่า ริกเตอร์ไม่ใช่ใช้วัดความรุนแรงของแผ่นดินไหวนะครับ แต่ใช้วัดขนาดของแผ่นดินไหว ขนาดของแผ่นดินไหวคือปริมาณของพลังงานที่ปล่อยออกมาจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยวัดความสูงของคลื่นที่ตรวจวัดได้ แล้วคำนวณใช้
สูตรการหาขนาด ซึ่งค้นคิดโดยนักวิทยาศาสตร์อเมริกันที่ชื่อ “ริกเตอร์” เราจึงวัดขนาดองแผ่นดินไหวเป็นริกเตอร์>>
โลกของเราใบนี้นอกจากจะ มีสงครามและระเบิดเกิดถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตก็อาจจะมีผ่นดินไหวเกิดมากและถี่ขึ้นด้วย ผู้อ่านท่านเชื่อไหมครับ เดี๋ยวนี้มีนักอาวุธศาสตร์บ้าบางคนเสนอสร้างแผ่นดินไหวเทียม เพื่อใช้เป็นอาวุธให้เกิดในแผ่นดินของศัตรู โดยอ้างว่าจะได้ผลและแนบเนียนกว่าการใช้เครื่องบินไปทิ้งระเบิด แถมยังมีคนตายเป็นจำนวนมากกว่าด้วย
จะทำได้หรือไม่ได้ แต่แค่ที่มีความคิดจะสร้างอาวุธแผ่นดินไหว ก็[^_^]เป็นเสนียดโลกมากกว่าไอ้คนที่ค้นคิดระเบิดนิวเคลียร์แล้วครับ
นิติภูมิ นวรัตน

[18/2/2547]

ผมอ่าน รายงานข่าวจากสื่อไทยสื่อเทศหลายฉบับ ก่อนเดินทางมาสาธารณรัฐอิสลามากีสถาน ได้การว่า “ความรุนแรงของแผ่นดินไหว ในภาคเหนือของปากีสถานที่เกิดขึ้นเมื่อ 14 ก.พ 2547 ทั้ง 2 ครั้ง คือ 5.7 และ 5.5 ริกเตอร์ตามลำดับ” ขอเรียนรับใช้นะครับว่าความรุนแรงขอ
แผ่น ดินไหวหรือ intensity นั้น โลกเรามีตารางวัดเป็นมาตรฐานเมอร์แคลลี Mercalli หรือที่เราเรียกว่า MM Scale ไม่ใช่เป็นริกเตอร์>>
มาตร ฐานเมอร์แคลลีจะมีตารางวัดอันดับความสั่นสะเทือนที่แบ่งได้ออกเป็น 12 ระดับ เช่น อันดับ 1 อ่อนมาก อันดับ 2 พอรู้สึกได้เฉพาะคนที่อยู่นิ่งๆ ในอาคารสูง อันดับ 8 สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบดีเสียหายเล็กน้อย อันดับ 10 อาคารพัง รางรถบิดงอ อันดับ 11 ผิวโลกอุดนูนเลื่อนไปเป็นคลื่น อันดับสุดท้าย หรืออันดับ 12 ทำลายทุกอย่าง สายตาจะมองเห็นเป็น
คลื่นแล่นไปบนแผ่นดิน>>
ส่วน มาตรฐานริกเตอร์นั้น ใช้วัดขนาดแผ่นดินไหว หรือที่เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Magnitude ขนาดของแผ่นดินไหวเป็นปริมาณของพลังงานที่ปล่อยออกมาจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยวัดความสูงของคลื่นที่ตรวจวัดได้ แล้วคำนวณโดยใช้สูตรการหาขนาด ซึ่งคิดโดยนักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ที่ชื่อริกเตอร์ C.F. Richter>>
ขนาด ของแผ่นดินไหว 6 ริกเตอร์ ก็จะเท่ากับความรุนแรงของแผ่นดินไหวอันดับ 8 คือ สิ่งออกแบบก่อสร้างมาดี เสียหายเล็กน้อย ส่วน 8 ริกเตอร์เท่ากับมาตรฐานเมอร์แคลลี 11 ผิวโลกอุดนูนเลื่อนไปเป็นคลื่น>>
แม้มนุษย์จะมีเครื่องมือและมี เทคโนโลยีล้ำเลิศขนาดไหน ผมว่ายังไงก็ยังสู้สัตว์ไม่ได้ ไม่ใช่สัตว์ประเภทเดียวด้วยนะครับ สัตว์แทบทุกประเภทสามารถรู้ว่าจะมีแผ่นดินไหวได้ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน เมื่อใดก็ตามที่ทั้งวัว ทั้งม้าไม่ยอมเข้าคอก แมลงสาบวิ่งรอกไปมาไม่ยอมหยุด หนู
ผุดแตกตื่นขึ้นมาจากรู ผึ้งกรูกันออกจากรัง เป็ดไก่จังงังไม่กล้าเข้าเล้า หมาเห่ากระโชกโดยไม่มีสาเหตุ ที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือ แม้แต่ปลายังกระโดดขึ้นมาจากน้ำ พวกนี้แสดงว่ากำลังจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นทั้งนั้น>>
ตอนที่มีแผ่น ดินไหวขนาดใหญ่ในไต้หวัน มีคนตายหลายพัน หลังจากนั้นผมไปนอนตามสถานที่ต่างๆ ก็ยังได้เจอกับอาฟเตอร์ช็อก After–shock อาฟเตอร์ช็อกก็คืออาการไหวที่เบาลงมากๆ โดยปกติแล้วแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเป็นห้วงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เป็นเวลาหลายวินาที บางทีก็จะเกิดเป็นระลอกซํ้าหลายๆครั้ง อาการอาฟเตอร์ช็อกนี่แม้ว่าจะเบาบาง แต่ก็มีอันตรายได้นะครับ ครั้งหนึ่งที่รัสเซีย อาฟเตอร์ช็อกทำให้ก๊าซรั่ว คนไม่ได้ตายจากแผ่นดินไหวหรอกครับ แต่ตายจากการที่ก๊าซรั่ว>>
หาก แผ่นดินไหวในทะเล พวกที่มีบ้านเรือนอยู่ริมทะเลก็ต้องระวังคลื่นใต้นํ้าขนาดใหญ่ที่เราเรียก ว่าซูนามิ ที่ซัดเข้าหาฝั่งครั้งใดก็จะนำความเสียหายวิปโยคมาสู่มวลมนุษย์เมื่อนั้น >>
นิติภูมิเรียนรับใช้ไปเมื่อวานแล้ว ว่าแผ่นดินไหวที่เกิดอย่างฉับพลันทันทีนั้น จะเกิดบริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่มีทั้งหมดอยู่ 12 แผ่น บางครั้งแผ่นดินไหวก็ยังเกิดจากการเคลื่อนตัวของชั้นหินในรอยเลื่อนที่ยังมี การเคลื่อนตัวอยู่ ถามว่าในเมืองไทย
ของเรายังมีรอยเลื่อนเคลื่อนตัวอยู่ ที่ไหนบ้าง ต้องตอบว่า ยังมีอยู่ที่รอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนเมยที่อุทัยธานี รอยเลื่อนเชียงราย รอยเลื่อนเชียงแสน รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ฯลฯ>>
ขอ อนุญาตนำเรื่อง “อาวุธใหม่: แผ่นดินไหว” มารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพ ก็เพราะเดี๋ยวนี้มีนักวิทยาศาสตร์บ้าบางคนเสนอรัฐบาลของตนให้ค้นคิดวิธีการ ทำแผ่นดินไหวเทียมเพื่อใช้เป็นอาวุธให้เกิดขึ้นในแผ่นดินของศัตรู โดยอ้างว่าจะได้ผลแนบเนียนมากกว่าใช้เครื่องบินหรือใช้กำลังทหาร แถมยังมีคนตายมากกว่าด้วย>>
ขณะนี้นิติภูมิยังอยู่ที่ปากีสถาน ที่นี่กำลังมีวิกฤตการณ์ที่สหรัฐฯกล่าวหาว่า บิดานิวเคลียร์ของปากีสถานแอบขายเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปให้อิหร่าน ลิเบียและเกาหลีเหนือ พรุ่งนี้ขออนุญาตมารับใช้ถึงภัยของอาวุธที่เป็นโรคระบาดต่างๆ ทั้งที่แพร่ระบาดในคนและสัตว์ครับ>>
>>
นิติภูมิ นวรัตน์>>
[19/2/2547]

อาวุธชีวะ
นิติภูมิ นวรัตน์ 20 กพ.47
ผู้อ่าน ท่านครับ ถ้าท่านได้รับภารกิจลับให้ไปทำลาย 1. ประเทศ 2. อนุภูมิภาค หรือ 3.ภูมิภาค ท่านจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือถึงจะได้ผลดีที่สุด แน่นอน ถ้าท่านเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญในการทำลายล้างทางลับ ท่านจะต้องนึกถึงอาวุธชีวะเป็นอันดับแรก เพราะอาวุธชีวะองกันได้ยาก ตรวจพบก็ยากมาก ที่สำคัญอาวุธชีวะนี่มีระยะฟักโรคที่แน่นอน สามารถกำหนดได้เลยว่า ประเทศนั้น ภูมิภาคนี้ จะมีอาการเดี้ยงในเวลาใด ระยะไหน หรือจะให้เกิดในห้วงช่วงระหว่างที่มีการทดลองปฏิบัติการทางกำลัง ฆ่าคนเล่น วันละคนสองคน ก็ได้
เอ้า เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ดูซิว่าเอ็งที่ว่าเก่งเป็นเทวดาจะแก้ยังไง?โรคภัยไข้เจ็บที่มนุษย์เป็นอยู่ ทุกวันนี้ ประมาณ 80% สามารถติดต่อกันได้ไปมาระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ท่านผู้ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญในการทำลายล้างทางลับ ท่านก็คงจะเลือกปล่อยเชื้อโรคบางตัวที่ทำอันตราย
ได้ทั้งคนและทั้งสัตว์ นำทำความเสียหายทางเศรษฐกิจ การก่อการร้ายก็ดำเนินไปได้อย่างแนบเนียน
อาวุธ ชีวะผลิตได้ง่ายกว่าอาวุธอื่น สร้างขึ้นง่ายกว่าอาวุธเคมีเยอะ นำมาใช้ในจำนวนเพียงไม่ถึงกิโลกรัม ก็ทำให้คนเดี้ยงได้ทั้งประเทศ อานุภาพร้ายแรงกว่าอาวุธจริงๆ และอาวุธเคมีมากหลายเท่า ผู้นำรัฐบาลของประเทศต่างๆที่ยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับศึกอาวุธชีวะ ก็จึงระมัดระวังไม่ไปก่อร่างสร้างศัตรูที่มองไม่เห็น วิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาชาติบ้านเมืองให้ปลอดภัยปราศจากภยันตรายใดๆ ก็คือการดำรงนโยบายของประเทศให้เป็นกลาง อยู่อย่างสงบ
มีหลายวิธีที่ทำ ให้ประเทศชาติบ้านเมืองที่ท่านบริหารอยู่อย่างสงบ ก็เช่น เมื่อมหาอำนาจชาติใหญ่กำลังไล่บี้เหยื่อที่น่าสงสารอย่างอัฟกานิสถาน ถ้าไม่สมเพชเวทนาผู้ที่ด้อยกว่า เราก็ต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าไปยกสนามบินอู่ตะเภาให้เครื่องบินอเมริกันใช้ร่อนไปร่อนมาไปเล่นงาน อัฟกานิสถาน แต่ถ้าได้ทำผิดไปแล้ว ก็ให้ผู้นำประเทศออกมายืดอกยอมรับผิด ไม่ใช่อ้อมแอ้มๆๆ แล้วก็ทำความผิดซํ้าซากขึ้นมาอีกด้วยการส่งทหารไปอิรัก นั่นแหละครับ การประกาศสงครามนำภัยมาสู่ประเทศชาติ
อาวุธชีวะที่ใครๆก็มี ไว้ในความครอบครองที่น่าสนใจตัวแรก ก็เห็นจะเป็นโรคไข้สันหลังอักเสบ โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Arbovirus Group A ส่วนใหญ่จะเอาไปปล่อยไว้ในสัตว์ปีกทั้งนก ไก่ เป็ด ฯลฯ เมื่อยุงไปดูดเลือดสัตว์ปีกที่เป็นโรคไข้สันหลังอักเสบ ก็จะมาติดคน หรือไปกัดหมูก็ติดไปสู่หมู เมื่อเชื้อเข้าไปในร่างกายแล้วก็จะมีระยะฟักตัว 2–24 วัน จากนั้น เหยื่อที่โดนก็จะมีไข้สูง ปวดหัวบ่อย อาเจียน คอและหลังจะแข็ง ชัก เป็นอัมพาต และตายในที่สุด โดนเชื้อนี้เข้าไปส่วนใหญ่จะตายถึงร้อยละ 60 ประเทศเดี้ยงทั้งชีวิตมนุษย์และทั้งเศรษฐกิจ
นอกจากนั้น ยังมีโรคทูลารีเมีย โรคแฮมโมแรจจิค ไข้ผื่น ไข้รากสาดใหญ่ ไข้เหลือง โรคนกแก้ว ฯลฯ โรคแท้งติดต่อนี่ก็ใช่
ครั้งหนึ่งนายนัสเซอร์ อาซัด จากกลุ่มอัล–ทามิมิ เคยกล่าวคำปราศรัยไว้ว่า หนทางที่จะชนะสงครามศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ อาวุธชีวะ
บิน ลาดิน ก็เคยปราศรัยว่า จะเป็นบาปของมุสลิมทุกคนที่ไม่พยายามหาอาวุธชีวะซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้พวกนอกศาสนามาทำร้ายมุสลิมได้
เดี๋ยว นี้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะต้องเข้าด่านตรวจตามสนามบิน ถ้าใครขืนพกระเบิด พกปืนเข้าไป ยังไงก็ต้องโดนพวกหัววัดโลหะ เครื่องเอกซเรย์ ตรวจพบแน่ แต่ถ้าพกอาวุธชีวะเข้าไปสักเพียงกรัมเดียว รับประกันว่าตรวจยังไงก็ไม่เจอ ไม่ว่าจะด้วยหัววัดโลหะ หรือด้วยเครื่องเอกซเรย์วิธีการป้องกันอาวุธชีวะที่ดีที่สุดของประเทศใด ประเทศหนึ่ง ก็คือ รัฐบาลของประเทศนั้นจะต้องทำให้ประเทศของตนเองเป็นกลางให้มากที่สุด
อย่า ประมาทศัตรูที่มองไม่เห็น ผู้ก่อการร้ายสมัยนี้มีสมองที่คิดค้นสารชีวะพันธุวิศวกรรมสายพันธุ์ใหม่ สามารถออกแบบเชื้อโรคเพื่อเอาชนะวิธีการรักษาตามแบบทั่วไปได้แล้ว
สังเกต การใช้อาวุธชีวะของผู้ก่อการร้ายสากลในบางประเทศ นิติภูมิคิดว่าเป็นเพียงการตักเตือนเบาๆเท่านั้น เพราะอาวุธชีวะของแท้นั้น มีอานุภาพมากกว่าอาวุธนิวเคลียร์มากมายหลายเท่านัก

เกี่ยว กับ ธรณีพิบัติ 26 ธันวาคม 2547 มีส่วนมาจาก การกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะ การทดลองบางประการ ที่บางคนเรียกว่า อาวุธสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่าเป้าหมายพุ่งไปที่ สหรัฐอเมริกา เป้าหมายถัดไปเป็น อินเดีย และ อินโดนีเซีย อาจจะเพราะมีหลากหลาย เหตุบังเอิญ เริ่มตั้งแต่วันนั้นเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่เกิด แผ่นดินไหวในเมืองบัม อิหร่าน (เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2546 ที่มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วประมาณ 30,000 คน) โดยเฉพาะการที่ ฐานทัพเรือสหรัฐบริเวณหมู่เกาะดิเอโก การ์เซีย – มหาสมุทรอินเดีย สามารถ เอาตัวรอดไปได้อย่างไร้รอยขีดข่วน เพราะ ได้รับการแจ้งเตือนทันท่วงที หรือล่าสุดที่มีข่าวในทำนองว่าช่วง 3 – 4 วันก่อนเกิดเหตุ มีเสียงระเบิดขึ้นกลางน่านฟ้าอินโดนีเซีย – คล้ายเสียงอุกกาบาต ในลักษณะที่ เรดาร์ตรวจจับวัตถุไม่ได้ และ ฯลฯ ที่คนช่างคิดต่างสรรหามาคุยกันตาม สภากาแฟ ทั้งใน โลกจริง และ โลกเสมือนจริง (คือในแทบทุก เว็บบอร์ด)
“...มีสิ่งที่แตกต่าง จากสึนามิทั่วไป คือมีสัตว์ใต้ทะเลลึกติดมากับคลื่นจำนวนมาก ทั้ง ๆ หลักการไหลของคลื่นก็คือมวลของน้ำบริเวณใกล้ชายฝั่งเท่านั้นที่สาดขึ้นมาบน ฝั่ง จึงคล้ายกับว่าสัตว์เหล่านั้นหนีสนามแม่เหล็กแรงสูงมากกว่าหนีคลื่นแผ่นดิน ไหว.” ข้อความที่ยกมานี้เขาต้องการสนับสนุนหลักคิดที่ว่ามีความเป็นได้ที่จะเป็น การทดลองอาวุธสิ่งแวดล้อม ที่มีการทำงานโดย ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมจากระยะไกล ย้อนไปดูเรื่อง SARS, ไข้หวัดนก ก็เช่นกันที่มีบางสมมติฐานมองว่าอาจจะเป็นผลมาจาก อาวุธชีวภาพ, ไวรัสจากห้องทดลอง ที่มุ่ง สะกดเอเชีย, สะกดจีน

ทีนี้มาดู ปฏิบัติการ – ในนามของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ต่าง ๆ ของ สหรัฐอเมริกา บ้างว่ามี นัยแฝง อย่างไรบ้างหรือไม่

•• ประการที่ 1 ส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์หนักขึ้นบกที่ อาเจะห์ อินโดนีเซีย การเคลื่อนกำลังดังกล่าวแม้จะกระทำไปในนาม การบรรเทาสาธารณภัย แต่ในอีกมุมมองหนึ่งก็เป็นไปว่าเสมือนเป็น การยกพลขึ้นบกโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์แฝงเร้น ยึดครองอาเจะห์ อันจะทำให้พื้นที่นี้ในอนาคตกลายเป็นแบบ มินดาเนา ฟิลิปปินส์ ในทางปฏิบัติ (de facto) เป็นการเข้ามา คุมช่องแคบมะละกา กำลังทหารที่เคลื่อนย้ายมานี้มาจาก ฐานทัพโอกินาวา ถึง 15,000 คน แต่เข้าไปใน ทั้งหมด หรือ แบ่งแยกมาไว้ที่ประเทศไทยด้วย สาธุชนพึงไตร่ตรอง

•• ประการที่ 2 เข้ามาใช้ สนามบินอู่ตะเภา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเคยเป็น ฐานทัพในสงครามเวียดนาม ในนามของ ศูนย์กลางการบรรเทาสาธารณภัย ต้องไม่ลืมว่าฐานทัพแห่งนี้มีรัศมีปฏิบัติการทางตะวันตกไปถึง ตะวันออกกลาง ทางตะวันออกไปถึง เวียดนาม ทางเหนือไปถึง ใกล้กรุงปักกิ่ง (ถ้าเป็น B 52 ก็ต้องกล่าวว่า ถึงกรุงปักกิ่ง) ส่วนทางใต้ลงไปถึง อินโดนีเซีย ประเทศไทยจะไม่ถูกมองและถูกจัดเข้าพวกว่าเป็น สมุนจักรพรรดินิยมอเมริกา เหมือนในอดีตหรอกหรือ คุ้มค่า กันแล้วหรือ บอกกล่าวผลดี-ผลเสียแก่ประชาชน แล้วหรือ

•• ข้อมูลประกอบการพิจารณาในย่อหน้าก่อนนั้นจำเป็นต้องทบทวนความจริงว่าขณะนี้ มี ต่างชาติ คือ สิงคโปร์ เข้ามา ใช้ประโยชน์บนดินแดนประเทศไทย แล้ว 3 จุด คือ จังหวัดกาญจนบุรี, จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดขอนแก่น ถ้านำไปต่อภาพกับ อู่ตะเภา ที่อภิมหาอำนาจหนึ่งในโลกยุคปัจจุบัน เฝ้ามอง, พยายามขอเข้าใช้ประโยชน์ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 – 6 ปี ก็เป็นไปได้ที่ นานาอารยประเทศ เขาจะมองว่าประเทศไทย เลือกข้าง แล้ว

•• เรื่องที่ จังหวัดอุดรธานี นั้นนอกจากพื้นที่ สนามบินอุดรธานี ที่มาในนาม สิงคโปร์ แล้วยังมีที่ อำเภอบ้านดุง ที่มาในนาม สถานีวิทยุเสียงแห่งอเมริกา เป็นที่รู้กันทั่วไปว่ามีการรวบรวมที่ดินประมาณ 8,000 ไร่ ซึ่ง มากเกินมาตรฐานสถานีวิทยุหลายร้อยเท่า แต่เพียงพอที่จะทำ สนามบิน 3 รันเวย์ – พร้อมคลังยุทโธปกรณ์ใต้ดินขนาดย่อม ๆ ได้เลย

(ข้อมูลจาก เซี่ยงเส้าหลง)

 
 

โดย: Mr.Terran วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:42:17 น.  

 
 
 



แวะมาทักทาย ก่อนวันหยุด ไปเที่ยวไหนเอ่ย

 
 

โดย: หน่อยอิง วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:19:28:48 น.  

 
 
 
แวะมาอ่านครับ
no credit loans 5000
 
 

โดย: lavenderbreeze999 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:07:12 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Terran
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




ซิดนี่ย์ เจ.แฮร์ริส เคยกล่าวไว้ว่า
"อันตรายที่แท้จริง ไม่ใช่อยู่ที่ว่า Computer จะเริ่มคิดเหมือนมนุษย์
แต่อยู่ที่ว่า มนุษย์ จะเริ่มคิดเหมือน Computer" ผลงานทุกชิ้นใน BLOG ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ยกเว้นบทความที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา New Document
New Comments
[Add Mr.Terran's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com