รักน้องแมว น้องหมา อย่าฉีดคุมนะคะ :: ทำหมันดีที่สุดค่ะ
 

รักน้องแมว น้องหมา อย่าฉีดยาคุมให้เขานะคะ (ทำให้เขาถึงตายได้ค่ะ)‏

รักน้องแมว น้องหมา ถ้าไม่อยากให้เขาท้อง อย่าฉีดยาคุมนะคะ

ทำหมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

เนื่องจากการฉีดยาคุม จะทำให้ เกิดอาการมดลูกอักเสบค่ะ (ยิ่งฉีดตอนที่ติดสัดด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตค่ะ)

ตอนแรก ๆ อาจไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ แต่มันจะสะสม และค่อย ๆ อักเสบ จนเขาตายไปค่ะ

กว่าจะถึงตอนนั้น น้องหมา น้องแมวที่คุณรักอาจต้องพบกับความทรมานยาวนานโดยคุณไม่ได้ตั้งใจ



ฝากส่ง FW เมล์นี้ ไปยังเพื่อน ๆ ที่เขารักสุนัขและแมว เพื่อทำความเข้าใจอย่าให้ต้องเกิดเรื่องราวเศร้า ๆ ซ้ำ ๆ กันอีกเลยค่ะ (อยากได้ FW ชิ้นนี้ ส่ง อีแมว มาทางหลังแมวได้ค่ะ ^^)


กรณีตัวอย่างนี้เป็นเพียงกรณีหนึ่งในบรรดา น้องแมวน้องหมาที่ต้องทุกข์ทรมานเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความเข้าใจผิด ๆ ในการฉีดยาคุมให้พวกเขานะคะ

การฉีดยาคุมกำเนิดให้น้องแมว และน้องหมา เป็นอันตรายถึงชีวิต (ไม่ใช่ฉีดผิดวิธีค่ะ แต่เป็นตัวยาเลย ที่เป็นอันตราย....การฉีดยาคุมในสุนัขและแมวไม่ปลอดภัยเหมือนในคนนะคะ)

ช่วยกันรณรงค์ทำความเข้าใจที่ถูกต้องนะคะ



เดี๋ยวนี้ ทำหมันฟรี ใน กทม. และปริมณฑลมีหลายแห่งเหลือเกินค่ะ

สละเวลาพาพวกเขาไปทำหมัน เพื่อให้เขามีชีวิตอย่างมีความสุขอย่างยืนยาวนะคะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



*** 3 ชั่วโมง กับ ชีวิตแมว 1 ตัว ***



วันนี้ขณะที่ผมขับรถเข้าไปดูงานข้างนอก สิ่งนี้ที่ผมเห็น







น้องแมวสีดำ ท้องใหญ่มาก ยืนฉี่อยู่ ฉี่นานมาก แว็บแรกคือท้องหรือเปล่า

เห็นกระดูกสันหลังเป็นสันเลย สงสัยลูกคงเยอะแย่งอาหารไปหมด ผมเลยเดินไปซื้อปีกไก่มาไม้นึงให้เค้า พอเดินกลับมาเค้านอนอยู่ใต้ท้องรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ รถผม ผมเขี่ยไปใกล้ๆ เค้ามองแต่ไม่ดม ไม่สนใจ ผมเลยร้องทักเค้า “เหมี๊ยว” เค้าร้องตอบผม ผมบอกเค้าว่ากินซะ เค้าไม่กิน ผมนั่งเชียร์เค้าอยู่สักพัก เค้าก็เดินมาหา ผมลูบไปที่ท้อง ท้องลื่นมือไม่สะดุดหัวนมเลยสักนิด นึกใจหาย มันไม่ใช่ท้องแน่ๆ







ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน เค้าเดินมาหา







ท้องใหญ่ขนาดนี้อ่ะคับ
ในใจผมคิด ต้องทำอะไรสักอย่าง
"หาหมอ"
ถ่ายรูปก่อนจะได้ลงกระทู้ช่วยกัน ผ่าตัดใช้เงินเยอะแน่นอน







ขณะที่ผมถ่ายรูป คนแถวนั้นก็มา มียามคนนึง กับแม่บ้านที่ออฟฟิศติดกับที่จอดรถนั่นแหละคับ
ถามก็ได้ความว่า สงสัยจะคลอดเห็นมาวนๆ เวียนๆ แถวนี้ 3 วันแล้ว เมื่อวานเอากล่องมาวาง เค้าก็วิ่งนี้ไม่ยอมให้จับ เค้าถามว่าแล้วทำไมผมจับมันได้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
ผมถามเค้าว่า ท้องมันป่องงี้นานหรือยัง เค้าบอกว่านานแล้วนะ สักพักล่ะมัง เห็นมันอยู่แถวๆ หลังออฟฟิศ แต่ 3 วันมานี้มาวนๆ เวียนๆ อยู่แถวนี้เหมือนงุ่นง่านจะคลอดมั๊ง
ผมบอกว่าคงไม่หรอก ลูบไปไม่มีหัวนมเลย อาจจะเป็นมะเร็ง เนื้องอกหรือ อะไรสักอย่าง

ผมเลยเล่าเรื่องเว็บนี้ให้เค้าฟัง (เค้าไม่รู้จัก) ก็เลยว่าจะพาไปหาหมอ ให้เค้าช่วยไปด้วย เค้าบอกว่ารอเที่ยงก่อนได้ไม๊ เค้าต้องหาข้าวให้นายเค้าก่อน (เค้าก็อยากไปด้วยนะ) ผมรอไม่ได้อ่ะ ท้องขนาดนี้รอไม่ได้แล้วล่ะ
ผมเลยถอยรถมาใกล้ๆ จับเค้าออกมาจากใต้ท้องรถ เอาไว้เบาะหลัง







ตอนนั่งในรถเค้าเงียบ ผมเลยทักเค้า "ยังอยู่ไม๊" "เด๋วหายแล้วนะ" "ไปหาหมอกัน เป็นแมวต้องอดทนนะ" เค้าร้องตอบ "เหมี๊ยว"
ขับรถไปคุยกับเค้าไป ความรู้สึกบอกไม่ถูก "ห่วง" "กลัวเค้าตาย"
คุยกันไป เค้าก็ร้องตอบตลอดติดไฟแดง ผมก็ถ่ายรูปมา เค้ามองหน้าผม หน้าเค้าไม่เหมือนแมวป่วยเลยสักนิด







เค้าอยู่ที่แถวๆ ซอยปรีดีพนมยงค์ 40

ผมพาเค้าไปร้านหมอตรงที่เคยพาลูกสาวไป ใกล้ๆ แยกสวนหลวง ชื่อไรจำไม่ได้คับ
หมอดูเพศ คลำท้อง







หมอบอกว่าต้องเอ็กซ์เรย์ ร้านเค้าไม่มี หมอแนะนำให้ไป รพสัตว์ สวนหลวง ผมสอบถามเส้นทางก็เลยวานเจ้าหน้าที่เค้าจับ เพราะผมไม่สันทัดเรื่องแมว
ไปเราต้องไปกันต่อนะแมวเหมียว "อดทนหน่อยนะ" "รู้ว่าเราเจ็บ อดทน"
ระหว่างที่รอตรวจ ด้วยภาระหน้าที่การงาน ผมเลยมัดจำเงินไว้ก้อนนึง และก็โทสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายกับคุณรัตน์ (ไม่แน่ใจนะคับว่ารัตน์หรือลักษณ์) ให้เบอร์ติดต่อ
ไปล่ะ เด๋วมาใหม่ หน้างานอยู่ใกล้ๆ นี่เอง...



สักพักหมอโทมา บอกว่า ต้องผ่าตัดด่วน ให้เข้ามาเซ็นต์ยินยอมก่อน และก็บอกค่าใช้จ่าย และก็ให้มามัดจำเพิ่ม
หมอบอกว่าไม่แน่ใจว่า ช่องท้องอักเสบ หรือมดลูกอักเสบ
หมอได้ดูดน้ำออกมาปรากฎว่าเป็นน้ำเหลือง (ภาพน่ากลัวหน่อยนะคับ)







ขับรถวนไปอีกรอบนึง
หมอให้ดูฟิล์มเอ็กซ์เรย์
เป็นแบบนี้นะคับ คือ ไม่ท้องแน่นอน ลำไส้ถูกดันไปอยู่ติดกระดูกสันหลังด้านบน ด้านหลังติดอวัยวะเพศมีก้อนอีกก้อนนึง ตรงช่องท้องมีก้อนมหึมาอยู่







ผมถามหาว่าเค้าอยู่ไหน อยากไปดู สงสารเค้าจับใจ
นี่คับ โดนใส่โทรโข่ง ผมถามหมอว่าต้องใส่ด้วยเหรอ หมอบอกว่ากลัวเค้ากัดเข็มน้ำเกลือ
เค้าดิ้นไปมา ไม่คุ้นเลยกับการใส่โทรโข่ง ผมสงสารเค้าหนักขึ้น
"ทนหน่อยนะ" ผมนึกในใจ
กลัวเค้าหมดแรง เห็นซี่โครงกระดูกสันหลังเค้าแล้ว บอกตรงๆ "กลัว"







นี่ป้ายหน้ากรงคับ

หมอบอกว่า ต้องให้น้ำเกลือปรับสภาพเค้าแป๊บนึง ค่อยผ่า
หมอบอกอีกว่า ผ่านี่เสี่ยงนะ เพราะเค้าโทรมมาก อาจตายได้
ผมบอกไหนๆ ก็ไหนๆ ผ่าเลยคับ (คิดในใจว่าไม่ผ่าก็ตายอยู่ดี ผ่าซะยังมีทางรอด)







หมอเอาเค้าออกมาอธิบายเรื่องอาการ ความเสี่ยงเรื่องผ่าตัด

ดูท้องสิคับ







น่ากลัวมาก
ตอนแรกคิดว่าจะพาไปพรุ่งนี้ แต่ผมกลัวว่าจะไม่ทัน เกิดพรุ่งนี้มาแล้วมันตาย ผมคงเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งๆ ที่เห็นมันทรมานอยู่ต่อหน้าต่อตา







ด้วยภาระกิจ ต้องกลับไปดูหน้างานอีกครั้งนึง ผมฝากฝังหมอ ขอให้เค้าหายนะ
"อดทนนะ แมวเหมี๊ยว"
หมอจับเค้าเข้ากรง เค้าดิ้นจะเอาโทรโข่งออก ผมไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ได้แต่เดินจากมา ฝากฝังหมออีกครั้ง



.................................

................



ถึงหน้างานได้แป๊บเดียว ผู้ช่วยหมอโทรมา
น้องเหมียวเสียแล้วนะคะ เด๋วคุยกับหมอนะคะ

น้องเหมียวเสียแล้วค่ะ เมื่อกี้เอง เค้าคงเพลียมาก คงทนไม่ไหว หมอจะขอผ่าดูนะคะว่าเค้าเป็นอะไรกันแน่ ผมให้ผ่าอุทิศให้เป็นวิทยาทาน ชาติหน้าไม่ว่าเค้าจะเกิดมาเป็นอะไร ขอให้เค้าสุขภาพแข็งแรง

ผมไม่อยากจะคิดว่าภาพที่เห็นเค้าดิ้นจะเป็นภาพสุดท้ายที่เค้ายังมีชีวิตอยู่
ในใจคิดว่าถ้ารู้ว่าเค้าจะตาย ผมจะปล่อยให้เค้าตายอย่างสงบในที่ๆ เค้าเคยอยู่ดีหรือเปล่า จะดีกว่าให้เค้ามาดิ้นตายในกรงแบบนี้

ผมขับรถกลับไปที่รพ.อีกครั้ง พร้อมกับภาพเค้าที่เดินมาหา ภาพหน้าตาเค้าที่ยังดูสดใสไม่เหมือนแมวป่วย ภาพที่เค้านั่งมาในรถมองหน้าผม แล้วเราก็พูดคุยกันตลอดทาง



........................

.........



เข้าไปในร้าน ผู้ช่วยก็พาผมไปหาหมอ หมอกำลังผ่าเค้าอยู่

นี่คับผลของการ "ฉีดยาคุม" ผมคุยกับหมอเรื่องนี้ระหว่างที่เค้าผ่า



ตัวเค้าซีดแล้ว ตาค้างอ้าปาก

ชีวิตเรานี่ ไม่แน่นอนจริงๆ เมื่อกี้เค้ายังอยู่เลย ดูตอนนี้สิ

ดูรูปคับ สยองหน่อยนะคับ

น้ำเหลืองเต็มท้องเลย สรุปว่าเป็น "มดลูกอักเสบ" ที่ออกมานี่คือมดลูกคับ

หมอบอกว่าขนาดปกติเค้านี่เล็กมาก








นี่ภาพสุดท้ายจริงๆ

ผมถามเค้าเรื่องศพว่าจะเอาไปไว้ไหน เค้าก็บอกว่าจะให้ฝังหรือให้ทิ้งก็ได้
ผมย้ำเค้าอีกครั้งว่า ฝังนี่ฝังจริงๆ นะ หมอรับปาก ผมถามเรื่องค่าใช้จ่าย "200"
ผมควักตังค์ ถามว่าใครจะไปฝัง ผู้ช่วยคนนั้นออกมา ผมยื่นเงินให้ "ฝังจริงๆ นะ" เค้าบอกฝังแน่ (เค้ามีระบบไซโคกันเอง คือผู้ช่วยเค้าจะผลัดกันไป ว่าครั้งนี้ใครจะฝัง ต้องไปฝังจริงๆ ไม่งั้นจะเป็นการเอาเปรียบกัน)

ขอให้เค้าไปสู่สุขคติ ชาติหน้ามีจริง แล้วแต่บุญแต่กรรมของเค้าว่าจะไปเกิดเป็นอะไร แต่ชาติหน้าไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง อย่าได้เป็นแบบนี้อีก

ผมรู้ว่ามัน "ทรมานแค่ไหน"

นี่แหละคับ ช่วงเวลา 3 ชั่วโมง ที่คงต้องจดจำไปอีกนาน











จากคุณ ความฝันในกำมือ



//topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2007/05/J5442732/J5442732.html



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



อีกกระทู้หนึ่งค่ะ



===== ถ้ารักนู๋จริง อย่าทำกับนู๋อย่างนี้ =====

//topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2007/03/J5229909/J5229909.html


มดลูกอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ เช่นการติดเชื้อ (จากการผสม หรือหลังคลอด) , การฉีดยาคุมกำเนิด ,การเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

วันนี้จะพูดถึงการเกิดมดลูกอักเสบจากการฉีดยาคุมกำเนิดครับ ตามธรรมชาติ สัตว์สามารถเกิดมดลูกอักเสบขึ้นเองตามธรรมชาติได้เนื่องจากฮอร์โมนภายในร่างกายตัวเองครับ (แต่กว่าจะเกิดขึ้นเองโดยมากใช้เวลานานหลายปีมากๆทีเดียว บางตัวแก่ตายเองก่อนด้วยซ้ำ) แต่เมื่อสัตว์ถูกฉีดยาคุมเข้าไป ยาคุมซึ่งมีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนแต่มีความเข้มข้นสูงกว่ามาก จึงเพิ่มโอกาสการเกิดมดลูกอักเสบมากกว่าการเกิดเองตามธรรมชาติหลายเท่า

เมื่อเกิดมดลูกอักเสบขึ้นมา จากมดลูกเล็กๆ ก็จะขยายใหญ่ขึ้นมา ภายในเต็มไปด้วยเลือดและหนอง ถ้าไม่ทำการผ่าตัดสุดท้ายสัตว์ก็จะเสียชีวิตในที่สุด ส่วนกรณีที่ผ่ามาผ่าตัดช้าก็อาจจะช่วยชีวิตไว้ไม่ทันเนื่องจากอาการแทรกซ้อนต่างๆเช่นการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด หรือภาวะไตวาย


รูปข้างล่างคือรูปมดลูกของแมวตัวที่ผ่าตัดเมื่อวาน ปกติมดลูกแมวจะเล็กนิดเดียว เท่าๆกันเส้นถั่วงอก แต่มดลูกของแมวตัวเมื่อวานมดลูกใหญ่กว่าปกติ เกือบ 10 เท่าข้างในมีแต่หนอง ลองนึกสภาพดูล่ะกันครับว่าแมวจะทรมาณขนาดไหน
“ขอฝากไว้นะครับถ้ารักเค้าจริง อย่าฉีดยาคุมให้เค้าเลยครับ”






(ผู้เขียนไม่ประสงค์ออกนามค่ะ)



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ทำหมันฟรีได้ที่สาธารณะสุข กทม. ค่ะ

ฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า ก็ฟรีนะคะ

ที่ทำหมันฟรีที่ไปกันคือ ที่ ดินแดงค่ะ อยู่ถนนมิตรไมตรี เยื้อง ๆ กับสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น

โทร. 02 248 3311

ถ้าต้องการพาหมา แมว ไปทำหมันฟรี ต้องไปนัดก่อนค่ะ ไปนัดได้ทุกวัน .. เวลาราชการ

การนัด นัดครั้งละ 3 ตัว.............

ส่วนที่ทำหมันฟรีที่อื่น ๆ จะนัดได้คนละ 2 ตัว / ครั้ง
ลองโทรไปสอบถามก่อนนะค่ะ ว่าไปนัดได้วันไหนบ้าง

กรุงเทพมหานตร ได้เปิดศูนย์บริการทำหมัน-ตอน ฉีดวัคซีน ฟรี ในวัน-เวลาราชการ จำนวน 8 ศูนย์ ดังนี้

1. ฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ดินแดง โทร.02 245-3311 (เฉพาะที่ศูนย์ใหญ่ - ไปนัดได้ทุกวันเวลา.. ราชการ)
2. ศูนย์บริการสาธารณสุข (วัดธาตุทอง) โทร.02 391 6082 / 02 381 6659
3. ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 (สี่พระยา) โทร.02 236-4055 ต่อ 213
4. ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 (บางเขน) โทร.02 579-1342
5. ศูนย์บริการสาธารณสุข 29 (ช่วงนุช-เนตร)โทร.02 476 6493 / 02 468-2570
6. ศูนย์บริการสาธารณสุข 33 (วัดหงส์รัตนาราม)โทร. 02 472 5895-6 ต่อ 109
7. ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 (มีนบุรี)โทร. 02 914 5822 / 02 543-7334
8. กองระบาดวิทยา บางกอกน้อย โทร. 02 411 2432






ขอขอบคุณ ข้อมูลจากห้องแมว@จตุจักร พันทิพค่ะ




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2550 10:48:24 น.
Counter : 2052 Pageviews.  

ยาพาราเซตาม่อน(แก้ปวดลดไข้) ก็คือยาพิษ สำหรับน้องแมว น้องหมา นะคะ (โดยเฉพาะแมว ห้ามให้โดยเด็ดขาด)‏

ได้ทำ FW mail เกี่ยวกับ ยาพารากับน้องหมา น้องแมวเอาไว้ค่ะ (ขอบคุณคำแนะนำจากคุณวชิรา และขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากเพื่อน ๆ ห้องจตุจักร ณ พันทิพค่ะ) ปกติไม่เคยอัพบล๊อคเลย ><" แต่ด้วยความที่ไหน ๆ ก็มีข้อมูลในมือ ส่งแต่ FW อย่างเดียว คนอาจจะยังเห็นไม่ทั่ว เลยขอเอามาแปะไว้ในบล๊อคด้วยนะคะ ^^

สำหรับท่านที่อยากได้ FW mail นี้เพื่อจะเอาไปเผยแพร่ต่อ หลังไมค์ส่งอีแมวมาให้ได้นะคะ ขอบคุณค่า ^^

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ยา พาราเซตาม่อน คือ ยาพิษ สำหรับน้องแมว




คนส่วนใหญ่ ยังไม่ทราบว่า ยาพารา ที่เป็นยาแก้ปวดลดไข้ สามัญประจำบ้านสำหรับคนนั้น เป็นยาพิษสำหรับแมวค่ะ

ให้น้องแมวทานเข้าไป แทนที่จะช่วย กลับทำให้น้องแมวถึงตายได้ค่ะ

(รบกวนกระจายต่้อไปเยอะ ๆ นะคะ มีหลายคนจริง ๆ ที่ไม่ทราบและทำให้เกิดเรื่องน่าเศร้า จากการที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์มากมายเหลือเกินค่ะ)





+ อยากให้ทุกคนมาดูหน้าแมวกลม ๆ ตัวนี้




เป็นไงคะ อ้วนกลมได้ใจใช่มั๊ยเอ่ย

จริงๆแล้ว แมวตัวนี้ เจ้าของเค้าป้อนยาพาราเซตามอล ให้ค่ะ
ด้วยความหวังดี...



หน้าเลยบวมมากๆเลย
แล้วเหงือกก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (ถ่ายไม่ค่อยชัด)
น่าสงสารมากๆ

วันนี้โทรไปถาม (เมื่อวานแวะไปคลินิคเพื่อนมา ก็เลยเจอเจ้าตัวนี้) บอกว่าวันนี้เหงือกเหลืองอ๋อยเลย หน้ายังไม่ยุบด้วยล่ะ



ด้านข้างนะคะ
เราอยากจะย้ำเรื่องนี้มากๆ ไม่ว่าจะย้ำมาเป็นครั้งที่ห้าร้อย แปดร้อย เราก็ต้องย้ำ
เพราะยังมีคนเอาพาราเซตามอลให้แมวกินด้วยความหวังดีอยู่เรื่อยๆ


เอาเรื่องยาพาราเซตามอล กับแมว มาฝากเป็นรอบที่แปดร้อยนะคะ
จากบล็อกเราเอง เขียนมานาน ก๊อปมาแปะตามกระทู้บ่อยๆ
อันนี้ไปเห็นตัวอย่างแบบชัดเจนมากๆเลยเก็บรูปมาฝาก
เป็นอุทธาหรณ์นะคะ

ความเป็นพิษ ของยา Acetaminophen (หรือพาราเซตามอล) ในแมว

*** โดยปกติแล้ว ยา พาราเซตามอล เมื่อเข้าสู่ร่างกาย นอกจากจะมีผลทำให้แก้ปวดลดไข้ได้แล้ว ยังก่อให้เกิดพิษ (toxic metabolite) ที่เรียกว่า N-acetyl benzoquinoneimine
ซึ่งในคน สามารถกำจัดสารตัวนี้ออกจากร่างกายได้

*** แต่แมวทำไม่ได้

เมื่อสารพิษที่ว่านี้สะสมอยู่ในร่างกายมากๆ จะมีผลเกี่ยวเนื่องกับเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการขนส่งออกซิเจนมาเลี้ยงร่างกาย
โดยสารตัวนี้จะทำให้เม็ดเลือดแดง เกิดภาวะ methemoglobinemia ซึ่งก็คือเม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับกับออกซิเจนได้ นอกจากนั้นยังทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้อีกด้วย

*** อาการ

- อาเจียน น้ำลายไหลยืด
- 2-3 ช.ม. ต่อมาจะพบว่าเหงือกมีสีคล้ำ ใบหน้า ฝ่าเท้า ขาหน้าบวม
- ต่อมาอาจพบว่าเหงือกมีสีซีดหรือเหลือง
- ตายเนื่องจากขาดออกซิเจน


*** ถ้าพลาดไปแล้วต้องทำยังไง

- พาส่งสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด อย่าลืมบอกด้วยว่ากินยาอะไรมา เอาตัวอย่างยาไปด้วยก็ดี
- หมอเค้าก็จะให้ยาแก้พิษ ยาดูดซับสารพิษ น้ำเกลือ และถ้าหายใจไม่ออกอาจจะให้ออกซิเจนด้วย


*** แล้วจะมีโอกาสรอดไหม

- แล้วแต่แมว ถ้ากินไปไม่เยอะมากและไม่ได้ป่วยมากๆมาก่อน หากอาการดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง มีโอกาสรอดสูง
- แต่ถ้าหากแมวป่วยมากๆมาก่อนหรือได้รับยาไปเยอะ ก็อาจจะไม่รอด


เพราะฉะนั้น หากน้องเหมียวไม่สบาย รีบพาไปหาหมอเถอะค่ะ เพราะแค่ยาสามัญประจำบ้านที่เราคิดว่าปลอดภัย ยังอาจจะทำให้น้องเหมียวถึงตายได้เลยนะคะ



(สุดท้าย เคสนี้คุณหมอช่วยทัน ตอนนี้แมวหน้าหายบวม กลับบ้านได้แล้วค่ะ เฮ้อ ><”)

โดย คุณลูกหมูยอ

//topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/11/J4847372/J4847372.html


+ พิษของยาพารา ที่มีผลต่อแมว



จากกระทู้น้องแมวถูกป้อนยาพารา มีอาการหน้าบวมตัวบวม ได้มีผู้นำข้อความนี้มาโพสให้ความรู้ค่ะ (จำล็อกอินไม่ได้แล้วค่ะ)

"
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงมากนะครับ บางวันร้อนจัด บางวันก็มีฝนตก อากาศแบบนี้ทำให้คนไม่สบาย มีไข้ได้ ในคนยายอดนิยมที่กินกันมากที่สุดคือยาพาราเซตามอล ซึ่งยาตัวนี้ในคนมีคุณสมบัติลดไข้บรรเทาปวด อากาศอย่างนี้ก็พลายทำให้เจ้าเหมียวเป็นไข้ไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของเห็นแมวจาม ไอ จับดูตัวร้อน ก็จับกรอกยาพาราเซตามอลด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าคนกินได้แมวก็น่าจะกินได้ด้วย ถ้าแมวตัวไหนไม่กินคือพอเจ้าของป้อนเข้าไปแล้วขย้อนออกมาก็ถือว่าเป็นโชคดีไปนะครับ ที่คลินิคของผมมักจะเจอก็ต่อเมื่อเจ้าของพาแมวหน้าบวมมาหา เห็นปุ๊บผมก็ถามว่าให้กินยาพาราเซตามอลรึเปล่า เจ้าของบางคนก็บอกว่าไม่ได้ให้ แต่ให้กินทิฟฟี่บ้างดีคอลเจนบ้าง ทำเอาผมถอนหายใจเลยครับ ก็ยาทั้งสองที่ว่านั้นมีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่นี่ครับ

ความเป็นพิษของยาตัวนี้จะอยู่ที่ 50 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักแมว 1 กิโลกรัม เป็นค่าเฉลี่ยครับ ทั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับอายุของแมวและความไวที่แมวจะแสดงออกต่อพิษของยาตัวนี้ไม่เท่ากันด้วยครับ แมวเด็กจะต้านทานต่อพิษของยานี้ได้น้อย โดยยานี้จะมีผลทำให้เม็ดเลือดแดงแตกและเซลตับถูกทำลาย

อาการหลังจากที่แมวกินยาพาราเซตามอลไป 1-2 ชั่วโมง
- น้ำลายไหล, อาเจียน, เบื่ออาหาร
- ซึม เอาแต่นอน
- เม็ดเลือดแดงจะถูกทำลาย ดังนั้นจะพบว่าปัสสาวะแมวจะมีสีแดงหรือสีช็อคโกแลต เป็นผลจากเม็ดเลือดแดงแตก
- เมื่อเปิดเหงือจะพบว่าเหงือกมีสีแดงเข้ม
- ที่พบบ่อยคือ บริเวณหน้าและอุ้งเท้าจะบวมขึ้นอย่างผิดสังเกต
- แมวอาจตายได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกวิธี


การให้การรักษาเบื้องต้นโดยเจ้าของ
- ถ้าแมวกินยาพาราเซตามอลยังไม่เกิน 4 ชั่วโมง อาจทำให้อาเจียนออกมา เช่น การให้กินน้ำเกลือเข้มข้น หรือการเจอจางไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในน้ำและป้อนให้แมวจนแมวอาเจียนออกมา หรืออาจให้อุลตร้าคาร์บอนเพื่อดูดซึมความเป็นพิษของยาออกมา และรีบนำส่งถึงมือสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด

การรักษาของสัตวแพทย์
- ถ้าแมวกินพาราเซตามอลยังไม่เกิน 4 ชั่วโมงสัตวแพทย์อาจทำให้แมวอาเจียนโดยการฉีดยาให้อาเจียน หรืออาจล้างท้อง หรือให้ยาที่ดูดซับสารพิษ เช่น อุลตร้าคาร์บอนเป็นต้น
- การให้ยาต้านพิษพาราเซตามอล ซึ่งตัวยานี้ราคาค่อนข้างสูง ร่วมกับการให้วิตามิน C
- การให้สารน้ำเข้าสู่เส้นเลือด
- การให้ออกซิเจนกรณีแมวหอบมากๆ
- การถ่ายเลือดถ้าพบว่า PVC<15%
- แมวควรอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์อย่างน้อย 2-3 วันจนแน่ใจว่าร่างกายสามารถสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นมาแทนเม็ดเลือดแดงที่แตกไป
- แมวอาจช็อคเสียชีวิตได้ถ้าแมวเกิดความเครียด เนื่องจากเม็ดเลือดแดงมีน้อย การส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายก็จะน้อยไปด้วย
- ป้อนอาหารให้แมวกรณีแมวไม่ยอมกินอาหาร เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างเม็ดเลือดแดงขึ้นมาใหม่ได้


สุดท้ายนี้ผมอยากฝากถึงเจ้าของแมวทุกท่านด้วยว่ายาที่ใช้ในคนกับแมวบางครั้งอาจเป็นยาตัวเดียวกัน บางครั้งแมวอาจใช้ได้ไม่เหมือนคน ดังนั้นผมคิดว่าถ้าแมวป่วยควรไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจรักษา ถ้าไม่สะดวกจริงๆอาจใช้วิธีโทรศัพท์ปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาก่อนให้ยาเจ้าเหมียวตัวน้อยนะครับ

น.สพ. ดรุตร กิ่งก้าน
พหลโยธิน 48 รักษาสัตว์ โทร. 0-2955-7346 กด 0

ที่มา
//www.cat4love.com/nana/para.asp


"
ยาพารา เป็นพิษต่อแมว กรุณาอย่าป้อนให้แมวกินนะคะ จริงๆ แล้วไม่สนับสนุนให้ป้อนยาคนในสัตว์เลี้ยงเลยด้วยซ้ำ ยกเว้นสัตว์แพทย์เป็นผู้สั่งยาให้ค่ะ

โดย คุณ ban_ri

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=jjoy&group=5




+ อีกเคสนึง..

เรื่องของเรื่องคือ เมื่อวานมีเคสนี้มาขอความช่วยเหลือ แต่ดันเอาพาราให้แมวกิน (ด้วยความหวังดี เพราะว่าไม่รู้ว่าแมวกินไม่ได้ค่ะ)

คือว่าแมวตัวนี้ถูกรถชนมา (ชนแล้ว แถมเอาแมวไปทิ้งถังขยะให้ด้วยค่ะ ทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ตาย -*-) จขกท ซึ่งเป็นคนจิตใจดีได้ช่วยเหลือเอาไว้ค่ะ

เผอิญด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงป้อนพาราให้ด้วยค่ะ แต่โชคดีที่แมวปากบวมกินยาไม่ได้ (โชคดีไปค่ะ)



ตอนนี้น้องแมวได้รับความช่วยเหลือแล้วเหลือแต่ยังหาบ้านที่อบอุ่นให้พักพิงค่ะ ใครสนใจรับอุปการะแมวสีส้มตัวนี้ เมื่อได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว (ค่ารักษาพยาบาล สนับสนุนโดยโครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจรค่ะ และจะทำวัคซีนให้ด้วยก่อนส่งมอบค่ะ) เชิญที่นี่ได้เลยนะคะ



+ สารที่เป็นอันตรายต่อแมว

  • พาราเซตามอล/แอสไพริน(acetaminophen/aspirin)

  • Antifreeze

  • Bleach

  • กรดบอริก(Boric acid)

  • Brake fluid

  • น้ำยาทำความสะอาด(Cleaning fluid and solutions)

  • น้ำยาดับกลิ่น(Deodorants)

  • ตัวดับกลิ่น(Deodorizers)

  • น้ำยาล้างพวกสบู่(Detergents)

  • ยาฆ่าเชื้อ(Disinfectants)

  • สี(Dye)

  • แว๊กขัดพื้น(Floor wax)

  • สารฆ่าเชื้อรา(Fungicides)

  • น้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์(Furniture Polish)

  • น้ำมันเบนซิน

  • ยากำจัดวัชชพืช(Herbicides)

  • ยาฆ่าแมลง(Insecticides)

  • ไลโซล(Lysol)

  • น้ำยาขัดโลหะ(Metal Polish)

  • Mineral Spirits

  • Mothballs

  • น้ำยาขัดเล็บและล้างเล็บ(Nail Polish & Remover)

  • สี(Paint)

  • น้ำยาล้างสี(Paint Remover)

  • น้ำยาล้างฟิมล์(Photographic Developer)

  • ยาฆ่าหนู/มด(Rat/Ant Poison)

  • แอลกอฮอร์(Rubbing Alcohol)

  • น้ำยาขัดรองเท้า(Shoe Polish)

  • เหยื่อดักหอยทาก/บุ้ง(Snail/Slug Bait)

  • Suntan Lotion

  • Tar

  • Windshield Washer Fluid

  • Wood Preservatives


อาการของแมวที่ได้รับสารพิษมีความผันแปรพอสมควร โดยแมวจะมีอาการตั้งแต่ชักและมีน้ำลายฟูมปากไปจนถึงมีอาเจียนและหมดสติ เมื่อพบว่าแมวมีอาการต่างๆ ดังกล่าว หรือเมื่อพบว่าแมวได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกาย ควรต้องรีบนำแมวไปพบสัตวแพทย์ เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอย่างทันที่ โดยที่แมวอาจจะยังไม่แสดงอาการก็ได้




+ วิธีลดไข้ที่ถูกต้อง


ใช้ผ้าชุบน้ำและค่อย ๆ เช็ดตัวค่ะ ถ้าไข้ขึ้นสูงควรส่งไปพบคุณหมอ

หรือถ้าไม่สะดวกจริง ๆ โทรปรึกษาก่อนได้ค่ะ แล้วค่อยให้ยาหรือทำตามคำแนะนำของคุณหมอนะคะ



ปรึกษาคุณหมอ รพ สัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ

โทร 02-2189750-1

(ฉุกเฉิน 24 ชม ต่อ 759)



รพ สัตว์มหิดล ศาลายา (เวลาราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ช่วงเช้า)

02 - 441 5245 - 6



รพ สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โทร 02 - 942 8756 - 59
ต่อ 2118 (ในเวลาราชการ)
ต่อ 2155 (นอกวันเวลาราชกา่ร)
ต่อ 2118 ประชาสัมพันธ์

//www.vet.ku.ac.th/bk_animhos/bk_anim_index.htm





...................................................................





ยาพาราเซตาม่อน ไม่ใช่ยาสามาัญประจำบ้านสำหรับ น้องหมา




+ ยาพาราเซตาม่อน(แก้ปวดลดไข้)มันไม่ได้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับน้องหมานะครับอย่าเข้าใจผิด

ในแมวทุกคนคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมครับว่ายาตัวนี้คือยาพิษสำหรับแมว
แต่สุนัขหลายคนยังเข้าใจว่ามันเป็นยาที่ปลอดภัย หลายคนที่เคยเอาให้น้องหมากินแล้วไม่เป็นไร ก็เลยนึกว่ายาตัวนี้ปลอยภัยสำหรับน้องหมา เป็นการเข้าใจที่ผิดมากครับ

ยาตัวนี้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ก็เพราะมันปลอดภัยสูงสำหรับคน ไม่จำเป็นต้องให้แพทย์สั่ง ซื้อเก็บไว้ประจำบ้านไว้ได้เลย ตรงนี้จึงอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่ามันเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับน้องหมาที่เลี้ยงอยู่ด้วย

ยาพาราเซตาม่อน เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับคน แต่เป็นยาอันตรายสำหรับสุนัข นะครับ ควรใช้ตามคำสั่งสัตวแพทย์เท่านั้น

พาราเซตาม่อนตัวมันไม่มีพิษหรอกนะครับ แต่พอกินเข้าไปแล้วจะถูกดูดซึมผ่านลำไส้แล้วจะถูกแปรสภาพที่ตับ เป็นเป็นตัวยาที่เอาไปใช้ และมันจะมีบางส่วนเปลี่ยนเป็นตัวยาที่มีพิษต่อร่างกาย ทั้งคนและสัตว์ ซึ่งในตับคนจะผลิตเอ็มไซร์ที่ใช้แปรสภาพตัวยาที่เป็นพิษตัวนี้ให้อยู่ในรูปแบบที่ไม่เป็นพิษ แต่ในสุนัขจะสามารถผลิตเอ็มไซร์ตัวนี้ได้น้อยกว่าคนมาก ดังนั้นความเป็นพิษของยาจะไปทำลายเนื้อตับ ถ้าเกิดได้รับปริมาณที่มาก อาจทำให้ตับวายได้เลยทีเดียว ส่วนในแมวนั้นแทบไม่มีเอ็มไซร์ตัวนี้เลยความเป็นพิษจึงรุนแรง แต่แมวจะไม่ตายด้วยตับวาย แต่แมวจะตายด้วยการขาดออกซิเจน จากที่พิษของยาไปทำลาย antioxidant ซึ่งในระบบเลือดของแมวนั้นอ่อนโยนมากซึ่งขาดสาร antioxidant แล้วจะทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถทำหน้าที่ขนส่งก๊าซออกซิเจนได้เป็นปกติทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรวดเร็วและจะเสียชีวิตในที่สุด สังเกตว่าแมวจะหน้าตาเขียวม่วง

หลายคนอาจใช้ยาตัวนี้เป็นยาแก้ปวด เมื่อสุนัขเจ็บปวด ขอบอกไว้เลยว่ามันไม่มีผลอะไรมากหรอกนะครับ ยาตัวนี้แก้ปวดได้ก็จริงแต่ มันไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะมีผลน้อยกว่ายาแก้ปวดตัวอื่นมาก จะใช้ได้ดีในการลดไข้มากกว่า และในคนเป็นสัตว์ที่อ่อนแอมากที่สุดในโลกอยู่แล้วเป็นอะไรนิดหน่อยจะทนต่อความเจ็บปวดไม่ค่อยได้ แต่ในสัตว์ความสามารถในการทนความเจ็บปวดนั้นมากกว่าคนหลายเท่าตัวนัก เพราะฉะนั้นการที่จะให้สุนัขกินยาเพื่อแก้ปวดนั้น ไม่ค่อยได้ผลเท่าไรหรอกนะครับ สำหรับยาตัวนี้

การลดไข้ ยาตัวนี้เป็นการไปลดไข้เพื่อบรรเทาอาการเท่านั้นไม่ได้ไปรักษาที่สาเหตุ ดังนั้นให้ไปก็ไม่มีประโยชน์เท่าไรนักถ้าเราไม่ได้รักษาที่ต้นเหตไปด้วย

การเป็นไข้เป็นกลไกหนึ่งการทำงานของร่างกายในการปกป้องร่างกาย (เป็นการเพิ่มอุณหภูมิเพื่อไปเร่งปฏิกิริยาการทำงายของภูมิคุ้มกันและกลไกการทำงายของร่างกายระบบต่างๆ ฯลฯ) ซึ่งถ้าเป็นไข้อ่อนๆนั้นไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปลดไข้นั้น แต่ถ้ามีไข้สูงมากเกินไปจนอาจเป็นอันตรายได้ ก็จำเป็นในการลดไข้

การลดไข้ที่ดีที่สุดคือ การเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น เช็ดเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย และเอาผ้าที่เย็นๆนั้นโปะไว้ที่บริเวณขาหนีบหรือบริเวณที่ไม่มีขนเพื่อดูดความร้อนได้ดี ซึ่งการเช็ดตัวควรใช้ระยะเวลาเช็ดจนอุณหภูมิของร่างกายลดลง

ในกรณีที่มีการติดเชื้อการเช็ดตัวอย่างเดียวไม่สามารถลดไข้ได้เพราะสาเหตุยังอยู่ดังนั้นควรพาไปหาหมอ เพื่อให้ยาลดไข้และยารักษาการติดเชื้อที่สาเหตุด้วย

เพราะฉะนั้นเวลาน้องหมาไม่สบายมีไข้ เราอาจรักษาพยาบาลเบื้องต้นด้วยการเช็ดตัวก่อน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ควรพาไปหาหมอนะครับ ไม่ควรให้กินยาลดไข้เองสุ่มสี่สุมห้า มันอันตราย เราอาจทำร้ายน้องหมาที่เรารักด้วยความรักและความหวังดีโดยไม่รู้ตัว



+ สำหรับยาปฏิชีวนะ...

ยาปฏิชีวนะ ในคนก็เป็นยาอันตรายอยู่แล้วครับ สังเกตุที่ฟรอย หรือกล่อง หรือฉลากยา จะเขียนเอาไว้ว่า " ยาอันตราย" ตัวหนังสือสีแดง เป็นยาที่ควรได้รับการสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น
แต่บ้านเราซื้อกินกันเองอย่างกับยาสามัญประจำบ้านไปแล้วซึ่งบางทีก็ใช้ถูกๆผิดๆ บางทีไม่จำเป็นต้องใช้ก็ใช้ ซึ่งไม่ต้องไปดูใครเลยครับ บ้านผมเองก็เป็น ตัวผมเองตอนเด็กไม่สบายบ่อยมาก กินยาปฎิชีวนะเยอะและยาวนานมากในแต่ละครั้ง จนตอนนี้จะดื้อยาหมดแล้ว

ความจริงยาปฏิชีวนะ เป็นยาอันตรายจริงๆครับถ้าใช้ไม่ถูกต้อง มีผลเสียหลายประการเลยทีเดียวนอกจากความอันตรายแล้ว เช่นการดื้อยา

ผมจะเล่าถึงความอันตรายหลักๆก็แล้วกันนะครับไม่เล่าถึงผลเสียอื่นๆ เพื่อเป็นการระวังในการใช้ แต่แนะนำว่าก่อนที่จะใช้ควรปรึกษาผู้เชียวชาญจะดีกว่านะครับจะปลอดภัยกว่า

อันตรายของยาปฎิชีวนะนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ และขึ้นอยู่กับชนิดของยาปฏิชีวนะนั้นๆด้วยว่ามีผลข้างเคียงแบบไหน เอาแบบคร่าวๆก็คือ
1. แพ้ยา การแพ้ยานี่อันตรายมากนะครับถ้าใครเคยแพ้ยาคงจะรู้ การแพ้ยานั้นขึ้นอยู่กับตัวสัตว์ครับ และไม่จำเป็นว่าเคยใช้ยาตัวนี้ไม่แพ้แล้วจะไม่แพ้ตลอดเลยนะครับ ใช้ยาครั้งแรกก็แพ้ได้เลย หรือเคยใช้ไปนานๆแล้วก็แพ้ได้เช่นกัน
2. ยาบางชนิดมีผลข้างเคียงต่อลูกสัตว์หรือสัตว์อายุน้อยๆ เช่น ทำลายข้อกระดูกอ่อน (ซึ่งเป็นส่วนที่จะเจริญเติบโตของกระดูก) จะทำให้กระดูกหยุดการเจริญเติบโต, ทำลายไขกระดูก (ซึ่งไขกระดูกเป็นส่วนที่สร้างเม็ดเลือด ซึ่งจะทำให้เป็นโรคโลหิตจาง)
3. ตับและไต ยาแทบทุกชนิดเมื่อได้รับเข้าไปแล้วจะถูกขับออกโดยอวัยวะตับและไต ซึ่งยาหลายชนิดก็มีผลทำลายเซลล์ต่างๆของสองอวัยวะนี้เช่นกัน มากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของยา ความเป็นพิษมากน้อยก็แล้วแต่ชนิดของยาเช่นกัน ยาบางตัวมีพิษต่อไตสูงมาก บางชนิดเป็นพิษต่อตับสูง

เป็นการยกตัวอย่างคร่าวๆนะครับ เพราะว่ายาปฏิชีวนะมีหลายชนิดมากผลข้างเคียงก็แตกต่างกันไปมากน้อยแล้วแต่ชนิดของยานั้นๆ ซึ่งการที่จะใช้ยาอะไรซักอย่างอย่างน้อยเราก็ต้องศึกษาผลข้างเคียงของมันว่าอันตรายมากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง ข้อควรระวัง อะไรบ้าง ขนาดยาระยะเวลาและวิธีใช้ที่ถูกต้อง ความรู้เหล่านี้จะหาได้จาก เภสัชกร สัตวแพทย์ และข้างฉลากยา

แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นผมคิดว่าการรักษาแบบสุ่มหว่านแหไป โดยเป็นอะไรก็กินยาปฏิชีวนะไว้ก่อนนั้นไม่เป็นผลดีเท่าไรนัก เพราะจะสูญเสียโอกาสในการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันการ ตรงนี้สำคัญนะครับเพราะว่า ยาปฏิชีวนะนั้นไม่ได้เป็นอะไรที่สำเร็จรูปในการรักษา ตัวมันเองไม่ได้ฆ่าเชื้อได้ทุกเชื้อแบบชื่อของตัวมันเอง ดังนั้นหากสัตว์ป่วยแล้วเรามีโอกาสเพียงพอเราก็น่าจะพาสุนัขไปรับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่านะครับ

(แถม) อยากจะบอกพวกที่ชอบซื้อยากินเองรักษาสิวนั่นอ่ะตัวทำลายไตเลยหล่ะ(ขอระบายหน่อยแฟนชอบซื้อยากินเองพูดไปก็ไม่เชื่อ)



+ เพิ่มเติมอีกนิด

ตรงนี้อันตรายมาก ถ้าคนไม่รู้ แต่ไม่ใช่สุนัขนะ เป็นพวกหนู หรือกระต่าย หรือสัตว์ฟันแคระทุกชนิด
ยาปฏิชีวนะ กลุ่ม penicillin เช่น Amoxycillin, Ampicilline, Cephalexine เป็นต้น พวกนี้เป็นพิษกับสัตว์ฟันแคระ ถึงตาย ห้ามให้กินเด็ดขาด



จริง ๆ แล้วพารา ในหมากินได้ครับ dose 10 mg/kg วันละ 2 ครั้ง (ที่มา..Hand Book of Veterinary Drugs) (แต่ในแมว ห้ามให้พาราเด็ดขาด ถึงตาย !!!)

ที่คุณหมอ เคยบอกไว้ว่าห้ามให้สุนัขกิน คุณหมอเค้าคงหมายถึงห้ามเจ้าของให้ยาสุนัขกินเอง ครับ แต่ถ้าได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์แล้วคงไม่เป็นไรอ่ะครับ

ยาทุกชนิดไม่ใช่อะไรที่น่ากลัวหรืออันตรายเลยถ้าเราใช้มันถูกต้องและเหมาะสม แต่ ถ้าเกิดเราใช้มันอย่างผิดๆแล้ว ยาตัวเดียวกันนี่แหละก็คือยาพิษดีๆนั่นเอง

ยามีคุณอนันต์ แต่ ยาก็มีโทษมหันต์เช่นกัน

ดังนั้นมีอะไรไม่เข้าใจเกี่ยวกับยาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีที่สุดครับ อะไรไม่แน่ใจให้ถามก่อนที่จะให้กินจะดีที่สุดครับ



โดยคุณ นรารมณ์ และ ....

//topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/05/J4391405/J4391405.html





...................................................................





ขอขอบคุณข้อมูลจาก
(ข้อมูลที่จุดประกายให้เกิดเมล์นี้ขึ้นจากคุณวชิรา โครงการรักษ์แมวปันน้ำใจให้แมวจรค่ะ ขอบคุณค่ะ)

อยากให้ทุกๆคน เข้ามาดูเจ้าแมวหน้ากลมๆตัวนี้หน่อยนะ

ยาพาราเซตาม่อน(แก้ปวดลดไข้)มันไม่ได้เป็นยาสามัญประจำบ้านสำหรับน้องหมานะครับอย่าเข้าใจผิด


**แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม**

สาระความรู้เกี่ยวกับแมว โดยคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ความเป็นพิษของพาราเซตามอนในสุนัขและแมว ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

ยาพารา VS แมว




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2550 9:38:43 น.
Counter : 7497 Pageviews.  

 
 

Valentine's Month


 
nekopoy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add nekopoy's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com