All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
8 กุมภาพันธ์ 2562
 
All Blogs
 
Netflix: อำนาจในการควบคุมเวลา และการรักษาความเป็นผู้นำ




ผมคิดไว้ว่าจะเขียนบทความถึงความสำเร็จของ Netflix เอาไว้นานแล้ว แต่ด้วยหัวข้อที่จะเขียนนั้นคือ “อะไรที่ทำให้ธุรกิจ Video Streaming อย่าง Netflix ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปัจจุบัน”

ซึ่งการจะเขียนบทความนี้ได้นั้น ผมต้องมั่นใจเสียก่อนว่า Netflix ประสบความสำเร็จในวงกว้างจริงๆ และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจนผู้อ่านเข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายกันยืดยาวว่า Netflix คืออะไร

และในตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่า Netflix ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้ว





จากข้อมูลล่าสุดในเดือน มกราคม 2019 Netflix ติดอันดับที่ 23 ของ Website ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก (ถือว่าสูงมาก ในกรณีที่เป็น Website ที่ต้องเสียค่าบริการ)



ในแง่ของผลประกอบการปี 2018 Netflix ทำรายได้ไป 15,794 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่ารายได้รวมของภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ของอเมริกาในปี 2018 ที่ทำไปเพียงแค่ 11,889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

โดยส่วนของกำไรนั้น สูงถึง 1,211 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8%)



ในแง่ของผู้ชม เมื่อสิ้นปี 2018 มีจำนวนสมาชิกอยู่ที่ 140 ล้านคน (แน่นอนว่าจำนวนผู้ชมต้องมากกว่าอยู่แล้ว เพราะ 1 account สามารถแชร์ได้หลายคน)



ด้วยความสำเร็จขนาดนี้ ผมจึงต้องกลับมาเขียนบทความนี้ตามที่ให้สัญญากับตัวเองไว้





อันที่จริงแล้วปัจจัยความสำเร็จของ Netflix นั้น คงจะมีหลายบทความเขียนถึงกันอยู่แล้ว ทั้งในแง่ของปัจจัยทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการมาถึงของ 4G รวมถึงความเร็ว Internet ที่สูงขึ้นทำให้การดู Video Online ขนาดยาวกว่า 1 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่สะดวกสบาย,

ทั้งเรื่องของ Lifestyle ที่เปลี่ยนไปในยุค Digital Disruption,

ทั้งในแง่การใช้ประโยชน์ของข้อมูล Big Data ในการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า เพื่อจัดหาและจัดสร้าง Content ที่ตอบโจทย์ผู้ชมได้อย่างเข้าเป้า



แต่สิ่งที่ผมสนใจที่สุดและคิดว่าน่าจะต่อยอดไปใช้กับผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจอื่นๆได้ดีที่สุด คือจุดเด่นข้อนี้ของ Netflix นั่นก็คือ



“Netflix มอบอำนาจในการควบคุมเวลาให้กับลูกค้า”




ใช่แล้วครับ สิ่งที่ Netflix “ขาย” ให้กับลูกค้า ก็คือ “อำนาจในการบริหารจัดการเวลาของผู้ชม”






เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขอเปรียบเทียบไปที่


1. โทรทัศน์ ที่เคยเป็นสื่อกระแสหลักของงานภาพเคลื่อนไหว
แม้โทรทัศน์แบบดั้งเดิมอย่าง ช่อง 3, 5, 7, 9 รวมไปถึง TV Digital ทั้งหลายจะไม่ใช่คู่แข่งที่สำคัญของ Netflix แต่การถดถอยของมัน (หลายช่องปลดพนักงานไปหลายร้อยชีวิต, หลายช่องปิดกิจการไป) สามารถหยิบยกมาเปรียบเทียบให้เห็นได้ว่าทำไม Netflix ถึงประสบความสำเร็จ


2. โรงภาพยนตร์ ที่ถือเป็น Business Model คู่ตรงข้ามโดยตรงของ Netflix



ทั้งโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์ต่างก็มีโปรแกรมการฉายที่ชัดเจนแน่นนอนตั้งเอาไว้แล้ว อย่างที่ทราบกันดี ละครโทรทัศน์ฉายตามวันเวลาที่กำหนดแค่เพียงช่วงเดียว ส่วนภาพยนตร์เรื่องหนึ่งๆ โรงภาพยนตร์จะแบ่งรอบฉายเป็นช่วงเวลาและส่วนใหญ่ฉายเพียงแค่ 2 – 3 เดือนเท่านั้น

หากผู้ชมอยากรับชม ก็ต้องไปดูตามวัน-เวลา ที่ถูกกำหนดเอาไว้เท่านั้น

นั่นทำให้ผู้ชมไม่มีอิสระในการควบคุมการใช้เวลาของตนเอง





แต่ Netflix ไม่ใช่แบบนั้น ผู้ชมอยากจะดูตอนไหนก็ได้ จะดู series แบบรวดเดียวจบเลยก็ทำได้ ผู้ชมสามารถวางแผนเวลาในชีวิตของตัวเองได้อย่างยืดหยุ่น



นี่คือบริการที่สื่อภาพเคลื่อนไหวอย่างโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์ไม่มีไว้บริการ แต่ Netflix มี





แน่นอนว่าตอนนี้ใครๆก็รู้แล้วว่าในยุคปัจจุบันคำว่า Work-Life Balance ถูกแทนที่ด้วย Work-Life Integration

ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็ว, ความสะดวกในการทำงานที่มากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป

ในยุคนี้การวางแผนการใช้เวลาในชีวิตให้ยืดหยุ่นคือสิ่งที่สำคัญ และความสำเร็จของ Netflix คือบทพิสูจน์แล้วว่ามันเหมาะสมกับการใช้ชีวิตในยุคนี้

ความสำเร็จของ Netflix จึงถูกวิเคราะห์และเลียนแบบ

Netflix จึงมีคู่แข่งมากมายเข้ามาแย่งตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Amazon Prime, Iflix, Hulu รวมไปถึง Studio ผู้ผลิตหนังอย่าง Walt Disney เองก็กำลังจะทำ Disney+ มาแข่งกับ Netflix





จากความสำเร็จของ Netflix และการที่มีคู่แข่งเข้ามาเลียนแบบ Business Model อยู่หลายราย

เราอาจสรุปได้ว่า สินค้าและบริการที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ก็คือ



"สินค้าและบริการที่มอบโอกาสให้ลูกค้าได้ควบคุมและบริหารจัดการเวลาของตนเอง"






แต่ไม่ว่า Business Model หรือ Platform จะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็ยังเป็น “Content” นั่นเอง

ถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการ แม้จะยากเย็นอย่างไรผู้ชมก็ซื้อ ลองนึกถึงปรากฏการ “บุพเพสันนิวาส fever” เมื่อปีที่แล้ว แม้ผู้ชมจะไม่สามารถควบคุมเวลาฉายของมันได้ แต่ผู้ชมก็ยอมยกเวลาในช่วงนั้นของตนเองให้แต่โดยดี



Netflix เข้าใจตรงนี้เป็นอย่างดี จึงทุ่มทุนทำ Original Content ทั้งภาพยนตร์และ series ออกมามากมาย เพราะนี่คือสินค้าที่มีขายเฉพาะที่ Netflix ไม่สามารถหาดูได้จากที่อื่น

เพื่อให้เป็น Content แบบ Exclusive เฉพาะผู้จ่ายให้ Netflix เท่านั้น





Netflix เป็นตัวอย่างที่น่าศึกษา ทั้งในแง่ของการมองเห็นช่องทางในตลาด แล้วนำมาทำเป็นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว (เดิมที Netflix ทำธุรกิจให้เช่า Video ลองไปหาประวัติอ่านเอานะครับ)

ที่สำคัญคือ Netflix ไม่ได้เป็นแค่ผู้นำในการสร้าง Business Model ใหม่เท่านั้น แต่ Netflix ยังเข้าใจว่าหัวใจสำคัญของสินค้าคืออะไร และเข้าใจว่าทำอย่างไรที่จะรักษาหัวใจสำคัญนี้ไว้





การเป็นผู้นำการตลาด แม้จะเป็นเบอร์หนึ่งที่ออกตัวเร็วที่สุด ทิ้งห่างคู่แข่งไกลแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้ายก็จะโดนคู่แข่งไล่ตามมาอยู่ดี แม้คู่แข่งจะไม่สามารถแซงได้ แต่พื้นที่ทางการตลาดก็จะถูกแบ่งออกไป

สิ่งที่ทำได้คือการหาจุดขายที่สำคัญที่สุดให้เจอแล้วรักษามันไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้องมองหา Business Model ใหม่ๆ เพื่อสร้างเส้นทางใหม่ๆ (ก่อนที่จะมีคู่แข่งตามเข้ามาใหม่แบบวงจรเดิม แต่อย่างน้อยยิ่งเราออกตัวได้ก่อน ก็มีเวลาให้ตักตวงความสำเร็จได้นานขึ้น)



เรื่องราวของ Netflix เป็นกรณีศึกษาที่ดี และน่าสนุกไม่แพ้ content ทั้งหลายที่อยู่ใน Netflix เลยทีเดียว



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2562 1:50:00 น. 0 comments
Counter : 202 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.