All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
*** Spider-Man: Far From Home *** ผลิตผลของพลังอันยิ่งใหญ่กับการหลอกลวงอันใหญ่ยิ่ง

*** Spider-Man: Far From Home ***






ภาคที่ 2 ของ Spider-Man ภายใต้จักรวาลภาพยนตร์ของ Marvel กลับมาอีกครั้งพร้อมกับทีมงานหลักทีมงานเดิมจากภาคที่แล้ว

ซึ่งใน Far From Home จะเป็นการพา Peter Parker/Spider-Man ออกมาไกลจากบ้าน ทั้งในเชิงรูปธรรมจากทริปท่องเที่ยวยุโรปกับเพื่อร่วมชั้นเรียน และในเชิงนามธรรมเมื่อจิตใจและความคิดของ Peter ได้เติบโตขึ้น



(จากนี้ไปเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)



สิ่งที่เป็นความสนุกใน Far From Home คือความสดใสแบบหนังวัยรุ่น และความสนุกจากการได้เห็นการเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ของ Peter จากเด็กวัยรุ่นที่ต้องการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นให้คุ้มค่า ก่อนจะกลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ



นี่คือการหยิบยกประเด็นสุดคลาสสิคของ Spider-Man เวอร์ชั่น 2002 มาตีความใหม่ นั่นก็คือประเด็นที่ว่า



“พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง”



เราจะพบว่าความตายของ Tony Stark/Iron Man ซ้อนทับกับความตายของลุง Ben ในฐานะเหตุการณ์ที่ทำให้ Peter ได้เติบโตขึ้นและเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ



ดังนั้นใน Far From Home จึงเป็นกระบวนการการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตัวเองของ Peter จากเด็กที่เคยปฎิเสธพลังของตัวเอง วางตัวเองในฐานะ Superhero เพื่อนบ้าน ที่ไม่อยากรับผิดชอบอะไรที่ใหญ่โต กลายมาเป็น Spider-Man ที่ไม่ได้ปกป้องแค่ New York แต่ทำหน้าที่ได้ทุกที่ทุกเวลา






หนังสานต่อประเด็นเดิมที่ถูกนำเสนอใน Homecoming ที่ว่าด้วย “อิทธิพลของชนชั้นนำ ที่มีต่อคนธรรมดา”

ซึ่งชนชั้นนำในจักรวาลภาพยนตร์ Marvel ก็คือ เหล่า Superhero ผู้มีอำนาจพิเศษเหนือผู้อื่น โดยเฉพาะ Tony Stark/Iron Man (หนังเปิดเรื่องด้วยคลิปเชิดชูและไว้อาลัยให้กับ Tony และเหล่า Avengers ของเด็กนักเรียน ซึ่งถือเป็นมุขที่ใช้ได้ทีเดียว)



ในโลกที่ Superhero มีจริง เรื่องราวที่ไม่เคยได้รับรู้เกิดขึ้นมากมาย ผู้คนจึงเชื่ออะไรได้ง่ายกว่าเดิมโดยเฉพาะเมื่อเรื่องราวเหล่านั้นมาจาก Superhero


แต่เมื่อไม่มี Superhero อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่ผู้คนกำลังโหยหาคือ Superhero ผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่ และผู้ท้าชิงตำแหน่งนี้มี 2 คนนั่นก็คือ Spider-Man และ Mysterio



ซึ่งทั้งสองคนนี้ต่างก็เป็น “ผลผลิต” ของ Tony Stark เหมือนกัน







ในขณะที่ Peter ไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้เพราะมันเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ แต่เขากลับถูกยัดเยียดโดย Tony ที่มองเห็นบางอย่างในตัวเขา

ส่วน Quentin Beck ในนาม Mysterio กลับต้องการตำแหน่งนี้ เพราะเขาเข้าใจถึงอำนาจของมัน และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือความแค้นส่วนตัวที่เขามีต่อ Tony



ดังนั้นการได้ครอบครองแว่นตาพิเศษที่มี Edith เป็นระบบปฏิบัติการณ์ จึงเป็นเหมือนการแย่งชิงบัลลังก์ในการเป็นราชาผู้ปกครองโลกนี้

(แว่นตา ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนวิธีการมองโลก เพราะเมื่อสวมแว่นตาเราจะเห็นโลกต่างไปจากเดิม)



ชื่อของ Edith ที่เป็นมุขหนึ่งของหนังก็คือ Even Dead, I’m The Hero

นี่เป็นการบอกว่า แม้จะตายไปแล้ว อิทธิพลของชนชั้นนำของ Tony Stark ในฐานะ Iron Man ไม่ได้ตายตามไปด้วย






Mysterio รู้ดีว่า สาเหตุที่ผู้คนชื่นชอบและให้การยอมรับเหล่า Superhero นั่นก็เพราะ Superhero มีพลังอำนาจที่เหนือกว่าและใช้อำนาจนั้นช่วยเหลือผู้คน



สิ่งที่ Mysterio ต้องทำเพื่อให้ได้อำนาจนี้คือการแสดงให้เห็นว่าเขามีพลังอำนาจ และใช้มันเพื่อช่วยโลกได้

อันที่จริง Mysterio และทีมงานถือว่าเป็นคนที่มาความสามารถมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว (บังคับ drone มากมายและสร้างภาพจำลองได้ขนาดนี้เอาไปใช้จัดการพวกตัวร้ายได้เลย) แต่พวกเขาไม่ได้มีจิตใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นจริงๆ



ดังนั้นเพื่อให้เข้าถึงผู้คนทั่วไปได้ง่ายในฐานะ Superhero เขาจึงต้องสร้างภาพลักษณ์ของ Superhero ขึ้นมา

(เราสามารถสังเกตได้ว่า ชุดของ Mysterio เป็นเหมือนการเอา Thor มาผสมกับ Iron Man แถมยังมีพลังคล้ายกับ Dr. Strange ซึ่งหนังก็บอกเล่าประเด็นความเหมือนนี้โดยให้ตัวละครในเรื่องอย่างเพื่อนของ Peter หรือป้า May วิจารณ์ลักษณะของ Mysterio)



และสิ่งสำคัญของ Superhero คือ “ต้องช่วยเหลือผู้คน” Mysterio จึงต้องสร้างเหตุการณ์เพื่อให้ตัวเองได้มีโอกาสช่วยเหลือผู้คนขึ้นมา






ส่วน Peter นั้นเขาไม่สนใจตำแหน่ง Superhero เพราะไม่อยากรับผิดชอบ และไม่ได้ต้องการอำนาจอะไร แต่สุดท้ายเขาก็ต้องรับหน้าที่นี้ ด้วยความเต็มใจก็เพราะว่า



Peter ต้องการให้คนที่เขารักปลอดภัย



และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ Peter ต้องแก้ไขในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด ซึ่งก็คือ การยกแว่นตา Edith ให้ Mysterio

และนี่เองที่เป็นเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นกับ Tony ในหนัง Iron Man ภาคแรก เมื่อ Tony รู้สึกผิดที่อาวุธที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้คนต้องล้มตาย เขาเลยเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้คน



ดังนั้น กระบวนการในการเติบโตกลายมาเป็น Superhero ของ Peter จึงคล้ายกับการกลายมาเป็น Superhero ของ Tony


Peter Parker/Spider-Man คือภาพซ้อนทับของ Tony Stark/Iron Man






สรุปจากข้อมูลทั้งหมดก็คือ



- Mysterio ต้องการอำนาจของ Superhero เขาเลยสร้างภาพการเป็น Superhero


- Spider-Man ต้องการช่วยเหลือผู้อื่นแบบ Superhero เขาจึงออกไปช่วยผู้คนแบบ Superhero



การเปรียบเทียบระหว่าง Mysterio และ Spider-Man ทำให้เราเห็นว่า


- การมีพลังพิเศษหรือความสามารถพิเศษไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็น Superhero ได้


- การมีภาพลักษณ์ของ Superhero ก็ไม่ได้ช่วยให้เป็น Superhero ได้



แต่การกระทำแบบ Superhero นั่นก็คือการช่วยเหลือผู้อื่น คือหนทางสู่การเป็น Superhero ที่แท้จริง



สุดท้าย Spider-Man ก็ได้กลายเป็นผู้ครอบครอง “พลังอันยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” ที่ Tony Stark หรือ Iron Man ทิ้งไว้ให้






อย่างไรก็ตาม ผู้คนมักถูกภาพลักษณ์หลอกล่อได้ง่ายอยู่เสมอ (ไม่เว้นแม้แต่ Spider-Man เอง)



ช่วงท้ายของหนัง แม้ Mysterio จะตายไปแล้ว แต่การโกหกหลอกลวงไม่ได้ตายตามเขาไป เมื่อ Clip ใส่ร้าย Spider-Man ถูกเปิดเผย Spider-Man จึงต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับคนใหม่ (ที่ผู้ชมค้นเคยกันดี) นั่นก็คือ “สื่อ” ซึ่งมีพลังพิเศษก็คือ "การเข้าถึงผู้คน" นั่นเอง



ประเด็นเรื่อง "การหลอกลวง" หรือ “การสร้างภาพ” ถือเป็นจุดเด่นของหนังภาคนี้อย่างแท้จริง เมื่อ End-credit ของหนังได้เปิดเผยให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว Nick Fury ที่เราเห็นอยู่ในหนังตลอดทั้งเรื่องนั้น ไม่ใช่ตัวจริง หากแต่เป็น Talos มนุษย์ต่างดาวชาว Skrull ที่แปลงกายมาทำงานแทน



นี่เองที่ทำให้ประเด็นเรื่องการหลอกลวงของหนังนั้นดูหนักแน่นและโดดเด่น






Spider-Man: Far From Home เป็นความบันเทิงแบบหนังวัยรุ่นเบาสมองที่ผสมรวมกับหนัง Superhero ได้อย่างลงตัว

หนังยังมีประเด็นน่าสนใจสอดแทรกเข้ามาในระดับที่ย่อยง่ายแบบที่เด็กๆเข้าใจได้ไม่ยาก



ความมีเสน่ห์และความเข้าขาของทีมนักแสดง คืออีกหนึ่งสาเหตุของความสนุกของหนัง

Tom Holland ในบท Peter Parker ถ่ายทอดการเจริญเติบโตทางความคิดของตัวละครได้เห็นภาพและเข้าใจง่าย นั่นทำให้เราเกาะติดตัวละครนี้เพื่อเดินหน้าไปกับหนังได้ไม่ยาก



ผู้กำกับ Jon Watts ลดความจริงจังของหนังลงไปเมื่อเทียบกับภาคแรก นั่นทำให้ประเด็นของหนังอาจไม่ได้ถูกขับเน้นให้เข้มข้นมากนัก แต่ก็ได้อารมณ์สบายๆผ่อนคลายเข้ามาแทนที่






Spider-Man: Far From Home คือการพาตัวละครออกเดินทางจากบ้านและตัวตนเดิมของเขาเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

หนังเป็นความบันเทิงในแบบหนังสำหรับทุกวัย เพราะประเด็นต่างๆในหนังถูกนำเสนอออกมาแบบเรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก


นี่ถือเป็นหนังที่ไม่น่าพลาดอีกเรื่องในจักรวาลภาพยนตร์ Marvel





8 / 10




Create Date : 07 กรกฎาคม 2562
Last Update : 7 กรกฎาคม 2562 12:54:16 น. 4 comments
Counter : 688 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณTui Laksi


 
วิเคราะห์เจาะประเด็นให้มุมมองน่าคิดดีจัง
ชอบหนังแนวบันเทิงมีสาระๆบ้างก็ดี
ขอบคุณค่ะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:55:59 น.  

 
เหมือนดูหนังการ์ตูน Spider Man ที่คนแสดง จริงๆ
ชอบในแบบที่หนังเป็นความบันเทิง
ได้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น
แต่จะเติบโตไปพร้อมๆกับ Peter Parke ยุคนี้
มองการไปไกลเลย อิ อิ
r


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 กรกฎาคม 2562 เวลา:8:43:57 น.  

 
ผมดูตั้งแต่วันแรกเลยครับ
รู้สึกเหมือนโดน คาถาอ่านจันทรานิรันดร์อยู่ตลอดเวลา


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 10 กรกฎาคม 2562 เวลา:18:34:04 น.  

 
กระทู้ที่ตั้งใน Pantip

https://pantip.com/topic/39033065


โดย: navagan วันที่: 3 สิงหาคม 2562 เวลา:18:57:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.