Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
ลูกอีสาน คำพูน บุญทวี


ลูกอีสาน :คำพูน  บุญทวี

พิมพ์ครั้งที่- , 2550 / จำนวน 312 หน้า / สนพ.โป๊ยเซียน

ราคาปก 195บาท

นวนิยายรางวัลซีไรท์ ปี2522


คำโปรยจากปกหลัง

ลูกอีสาน เป็นเรื่องที่มีค่ามีรสชาติ ผมจึงนำมาลงฟ้าเมืองไทยน มีคนนิยมโดยเฉพาะชาวอีสานนิยมมากเมื่อได้ซีไรท์จึงถือเป็นเกียรติของคำพูนและชาวอีสานทั้งมวลผมยิ่งภูมิใจที่เลือกเรี่องลง ฟ้าเมืองไทยได้ผลดี

อาจิณต์ปัญจพรรค์ (นักเขียน บรรณาธิการ ศิลปินแห่งชาตสาขาวรรณศิลป์ ปี 2534)


ลูกอีสาน นับแสนล้าน พล่านพลัดถิ่น เสาะหาอยู่ สู้หากิน ดิ้นหาสุข เสนอเนื้อหนองน้ำ ในนามทุกข์ เคี่ยวอั่งอุกธรรมชาติวัฒนธรรม ลูกอีสาน แต่วันวาน บ้านกับโลก เผชิญโชค ตระเวนชะตาถลาถลำ บนนถนน ข้างถนน ผจญกรรม ล่องแคนลำ สะทกสะท้าน บ้านกับเมือง ลูกอีสาน เล่าตำนาน เนิ่นนานโน้นเสียงตะโกน อดีตก้อง ทุ่งท้องเรื่อง อนาคต ปัจจุบัน อันรองเรือง ซับสืบเนื่อง เลือดวิถีโขง-ชี-มูล ลูกอีสาน จิตวิญญาณขานสำนึก หลอมรู้สึก มิรู้จบ มิลบสูญ ระคนคิด ระคนคำ ยิ่งค้ำคูณ นึ่งนักเขียน ชื่อคำพูน บุญทวี ลูกอีสาน ผู้สื่อสาร โลกอ่านเขียน ถึงแปรเปลี่ยน ยุคสมัย ไว้ศักดิ์ศรี ปรากฏการณ์วรรรกรรม กำเนิดมี เริ่มต้นที่ ลูกผู้ชายผู้ขายแรง ลูกอีสาน ผู้พลัดบ้าน ผ่านเหนือใต้ คึดฮอดบ้าน มิพรากไกล ไม่ทิ้งแหล่ง ต่อสะพาน วัฒนธรรมเหนือกำแพง เปล่งสีแสง สู่พิสุทธิ์ มนุษยชน ลูกอีสาน เราขับขาน ผ่านหนังสืออ่านลายมือ สื่อลายไม้ เขียนลายข้น เลือดต่อเลือด ลูกต่อลูก ผูกลายคน ลูกอีสานคือลายทน คือลายธรรม...

ไพวรินทร์ขาวงาม 13 กันยายน 2549 (ประพันธ์)




เรื่องราวของลูกอีสาน


   เรื่องราวของเด็กชายคูณ ในวัยเด็กกับครอบครัวเล็กๆอันประกอบด้วย พ่อแม่คูณและน้องสาวอีกสองคนคือยี่สุ่น กับบุญหลาย กับการใช้ชีวิตในชนบทและความลำบากแห่งท้องทุ่งอันกันดาร อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูงมีทิวเขาเป็นขอบอยู่ทางด้านทิศตะวันตกและด้านใต้ พื้นดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายไม่อุ้มนน้ำ จึงทำให้ดินแดนแห่งนี้แห้งแล้ง ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกแม่น้ำในภาคนี้ส่วนใหญ่ ไหลลงสู่ใม่น้ำโขง แม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ชาวบ้านจึงต้องพลัดถิ่นไปทำงานในเมืองหลวงหรือไม่ก็แยกย้ายกันไปตั้งรกรากบนผืนแผ่นดินแห่งใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่าตามแนวลุ่มแม่น้ำสายใหญ่ๆเช่น แม่น้ำมูล แม่น้ำชี เป็นต้นเรื่องราวได้กล่าวถึงชนชาติญวน(อีสานเรียกแกว)และจีนได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนแห่งนี้ด้วยด้วยพวกเขาประกอบอาชีพค้าขายกันเป็นส่วนใหญ่


ในอดีตการเดินทางเป็นเรื่องยากลำบากเพราะการคมนาคมที่ลำบากมากๆเมื่อก่อนการเดินทางเพื่อที่จะไปกรุงเทพฯต้องเดินเท้า 13 วันไปขึ้นรถไฟที่โคราชเข้ากรุงเทพฯพาหนะที่ใช้สมันก่อนจะเป็นม้าหรือเกวียน เมื่อจะไปไหนมาไหนในระยะทางที่ไกล


พูดถึงเรื่องความแห้งแล้งทุรกันดารในสมัยก่อน เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลพ่อกับแม่ของคูณและเพื่อนบ้านได้ปรึกษากันถึงแนวทางเพื่อการอยู่รอดเพราะถ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลเมื่อถึงฤดูกาลทำนาและข้าวในยุ้งฉางก็จะหมด ข้าวสารหมดปลาร้าก็ไม่เหลือ ดังนั้นการออกไปหาอาหารตามแหล่งที่ราบลุ่มแม่น้ำใหญ่ๆจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ครอบครัวอยู่รอดคือการออกไปหาปลา เพื่อทำปลาร้า ปลาส้ม นำมาแลกข้าวสารประทังชีวิต ดังเช่นครอบครัวของคูณและเพื่อนบ้านที่ได้ออกเดินทางรอนแรมเพื่อไปหาปลามาทำปลาร้าปลาแห้ง การเดินทางไปยังที่ราบลุ่มแม่น้ำชีโดยใช้เกวียนเพื่อจับปลาในแม่น้ำใหญ่ๆจะมีปลาอยู่ชุกชม จำนวนมาก ต้องใช้วันไม่น้อยกว่า 20วันกว่าจะได้กลับบ้านเพราะต้องใช้เวลาเดินทางและอยู่เพื่อจับปลาให้พอกับที่ต้องการทำปลาร้าอีกครอบครัวละ 3-4 ไห เป็นอย่างต่ำ...


หมู่บ้านเริ่มร้าง อันเนื่องมาจากลักษณะภูมิประเทศทางด้านทิศตะวันตกมีแนวภูเขาซึ่งกันระกว่างภาคกลางกับภาคอีสานทำให้ลมมรสุมไม่มสามารถพัดพาเอาความชื้นเข้ามาได้ ถึงแม้ปริมารฝนของภาคอีสานจะมีปริมาณมากไม่ต่างจากภาคอื่นๆแต่ด้วยสภาพของดินทรายซึ่งไม่อุ้มน้ำ ทำให้น้ำไหลซึมสุ่ชั้นบาดาลหมด เหลือเพียงความแห้งแล้งปกคลุมดินแดนภาคอีสานทำให้ชาวบ้านต้องอพยพครอบครัวออกไปหาที่อยู่ใหม่


อาหารหน้าแล้ง ชาวอีสานอาหารกินง่ายๆ ตามแต่สภาพอากาศเอื้ออำนวยและตามฤดูกาล เช่น หน้าร้อนจะมีจั๊กจั่น,กิ้งก่า,แมงกุ๊ดจี่,หรือแม้กระทั่งงูสิง,พังพอน,จิ้งหรีด, อึ่งอ่าง,กบ,เขียด ฯลฯแต่มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวอีสานคือ ปลาร้า นั่นเองปลาร้าคือปลาที่เก็บไว้บริโภค เป็นการถนอมอาหารไว้กินในหน้าแล้งหรือเวลาที่ไม่สามารถหาอาหารได้สามารถดัดแปลงให้เป็นอาหารจานหลักหรือเครื่องปรุงรสได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นลาบปลาร้าหรือการใช้ปลาร้าแทนน้ำปลาหรือเกลือ เป็นต้น



ความคิดเห็นหลังจากที่ได้อ่าน


ในฐานะที่เป็นลูกอีสานคนหนึ่งซึ่งต้องเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เมื่อได้อ่าน“ลูกอีสาน “ หลังอ่านรู้สึกว่ามันอิ่ม อิ่มที่ได้เรียนรู้เรื่องราวในวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนว่า ชีวิตช่างโหดร้ายจริงๆชาวอีสานในครอบครัวชนบทที่ต้องอาศัยฝนฟ้าที่ตกต้องตามฤดูกาลเพื่อเพาะปลูกพืชพันธุ์ทางการเกษตรคือข้าวนั่นเองซึ่งเป็นอาหารหลัก และจะเห็นได้ว่าอาหารทุกมื้อและเกือบทุกเมนูจะมีปลาร้าเป็นส่วนประกอบ ใครสามารถอยู่ได้ก็จะอดทนอยู่และเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตด้วยความลำบากและใครไม่สามารถอยู่ได้ก็จะอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังที่ราบลุ่มแม่น้ำที่ซึ่งสามารถหาหรือประกอบอาชีพที่จะสามารถดำรงชีวิตได้

   ถึงแม้ว่าปัจจุบันการใช้ชีวิตและยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเรื่องราวแบบนี้ก็อาจจะยังเกิดขึ้นอยู่เพราะสภาพภูมิประเทศที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตจะเห็นได้ว่าชาวต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ,ใต้,ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกตกหรือชาวอีสานพลัดถิ่นจำนวนมากจะเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่เมื่อถึงเวลากลับบ้าน อาจทำให้เมือใหญ่ๆนั้นโล่งเลยทีเดียวดังเช่น ช่วง ปีใหม่หรือสงกรานต์ เมื่อกลับบ้านก็จะได้อยู่พร้อมหน้าครอบครัวได้เจอญาติมิตรพี่น้องเป็นเหมือนวันรวมญาติแห่งปีนั่นเอง แต่เพราะมันสอนให้เราได้เรียนรู้ว่าคนอีสาน รักในถิ่นฐานบ้านเกิด...

ขอแนะนำให้ลูกอีสานทุกคนหรือไม่ว่าจะเป็นภาคไหนๆ ผมก็แนะนำให้อ่านเลยครับถือว่าเป็นการเรียนรู้ เรื่องราวการใช้ชีวิตเพื่อความอยู่รอดและการปรับตัวให้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศของชาวอีสานในสมัยอดีต อาจจะมีวิถีชีวิตเหมือนหรือแตกต่างกันในบางเรื่องต่ผมคิดว่าเรื่องนี้มันให้แง่คิดแก่เราในอะไรหลายๆอย่างเป็นอย่างดี ขอบคุณครับ.




Create Date : 21 สิงหาคม 2556
Last Update : 21 สิงหาคม 2556 12:41:01 น. 14 comments
Counter : 43395 Pageviews.

 
เรื่องนี้เคยอ่านตอนเรียนมัธยม เป็นหนังสือนอกเวลาครับ
ทำให้มีโอกาสได้อ่านเรื่องอื่นๆของลุงคำพูนตามมา อย่างนายฮ้อยทมิฬ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:19:22:32 น.  

 
อ่านมานานมากแล้วค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:21:24:41 น.  

 
เหมือนเคยอ่าน ตอนเด็ก ๆ ค่ะ....
ไม่ค่อยอิน เพราะตอนนั้นเด็กมาก ( และ โดนบังคับอ่านเป็นหนังสือนอกเวลา )

จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่คิดจะหยิบมาอ่านอีกเลยค่ะ


โดย: Serverlus วันที่: 22 สิงหาคม 2556 เวลา:22:06:30 น.  

 
ถึงไม่ใช่ลูกอีสาน แต่ก็ชอบหนังสือแนวนี้มากค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:9:06:03 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:14:34:31 น.  

 
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับที่แวะเข้ามา

-คุณสามปอยหลวง สมัยมัธยมเคยเห็นผ่านตาเหมือนกันครับที่ห้องสมุดแต่ไม่เคยรู้สึกว่าอยากอ่าน พอมาอ่านก็เลยได้รู้ว่าพลาดไปแล้ว

-คุณพุดฯ ขอบคุณครับ

- คุณ serverlus โตแล้วกลับมาอ่านอาจจะอินก็ได้นะครับ

-คุณ sabฯ ใช่ครับเนื้อเรื่องแบบนี้น่าสนใจทีเดีย ชอบอ่านแนวนี้เหมือนกันสู้ชีวิตสุดๆ

-คุณเหมือนพระจันทร์ ลองหยิบขึ้นมาอ่านดูครับเผื่อใช่แนว


โดย: Nat_NM วันที่: 26 สิงหาคม 2556 เวลา:12:45:25 น.  

 
ชอบค่ะ เหมือนชีวิตตอนเด็กค่ะ คิดถึงไปจับปลา หาลูกอ้อด ปลาช่อน จับเขียด ชีวิตชนบทมีความสุขที่สุด ต่างจากตอนนี้ที่ต้องมาทำงานในเมืองที่ต้องดิ้นรนแบบเหนื่อยๆกายและใจ


โดย: คนบนดอย IP: 182.52.253.135 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:26:36 น.  

 
ของจริง นักเขียน เขียนด้วยใจจริงๆ ผลงานเป็นอมตะ ได้รับแปลหลายภาษา ได้รางวัลซีไรส์ ต่างจากพวกสร้างกระเเสจากผีผืนผ้า เอาเงินอย่างเดียว นานไปก็แค่ขยะเหม็นๆที่ไม่มีใครกล่าวถึง


โดย: คนผ่านมา IP: 182.53.17.66 วันที่: 26 มิถุนายน 2557 เวลา:17:19:40 น.  

 
ถึงจะเกิดเป็นคนอีสาน แต่บอกตามตรงว่าไม่เคยที่รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของภาคอีสานเลยค่ะ ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การเดินทาง แต่พอมาอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว สนุกมากเลยค่ะ หนังสือเล่มนี้ทำให้ได้รู้หลายอย่างเกี่ยวกับภาคอีสาน อย่างที่ชอบในเนื้อเรื่องนี้ก็คือ การเกี้ยวพาราสีของคนหนุ่มสาวในสมัยก่อนของอีสาน การทำมาหากิน รวมทั้งวิถีชีวิตของคนอีสาน และ คำศัพท์บางคำที่ได้หายไปแล้ว พอได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านพอใจมากเลยค่ะ อยากให้ลองอ่านดูแล้วจะสนุกค่ะ


โดย: คนอีสาน IP: 118.174.41.2 วันที่: 16 ตุลาคม 2557 เวลา:12:18:53 น.  

 
มีคำกลอนอยู่ แต่ไม่รู้อยู่เล่มไหน จำไม่ได้หรือในหนัง เรื่องลูกอีสานเขียนไว้ดีมาก "ได้ขี่ช้าง กางร่ม เป็นพระยา อย่าได้ลืมชาวนาที่ขี่ควายคอนกล้า" เป็นคำเตือนใจที่ควรค่าให้จดจำ และพึงระลึกไว้เสมอ
ว่าอย่าลืมตัว เมื่อได้ดี อีสานควรได้รับการเอาใจใส่ทุกภาคส่วน...ได้ความรู้แล้วช่วยไปทำให้บ้านเกิด รุ่งเรืองด้วย


โดย: อิทธิพล ศรีมงคล IP: 119.42.70.99 วันที่: 20 ตุลาคม 2558 เวลา:11:34:52 น.  

 
ผมว่ามันแปลกๆละนะ เอิ่ม..... โอบบอก


โดย: ปังปวย IP: 182.232.40.61 วันที่: 21 มกราคม 2559 เวลา:11:16:31 น.  

 
สนุกจุงบุยครับ อิอิซ่า 5555+
ผมลืมบอกผมเป็นเอดครับ


โดย: คณิศร สิริเวชะพันธ์ IP: 27.55.161.25 วันที่: 21 มกราคม 2559 เวลา:11:34:09 น.  

 
เคยอ่านเมื่อตอนอายุสิบสี่-สิบห้า ชอบมากครับเป็นแบบพิมพ์ครั้งแรกขอยายอ่าน ทุกวันนี้ยังหาซื้อมาเก็บไว้แต่เสียดายที่เป็นฉบับพิมพ์ใหม่แต่เนื้อหายังคงเดิม ใครยังไม่เคยอ่านลองหาอ่านดูครับ


โดย: นัฐพงษ์ IP: 1.47.161.8 วันที่: 23 ตุลาคม 2559 เวลา:12:36:22 น.  

 
ขอตอนที่25-27หน่อยครับ


โดย: เบนซ์ IP: 49.230.239.9 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:11:22:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

blissfultime
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add blissfultime's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.