Love is the key that will open even the hardest heart.
 

Oh My J-Festival (ฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้)

รู้สึกอิ่มบุญอย่างบอกไม่ถูก ปีนี้เป็นปีแรกที่ได้กินเจอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่คิดว่าจะทำได้เลยนะเนี่ย

ข้อดีของการกินเจ :
- พุงหายไปนิดนึง (แต่ก็จะกลับมาใหม่แน่ๆ)
- ระบบการขับถ่ายดีขึ้นมากถึงมากที่สุด
- ไม่เปลืองตังค์กินของจุบจิบ อาทิ ไอติมของโปรด หรือไม่ก็ขนมปัง นม ฯลฯ

ขอกราบขอบพระคุณ
-คุณแม่ที่เห็นดีเห็นงามด้วย ถึงขั้นลงทุนทำกับข้าวเจให้ลูกสาวตัวน้อยคนนี้กิน แม้ว่าแม่ไม่เคยทำแต่แม่เราก็บ่ยั่น

-เพื่อนสาวที่ทานเจก็ให้กำลังใจกันสุดฤทธิ์ ก็คนมันมือใหม่นี่หน่า

-พี่ที่ออฟฟิศ ที่เป็นแนวร่วมที่ดีในบางมื้อ

เทศกาลดีๆ แบบนี้ ปีหน้าหนูส้มไม่มีพลาดแน่ๆ จ้า




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2549    
Last Update : 31 ตุลาคม 2549 17:27:47 น.
Counter : 202 Pageviews.  

ลูกมือแม่ ที่พิ'โลก

หมายเหตุ : ฟามจิงแล้วเรื่องที่พิ'โลกเกิดขึ้นก่อนการลงใต้ แต่ด้วยความเลินเล่อก็เลยสับเปลี่ยนกันนิดหน่อย แต่ขี้เกียจลบอ่าค่ะ

ทริปนี้...เริ่มต้นด้วยการตามไปทีหลังคนอื่นเค้ากับพี่หมูปทุมฯ นั่งๆ นอนๆ จากรังสิตไปถึงพิษณุโลกประมาณ 6 ชั่วโมงเห็นจะได้ เราถึงที่พักประมาณเที่ยงคืนก็แยกย้ายกันห้องใครห้องมัน ออยซึ่งเดินทางล่วงหน้าไปก่อนงัวเงียมาเปิดประตูให้ จากสภาพของที่พักทำให้ฉันกับออยสันนิษฐานกันไว้ว่าก่อนหน้านี้ที่นี่ต้องเคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อนแน่ๆ แต่ด้วยความง่วงและความเพลีย จึงทำให้ฉันกับออยนอนหลับอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ฝันถึงคุณหมอหรือพยาบาลท่านใดตลอดคืน

ฉันกับออยตื่นกันตั้งแต่เช้า แต่มาพลาดเอาตรงไม่ยอมเอากระเป๋าขึ้นรถไปด้วย เพราะคิดว่าเราจะต้องนอนที่โรงแรมอีก 1 คืน ทั้งๆ ที่คาราวานกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ก็มันยังงงๆ นี่หน่า คาราวานครั้งนี้ฉันได้เดินทางไปพร้อมๆ กันกับแม่และเฮียโต่ย พูดคุยกันไปตลอดทางตามประสาจนถึงอุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแควนู่น ภายในรถของแม่มีอุปกรณ์ครบครันเหมาะสำหรับการมาแคมป์ปิ้งเป็นที่สุด และการนั่งรถไปกับแม่นี่เองทำให้ฉันกลายเป็นลูกมือแม่ไปโดยปริยายในช่วงเย็น

ช่วงเย็นในขณะที่ทุกคนแยกไปตามสายA, B, C ตามความสมัครใจ ฉันกับออยที่นั่งรถคันอื่นก็ช่วยแอ่นด์ชิมกับข้าวที่แม่และพี่ๆ คนอื่นๆ ทำ(หนักไปทางชิมมากกว่านะ) ตั้งแต่ปลอกมะละกอ สับมะละกอ หลังจากการเอาแรงงานเข้าแลกแม่ก็ตอบแทนเราสองคนด้วยส้มตำปลาร้ารสอร่อยจากขอนแก่นต้นตำรับ ที่แม่เตรียมปู&ปลาร้ามาสะอาดอย่างดี เนื้อแดดเดียว แหนม ข้าวเหนียว และสิ่งที่ฉันได้เคยลองกินเป็นครั้งแรกก็คือ “หนังควายย่าง” เคยอ่านในการ์ตูนหนูหิ่นมานานแล้ว ทริปนี้เลยได้ฤกษ์ปิ้งเอง ทุบเอง กินเองอย่างปวดกรามเพราะว่ามันช่างเหนียวหนึบหนับจริงๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกคนมารุมที่กองเสบียงของแม่กันหมดเลย เพราะเสน่ห์ปลายจวักของแม่แท้ๆ เชียว

กลางคืนที่รอบกองไฟ พี่ๆ ในอุทยานได้สาธิตการหุงข้าวในปล้องไม้ไผ่ให้ทุกคนลองชิม กินกันหนุบหนับๆ แป๊บเดียวก็หมดแล้ว อากาศที่แก่งเจ็ดแควดีมากจนไม่อยากจะตื่น ฉันนอนเบียดออยตามเคย แต่ออยก็ไม่ตอบโต้!

รุ่งเช้าวันถัดมา ฉันกับออยก็ยังเกาะติดแม่อยู่ไม่ห่าง(ฉลาดมะ) หลังจากกินอะไรรองท้องแล้วเราก็เดินทางไปบ้านรักษ์ไท ระหว่างทางได้แวะตลาดตจว.ด้วย เตรียมเสบียงเครื่องดื่มไว้สำหรับช่วงเย็นกันอย่างสนุกสนาน พอมาถึงบ้านรักษ์ไทหน้าที่ของพวกเราก็คือจัดเตรียมของรางวัลไว้ตอนเล่นเกมส์ พอมาถึงที่นี่เราจะได้เห็นมือถือแขวนไว้เป็นกระจุกๆ เพราะว่าที่นี่มีสัญญาณโทรศัพท์น้อยมาก แน่หล่ะอย่าไปหวังเอาสัญญาณดีเด่อะไรกับออเร้นจ์น้อยของฉันเลย

ร่ำลือกันว่าที่นี่มีน้ำตก พวกเราทั้งหมดลงทุนขับรถไปเล่นน้ำตกกันโดยเฉพาะ หลังจากที่รีบทำงานตามหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ แต่สิ่งที่ชาวคณะของเราได้พบก็คือมันเป็นแค่ลำธารเล็กๆ ที่ต้องนั่งเอาถึงจะเหมือนได้เล่นน้ำหน่อยนึง ฉันได้อาศัยล้างเท้าที่นี่ไปนิดหน่อย แต่มีบางคนที่ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาอันน้อยนิด ไหนๆ มาแล้วก็ขอเล่นน้ำซักหน่อย พี่เหน่ง พี่เป็ด เฮียโต่ย และก็ไอ้คุณบาส ไม่มีพลาดอยู่แว้ว....

กิจกรรมยามค่ำคืนผ่านไปด้วยดี กว่าจะเข้านอนได้ฉันกับคู่หูก็แกล้งคนอื่นเค้าไปทั่วให้สาแก่ใจซะก่อน เล่นเอาคุณพี่แบงค์เกือบวีนแตกใส่แหน่ะ ส่วนพี่เหน่งก็เล่นแต่มุขคำผวน บาสก็นอนไปผวาไปว่าจะเกิดเหตุการณ์มิดีมิร้ายขึ้นกับตน อาทิเช่นการถูกคุกคามทางเพศ (โอ้ว..เย่ย์บาสเกิดมาเพื่อสิ่งนี้)

ฉันเคยคิดว่านี่ถ้าเราเป็นผู้ชายก็ดีสิ ถ้าเราทำงานแบบนี้ อยู่กับเพื่อนแบบนี้คงสนุกดีพิลึก ได้ออกไปเที่ยวด้วยทำงานด้วย มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าคนอื่นๆ แต่ถ้ามองในมุมกลับ ถ้าฉันเป็นผู้ชายแล้วฉันจะได้เจอพี่ๆ ที่นี่เหรอ ฉันจะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน? เรียนอะไร? ฉันอาจจะไม่ชอบใช้ชีวิตแบบนี้ หรือฉันอาจจะเป็นตุ๊ด ฯลฯ ฉันอาจจะ......อาจจะ.......ไม่มีโอกาสได้เจอพวกเค้าเลย

ฉันถึงเชื่อใน Destiny ไง (ว่ามันมีจริง)

***ตอนนี้ฉันไม่กินเนื้อวัวแล้ว แต่ก็ยังนึกเล่นๆว่า ถ้าเจอแม่ในทริปใดทริปนึงคงทรมานน่าดูชม




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2549    
Last Update : 19 ตุลาคม 2549 10:14:56 น.
Counter : 199 Pageviews.  

ลงใต้กับคุณนาย(ย้ง)ยี้

รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นที่เริ่มมีเพื่อนๆ พี่ๆ เข้ามาอ่าน ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะไม่ได้อัพเดทมาก และไม่ค่อยมีรูปปลากรอบ แต่ส้มก็ยังอยากเก็บไว้ในนี้นะ กัวลืม



เมื่อออยเห็นการเรียนดีกว่าการทำงาน (ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว) ก็ทำให้มีอันต้องนำตัวตายตัวแทนของออยลงใต้ไปคราวนี้กับชาวคณะ นักแสดงหน้าใหม่ที่จะโผล่มาแสดงในทริปนี้ก็คือ ”ย้งยี้” เพื่อนสาวชื่อแปลกของฉัน ความจริงแล้วยี้ถูกเลี้ยงมาแบบเลดี้ๆ หน่อย ยี้ไม่เคยเลยที่จะมาท่องเที่ยวแบบนี้ แต่คนเราบางทีก็ต้องการบรรยากาศที่ดีๆ สำหรับบางสิ่งบางอย่างใช่ม้า....

รถตู้ล้อหมุนตั้งแต่ประมาณสองทุ่ม แต่ก็ดันมาเกิดเอ็กซิเดนท์แถวๆ สมุทรสงครามทำให้ต้องนั่งๆ นอนๆ รอช่างซ่อมให้เสร็จ ฉันและชาวคณะจึงได้ฤกษ์เดินทางต่อไปเพชรบุรีเพื่อรับพี่ยัพไปด้วยคน ฉันกับยี้คุยกันตลอดทางจนตื่นขึ้นมารับประทานข้าวต้มกันที่หัวหิน (แหม...เหมือนรายการประเภทตะลอนชิมเลยนะเนี่ย) พอกินเสร็จก็ขึ้นรถต่อ ผ่านจังหวัดอะไรบ้างก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าคืนนี้เราไม่ได้นอนโรงแรมที่จองไว้แน่ๆ

มารู้สึกตัวอีกทีก็ 7 โมงเช้า ถึงตัวเมืองพอดี ห้องที่เราสมควรจะได้นอนเมื่อคืนก็ใช้เพียงแค่อาบน้ำเท่านั้น พออาบน้ำเสร็จก็ได้กินข้าว หลังจากนั้นฉันกับยี้ก็ไปที่สนามอย่างง่ายดายเพราะว่าอยู่ใกล้กันกับโรงแรมมากๆ (100 เมตรเอง)

นอกเรื่องหน่อย....ลองนึกดูว่าการที่ต้องไปซื้อของในจังหวัดที่เราแค่เคยผ่านตอนเด็กๆ (10ขวบ) ไม่คุ้นเคยเนี่ยมันตื่นเต้นนะ ฉันต้องเผชิญโชคเดินไปซื้อถุงพลาสติกคนเดียว ก็ดุ่มๆ ไปเอง กลัวหลงก็กลัวแต่ก็บ่ยั่นอีกเช่นเคย (ปิดท้ายแบบชมตัวเองนิดๆ อีกละ)

ถ้าพูดถึง ”เกาะลำพู” แน่หล่ะ เด็กเต๊บฯอย่างฉันต้องคิดว่าต้องเป็นเกาะกลางทะเลแน่ๆ บรรยากาศต้องเป็นทะเลสุดๆ (โอ้วแม่เจ้า....ไอ้ออยเอ๋ย...เมิงต้องอิจฉากรูแน่ คืนนี้กรูได้ค้างที่ทะเลนะเฟ้ย เป็นไงกรูชวนแล้วดันไม่มา) ปึ่ย!...<- - - เสียงของความฝันที่ขาดผึงเกาะลำพูก็อยู่กลางแม่น้ำตาปี ใกล้ๆ กับโรงแรมนั่นแหล่ะ อย่างงี้เค้าเรียกว่าดับฝันเด็กเต๊บฯนะครับเนี่ยท่านผู้ชม แต่เกาะลำพูเนี่ยแหล่ะ ได้กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดสาวน้อยมหัศจรรย์คนนึง ด้วยลีลาอันเซ็กซี่ผิดมนุษย์มนา ที่ถอดแบบมาจากทาทายังผู้พี่ ทำให้ฉันกลายเป็น “โคโยตี้ออฟโรด” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นึกแล้วก็เสียดายที่ช่วงนั้นน้ำท่วมภาคใต้ ไม่อย่างนั้นฉันได้ฉายแววแด๊นซ์ซิ่งควีนไปไกลยันมาเลฯแหงมๆ

ทริปนั้นเป็นทริปแรกที่สายันต์ไปด้วย เพราะทุกครั้งสายันต์ต้องอยู่ที่สนามแข่ง สายันต์เซอร์วิสเลยเปิดบริษัทสายันต์พร็อพเพอร์ตี้ รับกางเต๊นท์ทั่วราชอาณาจักร โดยเริ่มตั้งแต่การเลือกทำเล ยันต์การกางเต๊นท์ให้ด้วย อย่างนี้ซิถึงเรียกว่ารักกันจริง (อิอิ สบายไป)
วันรุ่งขึ้น พวกเราเริ่มเดินทางกัน โดยที่รถของเราจะคัดผู้ร่วมเดินทางที่หน้าตาดีๆ และที่สำคัญคือเรามีการคัดอายุ เรียกว่าถ้าเกิดจับได้ว่าใครแก่ จะเขี่ยลงจากรถทันที กินกันไปคุยกันไปตามประสา ระหว่างทางเราจะสังเกตุเห็นว่าที่นั่นไม่มีแดด มีแต่ฝนปรอยๆ แบบหยุมหยิมๆ ถึงไม่ได้ตกหนักแต่ก็เล่นเอาทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ตากผ้าก็ไม่ได้ มีช็อตเด็ดหน่อยนึงตรงที่ว่ายี้ได้ใช้ห้องน้ำแบบโอเพ่นแอร์ด้วยหล่ะ เป็นแบบว่ามีสังกะสีกั้นไว้แค่ตรงข้างหน้าอย่างเดียว ดังนั้นอีกสามด้านที่เหลือก็จะสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มรูปแบบอย่างเนียนๆ แต่เพื่อความรอบคอบพวกเราก็เอาเสื้อเอาร่มที่พกไปด้วยกั้นเพื่อกันรถดับเพลิงอาละวาดในป่ากันสุดฤทธิ์ เหตุการณ์ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่ฉันคิดเพียงอย่างเดียววันนั้นก็คือไม่น่าเชื่อว่ายี้จะลุยได้แบบนี้เหมือนกันนะเนี่ย นอกจากยี้จะเป็นจุดสนใจของทุกคนที่นั่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามหรือทุกๆ ที่ที่เราผ่าน ยี้ยังมีความอึดได้ในระดับหนึ่ง ต่างกับฉันที่อยู่ที่สุราษฎร์กับอากาศแบบนั้น ทำให้ต้องยืมเสื้อของพี่แบงค์มาใส่เพราะว่าอากาศเย็นมากๆ (อ๊ะ..ก็ฉันมันรักสายลมแอ่นด์แสงแดดที่แผดเผานี่หน่า) ซึ่งเสื้อและใออุ่นของพี่แบงค์ก็ช่วยได้พอสมควร (เว่อร์แล้วย่ะ)

แต่ด้วยอาการหนาวเย็นกลับหดหายไปเมื่อเราได้ถึงที่พักและได้เหลือบไปเห็นน้ำตก น้ำตกที่นี่เย็นมาก กว้างเหมือนคลองเลย น้ำใสและไม่ลื่นเพราะว่าพื้นของน้ำตกเป็นทรายไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ทุกคนเมื่อเก็บของเสร็จแล้วก็ตัวใครตัวมัน ลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ตอนแรกฉันกับยี้ก็ไม่คิดว่าจะเล่นหรอกเพราะกลัวไม่มีเสื้อผ้าใส่ แต่ด้วยแรงยุและคนที่เล่นอยู่แล้วมาทำให้เราเปียก เราก็เลยได้เล่นน้ำตกแบบเลยตามเลย (ฟอร์มเยอะไปนิด แต่ความจริงหน่ะชอบมาก)

ชะตากรรมของผู้ที่ดวงกุดได้นอนเต๊นท์เดียวกันกับฉัน มีอยู่สองอย่างก็คือจะต้องโดนเบียดหรือไม่ก็โดนแย่งผ้าห่ม ซึ่งออยก็เคยโดนมาแล้ว นับประสาอะไรกับย้งยี้สาวสวยที่รายนี้โดนเบียดพร้อมกับแย่งผ้าห่มอีกต่างหาก (หุหุ แอบเลว) โดนฉันทำอย่างนี้แล้วยังไม่กล้าแย่งผ้าห่มคืนอีกต่างหาก โถ...อย่างนี้เค้าเรียกว่านางฟ้าจริงๆ นะเนี่ย

ตอนเช้าก่อนกลับ พี่เหน่งต้องรีบกลับไปทำธุระก่อน พวกเรา(อันหมายถึงคณะละอ่อนน้อย) มีพี่เหน่ง พี่แบงค์ บาส ส้ม ยี้ และพี่ต้นผู้แมนที่สุดยอมไปนั่งกระบะหลังจนหน้าชา รีบบึ่งจากน้ำตกมาที่สนามบินก่อนใครเพื่อน ตอนแรกคิดว่าสนามบินร้าง เพราะคนน้อยมากๆ พอส่งพี่เหน่งเสร็จเราก็เดินทางเข้าเมืองเพื่อหาอะไรประทังชีวิต กว่าจะได้กินก็มีการถามไถ่เจ้าถิ่นด้วยว่าร้านไหนเด็ดสุด (ตะลอนชิมอีกแล้ว) จนมาลงตัวที่ร้านส้มตำข้างโลตัส สุราษฎร์ รสเด็ดสมกับคำแนะนำจริงจริ๊ง
จะมีอะไรสุขไปกว่าการกินอิ่ม นอนหลับ และได้ใช้ชีวิตมันส์ๆ แบบนี้อีกมั้ยเนี่ย...




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2549    
Last Update : 18 ตุลาคม 2549 17:43:33 น.
Counter : 234 Pageviews.  

สุพรรณฯ หรรษา

ต้องออกตัวก่อนว่า วันนี้ว่างมากเลยอัพซะเยอะไปโหน่ย
(ออกตัวช้าไปนิ้ดสสนะยะ)

และเรื่องราวตั้งแต่สุพรรณยันสุราษฏร์เนี่ยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมบูมเมอแรงทริปของปีที่แล้วจ๊ะ แต่ว่าส้มเองต้องการเก็บมันไว้ในความทรงจำ เพราะนั่งนึกถึงวันที่เราได้ไปเที่ยวเนี่ย มันทำให้ส้มยิ้มคนเดียวตลอดเลย.

ทริปสุพรรณเป็นทริปที่มีตัวละครหน้าใหม่เข้าไปร่วมแจมด้วย นั่นก็คือออย (หรือว่าที่ร้อยตรีหญิงอัญชลีก็ได้) ด้วยเหตุที่พี่ที่กองฯบอกให้ส้มนำเพื่อนสาวแสนสวยไปด้วยอีกคนเพื่อช่วยๆ กัน ออยจึงได้รับเกียรติให้ไปร่วมทริปด้วย หลังจากที่ออกปากชวนบุปผาที่ติดสอบไม่สามารถไปได้ จึงทำให้ออยได้ไปเสนอหน้าเกือบทุกทริปเลย (หวานไอ้ออยมัน)

ออยเป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนอยู่ที่มีน กับออยตอนเรียนเรียกว่าไม่สนิทมากแต่ไม่เคยมีเรื่องไรขัดข้องหมองใจกัน ออยเป็นคนเรียบง่าย มีเหตุผล และมองโลกในแง่ดี หลังจากที่ออยเลือกทางเดินผิดเรียนคอมฯ จึงทำให้ออยต้องใช้ชีวิตที่จภ.ต่ออีกนิดหน่อย ดังนั้นออยจึงเป็นเพื่อนที่นำพารุ่นน้องขำๆ มาให้รู้จักกันอยู่เรื่อยๆ ตอนชวนไปออยก็ใช้ชีวิตนกขมิ้นเหลืองอ่อนอยู่ที่นครฯ ก็คือไปทัวร์บ้านเกิดของเพื่อนในห้องนั่นเอง ออยตกปากรับคำที่จะไปอย่างง่ายดาย ไม่มีอิดออด เพราะออยชอบใช้ชีวิตนกขมิ้นนี่เอง จึงทำให้ฮากันได้ทั้งทริป เสมือนว่าเป็นการเปิดตัวคุ่หูคู่ฮาสาวสวยของออฟโรดเลยก็ว่าได้ ฮี่ๆ

ก่อนไป ออยปรากฎตัวที่ป้ายรถเมล์บ้านฉันด้วยด้วยเสื้อสีชมพูหวานแหวว ผมยาวสยาย สะพายเป้และถุงนอนมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับฉัน ก่อนไป...แม่ที่มาส่งฉันที่ป้ายรถเมล์หอมแก้มฉันตามปกติ และพูดอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ออยเอามาชอบเอามาล้อหากมีโอกาส เล่นเอาออยงงไปเลยว่าฉันเป็นแบบนี้เรอะเนี่ย...

ร่ำลากับแม่นานไปหน่อย ทำให้ฝนเริ่มลงเม็ด ทำให้ต้องนั่งรถแท็กซี่เข้าบริษัทกันเราไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่นาน กว่าจะได้ขึ้นรถ Land Rover คันงามไปกับคุณพี่เป็ด ตอนนั้นออยยังเงียบๆ อยู่เพราะเหมือนเป็นน้องใหม่ แต่ออยก็ได้ฤกษ์เปิดเผยความเป็นตัวเองได้ซะทีหลังจากที่รถพี่เป็ดจอดกินอาหารป่าระหว่างทาง ออยสามารถรับประทานเนื้อกวาง และเนื้ออะไรแปลกๆ ได้อีกมากมาย (ที่นี่มีทุกอย่าง กวาง นกกระจอกเทศ หมูป่า จระเข้ ปลาไหล ฯลฯ) ยัง ยังไม่พอ มันยังขอเบิ้ลข้าวและมากระซิบบอกทีหลังอีกด้วยว่ามันไม่อิ่ม! สร้างความฉงนงงงวยให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

อุตส่าห์เอามันไปขายไว้เยอะ ว่าจะพาเพื่อนสาว น่ารักๆ ไปให้พี่ที่กองวาบหวิวเล่นๆ ไหงมันทำตัวเหมือนฉันไปได้วะ ไอ้จะส่งกลับแล้วเปลี่ยนเอาคนอื่นมาก็คงไม่ทันแล้ว คุยบ้างหลับบ้างไปจนถึงสุพรรณบุรีนู่นแหน่ะ พอถึงที่เราก็เริ่มปฏิบัติงานกันเลย เก็บเงินและจัดของรางวัลกันอย่างมีความสุข ที่นี่...เราได้พบกับพี่เริงตากล้องจากโมเดิร์นไนท์ทีวี ที่ตอนแรกไม่หนิดหนมเราจึงเรียกพี่แกว่าพี่โมเดิร์นไนท์ แต่พอสนิทหน่อยก็เติมชื่อแกเป็นเริงรัก เพื่อแสดงถึงความหนิดหนมซะหน่อย

การมีออยไปด้วยเริ่มทำให้ทุกคนรู้ว่าธาตุแท้ฉันเป็นยังไงกันแน่ เย็นวันนั้นมีการแสดงและโต๊ะจีนที่เปิดเพลงแนวสะเดิดๆ ฉันกับออยก็สนุกสุดๆไม่สะดุดอารมณ์ หลับปุ๋ยอย่างสบายอารมณ์ที่โรงแรมคุ้มสุพรรณกันสองต่อสอง

เช้าวันรุ่งขึ้น.....เราเริ่มออกเดินทางกันอย่างรวดเร็ว ระหว่างทาง...ฉันทำหน้าที่วอ. บอกให้รถคันหลังๆ ทราบว่าเราอยู่ที่ไหนกันแล้ว คันของเราก็มีกันสามพระหน่อคือฉัน พี่เหน่ง และก็ออย เราได้ไปแวะพักกันนิดหน่อยที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ใกล้ๆ กันกับอุทยานจะมีศาลเลาด้าร์ที่เป็นเหมือนสิ่งสะท้อนเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินเลาด้าร์แอร์ไลน์ตกเมื่อปี2534 เรื่องราวมันสะเทือนใจตรงที่ความโลภของมนุษย์เนี่ยแหล่ะ เล่นเอาจ๋อยไปพักนึงหลังจากที่ได้อ่านความเป็นมาของที่นี่

ทริปนี้มีไฮไลท์เด็ดที่ตรงการไปกระเสียว มันสนุกตรงที่เรากางเต๊นท์ไปก็ปรับมุม เปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ เพราะมันไม่ลงตัวซักที รวมถึงการที่มีญาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะอยู่ที่นี่เราจะมีแม่ มีลุง ป้า เพิ่มขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ (แม่ในที่นี่จะเป็นแม่ของเฮียโต่ยจากขอนแก่นนะ) วันนั้นที่กระเสียว แม่และลูกมือทำเนื้อย่าง หมูย่าง แหนมย่าง ส้มตำรสเด็ด ฯลฯ ให้กินกับข้าวเหนียวจนอิ่มแปร้กันถ้วนหน้า แม่ใจดี เข้ากับคนอื่นง่าย และที่สำคัญคือแม่ทำกับข้าวอร่อยทุกอย่างเลย จริงๆ นะ

ตกตอนกลางคืนจะเป็นช่วงเล่นเกมส์ ซึ่งเราได้นำของทั้งหมดไปไว้บนโรดีโอคันเก่งของพี่รัตน์ ของรางวัลเยอะมากๆ ตอนเย็นฉันกับออยจะเป็นคนเซ็ทของรางวัลไว้ พอตอนหยิบจะได้ง่ายขึ้น พี่ๆ จากยุทธหัตถีมาเป็นเจ้าบ้านมอบของรางวัล กินและดื่มร่วมกัน
ลุงเรย์(ตอนนี้อยู่บนสวรรค์ค่ะ) ก็สุดแสนจะใจดี เปิดบังกะโลไว้ให้ทุกคนได้ใช้อาบน้ำ ส่วนตัวลุงก็นอนกางเต๊นท์เหมือนทุกคน

เช้าตื่นมาเราต้องกลับไปที่สนามแข่งเหมือนเดิม แต่ว่าเวลาที่เหลือก็มีมากจริงๆ เราจึงขับรถท่องเที่ยวดูทัศนียภาพเมืองสุพรรณกันนิดหน่อย (เกือบได้ไปบึงฉวากแล้วนะ) เหตุที่เราไม่ไปบึงฉวากกันเพราะระยะทางไปกลับคือ 124 กม. แค่คิดก็เล่นเอาเพลียหัวใจ เราทั้งหมดจึงเปลี่ยนใจมากินก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางประชดความไกลกันซะให้รู้แล้วรู้แร่ดกันไปเลย
ออยเริ่มติดใจในและเข้าใจว่าการได้ทำงานในสิ่งที่เราชอบมันดีอย่างนี้นี่เอง เราสองคนไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ในช่วงเวลาสองสามวันนี้เนี่ย มันฝืนตัวเองหรือมันไม่เหมาะกับผู้หญิงแบบเรา (แบบไหนฟะ) แต่มันทำให้เราสองคนคิดตรงกันว่า……

มีงานแบบนี้อีกเมื่อไหร่....เรียกหนูนะพี่

**อ้อ รูปออยอาจจะไม่ชัดนะ แต่ว่าออยก็น่ารักในแบบของออย




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2549    
Last Update : 16 ตุลาคม 2549 16:09:32 น.
Counter : 163 Pageviews.  

มอเตอร์โชว์

ฉันเป็นบุคคลนึงที่ขึ้นชื่อว่าหากินกับงานมอเตอร์โชว์มาเป็นระยะเวลานานมาก หน้าที่ของฉันคือเป็นฝ่ายหาสมาชิกนิตยสารในเครือฯ เป็นงานที่สนุกมากๆ การที่ได้พบปะผู้คนมากๆ ช่างเป็นเรื่องน่าสนุกจัง ฉันก็ทำเรื่อยๆ มาในหน้าที่เดียวกันเป็นเวลา 3 ปี

ฉันมักจะเป็นบุคคลที่ดร.พรเทพ ผู้อบรมน้องๆ พาร์ทไทม์ฝ่ายหาสมาชิกในทุกๆปี หยิบยกขึ้นมาพูดถึงเสมอ พูดถึงในแง่ดีด้วยนะ แกชอบเล่าให้ใครฟังว่าฉันเนียนมากกับการไปขายสมาชิกในอาณาเขตของออฟโรด เรียกว่า ใครเค้าให้กินอะไรก็กิน ทำอะไรก็ทำ ปีแรกเค้าจัดงานวันเกิดออฟโรดกันแบบคาวบอย ก่อนขึ้นรถตู้กลับบริษัทฉันก็จะปรากฎกายด้วยหมวกคาวบอย ฟ้าพันคอคาวบอย อะไรต่างๆ ที่มันบ่งบอกถึงความเป็นคาวบอย รวมถึงแก้มที่แดงระเรื่อๆ แบบสาวสุขภาพดี (อุวะ...มันก็ต้องกรึ๊บเพื่อสังคมบ้างเด่ะ)

ในช่วงเช้า ฉันจะเข้าไปขายหนังสือเก่าที่ขายในราคาพิเศษ ส่วนมากลูกค้าก็จะเป็นผู้ชาย ยอมรับเลยว่าผู้ชายกับรถเนี่ยเป็นของคู่กันจริงๆ ใครพาแฟนมาก็ซวยมากหน่อย เพราะว่าแฟนสาวแสนสวยที่พามาด้วยเนี่ยที่เดินไม่ค่อยทน หนำซ้ำยังไม่ค่อยพอใจตอนที่คุณผู้ชายเลือกซื้อหนังสือนานๆ อีกต่างหาก ฉันคิดว่างานแบบนี้ต้องทางใครทางมันแล้วหล่ะ ปล่อยให้คุณผู้ชายมาเดินกับเพื่อนๆ ดีกว่าถ้าเราไม่ได้เป็นฅ.ฅนรักรถตัวจริง แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันชอบเดินนะงานแบบนี้ สนุกไปอีกแบบเหมือนกัน หรือว่าชินแล้วก็ไม่รู้

พอถึงเวลาสี่โมงปุ๊บ ฉันก็จะหอบชุดสมัครไปที่ซุ้มออฟโรดเพื่อทำเปิดทำการขายมันซะคนเดียวเลย แม้ว่าจำนวนสมาชิกที่ได้จะน้อยเพราะหลายคนเข้าไปสมัครในงานหมดแล้ว แต่ก็มีสมาชิกบางรายที่เมื่อลงหลักปักฐานที่ลานออฟโรดแล้วก็ไม่เดินไปที่ไหนอีกเช่นกัน

อีก 2-3 ปีให้หลัง ฉันก็ยังทำหน้าที่เดิมด้วยความสนุกสนาน เงินค่าเทอมปริญญาตรี ก็ได้มาจากมอเตอร์โชว์นี่แหล่ะ หลายพันอยู่นะ เจ็ดแปดพันนะถ้าจำไม่ผิด ไม่รวมงานอื่นๆ อีกนะเนี่ย มันทำให้ฉันปลื้มมากๆ ที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองมากมายขนาดนี้

เข้าเรื่องก่อนอย่าเพิ่งเฉไฉไปเรื่องอื่นพอฉันย่างกรายเข้าไปในสนามออฟโรดก็จะโดนแซวว่าเป็นพริตตี้ประจำออฟโรดไปซะงั้น เพราะว่าความล่ำ ดูดี มีสมรรถนะสูงอันเป็นคุณสมบัติส่วนตัวเลยก็ว่าได้นะเนี่ย เดี๋ยวจะหาว่าคุย พูดถึงความต่างของลานออฟโรดกับในฮอลหน่อยดีกว่า ลานออฟโรดเนี่ยถือว่าเป็นดินแดนที่ไม่ค่อยมีใครอยากย่างรายมาตอนกลางวันหรอกเพราะว่าบรรยากาศในสนามออฟโรดมันจะเป็นอะไรที่ร้อนระอุแบบหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่มีตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์สำหรับเก็บของที่พอจะช่วยชีวิตทุกคนได้ ที่นั่นนอกจากจะเป็นที่เก็บของแล้ว ยังสามารถเป็นที่กินข้าวกลางวัน ที่สำหรับนอนเอกขเนกพูดคุยกันของทุกคน เรียกได้ว่าเป็นซ่องโจรขนาดย่อมๆ เลยนะนั่น รวมถึงเป็นที่เก็บเค๊กงานวันเกิดอันเคยเกิดเหตุการอันน่าหวาดเสียวมาแล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่าในปีที่ครบรอบ 10 ปีนิตยสาร เค๊กจึงยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปี มันเป็นเค๊กรูปสี่เหลี่ยมฝืนผ้าที่ใหญ่และกว้างตกแต่งเป็นรูปรถออฟโรดที่ขึ้นเขาลงห้วย บรรจุอยู่ในกล่องสีน้ำตาลเรียบๆ ถึงจะเขียนหน้ากล่องไว้ แต่มันไม่สะดุดตาใครทั้งสิ้น ในช่วงที่ยุ่งๆ กันอยู่นั้น คุณพี่นักแข่งท่านหนึ่งเข้ามาทักทายทุกคนในตู้คอนเทนเนอร์ และพี่แกก็ได้เจิมรักด้วยบั้นทายไปที่กล่องเค็กครบรอบ 10 ปีของพวกเรา แต่จนแล้วจนรอดทุกคนในงานก็ได้กินเค๊กคุณภาพดีอย่างทันเวลา จ้างให้ก็ไม่บอกหรอก รู้แต่ว่ามันหวาดเสียวมากๆ กว่าจะได้เค๊กก้อนนี้กลับคืนมาเป็นของพวกเรา

ฉันรักงานมอเตอร์โชว์มาก รักเพราะผูกพันกับพี่ๆ ทุกคนด้วยและก็สนุกด้วย เพราะว่าเราอยู่กันแบบพี่น้องมาหลายปีแล้วมันก็เลยรู้สึกแบบนี้มั้งนะ ไม่อยากจะเม้าท์ว่าจนกระทั่งฉันทำงานแล้วฉันยังแอบย่องไปช่วยงานในวันเสาร์ – อาทิตย์และก็วันเกิดออฟโรดด้วย จะให้ทำไงได้หล่ะ ก็บอกแล้วไงว่า....ผูกพัน




 

Create Date : 16 ตุลาคม 2549    
Last Update : 16 ตุลาคม 2549 15:48:26 น.
Counter : 132 Pageviews.  

1  2  
 
 

nanawalee
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add nanawalee's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com