รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
เมษายน 2564
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 เมษายน 2564
 
All Blogs
 
กายลหุตา จิตตลหุตา (กายเบา จิตเบา)

1.....บทความเรื่อง < กายลหุตา จิตตลหุตา (กายเบา จิตเบา)   > บทความนี้เป็นความเข้าใจส่วนตัวล้วน ๆ   ท่านทีเข้ามาอ่าน แนะนำให้อ่านด้วยวิจารณญาณ และใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อความเจริญในธรรมสืบต่อไป

2..กายลหุตา จิตตลหุตา ต่อไป จะขอเรียกว่า  กายเบา จิตเบา นั่นคือ อะไร

ตามตำราอภิธรรม  กายเบา จิตเบา เป็น เจตสิกฝ่ายดีที่เป็นกุศล 
ในการปฏิบัติ  กายเบา จิตเบา นี่เป็นอาการทางจิตอย่างหนี่ง ที่ผู้ปฏิบัติสามารถพบได้ (สักวันหนี่งของขีวิตการปฏิบัติธรรม)

อาการ กายเบา จิตเบา นั้น เมื่อเกิดขึ้น นักปฏิบัติจะพบอาการความเบาของร่างกายทีเป็น        ความรู้สีกว่า ร่างกายนี้ น้ำหนักตัวเรามันลดลงไป  พอนักปฏิบัติได้พบอาการ กายเบา จิตเบาได้แล้ว ต่อไป เมื่อ อาการนี้หายไป  น้้ำหนักตัวก็จะกลับมาเหมือนเดิมอีก ทำให้เข้าใจคำสอนในธรรมทีว่า **ขันธ์นี้มันหนัก ขันธ์จึงเป็นทุกข์*  ซึ่งเมื่อเข้าใจได้อย่างนี้ ก็จะมีปัญญาเกิดขึ้นว่า  ถ้าเกิดอาการกายเบา จิตเบา ขึ้น แสดงว่า ขันธ์บางอย่างไม่ได้เกิดขึ้น จึงเกิดอาการกายเบา จิตเบา ขึ้นได้

แล้ว ขันธ์อะไรทีไม่เกิดขึ้นแล้่ว ทำให้เกิดอาการกายเบา จิตเบาได้ 
เรื่องนี้ ปัญญาของผู้เขียนยังไม่มากพอ ทีจะตอบคำถามนี้ได้
ขอให้ท่านผู้อ่านค้นหาคำตอบเองเถิด

อาการ กายเบา จิตเบา นี้ นักปฏิบัติสามารถพบได้เป็นครั้งคราว แล้วก็หายไป
แต่ถ้าได้ฝีกฝน จนมีกำลัง สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญา่ญาณ ทีแข็งแกร่ง
อาการ กายเบา จิตเบา นี้ จะปรากฏขึ้นได้ถี่ขึ้น อาจหายไปได้ แต่ก็กลับมาได้เร็ว

3..ข้อควรระวังของอาการ กายเบา จิตเบา
ในขณะที่ทำกิจวัตรอยู่ในชีวิตประจำวัน ถ้าเกิด อาการ กายเบา จิตเบา อยู่ และมีอาการไร้ความคิดปรากฏขึ้นเป็นเวลายาวนานพร้อมกับมีอาการ กายเบา จิตเบาอยู่ด้วย  จะทำให้เกิดอาการท้องอืดขึ้นได้




 


Create Date : 10 เมษายน 2564
Last Update : 20 เมษายน 2564 8:35:47 น. 0 comments
Counter : 103 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 141 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.