@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
บันทึกหลังออกจากป่า (เต่าดำ) 3 พฤษภาคม 2545

บันทึกหลังออกจากป่า(เต่าดำ)

เขียนเมื่อวันที่3 พฤษภาคม2545

ป่าเต่าดำฉันได้ยินชื่อป่านี้มาเมื่อ2 ปีมาแล้วจากเพื่อนสาวคนหนึ่งที่ทำงานช่วยอาจารย์โอภาสที่คณะสิ่งแวดล้อมฯมหาวิทยาลัยมหิดลหลังจากนั้นอีกไม่นานเมื่อได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเพื่อนสาวคนนี้อีกนั่นแหละในช่วงที่ใช้เวลาว่างอยู่ในศูนย์หนังสือของมหาวิทยาลัยฉันก็ไปพบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยคนกลุ่มหนึ่งที่ได้มีโอกาสเข้าไปเดินตามธรรมในป่าเต่าดำฉันซื้อหนังสือเล่มนี้กลับมาอ่านต่อที่บ้านพออ่านไปได้สักพักก็มานั่งย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่คนเหล่านั้นกำลังเข้าไปสัมผัสกับพื้นป่าแล้วในช่วงเวลาเดียวกันนั้นฉันเองกำลังทำอะไรถึงทำให้พลาดโอกาสที่จะได้เข้าไปสัมผัสกับพื้นป่าเต่าดำพร้อมกับพวกเขาเหล่านั้น

เวลาผ่านไปไม่นานเพื่อนสาวคนเดิมก็ชวนให้ไปป่าเต่าดำด้วยกันแต่ตอนนั้นฉันติดต้องรับผิดชอบทำงานอะไรสักอย่างจึงไม่สามารถไปกับเธอได้แต่สำหรับหนนี้ในการเดินป่าเต่าดำเมื่อวันที่25 - 28เมษายน2545ฉันสะสางงานของตนเองให้ว่างเพื่อการเดินทางเข้าป่าครั้งนี้โดยเฉพาะเพราะฉันไม่อยากพลาดโอกาสในการเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติของพื้นป่ามันห่างหายไปนานกับการใช้ชีวิตค้างแรมในพื้นป่าการได้ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่ายการได้ใช้ชีวิตกลางแจ้ง

ในสายตาฉันป่าเต่าดำยังคงเป็นป่าที่คงความสมบูรณ์อาจเพราะเป็นพื้นป่าที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย-พม่าและที่สำคัญคือรอดพ้นจากการถูกทำสัมปทานไม้จากพวกพ่อค้าไม้ที่ชอบกอบโกยในอดีตถึงแม้นปัจจุบันก็ยังคงมีพวกที่ต้องการแปรป่าให้เป็นเงินคอยหาช่องทางที่จะเข้าทำประโยชน์อยู่สงสารผู้ที่เห็นคุณค่าของพื้นป่าที่คอยห่วงแหนและเฝ้าระวังไม่ให้ผู้มีความโลภมากอบโกยเอาผลประโยชน์จากพื้นป่าเต่าแห่งนี้ไปจนเกินความพอดี

คืนแรกที่หน่วยย่อยเขาพลูเป็นค่ำที่ฟ้าฝนเป็นใจให้พื้นป่าชุ่มชื้นเสียงเปาะแปะของละลองฝนและน้ำหมอกยังคงตกลงบนฟลายชีตที่คลุมเปลนอนในคืนนั้นอากาศเย็นจนหนาวยิ่งในช่วงเวลาใกล้สางฉันนอนขดตัวหนาวอยู่บนเปลทั้งๆที่เครื่องสนามก็เอามาครบจนเกือบจะพูดได้ว่าเกินพอดีแต่เพราะอยากจะนอนแบบลำบากดูบ้างในวัย27ปีที่ยังหนุ่มแน่นถุงนอนใบแรกก็ให้เพื่อนยืมถุงนอนใบที่สองและเต็นท์โดมคู่ยากก็ฝากให้ไปนอนรออยู่ที่สำนักสงฆ์เต่าดำก่อนด้วยไม่อยากแบกน้ำหนักเยอะตอนเดินป่าค่ำคืนแรกจึงนอนสบายแบบทรมานเล็กน้อยด้วยความเย็นของละอองหมอกฝน

เช้าวันใหม่เช้าของวันเริ่มต้นการเดินป่าดูเหมือนการจัดแบ่งกลุ่มการเดินเพื่อศึกษาพรรณไม้และสภาพธรรมชาติจะไม่ค่อยสอดคล้องกับระยะทางการเดินเท่าใดเมื่อระยะจากจุดพักแรมในป่ามันอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นมากการเดินชมนกชมไม้ย่อมทำให้เวลาศูนย์เสียไปและไม่เป็นไปตามกำหนดการแต่ท้ายที่สุดเราก็ถึงจุดพักแรมในป่าได้อย่างปลอดภัยและมาถึงกันครบถ้วนทุกคนการเดินป่าหนนี้ฉันเลียนแบบพวกลูกหาบชาวกะเหรียงอย่างหนึ่งคือ สวมรองเท้าแตะเดินป่าโดยถือคติที่ว่าชาวบ้านเขาใส่เดินป่าได้เราก็ต้องใส่เดินป่าได้เหมือนกันและผลพิสูจน์การเดินป่าเต่าดำครั้งนี้ฉันก็ใส่รองเท้าแตะนันยางคู่เท้าคู่ทนที่ตัดสินใจซื้อจากร้านค้าแถวๆสถานีรถไฟวังโพธิ์ใส่ไปเดินป่าเต่าดำจนกลับมานั่งเขียนบทความนี้อยู่ที่ศสพ.ร้อยเอ็ดอำเภอเกษตรวิสัยมันก็มีบ้างที่เท้าจะระบมเพราะรองเท้าใหม่มันกัดแต่เวลาที่ทากมาเกาะเราสามารถเห็นได้ง่ายและรองเท้าแตะสามารถสกัดไม่ให้ทากมันไต่ขึ้นที่สูงเพราะเมื่อมันเกาะเท้าเราแล้วมันสามารถหาที่ดูดเลือดได้ง่ายด้วยรองเท้าแตะเปิดเผยพื้นที่ที่เป็นเนื้อหนังเท้าเราไว้มากและทากมักจะชอบดูดเลือด ณตำแหน่งเดิมๆและเลือดก็จะโซกเพราะไหลไม่หยุดเมื่อเราปลดทากออกแล้วก็ได้ยาเส้นหรือยาฉุนมาอุดปากแผลไว้ก็พอทำให้เลือดพอหยุดไหลพอทุเลาลงได้บ้าง

ระหว่างทางป่าก็คือป่า และป่าก็ยังคงเป็นป่ามีหลากหลายพรรณไม้ที่ฉันยังคงไม่รู้จักมีเสียงแมลงอีกหลายชนิดที่ฉันไม่รู้จักและไม่เคยได้มีโอกาสเห็นมันที่สำคัญป่าให้ความสงบแก่จิตใจของฉันซึ่งระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนที่จะมาเดินป่าเต่าดำจิตใจของฉันว้าวุ่นสับสนกับความคิดที่ไม่เป็นระบบของตนเองหรือเพราะความวุ่นวายจากสภาพสังคมภายนอกที่แวดล้อมอยู่รอบตัวฉันแต่เมื่อมาเดิน มากิน มานอนมาใช้ชีวิตอยู่ในป่าคล้ายดั่งเราทิ้งความสับสนวุ่นวายจากสภาพสังคมของโลกภายนอกมาแสวงหาความสงบภายในตัวตนภายในจิตใจของตนเองอีกครั้งชีวิตเราดำรงอยู่เพื่อให้เรามีชีวิตดำรงอยู่ได้ในสภาพป่าเขาเราดิ้นรนเพียงเพื่อเดินไปให้ถึงจุดหมายแล้วก็กางเต็นท์ผูกเปลเตรียมที่นอนหุงหาอาหารแล้วชำระล้างร่างกายจากเหงื่อไคลของการเดินทางพอค่ำคืนก็มานั่งสนทนาพูดคุยถึงเหตุการณ์ในวันนี้ที่เราได้ประสบพบผ่านและอีกหลากหลายเรื่องราวที่ใครอีกหลายๆคนอยากเอ่ยบอกสุดท้ายของค่ำคืนก็คือการกลับมาตรวจดูลมหายใจของตนเองดูจิตที่มันซนเหมือนลิงน้อยและแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์รอบกายเพื่อการพักผ่อนอันเป็นนิรันดร

คืนค่ำของวันที่สองกลางป่าฉันไปผูกเปลนอนใกล้ๆกับพี่ๆป่าไม้ด้านบนป่าไผ่ส่วนที่อยู่เหนือเราขึ้นไปอีกก็เป็นพวกลูกหาบไปก่อกองไฟนอนคุยกันคืนนี้เย็นจนรู้สึกว่าหนาวเพราะเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆระหว่าเดินป่าฝนเทลงมาพักใหญ่ทำให้สภาพป่าตอนนี้เย็นชื้นด้วยน้ำฝนเสียงแมลงกลางคืนกรีดเสียงร้องเสียงลูกหาบคุยกันเป็นภาษาพื้นถิ่นของพวกเขาส่วนกลุ่มที่นอนในเต็นท์ด้านล่างบ้างก็จับกลุ่มคุยกันบ้างก็เข้านอนเพราะความล้าเหนื่อยจากการเดินป่าส่วนฉันเองก็เข้าไปขดนอนอยู่ในเปลฟังเสียงน้ำฝนที่ค้างอยู่ตามยอดไม้หยดลงบนฟลายชีตจนหลับไป

วันนี้จุดหมายของเราอยู่ที่สำนักสงฆ์เต่าดำฉันเดินอยู่กับกลุ่มรั้งท้ายก็ว่าได้คอยช่วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เก็บตัวอย่างพืชตระกูลขิงซึ่งถุงดำที่ฉันถืออยู่ฉันเองมักจะเรียกพวกตัวอย่างพืชที่เก็บมาว่าเครื่องต้มยำ เพราะมันน่าจะเรียกอย่างนั้นจริงๆมีพืชตระกูลขิง ข่าฉันก็เลยรวมเอาตะไคร้และใบมะกรูดใส่รวมลงไปด้วยเสียเลยถือไปถือมาก็ชักจะหนักพอถึงช่วงที่ต้องไต่ขึ้นเนินเขาที่เป็นทางลาดและชันฉันก็เลยฝากถุงเครื่องต้มยำไปกับพี่ป่าไม้เสียเลยฉันรู้รสของการได้เดินเท้าเปล่าตอนที่ไต่ขึ้นเนินไต่ลงหุบ ดินมันลื่นเพราะได้ฝนมาช่วยมันเป็นรสสัมผัสที่แสนธรรมชาติค่อยๆเดิน ค่อยๆไต่อย่างมีสติไม่อย่างนั้นก็เท้าก็อาจไปวางอยู่บนที่ที่ไม่ควรเหยียบทำให้การเดินทางช้าลงแต่ได้พิจารณาสติและความคิดของตนเองเพิ่มขึ้น

ไหล่แทบขาดเมื่อฝนห่าใหญ่เทลงมาช่วงที่เดินมุ่งหน้าตัดไปสำนักสงฆ์ตามเส้นทางห้วยน้ำหนักน้ำแทรกซึมเข้าไปในถุงนอนในเต็นท์ของสาวๆที่ฉันอาสาแบกมาและขังอยู่ในผ้าร่มที่คลุมเป้หลังเพื่อกันฝนแต่แทนที่มันจะกันน้ำฝนเข้าแต่มันดันกลับขังน้ำฝนไว้น้ำหนักของสัมภาระในช่วงนั้นคาดว่าน่าจะยี่สิบกว่ากิโลกรัมมันส่งผลทำให้ไหล่ล้าและเคล็ดขัดยอกต่อมาอีก4- 5 วันหลังจากกลับมาถึงบ้าน

สัมภาระที่เราแบกไว้มันก็คือทุกข์อย่างหนึ่งแต่เมื่อใช้ชีวิตอยู่ในป่าถ้าไม่มีสัมภาระเลยมันก็เป็นทุกข์อีกเพราะเราจะขาดที่ใส่ของใช้เพื่อการดำรงชีวิตที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนอน แต่เมื่อเราจัดสัมภาระให้ลงตัวทำความรู้จักตัวเราเองให้ดีว่าใช้หรือไม่อะไรบ้างจนเกินความจำเป็นกินหรือไม่กินอะไรบ้างจนเกินความพอดีพักผ่อนนอนอย่างไรให้เรียบง่ายและสบายไม่ทุกข์นักเราก็คงจะยิ้นดีแบกสัมภาระที่มีความพอดีลงตัวแก่เรานั้นอย่างไม่ลำบากมากนักก็ได้ข้อคิดดีๆหลายๆครั้งที่ได้มาจากความลำบากจากการเดินป่า

คุณเคยพบผู้หญิงที่มีน้ำอดน้ำทนบ้างไหมในการเดินป่าครั้งนี้ฉันพบและพบหลายคนเสียด้วยอย่างน้อยๆก็ต้องยอมรับว่าคนที่จะมาเดินป่าเต่าดำก็ต้องเป็นคนที่มีใจลุยๆหน่อยมีน้ำอดน้ำทน แม้กายจะไม่ไหวแต่ใจยังสู้แม้ถึงที่หมายช้าหน่อยแต่ในที่สุดมันก็ต้องถึงจนได้บางเวลาเมื่อคิดกลับกันถ้าเป็นเราเราจะอึดหรือฮึดได้เท่าผู้หญิงหรือเปล่าเราจะกัดฟันสู้เมื่อร่างกายเราป่วยกลางป่าเขาหรือเปล่าจิตใจเท่านั้นเป็นเครื่องวัดศักยภาพของคนในภาวะที่ทุกข์ยากสุดๆบีบคั้นสุดๆเพราะฉะนั้นจิตที่ฝึกดีแล้วจึงนำความสุขมาให้

เมื่อเดินมาถึงสำนักสงฆ์เวลาก็ปาเข้าไปเกือบห้าโมงเย็นได้ไปยืนหนาวอยู่หน้าโรงครัวพอดีเหลือบไปเห็นสัมภาระของตัวเองที่ฝากให้มานอนรอก็มาอยู่ที่ในโรงครัวของสำนักสงฆ์พอดีเมื่อจัดการกับอาหารเย็นอุ่นๆรองท้องเรียบร้อยก็เริ่มหาที่หลับที่นอนคืนนี้ก็เลยได้นอนกางเต็นท์แทนการนอนเปลได้นอนบนพื้นสัมผัสความไม่ราบเรียบของพื้นได้จัดข้าวของในเป้ให้เรียบร้อยและคืนนี้ก็ไปทำวัตรเย็นไปย้อนอดีตนึกถึงช่วงวัยที่เคยบวชเณรได้ถามพระอาจารย์ถึงเหตุหรือแรงดลใจที่ทำให้หันมาบวชเป็นพระในศาสนาพุทธคงจากข้อวัตรและการปฏิบัติของวัดหนองป่าพงเป็นแรงจูงใจให้คนข้ามเชื้อชาติข้ามเผ่าพรรณมารวมเป็นหนึ่งเดียวในบวรพุทธศาสนาซึ่งฉันเองถ้าปลดภาระวางลงได้ก็คงมาบวชที่วัดนี้เหมือนกันค่ำคืนจากกันด้วยข้อธรรมคำสอนจากพระคุณเจ้าธรรมกับการอนุรักษ์ป่าพอเข้านอนก็หลับเป็นตายคงด้วยความอ่อนล้าจากการเดินป่าจากการได้ทำจิตให้สงบแต่รู้ว่าหลับดีจริงๆ

เช้าของวันสุดท้ายในพื้นป่าเต่าดำก็ต้องตื่นมาทำวัตรเช้ากันก่อนระหว่างทางเดินไปก็ชมธรรมชาติไปชมทั้งธรรมชาติรอบกายและธรรมชาติในจิตใจแล้วแปรเปลี่ยนการชื่นชมมาเป็นการบันทึกภาพเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเหลือทิ้งไว้แต่รอยอาลัยให้ได้ถวิลหาอีกครั้งสำหรับการเดินป่าในคราวนี้

ป่าเต่าดำยังคงเป็นป่าที่มีเสน่ห์ชวนให้ใครอีกหลายๆคนอยากเข้ามามีโอกาสสัมผัสสำหรับฉันมันเป็นบทบันทึกหน้าหนึ่งที่น่าจดจำว่าในชีวิตนี้ก็เคยได้มาเยือนที่นี่และเมื่อมีโอกาสก็จะกลับมาเยือนที่นี่อีก




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2558 2:36:27 น. 0 comments
Counter : 151 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.