@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
อย่าให้ความรู้สึกรัก เป็นความลวงหลอกในใจเรา

จากตอนหนึ่งในหนังสือ ชีวิตวันนี้ที่วุ่นวาย มีที่พักใจหรือยัง? ของท่านชุติปัญโญ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความรักที่แท้จริง
เขาครุ่นคิดเรื่องนี้มานาน แต่ก็ไม่เข้าใจสักที แม้ว่าเขาจะผ่านการมีความรักด้วยการแต่งงานแล้วก็ตาม

แต่ ชายหนุ่มก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ทำอย่างไรความรักที่ตนต้องการ จะอยู่กับตัวเองได้นานๆ ต่อมามีคนแนะนำให้ไปขอคำตอบจากอาจารย์เซน เขาจึงได้ไปหาท่านและเล่าความในใจให้ฟัง

"ท่านอาจารย์ครับ ผมมีภรรยาแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ผมกลับไปชอบผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ภรรยาของตน ทำให้รู้สึกสับสนในเรื่องนี้มาก ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี ผมจึงมาปรึกษาอาจารย์เพื่อที่จะหาทางออกในเรื่องนี้"

"แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าผู้หญิงที่เธอรักนั้น จะเป็นคนเดียวและคนสุดท้ายในชีวิตของเธอ?"

"ผมคิดว่าคนที่ผมกำลังรักอยู่นี่แหละ คือคนสุดท้ายจริงๆ ผู้หญิงคนใหม่คงจะเหมาะสมที่สุดแล้วครับ"

"ถ้าเธอคิดเช่นนี้ ก็จงไปหย่ากับภรรยาซะ"

"ท่าน อาจารย์ทำไมพูดเช่นนี้ล่ะ เพราะภรรยาของผมช่างดีต่อผมเหลือเกิน เป็นคนสุภาพอ่อนโยน ใจดี และฉลาดในทุกเรื่อง ถ้าผมทิ้งเธอไป จะไม่เป็นการใจร้ายต่อเธอไปหน่อยหรือครับ"

"ก็ในเมื่อเธอมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักรักครอบครัวของตัวเอง การทำอย่างนี้ ยังจะชื่อว่ามีคุณธรรมอยู่อีกหรือ"

"ที่ท่านพูดมาก็ถูก เพราะภรรยาของผมมีความดีมากมาย ผมจึงไม่กล้าทิ้งเธอไป"

"ถ้าเช่นนั้น ก็แสดงว่าภรรยาของเธอเป็นคนที่โชคดีมาก"

"ภรรยาของผมจะโชคดีได้อย่างไร ในเมื่อผมจะขอหย่ากับเธอ?"

การ โต้ตอบในเรื่องความรักดำเนินมาได้สักพัก ชายขี้สงสัยก็ยังมองไม่เห็นแก่นแท้ในเรื่องนี้อยู่ดี อาจารย์จึงได้อธิบายความหมายที่นำไปสู่การเข้าใจรักที่แท้จริงให้เขาได้รับ ทราบว่า

"เพราะในชีวิตการแต่งงานของผู้หญิงคนนั้น ยังมีความรักที่เขามีต่อสามีเก็บไว้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจอยู่ แต่สำหรับผู้เป็นสามี ชื่อว่าได้สูญเสียความรักไปหมดแล้ว เพราะได้แบ่งใจไปชอบหญิงอื่น หญิงผู้เป็นภรรยาจึงโชคดี ที่ได้ครอบครองความรัก แต่ชายผู้เป็นสามีชื่อว่าเป็นคนที่โชคร้าย เพราะได้สูญเสียความรักไปแล้ว"

เมื่ออาจารย์กล่าวให้ข้อคิดดังนี้ ท่านก็นำเทียน 3 เล่มมาปักเป็นแถวไว้ตรงหน้า แล้วจุดให้เกิดมีแสงสว่างทั้งสามเล่ม พร้อมกับถามชายหนุ่มว่า

"เธอจงดูเทียนทั้งสามเล่มนี้ที่ปักอยู่ตรงหน้า และตอบให้ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด?"

"ดูไม่ออกครับว่าเล่มไหนสว่างที่สุด เพราะเท่าที่ตาของผมมองเห็น ทุกเล่มสว่างเท่ากัน"

"เทียน ทั้งสามเล่มนี้เปรียบเสมือนหญิงสาวสามคน หนึ่งในนี้ก็มีผู้หญิงที่เธอรักในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย ลองคิดดูสิแม้เทียนเพียงสามเล่ม เธอก็ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด แล้วผู้หญิงที่มีอยู่เป็นแสนเป็นล้านล่ะ จะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนรักเธอที่สุด และเป็นคนสุดท้ายในชีวิตที่เธอจะรักได้"

เมื่ออาจารย์กล่าวมาถึงตรง นี้ ชายหนุ่มก็ได้แต่อึ้งต่อถ้อยคำของท่าน และเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นความจริงของความรัก ท่านจึงกล่าวต่อไปอีกว่า

"ถ้า อย่างนั้น ให้เธอนำเทียนทั้งสามเล่มมาปักตรงหน้า แล้วเรียงลำดับเป็นแถวเรียงตอนลึกต่อๆ กันไป และให้ดูอีกครั้งว่าเล่มไหนสว่างที่สุด"

ชายหนุ่มได้ทำตามคำชี้แนะ ของอาจารย์ โดยปักเทียนเป็นแถวตอนลึกเรียงต่อกัน แล้วมองไปยังเทียนที่ปักอยู่ตรงหน้าด้วยความใส่ใจ พร้อมกับตอบคำถามว่า

"เล่มที่อยู่ตรงหน้าของผมสว่างที่สุดครับ"

"เมื่อเธอได้คำตอบเช่นนี้แล้ว ก็ให้นำเทียนทั้งสามเล่มไปปักเรียงไว้เป็นแถวตามเดิม แล้วตอบใหม่อีกครั้งว่าเล่มไหนสว่างที่สุด"

"ถ้าทำแบบนี้ ก็ตอบไม่ได้ว่าเล่มไหนสว่างที่สุด เพราะผมมองเห็นแสงสว่างที่มีอยู่เท่ากันเหมือนเดิม"

เมื่อ การถามและตอบในเรื่องดังกล่าวสิ้นสุดลง อาจารย์จึงมองมาที่ชายหนุ่มผู้กำลังสับสนในความรัก และกล่าวเตือนสติเพื่อให้เขารู้จักเลือกที่จะรักอย่างคนที่เข้าใจ

"รู้ ไหมว่าทำไมเธอจึงรู้สึกรักผู้หญิงคนล่าสุด เพราะว่าเธอเอาจิตใจไปจดจ่อที่ผู้หญิงคนนั้น เหมือนกับที่นำเทียนมาตั้งเรียงต่อกันเป็นแถวตอนลึก และเธอก็เห็นเทียนที่ปักอยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนที่สุด เพราะความรู้สึกรักหรือชังนั้น เกิดมาจากใจของเรา แต่เวลาที่นำเทียน ไปวางไว้เป็นแถวเท่ากันเหมือนเดิม ก็มองเห็นสิ่งที่มีอยู่เท่าๆ กัน ไม่มีเล่มไหนสว่างมากกว่ากัน ดังนั้น การกล่าวว่าผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตน เป็นผู้หญิงที่เธอรักมากที่สุด และจะรักเป็นคนสุดท้ายนั้น จัดว่าเป็นมายาทางจิต เพราะแต่ก่อนเธอก็เคยคิดต่อภรรยาที่แต่งงานกันเช่นนี้ แต่เพราะจิตไร้สติครอง เธอจึงมองสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาด้วยภาวะที่ไหวเอนไปตามแรงอารมณ์ แต่แท้ที่จริงแล้ว อารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนพระจันทร์ที่อยู่ใต้น้ำ เพราะในที่สุดก็คือความลวงที่คิดว่าเป็นความจริง ด้วยเหตุนี้ เธอจึงควรทบทวนความต้องการของใจให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป"

ที่มา : //larndham.net/index.php?s=d504cafd21d3952a56589f0364c96c73&showtopic=31152


Create Date : 05 เมษายน 2551
Last Update : 5 เมษายน 2551 22:10:17 น. 6 comments
Counter : 447 Pageviews.

 
ยิ่งดูรูปก็ยิ่งคิดถึง...อยากไปเที่ยวอีกแล้ว
เพราะการเที่ยวคือร่างกาย
เพราะการเดินทางคือหัวใจ
เพราะการได้ไปคือกำไรชีวิต
แล้วใยเราจะต้องสถิต นิมิตรเอาเองว่ามันเป็นเช่นไร
อยากรู้ ต้องไปดู อยากรู้ ต้องไปเห็น
อยากรู้ ต้องไปเป็น แม้ยากเข็ญหนาวเย็นและเหนื่อยล้า
แต่มันก็คุ้มค่าทุกครั้งที่ได้ไป...มิใช่หรือ
may_macro มกราคม 08, 2008, 05:38:14 PM


โดย: naigod IP: 124.121.17.250 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:13:23:26 น.  

 
//planet.kapook.com/odyody/blog/viewnew/57084

//www.siam-handicrafts.com/webboard/question.asp?QID=2527

//www.manager.co.th/MutualFund/ViewBrowse.aspx?BrowseNewsID=4702&SourceNewsID=4810

//www.manager.co.th/MutualFund/default.html

//topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2007/12/I6086523/I6086523.html


โดย: naigod IP: 124.121.23.104 วันที่: 8 เมษายน 2551 เวลา:9:11:12 น.  

 
ลึกซึ้งดีจัง
และเป็นข้อคิดที่ดีมากๆครับ

ขอบคุณที่นำมาฝากครับ : )


โดย: ชรันจ์ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:21:07:41 น.  

 

สงกรานต์5



สุขสันต์วันสงกรานต์



โดย: รวิษฎา วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:16:23:00 น.  

 


โดย: Kluaytub วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:18:12:17 น.  

 


โดย: paerid วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:21:09:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.