@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
ทุกข์ของการมีครอบครัว

๑. ต้องอดทน อดกลั้นต่ออารมณ์ด้วยทิฐิ ทัศนคติ และสามัญสำนึกที่ไม่ตรงกัน ไม่เหมือนกัน

๒. เรื่องเศรษฐกิจเงินทองที่ต้องใช้จ่ายมีเพิ่มมากขึ้นหลายอย่าง โดยเฉพาะภาษีสังคมซึ่งสูงขึ้น เพราะมีญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงถึงสองฝ่าย

๓. ทุกข์ของหญิงที่มีครอบครัว(สามี) ตามที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ คือย่อมพลัดพรากจากพี่น้อง ทุกข์เพราะมีครรภ์ ทุกข์เพราะคลอดบุตร ทุกข์เพราะต้องทำหน้าที่บำเรอบุรุษ

๔. จำเป็นต้องเปิดเผยในสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผย หรือแตะต้องของพึงสงวนโดยขาดความละอาย

๕. เป็นการสนองตัณหาให้แก่กันและกันโดยไม่รู้จักอิ่ม

๖. เป็นการยากที่จะกระจายความรักออกไปเพื่อสังคมส่วนรวม ส่วนใหญ่จะจมปลักอยู่ภายในครอบครัว

๗. ต้องเผชิญกับธาตุแท้ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแต่งงาน

๘. ทุกข์อันเกิดจากพรากของรัก เมื่อเกิดเจ็บป่วย ล้มหายตายจาก

๙. ทุกข์เพราะความตระหนี่ของอีกฝ่ายหนึ่ง จะใช้จ่ายไปเพื่อการบุญการกุศลก็ลำบาก

๑๐. ทุกข์จากการบ่นจู้จี้ปากมาก จนเป็นที่รำคาญใจของคนในบ้าน

๑๑. ทุกข์อันอาจไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี มีการเอารัดเอาเปรียบ ประสงค์ร้าย กลั่น แกล้ง

๑๒. ทุกข์เพราะสามี หรือภรรยาเจ้าชู้

๑๓. ทุกข์อันเกิดจากต้องรับภาระหนัก เพราะอีกฝ่ายขาดความรับผิดชอบ ทำให้เงินไม่พอใช้

๑๔. ทุกข์จากคู่ครองมีอารมณ์เพศรุนแรง หรือกามตายด้าน

๑๕. เป็นการจำกัดอิสรภาพให้กับตัวเอง ทั้งในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

๑๖. ถูกรังแกทั้งกายและใจต่อกัน

๑๗. ทุกข์เพราะอยากมีบุตร แต่ไม่มีสมอยาก

๑๘. ทุกข์เพราะถูกกวน เหนื่อยทั้งกายและใจ เข้าทำนอง “มีลูกกวนตัวมีผัว(เมีย)กวนใจ”

๑๙. มักเกิดอารมณ์บ่อยๆ เพราะต้องเคี้ยวเข็ญบุตรธิดา ไม่ค่อยมีเวลาว่างเป็นของตัวเอง

๒๐. ทุกข์เพราะความเห็นแก่ตัว เกิดความขี้โลภ กักตุนหึงหวง

๒๑. ทุกข์เนื่องจากได้บุตรไม่ดีตามต้องการ

๒๒. ทุกข์เพราะต่างคนต่างให้ความรักบุตรไม่เท่ากัน (ในกรณีที่มีบุตรมากกว่าหนึ่ง) เพราะต่างถือหางบุตรที่ตนชอบ เมื่อบุตรขาดความอบอุ่นอาจหลงไปในทางผิด

๒๓. ทุกข์เพราะอาจได้บุตรมาไม่สมหวัง อยากได้ชายแต่เป็นหญิง อยากได้หญิงแต่เป็นชาย บางคนก็ไม่ครบ ๓๒ ประการ หรือบางคนโตขึ้นอาจเป็นกระเทย ทอม หรือดี้

๒๔. ทุกข์อันเกิดจากบุคคลในครอบครัวต้องโทษ เจ็บป่วย จนบางครั้งพิการ ถูกปองร้ายจะด้วยกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม

๒๕. ต้องพบกับสภาพซ้ำซากจำเจที่ไม่พึงปรารถนา โอกาสกระทบกระทั้งมีบ่อย

๒๖. บางครั้งต้องแยกกันอยู่ เพราะฐานะการงานบีบบังคับ ภรรยาต้องรับหน้าที่ทั้งนอกบ้านและในบ้านเลี้ยงดูบุตรและธิดาจนแทบไม่มีเวลาว่าง

๒๗. ภรรยาต้องเสี่ยงต่อโรคร้ายซึ่งสามีมักจะนำมาให้ เช่นกามโรค โรคผิวหนัง โรคเอดส์ มะเร็งปากมดลูก

๒๘. ทำให้เกิดการแข่งขันแบ่งอำนาจ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับ

๒๙. บางคนก็ก้าวก่ายไม่ให้เกียรติ เช่นเข้าไปยุ่งการงานของอีกฝ่าย หรือว่าร้ายแสดงอำนาจเหนือคู่ครองอวดคนอื่น

๓๐. ทุกข์เพราะบางคนมุ่งอยู่กับกาม จากหนังสืออนาจาร ภาพยนตร์ วีดีโอลามก ทำให้อยากแสวงหากามมากยิ่งขึ้น สามีก็อยากลอง จนเกิดการคบชู้สู่สวาท ด้วยการไม่ซื่อตรงต่อกัน

๓๑. ทุกข์จากญาติพี่น้องของแต่ละฝ่าย เข้ามาเกี่ยวข้องต่างคนต่างถือหางกัน

๓๒. ทุกข์เกิดจากบิดามารดาเป็นตัวอย่างไม่ดี บางทีลูกก็เอาอย่าง บางทีลูกก็ขาดความเคารพนับถือ

๓๓. ทุกข์อันเกิดจากการโกหกและปิดบังบางสิ่งบางอย่างซึ่งกันและกัน บางทีจับได้ไล่ทัน หรือไม่ก็รู้เอง เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งตายไปแล้วเช่น เป็นหนี้สิน หรือไปมีลูกมีเมียไว้ในที่อื่น

๓๔. ความไม่เข้าใจกัน บางโอกาสก็ให้ร้ายกันและกัน แถมเอาเรื่องในที่ลับมาเปิดเผยในเวลาขัดใจกัน

๓๕. เกิดความหึงหวงซึ่งกันและกัน ระแวงกัน บางครั้งต่อว่าเสียๆหายๆ ถึงกับฆ่ากัน

๓๖. เรื่องกามไม่สมดุลระหว่างสามีภรรยา เช่นสามีตัณหาจัด ภรรยาเฉื่อยชา หรือตรงกันข้าม

๓๗. ได้สามีภรรยาไม่ได้ตั้งใจ ตกบันไดพลอยโจนเนื่องจากความใคร่มากกว่า ต้องทนอยู่ด้วยกันเป็นเวลานาน

๓๘. ทุกข์อันเกิดจากคลุมถุงชน

๓๙. ทุกข์เพราะวัยต่างกันมาก เช่นผัวแก่เมียสาว ทำให้ทัศนคติไม่ตรงกัน

๔๐. ไปพบสามี ภรรยายอดโหด เลี้ยงด้วยลำแข้ง เข่า ศอก

๔๑. ทุกข์เพราะออกจากห่วงร้อยรัดยาก มาวัดทำบุญกุศลก็ยาก

๔๒. ทุกข์อันเกิดจากการสร้างปัญหาโดยไม่บอกให้ทราบ เมื่อรู้ภายหลังก็เป็นเรื่องยากเกินแก้ไข เช่นไปสร้างหนี้สินเอาไว้ ไปมีเมียน้อย

๔๓. ทุกข์อันเกิดจากบุตรธิดาไม่เลี้ยงดูยามแก่ชรา

๔๔. ทุกข์เพราะตนเองมีอายุมากแล้ว ลูกๆก็เล็กอยู่เกรงจะตายเสียก่อนลูกโต

๔๕. ทุกข์เพราะสืบมาว่า ภรรยาไม่ใช่คนบริสุทธิ์มาก่อน เวลาทะเลาะกันเองก็เอาเรื่องเก่ามาประจาน

๔๖. ทุกข์เพราะหัวหน้าครอบครัว(สามี) มาด่วนตายไปก่อน ตนเองก็ไม่มีงานทำแถมต้องดูแลบุตรอีก

๔๗. ทุกข์เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับสภาพความจริง เช่นสามีภรรยาทิ้งครอบครัวไปไม่รับผิดชอบ

๔๘. ทุกข์เพราะสามีดื่มสุราจัด หาเงินได้เท่าไรก็เป็นค่าเหล้าหมด

๔๙. บางครั้งสามีดื่มเหล้าแล้วกามารมณ์รุนแรง ทำให้ขาดความละอาย กระทำสิ่งที่ไม่สมควร เห็นภรรยาเป็นนางบำเรอ ปรนเปรอกามารมณ์ในลักษณะวิตถาร ทำอนาจารกับผู้อื่น

๕๐. ทุกข์เรื่องการนอน ต้องทนนอนกับคู่ครองที่ละเมอ กัดฟัน นอนผ้าผ่อนหลุดลุ่ย

๕๑. ทุกข์เพราะจะหวังพึ่งคู่ครองทางลาภ ยศ โดยปิดกั้นไว้มารู้ทีหลังก็ทุกข์

๕๒. ทุกข์อันเกิดจากสามีภรรยามีบุตรมากเกินไป

๕๓. ทุกข์อันเกิดจากฝ่ายชายเป็นผู้แสวงหาวิธีในเชิงกาม อันวิตถารลามกมาข่มเหงสตรีสารพัด

๕๔. ทุกข์อันเกิดจากบุตรธิดาตกระกำลำบาก เลี้ยงตัวเองไม่รอด เป็นทุกข์ที่ต้องรับภาระจากบุตรประเภทเลี้ยงไม่โต หาเรื่องเสื่อมเสียให้แก่วงศ์ตระกูลเป็นประจำ

๕๕. ทุกข์เนื่องจากเป็นภาระในวันแต่งงานตามประเพณีอย่างมากมาย ทั้งเมื่อแต่งแล้วฝ่ายหญิงก็ต้องรับภาระหนักในครอบครัว ยิ่งทำงานนอกบ้านด้วยก็ยิ่งเหนื่อย

๕๖. ทุกข์อันเนื่องมาจากมีตราบาปอยู่ในหัวใจ เพราะไปพบกับผู้ชายที่มาทำตนท้องแล้วไม่รับเป็นพ่อของบุตร

๕๗. เวลาเจ็บไข้ภรรยามักเป็นธุระ แต่เมื่อภรรยาป่วยสามีมักไม่เอาธุระ

๕๘. ได้คู่ครองไม่ถูกใจ มองเห็นคนอื่นดีกว่าครอบครัวตน

๕๙. ชีวิตสมรสมักไม่ค่อยอิ่มในทางกาม ทำให้เป็นทุกข์จิตหม่นหมองกังวล

๖๐. ทุกข์อันเกิดจากคู่ครองไม่มีการเหนี่ยวรั้ง ในครอบครัวเต็มไปด้วยนรก ๖ ขุม คือดื่มน้ำเมา คบคนชั่วเป็นมิตร เที่ยวกลางคืน เที่ยวดูการละเล่น เล่นการพนัน เกียจคร้านการทำงาน ทำให้บิดามารดาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ลูกขาดความเคารพนับถือ หรือกลายเป็นเด็กมีปัญหาในสังคม

♠ การแต่งงานเป็นความชั่วร้ายประการเดียวที่มนุษย์สวดอ้อนวอนขอให้ได้มา ♠

♠ คนโสดเปรียบเหมือนนกยูง คนที่หมั้นแล้วคือสิงโต ส่วนคนที่แต่งงานแล้วคือลา ♠

♠ คาถาขับไล่ความหลง ชายหนังควายหุ้มขี้ หญิงถุงขี้ผูกโบว์ ♠

♠ ถ้าท่านรักใคร คิดถึงใคร เป็นห่วงใคร ผู้นั้นจะให้โทษแก่ท่าน ♠

♠ ผู้หวังความสุขอันสมบูรณ์ ไม่ควรทำความสนิทสนมกับสตรี ♠

ที่มา : //board.palungjit.com/showthread.php?p=161966#post161966
-------------------------------------------------------------------------

พอดีฉุกคิดขึ้นมาแว็บนึงว่าถ้าคิดมีครอบครัวจะเจอทุกข์อะไรบ้าง ก็เลยลองค้นๆดูก็ได้ข้อมูลมาชุดหนึ่ง พออ่านแล้วก็เข้าเค้าอยู่เพราะหลายๆ คู่รัก หรือหลายๆ ครอบครัวก็กำลังประสบกันอยู่ ดูแต่ครอบครัว จขบ. เองสมัยก่อน พ่อกับแม่ก็ผ่านอุปสรรคต่างๆมามากเหมือนกันจนทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาให้ได้แก้ไขอยู่เนืองๆ

มองในมุมที่กลับกันก็เป็นการเตือนสติคนที่คิดจะมีครอบครัว หรือมีครอบครัวไปแล้วให้ครองชีวิตคู่อย่างไม่ประมาทได้ดีเหมือนกัน

ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่ผมไปคัดลอกข้อความทั้งหมดนี้มา การให้ธรรมะเป็นทานย่อมชนะการให้ทั้งปวง เป็นการให้แสงสว่างแห่งปัญญาได้ดีจริงๆ



Create Date : 02 ธันวาคม 2550
Last Update : 2 ธันวาคม 2550 19:59:34 น. 11 comments
Counter : 1733 Pageviews.

 
อ่ะๆๆ เขียนบล๊อกอานนี้มี
ฟามนัยอารายป่าวน้า ^^
............... Ga[m]Z....................


โดย: Nu~Ga[m]Z IP: 124.122.203.107 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:05:34 น.  

 
ถูกต้องนะคร้าบบบบ

ว่าแล้วก็เป็นโสดต่อไป haha


โดย: Chapter 1-17 IP: 125.24.23.194 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:12:33 น.  

 
สาวเอยจะบอกให้

ความรัก ดูว่าจะเป็นสิ่งที่คู่กันสำหรับหนุ่มสาว ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะมีการสืบพันธุ์เพื่อไม่ให้มนุษย์สูญพันธุ์ไปจากโลก ซึ่งเมื่อดูจากสรีระแล้วเพศหญิงจะเป็นฝ่ายที่ต้องเสียเปรียบ เพราะต้องอุ้มท้องและเลี้ยงลูก ถ้าฝ่ายชายทอดทิ้งฝ่ายหญิงก็จะต้องรับภาระหนักในการเลี้ยง ลูกแต่เพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งค่านิยมของสังคมก็ยังดูถูกหญิงที่เคยผ่านผู้ชายมาแล้ว เพศหญิงจึงตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเพียงฝ่ายเดียว ส่วนฝ่ายชายนั้นแทบจะไม่มีความเสียเปรียบเลย ซ้ำชายที่เคยผ่านผู้หญิงมามากๆสังคมกลับชื่นชมว่าเป็นคนเก่ง

จากความเสียเปรียบนี้ถ้าหญิงสาวคนใดฉลาดรู้เท่าทันผู้ชายและรู้จักเลือกคบเพื่อนชายก็จะเอาตัวรอดได้ คือได้คู่ครองที่ดี มีความรับผิดชอบ แต่ถ้าหญิงสาวคนใดไม่ฉลาด ไม่รู่เท่าทันผู้ชาย และไม่รู้จักเลือกคบเพื่อนชายก็จะต้องทุกข์ตรมเพราะได้คู่ครองที่ไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ ดังนั้นหญิงสาวจึงจำเป็นที่จะต้องฉลาดในการเลือกคบเพื่อนชาย หรือหาคู่จึงจะไม่ต้องทุกข์ตรม

การเลือกคู่ของผู้หญิงสมัยนี้แย่มาก เพราะหญิงสาวที่ไม่ฉลาดนั้นส่วนใหญ่จะชอบผู้ชายที่หล่อ รองลงไปก็รวย รองลงไปก็มีชื่อเสียง และปากหวาน ซึ่งการดูผู้ชายจากความหล่อ ความรวย ความมีชื่อเสียงและจากความปากหวานนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่จะแสดงว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีจริงหรือไม่

การจะดูว่าผู้ชายคนใดจะเป็นคนดีหรือไม่นั้นจะต้องดูจากความประพฤติหลายๆอย่าง เช่น เห็นแก่ตัวหรือไม่ เอาเปรียบคนอื่นหรือไม่ ติดสิ่งเสพติด หรือติดการพนัน หรือติดอบายมุขต่างๆหรือไม่ เป็นคนเสียสละหรือไม่ ขยันอดทนหรือไม่ ประหยัดอดออมหรือไม่ หรือสุภาพเรียบร้อยหรือไม่ เป็นต้น เรียกว่าเหมือนกับพระเอกอย่างในหนังละครนั่นเอง ซึ่งก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาความประพฤติเหล่านี้พอสมควรจึงจะรู้จักว่าใครมีความประพฤติดีจริง การได้พบปะกันเพียงผิวเผินนั้นไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าใครเป็นคนดีจริงได้ ซึ่งคนดีจริงนั้นก็หายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

อีกจุดที่จะบอกได้ว่าชายใดเป็นคนดีหรือไม่ก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธุ์ คือชายที่แม้หญิงจะ เสนอให้ก็ไม่สนองจนกว่าจะถึงวันแต่งงานนั้นจะดีที่สุด ซึ่งก็คงหาได้ยากยิ่ง ส่วนที่รองลงไปก็คือเมื่อหญิงเสนอจึงจะสนอง ซึ่งก็พอใช้ได้ และคงพอจะหาได้ แต่ที่ไม่ดีก็คือผู้ชายที่พยายามตื้อขอมีเพศสัมพันธุ์กับหญิงสาวให้ได้ และที่เลวที่สุดก็คือชายที่จะพยายามใช้อุบายหรือใช้กำลังในการมีเพศสัมพันธุ์ให้ได้ ซึ่งสองจำพวกหลังมีมากในสังคม

ชายที่ไม่ดีหรือเลวนั้นแน่นอนว่าเมื่อได้มีเพศสัมพันธุ์กับหญิงสาวแล้วเมื่อเบื่อหน่ายก็ย่อม ที่จะทอดทิ้ง ซึ่งอย่างเบาๆก็เพียงทำให้หญิงสาวอกหักโดยยังไม่เสียตัว ถ้าหนักหน่อยก็ถึงขั้นเสียตัวแล้วทิ้งโดยไม่ท้อง ส่วนที่หนักกว่านั่นก็คือท้องแล้วทิ้งให้ผู้หญิงไปเลี้ยงลูกเอง ส่วนที่หนักไปกว่านั้นก็คือฝ่ายหญิงถูกบังคับหรือหลอกไปขายบริการทางเพศ และที่หนักที่สุดก็คือฝ่ายหญิงติดโรคเอดส์

ถ้าเพียงอกหักก็ยังจะไม่ทำให้ฝ่ายหญิงทุกข์ตรมมากมายนัก ถ้าถึงขั้นเสียตัวก็จะทุกข์ตรมมากขึ้น และถ้าถึงขั้นตั้งท้องก็จะยิ่งทุกข์ตรมมากขึ้นอีก ยิ่งถ้าตั้งท้องแล้วถูกทิ้งก็จะยิ่งทุกข์ขึ้นอีก และถ้ายิ่งถูกหลอกไปขายหรือติดเอดส์ก็จะยิ่งทุกข์ตรมหนักอย่างแสนสาหัส ทำอย่างไรหญิงสาวจึงจะฉลาด? คำตอบก็คือต้องใช้ความคิดให้มากกว่าใช้อารมณ์ ถ้าใช้อารมณ์ก็จะโง่ไปเลือกเอาแต่คนหล่อ หรือคนรวย หรือคนที่มีชื่อเสียง หรือคนที่ปากหวาน แล้วก็อาจจะต้องมาทุกข์ตรมในภายหลังเพราะมันเสี่ยงที่จะได้คนที่ไม่ดีเสียมากกว่า แต่ถ้าใช้ความคิดก็ต้องรู้จักดูว่าใครมีความ ประพฤติดีหรือไม่ดี หรือเลวเพียงใดตามที่ได้บรรยายมาแล้วในข้างต้น รวมทั้งรู้จักคิดว่าถ้าได้คนไม่ดีหรือเลวมาแล้วจะทำให้เกิดโทษหรือผลร้าย แก่ตนอย่างไรบ้างตามที่ได้บรรยายมาแล้วในข้างต้น

หญิงสาวที่ฉลาดมากก็ย่อมที่จะใช้เพียงการคิดพิจารณาก็จะสอนตัวเองให้รู้จักเลือกคบเพื่อนชายได้แล้ว แต่หญิงสาวที่ฉลาดน้อยและลุ่มหลงในความหล่อความรวยเป็นต้นนั้นจะต้องใช้บทเรียนจากของจริงเป็นเครื่องสอนให้ฉลาด ขึ้น คือถึงใครจะบอก จะสอนอย่างไรก็ไม่เชื่อ ยังคงชอบความหล่อความรวยเป็นต้นอยู่นั่นเอง จนกระทั่งถูกฝ่ายชายทำให้เจ็บปวดมาแล้วนั่นแหละก็จะฉลาดขึ้น ซึ่งมันก็เสี่ยงที่จะต้องถึงขั้นเสียตัวหรือท้อง หรือติดเอดส์ขึ้นมาได้ ถ้าโชคดีก็แค่เพียงอกหักธรรมดาเท่านั้น

ส่วนหญิงสาวที่คิดว่าจะมีเพื่อนชายหรือมีแฟน หรือมีคู่ครองก็เพียงเพื่อความสุขสนุกสนานทางเพศเท่านั้นก็จะไม่สนใจว่าจะฝ่ายชายจะเป็นคนดี หรือไม่นั้นก็ย่อมที่จะได้แต่คนที่ไม่ดีเท่านั่นเพราะไม่ใช้ความคิด จะเอาแต่อารมณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น แล้วชีวิตก็ยากที่จะดีงามได้

หญิงสาวจะต้องรู้ว่าการมีคู่นั้นคือการติดกับของธรรมชาติที่จะนำไปสู่ความทุกข์ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ก็ตาม คือถ้าสมหวังก็ยังต้องมีภาระต่างๆมากขึ้นจากมีครอบครัว การอุ้มท้อง การเลี้ยงลูก และที่สำคัญคือจากความเบื่อหน่ายที่ต้องทนอยู่กับคนคนเดียวเป็นเวลานานๆโดยไม่สามารถหนีไปไหนได้ตอลดชีวิต แต่ถ้าไม่สมหวังก็อาจถูกทิ้ง หรือถูกทำร้ายจากฝ่ายชาย หรือฝ่ายชายไปมีหญิงใหม่ หรือถูกหลอกลวง หรือติดเอสด์เป็นต้นก็ได้ ถ้าไม่มีคู่ ปัญหาต่างๆเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

เกิดเป็นหญิงจะต้องฉลาด คือต้องรู้เท่าทันว่าชีวิตของเรานั้น ตามธรรมดาแล้วแม้เพียงตัวเราคนเดียวก็ยังมีทุกข์ในการทำงานเลี้ยงชีวิตและเอาตัวรอดอยู่ในสังคมอยู่แล้ว ยิ่งถ้ามีคู่ก็จะยิ่งเพิ่มทุกข์มากขึ้นอีก ยิ่งมีลูกก็จะยิ่งเพิ่มทุกข์มากขึ้นอีก เรียกว่ามีแต่ทุกข์น้อยหรือทุกข์มากเท่านั้น โดยมีความสุขจากการมีคู่ หรือจากการมีเพศสัมพันธุ์เป็นเหยื่อล่อลวงให้หนุ่มสาวมารักกันและมีเพศสัมพันธุ์กันเพื่อให้มีมนุษย์เกิดขึ้นมา ถ้าธรรมชาติไม่ทำเช่นนี้มนุษย์ก็จะไม่สืบพันธุ์เพราะมัน เจ็บปวดทุกข์ทรมาน และเหนื่อยยากลำบากตลอดทั้งชีวิต เหมือนกับการเดินขึ้นภูเขาที่สูงชัน ถ้าให้เดินคนเดียวก็จะไม่มีใครไปเพราะมันลำบาก เหน็ดเหนื่อย และมีภัยรอบด้าน แต่ถ้าให้เดินไปกับเพศตรงข้ามที่น่าพึงพอใจก็จะมีคนไปมากมายนั่นเอง

สุดท้ายเมื่อฉลาดแล้วก็ยังต้องอดทนอีก เพราะเพียงความรู้นั้นยังอาจจะไม่ช่วยอะไรได้มากนัก คือรู้หมดแต่ก็ทนต่อความสุขหรือความเอร็ดอร่อยหอมหวานจากการมีแฟน หรือมีคู่ไม่ได้ จนทำให้ลืมนึกถึงทุกข์ภัยจากการมีคู่ไปเสียสนิทก็ได้ หรือถึงจะรู้บางคนก็ก็ยอมที่จะเป็นทุกข์แม้ ว่าอนาคตจะถูกเอาไปฆ่า หรือต้องไปเป็นทาษก็ตาม ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นอย่างนี้กันไปหมด คือทั้งๆที่รู้แต่ก็ทนต่อความยั่วยวนนั้นไม่ได้ เหมือนกับการกู้ หนี้ที่จะทำให้เราสุขสบายอย่างง่ายๆในปัจจุบัน แต่ต้องชดใช้อย่างแสนสาหัสในอนาคต ดังนั้นความอดทนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รอดตัวได้ ถ้าใครรู้ว่าไม่มีความอดทนเพียงพอก็ต้องหาทางป้องกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ เช่นพยายามอย่าเข้าใกล้หรือให้ความสนิทสนมกับผู้ชาย และตั้งใจเล่าเรียนหรือทำงาน อย่าให้มีเวลาว่างมากนัก และรู้จักฝึกฝนจิตให้มีสมาธิมีปัญญา เป็นต้น

สรุปได้ว่าหญิงสาวที่ฉลาดจะใช้ความคิดหรือวิจารณญาณในการป้องกันความทุกข์จากการมีคู่ แต่หญิงสาวที่ไม่ฉลาดและไม่อดทนนั้นย่อมที่ตกหลุมหรือติดกับของธรรมชาติ แล้วก็จะได้รับบทเรียนที่แสนสาหัส ซึ่งบทเรียนนั้นก็อาจจะทำให้บางคนฉลาดขึ้นมาได้ แต่บางคนก็ยังโง่ซ้ำซากไม่หลาบจำ จึงต้องทุกข์ตรมอยู่ร่ำไปอย่างน่าสงสาร เหมือนแมลงเม่าที่หลงแสงไฟแล้วบินเข้าไปในกองไฟนั่นเอง.

*********************

ที่มา : //xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t53247.html


โดย: naigod วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:17:21 น.  

 
อ่านแล้วก็รู้สึกว่า อืมมมม เราคงคิดถูกแล้วที่อยู่เป็นโสดมาถึงทุกวันนี้ 555+


โดย: ~PLAYFULGIRL~ วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:18:20 น.  

 
สาวเอยจะบอกให้ เป็นโสดก็มีสุขดีกว่าทุกข์เพราะมีคู่

ใน ฐานะผู้ชายดีๆ ที่หายากคนหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆ ครับ… ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาว เริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ…วันเกิดครบรอบ 30 จึงเป็นตัวเลขแห่งความสะเทือนขวัญ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก…หลายคนไม่อยากพูดถึง คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย…ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ ที่ชอบถามว่า " ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด " เฉลย " ปาเข้าไปสามสิบ ยังไม่มีผัว " …ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย
ตอน เรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า " อย่าริรักในวัยเรียน " " ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดี จบแล้วค่อยมีแฟน " ทั้งๆ ที่ไอ้ตอนเรียนหนังสือ มีโอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตา ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท " รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน " ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา…เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

เพื่อนสาวคนหนึ่งหลังจบการศึกษา ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง "เลือกสรร - ควานหา" ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภทซูเปอร์เพอร์เฟค อย่างวิลลี่ แมคอินทอทหรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม ถึงจะได้มาตรฐาน…ไอ้ประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์ อย่าได้สเออะหน้ามาให้เห็น… ไม่มีทางได้แอ้มหรอก

จากวันเป็นเดือน - จากเดือนเป็นปี ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลาผ่านไป… เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน - เจ้านายก็มีเมียแล้ว…ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม สองคนดันเป็นเกย์…อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า…คนสุดท้ายเป็นชาย แท้ แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่ ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม…นั่งรถมาทำงาน ก็สองชั่วโมงครึ่ง – กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้านหมดสิ้นกำลัง ขอนอนเอาแรงก่อน ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือสถาบันการศึกษาที่เธอจบมา… แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ ที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท เป็นที่เรียบร้อย…แหม ! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง…ตื่นพอดี เจอโลกแห่งความจริง

ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ยิ่งเข้าหน้าหนาว ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ จากเพื่อนๆ เริ่มทยอยมา ตามหลังซองกฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมดฤดูกาล…พอไปในงาน ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า "เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ" … "โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ ยังงงๆ เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย" เอ๊ะ…เกี่ยวอะไรกัน!…ในใจก็คิดว่า " ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง หนักกระบา_ใครรึเปล่า"

เคยตั้งคำถามกันไหม…ว่าทำไมต้องแต่งงาน (กันด้วย !)…คำตอบจากเพื่อนๆ ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย…

" อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา " …รายนี้เห็นผู้ชาย เป็นตัวคลายเหงา
" รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน) " …ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า
" อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ "…เกิดได้ลูกแล้ว จะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ
" โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ "…เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุน ฯลฯ ๆๆๆๆๆ

อันว่า " ชีวิตคู่ " อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?

ชีวิตคู่ คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว ครึ่งหนึ่งของชีวิตเราจะหายไป ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง

จุดมุ่งหมายของการแต่งงานคือการใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความ สุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ก็ไม่รู้ว่าจะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน… อยู่คนเดียวมันส์กว่า

ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน ความก้าวหน้าของสามี ภรรยาต้องมีส่วน อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี ในทางโลกก็เจริญในทางธรรม กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์ มาสุมเพิ่ม…ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า เล่นการพนัน โกงบ้านกินเมือง ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น

เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา ฐานะการเงิน ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย คือ

หนึ่ง – สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด
สอง – คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า

เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิต แก่กันและกัน…หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว…เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา

ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด - ถือคติประจำใจว่า
" อยู่เป็นโสด ดีกว่ามีผัวเลว "

By: นพ.สุกมล วิภาวีพลกุล ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ที่มา : //www.love4home.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=108295&Ntype=3


โดย: naigod วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:19:05 น.  

 
เป็นโสดก็อีกไปอีกแบบ


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:27:14 น.  

 
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา สมานตตา
สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ

//www.kanlayanatam.com/sara/sara32.htm


โดย: neramit IP: 124.122.201.80 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:21:00:25 น.  

 
เข้าบล๊อกนี้เจอ คอมเมนต์ยาวๆเยอะเลยนะค่ะ
แต่ขอพูดอีกคนนะค่ะ
โสดดีที่สุดค่ะ ถึงจะเหงาบ้าง แต่ก้อทุกข์น้อยค่ะ


โดย: Devilish5698 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:21:22:45 น.  

 
อ่านแล้วตาลายจ้า...
แต่ก็เข้าใจดี...สรุป..เป็นโสด ดีที่สุดจ้า...
เกิดมาคนเดียว...ตายคนเดียว...


โดย: แดดร่มลมโชย วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:21:23:11 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: นู๋ฟุ้ง IP: 124.120.104.214 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:23:30:24 น.  

 

แล้วตัวข้าพเจ้านี้เป็นหญิงโง่หรือฉลาดหนอ



โดย: วรรณ IP: 202.44.40.2 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:20:45:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.